“ไชโย! ในที่สุดฉันก็มาเหยียบที่อิตาลีได้แล้ว I love Italy”
เสียงร้องตะโกนออกมาด้วยภาษาไทยผสมภาษาอังกฤษดังลั่นบนหลังคามหาวิหารดูโอโมด้วยความตื่นเต้นที่เห็นความงดงามตรงหน้า นั้นทำให้ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นหันมามองหญิงสาวชาวเอเชียอย่างสนใจจน ‘น้ำฟ้า’ ยิ้มเขิน ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากจุดนั้นอย่างรวดเร็วด้วยความอาย
“ทำขายหน้าอีกแล้วเรา” หญิงสาวบ่นออกมาเบาๆ ใบหน้ายังคงแดงระเรื่อด้วยความอาย ก่อนจะหยุดเดินเมื่อเห็นว่าห่างจากที่เธอทำขายหน้า และผู้คนก็เลิกสนใจในตัวเธอแล้ว
หลังจากนั้น เธอจึงเดินชมความงดงามของมหาวิหารดูโอโมอีกทางที่เธอวิ่งหลบผู้คนมา ยิ้มออกมาอย่างดีใจที่ได้เห็นภาพตรงหน้าอย่างชัดเจน โดยไม่ต้องมองผ่านทางอินเตอร์เน็ตอีกต่อไป ซึ่งมหาวิหารแห่งนี้ถือว่าใหญ่เป็นอันดับสองรองจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ในกรุงโรม แต่ที่นี่เป็นมหาวิหารแบบโกธิกที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นสถานที่เธอฝันถึง หญิงสาวเดินชมความงดงามข้างหน้าอย่างเพลิดเพลินและเก็บภาพอันงดงามด้วยกล้องถ่ายรูปสีชมพูหวานตัวโปรดที่พกติดตัวเสมอเวลามาเที่ยว
‘น้ำฟ้า เทวะประดิษฐ์’ หญิงสาวชาวไทยวัยยี่สิบสามปี มีใบหน้าสวยหวานแต่นิสัยตรงกันข้ามกับใบหน้าหวานละมุน เพราะเธอแสบซ่า ดื้อรั้นและเอาแต่ใจ น้ำฟ้าเป็นลูกสาวของ ‘เจ้าสัวธรากร เทวะประดิษฐ์’ ที่ถูกเลี้ยงและตามใจมาตั้งแต่เด็ก เพราะเธอสูญเสียมารดาไปตั้งแต่อายุสิบขวบ จึงทำให้เจ้าสัวธรากรรักและตามใจมาโดยตลอด และเพียงไม่นานเจ้าสัวธรากรก็ได้แต่งงานใหม่กับ “ไหมแก้ว” ซึ่งมีลูกชายติดมาหนึ่งคนชื่อว่า ‘เหมันต์ มุนินธร’ ซึ่งอายุห่างจากน้ำฟ้าถึงเจ็ดปี
น้ำฟ้าเดินสำรวจและเก็บภาพวิหารดูโอโมจนเป็นที่พอใจแล้ว เธอจึงลงมาจากวิหารและเดินลัดเลาะชมเมืองมิลานมาเรื่อย ๆ อย่างมีความสุข จนมาถึงถนนสายแฟชั่นของมิลานตรงพื้นที่สามเหลี่ยมตั้งแต่ดูโอโม กัลเลเรีย วิตโตริโอ เอมานูเอล พื้นที่แห่งนี้อุดมไปด้วยแหล่งช้อปปิ้งและมีของแบรนด์แนมชื่อดังอยู่กันครบถ้วน
“ว้าว! สุดยอด” หญิงสาวอุทานออกมาเบา ๆ เมื่อมองไปข้างหน้าเห็นร้านเสื้อผ้า กระเป๋า และเครื่องประดับที่มีชื่อเสียงของเมืองมิลาน ใบหน้าสวยเปื้อนด้วยรอยยิ้มของความสุขที่คุ้มค่ากับการหนีเที่ยวครั้งนี้
“อย่างนี้ต้องพลาดไม่ได้” นักช้อปปิ้งตัวยงพูดออกมาอย่างตื่นเต้น ก่อนจะเข้าไปดูร้านค้าต่างๆ ที่ดูน่าสนใจ เธอเข้าร้านนั้นออกร้านนี้อย่างสนุกพร้อมกล้องถ่ายรูปคู่ใจที่เก็บภาพต่างๆ ที่น่าสนใจด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข
และนึกดีใจที่เธอคิดไม่ผิดที่หนีพี่ชายต่างสายเลือดมา หลังจากขออนุญาตอยู่นานแต่พี่ชายที่เธอเคารพนับถือไม่อนุญาตให้เธอมาที่อิตาลี และคนอย่างเธอถ้าอยากไปที่ไหนแล้วก็ต้องไปให้ได้ เธอจึงหนีมาโดยยังไม่มีใครรู้
ระหว่างที่น้ำฟ้าเดินชมร้านค้าอย่างสบายอารมณ์ มีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียงจับจ้องมองเธออยู่ตลอดเวลา ขณะที่น้ำฟ้าเลือกดูสินค้าอยู่นั้นได้มีชายร่างสูงโปร่งเดินตรงดิ่งมาทางเธอ โดยที่น้ำฟ้าไม่ทันสังเกตเห็นและระวังตัว ก็ต้องสะดุ้งอย่างตกใจเมื่อถูกชายร่างสูงโปร่งตรงเข้ากระชากกระเป๋าสะพายของเธอหนีไป
“ช่วยด้วย ! ช่วยด้วยค่ะ...” น้ำฟ้าตะโกนลั่นด้วยความตกใจ พร้อมวิ่งตามชายร่างสูงโปร่งที่บังอาจมากระชากกระเป๋าเธออย่างแค้นใจ เสียงตะโกนของเธอมีเพียงสายตามองตามเท่านั้น แต่กลับไม่มีใครคิดจะลงมือช่วยเลยสักคน
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ ไอ้หัวขโมย” น้ำฟ้าตะโกนลั่นด้วยภาษาอังกฤษ และวิ่งตามไปอย่างไม่ลดละจนถึงตรอกซอยแคบๆ
น้ำฟ้าหยุดวิ่งอย่างเหนื่อยหอบและจ้องมองด้านหลังของหัวขโมยที่หยุดวิ่งตามคำเรียกร้องของเธอ แต่แล้วน้ำฟ้าก็ต้องถอยหลังไปทีละก้าวๆ ก่อนจะหันหน้าแล้ววิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต พร้อมเสียงวิ่งตามของชายฉกรรจ์นับสิบคนที่วิ่งตามอย่างชอบใจที่ได้เล่นเกมวิ่งไล่จับหนูกับเธอ
ตึก ๆ ๆ
เสียงฝีเท้าวิ่งไล่ตามมาติดๆ ทำให้น้ำฟ้าวิ่งหลบเข้ามาในตรอกซอยแคบๆ ด้วยความหวาดหวั่น แต่เมื่อเห็นชายร่างสูงยืนพิงกำแพงในตรอกซอยนั้น และด้วยความกลัวก่อเกิดขึ้นในใจทำให้เธอลงมือทำบางอย่างที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน เธอโผวิ่งเข้าโอบกอดต้นคอของชายแปลกหน้าพร้อมดึงใบหน้าชายหนุ่มมาประกบริมฝีปากจูบ เพื่อหวังจะหลุดพ้นจากสายตาชายฉกรรจ์นับสิบที่วิ่งตามเธอมา โดยไม่ได้สังเกตว่าห่างออกไปมีชายชุดดำนับสิบคนยืนดูด้วยความตกใจ
เสียงฝีเท้าชายฉกรรจ์ที่วิ่งตามเธอเงียบลงพร้อมใจพากันถอยหลังจากไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นหญิงสาวเป้าหมายอยู่กับใครบางคนที่พวกเขารู้จักดี!
เมื่อความเงียบเข้าครอบงำ ทำให้น้ำฟ้าถอนริมฝีปากออกชายหนุ่มแปลกหน้าที่เธอกล้าไปจูบกับเขาอย่างเขินอาย และเมื่อเห็นสายตาของชายแปลกหน้าที่เธอกระโดดจูบ จ้องมองลงมาที่เธอคล้ายกับโกรธเธอมาเป็นสิบชาติ ก็ทำให้น้ำฟ้าถึงกับก้าวถอยหลังออกห่างอย่างหวาดหวั่น แต่แล้วใบหน้าหวานละมุนก็แดงระเรื่อเมื่อมองเห็นผู้ชายใส่สูทสีดำยืนมองเธออยู่นับสิบคน
“เออ... ฉันไปดีกว่านะ” น้ำฟ้าบอกอย่างหวาดเกรง และถอยหลังหนีอย่างหวาดหวั่น แต่ก็ต้องสะดุ้งตกใจเมื่อชายร่างสูงที่เธอกระโดดจูบเมื่อสักครู่คว้าแขนเธอเอาไว้
“เธอเป็นใคร ใครส่งเธอมา ?” เสียงทุ้มหนักแน่นทุกคำพูดถามด้วยภาษาอิตาเลียน และดึงร่างของหญิงสาวเข้ามาใกล้พร้อมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาเธออย่างจับผิด
น้ำฟ้าพยายามแกะมือชายหนุ่มออกจากแขนของเธอ แต่ต้องหน้านิ่วเมื่อมือเรียวแข็งแรงของเขาจับเอาไว้แน่น พร้อมดึงตัวเธอมาใกล้ใบหน้าคมคายแต่หล่อเร้าใจด้วยความหวาดหวั่น ดวงตาสีอำพันดูดุดันอย่างมีอำนาจและมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามอย่างเธอ คิ้วสีน้ำตาลเข้มที่ดูเหมาะกับดวงตาคมดุ จมูกโด่งรับกับใบหน้าคมคายและริมฝีปากที่เธอสัมผัสแดงระเรื่อ เพราะความจูบไม่เป็นของเธอจึงดูเหมือนเธอไปกัดริมฝีปากเขามากกว่าการจูบ
“ฉันฟังที่คุณพูดไม่รู้เรื่อง” น้ำฟ้าตอบด้วยภาษาอังกฤษและจ้องตอบอย่างไม่ยอมให้ใครมาสยบเธอง่ายๆ
‘เซเลโน่’ หรี่ตามองหญิงสาวร่างบางตรงหน้าอย่างพิจารณา ก่อนจะถามเธออีกครั้งด้วยภาษาอังกฤษเมื่อรู้ว่าเธอไม่ใช่คนที่อิตาเลียน
“ใครส่งเธอมา ?” เซเลโน่ถามขึ้นอีกครั้งพร้อมจ้องมองหญิงสาวอย่างไม่วางสายตา เพราะเธอผู้นี้บังอาจมาขโมยจูบเขาต่อหน้าลูกน้องนับสิบ และอยากจะหัวเราะหญิงสาวที่กล้าจูบผู้ชายอย่างเขาแต่กลับจูบไม่เป็น!
‘เซเลโน่ อัลซาโก’ หัวหน้าแก๊งฟลูไมน์ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในแคว้นลอมบาร์เดียและเป็นนักธุรกิจที่น่าเกรงขามของเหล่าบรรดานักธุรกิจทั้งหลายทั้งอิตาลีและต่างประเทศ ชื่อเสียงไม่ต้องพูดถึงหากใครได้ยินชื่อว่าเซเลโน่ อัลซาโกทุกคนก็ต่างถอยหนีอย่างหวาดกลัว
เพราะชายร่างสูงคนนี้ไม่ได้มีความสามารถแค่การบริหารจัดการบริษัทให้มั่งคั่งเพียงอย่างเดียว แต่กลับมีฝีมือในการต่อสู้ทุกรูปแบบ จนเป็นที่หวาดกลัวของแก๊งตรงกันข้ามอย่างเช่นแก๊งเดลล่าที่มี ‘มาริโน่’ เป็นหัวหน้า และเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของแก๊งฟูลไมน์
น้ำฟ้ามองหน้าเซเลโน่ด้วยความงุนงง เธอมาเที่ยวแล้วเกี่ยวอะไรกับใครส่งเธอมา
“ฉันมาเอง” น้ำฟ้าตอบกลับตามที่เธอเข้าใจ พร้อมจ้องมองชายหนุ่มแปลกหน้าที่จับแขนเธอเอาไว้ไม่ยอมปล่อยเเสียที
“อย่ามาโกหกเธอต้องการอะไรจากฉัน ?” เซเลโน่ตะคอกเสียงถามตามอารมณ์ที่เริ่มหงุดหงิดมากขึ้นและจับหญิงสาวแน่นขึ้นเมื่อเธอพยายามบิดแขนออกจากกำมือของเขา
“ฉันไม่ต้องการอะไร ปล่อยฉันได้แล้วฉันเจ็บนะ” น้ำฟ้าตอบกลับอย่างฉุนเฉียว และพยายามดึงแขนตัวเองออกจากมือเรียวแต่แข็งแรงของอีกฝ่ายอย่างเหนื่อยใจที่เขาไม่ยอมปล่อยเธอสักที
“เอาตัวเธอไป” เซเลโน่ผลักน้ำฟ้าส่งให้ลูกน้อง พร้อมเดินออกจากตรอกซอยเล็กๆไปโดยมีลูกน้องเดินตามนับสิบคน
“ปล่อยฉันนะ มาจับฉันทำไม !?” น้ำฟ้าตะโกนลั่น และพยายามดิ้นหนีจากกำมือของชายแปลกหน้าอีกสองคน ที่ลากเธอให้เดินตามชายร่างสูงที่หล่อเร้าใจ แต่คุยกันไม่รู้เรื่องอย่างเจ็บใจ
เสียงตะโกนของน้ำฟ้าทำให้ผู้คนหันมามองทางเดียวกัน ก่อนจะหันหน้าหนีและเดินจากไปโดยไม่มีใครคิดจะเข้ามาช่วยเธอสักคน
“ให้ตายสิ ! คนที่นี่ไม่มีน้ำใจกันเลยหรือไงนะ”
น้ำฟ้าตะโกนออกมาอย่างโมโหเมื่อไม่มีใครคิดจะช่วยเธอ ก่อนจะเข้าไปในรถลีมูซีนคันงามตามแรงผลักของชายชุดดำที่ลากเธอมา แม้เธอจะพยายามดิ้นแค่ไหนก็ไม่สามารถหลุดจากกำมือของชายชุดดำได้ ซ้ำยังถูกมัดมือและปิดปากไว้อย่างน่าโมโห ตอนนี้เธอก็ได้แต่จ้อง กัด จิกตากับชายร่างสูงที่ยอมให้เธอนั่งรถคันเดียวกับเขา เธอไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร รู้แค่ว่าเขาเป็นคนที่เย็นชาและดูเยือกเย็นที่สุดเท่าที่เธอรู้จักมา
ใบหน้าหล่อเหลา นัยน์ตาคมเฉียบที่สะกดทุกอย่างให้หยุดนิ่ง จมูกโด่งและใบหน้าคมสันดูมีเสน่ห์อย่างน่าค้นหา และทำให้น้ำฟ้าอยากเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าที่แสนเย็นชาของชายแปลกหน้า ที่เธอไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อ
แต่การที่น้ำฟ้ามาเหยียบที่อิตาลีครั้งนี้ กลับทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปตลอดการ พร้อมการเริ่มต้นชีวิตที่อิตาลีจึงเกิดขึ้นอย่างที่เธอไม่คาดฝันอีกต่อไป...
คฤหาสน์หรูสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนตกแต่งสวนอย่างสวยงามและดูใหญ่โตจนน่าตกใจ ทำให้ น้ำฟ้าเดินเข้าไปภายในบ้านตามแรงฉุดของชายร่างสูงที่ลากเธอเข้ามาด้วย แต่เธอกลับไม่สนใจชายหนุ่มร่างสูงเลยสักนิด นอกจากสำรวจบ้านหลังใหญ่อย่างตื่นเต้น น้ำฟ้าคิดว่าบ้านที่เมืองไทยเธอใหญ่แล้วแต่กลับมาเห็นคฤหาสน์ที่นี่ใหญ่โตยิ่งกว่า ซ้ำยังมีลูกน้องยืนอยู่เป็นจุดๆ อยู่ภายในและนอกบ้านเหมือนเธอหลุดเข้ามาในถิ่นของพวกมาเฟียไม่มีผิด
เซเลโน่ผลักหญิงสาวร่างบาง ไปที่โซฟากำมะหยี่สีเลือดนกอย่างหงุดหงิดใจที่เธอไม่สนใจอะไร นอกจากสำรวจบ้านเขาอย่างเดียว เหมือนพวกนกต่อไม่มีผิด
“บอกฉันดีๆก็ได้ ไม่เห็นต้องผลักเลย” น้ำฟ้าแหวใส่เซเลโน่อย่างไม่พอใจ พร้อมจ้องมองชายหนุ่มอย่างไม่ยอมแพ้ แต่ก็แอบดีใจอยู่นิดๆ ที่ชายหนุ่มยังแก้มัดให้และยังเปิดปากให้เธอพูดได้บ้าง
“คราวนี้ เธอจะบอกฉันได้หรือยังว่าเธอเป็นใคร และใครส่งเธอมา ?” เซเลโน่กอดอกยืนจ้องหญิงสาวร่างบางตรงหน้าอย่างจับผิด เพราะเขาไม่รู้ว่าเธอเป็นใครมาดีหรือร้ายหรือสิ่งที่ลงมือทำเป็นเพียงแค่การบังเอิญเท่านั้น
“ฉันไม่เข้าใจสิ่งที่คุณถาม และที่ฉันเป็นใครแล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วย” น้ำฟ้านั่งไขว้ห้างกอดอกตอบชายหนุ่มอย่างสบายอารมณ์ เมื่อถูกปล่อยให้เป็นอิสระจากการผูกมัดและถามกลับอย่างไม่เข้าใจ
คำถามของหญิงสาวร่างบางตรงหน้า แทบทำให้เซเลโน่หมดความอดทน อีกทั้งกิริยาท่าทางนั่งสบายของเจ้าหล่อนที่ดูไม่หวั่นเกรงเขาสักนิดมันทำให้เขาเริ่มไม่พอใจ
“ฉันจะถามเธอเป็นครั้งสุดท้าย ใครส่งเธอมา?” เซเลโน่เดินเข้ามาใกล้หญิงสาวมากขึ้น และกระชากเธอลุกขึ้นมาตอบคำถามของเขา
“ไม่มีใครส่งฉันมาทั้งนั้น ฉันมาที่นี่เพราะต้องการมาเที่ยวเท่านั้น” น้ำฟ้าตอบกลับอย่างฉุนเฉียวและสะบัดแขนออกจากมือเรียวแข็งแรงอย่างโมโห ก่อนจะผลักเซเลโน่ให้ถอยออกห่างอย่างไม่พอใจ
เซเลโน่เซถอยเล็กน้อยเพราะไม่ทันตั้งตัว อีกทั้งไม่คิดว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ จะกล้าผลักคนอย่างเขาที่ไม่เคยยอมให้ใครมาลูบคมได้ง่ายๆ ก่อนจะกระชากหญิงสาวเข้ามาใกล้มากขึ้น พร้อมกอดรัดเธอเอาไว้ในอ้อมแขนเพื่อไม่ให้เธอดิ้น
“ปล่อยฉันนะ คุณไม่มีสิทธ์มาทำกับฉันอย่างนี้นะ” น้ำฟ้าเงยหน้ามองและต่อว่าด้วยความโกรธ ใบหน้าหวานแดงระเรื่อด้วยความอาย เมื่อเซเลโน่ก้มหน้าเข้ามาใกล้ใบหน้าหวานมากขึ้นจนเธอไม่กล้าดิ้นอีก กลัวว่าหากดิ้นอีกนิดปากเธอคงได้จูบแก้มของอีกฝ่ายแน่ ๆ