เสียงฝีเท้าที่กำลังดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทำให้หญิงสาวคนหนึ่งต้องเร่งฝีเท้าอย่างเต็มที่ แต่รองเท้าส้นสูงที่สวมอยู่นั้นก็ทำให้เธอวิ่งได้ไม่ถนัด หญิงสาวก้มลงถอดรองเท้าขึ้นมาถือไว้แน่นเพราะถ้าจะทิ้งไปก็รู้สึกเสียดาย การวิ่งด้วยเท้าเปล่าถึงมันจะเจ็บแต่ก็สามารถวิ่งได้เร็วกว่าเดิม
อีกไม่กี่เมตรข้างหน้าเธอจะวิ่งไปถึงถนนใหญ่และถ้าวิ่งไปฝั่งตรงกันข้ามได้เธอก็น่าจะรอดจากพวกที่กำลังวิ่งตามหลัง
แต่เสียงที่ตามมานั้นก็ทำให้เธอขนลุกเพราะมันใกล้เข้ามามากอีกทั้งพวกมันยังมีกันหลายคน หญิงสาววิ่งอ้อมมุมตึกออกมาพอใกล้จะถึงถนนใหญ่ก็มีรถตู้คันหนึ่งจอดอยู่ ประตูรถยังเปิดทิ้งไว้เธอจึงรีบขึ้นไปหลบอยู่ทางด้านหลังในจังหวะที่ชายฉกรรจ์สามคนวิ่งโผล่มาจากมุมตึกพอดี
เธอชะโงกหน้าขึ้นมามองและเห็นว่าผู้ชายพวกนั้นวิ่งไปฝั่งตรงข้ามก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“เธอเป็นใคร แล้วขึ้นมาอยู่บนรถฉันได้ยังไง” เสียงที่ฟังดูมีอำนาจทำให้หญิงสาวกลัวจับจิต เธอค่อยๆ หันหน้ามาอย่างช้าก่อนจะส่งยิ้มเมื่อเห็นว่าคนที่ถามนั้นมีใบหน้าหล่อราวกับเทพบุตร
“หนูขอโทษ”
“ฉันไม่ต้องการคำขอโทษ แต่ฉันอยากได้คำตอบ”
“หนูชื่อเม่ล่อน ทำงานที่กาสิโน”
“ทำงานที่กาสิโน แล้วทำไมถึงมาอยู่บนรถฉันหรือว่าเธอไปโกงเขามาพอเขาจับได้เลยวิ่งหนี”
“ไม่ใช่นะคะ หนูไม่ได้โกงใครเลย”
“ไม่โกงแล้วทำไมต้องมาหลบอยู่บนรถ บอกฉันมาตรงๆ ว่าเธอกำลังหนีอะไรมา”
“หนูจะบอกคุณก็ได้ แต่คุณพาหนูไปจากที่นี่ก่อนได้ไหมคะ พวกมันกลับมากันแล้ว” เธอมองไปทางด้านนอกรถแล้วเห็นผู้ชายพวกนั้นกำลังเดินตรงมา
“ถ้าฉันช่วยเธอฉันจะได้อะไร”
“อะไรก็ได้ หนูให้คุณได้ทุกอย่าง แค่อย่าให้พวกนั้นพาหนูกลับไปก็พอ”
“ถ้าเธอไม่ทำตามที่พูดฉันจะเป็นคนพาเธอมาส่งที่นี่เอง”
“หนูสัญญา” หญิงสาวยกนิ้วก้อยยื่นมาตรงหน้าเขา ชายหนุ่มลังเลเพราะไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนแต่เมื่อเห็นสีหน้าที่จริงจังของอีกคนเขาก็ยื่นนิ้วของตัวเองมาเกี่ยวไว้
“ฉันจะเชื่อเธอสักครั้ง ไปนั่งดีๆ เดี๋ยวฉันจะพาออกไปจากที่นี่” พูดจบเขาก็พูดไปยังไมโครโฟนขนาดเล็กที่ใช้สื่อสารระหว่างคนขับกับผู้โดยสาร
“ภูมิ ออกรถ”
“เราจะไปไหนกันครับ”
“ขับวนไปเรื่อยๆ ก่อนฉันมีเรื่องต้องจัดการ”
“ครับบอส”
พอรถเคลื่อนตัวออกหญิงสาวที่นั่งนิ่งก็ถอนหายใจและพิงกับเบาะนั่งอย่างอ่อนแรง เธอไม่รู้หรอกว่าผู้ชายคนที่แอบขึ้นรถมานั้นเป็นใครมาจากไหน เธอรู้แค่ว่าตอนนี้เขาเป็นผู้มีบุญคุณกับเธอมาก
“เอาล่ะ บอกมาได้แล้วว่าเธอกำลังหนีอะไรมา”
“เรื่องมันยาว”
“ถ้าไม่อยากเล่าฉันจะพากลับไปส่ง”
“หนูก็แค่บอกว่าเรื่องมันยาว ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าจะไปมาเล่า คุณอาก็ทำใจร้อนไปได้”
“เดี๋ยวนะเธอเรียกฉันว่าคุณอา”
“ค่ะ ดูแล้วคุณก็คงอายุมากกว่าหนูหลายปี เรียกพี่ก็คงจะดูไม่ค่อยให้เกียรติเท่าไหร่ใช่ไหมคะ”
“เรียกฉันว่าออสติน ถ้าเรียกฉันว่าอาอีกฉันจะพาเธอกลับ”
“ก็ได้ค่ะคุณออสติน”
วรรษมนเล่าให้เขาฟังว่าเธอเป็นนักศึกษาและกำลังหางานทำในช่วงปิดเทอม แล้วพี่สาวเธอก็แนะนำให้มาทำงานที่กาสิโน เธอเพิ่งเริ่มงานได้แค่สามวัน วันนี้เธอก็แต่งตัวมาทำงานตามปกติ แต่แล้วคนคุมบ่อนก็เรียกเธอเข้าไปถามว่าสนใจรับงานบริการไหม เพราะมีแขกกระเป๋าหนักหลายคนที่สนใจจะนอนกับหนู พอหนูไม่ยอมพวกมันก็ขู่ว่าจะจับหนูไปขังและไม่ให้หนูกลับประเทศไทยอีกเลย พวกมันยึดพาสปอร์ตของหนูกับเพื่อนไว้”
“แต่เธอก็หนีออกมาได้นี่”
“พวกมันกำลังจะพาหนูไปส่งให้เสี่ยคนนั้นแต่ระหว่างทางมีนักพนันโวยวายแล้วขวางทางอยู่หนูก็เลยวิ่งหนีออกมา”
“ฉันจะเชื่อเธอได้ยังไ ถ้าเกิดเธอไปขโมยของเขามาหรือทำผิดกฎหมายมาฉันจะไม่ซวยไปด้วยเหรอ”
“คุณก็เห็นนี่ว่าหนูวิ่งมาตัวเปล่า นี่ก็มีแค่ชุดที่ใส่กับรองเท้าคุณจะค้นตัวหนูไหมล่ะ” วรรษมนรีบแสดงความบริสุทธิ์ใจจนลืมไปเลยว่าชุดที่ตนเองสวมนั้นมันทั้งสั้นและรัดรูปจนคนมองแอบกลืนน้ำลาย
“หนีออกมาได้แล้วคิดจะทำยังไงต่อ”
“คุณพาหนูไปแจ้งความได้ไหม”
“ได้สิ แต่เธอมีหลักฐานไหมล่ะ อีกอย่างคนที่นี่ก็พวกพ้องเยอะถ้าไปแจ้งตำรวจแล้วคิดเหรอว่าตำรวจจะไม่เป็นพวกเดียวกัน”
“แล้วหนูจะทำยังไง เพื่อนหนูก็ยังอยู่ที่นั่น แล้วพาสปอร์ตของหนูอีก คุณออสตินพอจะหาใครช่วยได้ไหม”
“ไอ้ช่วยมันก็ช่วยได้หรอกนะ แต่ฉันก็ไม่อยากเอาตัวเข้าไปยุ่ง พวกนั้นน่าจะมีอิทธิพลมากพอตัว”
“ถ้าคุณไม่ช่วย ก็ส่งหนูลงข้างหน้าเถอะค่ะ หนูจะลองเสี่ยงไปแจ้งตำรวจดู”
“ฉันช่วยก็ได้”
“ขอบคุณนะคะคุณออสติน นอกจะหน้าตาคุณจะหล่อมากๆ แล้วคุณยังเป็นคนดีอีกด้วย”
“ไหนลองบอกมาว่าจะให้ช่วยยังไงบ้าง”
“หนูอยากกลับเมืองไทยค่ะ คุณพาหนูกลับเมืองไทยได้ไหมคะ” วรรษมนคิดว่าถ้ายังอยู่ที่นี่สักวันพวกนั้นต้องตามเธอเจอแน่ๆ
“ได้สิ แค่นี้ใช่ไหม”
“สำหรับหนูต้องการแค่นี้ แต่หนูอยากพาเพื่อนหนูกลับด้วย”
“เพื่อนเธออยากกลับหรือเธอคิดแทนเพื่อนว่าอยากกลับ”
“ก็เรามาด้วยกัน”
“นั่นไม่ใช่คำตอบนะ เอาล่ะบอกชื่อของเพื่อนเธอมาสิฉันจะให้คนไปสืบให้ถ้าเขาอยากกลับฉันจะหาทางช่วยแต่ถ้าเขาไม่อยากกลับนั่นก็อีกเรื่อง”
“เพื่อนหนูชื่อแพรพลอยค่ะ ชื่อเล่นว่าพลอย”
“เดี๋ยวฉันจะจัดการให้”
“ขอบคุณค่ะ หนูไม่คิดเลยว่าจะมาเจอคนใจดีอย่างคุณ”
“ฉันไม่ใช่คนใจดีอะไรหรอกนะ แต่ที่ช่วยเพราะไม่ชอบการบังคับ”
“แล้วคุณจะพาหนูกลับเมืองไทยยังไงคะ หนูไม่มีพาสปอร์ต” หญิงสาวเป็นกังวลเพราะกลัวไปถึงด่านแล้วจะถูกให้กลับมาอีกเพราะตอนที่มาเธอแจ้งว่ามาทำงานที่กาสิโน
“มันก็มีวิธีอยู่”
“คุณออสตินคะ คือหนูกลัว”
“กลัวอะไร”
“หนูคงไม่หนีเสือปะจระเข้ใช่ไหม คุณคงไม่ใช่พวกเดียวกับมาเฟียเจ้าของกาสิโนนั่นใช่ไหมคะ”
“หน้าฉันเหมือนพวกมาเฟียเหรอ” เขาถามพลางมองหน้าหญิงสาวไปด้วย
“ไม่ค่ะ หน้าคุณเหมือนพวกนายแบบมากกว่า”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องกังวลหรอก เดี๋ยวฉันจะพาเธอกลับเองแล้วบ้านเธออยู่ที่ไหนล่ะ”
“กรุงเทพค่ะ”
“จะให้ฉันไปส่งที่บ้านเลยไหม”
“ไม่ค่ะ พาหนูไปที่โรงแรมก่อน”
“ไปโรงแรม นี่คงไม่ได้หมายความว่าจะเอาตัวเข้าแลกเพราะฉันช่วยเรื่องนี้ใช่ไหม”
“หนูไม่เคยคิดเรื่องแบบนั้นเลย หนูก็แต่อยากถามพี่สาวให้รู้เรื่องค่ะ เพราะคนพวกนั้นบอกว่าพี่สาวของหนูเป็นคนบอกว่าหนูอยากมาทำงานบริการ”
“เขาคงไม่ทำแบบนั้นกับน้องสาวตัวเองหรอก”
“มันก็ไม่แน่นะคะ เพราะเรื่องไปทำงานที่กาสิโนเขาเป็นคนเสนอ เพราะเดิมทีหนูแค่สมัครมาทำงานพาทไทม์ที่โรงแรม”
“โรงแรมที่พูดถึงนี่ชื่อโรงแรมอะไร”
“โรงแรมXXX ค่ะ”
“ฉันรู้จักโรงแรมนั้นดี และไม่มีทางที่ทางโรงแรมจะหลอกให้ใครไปทำงานแบบนั้น”
“คุณเอาอะไรมามั่นใจล่ะคะ”
“ก็ฉันเป็นเจ้าของที่นั่น”
“คุณ...” วรรษมนถอยหลังติดเบาะเพราะรู้แล้วว่าตอนนี้ตนเองกำลังหนีเสือปะจระเข้
“กลัวเหรอ”
“จอดรถให้หนูลงเดี๋ยวนี้เลยนะ หนูไม่น่าโง่เลยเห็นท่าทางคุณดูดีก็นึกว่าจะเป็นคนดี ที่ไหนได้คุณมันก็พวกค้ามนุษย์ คุณคงกลั้นหัวเราะแทบแย่ใช่ไหมตอนที่ฟังหนูเล่าเรื่องให้ฟัง คอยดูนะถ้าหนูหนีไปได้หนูจะแจ้งความแล้วจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด”
“ฉันไม่ได้หัวเราะ ฉันก็แค่แปลกใจ”
“คุณจะแปลกใจทำไมในเมื่อมันเป็นธุรกิจของคุณ”
“ฉันยอมรับนะว่าฉันเป็นเจ้าของกาสิโนกับโรงแรม แต่เรื่องบังคับผู้หญิงมาฉันเพิ่งรู้”
“อย่ามาแก้ตัวเลยค่ะ”
“ฉันพูดจริงๆ นะ ผู้หญิงทุกคนที่ไปทำงานที่นั่นจะไปเพราะความสมัครใจกันทั้งนั้น ฉันไม่เคยต้องบังคับหรือหลอกใครไปเลย”
“หนูไม่เชื่อหรอกค่ะ”
“แล้วเธอเห็นใครที่นั่นถูกบังคับไหมล่ะ” เขาถามด้วยความมั่นใจเพราะที่ผ่านมามีแต่คนเต็มใจไปทำงานด้วยกันทั้งนั้น
“หนูเพิ่งไปไม่กี่วันเองเลยไม่ได้คุยกับคนอื่น แต่นี่ไม่ใช่ประเด็นค่ะ ประเด็นมันก็คือคุณจะพาหนูกลับไปที่นั่นอีกไหมคะ”
“คนอย่างฉันพูดคำไหนก็คำนั้น”
“ขอบคุณนะคะที่ยังมีมนุษยธรรมอยู่ แล้วเพื่อนหนูล่ะคะ”
“ฉันไม่รู้ว่าเพื่อนเธอเต็มใจทำงานที่นั่นไหม”
“ไม่แน่นอนยังไงพลอยก็ไม่มีทางเต็มใจไปทำงานแบบนั้นเด็ดขาด คุณต้องช่วยเพื่อนหนูนะคะ”
“ฉันจะลองถามดูนะแต่ไม่รับปาก”
“ไหนคุณสัญญาว่าจะช่วยหนูกับเพื่อน ยังไม่ทันไรคุณก็ผิดสัญญาแล้ว”
“ฉันบอกว่าจะลองถามดูไม่ได้บอกว่าไม่ช่วย ถ้าถามแล้วเพื่อนเธอไม่ยอมกลับก็ถือว่าหมดหน้าที่ของฉัน”
“ถามตอนนี้เลยได้ไหมคะ จะได้ไปรับมาพร้อมกัน”
“เธอนี่เรื่องมากจริงๆ นะ”
“นะคะคุณออสตินหนูรู้คุณเป็นผู้ใหญ่ใจดี” วรรษมนอ้อนอย่างประจบ
ออสตินส่ายหน้าก่อนจะต่อสายไปยังผู้จัดการกาสิโน รอสักพักใหญ่แพรพลอยก็ถูกตามมาให้คุยกับวรรษมน
“พลอย”
“นี่เมล่อนอยู่ที่ไหน เขาตามหาตัวให้วุ่นเลย”
“เราหนีออกมาแล้ว เดี๋ยวเราจะไปรับพลอยนะ รีบหนีออกมาจากที่นั่นเถอะ”
“ทำไมต้องหนีละ ที่นี่เงินดีจะตาย”
“พลอย แต่ที่เราคุยกันคือมาทำงานในกาสิโนนะไม่ได้มาขายตัว พลอยรู้ไหมเมื่อกี้พวกนั้นมันบังคับให้เราไปรับแขกแต่เราหนีออกมาได้”
“พลอยรู้”
“รู้ว่ายังไง”
“ก็รู้ว่าทุกคนก็ต้องทำงานแบบนั้น”
“พลอยรู้ก่อนที่จะมา หรือเพราะเขาบังคับให้พลอยพูด”
“รู้สิ แม่เราได้เงินไปจากเขาแล้วหนึ่งแสนแลกกับเราต้องมาทำงานที่นี่”
“อะไรนะ หนึ่งแสนเหรอ”
“ใช่หนึ่งแสน เมล่อนไม่รู้เหรอ”
“เราไม่เคยรู้แล้วเราก็ไม่เคยได้เงินหนึ่งแสนนั้นด้วย”
“แม่เรากับพี่สาวของเมล่อนรับเงินมาพร้อมกันเราก็นึกว่าเมล่อนรู้แล้วว่าต้องมาทำงานอะไรเพราะเห็นเมล่อนเข้าไปขัดผิว”
“เราไม่เคยรู้เลย แล้วพลอยจะเอายังไงต่อเรากลับเมืองไทยกันเถอะเงินหนึ่งแสนเดี๋ยวเราช่วยกันหามาคืนเข้าก็ได้”
“จะหาที่ไหนล่ะ ของเราแค่หนึ่งแสนนะ แต่พี่เมย์เอาไปสองแสนแล้วถ้าเมล่อนหนีไปแบบนี้พวกนั้นก็คงไปตามเอาเงินคืน”
“สองแสนเหรอ ถึงว่าล่ะ พี่เมย์ถึงใจดีพาเราไปเข้าสปาพาไปซื้อเสื้อผ้า ไม่รู้ล่ะยังไงเราก็จะต้องหาเงินมาคืน เราไม่ยอมไปทำงานแบบนั้น”
“เมล่อน พลอยรู้ว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องดี แต่เราเลือกแล้ว เราอยากทำงานเก็บเงิน”
“พลอย แต่เรายังเรียนไม่จบนะ”
“ใช่ เพราะเรายังเรียนไม่จบแล้วจะไปหางานอะไรได้ล่ะ พลอยตั้งใจแล้วว่าจะทำงานที่นี่พอเปิดเทอมก็น่าจะมีเงินเยอะอยู่”
“พลอยคิดดูดีๆ นะ”
“เราคิดดีแล้วล่ะ แค่นี้ก่อนนะเราต้องไปทำงานต่อ เมล่อนล่ะหนีไปกับใคร”
“มีคนใจดีพาหนีมา”
“ระวังตัวด้วยนะ หนีเขาออกไปแบบนั้นพลอยกลัวว่าพวกเขาจะแค้นแล้วตามไปจับมา”
“เรื่องอะไรจะยอมล่ะ ถ้าอยากจะเอาเงินคืนก็ไปเอาที่เมย์สิ”
“คงยากแล้ว”
“หมายถึงอะไร”
“เราได้ยินพี่เมย์พูดว่าถ้าส่งเมล่อนมาถึงกาสิโนพวกเขาสองคนก็จะย้ายออกจากบ้านไปอยู่ที่อื่น”
“ให้มันได้อย่างนี้สิ ทั้งน้าทั้งพี่ไม่น่าเกิดมาร่วมโลกกันเลย” วรรษมนโมโหจนตัวสั่นเพราะไม่คิดว่าคนที่อยู่ร่วมบ้านกันมาหลายปีจะทำแบบนี้ได้
วรรษมนวางสายจากแพรพลอยแล้วก็หันมามองหน้าออสตินเธอไม่รู้ว่าตอนนี้ตนเองจะทำยังไงต่อเพราะเรื่องที่รู้จากเพื่อนมันทำให้หญิงสาวต้องคิดหนัก
“คุณคงได้ยินหมดแล้วนะคะ”
“ใช่ แล้วเธอจะเอายังไงต่อ”
“คุณจะไม่ให้คนจับตัวหนูกลับไปใช่ไหมคะ”
“ฉันบอกไปแล้วว่าไม่รู้เรื่องนี้ ทุกคนที่ทำงานให้ฉันก็เต็มใจด้วยกันทั้งนั้น อย่างเพื่อนเธอนั้นไงล่ะ”
“แล้วถ้าหนูไม่กลับไปทำงานที่นั่นหนูก็ต้องหาเงินมาใช้พวกเขาใช่ไหมคะ”
“ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาที่เธอพูดถึงนั้นคือใคร เพราะฉันไม่เคยใช้เงินซื้อใครมาแบบนั้น นอกจากจะตกลงกันเอง”
“คุณไม่รู้จริงหรือแกล้งไม่รู้”
“ฉันจะโกหกเธอให้ได้อะไรขึ้นมาล่ะ เอาล่ะฉันเสียเวลามามากแล้วตกลงเธอจะเอายังไงต่อ”
“หนูขอกลับไปพร้อมคุณได้ไหม”
“แล้วไม่กลัวคนพวกนั้นตามเอาเงินคืนเหรอ”
“กลัวสิคะ หนูถึงอยากกลับพร้อมคุณถ้าหนูอยู่กับคุณหนูคิดว่าตัวเองคงปลอดภัย”
“เธอมองโลกในแง่ดีเกินไปแล้วนะ ฉันเป็นผู้ชาย”
“หนูรู้ แต่ถ้าให้หนูกลับไปแล้วต้องไปขายตัวแบบนั้นหนูไม่เอาหรอกค่ะ”
“แต่เธออย่าลืมนะว่าเธอเป็นหนี้พวกนั้นอยู่ถึงสองแสนแล้วถ้าพวกมันก็คงจะต้องมาทวง”
“หนูยืมเงินคุณก่อนได้ไหม เดี๋ยวหนูจะหามาผ่อนคืนให้”
“เงินตั้งสองแสนนะ เธอจะไปหามาจากไหน”
“มันก็ต้องมีสักทางแหละค่ะ”
“ฉันมีข้อเสนอ”
“อะไรคะ” วรรษมนตาโตเมื่อคิดว่าเขากำลังจะช่วยหาทางออก
“ถ้าเธอยอมนอนกับฉัน”
“นั่นไง หนูว่าแล้วผู้ชายก็เหมือนกันทุกคน หนูไม่น่าไว้ใจคนผิดเลย”
“ถ้าไม่ยอมก็ลงจากรถ เรื่องง่ายๆ แค่นี้”
“คุณก็พูดง่ายเพราะคุณเป็นฝ่ายได้ประโยชน์นี่”
“คิดดูดีๆ นะเมล่อนว่าใครกันแน่ที่ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ เธอไม่ต้องเสียเงินสองแสน ไม่ต้องถูกส่งกลับไปที่เดิมแล้วยังจะได้นอนกับฉันอีก กำไรเห็นๆ”
“นอนกับคุณน่ะเหรอคะที่ได้กำไร”
“ใช่สิ ใครก็อยากนอนกับฉันกันทั้งนั้น”
“แต่ใครๆ คงไม่ใช่หนูหรอกค่ะ”
“เพราะอะไร”
“ก็คุณกับหนูอายุเราคงห่างกันมาก”
“อายุห่างกันแล้วยังไง หรือกลัวว่าฉันจะตายคาอก”
“มันก็ไม่แน่นะคะ หนูทั้งสาวทั้งสวยแล้วหุ่นก็แซ่บแบบนี้ผู้ชายที่ไหนก็ต้องหลงกันทั้งนั้น”
“ฉันเจอผู้หญิงมาเยอะ สวยกว่าเธอสาวกว่าเธอหุ่นก็ดีกว่าเธอฉันยังไม่เคยหลงใครสักคน อย่ามั่นใจไปหน่อยเลย”
“แต่ตอนนี้คุณก็อยากจะนอนกับหนู”
“ฉันก็แค่เสนอ เพราะมันเป็นทางเดียวที่เธอจะไม่ต้องหาเงินมาใช้หนี้สองแสน แต่ถ้าเธอไม่อยากนอนกับฉัน ฉันก็จะไม่บังคับหรอกนะ แต่รู้ไว้อย่างถ้าเธอลงจากรถไปแล้วฉันก็จะช่วยอะไรเธอไม่ได้ เลือกเอานะว่าจะนอนกับฉันแค่คนเดียว หรืออยากจะนอนกับใครอีกหลายๆ คน ฉันว่าถ้าเธอฉลาดพอเธอก็คงเลือกได้ว่าแบบไหนมันดีกว่ากัน”
“แต่หนูว่าไม่ดีทั้งสองแบบ”
“แต่เธอก็ต้องเลือก ถ้าเธอตกลงฉันจะบอกลูกน้องขับรถกลับกรุงเทพ แต่ถ้าไม่ฉันจะเปิดประตูแล้วให้เธอลงไป”
วรรษมนมองไปด้านนอกแล้วเธอก็ขนลุกซู่เพราะไม่คิดว่าคนขับรถของเขาจะขับวนกลับมาที่เดิมในขณะที่เธอกับออสตินกำลังคุยกันอยู่
“หนูขอไปกับคุณ แต่หนูขอเวลาทำใจหน่อยได้ไหม”
“ถึงอยากจะนอนกับเธอมากแค่ไหนแต่ฉันก็ไม่อยากเสี่ยงหรอกนะ”
“หมายถึงอะไร”
“เธอต้องให้หมอตรวจก่อนว่ามีโรคติดต่ออะไรบ้าง”
“หนูไม่มีโรคติดต่ออะไรทั้งนั้น”
“ฉันไม่เคยเชื่อคำพูดใคร ฉันเชื่อหลักฐาน กลับไปถึงกรุงเทพเธอจะต้องย้ายมาอยู่กับฉัน”
“แล้วหนูต้องนอนกับคุณนานแค่ไหน”
“ถ้าเป็นหนี้แค่สองแสนก็คงไม่นาน”
“กำหนดระยะเวลาได้ไหมคะหนูต้องรีบไปหางานทำ”
“นอนกับฉันก็คืองาน”
“แต่มันก็แค่ชั่วคราว”
“เรื่องนั้นเราค่อยคุยกันอีกที ตอนนี้เราจะกลับกรุงเทพกันเลยเธอไม่เปลี่ยนใจแล้วใช่ไหม”
“ไม่ค่ะ ถึงหนูไม่อยากจะนอนกับคุณแต่มันก็คงดีกว่าต้องไปนอนกับคนอื่นอีกหลายคน”
“ถ้างั้นก็กลับ”
“หนูอยากกลับกรุงเทพพร้อมคุณนะคะ แต่ไม่มีพาสปอร์ตคุณจะพาหนูข้ามไปได้ใช่ไหมคะ” หญิงสาวมองเขาอย่างมีความหวัง
“ได้สิ เธอตกลงเป็นคนของฉันแล้วนี่ เรื่องแค่นี้ไม่มีปัญหาหรอก”
“ขอบคุณค่ะ ตอนนี้หนูไม่แค่แน่ใจเลยว่าจริงๆ แล้วคุณเป็นคนดีหรือไม่ดีกันแน่” วรรษมนมองหน้าเขาแล้วก็รู้สึกสับสนเพราะงานที่เขาทำมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่เขาก็ให้ความช่วยเหลือเธอถ้าเขาไม่ใจดีก็คงส่งเธอกลับไปทำงานอย่างเดิม
“ฉันไม่ใช่คนดีแต่ก็ไม่ได้เลวมาก เอาล่ะไหนๆ เธอก็รับข้อเสนอของฉันแล้วลองเล่ามาสิว่าเธอเป็นใครมาจากไหน”
“คุณอย่างฟังเหรอคะ”
“ฉันไม่นอนกับใครสุ่มสี่สุ่มห้าหรอกนะ”
“หนูชื่อเมล่อน ชื่อจริงวรรษมนค่ะ อายุ 21 ตอนนี้เรียนอยู่ปี 3 เปิดเทอมก็จะขึ้นปีสี่ หนูอยู่กับแม่เลี้ยงแล้วก็พี่สาวค่ะ เขาเป็นลูกติดของแม่เลี้ยง พ่อหนูตายไปแล้วประวัติของหนูก็มีแค่นี้”
“แต่เท่าที่ได้ยินตอนนี้พี่สาวกับแม่เลี้ยงของเธอหนีไปแล้วนี่ก็เท่ากับว่าตอนนี้เธอเหลือตัวคนเดียวใช่ไหมหรือยังเหลือใครในครอบครัวอีก” ออสตินไม่อยากมีปัญหาตามาถ้าหากเขาจะพาเธอมาอยู่ด้วยจึงต้องถามให้ละเอียด
“ค่ะ เขาไปก็ดีแล้วเพราะหนูก็ไม่อยากอยู่กับพวกเขาหรอกค่ะ ที่ทนอยู่มาหลายปีก็เพราะบ้านหลังนั้นพ่อยกให้หนู แม้ว่าตอนนี้มันจะยังผ่อนไม่หมดก็ตาม”
“เธอยังเรียนอยู่แล้วเอาเงินที่ไหนผ่อนบ้านล่ะ”
“หนูทำงานพิเศษค่ะ แล้วก็เก็บค่าเช่าจากสองแม่ลูกนั่นคนละพัน”
“เขายอมจ่ายเหรอ”
“ยอมสิคะ เพราะถ้าเขาต้องออกไปเช่าข้างนอกอยู่ก็คงไม่ได้ราคานี้”
“แล้วทีนี้จะเอายังไงต่อ จะเอาเงินที่ไหนมาผ่อนบ้านล่ะ”
“ก็คงต้องกลับไปหาเถ้าแก่ร้านเหล้า ขอกลับไปทำงานเหมือนเดิม”
“ร้านเหล้าเหรอ แบบนั่งดื่มกับแขกเหรอ”
“ใช่ค่ะ อย่าดูถูกเชียวนะคะเงินดีออก”
“แล้วทำไมถึงไปทำงานที่กาสิโนล่ะ”
“ก็ยัยพี่สาวของหนูบอกว่าได้เงินเยอะกว่าที่ร้านเหล้า ใครจะคิดล่ะว่าต้องไปนอนกับแขกด้วย”
“เธอทำงานที่ร้านเหล้ามานานแล้วเหรอ”
“ก็ตั้งแต่ปีหนึ่ง หนูทำไปด้วยเรียนไปด้วย เรื่องของหนูก็มีแค่นี้แหละ แล้วคุณล่ะคะเป็นใครมาจากไหน”
“เธออยากรู้เรื่องของฉันไปทำไม”
“ก็แลกเปลี่ยนกันไงคะ หรือว่าคุณทำแต่เรื่องผิดกฎหมายเลยเล่าให้ใครฟังไม่ได้” วรรษมนมองหน้าเขาอย่างท้าทาย เธออยากรู้เรื่องของเขาอยากรู้ว่าเขาเป็นใครมาจากไหนแล้วที่บอกว่าจะช่วยเธอนั้นเขาจะช่วยได้จริงๆ หรือแต่พูดเพราะต้องการนอนกับเธอกันแน่