“เฮ้ย...เสร็จสักที” หนูนา หรือ นีน่า ถอนหายใจอย่างโล่งอก หลังจากทำความสะอาดห้องพักนักร้องชื่อดังของอเมริกา ที่ตอนนี้ไปทัวร์คอนเสิร์ตมีกำหนดกลับวันนี้ หนูนา หรือ นีน่า ที่ต้องมีสองชื่อเพราะตอนนี้เธอกำลังศึกษาระดับปริญญาโทอยู่ที่ประเทศอเมริกาด้วยแหล่งเงินทุนของตัวเอง จึงต้องหางานทำระหว่างเรียนสำหรับค่าอยู่ค่ากิน ‘นีน่า’ จึงเป็นชื่อที่คนที่นี่ใช้เรียกเธอ เพื่อง่ายต่อการออกเสียงสำหรับชาวตะวันตก
วันนี้เธอรีบเข้าสตูดิโอของค่ายเพลงดังแห่งหนึ่งในอเมริกา เพื่อรีบจัดการงานที่ได้รับว่าจ้างเพราะช่วงบ่ายเธอมีเรียน หนูนาได้งานที่นี่เมื่อสองอาทิตย์ก่อนจากการช่วยเหลือของรุ่นพี่ในมหาวิทยาลัยเดียวกัน ที่ช่วยแนะนำให้ในตำแหน่งพนักงาน Part Time ที่ดูแลเรื่องทั่วไปที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด สำหรับหนูนางานจะหนักแค่ไหน เธอไม่เกี่ยงอยู่แล้ว ขอให้เป็นงานสุจริตเพราะการเป็นนักศึกษาจะหางานทำในต่าแดน...มันไม่ง่ายเลย
เกือบสองเดือนแล้วที่เธอเข้ามาเป็นนักศึกษาในอเมริกา ตอนนี้เธอกำลังเรียนปรับภาษาปรับพื้นฐานให้ครบสามเดือน เธอจะต้องอยู่ที่นี่อีกสองปีตามหลักสูตรการศึกษา ด้วยค่าครองชีพที่สูงสำหรับหญิงสาวที่มีต้นทุนชีวิตที่ต่ำ เธอทำงานหาเงินเรียนตั้งแต่เริ่มเรียนมหาวิทยาลัยในเมืองไทยแล้ว และหลังจากเรียนจบก็ทำงานในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในเมืองไทย เพื่อเก็บเงินเก็บประสบการณ์ เพื่อที่จะมาเรียนต่อที่อเมริกา
หนูนายังหารายได้พิเศษจากการเป็นนักเขียนนวนิยาย นามปากกาว่า ‘รุ่งอรุโณทัย’ ให้กับสำนักพิมพ์ในไทยด้วย ถึงแม้ผลงานของเธอจะมีออกมาแค่สองเล่ม แต่ก็เป็นที่ชื่นชอบและมียอดจำหน่ายระดับที่พอให้เธอมีเงินทุนในการเรียนต่อ ตอนนี้เธอพักงานเขียนมากว่าห้าเดือนแล้ว เนื่องจากไม่มีเวลาและยังคิดเรื่องใหม่ไม่ออก ซึ่งทางสำนักพิมพ์ได้สอบถามเธอมาเป็นระยะเช่นกัน
ทันใดนั้นเมื่อสายตาเหลือบหันไปมองนาฬิกาข้างผนัง “ว้ายยยย!!!!...สายแล้ว” ร้องบ่นกับตัวเองเป็นภาษาไทยรีบเก็บของและหยิบเป้คู่ใจวิ่งออกจากห้องไป โดยไม่รู้ตัวว่าได้ทำบางอย่างร่วงจากช่องกระเป๋าเล็กของเป้ที่ปิดไม่สนิท
“แกร้ง...”
หลังจากหนูนาออกไปได้ไม่นาน ประตูห้องพักก็ถูกผลักเข้าอีกครั้งโดยเจ้าของห้องในสตูดิโอแห่งนี้ ซึ่งหลังจากผ่านการทัวร์คอนเสิร์ตตลอดสองเดือนที่ผ่านมาของทวีปเอเซียในหกประเทศ ปีเตอร์ มาร์ส นักร้องหนุ่มที่กำลังถูกล่าวถึงเป็นอย่างมากอีกหนึ่งคน ด้วยวัยยี่สิบเก้าปี อเมริกันโดยแท้ มากมายด้วยความสามารถทั้งในการร้องเพลง เล่นดนตรี แต่งเพลง แต่กลับมีเบื้องหลังชาติกำเนิดที่ไม่ธรรมดาเหนือกว่าความสามารถทางดนตรี...และอีกทั้งยังเพียบพร้อมในเรื่องของรูปร่างหน้าตาที่ทำให้สาวๆเห็นแล้วต้องโหวตให้เขาติดอันดับหนึ่งในสิบของผู้ชายเซ็กซี่ที่เป็นที่ต้องการของหญิงแท้และหญิงเทียม
“อืม!...” ทันทีที่ปีเตอร์ก้าวเข้ามาก็แปลกใจกับสภาพห้องที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ความสะอาดเป็นระเบียบที่มีมากกว่าที่ผ่านมา มีกลิ่นหอมอ่อนๆเมื่อได้กลิ่นแล้วก็รู้สึกผ่อนคลาย พร้อมด้วยแจกันดอกไม้ที่มีดอกไม้สดที่เขาก็ไม่แน่ใจในชื่อเพราะมีหลายชนิด แต่ที่แน่นอนคือดอกกุหลาบสีขาวที่มีมากกว่าดอกไม้ชนิดอื่น เห็นแล้วทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นไปอีก
WOW!!!
THE GOODNESS!!!!
เมื่อสมาชิกในวงต่างก็เดินตามกันมาร้องอุทานด้วยความประหลาดใจ ต่างก็คิดว่า...เกิดอะไรขึ้นกับห้องพักของพวกเขากัน
จอนนี่ หนึ่งสมาชิกในวงก็ถอยออกมาจากห้อง เพื่อมองขึ้นไปที่ป้ายตรงประตูว่า...ใช่ห้องพักของพวกเขาไหม? เพราะอาจเป็นไปได้ที่พวกเขาจะเข้าผิดห้องแต่เมื่อเห็นป้ายก็ยังเป็นชื่อ ปีเตอร์ มาร์ส ไม่ผิด!! แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับห้องของพวกเขา หลังจากกลับทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้
ปีเตอร์ซึ่งตอนนี้อยู่ข้างหน้าทุกคน เดินไปที่โซฟาที่วางอยู่ริมห้องอีกฝั่ง ขณะที่กำลังจะนั่งก็รู้สึกถึงว่ากำลังเหยียบอะไร ก้มมองดูเห็นเป็นพวงกุญแจมีกุญแจอยู่สามดอกที่มีพวงกุญแจเป็นตุ๊กตาเด็กผู้หญิงตัวเล็กผมหยิกยาวในชุดเอี๊ยมกางเกงยีนส์ขายาว และตรงหน้าอกปักตัวอักษรที่เขาอ่านไม่ออก แต่จากที่เขาพึ่งไปทัวร์คอนเสิร์ตล่าสุด ซึ่งหนึ่งในนั้นมีประเทศไทย น่าจะเป็นภาษาไทยเพราะพอคุ้นๆอยู่บ้าง
“อะไร?” สตีฟ อีกหนึ่งสมาชิกในวงถามหลังจากเดินมานั่ง
“กุญแจนะ คงเป็นของใครมาทำตกไว้” ขณะที่พูด ตาก็มองอยู่ที่หน้าตุ๊กตาแอบยิ้มนิดๆ โดยที่ไม่มีใครได้ทันสังเกตุเห็นรอยยิ้มนั้น และคิดว่า ‘น่ารักดี!’
“ว่าแต่ว่า มันเกิดอะไรขึ้นในห้องพักของพวกเรากัน” ไรอัล สมาชิกอีกคนหนึ่งที่อายุมากที่สุดในวงด้วยวัยสามสิบสองปี กล่าวออกมาด้วยเสียงที่ราบเรียบตามลักษณะนิสัยที่ใจเย็น
“ก๊อก..ก๊อก!!!” ซึ่งยังไม่มีใครได้พูดหรือถกเถียงกันต่อถึงห้องพักที่เปลี่ยนไป เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเพื่อขออนุญาตเปิด ปรากฎร่างชายใส่สูทชาวอเมริกันเข้ามา
“เป็นไงบ้างทุกคน คงเหนื่อยกันละสิ” ทักด้วยร้อยยิ้ม และกวาดสายตามองรอบๆห้องพร้อมกับยิ้มและคิดในใจ “นีน่าใช้ได้จริงๆ” เพราะตัวเขาเองก็ไม่ได้เข้ามาห้องนี้นานกว่าสองอาทิตย์แล้ว ครั้งสุดท้ายก็ตอนที่พานีน่ามา
“สวัสดีครับ...นิดหน่อยครับ” ไรอัลหันไปมองและทักทายพร้อมตอบคำถามแทนทุกคนเป็นประจำอยู่แล้ว เพราะใครจะรู้นักร้องของวงอย่างปีเตอร์กลับเป็นคนที่พูดน้อยที่สุด เขาจะนั่งเงียบๆ แต่เมื่อขึ้นเวทีเขากลับเป็นอีกคนไม่ว่าจะร้องเพลงและคุยกับแฟนเพลงพร้อมด้วยรอยยิ้มที่แทบจะไม่มีใครได้เห็นเลยถ้าเป็นเวลาอื่น
“คุณเอียน พอจะทราบไหมครับ...ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่” พอล สมาชิกคนสุดท้ายของวงที่อายุน้อยที่สุดเพียงยี่สิบห้าปี เป็นฝ่ายเอ่ยถาม ซึ่งจอนนี่และสตีฟพวกเขาเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันกับปีเตอร์
ปีเตอร์เมื่อได้ยินก็ละสายตาจากตุ๊กตาพวงกุญแจในมือมองมาที่เอียน ผู้จัดการที่กำลังเดินมานั่งที่เก้าอี้ที่ว่างใกล้ๆ อย่างคุ้นเคยโดยไม่จำเป็นต้องเชิญ
“ นีน่า นักเรียนไทยที่มาทำงานพาร์ทไทม์ที่นี่ เธอมีหน้าที่ดูแลพวกคุณและทุกอย่างในสตูดิโอแห่งนี้ สงสัยคงมีเรียนคิดว่าพรุ่งนี้คงได้เจอกัน แล้วจะมาแนะนำให้พวกคุณรู้จัก” เมื่อได้รับคำตอบทุกคนต่างก็พยักหน้าเป็นที่รับรู้ และคุยกันในเรื่องการทัวร์คอนเสิร์ตที่ผ่านมาเป็นปกติ และเป็นที่รู้และเข้าใจว่าหนึ่งในนั้นจะมีผู้ฟังที่ดี นานๆจะมีคำพูดออกมาเมื่อจำเป็นต้องแสดงความเห็นความคิดและตอบคำถามต่อผู้ร่วมงานที่เปรียบเสมือนพี่น้อง ที่รู้จักและร่วมงานกันมากว่าแปดปีแล้ว
❅❈❅❈❅❈❅❈
“อยู่ไหนเนี่ย!....” หนูนาบ่นพร้อมกับก้มๆเงยๆ และสลับนอนราบไปกับพื้น ซึ่งเธอกำลังหาพวงกุญแจที่คิดว่าน่าจะทำร่วงในห้องพักสตูดิโอแห่งนี้แถวบริเวณโซฟาที่เธอวางเป้ก่อนออกจากห้องไปตอนเที่ยงของวันนี้ เมื่อเธอหมดคราสเรียน ตั้งใจจะไปแจ้งต่อสเตฟานคุณลุงใจดีชาวอิตาเลี่ยนที่รับเธอเข้าทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟก่อนหน้านี้ เพราะเธอไม่สามารถมาทำได้อีกสักพัก เพราะเมื่อกลุ่มศิลปินกลับมาจากทัวร์คอนเสิร์ต นอกจากเวลาที่เธอไปเรียนเวลาที่เหลือเธอต้องมาอยู่ที่สตูดิโอเพื่อทำหน้าที่ที่ได้รับว่าจ้างไว้ ตามที่ได้ตกลงกับคุณเอียนไว้ก่อนหน้านี้
“ทำไงดี...ถ้าหาไม่เจอ แล้วคืนนี้จะนอนที่ไหนละเนี่ย!!! นี่ก็จะสามทุ่มแล้ว ถ้าต้องไปติดต่อเจ้าของหอพักตอนนี้ มันไม่ควรเลย!!!!” หนูนาหาจนทั่วแล้วก็ไม่เจอ ได้แต่นั่งขาพับอยู่กับพื้นบ่นกับตัวเอง เพราะตอนนี้เธอทั้งเหนื่อยและง่วงมากๆ วันนี้เธอต้องตื่นมาตั้งแต่เช้า เพื่อมาปฎิบัติภาระกิจประจำของวันนี้...
ขณะที่กำลังกลุ้ม สายตาก็มองไปรอบๆก็คิดได้ว่า ตั้งแต่เธอเข้ามา ก็ไม่เจอใครในนี้ เพราะตามที่ได้รับแจ้งจากคุณเอียน กลุ่มศิลปินจะมีการทำงานกันทั้งคืน เพราะเวลาส่วนใหญ่ถ้าพวกเขาไม่ออกทัวร์คอนเสิร์ตหรือมีการถ่ายทำนอกสถานที่ ทุกคนก็จะใช้เวลาอยู่ในห้องนี้เพื่อทำงานเพลงกัน แต่วันนี้!ตอนที่เธอกลับเข้ามาในสตูดิโออีกครั้งอย่างไม่ตั้งใจ เพื่อมาหาพวงกุญแจหอพักเธอกลับไม่พบใคร
“ขอนอนที่นี่แล้วกันนะ!!!...สำหรับคืนนี้” เมื่อคิดได้ดังนั้นโซฟาข้างตัวก็ขอเป็นที่พนักเพื่อที่จะไปเฝ้าพระอินทร์แล้วกัน
ถึงแม้ห้องพักสตูดิโอแห่งนี้ จะมีห้องนอนเพื่อเป็นที่พักของกลุ่มศิลปิน ยามอ่อนเพลียจากการทำงานพวกเขาสามารถนอนพักผ่อนที่นี่ได้เลย แต่หนูนาก็ไม่คิดจะไปนอนในนั้น เพราะมันไม่สมควรอย่างยิ่ง สำหรับเธอคิดอย่างนั้น
“แกร็ก...” ขณะที่หนูนาเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว ก็มีเสียงลูกบิดประตูผลักเข้ามา ปีเตอร์มองเข้ามาในห้องที่มืด เพราะนี้เป็นเวลาเกือบสี่ทุ่มหลังจากที่ออกไปฉลองกับกลุ่มเพื่อนๆ เพราะวันนี้เป็นวันที่แปด ตุลาคม วันคล้ายวันเกิดอายุครบยี่สิบเก้าปี ทั้งผู้จัดการและเพื่อนๆต่างร่วมฉลองกันเป็นปกติเหมือนกันทุกคน แต่ครั้งนี้เขากลับขอตัวกลับก่อน เนื่องจากมีเหตุผลที่ตัวเองก็ไม่เข้าใจ ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับพวงกุญแจที่เก็บได้เมื่อตอนเที่ยง
ปีเตอร์มองเข้ามาในความมืดด้วยสีหน้าที่ผิดหวัง และขณะกำลังจะถอยพร้อมปิดประตู ก็ต้องชะงัก! เพราะได้ยินเสียงบางอย่างซึ่งเป็นจังหวะที่หนูนากำลังพลิกตัว ปีเตอร์เพ่งสายตาไปที่บริเวณโซฟาก็เห็นบางอย่าง จึงเปิดไฟดวงเล็กเพียงหนึ่งดวงและเดินเข้ามาข้างในอย่างช้าๆและเงียบๆ เพราะเขาค่อนข้างมั่นใจว่ามีใครบางคนกำลังใช้โซฟาที่เขาชอบนั่งใช้ความคิด เป็นที่พักผ่อนไปแล้วตอนนี้ ปีเตอร์ค่อยๆเดินไปนั่งชันเข่าและจ้องมองหญิงสาวที่เขามั่นใจว่าเป็นเจ้าของพวงกุญแจ เพราะเธอมีผมที่หยิกยาวเป็นลอนแบบธรรมชาติคล้ายตุ๊กตาพวงกุญแจ หน้าผากนูน คิ้วเข้มหนาได้รูปอย่างเป็นธรรมชาติ ขนตายาวงอนยามที่หลับสนิท จมูกเชิดนิดๆแสดงถึงว่าเจ้าของเป็นคนดื้อเล็กๆ ปากอิ่มได้รูป เป็น ผู้หญิงที่รูปหน้าสวยคมแบบคนเอเชียโดยแท้ผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียด ปีเตอร์ไล่สายตาไปเรื่อยๆรูปร่างที่อยู่ภายใต้เสื้อโค้ชที่ตอนนี้มีหน้าที่อีกอย่างคือเป็นผ้าห่มคลุมล่างเล็กบอบบางเกือบมิดชิด...
“ทำไมหัวใจต้องเต้นแรงแบบนี้” ปีเตอร์บ่นกับตัวเองขณะจ้องมองพิจารณาหญิงสาวตรงหน้า “ถ้าให้นอนตรงนี้ คงน่าสงสารแย่” เมื่อคิดได้ดังนั้น ปีเตอร์ค่อยๆเข้าไป และค่อยๆช้อนตัวเธออย่างระมัดระวังอย่างอ่อนโยน ขณะที่กำลังช้อนตัวเธอขึ้นเข้าสู่วงแขน เขาก็ต้องกลั้นใจ!! เพราะเกรงว่าเธอจะตื่นเมื่อเธอขยับตัวปีเตอร์หยุดการเคลื่อนไหวโดยทันที แต่แล้วเมื่อมั่นใจว่าเธอคงหลับสนิท ขณะที่อุ้มเธอนั้นสายตาก็ไม่ได้ละจากใบหน้าคมหวานเลย และสายตาก็มาหยุดที่ริมฝีปากอิ่ม แอบคิดว่าจะนุ่มและหวานแค่ไหนนะถ้าได้สัมผัส เมื่อมาถึงห้องนอนในสตูดิโอก็ค่อยๆบรรจงวางเธอลงอย่างเบามือพร้อมลากผ้าห่มคลุมกายให้ และนั่งมองหน้าที่ตอนนี้หลับอย่างสบายโดยไม่รู้ตัวว่าถูกจ้องมอง
ปีเตอร์ค่อยๆก้มหน้าเข้าไปใกล้อย่างเคลิบเคลิ้มและลืมตัวจุมพิตที่หน้าผากนูน ดวงตาที่ปิดสนิท จมูกที่รั้น และริมฝีปากอิ่มอย่างลืมตัว และต้องกลั้นใจอีกครั้งเมื่อเธอขยับตัวอีกครั้ง เขาต้องค่อยๆถอยออกห่างร่างบางอย่างเสียดาย และเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ ไม่อยากรบกวนเวลาบรรทมของ “นางฟ้าของเขา”
“เอ๊ะ!!!…”
ปีเตอร์รู้สึกตกใจกับความคิดของตัวเองที่ตอนนี้ออกมานั่งที่โซฟาที่เธอใช้เป็นที่พักผ่อนก่อนหน้านี้ ว่าเพียงแค่เก็บพวงกุญแจและเห็นเจ้าของพวงกุญแจในยามหลับ ทำให้เขาเกิดความรู้สึกอยากเป็น ‘เจ้าของเธอ’ และเก็บเธอไว้เป็นของเขา เป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยมีและเกิดขึ้นแม้กับเจซี เขาจ้องมองตุ๊กตาพวงกุญแจในมืออย่างกับมันสามารถทดแทนใบหน้าที่นอนหลับอยู่ในห้องข้างๆได้ “ของขวัญวันเกิดปีนี้ช่างดีจริงๆ” และเผลอหลับไปตรงนั้น
“ฮื้ม...!” หนูนาค่อยๆบิดและขยับตัว เมื่อรู้สึกตัวน่าจะเช้าแล้ว และเมื่อค่อยๆลืมตามองไปรอบๆ “เอ๊ะ!!!...ที่นี่มัน....มานอนในนี้ได้ไงเนี่ย!!!” คำถามซึ่งไร้คำตอบ เพราะมองไปรอบๆในห้องมีแค่เธอ หนูนารู้สึกตกใจตื่นตาสว่างรีบลงจากเตียงหมุนรอบตัวเอง มองไปที่เตียงอย่างกับเห็นสัตว์ประหลาด ถึงแม้จะตกใจแต่เธอก็จำได้ว่านี่คือห้องนอนในสตูดิโอที่เธอเข้ามาเมื่อคืน และรีบสำรวจตัวเองก็ยังอยู่ในชุดเมื่อวานนี้เหมือนเดิม
เมื่อสติเริ่มกลับมาเกือบปกติ ก่อนจะออกจากห้องก็ไม่ลืมที่จะเก็บเตียงให้เรียบร้อย และค่อยๆแง้มประตูแอบมองว่าข้างนอกมีใครบ้าง แต่ทุกอย่างว่างเปล่าไม่มีใคร จึงค่อยๆเดินออกมาตรงที่โซฟา เธอเห็นเป้พร้อมพวงกุญแจวางไว้ข้างๆ แต่มีบางสิ่งหายไป คือ ตุ๊กตาที่แทนตัวเธอที่นีออนทำให้ก่อนเดินทางมาอเมริกา มันหายไป แต่ลูกกุญแจอยู่ครบ หนูนาคงต้องเก็บความสงสัยไว้ก่อน เพราะตอนนี้เธอต้องรีบออกจากที่นี่ เพราะอีกสองชั่วโมงเธอมีเรียนถึงเที่ยง และช่วงบ่ายเธอต้องมารายงานตัวกับกลุ่มศิลปิน ที่ต่อจากนี้เธอต้องเข้ามาดูแลพวกเขาตามหน้าที่
หนูนาไม่รู้ตัวเลยว่าพฤติกรรมท่าทางทุกอย่างของเธอ อยู่ในสายตาของใครบางคนที่ซ่อนตัวไม่อยากให้เธอได้เห็น และเมื่อเธอออกจากห้องไปปีเตอร์ก็เดินออกมาพร้อมที่ในมือมีตุ๊กตาที่ขโมยมาจากพวงกุญแจของเธอ
“บ้าหรือเปล่าว๊ะเรา นี่ถ้าเธอรู้คงคิดว่าเราโรคจิตแน่ๆ ที่โดนขโมยทั้งตุ๊กตาและ...จูบ” คิดไปก็ยิ้มกับตัวเองแบบที่ไม่เคยยิ้มมาก่อนเลยในความรู้สึกดีแบบนี้ และออกจากห้องไป โดยทิ้งระยะเวลาให้เธอล่วงหน้าไปก่อน
“ก๊อก...ๆๆๆ” เสียงเคาะประตูนำพร้อมกับประตูที่ถูกผลักเข้ามา อย่างไม่ต้องรอเสียงขออนุญาตต่อบุคคลภายในห้อง เพราะเป็นธรรมเนียมรู้กันอยู่แล้ว เมื่อมีไฟดวงเล็กๆสว่างที่หน้าประตู แสดงว่ามีเจ้าของห้องกลุ่มศิลปินกำลังทำงานอยู่ หนูนาค่อยๆเดินเข้าไปพร้อมปิดประตูเบาๆ และกวาดสายตามองไปรอบๆ ตอนนี้ทุกคนในวงอยู่ที่ตำแหน่งเครื่องดนตรีของแต่ละคน ทุกคนหยุดกิจกรรมทุกอย่าง และหันมามองที่สาวเอเชียร่างบางที่ยืนอยู่ใกล้ประตู ด้วยสีหน้าที่บอกความรู้สึกกันไปคนละแบบ
สำหรับหนูนาทราบดีอยู่แล้วว่าใครเป็นใคร เพราะพวกเขาคือกลุ่มศิลปินที่ดังมาก และไหนจะโปสเตอร์รูปพวกเขาที่ติดตามฝาผนังในห้องนี้อีก ถึงแม้ว่าเธอพึ่งจะรู้จักพวกเขาในนามเมื่อสองอาทิตย์ก่อน แต่พอมาเห็นตัวจริงไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกอย่างไร ถึงแม้เธอจะเป็นนักเขียนนิยายก็ตาม
“สวัสดีค่ะ! ฉันนีน่าค่ะ พวกคุณเรียกฉันเหมือนกับที่คนที่นี่เรียกได้เลย...คิดว่าพวกคุณคงพอจะทราบแล้วว่าฉันมีหน้าที่ดูแลพวกคุณที่นี่...”เงียบ!!!หลังจากที่หนูนาพูดจบก็ยังเกิดความเงียบภายในห้อง หนูนาเห็นสายตาของทุกคนที่ยังจ้องมาที่เธอโดยไม่มีใครได้เอ่ยอะไรเลย
“ฮะ..แอ้ม!”เสียงกระแอมของนักร้องนำดังขึ้นมา เพื่อทำลายความเงียบที่กำลังสร้างความอึดอัดให้สาวน้อยเพียงหนึ่งเดียวในห้องนี้ เรียกสติเพื่อนๆเขาที่ยังจ้องเธอตาไม่กะพริบกัน ซึ่งเขารู้สึกไม่ชอบสักเท่าไหร่ และทันทีที่ได้ยินเสียงนั้นหนูนามองตามต้นตอของเสียงเช่นเดียวกับคนอื่นๆ
“อืม...สวัสดีครับ ผมไรอัลเป็นตัวแทนของทุกคนยินดีต้อนรับครับ และหลังจากนี้รบกวนด้วยครับ” ไรอัลเป็นผู้กล่าวทักทายและต้อนรับหนูนาอย่างเป็นทางการและให้เกียรติสาวน้อยเพียงหนึ่งเดียว ณ ห้องแห่งนี้ และทุกคนก็กล่าวทักทายพร้อมแนะนำชื่อตัวเอง และคนสุดท้าย..
“ปีเตอร์...เรียกว่า ‘พีท’ แล้วกัน” หลังจากสิ้นเสียงไร้อารมณ์ของปีเตอร์เหล่าสมาชิกในวงได้หันและย้ายสายตามาที่ปีเตอร์ อย่าง งงๆ และอึ้งๆด้วยความประหลาดใจ เพราะต่างคนคงคิดไปทางเดียวกันว่าหญิงสาวตรงหน้าคง...ซึ่งทุกคนเข้าใจความหมายกันชัดเจนแค่เพียงสบตากันเอง
“พูดยาวแฮะ...” พอลพึมพำเบาๆและหันไปขยิบตากับไรอัล
หนูนาหันมายิ้มพยักหน้ารับกับคำทักทายกลับพร้อมแนะนำชื่อของทุกคนและจนมาถึงคนสุดท้ายนักร้องนำ ที่แนะนำตัวกับเธอแบบเย็นชาไร้ซึ่งรอยยิ้มหนูนาหุบยิ้มทันทีเมื่อได้สบตาคุณชายชาเย็น แต่แล้วจู่ๆเธอก็กลับยิ้มอีกครั้งทั้งใบหน้า เพราะทันทีที่เธอได้เห็นตัวจริงพร้อมกับได้ยินน้ำเสียงของเขาครั้งแรกพร้อมตั้งฉายาให้เพียงหนึ่งเดียวในกลุ่ม ไอเดียร์นิยายเรื่องใหม่ก็เกิดขึ้นทันทีซึ่งรอยยิ้มและแววตาของหนูนาไม่ได้รอดพ้นไปจากสายตาของปีเตอร์ได้เลย
“น่าจับมาชิมจริงๆ” เขาคิดได้ทันทีที่เห็น โดยไม่รู้ถึงเหตุผลเลยว่าการที่เธอแสดงสีหน้าและอารมณ์แบบนั้นเกิดจากอะไร เธอกำลังคิดอะไรอยู่ ซึ่งเขาอยากรู้จริงๆ อะไรในความคิดของเธอถึงทำให้เธอดูสดใสน่ามองมากมายขนาดนี้ ตาจ้องตากันจนไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน
พอล ละ จากเครื่องดนตรีประจำตำแหน่ง เดินตรงมาที่ “นีน่าพวกเราคงไม่ออกไปหาอะไรกิน...มื้อเที่ยงรบกวนนีน่าช่วยจัดการให้ด้วย ได้มั้ย?”
หนูนาตื่นจากภวังค์ไอเดียร์ที่มันพุ่ง “ เดี๋ยวคืนนี้จะไปปั่นโครงเรื่องเสนอสำนักพิมพ์”คิดได้ดังนั้น “ค่ะ...พวกคุณอยากทานอะไรกัน เดี๋ยวนีน่าจัดการให้...”
“ได้ทุกอย่างครับ พวกเราทานง่ายๆ แต่พีทแพ้ถั่วครับ”
“ค่ะ....รับทราบค่ะ...รอสักครู่นะคะ”
“OH!…WOW…” ทันทีที่หนูนาออกจากห้องไป เสียงเหล่าสมาชิกในวงก็ร้องออกมาแทบจะพร้อมกัน ยกเว้นปีเตอร์ที่แสดงสีหน้าไม่ค่อยพอใจกับเพื่อนร่วมวง เพราะรู้สึกหวงเธออย่างไม่เข้าใจตัวเอง
“ผู้หญิงไทยว่ากันว่าสวยแล้ว แต่นีน่าพ่วงด้วยความน่ารักน่าทะนุถนอมมาก…ว่ามั้ย พีท” จอนนี่พูดขึ้นมาพร้อมถามปีเตอร์ด้วยแววตาเจ้าเล่ห์สื่อความหมายบางอย่าง
“ไม่รู้สิ...คงต้องไปถามแคทรีนดูนะ” คำตอบของปีเตอร์ ทำเอาจอนนี่หุบยิ้มทันที
“ไอ้นี่! เล่นของสูง...แฮะ” จอนนี่ร้องออกมา
“Ha..Ha...Ha” เหล่ามาชิกที่เหลือต่างหัวเราะชอบใจ
“ก็อก...ก็อก...” เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งพร้อมเอียน ผู้จัดการก็ก้าวเข้ามาพร้อมปิดประตู
“ขอโทษ...ผมติดประชุมพึ่งเสร็จเลยให้นีน่าแวะเข้ามาแนะนำตัวกับพวกคุณก่อน” แล้วสายตาก็กวาดมองไปทั่วห้องเพื่อมองหาหญิงสาวที่เอ่ยนามออกไป
“เธอออกไปจัดการอาหารเที่ยงให้พวกเรา” ปีเตอร์ตอบข้อสงสัยจากสายตาของเอียน
“อืม!...ดี...ผมดีใจที่พวกคุณโอเคกับเธอ เธอเป็นเด็กดีและขยันมาก” เอียนพยักหน้ารับรู้พร้อมให้รายละเอียดเกี่ยวกับตัวหญิงสาวเพิ่ม
“นีน่า...มีแฟนหรือคนรักเหรอยัง?” สตีฟที่เงียบอยู่นานถามขึ้น พร้อมชายตาแอบไปมองนักร้องนำของวง เห็นว่ากำลังก้มหน้า แต่ท่าทางนิ่งๆแบบนั้น เขารู้ได้ทันทีว่าคงตั้งใจฟังคำตอบอยู่
“HA..HA...Ha เป็นคำถามที่ดีสตีฟ แต่ผมไม่แน่ใจในเรื่องนี้ มันเรื่องส่วนตัวของเธอ...แต่เท่าที่รู้จักเธอมากว่าสองสัปดาห์ ผมไม่เคยเห็นใครที่นี่ที่เธอจะสนิทเป็นพิเศษ เพราะเท่าที่รู้คือเธอทำงานสองที่ คือที่ร้านอาหารอิตาเลี่ยนกับที่นี่และไปเรียน เพราะฉะนั้นเสียใจด้วยนะ ผมไม่รู้จริงๆพวกคุณคงต้องสังเกตและถามเธอเอง...”
“เฮ้ย!!!...” สตีฟร้องอย่างเสียดาย “ว่าแต่ว่าคุณเอียน มีอะไรเหรอเปล่าครับ” ถามต่อทันที
“ไม่มีอะไร...พวกคุณซ้อมต่อเถอะ ผมไม่กวนแล้ว แค่เข้ามาดูความเรียบร้อย...ถ้างั้นผมขอตัว” ก่อนจะเดินออกจากห้องเอียนหันกลับมาพูด“ ผมลืมบอก นีน่าเขาจะมีเรียนด้วย เดี๋ยวพวกคุณถามกันเองนะ เพราะเธอมีหน้าที่ดูแลพวกคุณกับห้องนี้” พูดจบก็เดินออกจากห้องไป ทุกคนเพียงพยักหน้ารับทราบไม่มีใครกล่าวอะไรกันอีก ต่างก็ซ้อมเพลงกันต่อจนกว่ามื้อเที่ยงจะพร้อม