“โบว์ วันนี้มึงไปไหน ไปกินหมูกระทะกันไหมร้านเปิดใหม่ ลดตั้ง 30%เลยนะเว้ย”
“ร้านไหน”
“ก็ร้าน Pig pig หมูกระทะไง”
“ไป...แต่ไม่ได้ไปกินนะไปทำงานน่ะ”
“ขยันโคตรๆ”
“ไม่ขยันแล้วจะเอาอะไรกิน ไปล่ะๆๆ กูไปก่อนแล้วเจอกัน”
ฉันชื่อโบว์ นพวรรณ เทพสิริ ปีนี้ฉันเรียนอยู่ม.6 แล้วปีสุดท้ายของชีวิตนักเรียนม.ปลาย ชีวิตฉันไม่ได้สวยหรูหรอก ลูกคุณหนูคงไม่เข้าใจ ฉันต้องเรียนและทำงานไปด้วย ถ้าฉันไม่ทำงานฉันก็ไม่มีจะกิน แล้วทำไมไม่ขอพ่อกับแม่น่ะเหรอ หึ!! ..พ่อกับแม่ฉันน่ะพึ่งพาอะไรไม่ได้หรอก คนแบบนั้นน่ะ
กริ้งงงงง
เสียงโทรศัพท์ของฉันดังขึ้น ฉันจึงล้วงมือลงไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากระโปรงนักเรียนขึ้นมา โทรศัพท์เครื่องนี้ฉันใช้มันมาตั้งแต่ม.2 แล้ว เป็นเครื่องเดียว เครื่องแรกเลยที่มี ความใหม่น่ะเหรอไม่ต้องพูดถึง แค่รับสายได้ สายเข้า โทรออกได้ก็บุญแล้ว
"ฮาโหลว่าไงบี "
(พี่โบว์อยู่ไหนคะ บีเดินมาหาพี่ที่หน้าห้องแต่ไม่เจอ)
"อ๋อ!!! ..บีลงมาข้างล่างเลย พี่อยู่หน้าตึกแล้ว"
(ได้ค่ะ)
น้องบี น้องสาวฉันน่ะ ครอบครัวฉันมี 4 คนมีพ่อ แม่ ฉัน แล้วก็น้องบี น้องสาวฉันเรียนอยู่ชั้นม. 2 ห่างกับฉัน 4 ปีเลยล่ะ น้องสาวฉันเป็นคนเรียบร้อย เป็นเด็กที่น่ารัก ที่ฉันทำอยู่ทุกวันนี้ก็เพื่อน้องฉันทั้งนั้นแหละ ถ้าไม่มีน้อง ฉันก็ไม่อยู่หรอกบ้านหลังนั้นน่ะ
"พี่โบว์..บีมาแล้วกลับกันเลยไหมคะ"
"น้องบีต้องกลับก่อนนะ พี่ได้งานใหม่น่ะ เป็นเด็กเสิร์ฟอยู่ร้านหมูกระทะ Pig pig หมูกระทะไงรู้จักไหม"
"ค่ะ ได้ยินเพื่อนในห้องพูดถึงอยู่เหมือนกันค่ะ"
"อยากกินไหม"
"ไม่หรอกค่ะ ก็แค่หมูบางๆ เอาไปย่างไงไม่เห็นจะน่ากินเลย"
ฉันรู้ว่าน้องอยากกิน แต่น้องฉันน่ะเก่งมากไม่เคยร้องขออะไรเหมือนเด็กคนอื่นๆ หรอกนะ อะไรที่อดได้น้องฉันก็จะอด ฉันน่ะทนได้แค่ขอให้น้องฉันได้กินอิ่ม นอนหลับก็พอ เพราะฉันน่ะเลี้ยงน้องบีมาตั้งแต่เกิดแล้วน่ะ
"...โบว์ มึงมาดูน้องด้วยกูไปหาเงินก่อน"
"พ่อก็ไปแล้ว ทำไมแม่ต้องไปด้วยล่ะ แม่อยู่บ้านกับหนูกับน้องไม่ได้เหรอ"
"โอ๊ย อีโบว์มึงอย่ามาขัดลาภกูอีห่า กูบอกให้ดูน้องก็มาดู"
........
"... อีโบว์ ไหนเงินเดือนมึงออกแล้วใช่ไหม"
"ยังเลยพ่อ เจ้านายยังไม่มาเขาเลยยังไม่ได้เบิกให้"
"กูไม่เชื่อไหนมาดูสิ "
อำนาจย์ บิดาของนพวรรณเดินมากระชากกระเป๋านักเรียนของนพวรรณ ซึ่งในขณะนั้น นพวรรณอยู่เพียงม.3 เท่านั้นน้องสาวของเธอก็อยู่เพียง ป.5 นพวรรณยื้อกระเป๋านักเรียนตัวเองไว้ไม่ยินยอมให้บิดาได้เอากระเป๋าตนเองไปได้ แต่เด็กหญิงก็สู้แรงบิดาของตัวเองไม่ได้ กระเป๋านักเรียนหลุดออกจากมือของหญิงสาว อำนาจย์รีบรื้อค้นหาเงินค่าเงินอันน้อยนิดที่นพววรรณไปทำงานเป็นเด็กล้างจานที่ร้านข้าวมันไก่ที่หน้าปากซอย เจ้าของร้านข้าวมันไก่สงสารและเอ็นดูเด็กหญิงจึงให้ทำงาน ซึ่งจริงๆ ที่ร้านไม่จำเป็นต้องจ้างพนักงานเพิ่มด้วยซ้ำเพราะลูกๆ หลานๆ ของอาเจ๊กลีเจ้าของร้านข้าวมันไก่ ก็ช่วยงานกันอยู่แล้ว
"ไหนเงินมึงวะอีโบว์ ไปทำงานเหี้ยอะไรไม่ได้เงิน กูจะไปด่าไปเจ๊กไอแก่เบี้ยวค่าแรงลูกกู"
"อย่าไปด่าอาเจ๊กเลยพ่อ เดี๋ยวเงินออกหนูเอามาให้ "
เด็กหญิงนพววรณเอื้อมมือไปดึงกระเป๋ามาจากบิดาของตน เด็กหญิงกำลังจะเดินหนีเข้าไปในห้องที่เด็กหญิงใช้นอนกับน้องสาวของตน
"เดี๋ยวอีโบว์ ปริ้นกระเป๋ามึงมาดูสิ"
"กระเป๋าอะไรพ่อ พ่อก็ดูไปแล้วนี่มันไม่มี"
"กระเป๋ากระโปรงมึง"
เด็กหญิงนพวรรณหน้าเสียเมื่อได้ยินบิดาเอ่ยมาเช่นนั้น เธอพยายามเดินหนีออกมาให้ไวแต่ไม่ทันที่บิดาคว้าแขนเธอไว้ อำนาจย์ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากระโปรงลูกสาว เงินค่าจ้างจำนวนหนึ่งถูกหยิบออกมา
"นี้อะไรอีโบว์มึงโกหกกูหรอ อีลูกเวร 1 2 อะไรทำไมแค่สองพัน ค่าแรงมึงสามพันนี้"
"พ่อเอาคืนมานะ หนูต้องเอาเงินนั้นพาน้องไปหาหมอนะ น้องบีไม่สบายพ่อก็รู้"
"น้องมึงมีบัตรทอง อีโง่ ไม่เสียสักบาทมึงจะไปให้มันเสียเงินทำไม"
"แต่ที่คลินิกนี้เขาบอกว่าดีหมอเก่งนะพ่อ ไปโรงพยาบาลรัฐต้องรอคิวนานหนูสงสารน้อง"
เด็กหญิงนพวรรณพยายามกระโดดแย่งเงินจากมือของบิดา อำนาจย์ยกมือขึ้นสูงทำให้เด็กหญิงนพวรรณไม่สามารถหยิบมันถึง เด็กหญิงทั้งพยายามทั้งดึงบิดาตนเอง จนอำนาจย์โมโห พลั้งมือตบเข้าไปที่ใบหน้าของบุตรสาวตนเอง
เพี๊ยะ!!!!!!
เสียงฝ่ามือที่กระทบกับแก้มของลูกสาวดังเข้ามาในโสตประสาทของคนเป็นพ่อ วูบหนึ่งในแววตาของอำนาจย์สั่นไหว แต่แค่เพียงวูบเดียวเท่านั้น เด็กหญิงตัวน้อยล้มลงนอนเอามือจับหน้าตนเองที่พื้น
"ก็บอกแล้วว่าเอามาให้กูดีๆ มึงจะได้ไม่เจ็บตัวแบบนี้ไง เอานี่ 500 มึงเอาไปใช้ ที่เหลือ 1500 กูจะเอาไปต่อทุน เดี๋ยวได้เงินมากูจะมาคืนให้ แล้วจะซื้อของอร่อยๆ ให้มึงกับน้องมึงกินด้วย"
"พี่โบว์ พี่โบว์เป็นอะไร พ่อทำอะไรพี่โบว์"
"อีบี มึงพาพี่มึงเข้าบ้านไป"
อำนาจย์รีบเดินออกไป นวพร หรือน้องบี น้องสาวแท้ๆ ของนพวรรณรีบเข้ามาประคองพี่สาวแล้วพาเข้าห้องไป นวพรเด็กเกินกว่าที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่เธอก็ไม่ได้โง่ขนาดดูไม่ออกว่าพี่สาวโดนบิดาตี
"พี่โบว์ เหม่ออะไรอยู่ แล้วพี่ไม่กลับกับบีเหรอ"
นพวรรณ ได้สติหันมามองหน้าน้องสาว หลังจากที่ตนเองเผลอคิดไปถึงอดีต เพราะการพนันตัวเดียวทำให้ครอบครัวเธอเป็นอย่างนี้
"พี่ต้องไปทำงาน เอานี่เงิน เราไปกินข้าวมันไก่ร้านเจ๊กลีนะ แล้วก็เข้าห้องล็อกห้องให้ดีรู้ไหม"
"ข้าวมันไก่อีกแล้ว กินจนบีจะเป็นเก๊าแล้วนะ อิอิ"
"เออ!! ..งั้นอยากกินอะไรก็ไปกินเถอะ พี่ไปทำงานก่อนนะ"
"ค่ะพี่โบว์ สู้ๆ นะคะ"
"อืม"
" โบว์รับออเดอร์โต๊ะ เจ็ดด้วย"
"คร้าพี่วรรณ"
ฉันแยกกับน้องสาวแล้วฉันก็ตรงมาทำงาน ฉันเริ่มทำงานที่ร้านหมูกระทะแห่งนี้ได้ เดือนกว่า ๆ แล้วมันเป็นร้านเปิดใหม่น่ะเปิดได้เกือบเดือนแล้วล่ะ ฉันเป็นพนักงานรุ่นบุกเบิกเลยล่ะ รายได้โอเคมากเลยนะ ทำช่วง18.00 - 23.00 น. วันละ 5 ช.ม.ฉันได้วันล่ะตั้ง 300บาทแน่ะไม่รวมทิปนะ เดือนหนึ่งก็ได้ 9000 ถ้าไม่หยุดเลยสักวันอ่ะนะ แต่ฉันไม่หยุดหรอกเสียดายเงิน วันนี้ฉันขอหมูที่ลูกค้าตักไปแล้วกินไม่หมดกับพี่วรรณดีกว่า พี่วรรณเป็นเจ้าของร้านน่ะ แกเป็นลูกหลานเจ๊กลีนั่นแหละ เจ๊กลีก็เจ้าของร้านข้าวมันไก่นั่นไง แกแนะนำฉันมาทำเองล่ะ น้องบีก็อยากช่วยฉันทำงานหาเงินนะ แต่ร่างกายน้องบีไม่ค่อยแข็งแรง น้องบีเป็นโรคหอบน่ะ ฉันเลยให้น้องอยู่บ้านเฉย ๆ ดีกว่า
"โบว์ลูกค้าเข้า"
"คร้าพี่วรรณ"
ฉันเดินออกมารับลูกค้าที่หน้าร้าน รับเสร็จก็พาไปนั่งที่โต๊ะ เสิร์ฟน้ำ เติมของทำความสะอาด เก็บตังค์ เก็บโต๊ะหน้าที่ฉันหมดเลย ฉันชอบนะยิ่งเวลาลูกค้าเยอะ ๆ นี้มันเลยล่ะ เวลาก็เดินเร็วมาก เผลอแป๊บ ๆ ก็หมดเวลาทำงานแล้ว เช่นวันนี้ไง หมดเวลางานของฉันแล้ว
"พี่วรรณ อันนี้หมูที่ลูกค้าตักไปแล้วกินไม่หมด หนูขอนะพี่"
ปกติแล้วเวลาที่ลูกค้าตักเนื้อหมูหรืออาหารสดไปแล้วกินไม่หมด ทางร้านจะปรับเป็นเงินทุกกรณี ส่วนของที่เหลือคือทิ้งอย่างเดียว เราไม่สามารถเอามาขายต่อได้ เพราะไม่รู้ว่าลูกค้าทำอะไรหกใส่ลงไปหรือเปล่า แต่ฉันไม่ถือหรอกเดี๋ยวเอาไปล้างน้ำ แล้วก็หมักใหม่ก็กินได้แล้ว
"เออ!! ...เอาไปเถอะ เอาไปทำอะไรล่ะ"
"เอาไปกินน่ะสิพี่ ของดี ๆ ทั้งนั้น"
"เฮ้ย!!! อย่ากินเลยโบว์ เอางี้เอ็งรอเดี๋ยว...เดี๋ยวพี่ตักให้ใหม่ อันนั้นทิ้งไปเถอะ"
"ไม่เอาพี่เอาอันนี้แหละ เสียดายของ"
ฉันยืนเถียงกับพี่วรรณอยู่นาน ในที่สุดฉันก็ชนะพี่วรรณจะให้ของใหม่ฉันมา ให้ฟรี ๆ แต่ว่ามันของซื้อของขาย ฉันจะกล้าเอาได้ยังไง แต่ก็ไม่วายแกก็ตักเพิ่มมาให้ฉันอยู่ดี ทั้งกุ้ง ทั้งปลาหมึก ผัก น้ำจิ้ม ครบเลย อิอิ น้องบีต้องดีใจแน่ๆ ฉันรู้ว่าน้องอยากกิน แต่เรามันจนไงจะกินบ่อย ๆ ก็ไม่ได้
"หนูไปแล้วนะพี่ เดี๋ยวไม่ทันรถเที่ยวสุดท้าย"
"เออ..กลับดีๆนะโบว์"
"คร้า สวัสดีค่ะ"
นพวรรณเดินออกมาจากร้านเพื่อที่จะไปขึ้นรถเมล์เที่ยวสุดท้ายกลับบ้าน บ้านหญิงสาวห่างจากร้านหมูกระทะที่เธอทำงานแค่ 3 ป้ายรถเมล์เท่านั้นความจริงแล้วเดินไปก็ไม่ไกลเท่าไร นพวรรณรอรถอยู่นานรถก็ไม่มาสักที หญิงสาวจึงตัดสินใจเดินเท้ากลับบ้าน ระหว่างทางที่เดินจะต้องผ่านท่าที่เปลี่ยว นพวรรณจึงรีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นอีก
ปั้ง!!!!!
"ตามมันไปอย่าให้มันหนีได้ มันวิ่งไปในซอยนั่นแล้วเร็ว"
"ไอสัดเอ๊ยย"
"ไอพวกโง่ ตามไปสิวะ"
"พี่ผมว่าอย่าตามเลย ถ้ามันไม่ตายเราตายแน่ "
"มันต้องตายวันนี้แหละ ตามมันไป"
ปั้ง ปั้ง ปั้ง!!!!!
"กรี๊ดดดดดด"
นพวรรณที่กำลังเดินกลับบ้านอยู่ดีๆ ระหว่างที่หญิงสาวกำลังผ่านทางซอยเปลี่ยว อยู่ๆ ก็มีกลุ่มผู้ชายชุดดำ ไล่ยิ่งผู้ชายคนหนึ่งที่วิ่งมาทางเธอ นพวรรณเห็นผู้ชายคนนั้นถูกยิงที่แขน เขาเซล้มลง แต่ก็ลุกขึ้นมาได้ นพวรรณกรี๊ดสุดเสียงแล้วรีบสับเท้าวิ่งไป หญิงสาวหันมามองข้างหลังอีกครั้ง ชายหนุ่มคนนั้นล้มลงไปอีกครั้งไม่แน่ใจว่ากระสุนปืนโดนเข้าตรงไหนอีกหรือไม่ หญิงสาวลังเล ขาที่กำลังวิ่งก็หยุดลง จิตใจใฝ่ดีของเธอสั่งให้เธอหยุดเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แต่หญิงสาวก็คิดว่าถ้าเขาเป็นคนร้ายล่ะ
"มันวิ่งไปทางนั้น...ตามไปมันหนีไปได้ไม่ไกลหรอก"
"ครับพี่"
นพวรรณที่ได้ยินเสียงกลุ่มชายชุดดำ เขามาใกล้เรื่อย ชายคนนั้นยังคงลุกแล้วล้มอยู่อย่างนั้น ' เอาว่ะ จะคนร้ายหรือคนดี ก็แล้วแต่ดวงละกัน ให้เห็นคนตายต่อหน้าต่อตาก็ทำไม่ได้อีกล่ะ ดีไม่ดีถ้ามันเห็นเรามันเก็บเราด้วยอีกคน เอาวะ' นพวรรณคิดได้ดังนั้น หญิงสาวจึงรีบสาวเท้าวิ่งไปหาชายคนที่ถูกยิงตรงนั้น
"คุณๆๆ...ไหวไหม"
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาสบตากับหญิงสาว นพวรรณตะลึงกับหน้าตาของชายหนุ่ม ' หน้าหวานเหมือนผู้หญิง คนไทยรึเปล่าวะ หู๊ยย แล้วดูที่สักดิเต็มตัวไปหมด หรือว่ายากูซ่า '
"คุณ..คุณพูดภาษาไทยได้ไหม"
"ทางนั้นๆๆ"
"ซวยแล้ว พวกนั้นมาแล้วคุณ พอจะลุกไหวไหม ฉันจะพาไปหลบ"
ชายหนุ่มพยักหน้า นพวรรณจึงพยุงชายหนุ่มเข้ามาหลบในป่ากกรกทึบข้างทาง กว่าจะลากเข้ามาได้นพวรรณก็แทบหมดแรงหนุ่มหน้าหวานแต่แรงควายชะมัด เธอลากเข้ามาหลบได้หวุดหวิดชนิดที่ว่าเส้นยาแดงผ่าแปดเลยทีเดียว
"มันหายไปไหนวะ เมื่อกี้เห็นมาทางนี้นี้ "
"นี้รอยเลือดมันนี้พี่ เห็นแค่กองเดียวแต่ไม่เห็นว่าหยุดไปทางไหน"
"หาให้ทั่ว ยังไงก็ต้องยิงหัวมันให้ได้ ไม่งั้นพวกเราซวยแน่ คนอย่างไอเวรนั้นไม่ยอมปล่อยเราไปง่าย ๆ หรอก"
กลุ่มชายชุดดำ วิ่งตามหาชายหนุ่มหน้าหวานทั่วไปทั้งซอย แต่ก็ไม่พบแม้แต่เงา อีกด้านของป่ากก นพวรรณลากชายหนุ่มเดินลงมาในน้ำตื้น ๆ ถึงแค่บริเวณเข่า หญิงสาวพาชายหนุ่มมานั่งหลบอยู่ในน้ำ เธอเอาผ้าปิดแผลไม่ให้เลือดไหลทำให้ชายกลุ่มนั้นหาลอยเลือดไม่เจอ
"ไหวไหมคุณ " นพวรรณกระซิบเสียงเบา ชายหนุ่มหน้าหวานเพียงแค่พยักหน้าน้อยๆ แต่หน้าของเขาทั้งซีดทั้งเซียวจนแทบจะไม่มีสีเลือดเลย
กลุ่มชายชุดดำวิ่งตามหาชายหนุ่มหน้าหวานเกือบสองชั่วโมงแต่ก็ไม่เจอ
"แม่งเอ๊ย หายไปไหนวะ "
"เอาไงดีพี่ ซวยแน่เรา"
"ไม่แน่มันอาจจะหนีไปตายแล้วก็ได้ กูยิงเข้ากลางหลังมันเลยไม่รอดหรอก ไปกลับ ไว้ค่อยมาศพมันพรุ่งนี้"
เมื่อรอจนแน่ใจว่ากลุ่มชายชุดดำกลับไปหมดแล้ว นพวรรณจึงพาชายหนุ่มออกมาที่ถนน ทั้งคู่เปียกเลอะเทอะไปหมด หญิงสาวพยายามกดห้ามเลือดไว้ ชายหนุ่มหน้าหวานแทบหมดเรียวหมดแรงเต็มที
"มันไปแล้วล่ะคุณ ฉันพาไปส่งโรงพยาบาลนะคะ"
"ไม่ต้อง ขอยืมมือถือก็พอ "
"ของคุณไม่มีเหรอ"
ชายหนุ่มหันไปมองหน้านพวรรณนิ่งๆ นพวรรณถึงกับสะดุ้งตกใจกับสายตาเฉี่ยว ๆ ของชายหนุ่ม หญิงสาวรีบล้วงกระเป๋าส่งมือถือให้ชายหนุ่มทันที
(เควินมารับฉันที่ซอยร้างข้างxxด้วย)
เมื่อใช้มือถือเสร็จ ชายหนุ่มก็ยื่นคืนให้หญิงสาว นพวรรณยืนมือมารับโทรศัพท์เธอคืน รอไม่นาน คนชื่อเควินก็ขับรถซีดานสีดำมารับชายหนุ่มหน้าหวาน
นพวรรณถูกชายหนุ่มพามาส่งบ้าน เพราะว่าเธอรออยู่เป็นเพื่อน คนที่ชื่อเควิน ก้มหัวขอบคุณนพวรรณเป็นการใหญ่
"ข้างหน้านั่นแหละค่ะบ้านฉัน ขอบคุณนะคะที่มาส่ง"
"เดี๋ยว.....เอานี่ค่าเสียเวลาของเธอ ฉันมีเงินสดเหลือเท่านี้ พอไหม"
"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่ได้...."
"รับไป"
ฉันกลับเข้าไปในบ้านตอนตีสาม ให้ตายเถอะฉันใช้เวลากับผู้ชายคนนั้น 4 ชั่วโมงเลยเหรอ อย่าเข้าใจผิดนะที่ว่าใช้เวลาน่ะ ฉันช่วยเขาจากคนที่จะทำร้ายเขา แต่รู้อะไรไหมฉันรู้สึกถึงความอันตรายออกมาจากผู้ชายคนนั้นอยู่เหมือนกันนะ เขามีหน้าตาที่หล่อมากๆ เหมือนพวกนักร้องวงเคป๊อปของเกาหลีที่เพื่อนๆ ฉันมันกรี๊ดกร๊าดกันอยู่ อ้อ!! ใช่เขาให้เงินฉันมาด้วย ปึกหนึ่งเลยทีเดียวฉันรีบมองซ้ายมองขวา มองหาพ่อกับแม่ฉันน่ะ เมื่อเห็นว่าปลอดคนแล้วฉันจึงรีบวิ่งไปเคาะห้องนอนน้องบี เกรงใจเหมือนกันนะ น้องหลับไปแล้วแต่ฉันมาดึก อย่าเรียกว่าดึกเลย เรียกว่าเกือบสว่างดีกว่า
ก๊อกๆๆ
"น้องบี พี่กลับมาแล้วเปิดประตูหน่อย"
แอ๊ดดดดด
"ฮ้าวววว...ทำไมกลับช้าจังคะพี่โบว์วันนี้อ่ะ อุ้ย!!! ..พี่โบว์ไปทำอะไรมาทำเลอะเทอะแบบนั้นล่ะค่ะ ไหนดูสิบาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า"
"เปล่าาาา....พี่ไม่เป็นอะไรเรื่องมันยาว ขอพี่อาบน้ำก่อนเดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟัง พ่อกับแม่ยังไม่กลับเหรอ"
"เพิ่งออกไปเมื่อหัวค่ำค่ะ เอ่อ..พี่โบว์เงินที่พี่โบว์ให้บีไว้ แม่ยืมไปก่อนนะ"
"ห๊าาาา...อะไรนะ เอาอีกแล้วเหรอ บีให้ทำไม ก็รู้อยู่ว่ายังไงก็ไม่ได้คืนหรอก"
"ก็แม่บังคับอ่ะ พี่โบว์อย่าเพิ่งบ่นเลย ไปอาบน้ำก่อนเถอะเหม็นมากกก"
"เออๆ ..อ้อบีเปิดกระเป๋าเป้ เอาหมูไปแช่ตู้เย็นด้วย พรุ่งนี้กินหมูกระทะกัน "
"เย้ๆๆๆ "
ฉันส่ายหัวให้น้องสาวเบาๆ ไหนบอกไม่อยากกินไง แต่พอฉันเอามาล่ะดีใจใหญ่ แต่เดี๋ยวฉันต้องคุยกับแม่จริงๆ จังๆ สักทีแล้วล่ะ ชอบแอบมายืมเงินน้องเวลาที่ฉันไม่อยู่ พ่อแม่ฉันเป็นนักเสี่ยงโชคน่ะ เสียงมันหมดเลยทั้งหวย ทั้งไพ่ ไฮโล พ่อกับแม่เอาหมด วันๆ ก็ไม่ทำงานอะไรหรอกเข้าแต่บ่อน พอเข้าบ่อนนี้เริ่มเสีย แกก็เปลี่ยนบ่อนใหม่ เห็นบอกว่าถ้าเล่นที่เดิมซ้ำ ๆ จะเสีย ต้องเปลี่ยนเวียนไปถึงจะได้ แต่ก็คงจริงฉันก็เห็นว่าเขาเข้าบ่อนอย่างเดียวก็อยู่กันได้ แต่ไม่รวมค่าใช้จ่ายฉันกับน้องนะ เพราะอันนี้ฉันหาเอง ไม่หาให้ฉันก็ไม่ว่าหรอก แต่อย่ามาเอาจากฉันกับน้องไปจะดีมากเลย
ฉันอาบน้ำเสร็จก็เข้ามาในห้องนอน น้องบียังไม่นอนอ่ะ สงสัยรอฉันเล่าให้ฟังแหละ แต่เอ๊ะ!!! ...ผู้ชายหน้าสวยคนนั้นให้เงินฉันมานี้น่า ฉันรีบไปล้วงกระเป๋ากางเกงออกมาดู โอ้โห้!!! เงินทั้งนั้น เงินจริงๆ ฉันเอามาดมดูก็ใช่นี้มันเงิน กลิ่นเงินทำไมมันหอมขนาดนี้ ขนาดน้องบียังกระเด้งลุกขึ้นมาดูเลยอ่ะ
"พี่โบว์ พี่ไปวิ่งราวมาเหรอ ที่ตัวเลอะเทอะเพราะไปวิ่งราวมาใช่ไหม"
"จะบ้าเหรอน้องบี คิดได้ไงเนี้ย"
"อ้าวก็ตัวพี่สกปรกทั้งตัว แถมยังมีเงินมาเต็มกระเป๋า เท่าไรอ่ะทำไมมันหลายใบจังแบงก์พันทั้งนั้น"
ฉันผลักหัวให้ยัยน้องตัวดีไปเบาๆ ไหนกลัวว่าฉันจะไปวิ่งราว แต่รีบมาถามจำนวนเงินนี้มันโคตรย้อนแย้งเลยว่าไหมฉันลองนับดูอย่างที่น้องบีว่า โอ๊ยยย นังโบว์จะเป็นลม
"พี่โบว์ 50,000 พี่โบว์ 50,000บาท โอ๊ย... พี่ต้องเอาไปคืนเข้านะ เงินเยอะขนาดนี้ติดคุกหลายปีเลยนะพี่"
"โอ๊ย..ยัยบีอย่ามโนขอร้อง เงินนี้มีคนให้พี่มา"
"เขาจะให้พี่ทำไมเงินตั้ง 50,000 นะ ไม่ใช่ 5,000 แต่อย่าว่าแต่ 5,000 เลย 500 ก็จะมีใครมาให้กันฟรีๆ รึเปล่าเถอะ "
"เขาก็ไม่ได้ให้ฟรีหรอกนะ จะว่าที่พี่กลับช้าก็เพราะว่าไป../"
"เฮ้ยพี่โบว์ อย่าบอกนะว่าพี่ไป......"
ผลั๊วะ!!!
"นี้แน่ะ อีน้องเวร คิดแต่ล่ะอย่าง"
ฉันเอามือไปโบกหัวน้องบีอย่างไม่จริงจังนัก ก็ดูมันดิ กวนไม่เลิก นี้คิดว่าฉันจะไปทำเรื่องไม่ดีหรือยังไง ไม่เชื่อใจพี่สาวอย่างฉันเลยหรือยังไง ฉันหันหน้าหนีอย่างงอนๆ อดจะนอยซ์มันไม่ได้จริง แต่ยัยบีมันกลับมานั่งขำฉันนี้นะ ฉันงอลอยู่นะเว้ย
"ฮ่าฮ่าฮ่า โอ๋ๆๆ พี่โบว์อย่าโกรธบีเลย บีล้อเล่นบีรู้น่าว่าคนอย่างพี่โบว์น่ะไม่ยอมทำอะไรที่มันผิดกฎหมายหรอก ก็พี่น่ะเกลียดสิ่งผิดกฎหมายจะตายไป เพราะสิ่งผิดกฎหมายทำให้ครอบครัวเป็นแบบนี้ไง ใช่ไหม"
"อืม "
"อย่างอลเลยนะ บีล้อเล่น ตกลงไปได้มายังไง พี่ไปทำอะไรมา"
ฉันเริ่มเล่าเรื่องที่ฉันเจอเมื่อหลังเลิกงานให้น้องฟัง น้องบีก็นั่งฟังอย่างตื่นเต้น
"แล้วคนนั้นเป็นยังไงบ้างพี่โบว์ เขาเจ็บมากไหม"
"น่าจะเจ็บโดนยิงที่หลังช่วงเอวอ่ะ 1 นัด แล้วก็ที่แขนอีก 1 นัด แต่เขาอึดมากเลย ไม่ร้องเลยสักนิด แถมยังมาส่งพี่ที่บ้านอีก ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นไงบ้าง"
"เป็นห่วงเขาเหรอ เนื้อคู่รึเปล่าน๊าา แบบตกลงคือพรหมลิขิตใช่ไหม ที่เขียนให้เป็นแบบนี้ ตกลงให้เรารักกันใช่ไหม ..."
"หยุดมโนขอร้อง ไม่พรหมลิขิตอะไรทั้งนั้น เขาน่ากลัวมากเลยนะ ลูกน้องเขามารับตั้งหลายคน พี่แอบเห็นทุกคนปกปืนหมดเลย แต่ว่าให้เงินมาเยอะมากเลยนะ เขาบอกว่าเงินสดเขาไม่ค่อยพก มีแค่นี้เอง"
"แค่นี้เองงงง...โหยย..พี่โบว์ คำว่าแค่นี้ของเขานี้ครึ่งแสนแล้วนะ แต่สำหรับเรานี้โคตรเยอะอ่ะ"
"ใช่เยอะมาก พี่จะพาบีไปหาหมอ จะได้หายแต่บีสาบานกับพี่ก่อนว่าจะไม่บอกแม่เด็ดขาด"
"ค่ะบีไม่บอกหรอก แต่ว่าช่วงบีไม่ค่อยหอบแล้วนะ พี่โบว์เก็บเงินไว้เถอะ หมอบอกว่าบีดีขึ้นตั้งเยอะ"
"แต่ว่า.."
"นะพี่โบว์ ยาที่ไปหาหมอรอบที่แล้วก็ยังไม่หมด บีว่าหมอคนใหม่นี้ เขาดูแลบีดีนะ เปลี่ยนตัวยาให้หมดเลยบีเลยดีขึ้น เราก็รักษาที่นี่เหมือนเดิมแหละ ฟรีด้วย"
"เอางั้นเหรอ"
"ค่ะ"
น้องบียืนยันจะรักษาที่เดิม แต่ฉันก็อยากพาน้องไปเอกชนนะถึงแพงแต่ก็ดีกว่ามาก แต่น้องบีบอกว่าหมอมาใหม่รักษาดี แต่ก็คงดีจริงๆ นั่นแหละน้องไม่มีอาการอะไรเลย เอางี้ก็ได้เนอะ
"เอาแบบนั้นก็ได้ แต่พรุ่งนี้พี่จะเอาเงินไปฝากนะ พี่จะแบ่งให้น้องบีด้วย ทำบัตรเอทีเอ็มไว้ เวลาฉุกเฉินก็กดออกมาใช้ แต่ขอล่ะ อย่าบอกพ่อกับแม่"
"ค่ะไม่บอก สาบาน"
น้องบีทำท่ารูดซิปปาก ฉันจึงผลักหัวน้องเบาๆ ไปอีกที แล้วเราก็พากันเข้านอน พรุ่งนี้จะได้กินหมูกระทะกัน พรุ่งนี้วันเสาร์ด้วยฉันไม่ต้องไปโรงเรียนสบายจังเลย