ตอน 1

บทที่ 1

หากเอ่ยคำว่า ‘มาเฟีย’ ขึ้นมาหลายๆ คนคงคิดไปถึงมาเฟียอิตาลีผู้เป็นต้นกำเนิดของมาเฟีย แต่หากใครจะคิดล่ะว่านอกจากในอิตาลีและสหรัฐอเมริกาแล้ว มาเฟียรัสเซียก็เหี้ยมโหดไม่แพ้กัน หรือบางครั้งบางทีอาจจะดุร้ายกว่าก็เป็นไปได้

คฤหาสน์หรูที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาเป็นที่พักอาศัยของกลุ่มมาเฟียที่เรียกตัวเองว่า เซอร์คอฟ แต่ถึงแม้พวกเขาจะเรียกตัวเองว่าเป็นมาเฟีย ทว่าฉากหน้าของพวกเขาก็ความขาวสะอาด ธุรกิจทุกอย่างที่ทำล้วนแล้วแต่มีที่มาที่ไปอย่างชัดเจน รวมไปถึงการบริจาคเงินจำนวนมหาศาลในทุกๆ ปี

หากแต่ใครจะรู้ล่ะว่าเบื้องหลังยังมีธุรกิจสีเทาที่ตกทอดจากบรรพบุรุษมาถึงรุ่นลูกรุ่นหลานอย่างการค้าอาวุธสงครามซ่อนเร้นอยู่ และถึงแม้ว่าตอนนี้ผู้ที่ขึ้นมากุมบังเหียนของตระกูลจะเป็น ดินิย่าร์ เซอร์คอฟ แต่ธุรกิจบางอย่างก็ไม่สามารถตัดออกจากวงจรได้ง่ายๆ อย่างที่ใจต้องการ คงต้องใช้เวลาอีกนิดเพื่อที่เขาจะสามารถลบคำว่ามาเฟียออกไปจากคำนำหน้าชื่อสกุลได้สำเร็จ

“ได้ตัวมันแล้วครับนาย”

เรือนกายสูงสง่าบึกบึนในสุดสูทสีดำสนิทค่อยๆ หันกลับเข้ามาภายในห้องโถงอีกครั้ง หลังจากเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอยู่นาน

“ลากมันเข้ามา” นัยน์ตาสีเขียวมรกตไร้ความรู้สึกยามเค้นเสียงน่ากลัวออกมาจากลำคอแกร่ง

“ครับนาย”

แกรนด์ คนสนิทของเขารับคำอย่างนอบน้อม ก่อนจะรีบทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด และเพียงไม่นาน ไอ้คนที่แอบแฝงกายเข้ามาอยู่ในอาณาจักรของเขาก็ถูกโยนลงบนพื้นพรมตรงหน้าในสภาพไม่ต่างจากเศษขยะชิ้นหนึ่งเลยสักนิด

รอยยิ้มเลือดเย็นระบายบนใบหน้าหล่อลากดินของดินิย่าร์ ขณะชายหนุ่มรับปืนสั้นจากลูกน้องขึ้นมาตั้งลำปืนและจ่อไปที่หัวของมัน

“คนอย่างแกอยู่ไปก็หนักแผ่นดิน”

“อย่า... อย่าทำผมเลยครับ อย่า...”

เสียงวิงวอนของคนที่กำลังอยู่บนเส้นทางแห่งความตายดังขึ้นอย่างน่าเวทนาและนั่นก็ทำให้เมลิน่าที่ยืนอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วยอดสงสารไม่ได้ หล่อนมองหน้าดินิย่าร์อย่างไม่พอใจ ก่อนจะตัดสินใจคัดค้านออกมาเสียงแหลมเล็กอย่างลืมตัว

“นายฆ่าเขาไม่ได้นะฮะ...”

ทุกสายตาจับจ้องมองมาที่หล่อน แต่คนที่มีสิทธิ์พูดมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น ดินิย่าร์ เซอร์คอฟ

เขามองหล่อนด้วยสายตาแข็งกร้าว ใบหน้าหล่อลากดินปานเทพบุตรชั้นฟ้าไร้ซึ่งรอยยิ้มอย่างสิ้นเชิงเหลือบแลมายังหล่อน

“ถ้าแกไม่อยากตายไปพร้อมกับมันก็หุบปากไอ้ตุ๊ด”

“แต่ว่า นายฮะ...”

“ลากไอ้ตุ๊ดออกไปจากที่นี่ซะก่อนที่ฉันจะระเบิดหัวมันอีกคน”

แล้วร่างของเมลิน่าในคราบของเมซซี่บอดีการ์ดร่างเล็กก็ถูกฉุดกระชากออกไปอย่างไม่ปรานี แต่ถึงจะห่างไกลแค่ไหน สองหูของหล่อนก็ยังได้ยินเสียงมัจจุราชที่แผดดังขึ้นอย่างชัดเจน น้ำหูน้ำตาไม่รู้จากไหนไหลพรากออกมานองใบหน้า หญิงสาวได้แต่ยืนนิ่งอยู่หน้าห้องโถง ยืนสงบนิ่งอย่างไว้อาลัยให้กับคนที่ต้องมาสังเวยชีวิตให้กับมาเฟียร้ายอย่างดินิย่าร์ เซอร์คอฟ

“มาเฟียร้ายกาจ คุณมันเลวจริงๆ”

หญิงสาวต่อว่าดินิย่าร์อย่างขุ่นเคือง ขณะจ้องมองร่างไร้วิญญาณของผู้ชายโชคร้ายที่ถูกหามออกไปด้วยความหดหู่หัวใจ

อีกหน่อย... อีกหน่อยก็ต้องเป็นหล่อน อีกหน่อยหล่อนก็จะต้องมีชะตากรรมไม่ต่างจากผู้ชายคนนี้ ความคิดนี้ทำให้เนื้อตัวสาวสั่นสะท้านราวกับถูกจับโยนลงไปในบ่อน้ำแข็ง ดวงหน้างามซีดเผือด ไร้สีเลือดอย่างสิ้นเชิง

“เราต้องรีบหาเพชรสีทองให้เจอ จะได้รีบไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด”

ความหวาดกลัวถล่มยับอยู่ภายในอกของเมลิน่าอย่างไม่ปรานี หญิงสาวตัวสั่น ปากคอสั่นระริก ก่อนจะรีบเดินดึงตัวเองหลบหลังซอกเสาเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของคนภายในห้องโถงดังใกล้เข้ามาทุกขณะ

ไม่นานเรือนร่างสูงตระหง่านสมบูรณ์แบบสุดๆ ของดินิย่าร์ก็ปรากฏแก่สายตา ใบหน้าของผู้ชายนี้เย็นชาและไร้รอยยิ้มตลอดเวลา แต่แปลกที่ผู้ชายร้ายกาจคนนี้กลับทำให้หัวใจของหล่อนเต้นแรงที่สุดในชีวิตได้ทุกครั้งที่เผลอจ้องมอง

“จัดการกับศพไอ้ระยำนั่นให้เรียบร้อย ส่วนค่ารักษาพยาบาลลูกสาวของลุงไบรอัน ฉันจะรับผิดชอบเองทั้งหมด”

“ครับนาย”

แกรนด์ก้มหน้ารับคำ ขณะมองตามร่างสูงใหญ่ของเจ้านายไปอย่างจงรักภักดีเป็นที่สุด แม้บุคลิกของดินิย่าร์จะเย็นชาและเหี้ยมโหดแค่ไหน แต่แท้จริงแล้วมาเฟียรูปหล่อคนนี้กลับเป็นหนุ่มที่มีน้ำใจและให้ความสำคัญกับลูกน้องของตัวเองทุกคนจนหาคนมาเทียบด้วยยาก

เมลิน่าที่หลบอยู่ตรงซอกเสา รอจนแผ่นหลังของดินิย่าร์ลับสายตาไปจึงออกจากที่หลบซ่อน แกรนด์เห็นเข้าก็อดถามด้วยความประหลาดใจไม่ได้

“มาทำอะไรลับๆ ล่อๆ ตรงนี้เจ้าเมซซี่”

เจ้าของชื่อระบายยิ้มเก้อๆ ก่อนจะเดินมาหยุดตรงหน้าของแกรนด์ชายวัยสี่สิบกว่าๆ ที่ดูท่าทางจะไม่ชอบขี้หน้าของหล่อนสักเท่าไหร่อย่างไม่มีทางเลือก

“คือผม...”

“ไม่มีงานทำหรือไง ไปให้พ้นๆ หน้าเลยไป”

ด้วยรูปร่างที่อรชรไม่ผิดจากสตรี แถมใบหน้าก็ยังหวานหยดแม้จะอยู่ในกรอบของเส้นผมสีเข้มที่ตัดสั้นก็ตาม แต่มองยังไง้ยังไงก็เหมือนผู้หญิงวันยังค่ำ เขาเคยเตือนพาเวลแล้วว่าไม่ควรจะรับหมอนี่เข้ามา แต่พาเวลกลับไม่เชื่อคำทัดทานของเขาเสียเลย และนั่นก็ทำให้ไอ้ผู้ชายหน้าหวานไม่ต่างจากตุ๊ดได้มีโอกาสเข้ามาเดินเฉิดฉายอยู่ในคฤหาสน์ของเซอร์คอฟได้อย่างสบายอกสบายใจ

“ผม... ผมกำลังจะไปฮะ”

“ก็ไปสิไอ้ตุ๊ด นี่อย่ามามองก้นฉันเลยนะ และอย่าคิดอะไรกับฉันด้วย”

ท่าทางเหยียดหยามระคนไม่ไว้วางใจที่มีต่อหล่อนทำให้เมลิน่าต้องกัดปากแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง

“ผมไม่คิดอะไรกับก้นเหี่ยวๆ ของน้าหรอกน่า ขอตัวนะฮะ” แล้วเมลิน่าก็กระแทกเท้าเดินจากไป

แกรนด์มองตามไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังขา

“มันงอนเหมือนผู้หญิงไม่มีผิด” คนพูดถอนใจเบาๆ ก่อนจะเดินจากไปอีกคน

“ทำไมทำหน้าเป็นจวักแบบนั้นล่ะเจ้าเมซซี่”

เสียงทักทายของแม่บ้านวัยห้าสิบกว่าทำให้เมลิน่าได้รู้สึกตัว ก่อนจะหันไปมองเจ้าของคำถาม

“เปล่าหรอกฮะป้า ผมก็แค่รู้สึกแย่ๆ เท่านั้นเอง”

“แย่? แย่เรื่องอะไรของเอ็งวะเมซซี่”

คู่สนทนาจ้องหน้าหล่อนเขม็งและนั่นก็ทำให้เมลิน่าต้องถอนใจออกมาเฮือกใหญ่

“เมื่อกี้นี้ผมเห็นนายยิงคนตายฮะ”

เมลิน่าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เห็นท่าทางตกอกตกใจของป้าเกรท แม่บ้านวัยดึก แต่สิ่งที่คาดหวังเอาไว้กลับไม่มีวี่แววว่าจะเป็นจริงขึ้นมาเลยสักนิดเดียว เพราะป้าเกรทยังยิ้มร่าและทำหน้าทำตาไม่สะทกสะท้านอะไรอยู่เหมือนเดิม

“นี่ป้าเกรทไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอฮะ หรือว่าป้าชินกับความอำมหิตของนายเสียแล้ว”

เจ้าของชื่ออมยิ้มบางๆ ทำท่าคล้ายกับการฆ่าคนของดินิย่าร์คือเรื่องธรรมดาของเซอร์คอฟยังงั้นแหละ

“นายไม่เคยฆ่าคน นี่คือคนแรกที่นายลงมือฆ่า”

“ไม่จริงหรอกฮะ เพราะท่าทางของนายไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยกับคำวิงวอนของชายที่น่าสงสารคนนั้น นายน่าจะปล่อยเขาไป หรือว่านี่คือวิถีทางของพวกมาเฟียใช่หรือเปล่าฮะป้าเกรท”

ตอน 2

บทที่ 2

แม่บ้านวัยชราหรี่ตามองไอ้ผู้ชายหน้าหวานด้วยสายตาประหลาดใจ “เอ็งพูดเหมือนว่าตัวเองไม่ชอบพวกมาเฟียยังงั้นแหละ อย่าลืมสิเมซซี่ เอ็งน่ะก็เป็นพวกมาเฟียเหมือนกัน หรือว่าไม่ใช่ล่ะ”

เมลิน่าไม่มีทางเลือกต้องรับคำเสียงอ่อย “ผม... ผมไม่ปฏิเสธหรอกฮะว่าตัวเองก็รับใช้พวกมาเฟียอยู่ แต่นายควรจะมีน้ำใจกับคนอื่นบ้าง ไม่น่าจะฆ่าเขาแบบนั้น บ้านเมืองมีกฎหมายนะฮะ”

“บางครั้งกฎหมายก็สู้กฎมาเฟียไม่ได้หรอกนะเมซซี่ เอ็งคงไม่รู้สินะว่าไอ้คนที่ถูกนายเป่าหัวดับไปนั่นน่ะ มันทำอะไรเอาไว้บ้าง”

“ทำไมผมจะไม่รู้ล่ะฮะ ก็ผู้ชายคนนั้นปลอมตัวเข้ามาอยู่ในเซอร์คอฟไง” น้ำเสียงของเมลิน่ายังขุ่นเคืองและรู้สึกไม่พอใจกับการกระทำของดินิย่าร์ไม่เปลี่ยนแปลง

หล่อนไม่ชอบผู้ชายป่าเถื่อน และก็ไม่ชอบมาเฟียร้ายกาจอย่างดินิย่าร์ เซอร์คอฟด้วย แม้ว่าผู้ชายคนนี้จะทำให้การเต้นของหัวใจหล่อนผิดจังหวะเสียทุกครั้งที่สบตาก็ตาม

“มันไม่ได้มีแค่นั้นหรอกเจ้าเมซซี่”

“ไม่ได้มีแค่นี้ แล้วมันแค่ไหนกันล่ะป้า ผมงงไปหมดแล้วนะฮะ”

ดวงตาของป้าเกรทเริ่มน่ากลัวขึ้นจนเมลิน่าอดหวาดกลัวไม่ได้

“มันข่มขืนลูกสาวของลุงไบรอันจนยับเยิน แถมยังตั้งใจจะฆ่าปิดปากด้วย แต่ยังโชคดีที่แกรนด์ผ่านไปเห็นซะก่อนเลยช่วยเอาไว้ได้ทัน”

“ข่มขืน...?!”

หญิงสาวอุทานด้วยความตื่นตกใจ นี่คือสิ่งที่หล่อนคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

“ใช่ แล้วอย่างนี้เอ็งยังคิดว่ามันไม่สมควรตายอยู่อีกหรือเปล่าล่ะ”

เมลิน่าก้มหน้าอย่างยอมรับความจริง แต่กระนั้นก็ยังอดพูดอีกไม่ได้

“แต่นายก็น่าจะให้กฎหมายจัดการ ไม่น่าฆ่าคนเองเลย”

“ก็อย่างที่ข้าบอกนั่นแหละ กฎหมายมันช้าเกินไป คนเลวๆ อย่างไอ้หมอนี่มันต้องกฎมาเฟียนี่แหละถึงจะสาสม”

ป้าเกรทพูดจบก็จ้องหน้าหล่อนนิ่งและพูดต่อ

“ที่ข้าเล่าให้เอ็งฟังก็เพราะว่าข้าไม่อยากให้ใครมองนายในทางที่ไม่ดี นายคือชีวิตของพวกเราในเซอร์คอฟ และหากเอ็งรับไม่ได้กับกฎของมาเฟียก็ควรจะรีบเดินออกไปซะ ก่อนที่เอ็งจะไม่มีโอกาสเดินออกไปเอง”

“คือผมก็แค่... แค่รู้สึกไม่ชินกับความเหี้ยมโหดเท่านั้นฮะป้า แต่ต่อไปผมจะพยายามปรับตัวฮะ”

แม่ป้าวัยกลางคนระบายยิ้มบางๆ ออกมา

“ที่นี่เราอยู่กันอย่างพี่น้อง โดยมีนายกับคุณแพทเป็นผู้ปกครอง ดังนั้นหากเอ็งเคารพกฎของเซอร์คอฟ ภัยใดๆ ก็ไม่สามารถกล้ำกรายเข้ามาหาเอ็งได้ เชื่อข้าสิเมซซี่”

เมลิน่ายิ้มเจื่อนๆ เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองกำลังทำผิดใหญ่หลวงอยู่

“ฮะป้า ผมจะเชื่อป้าฮะ”

ป้าเกรทระบายยิ้มอีกครั้งก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้เมลิน่ามองตามไปด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวเป็นที่สุด นี่หากหล่อนถูกจับได้ว่าปลอมตัวเข้ามาเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง มีหวังถูกเป่าสมองดับอย่างแน่นอน คนคิดตัวสั่น ก่อนจะเดินคอตกตามป้าเกรทไปอีกคน

พาเวลระบายยิ้มบางๆ เมื่อเดินเข้ามาในห้องทำงานของดินิย่าร์แล้วพบว่าพี่ชายของตัวเองกำลังก้มหน้าก้มตาจัดการกับงานตรงหน้าอย่างขะมักเขม้น

“สวัสดีครับพี่ชาย”

คนถูกรบกวนเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะกระแทกลมหายใจออกมา

“ไม่มีมารยาทอีกแล้วนะแพท พี่บอกกี่ครั้งแล้วให้เคาะประตูก่อนเข้ามา”

พาเวลอมยิ้มไม่สะทกสะท้านกับคำต่อว่าไม่จริงจังของพี่ชาย เขากับดินิย่าร์เป็นพี่น้องที่มีอายุห่างกันแค่ปีเดียวเท่านั้นจึงทำให้เขาทั้งสองคนสนิทกันมากเป็นพิเศษ

“นิสัยนี้ของผมคงแก้ไม่หายแล้วละครับพี่ชาย”

ดินิย่าร์ปิดแฟ้มเอกสารพร้อมๆ กับระบายลมหายใจออกมาอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ขณะจ้องหน้าน้องชายที่มีใบหน้าเหมือนกับตัวเองเสียทุกอย่าง จะมีก็แค่ทรงผมเท่านั้นแหละที่แตกต่างกันออกไป เขาไว้ผมรองทรงในขณะที่พาเวลเป็นแบบสกินเฮดเสียทั้งหัว

“มีอะไรก็ว่ามา”

พาเวลทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานไม้ของพี่ชายก่อนจะพูดขึ้น

“อาวุธสงครามจะส่งมาถึงมือของเราภายในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ครับ”

นัยน์ตาสีเขียวมรกตของดินิย่าร์เต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย

“นี่จะเป็นล็อตสุดท้ายที่พี่จะยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมายพวกนี้นะแพท”

“แต่พวกมันไม่มีทางยอมให้เราเลิกง่ายๆ หรอกครับ”

พาเวลพูดขึ้นอย่างเป็นกังวล การค้าอาวุธสงครามของเซอร์คอฟเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่บรรพบุรุษจวบจนถึงรุ่นพ่อแม่ของพวกเขา เซอร์คอฟก็ยังค้าอาวุธสงครามผิดกฎหมายอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง จะมีก็แต่รุ่นของดินิย่าร์ พี่ชายของเขาเท่านั้นที่พยายามจะหยุดทุกอย่างที่ผิดกฎหมายลง แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะวางมือจากธุรกิจมืดพวกนี้

“แต่พี่จะเลิก ใครก็ห้ามพี่ไม่ได้”

“พี่ดีนอาจจะถูกปองร้ายได้นะครับ”

ดินิย่าร์หรี่ตามองน้องชายรูปหล่อของตัวเองก่อนจะระบายยิ้มหยันออกมา

“ต่อให้พี่ต้องตาย แต่พี่ก็ต้องยุติเรื่องพวกนี้ให้ได้ พี่จะไม่เจริญรอยตามพ่อ พี่จะลบคำว่ามาเฟียออกจากเซอร์คอฟให้ได้ ไม่เชื่อนายคอยดูสิแพท”

“ผมรู้ครับว่าพี่ดีนมุ่งมั่นแค่ไหน แต่ทุกอย่างมันคงต้องใช้เวลา และพยายามอย่างที่สุด”

“ถ้านายยืนข้างๆ พี่ ทุกอย่างจะต้องสำเร็จ” ดินิย่าร์จ้องหน้าพาเวลอย่างต้องการคำตอบ

“ผมรักพี่ดีน ผมไม่มีทางปล่อยให้พี่ดีนยืนอยู่กลางพายุตามลำพังแน่นอนครับ”

ผู้เป็นพี่ชายระบายยิ้มบางๆ ออกมา “พี่ขอบใจนายมาก เอาละ ถ้าหมดธุระแล้วก็ออกไปเถอะ พี่จะรีบเคลียร์งานให้เสร็จ เพราะอีกสามวันพี่จะต้องเดินทางไปปารีสแล้ว”

“ครับ งั้นผมขอตัวก่อนครับ”

พาเวลยิ้มให้กับพี่ชายอีกครั้งก่อนหมุนตัวเดินออกจากห้องทำงาน แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวไปไหนเลย เสียงอุทานที่เต็มไปด้วยความตื่นตกใจของใครคนหนึ่งก็ลอยมาเข้าหู พร้อมๆ ความรู้สึกเหมือนถูกราดรดกับของเหลวบางอย่างที่ร้อนระอุ

“เอ่อ... ขะ ขอโทษค่ะ...”

สุ้มเสียงที่สั่นเทาจนน่าเวทนาที่เล็ดลอดออกมาจากกลีบปากสีสดของแม่สาวใช้ตรงหน้าทำให้พาเวลหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ แม่นี่เห็นเขาเป็นอะไร หรือว่าเขามีเขี้ยวหรือไง เจ้าหล่อนถึงได้ทำท่าทำทางหวาดกลัวเขาขนาดนี้

“บ้าชะมัด”

ชายหนุ่มบ่นอุบในลำคอก่อนจะตวาดออกไป

“เวลาเดินไม่มองทางเลยหรือไงฮะแม่คุณ”

พาเวลเค้นเสียงออกจากลำคออย่างหัวเสียสุดๆ ขณะก้มมองเสื้อบริเวณหน้าท้องของตัวเองที่ชุ่มไปด้วยคราบของกาแฟ

“ดิฉันขอโทษ... ขะ ขอโทษ...”

คนพูดร่ำไห้น้ำตานองหน้า

“ขอโทษแล้วมันหายหรือเปล่าล่ะ เห็นไหมว่าฉันเปื้อนไปทั้งตัวน่ะ”

หญิงสาวที่หน้าซีดเผือดไร้สีเลือด กำลังจะเอื้อมมือมาเช็ดเสื้อที่เปรอะเปื้อนให้ แต่พาเวลขยับกายหนีเสียก่อน

“ไปให้พ้นหน้าเลยไป แล้วถ้าทีหลังซุ่มซ่ามแบบนี้อีกละก็ ฉันฆ่าเธอทิ้งแน่ ไปสิ”

แล้วมะปรางก็ไม่คิดจะรอให้พ่อมาเฟียรูปงามไล่ซ้ำสองอีก หล่อนรีบจากไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่พาเวลมองตามไปด้วยสายตาที่อ่านความรู้สึกไม่ออก

ตอน 3

บทที่ 3

“ว้าย!”

เมลิน่าที่ถูกพุ่งชนเอาเต็มแรงเผลอตัวอุทานแบบผู้หญิงออกมา แต่พอได้สติก็รีบกลบเกลื่อนอย่างรวดเร็ว และโชคดีมากที่คนที่วิ่งชนหล่อนคือมะปราง สาวใช้นัยน์ตาโศกไม่ใช่คนอื่นๆ ที่จ้องจะจับผิดหล่อนในทุกๆ ฝีก้าว

“มะปรางเป็นอะไรไปเหรอ ทำไมร้องไห้แบบนี้ล่ะ”

เจ้าของชื่อส่ายหน้า และก็โผเข้ากอดร่างของเมลิน่าเอาไว้แน่น

“ฉัน... ฉันไม่เป็นอะไรหรอกจ๊ะพี่เมซซี่ ฉันแค่... แค่ทำกาแฟหก...”

เมลิน่าที่ถูกโอบกอดยืนนิ่ง สมองเต็มไปด้วยความสงสัย “แค่กาแฟหก ทำไมถึงร้องไห้แบบนี้ล่ะ เอาน่า เดี๋ยวพี่ไม่ช่วยทำความสะอาดก็ได้”

มะปรางขยับตัวออกห่างจากเมลิน่าในคราบของเมซซี่และจ้องหน้าทั้งน้ำตา

“ฉันทำกาแฟ... หกรดคุณแพท...”

เมลิน่าไหวไหล่น้อยๆ และพูดออกไปตามความจริงที่ตัวเองได้สัมผัสมา

“คุณแพทใจดีจะตายไป ไม่ต้องกังวลน่ามะปราง”

ใจดีเหรอ กับคนอื่นน่ะสิ เขาถึงจะใจดี แต่กับหล่อน กับสาวใช้ต่ำต้อยอย่างหล่อนพาเวลไม่เคยแสดงท่าทางเป็นมิตรด้วยเลยสักครั้งเดียว ในสายตาของเขาไม่เคยมองมีหล่อน

แต่ก็ว่าเขาไม่ได้หรอกในเมื่อหล่อนมันต่ำต้อยยิ่งกว่าเม็ดกรวดเม็ดทรายเสียอีก ไม่ใช่ดอกฟ้าอย่างลูมินา ผู้หญิงที่เขากำลังคบหาอยู่ด้วยในขณะนี้

มะปรางคิดอย่างเจ็บปวด รวดร้าวนักที่ห้ามหัวใจตัวเองไม่ได้ เมื่อมันดันไปตกหลุมรักผู้ชายที่สูงส่งเกินเอื้อมอย่างพาเวล เซอร์คอฟจนโงหัวไม่ขึ้น พยายามแล้ว พยายามที่จะหักห้ามใจ แต่ไม่ว่าจะใช้แรงกายแรงใจสักเท่าไหร่ บทสรุปสุดท้ายก็คือหล่อนทำไม่สำเร็จเสียทุกทีไป พาเวล เซอร์คอฟยังคงมีอิทธิพลต่อหัวใจของหล่อนไม่เปลี่ยนแปลง

“ฉะ ฉัน... ฉันคงคิดไปเอง งั้นฉันขอตัวก่อนนะจ๊ะพี่เมซซี่...”

“เดี๋ยวก่อนสิมะปราง...” เมลิน่าดึงมือของมะปรางเอาไว้ เมื่อเจ้าหล่อนจะเดินจากไป

มะปรางยกมือขึ้นป้ายน้ำตาจากใบหน้าของตัวเองทิ้ง ก่อนจะฝืนยิ้ม “พี่เมซซี่มีอะไรกับฉันหรือจ๊ะ”

“เอ่อ...” คราวนี้เป็นเมลิน่าบ้างที่อึกอัก แต่ไม่นานหล่อนก็พูดออกมา “พี่อยากรู้ว่านาย... พี่หมายถึงคุณดีนน่ะ... ตอนนี้อยู่ที่ไหน”

“อยู่ในห้องทำงานจ้ะพี่เมซซี่ เห็นว่าจะรีบเคลียร์งานเพราะอีกสามวันจะบินไปทำธุระที่ปารีส”

“งั้นก็แสดงว่านายจะอยู่ในห้องทำงานอีกนานเลยใช่ไหม มะปราง” รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจของเมลิน่าผุดพรายขึ้นเต็มดวงหน้าหวาน

“ฉันว่าน่าจะถึงเย็นเลยละพี่เมซซี่ ว่าแต่พี่เมซซี่ถามทำไมเหรอจ๊ะ”

“ปละ เปล่า... ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากรู้เฉยๆ”

มะปรางระบายยิ้มออกมา ไม่ได้เอะใจกับคำแก้ตัวตะกุกตะกักของเมลิน่าแม้แต่น้อย

“งั้นฉันขอตัวไปทำงานก่อนนะพี่เมซซี่”

เมลิน่าโบกมือและยิ้มหวานให้ “ตามสบายเถอะ พี่ก็จะไปทำงานตามหน้าที่ของตัวเองเหมือนกัน”

แม้ว่าคำว่า ‘หน้าที่’ ในประโยคที่คู่สนทนาพูดขึ้นจะฟังดูหนักแน่นจนน่าแปลกใจ แต่มะปรางก็เลือกที่จะไม่ใส่ใจและเดินจากไปในทันที ทิ้งให้เมลิน่ายืนยิ้มอยู่เพียงลำพัง

“งั้นวันนี้ก็ถือว่าเป็นโอกาสดีของเราสินะ”

หญิงสาวระบายยิ้มกว้าง ก่อนจะรีบเดินเข้าไปในตึก มุ่งหน้าขึ้นไปยังห้องนอนของดินิย่าร์อย่างเงียบเชียบที่สุด

มะปรางเดินเข้ามาภายในครัวก็เจอกับป้าเกรทที่หน้าประตูเข้าพอดี ป้าเกรทแสดงท่าทางยินดีที่เจอหน้าหล่อนนักหนา

“เอ็งมาก็ดีแล้วมะปราง นี่เอาเสื้อขึ้นไปให้คุณแพทเธอแทนป้าหน่อย”

หัวใจสาวเต้นแรงเมื่อได้ยินชื่อของผู้ชายที่ตัวเองแอบรักนักหนาจากปากของคู่สนทนา

“ฉัน... ฉันไม่สะดวกหรอกจ้ะป้า”

“ไม่สะดวก เอ็งหมายความว่ายังไงของเอ็งวะมะปราง” คำถามที่เต็มไปด้วยความแปลกใจของป้าเกรททำให้มะปรางอึกอัก นี่จะให้หล่อนบอกออกไปได้ยังไงล่ะว่าหล่อนไม่อยากเจอหน้าพาเวลน่ะ เพราะเจอทีไร หล่อนถูกไล่ไม่ไว้หน้าเสียทุกทีไป

“คือฉัน...”

“ไม่ต้องพูดมาก ข้าต้องรีบทำมื้อเที่ยง เอ็งเอาเสื้อไปให้คุณแพทแทนข้าเร็วเข้า”

แล้วหล่อนก็หมดทางปฏิเสธใดๆ อีกเมื่อป้าเกรทยัดเสื้อราคาแพงที่ถูกห่อเอาไว้ในซองพลาสติกอย่างดีมาใส่มือของหล่อน จากนั้นก็เดินหายเข้าไปในห้องครัว มะปรางมองตามไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นกังวล

“แต่ป้าคะ...”

“รีบเอาไปให้คุณแพทเร็วๆ เข้า เธอรออยู่...”

“ค่ะ”

เมื่อไม่มีทางเลือกใดอีก หญิงสาวจึงต้องก้มหน้าทำตามคำสั่งของแม่บ้านวัยกลางคน แม้ว่าจะหวาดกลัวต่อพายุอารมณ์ของพาเวลแค่ไหนก็ตามที

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED