ตอน 1

วินาทีที่ฉันเห็นสามีตัวเองกำลังนวดเท้าให้เมียน้อยท้องแก่ของน้องชายเขาที่ตายไปแล้ว ฉันก็รู้ได้ทันทีว่าชีวิตแต่งงานของฉันมันจบสิ้นแล้ว

เขาย้ายหล่อนเข้ามาอยู่ในบ้านของเราโดยอ้าง “หน้าที่ของครอบครัว” บังคับให้ฉันต้องทนดูเขาเอาใจใส่ดูแลความสุขสบายของหล่อนมากกว่าคำสาบานที่เคยให้ไว้กับฉัน

แต่ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ทุกอย่างขาดสะบั้น คือตอนที่หล่อนขโมยสร้อยคออันล้ำค่าของแม่ฉันไป แล้วจงใจทำลายมันจนแตกละเอียด

เมื่อฉันตบหน้าหล่อนเพื่อสั่งสอนที่กล้ามาเหยียบย่ำของสำคัญของตระกูลฉัน สามีของฉันกลับตบหน้าฉันอย่างแรงเพื่อปกป้องหล่อน

เขาได้ทำลายกฎเหล็กอันศักดิ์สิทธิ์ที่ห้ามแตะต้องลูกสาวของเจ้าพ่อตระกูลอื่น...ซึ่งมันคือการประกาศสงคราม

ฉันจ้องลึกเข้าไปในตาเขาและสาบานต่อหน้าหลุมศพของแม่ว่า ฉันจะล้างแค้นตระกูลของเขาให้สิ้นซากอย่างสาสม

จากนั้นฉันก็โทรศัพท์หาพ่อเพียงสายเดียว...และการล่มสลายของอาณาจักรของเขาก็ได้เริ่มต้นขึ้น

บทที่ 1

อลินดา POV:

วินาทีที่ฉันเห็นสามีตัวเองกำลังนวดเท้าให้เมียน้อยท้องแก่ของน้องชายเขาที่ตายไปแล้ว ฉันก็รู้ได้ทันทีว่าชีวิตแต่งงานของฉันมันจบสิ้นแล้ว และชีวิตของเขาก็กำลังจะถึงจุดจบเช่นกัน

มันเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่มาร์ค มือขวาคนสนิทและเป็นเหมือนน้องชายแท้ๆ ของศรัณย์ ถูกฝังลงดิน ความโศกเศร้าอันหนักอึ้งและเงียบงันปกคลุมไปทั่วคฤหาสน์อัครเดโช เหมือนมีวิญญาณล่องลอยอยู่ทุกย่างก้าว ศรัณย์สวมมันไว้ราวกับเป็นผิวหนังชั้นที่สอง เป็นชั้นน้ำแข็งที่เคลือบทับความเย็นชาของเขาให้หนาขึ้นไปอีก เขาคือเจ้าพ่อแห่งตระกูลอัครเดโช ชายผู้มีอำนาจแผ่ขยายไปทั่วกรุงเทพฯ อำนาจที่สร้างขึ้นจากความกลัวและชื่อเสียงด้านความเหี้ยมโหดไร้ปรานี ความเศร้าไม่ได้ทำให้เขาอ่อนโยนลงเลย มันกลับทำให้เขาแข็งกระด้างและห่างเหินยิ่งกว่าเดิม

แล้ววิรัญญาก็ปรากฏตัวขึ้น

หล่อนมาถึงหน้าประตูบ้านเราพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบเล็กและหน้าท้องที่เริ่มนูนเด่น หล่อนอ้างว่าเด็กในท้องคือลูกของมาร์ค...เศษเสี้ยวสุดท้ายของเขาที่ยังหลงเหลืออยู่บนโลกใบนี้

ศรัณย์ไม่แม้แต่จะซักไซ้ เขากลับประกาศกร้าวว่าหล่อนจะมาอาศัยอยู่กับเรา

“มันเป็นความรับผิดชอบของครอบครัว” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดวงตาสีเข้มของเขาไม่บ่งบอกอะไรเลย เขายืนอยู่กลางห้องนั่งเล่นที่กว้างขวางและเย็นเยียบของเรา ดุจดั่งราชาในปราสาทที่กำลังออกคำสั่ง

เจ้าสัวอนันต์ วรโชติ พ่อของฉันก็อยู่ที่นั่นด้วย ท่านเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เป็นการแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างเงียบๆ ซึ่งศรัณย์อาจจะไม่ทันสังเกตหรือไม่ก็เลือกที่จะเมินเฉย ส่วนคำคัดค้านของฉันก็จุกอยู่ที่ลำคอ

“หล่อนต้องการการคุ้มครองนะอลินดา หล่อนกำลังอุ้มท้องทายาทของอัครเดโช”

เสียงของฉันแผ่วเบาราวกระซิบเมื่อฉันหาเสียงตัวเองเจอในที่สุด “การคุ้มครองก็เรื่องหนึ่งนะคะศรัณย์ แต่การให้หล่อนมาอยู่ที่นี่ ในบ้านของเรา...”

เขาพูดตัดบท “นี่คือการรักษาความเป็นปึกแผ่นของครอบครัว จบเรื่องนี้ได้แล้ว”

และเพียงแค่นั้น สถานะภรรยาของฉัน ภรรยาของเจ้าพ่อ ก็ถูกลดทอนลง ฉันกลายเป็นเพียงของประดับ เป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรม แต่ไม่ใช่คู่ชีวิต

การรุกรานของวิรัญญาในช่วงแรกเป็นไปอย่างแนบเนียน มันคือชั้นเชิงแห่งการปั่นหัวอย่างเงียบๆ หล่อนเป็นเหมือนวิญญาณในชุดนอนผ้าไหมที่มักจะปรากฏตัวถูกที่ผิดเวลาเสมอ

ไม่กี่วันหลังจากที่หล่อนย้ายเข้ามา ฉันก็เห็นมันกับตา ศรัณย์เดินออกมาจากห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ของเรา มีผ้าขนหนูพันรอบสะโพกอย่างหมิ่นเหม่ หยดน้ำจากผมสีดำของเขาหยดลงบนพื้นหินอ่อน วิรัญญายืนอยู่ตรงนั้นพอดี พร้อมกับยื่นผ้าขนหนูผืนใหม่ที่นุ่มฟูให้

“วิเห็นว่าคุณศรัณย์อาจจะต้องการค่ะ” หล่อนพึมพำ สายตาหลุบต่ำ

ความรู้สึกไม่สบายใจแล่นปราดเข้ามาในอก มันเป็นการกระทำที่ใกล้ชิดและเป็นเรื่องในบ้าน เป็นการกระทำของภรรยา

แล้วฝันร้ายก็เริ่มขึ้น

หล่อนจะมาเคาะประตูห้องนอนของเราดึกๆ ดื่นๆ ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ขอโทษที่รบกวนนะคะคุณอลินดา คุณศรัณย์ พอดี...วิฝันถึงคุณมาร์คค่ะ”

ศรัณย์จะลุกขึ้นจากเตียงโดยไม่พูดอะไร ร่างกายกำยำของเขาเคลื่อนผ่านความมืดไปหาหล่อน เขาจะหายไปเป็นชั่วโมงๆ ทิ้งให้ฉันนอนเดียวดายอยู่บนเตียงคิงไซส์ที่หนาวเหน็บ

ภาพลักษณ์สาวน้อยผู้อ่อนหวานของฉัน ที่ฉันอุตส่าห์สร้างขึ้นมาอย่างประณีตตลอดสี่ปีของการแต่งงานกับชายผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเมือง เริ่มปริร้าว ฉันยอมทิ้งงานศิลปะ ทิ้งเพื่อนฝูง ทิ้งเสื้อผ้าสีแดงและสีทองสดใสของฉัน ทั้งหมดก็เพื่อที่จะเป็นภรรยามาเฟียที่สมบูรณ์แบบและสงบเสงี่ยม ฉันลบตัวตนของตัวเองเพื่อเขา

และคืนนี้...เศษเสี้ยวสุดท้ายของภาพลักษณ์นั้นก็ได้แตกสลายลง

ฉันได้ยินเสียงคนคุยกันเบาๆ มาจากห้องครัว ฉันเดินไปอย่างเงียบเชียบ เท้าเปล่าของฉันเย็นเฉียบบนพื้นหิน ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำให้หัวใจของฉันหยุดเต้น

วิรัญญานั่งอยู่บนเก้าอี้ วางเท้าข้างหนึ่งไว้บนเข่าของศรัณย์ เขากำลังนวดอุ้งเท้าของหล่อน มือใหญ่และแข็งแรงของเขาเคลื่อนไหวอย่างอ่อนโยนซึ่งฉันไม่เคยได้สัมผัสมานานหลายปีแล้ว ศีรษะของหล่อนเอนไปด้านหลัง เสียงถอนหายใจอย่างพึงพอใจแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปาก

มันคือการทรยศที่เจ็บปวดที่สุด ไม่ใช่เรื่องเซ็กส์ ไม่ใช่การแอบคบชู้ แต่มันคือสิ่งนี้ การปรนนิบัติที่แสนอ่อนโยนในที่สาธารณะ...ในบ้านของฉันเอง มันคือการประกาศว่าหล่อนได้เข้ามาแทนที่ฉันแล้ว

ความอัปยศอดสูมันเหมือนของจริงที่จับต้องได้ มันร้อนและทำให้หายใจไม่ออก มันคือการหยามเกียรติฉัน และขยายไปถึงการหยามเกียรติตระกูลของฉันอย่างร้ายแรง...ชื่อเสียงของตระกูลวรโชติ

ฉันถอยหลังออกมาอย่างเงียบกริบ แล้วตรงไปที่ห้องทำงานของตระกูล ฉันดึงโทรศัพท์เข้ารหัสที่เก็บไว้สำหรับกรณีฉุกเฉินออกมา นิ้วของฉันสั่นเทาขณะกดเบอร์ส่วนตัวของพ่อ

ท่านรับสายทันทีที่เสียงเรียกดังขึ้นครั้งแรก “อลินดา?”

ฉันพูดไม่ออกเพราะมีก้อนแข็งๆ จุกอยู่ที่ลำคอ ทำได้เพียงส่งเสียงสะอื้นแผ่วเบา

“มันทำอะไรลูก?” น้ำเสียงของเจ้าสัวอนันต์ วรโชติ พลันเงียบสงบลง แต่แฝงไปด้วยความอำมหิต ท่านรู้...แน่นอนว่าท่านต้องรู้

“เขาหยามเกียรติครอบครัวเราอย่างรุนแรงค่ะพ่อ” ฉันกระซิบ คำพูดขมปร่าเหมือนเถ้าถ่าน “ลูกต้องการอำนาจของพ่อ...อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของพ่อค่ะ”

มีความเงียบงันชั่วครู่ ฉันนึกภาพท่านนั่งอยู่ในห้องทำงานของตัวเอง ดุจราชสีห์ในถ้ำ วงล้อแห่งการล้างแค้นเริ่มหมุนแล้ว “ตระกูลวรโชติยืนอยู่ข้างลูกเสมอ ลูกพ่อ เราจะล้างแค้นอย่างสาสมกับภาพลักษณ์จอมปลอมของศรัณย์ อัครเดโช มันจะได้เห็นทุกอย่างมอดไหม้เป็นจุณ”

ความเด็ดเดี่ยวอันเยือกเย็นแผ่ซ่านเข้ามาในใจ ดับความอัปยศอดสูให้มอดไหม้ไป ฉันไม่ใช่สาวน้อยผู้อ่อนหวานอีกต่อไปแล้ว ฉันคือกุหลาบ...และหนามของฉันก็ได้เผยออกมาแล้วในที่สุด

ฉันวางสาย กลับขึ้นไปชั้นบน และนอนในห้องนอนแขก

เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันเดินเข้าไปในห้องครัว วิรัญญาก็อยู่ที่นั่น สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวหนึ่งของศรัณย์ เนื้อผ้าหลวมโพรกบนไหล่ของหล่อน มันคือการประกาศตัวตนอีกครั้ง เป็นอีกชิ้นส่วนหนึ่งในชีวิตของฉันที่หล่อนพยายามจะขโมยไป

ฉันเดินตรงเข้าไปหาหล่อน สายตาจับจ้องไปที่ดวงตาของหล่อน

“ถอดมันออกซะ” ฉันพูด น้ำเสียงเย็นเยียบและแข็งกร้าวดุจเพชร “เดี๋ยวนี้”

ตอน 2

อลินดา POV:

ศรัณย์เดินเข้ามาพอดีกับตอนที่นิ้วของวิรัญญากำลังงุ่มง่ามอยู่กับกระดุมเม็ดบนสุดของเสื้อเชิ้ตของเขา ดวงตาที่มืดครึ้มดั่งพายุของเขามองมาที่ฉัน

“นี่เธอกำลังทำบ้าอะไร อลินดา” เขาตวาด

“ฉันกำลังกู้ศักดิ์ศรีของบ้านหลังนี้คืนมา” ฉันพูดโดยไม่ละสายตาไปจากใบหน้าที่ตื่นตระหนกของวิรัญญา

“เธอกำลังคุกคามผู้หญิงท้องที่กำลังเสียใจนะ เธอกำลังทำลายความเป็นปึกแผ่นของครอบครัวเรา” เสียงของเขาต่ำลง เป็นเสียงคำรามอย่างอันตรายที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้ฉันตัวหด แต่ตอนนี้ มันกลับยิ่งเติมเชื้อไฟน้ำแข็งในเส้นเลือดของฉัน

เขาก้าวเข้ามาขวางระหว่างเรา วางมือปกป้องไว้บนไหล่ของวิรัญญา “หล่อนกำลังอุ้มท้องลูกของมาร์ค มันเป็นหน้าที่ของฉันที่ต้องดูแลหล่อน เธอต้องเข้าใจสิ เธอต้องแสดงความเห็นใจบ้าง”

ความหน้าไหว้หลังหลอกมันหนาเตอะจนฉันแทบจะลิ้มรสมันได้ หน้าที่...เขาพูดถึงหน้าที่ในขณะที่เขากำลังดูหมิ่นคำสาบานของเรา สายใยครอบครัวของเรา ต่อหน้าต่อตาฉัน

“ฉันเข้าใจดีทุกอย่าง” ฉันพูดเสียงแหลม “คุณแสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่าอะไรสำคัญกว่า งั้นฉันก็จะแสดงให้ชัดเจนบ้าง...ฉันต้องการหย่า”

คำพูดนั้นลอยค้างอยู่ในอากาศ หนักอึ้งและน่าตกใจ ในโลกของเรา การแต่งงานคือพันธะสัญญาที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นสัญญาระหว่างตระกูล การหย่าคือการประกาศสงคราม

ใบหน้าของศรัณย์แข็งทื่อไปชั่วขณะ ฉันคิดว่าเขาอาจจะมองเห็นเหวลึกที่เปิดกว้างอยู่ระหว่างเราแล้ว

แล้วเขาก็หัวเราะเยาะ “อย่าไร้สาระน่า เธอกำลังใช้อารมณ์” เขาโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “อยากได้รถใหม่เหรอ? เดี๋ยวฉันซื้อให้ อยากได้บ้านอีกหลังไหม? ไปเลือกเอาเลย”

เขาคิดว่าเขาจะซื้อความเงียบของฉันได้ ซื้อความยอมจำนนของฉันได้ เขาไม่รู้เลยว่าเขากำลังรับมืออยู่กับใคร เขายังคงพูดอยู่กับวิญญาณของเด็กสาวที่ฉันเคยเป็น

ตอนนั้นเองที่วิรัญญาเริ่มการแสดงของหล่อน น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาอาบแก้ม ริมฝีปากล่างของหล่อนสั่นระริก “โอ้ คุณศรัณย์” หล่อนกระซิบ เสียงสั่นเครือด้วยความโศกเศร้าที่เสแสร้ง “ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของวิเอง วิเข้ามาเป็นตัวขวางระหว่างคุณสองคน วิควรจะไปซะ...”

มันเป็นการปั่นหัวที่เหนือชั้น และศรัณย์ก็หลงเชื่ออย่างสนิทใจ

“ไม่” เขาพูด เสียงของเขาอ่อนลงทันทีเมื่อเขาหันไปให้ความสนใจกับหล่อนอย่างเต็มที่ เขาดึงหล่อนเข้ามากอดอย่างนุ่มนวล “เธอไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น ไม่ต้องไปฟังเธอ เขาแค่อารมณ์เสีย”

เขาจ้องมองฉันข้ามศีรษะของวิรัญญา ดวงตาเต็มไปด้วยการกล่าวหา เขากำลังปกป้องชู้รักของเขาจากภรรยาของตัวเอง

ความโกรธของฉันที่เย็นเยียบและเฉียบคมได้เปล่งเสียงออกมา “คุณกล้ายืนกอดปลอบหล่อนหลังจากที่เมื่อคืนคุณนวดเท้าให้หล่อนในห้องครัวของฉันเนี่ยนะ?” คำพูดนั้นแผ่วเบา แต่มันกระแทกเขาเหมือนโดนตบหน้า

วิรัญญาซึ่งสัมผัสได้ว่าความเด็ดเดี่ยวของเขากำลังสั่นคลอน จึงเล่นใหญ่ขึ้นไปอีก น้ำตาเงียบๆ ของหล่อนกลายเป็นเสียงสะอื้นจนตัวโยน “วิอยู่ที่นี่ไม่ได้” หล่อนร้องไห้ซบหน้ากับอกของเขา “วิไม่อยากเป็นสาเหตุให้ชีวิตแต่งงานของคุณพังทลาย วิจะไปเอง วิจะเลี้ยงลูกคนเดียว...”

มันเป็นการเดินหมากที่สมบูรณ์แบบ การขู่ว่าจะจากไป การขู่ว่าจะเอาเศษเสี้ยวสุดท้ายของน้องชายที่ตายไปแล้วของเขาไปด้วย มันยิ่งตอกย้ำความรู้สึกปกป้องที่ผิดที่ผิดทางของเขาให้แน่นแฟ้นขึ้น

เขากอดหล่อนแน่นขึ้น โดยไม่สนใจเลยว่าฉันยังคงอยู่ในห้อง เขาไม่สนใจความเจ็บปวดที่ปรากฏบนใบหน้าของฉัน ความเด็ดขาดในน้ำเสียงของฉัน

“ที่นี่คือที่หลบภัยของเธอ วิรัญญา” เขาพึมพำกับหล่อน เสียงของเขาเป็นคำสัญญาที่แผ่วเบา “ที่นี่คือบ้านของเธอ เธอจะไม่มีวันต้องจากไปไหนเด็ดขาด”

มันคือการดูถูกครั้งสุดท้าย เขาได้มอบบ้านของฉัน สามีของฉัน ชีวิตของฉัน ให้กับหล่อน

เขาไม่แม้แต่จะมองฉัน เขายืนอยู่ตรงนั้น ลูบผมหล่อน กระซิบคำปลอบโยนข้างหูหล่อน ในวินาทีนั้น ฉันไม่ใช่ภรรยาของเขา ฉันไม่ได้อยู่ตรงนั้นด้วยซ้ำ

และนั่นคือวินาทีที่อลินดา วรโชติ ผู้เป็นภรรยา ได้ตายจากไป และอลินดา วรโชติ กุหลาบหนามแหลมที่พร้อมจะล้างแค้นอย่างสาสม ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างสมบูรณ์

ตอน 3

อลินดา POV:

ฉันมองภาพการทรยศตรงหน้าอีกครู่หนึ่ง แล้วจึงหันหลังกลับ

“ฉันจะไปจากที่นี่” ฉันประกาศใส่แผ่นหลังของพวกเขาทั้งสอง

ความเงียบที่ตามมานั้นสมบูรณ์แบบ ไม่มีคำคัดค้าน ไม่มีคำถาม มีเพียงเสียงสะอื้นเบาๆ ของวิรัญญา พวกเขาไม่สนใจ

ฉันไปที่ห้องนอนของฉัน—ห้องนอนของเรา—และเริ่มเก็บของ แต่ก่อนอื่น ฉันเดินเข้าไปในห้องแต่งตัวแบบวอล์กอินขนาดใหญ่ ฝั่งของฉันมีเสื้อผ้าสีเบจ สีเทา และสีกรมท่าแขวนเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ สีสันจืดชืดของภรรยาเจ้าพ่อ...เครื่องแบบในคุกของฉัน

ฉันผลักมันออกไป เอื้อมมือไปหยิบกล่องใบหนึ่งที่อยู่ด้านในสุด ข้างในนั้นคือผู้หญิงที่ฉันเคยเป็น ฉันดึงกางเกงยีนส์รัดรูปตัวเก่าและเสื้อสายเดี่ยวผ้าไหมสีแดงเลือดนกออกมา ฉันถอดชุดเดรสเรียบร้อยที่สวมอยู่ออกแล้วสวมมันแทน ฉันปล่อยผมที่มัดเป็นมวยแน่นให้สยายลงมาคลอเคลียไหล่ ฉันมองตัวเองในกระจกและเห็นคนแปลกหน้า แวบหนึ่งของเด็กสาวใจเด็ดที่ฉันฝังกลบไปเมื่อสี่ปีก่อน มันคือการฟื้นคืนชีพ

ขณะที่ฉันเก็บของ ทุกสิ่งที่ฉันสัมผัสคือความทรงจำของการเสียสละ อุปกรณ์ศิลปะที่ฉันเก็บเข้ากรุเพราะศรัณย์หาว่ามันรก ผ้าพันคอสีสดและเครื่องประดับชิ้นโตที่ฉันเลิกใส่เพราะคุณหญิงอัมพร แม่ของเขา บอกว่ามันฉูดฉาดเกินไป ทั้งชีวิตที่ฉันยอมสละทีละชิ้น ทีละชิ้น เพื่อผู้ชายที่กำลังปลอบโยนผู้หญิงอีกคนในห้องครัวของฉัน ความว่างเปล่าของความทุ่มเทของฉันเป็นความเจ็บปวดที่กลวงโบ๋ในอก

ฉันหยิบโทรศัพท์เข้ารหัสออกมาอีกครั้งและส่งข้อความรหัสสั้นๆ ไป

*ต้องการคำปรึกษา เรื่องด่วน*

ดนัย มือขวาของพ่อและเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้ตั้งแต่เด็ก ตอบกลับมาแทบจะในทันที

*หนึ่งชั่วโมง ที่เดิม*

ฉันออกจากบ้านโดยไม่พูดอะไรกับใครอีก “ที่เดิม” คือบาร์เงียบๆ ที่เป็นของคนในครอบครัวใจกลางเมือง เป็นสถานที่ที่ใช้เจรจาธุรกิจและเก็บความลับให้ปลอดภัย อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นไม้เก่าและวิสกี้ราคาแพง

ดนัยอยู่ที่นั่นแล้ว ร่างสูงใหญ่ทะมึนในบูธมุมห้อง ใบหน้าของเขาเคร่งขรึม

“คุณอลินดา” เขาพูดเสียงต่ำ เขาไม่จำเป็นต้องถามว่าเกิดอะไรขึ้น มันเขียนอยู่บนใบหน้าของฉันหมดแล้ว

ฉันเล่าทุกอย่างให้เขาฟัง การล้ำเส้นที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ฝันร้าย การนวดเท้า เสื้อเชิ้ต ฉันเล่าถึงความอัปยศอดสูที่ศรัณย์นำมาสู่ชื่อเสียงของพ่อฉัน

ดนัยฟังโดยไม่ขัดจังหวะ สีหน้าของเขาแข็งกร้าวขึ้นทุกคำพูด เขามีสัญชาตญาณปกป้องของเจ้าพ่อผู้ภักดี ความจงรักภักดีต่อครอบครัวของฉันนั้นเด็ดขาด

เมื่อฉันเล่าจบ เขาเงียบไปนาน “คุณแน่ใจเหรอครับว่าเด็กเป็นลูกของคุณมาร์ค” เขาถาม น้ำเสียงสบายๆ อย่างน่าประหลาด “วิรัญญา...เคยเป็นที่รู้จักมาก่อนคุณมาร์คนะครับ”

คำถามนั้นลอยค้างอยู่ในอากาศ เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยที่หยั่งรากลงในดินที่อุดมสมบูรณ์แห่งความโกรธของฉัน...แผนการสมคบคิดที่ลึกซึ้งกว่านั้น

ฉันมัวแต่จมอยู่กับความคิดนั้นจนไม่เห็นศรัณย์กระทั่งเขายืนค้ำหัวโต๊ะของเราอยู่

ใบหน้าของเขาเป็นหน้ากากแห่งความโกรธเกรี้ยวที่เย็นชา ความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของแผ่ออกมาจากตัวเขาเป็นระลอก เขาไม่ได้มาที่นี่เพราะความเป็นห่วง เขามาที่นี่เพราะสมบัติของเขาออกจากอาณาเขตโดยไม่ได้รับอนุญาต

“เธอกลับบ้าน เดี๋ยวนี้” เขาสั่ง น้ำเสียงไม่เปิดโอกาสให้โต้เถียง เขาคว้าแขนฉัน นิ้วของเขาจิกลึกลงไปในเนื้อ

เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันตื่นขึ้นมาในห้องนอนแขก แขนของฉันมีรอยช้ำตรงที่เขาคว้าไว้ บนโต๊ะข้างเตียงมีขวดยาแก้ปวดและน้ำหนึ่งแก้ววางอยู่ เป็นการยอมรับความโหดร้ายของเขาอย่างเงียบๆ และน่าสมเพช

ฉันเดินลงไปชั้นล่าง ภาพในห้องครัวเป็นเรื่องตลกที่โหดร้าย ศรัณย์เตรียมยาแก้ปวดไว้ให้ฉันจานหนึ่ง แต่เขาเตรียมอาหารเช้าสุดหรูให้วิรัญญา—แพนเค้ก ผลไม้สด น้ำส้ม เขาดูแลความรู้สึกผิดของตัวเองที่มีต่อฉันด้วยยา และดูแลหล่อนด้วยอาหารมื้อใหญ่ ความไม่แยแสอย่างเลือดเย็นของเขามันน่าทึ่งมาก

ฉันเดินไปที่โต๊ะ สายตาจับจ้องไปที่วิรัญญา หล่อนหลบตา แววตาฉายแววหวาดกลัว

ฉันโน้มตัวลง เสียงของฉันเป็นเสียงกระซิบที่เย็นชาและเงียบสงบให้หล่อนได้ยินคนเดียว

“นี่เป็นคำเตือนครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย อย่ามายั่วโมโหฉันอีก เธอไม่รู้หรอกว่าฉันทำอะไรได้บ้าง”

ฉันยืดตัวขึ้น สบตากับสายตาที่หวาดผวาของหล่อน ตอนนี้หล่อนได้เห็นราชินีมาเฟียแล้ว และหล่อนก็สมควรที่จะกลัว

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED