ตอน 1

“บอสแน่ใจนะครับว่าจะทำแบบนี้จริงๆ”

“แน่ใจสิ” วิคเตอร์มาเฟียหนุ่มลูกครึ่งไทยรัสเซียวัย 32 ปีตอบด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดแววตาของเขามองไปยังประวัติผู้หญิงทั้งสามคนบนหน้าจอแท็บเล็ตด้วยความแค้นเมื่อหนึ่งในนั้นคือคนที่เขาจะต้องจัดการเพื่อแก้แค้นให้กับมาเรียน้องสาวของตนเองที่เสียชีวิตไปเมื่อครึ่งปีก่อน

“แล้วถ้านายหญิงรู้ล่ะครับ” โรมันผู้ช่วยของชายหนุ่มหมายถึงคุณวัชรีมารดาของเจ้านายที่สั่งไว้ว่าห้ามยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือคิดจะแก้แค้นอย่างเด็ดขาด

“เวลามันผ่านมาครึ่งปีแล้วแม่ก็คงคิดว่าฉันไม่ได้ติดใจเรื่องนี้แต่คนอย่างฉันไม่มีทางลืมเรื่องแย่ๆ ที่ผู้ชายคนนั้นมันทำไว้กับน้องสาวฉันหรอกนะ นายก็เห็นแล้วว่ามาเรียเจ็บปวดและเสียใจเรื่องนี้มากแค่ไหน มันจะต้องเจ็บปวดมากกว่ามาเรียหลายเท่า”

“ตอนนี้ไอ้หมอนั่นมันคบผู้หญิงอยู่หลายคนเลยแล้วบอสจะให้ผมจัดการกับคนไหนดีล่ะครับ คนหนึ่งเป็นนางแบบแถวหน้าของเมืองไทยส่วนอีกคนก็เป็นนักศึกษาจบใหม่ที่เพิ่งเข้าทำงานในบริษัทของมัน”

“สองคนนี้ก็แค่ตัวหลอกเท่านั้นแหละ คนที่ฉันจะให้นายไปจัดการก็คือคู่หมั้นของมัน”

“คนที่เรียนอยู่อังกฤษเหรอครับ แต่แปลกนะบอสผมไม่เคยเห็นมันไปหาคู่หมั้นของมันเลย”

“ก็เพราะมันคิดว่ายังไงผู้หญิงคนนี้ก็ต้องกลับมาหามันยังไงล่ะ” เขาพอมองออกว่ากิตติเดชกำลังใช้ช่วงเวลานี้หาความสุขให้กับตัวเองอย่างเต็มที่เพราะถ้าคู่หมั้นกลับมาเขาจะเจ้าชู้ไม่ได้อีก

“น่าสงสารเธอนะครับที่มีคู่หมั้นแบบนี้”

“นี่ยังไม่ทันพาตัวเธอมานายก็สงสารเธอแล้วเหรอโรมัน นายจะถอนตัวจากงานนี้ก็ได้นะ ฉันให้นายตัดสินใจเอง”

“ไม่หรอกครับผมคิดว่าผมคงทำงานนี้ได้ดีกว่าเดนิส”

โรมันหมายถึงลูกน้องคนสนิทอีกคนหนึ่งของวิตเตอร์ที่ชื่อเดนิสเพราะชายคนนั้นเหี้ยมกว่าเขามาก

“ถ้าอย่างนั้นก็รีบไปจัดการเถอะ”

“บอสมีแผนจะทำยังไงกับเธอครับ”

“ก็ทำอย่างที่มันทำกับน้องสาวของฉันไงล่ะ”

“บอสครับแต่ผู้หญิงคนนี้เธอไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยนะครับ”

“ฉันไม่สนใจหรอกว่าเธอจะรู้เรื่องหรือไม่รู้เรื่องแต่เธอคือคู่หมั้นของไอ้กิตติเดชและฉันคิดว่าที่อาจเป็นทางเดียวที่ฉันจะทำให้มันเจ็บได้ รีบไปจัดการตามที่ฉันสั่งพาเธอไปอยู่ที่เกาะและอย่าให้ใครรู้เรื่องนี้อย่างเด็ดขาดโดยเฉพาะแม่ของฉัน”

“ได้ครับบอส” โรมันรับคำสั่งจากนั้นก็รีบเดินออกจากห้อง

วิคเตอร์เปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานและดึงภาพที่ตัวเองถ่ายกับน้องสาวครั้งล่าสุดมาดู ใบหน้าของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความเสียใจปนเปกันไปหมด

มาเรียคือน้องสาวคนเดียวที่เขารักมาก ทั้งสองเคยสนิทสนมกันมากแต่ช่วงหลังเขาเอาแต่ทำงานหนัก จนลืมสนใจน้องสาวว่ากำลังคบหากับใครอยู่พอรู้ตัวอีกทีมาเรียก็กลับมาบ้านพร้อมกับร้องไห้เสียใจอย่างหนักที่ถูกผู้ชายทิ้ง และเธอกลับพร้อมกับตั้งครรภ์อ่อนๆ ชายหนุ่มคาดคั้นถึงพ่อของเด็กในท้องแต่มาเรียก็ปิดปากเงียบแต่คนอย่างวิคเตอร์ก็สืบรู้จนได้ว่าผู้ชายคนนั้นคือใคร

เขาจึงตามไปหาเพื่อจะคุยกับผู้ชายคนนั้นให้รู้เรื่อง

“เราก็แค่สนุกกัน ไม่เชื่อมึงไปถามน้องมึงสิว่าเราสนุกกันมากแค่ไหน” นั่นคือคำพูดที่ทำให้วิคเตอร์โกรธเป็นอย่างมาก

“แต่มึงทำน้องสาวกูท้อง” วิคเตอร์ขึ้นเสียงด้วยความโมโห

“มึงแน่ใจได้ยังไงว่าลูกในท้องของน้องสาวมึงคือลูกของกู น้องมึงมันก็แค่ผู้หญิงรักสนุกคนหนึ่งนอนกับใครมาบ้างก็ไม่รู้แล้วจู่ๆ จะให้กูรับผิดชอบฝันไปเถอะ”

“ที่กูมาหามึงวันนี้กูไม่ได้อยากจะให้มึงรับผิดชอบกูแค่จะมาบอกมึงว่าต่อไปนี้ห้ามยุ่งกับน้องสาวของกูอีกเด็ดขาด”

“กูก็ไม่อยากยุ่งหรอก มึงนั่นแหละไปบอกน้องมึงนะว่าอย่ามาตามตื๊อกูอีก แต่ถ้าหากอยากออกมาสนุกด้วยกันกูก็ไม่ขัดนะ แต่ต้องไปเอาเด็กออกก่อนเพราะกูไม่นอนกับคนท้อง โอ๊ย...”

หมัดหนักๆ ของวิคเตอร์ซัดลงไปบนสันกรามของกิตติเดชจนเซล้มลงไปบนพื้น แต่มาเฟียอย่างเขาไม่ตามไปซ้ำคิดว่าถ้าจะจัดการกับคนปากดีแบบนี้การใช้กำลังคงไม่ได้ผล ที่ทำไปก็แค่อยากระบายอารมณ์ออกไปก็เท่านั้น

“แน่จริงมึงอย่าเล่นทีเผลอสิวะ” กิตติเดชตะโกนไล่ตามหลังวิคเตอร์ที่เดินออกไปจากผับ

ชายหนุ่มไม่รู้หรอกว่าผู้ชายที่เขาคุยด้วยนั้นเป็นมาเฟียและมีอิทธิพลมากมายแค่ไหน เขาไม่ใช่คนแถวนี้แต่บังเอิญต้องมาคุมงานและเจอกับมาเรียทั้งสองสนิทสนมกันอย่างรวดเร็วจนกระทั่งหญิงสาวต้องท้องแต่กิตติเดชก็ไม่คิดจะรับผิดชอบ เพราะไม่แน่ใจว่าเด็กในท้องนั้นจะใช้ลูกของเขาหรือเปล่าแต่ถ้าหากใช่ลูกของเขาจริงๆ ชายหนุ่มก็ไม่มีทางที่จะรับผิดชอบเขาทำได้อย่างมากก็แค่ไล่เธอไปทำแท้งเพราะตนเองนั้นมีคู่หมั้นอยู่แล้ว

วิคเตอร์นึกถึงเรื่องในอดีตแล้วก็รู้สึกเจ็บปวดใจมากมาเรียผิดหวังกับผู้ชายที่ชื่อกิตติเดชมากๆ หญิงสาวท้องโตขึ้นเรื่อยๆ และวันหนึ่งก็แอบไปทำแท้งกับหมอเถื่อนจนตกเลือดและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ในเวลานั้นวิคเตอร์อยากจะแก้แค้นให้น้องสาวมากแต่มารดาก็ห้ามไว้เพราะไม่อยากเป็นเวรเป็นกรรมต่อกัน ชายหนุ่มต้องนิ่งเงียบเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรทั้งที่ในใจรอวันที่จะแก้แค้นจนกระทั่งเวลาผ่านมาครึ่งปี มารดาของเขาก็คงคิดว่าเขาลืมเรื่องนี้ไปแล้วแต่สำหรับวิคเตอร์แล้วไม่เคยลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่วินาทีเดียว

ในเมื่อกิตติเดชทำให้น้องสาวคนเดียวที่เขารักมากจากไปเขาก็จะทำให้ผู้ชายคนนั้นรู้สึกเจ็บเหมือนอย่างที่เขาเจ็บและผู้หญิงหน้าสวยที่เห็นในรูปก็คือเป้าหมาย

เธอชื่อกีรติกาเป็นคู่หมั้นของกิตติเดชและทั้งสองมีแพลนจะแต่งงานกันหลังจากหญิงสาวเรียนจบมาจากประเทศอังกฤษ วิคเตอร์มองแล้วยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียมเขาจะต้องทำให้ผู้หญิงคนนี้เจอชะตากรรมแบบเดียวกับน้องสาวของเขา

ตอน 2

สนามบินฮีทโธรว์ประเทศอังกฤษ

“ณัฐชาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมกรีนจะต้องรีบกลับประเทศไทยด้วยล่ะ ทำไมไม่อยู่เที่ยวด้วยกันก่อน”

“ก็ตอนนี้กรีนเรียนจบแล้วก็อยากจะรีบกลับไปช่วยงานคุณท่านที่เมืองไทย”

“แต่กรีนเรียนจบก่อนเวลาตั้งหนึ่งเดือนนะถ้าไม่บอกคุณท่านคุณท่านก็ไม่รู้หรอกว่าเรียนจบแล้ว”

“กรีนไม่อยากโกหกคุณท่านนะ แค่คุณท่านส่งให้เรียนต่อจนจบแบบนี้ก็รู้สึกเกรงใจมากๆ แล้ว”

กรีนหรือกีรติกาพูดกับณัฐชาเพื่อนสนิทที่มาเรียนออกแบบเครื่องประดับด้วยกันที่ประเทศอังกฤษนานถึงสี่ปี

ตอนนี้หญิงสาวเรียนจบและกำลังจะกลับไปทำงานกับคุณท่านหรือคุณสุธีเพื่อนของบิดาที่ส่งเธอเรียนหลังจากบิดาของเธอเสียชีวิตไปแล้ว

“กรีนจะกลับไปทำงานที่บริษัทของคุณท่านเลยใช่ไหม”

“ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นแหละคุณท่านส่งให้กรีนเรียนพอเรียนจบก็ต้องกลับไปช่วยงานบริษัท”

เมื่อพูดถึงบริษัทหญิงสาวก็มีสีหน้าสลดลงเล็กน้อยเพราะบริษัทที่เธอพูดถึงนั้นครึ่งหนึ่งเคยเป็นของบิดาแต่เมื่อเธอมาเรียนต่อที่อังกฤษบิดาของเธอก็ติดการพนันอย่างหนักจนเป็นหนี้เขาไปทั่ว

คุณสุธีเลยขอซื้อหุ้นทั้งหมดเพื่อแลกกับเงินให้บิดาของเธอเอาเงินไปใช้หนี้แต่มันก็ยังไม่พอ บ้านที่เธอเคยอยู่ตั้งแต่เด็กก็ถูกขายไปเพื่อใช้หนี้จนหมดแต่ท่านก็ไม่สามารถสู้หน้ากับคนอื่นได้ บิดาของเธอตัดสินใจจบชีวิตตนเองในรถยนต์เมื่อสองปีที่แล้ว คุณสุธีจึงเข้ามาดูแลกีรติกาในฐานะคู่หมั้นของลูกชาย การที่เธอหมั้นกับลูกชายของคุณสุธีนั้นเป็นความต้องการของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายซึ่งคุยกันไว้ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน

“กรีนยังไม่เลิกคิดถึงเรื่องนั้นอีกเหรอ” ณัฐชาที่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับเพื่อนของตนเองทุกอย่างถามด้วยความเป็นห่วง เพราะบิดาของเพื่อนเสียชีวิตไปนานถึงสองปีแล้วแต่กีรติกาก็ยังดูเศร้าทุกครั้งเมื่อพูดถึงเรื่องในอดีต

“มันอดคิดถึงไม่ได้นะ ถ้าตอนนั้นกรีนไม่มาเรียนที่นี่และได้อยู่กับพ่อท่านอาจจะไม่ตัดสินใจจบชีวิตแบบนั้น”

“อย่าโทษตัวเองเลยกรีนไม่มีใครรู้หรอกว่าตอนนั้นพ่อคิดอะไรอยู่ ท่านอาจมีหลายเรื่องที่เราไม่รู้ ณัฐชาว่าก็คงอดทนอย่างที่สุดแล้วแต่ปัญหามันคงใหญ่มากจริงๆ”

“ใช่ปัญหามันใหญ่มาก ถ้าไม่ได้คุณท่านเข้ามาช่วยเหลือกรีนก็อาจจะไม่ได้เรียนต่อจนจบก็ได้”

“ณัฐชาเข้าใจนะว่ากรีนต้องกลับไปทำงานที่บริษัทเพราะคุณท่านส่งให้เรียนต่อจนจบแต่เรื่องที่กรีนจะต้องแต่งงานกับลูกชายของคุณท่านณัฐชาไม่เห็นด้วยเลย”

“แต่กรีนอยากทำตามที่ตามความต้องการของพ่อ”

แม้เธอกับกิตติเดชจะไม่ได้รู้จักหรือสนิทสนมกันมากแต่หญิงสาวก็อยากจะทำตามความต้องการของบิดาเพราะเธอเองก็ไม่มีคนรักที่ไหน หญิงสาวคิดว่าแต่งงานไปก็คงจะรักเขาได้ไม่ยาก

“แต่พี่กิตเขาเจ้าชู้มากเลยนะกรีน ณัฐชาไม่อยากให้กรีนไปแต่งงานกับผู้ชายที่เจ้าชู้แบบนั้นเลย”

“กรีนก็ไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้แต่คิดว่าถ้าแต่งงานแล้วพี่กิตเขาอาจจะเลิกเจ้าชู้ก็ได้นะ”

“มันเป็นไปได้ยากนะคนที่เคยเจ้าชู้มากจะมาเลิกเจ้าชู้ได้ยังไงแล้วกรีนกับเขาก็เคยเจอกันไม่กี่ครั้งเองนะ”

“คนเจ้าชู้จะเลิกเจ้าชู้ยากแต่กรีนก็ไม่มีทางเลือกถ้ากรีนได้แต่งงานกับพี่กิต กรีนก็จะได้เข้าไปมีส่วนในบริษัทของพ่อ”

“ยังไม่คิดจะเอาบริษัทคืนมาอีกเหรอ เงินมันหลายล้านเลยนะ”

“กรีนคงไม่เอาบริษัทคืนหรอกแต่อยากไปทำงานในบริษัทที่เคยเป็นของพ่อแต่ถ้าเขาจะให้มันก็ดี”

“แต่กรีนก็ไม่น่าจะเอาชีวิตทั้งชีวิตไปทิ้งกับผู้ชายคนนั้นเลยนะ ณัฐชาเข้าใจว่ากรีนอยากได้บริษัทของพ่อคืนมาแต่มันจะคุ้มค่าเหรอกรีน”

“แต่มันก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย มันฟังดูเหมือนกรีนหิวเงินมากเลยใช่ไหม”

“ถ้าคนอื่นมองก็อาจจะคิดว่าเป็นแบบนั้นแต่ณัฐชามองว่าสิ่งที่กินกำลังทำอยู่ก็เพราะอยากได้สมบัติของพ่อคืนมาใช่ไหมล่ะ”

“อือ กรีนก็หวังอย่างนั้นนะ”

“ณัฐชาก็ไม่รู้จะช่วยกรีนเรื่องนี้ยังไงดี ขอให้พี่กิตเขากลับตัวกลับใจเป็นคนดีได้เลิกเจ้าชู้นะ แล้วงานแต่งงานจะจัดตอนไหนล่ะ”

“คุณท่านยังไม่ได้บอกเลยแต่ที่คุยไว้ก็คือหลังจากกรีนเรียนจบแต่กรีนอยากจะขอเวลาศึกษาดูใจพี่กิตอีกสักนิดถ้า หากคุยกันแล้วมันไม่โอเคหรือนิสัยเข้ากันไม่ได้จริงๆ กรีนก็จะลองคุยกับคุณท่านอีกทีว่าจะขอทำงานใช้หนี้ที่คุณท่านส่งเสียให้กรีนเรียนแต่เรื่องแต่งงานถ้ามันไม่ไหวกรีนก็คงไม่ฝืนหรอก”

“ถ้าไม่อยากทำงานกับคุณท่านมาทำงานกับณัฐชาก็ได้นะ”

“ขอบใจมากนะณัฐชาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของกรีนเลย เอาล่ะใกล้เวลาเครื่องจะออกแล้วกรีนคงต้องรีบไป”

“ถึงแล้วไลน์บอกณัฐชาด้วยนะแล้วก็อย่าลืมซื้อซิมใหม่ด้วยล่ะเราจะได้โทรคุยกัน”

“ได้จ้ะขอให้ณัฐชาเที่ยวให้สนุกนะ”

“เดินทางปลอดภัยนะ บ๊ายบายจ้ะ” หญิงสาวทั้งสองคนกอดกันอีกครั้งก่อนจะออกและเดินแยกไปคนละทาง

ตอน 3

กีรติกาเดินทางกลับเมืองไทยก่อนกำหนดเกือบหนึ่งเดือนเพราะหญิงสาวรู้สึกเกรงใจคุณสุธีถ้าหากจะอยู่ต่อที่ประเทศอังกฤษอีกหนึ่งเดือนโดยไม่ทำอะไรเลย แต่เธอก็ไม่ได้แจ้งทางบ้านไว้ว่าจะเดินทางกลับวันนี้เพราะไม่อยากรบกวนให้ใครต้องมารับที่สนามบิน

ครั้งสุดท้ายที่หญิงสาวกลับมาเมืองไทยก็ตั้งแต่งานศพของบิดาเมื่อสองปีก่อนจากนั้นเธอก็ไม่มีโอกาสได้กลับเมืองไทยอีกเลย ตอนนี้กีรติกาเหลือที่ซุกหัวนอนเพียงที่เดียวก็คือคอนโดที่บิดาซื้อให้เป็นชื่อของตัวเธอเอง

หญิงสาวคิดว่ากลับมาเมืองไทยครั้งนี้เธอจะไปพักอยู่ที่นั่นก่อน เพราะถ้าหากกลับไปที่บ้านของคุณท่านตอนนี้ก็กลัวว่าจะถูกจับให้แต่งงานกับกิตติเดชเร็วขึ้น กีรติกาไม่ได้สนิทสนมหรือคุ้นเคยกับคู่หมั้นคนนี้เลยทุกอย่างเป็นไปตามที่บิดาของเธอและบิดาของกิตติเดชเป็นคนจัดการทั้งหมด

การจากไปอย่างกะทันหันของบิดาทำให้กีรติการู้สึกเคว้งคว้าง และไร้ที่พึ่งเมื่อคุณท่านยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือหญิงสาวก็ยอมรับด้วยความเต็มใจเธอไม่เหลือทรัพย์สินอะไรอีกแล้วนอกจากคอนโดมิเนียมห้องเล็กห้องหนึ่ง

เมื่อลงจากเครื่องหญิงสาวก็ต้องแปลกใจเมื่อมีผู้ชายคนหนึ่งเดินตรงมาหาเธอ

“สวัสดีครับคุณกรีนผมชื่อชาตรีเป็นคนขับรถที่บ้านของคุณท่านยินดีต้อนรับกลับเมืองไทยครับ คุณท่านให้ผมมารับคุณกลับบ้านครับ” ชายวัยกลางคนแนะนำตัวเองกับหญิงสาวด้วยท่าทางสุภาพ

“คุณท่านรู้เหรอคะว่าฉันจะกลับมา” หญิงสาวถามเพราะเธอไม่ได้แจ้งเรื่องนี้กับใครมาก่อนอีกทั้งชายที่ชื่อชาตรีเธอก็ไม่เคยเห็นหรือรู้จักมาก่อนเลย

“คุณท่านรู้ทุกความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับคุณกรีนครับ ท่านก็เลยให้ผมมารอรับ อันที่จริงท่านก็จะมาเองแต่มันดึกไปหน่อยก็เลยให้ผมมารับแทน”

“แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่าคุณเป็นคนขับรถที่บ้านของคุณท่านจริงๆ”

“ผมจะเอารูปที่ผมถ่ายขอบคุณท่านให้คุณกรีนดูนะครับ แต่ถ้าคุณยังไม่เชื่อจะโทรไปถามคุณท่านตอนนี้ก็ได้แต่ผมไม่แน่ใจว่าคุณท่านจะรับโทรศัพท์หรือเปล่าเพราะนี่มันก็เที่ยงคืนแล้ว”

ผู้ชายที่ชื่อชาตรีส่งโทรศัพท์มือถือของตนเองที่คุณสุธีอยู่หลายรูปให้กีรติกาดูทำให้หญิงสาวเชื่ออย่างสนิทใจว่าเขาคือคนขับรถของคุณท่านจริงๆ

“แล้วถ้าฉันกลับเข้าบ้านไปดึกๆ แบบนี้จะไม่เป็นการรบกวนคุณท่านเหรอคะ” หญิงสาวถามต่อ

“ไม่หรอกครับเพราะคุณท่านเข้านอนแล้วก็ยากที่จะตื่น แต่คนที่รอรับคุณกรีนอยู่ที่บ้านน่าจะเป็นคุณกิตติเดชลูกชายของท่านมากกว่าจริงๆ แล้วคุณกิตติเดชก็อยากจะมารับคุณเองนั่นแหละแต่ เขายังทำงานไม่เสร็จผมก็เลยมารับคุณแค่คนเดียวครับ ผมว่ารีบไปกันดีกว่าไหมครับกรีนจะได้รีบกลับไปพักผ่อน”

เพราะผู้ชายคนนี้ท่าทางไว้ใจอีกทั้งยังรู้จักทั้งคุณท่านและกิตติเดชทำให้กีรติกาไว้ใจและเดินตามมายังรถตู้คันหรูที่จอดอยู่

“ผมเอากระเป๋าไปเก็บหลังรถให้นะครับ” เขาเปิดประตูรถให้กีรติกาเข้าไปนั่งส่วนตัวเองก็เดินอ้อมมาทางหลังรถและหยิบกระเป๋าขึ้นไปวางก่อนจะเข้ามาประจำที่ตำแหน่งคนขับอีกครั้ง

“คุณกรีนเดินทางมาเหนื่อยๆ ดื่มน้ำก่อนนะครับคุณท่านบอกว่าน้ำดื่มยี่ห้อนี้คุณกรีนชอบมาก”

หญิงสาวมองขวดน้ำที่วางอยู่ด้านหน้าแล้วยิ้มเพราะมันเป็นขวดน้ำยี่ห้อที่ไม่ค่อยมีคนดื่มเท่าไหร่และเธอก็เคยพูดว่าชอบดื่มน้ำยี่ห้อนี้มากๆ

กีรติกาจึงไม่ลังเลเลยที่เปิดแล้วดื่มอย่างรวดเร็วเพราะตลอดเวลาที่อยู่บนเครื่องเธอแทบไม่แตะต้องอาหารหรือเครื่องดื่มอะไรเลย หลังจากดื่มน้ำไปได้ไม่นานกีรติกาก็รู้สึกง่วงเผลอหลับไป

หญิงสาวไม่รู้ว่าตนเองเผลอหลับไปนานมากแค่ไหนรู้สึกตัวตื่นอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงคุณคุยกัน

เธอตกใจมากเพราะจำได้ว่าตัวเองนั่งรถออกมาจากสนามบินแต่ตอนนี้กลับมานอนอยู่บนเตียง หญิงสาวรีบลุกขึ้นและเปิดประตูออกไปอย่างรวดเร็ว

“ตื่นแล้วเหรอคะคุณ” หญิงสูงวัยคนหนึ่งถามด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างเป็นมิตร

“ค่ะ ที่นี่ที่ไหนคะแล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” เธอมองไปรอบๆ บ้านดูยังไงก็ไม่เหมือนบ้านคุณท่านที่เธอเคยไปพักอยู่เมื่อสองปีก่อนเลยสักนิด

“คุณหิวไหมเดี๋ยวป้าทำอะไรให้กิน” หญิงสูงวัยไม่คำถามของกีรติกาเพราะถูกเจ้านายสั่งห้ามไว้

“ป้าคะที่นี่มันคือที่ไหนแล้วฉันมาที่นี่ยังไง” ขณะที่ถามหญิงสาวก็มองไปบริเวณนอกรั้วบ้านและก็ได้ยินเสียงคลื่นกระทบฝั่งใบหน้าสวยซีดลงอย่างเห็นได้ชัด

“ป้าคะ มันเกิดอะไรขึ้นกับฉันแล้วทำไมฉันมาอยู่ที่นี่” หญิงสาวถามอีกครั้ง

“ป้าตอบคำถามที่คุณถามป้าไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าคุณอยากจะรู้จริงๆ ก็รอให้เจ้านายของป้ากลับมาก่อนก็แล้วกันนะคะ”

“แล้วเจ้านายของป้าเป็นใครคะแล้วเมื่อไหร่เขาจะกลับมา”

“เย็นนี้เจ้านายของป้าก็คงจะมาถึงที่นี่ระหว่างนี้คุณกินอะไรก่อนดีกว่าไหมนี่มันก็บ่ายแล้ว”

“ไม่ค่ะ ฉันจะกลับบ้าน แล้วกระเป๋าของฉันไปไหน คนที่พามาเมื่อวานอยู่ไหนคะ” หญิงสาวโวยวายและทำท่าจะเดินลงจากบ้านก็พอดีกับชาตรีเดินสวนขึ้นมา

“คุณจะกลับไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้านายของผม”

“พวกคุณเป็นใครมีสิทธิ์มาขังฉันไว้ที่นี่ได้ยังไง ฉันจะกลับบ้านเอากระเป๋ามาให้ฉันเดี๋ยวนี้นะ” หญิงสาวโวยวายเสียงดังลั่นจนชายฉกรรจ์อีกคนหนึ่งเดินตามหลังคนขับรถเข้ามา

“ผมว่าคุณกลับขึ้นไปบนบ้านดีกว่านะ” เขาพูดด้วยเสียงที่เข้มกับท่าทางที่ดูน่ากลัว

“ทำไมฉันจะต้องเชื่อฟังพวกนายด้วยล่ะ”

“ที่ผมบอกคุณก็เพราะหวังดีนะไม่มีใครออกไปจากที่นี่ได้ถ้าไม่ได้รับอนุญาต”

“จะบ้าหรือเปล่านี่มันไม่ใช่ในละครนะที่จะจับคนมาขังไว้” หญิงสาวเถียงจากนั้นก็ลงจากบ้านแต่ชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่ก็ขวางทางเธอไว้ก่อน

“หลีกไปนะฉันจะกลับบ้าน”

“คุณรู้เหรอว่า จะออกไปจากที่นี่ยังไง” ชายร่างใหญ่ถาม

“นายก็บอกฉันมาซิว่าที่นี่มันที่ไหนเดี๋ยวฉันก็หาทางกลับไปได้เองแล้วน่า”

“อย่าเสียเวลาเลยคุณที่นี่เป็นเกาะส่วนตัวการจะเข้าออกจากที่นี่มีแค่ทางเดียวคือนั่งเรือเร็วเท่านั้นและตอนนี้กุญแจมันก็อยู่ที่ผม” ชายฉกรรจ์ชูกุญแจให้หญิงสาวดูก่อนจะใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงของตัวเอง

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED