มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพ
ในช่วงเย็นของมหาลัยดังในตอนนี้เหล่านักศึกษาต่างก็เดินกันประปรายไม่ได้ครึกครื้นเหมือนช่วงเช้าเพราะบางคนก็มีเรียนกันแค่ช่วงบ่าย
"วันนี้ฉันปวดสมองมากเลยเอย" ทรายแก้วหญิงสาวปีหนึ่งของคณะบริหารร่างบางอ้อนแอ้นนั่งอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนยกแก้วน้ำปั่นขึ้นดื่มอึกใหญ่อย่างชื่นใจคุยกับเพื่อนสาวหน้าหวานตรงหน้าหลังจากที่เรียนกันมาทั้งวัน
ทรายแก้ว หญิงสาววัย 18
เป็นลูกสาวเจ้าของร้านขนมหวานเล็กๆอยู่ชานเมืองสมุทรปราการตอนนี้พักอยู่หอพักหญิงในมหาลัยกลับบ้านเฉพาะเสาร์อาทิตย์เธอทำแบบนี้มาตั้งแต่เข้าเรียนม.ปลายที่กรุงเทพแล้ว
ทรายแก้วหญิงสาวตัวเล็กผอมแห้งผิวขาวเหลืองใบหน้าเรียวรูปไข่ตาโตคิ้วเข้มปากนิดจมูกหน่อยผมสีน้ำตาลยาวสลวยถึงกลางหลังหญิงสาวเป็นคนค่อนข้างซนอยู่พอสมควรรู้จักกับเจ้าเอยและเกวรินทร์ตั้งแต่เข้าเรียนม.ปลายที่โรงเรียนเดียวกันและเป็นเพื่อนรักกันมาจนถึงทุกวันนี้
"นี่ก็ได้พักแล้วไง" เจ้าเอยอมยิ้มอ่อนก่อนจะยกหนังสือขึ้นมาอ่านต่อนิดหน่อยระหว่างที่รอเพื่อนอีกคนของเธอไปซื้ออะไรมากินกันก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับ
"มาแล้วๆ.." เกวรินทร์กองห่อขนมที่เธอไปหอบซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อในมหาลัยเต็มโต๊ะจนแทบไม่มีที่วาง
เกวรินทร์ หญิงสาววัย 18
หญิงสาวเป็นคนผอมแห้งสูง160 ผิวสีน้ำผึ้งใบหน้ากลมแก้มป่องผมสีน้ำตาลเข้มหยักศกยาวถึงกลางหลังคิ้วบางได้รูปตากลมหางตาเฉี่ยวเหมือนลูกแมวจมูกโด่งเป็นสันริมฝีปากบางเป็นกระจับ
หญิงสาวเป็นเด็กต่างจังหวัดที่เข้ามาเรียนในกรุงเทพคั้งแต่ ม.ปลายค่อนข้างเป็นผู้หญิงที่แก่นแก้วไม่ค่อยยอมคนเท่าไรแต่ก็ซื่อเกินกว่าจะทันเล่ห์เหลี่ยมของคนเมืองบางคนอยู่ดี
"นี่ใครจะกินหมดกัน" เจ้าเอยมองเกวรินทร์ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
"นั่งกินนั่งคุยกันไปยาวๆไง” เกวรินทร์พูดพร้อมยกห่อขนมซองโตแกะเข้าปากด้วยใบหน้าระรื่น
RrrrrRrrrr
“สวัสดีค่ะ..อะไรนะคะ.."
“เป็นอะไรเอย” ทรายแก้วและเกวรินทร์ต่างละมือจากขนมมองหน้าเจ้าเอยด้วยความสงสัยเพราะหลังจากที่เจ้าเอยวางหูจากสายเมื่อครู่ได้ก็หน้าซีดหน้าเซียวนิ่งอึ้งไม่ยอมพูดอะไร
“พี่โอบเกิดอุบัติเหตุในสนามแข่งกำลังโคม่า” ริมฝีปากบางเอ่ยเสียงสั่นก่อนน้ำตาหยดน้อยจะเริ่มไหลรินลงมาอย่างไม่ขาดสายสองสาวที่นั่งฟังอยู่ก็มีสีหน้าตกใจไปตามๆกันเมื่อรู้ข่าว
เจ้าเอยคิดเอาไว้แล้วว่าอิทธิกรพี่ชายของเธอจะต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นสักวันเธอขอให้เขาเลิกอาชีพนี้แต่พี่ชายเธอก็ไม่ยอมเลิกเสียทีอ้างแต่ว่าสามารถหาเงินจากทางนี้ได้มากกว่างานประจำ
วันต่อมา
เหนือเมฆชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทราคาแพงเดินดุ่มๆเข้ามาในคลับของนักแข่งที่น่านน้ำน้องชายของเขาสร้างเอาไว้
เหนือเมฆออกจากโรงพยาบาลหลังจากเยี่ยมน่านน้ำได้ก็ตรงเข้ามาที่นี่เพื่อมาหาเหล่าเพื่อนๆของน่านน้ำสอบถามว่าเรื่องที่น้องของเขาเกิดอุบัติเหตุในสนามแล้วโคม่าเป็นเพราะอะไร
"เกิดอะไรขึ้น" สายตาดุดันจ้องมองมายังชายหนุ่มกับอีกหนึ่งสาวตรงหน้าที่เอาแต่นั่งก้มหน้างุดไม่ยอมตอบอะไร
"น่านกับพี่โอบแข่งรถกันค่ะไม่รู้ว่ารถของพี่โอบผิดพลาดอะไรรถของพี่โอบถึงเสียหลักชนน่านจนเละกันทั้งคู่แบบนี้" เป็นมีนาที่เป็นเพื่อนสนิทและคู่ขาบางครั้งของน่านน้ำเอ่ยโพร่งออกมาขณะที่ทุกคนเอาแต่นิ่งเงียบ
"อืม..ฉันจะได้จัดการให้ถูกตัว" เหนือเมฆกำมือแน่นที่รู้ว่าความผิดพลาดเกิดจากอิทธิกรจากเดิมที่เขาไม่ชอบหน้าชายหนุ่มเพราะอิทธิกรได้ใจผู้หญิงที่เขาเฝ้าตามจีบไปครานี้เขายิ่งรู้สึกเกลียดที่อิทธิกรทำให้น้องชายของเขาต้องเจ็บปางตาย
“เข้าใจพูดดีนี่” หลังจากที่เหนือเมฆเดินออกไปแล้วมาร์คชายหนุ่มร่างสูงนักแข่งรถคู่หูของน่านน้ำตั้งแต่สมัยเรียนเปรยสายตามองมีนาด้วยสายตามีเลศนัยก่อนจะเดินออกจากห้องไป
22.00
หลังเลิกเรียนวันนี้เกวรินทร์และทรายแก้วก็ขลุกรวมกันอยู่ที่บ้านหลังสีขาวริมแม่น้ำของเจ้าเอยเพราะกลัวเพื่อนตัวเองอยู่คนเดียวแล้วจะฟุ้งซ่าน
"ฮือๆๆ.. ฉันจะเอาเงินที่ไหนมาผ่าตัดพี่ชายฉัน" เจ้าเอยมืดแปดด้านนั่งร้องให้ตัวโยนมาพักใหญ่ในห้องนอนหลังจากที่เธอเห็นสภาพพี่ชายนอนมีแต่สายระโยงระยางเต็มตัวก็หดหู่ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ก็ยังไม่หาย
"ฉันกับเกวจะลองยืมเงินคนที่บ้านให้พวกท่านน่าจะพอมีบ้าง" ทรายแก้วคุยกับเกวรินทร์คุยกันตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่าจะใช้วิธีนี้ช่วยพี่ชายของเจ้าเอย
"ฉันขอบใจพวกแกมากเลยแต่ฉันรับไว้ไม่ได้หรอกฉันรู้ว่าทางบ้านแกสองคนก็ลำบากมากอยู่เหมือนกัน" เจ้าเอยรู้เจตนาดีของเพื่อนๆแต่เธอก็อยากให้เพื่อนๆของพวกเธอเก็บเงินเอาไว้เพราะรู้ว่าทางบ้านของเพื่อนเธอทั้งสองก็มีปัญหาเรื่องการเงินอยู่เหมือนกัน
"ลองให้พี่อินช่วยดีหรือเปล่า" ทรายแก้วเสนอขึ้นมาเพราะรู้ว่าเงินหกเจ็ดแสนค่าผ่าตัดอิทธิกรคุณหนูไฮโซอย่างอินทิราคงจะช่วยได้เพราะคนเป็นแฟนกันคงต้องช่วยกันอยู่แล้ว
"พี่โอบบอกเลิกพี่อินไปนานแล้ว" เมื่อพูดถึงอินทิราเจ้าเอยก็ก้มหน้างุดเพราะการเลิกลาของพี่ชายเธอและอินทิราเป็นเรื่องที่ไม่ดีนักและตอนนี้ทั้งคู่ก็เลิกกันมาเป็นปีแล้วด้วย
"อ้าว.. ทำไมล่ะ" ทั้งเกวรินทร์และทรายแก้วก็ตกใจไปตามๆกันเพราะยังคิดว่าทั้งสองคนยังคบกันอยู่
"พ่อแม่ของพี่อินมาขอร้องให้พี่โอบเลิกกับลูกสาวเค้าเพื่อที่จะให้พี่อินมีอนาคตที่ดี" เรื่องนี้เป็นครั้งแรกเลยที่เจ้าเอยยอมปริปากบอกเพื่อนทั้งสองของเธอ
"แล้วพี่โอบก็ยอมอย่างนั้นหรอ" เกวรินทร์ขมวดคิ้วเป็นปมไม่คิดว่าเรื่องกีดกันความรักแบบนี้จะเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัว
"พี่โอบรักพี่อินเกินกว่าจะฉุดพี่อินลงมาอยู่ด้วย" เจ้าเอยเอ่ยเสียงอ่อนจะว่าไปชีวิตรักของพี่ชายเธอก็น่าสงสารตั้งแต่เลิกกับอินทิราไปพี่ชายเธอก็ไม่สนใจใครอีกเลย
"นี่พี่อินก็ไม่รู้สาเหตุนี้ใช่มั้ย" ทรายแก้วเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอ่อนเพราะเชื่อว่าหากอินทิรารู้ก็คงไม่ยอมไปจากอิทธิกรง่ายๆ
"อืม.." เจ้าเอยพยักหน้าเบาๆ
วันต่อมา
"โอบ.." อินทิราหญิงสาววัย30ปียืนมองคนในห้องกระจกด้วยแววตาไหววูบแม้นอิทธิกรจะไล่ให้เธอเลิกกับเขาแต่ทุกวันนี้เธอก็ยังทำใจลืมเขาไปไม่ได้เสียทีจากที่รู้เรื่องเขาไม่นานเธอก็ตัดสินใจรีบบินกลับมาที่เมืองไทยกะทันหันเพราะกลัวว่าจะไม่ได้เจอหน้าของเขาอีก
"พี่อิน.." เจ้าเอยเดินเอ้อระเหยมาที่โรงพยาบาลในช่วงเย็นหลังเลิกเรียนเมื่อมายืนหน้าห้องไปซียูได้เธอก็ต้องตกใจเมื่อเห็นอินทิรายืนอยู่ที่นี่ก่อนจะรีบเข้าไปทัก
"เอย" อินทิรายกมือเรียวปาดน้ำตาลวกๆก่อนจะยิ้มอ่อนให้น้องสาวที่แสนน่ารักที่ไม่ได้เจอกันนาน
"พี่อินกลับจากอังกฤษตั้งแต่เมื่อไรคะ" เจ้าเอยกับอินทิรามานั่งคุยกันที่ลานสวนหย่อมของโรงพยาบาล
"พี่รู้ข่าวโอบพี่ก็กลับมาเลยเอยต้องการให้พี่ช่วยเหลืออะไรหรือเปล่าพี่ยินดีช่วยนะเอย" อินทิราไม่ติดใจเรื่องเก่าก่อนที่อิทธิกรร้ายกับเธอเพราะยังมีใจเป็นห่วงอิทธิกรอยู่ไม่น้อยและเธอก็ยินดีช่วยครอบครัวของอิทธิกรเสมอ
"เอ่อ.. ไม่มีอะไรหรอกค่ะเอยจัดการทุกอย่างได้ขอบคุณพี่อินมากๆเลยนะคะที่ยังเป็นห่วงพวกเรา" เจ้าเอยเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะฝืนยิ้มออกมาปฏิเสธอินทิราเพราะคิดว่าหากพี่ชายเธอรู้ว่าเธอให้อินทิรายื่นมือเข้ามาช่วยแล้วพี่ชายเธอจะไม่สบายใจทั้งยังขอบคุณอินทิรามากๆที่เป็นพี่สาวที่แสนดีสำหรับเธอเสมอมา
RrrrrRrrrr
"ค่ะ.. เดี๋ยวอินรีบกลับไปนะคะ" อินทิรารีบรับสายเมื่อเห็นว่าใครโทรมา
"เอ่อ.. พี่ต้องขอตัวก่อนนะเอยพอดีพี่มีธุระ" หลังจากวางสายเรียบร้อยแล้วเธอจึงต้องขอตัวจากเจ้าเอยกลับเพราะเธอออกจากบ้านมานานพอสมควรแล้วต้องรีบกลับไปเพราะมีคนที่ต้องดูแล
"ค่ะ.." เจ้าเอยลุกยืนยิ้มส่งคนเป็นพี่สาวมองเธอจนลับตาไปก่อนจะเดินกลับไปที่หน้าห้องไอซียูอีกครั้ง
“พี่โอบรู้หรือเปล่าคะว่าพี่อินห่วงพี่โอบแค่ไหน..” สาวเจ้ายืนจ้องมองพี่ชายจองเธอที่นอนอยู่บนเตียงในห้องไปซียูด้วยสายตาที่หดหู่หากพี่ชายเธอและอินทิรายังคบกันได้ก็คงจะดี
บริษัทxxx
"ผมฝากงานสักสองสามวันนะครับคุณเพชร" หลังจากจบสิ้นวันทำงานวันนี้ก่อนกลับเหนือเมฆก็รีบฝากงานกับพชรหนุ่มใหญ่วัย42เลขาและที่ปรึกษาที่เขาไว้ใจให้ดูแลงานให้สักสองสามวัน
"คุณเมฆจะไปไหนหรอครับ" พชรไม่ค่อยเห็นเหนือเมฆทิ้งงานไปกะทันหันแบบนี้จึงค่อนข้างแปลกใจเล็กน้อย
"ผมมีธุระส่วนตัวที่ต้องจัดการนิดหน่อยครับ"
"ครับ" พชรรู้กาลเทศะดีว่าไม่ควรจะถามอะไรต่อเมื่อคนตรงหน้าบอกว่าเป็นธุระส่วนตัว
ครู่ต่อมา
บรู๊นนน เหนือเมฆขับรถสปอร์ตสีดำราคาหลายสิบล้านพุ่งออกจากลานจอดรถบริษัทตรงดิ่งมาที่บ้านเก็บกระเป๋าใบใหญ่สองใบเปลี่ยนจากการขับรถสปอร์ตเป็นSUVคันหรูแล้วรีบตรงไปที่บ้านแถบชานเมืองของอิทธิกรเพื่อทำอะไรบางอย่างตามที่ได้คิดเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืน
18.00 น.
"...." เจ้าเอยนั่งกอดเข่าปากดน้ำตาที่โซฟาห้องนั่งเล่นในชุดนักศึกษาหากเธอไม่รีบหาเงินผ่าตัดพี่ชายของเธอภายในวันสองวันตามที่หมอบอกอาการพี่ชายของเธอก็จะทรุดลงเรื่อยๆจนกระทั่งจากไป
ก๊อกๆๆ เจ้าเอยรีบปาดน้ำตาลวกๆก่อนจะก้าวเท้าไปเปิดประตูเพราะคิดว่าเพื่อนทั้งสองของเธอน่าจะมาหา
"ค.. คุณเหนือ" ร่างบางยืนนิ่งชะงักงันมองคนร่างสูงด้วยสายตาที่ค่อนข้างตกใจแววตาดุดันของเขาที่มองมายังเธอทำเอาหญิงสาวรู้สึกกลัวขึ้นมาจับใจหากเขามาที่นี่คงไม่พ้นเรื่องพี่ชายเธอแน่นอน
"ฉันจะมาคุยกับเธอเรื่องพี่ชายเธอ" เสียงทุ้มเอ่ยออกมาไม่ผิดจากที่หญิงสาวคิดเมื่อเขาว่ามาดังนั้นเธอเองก็ต้องทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านที่ดีเชิญเขามาคุยด้านในเพราะเธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าเหนือเมฆจะว่าอย่างไรเรื่องที่พี่ชายเธอทำให้น้องชายของเขาเจ็บหนัก
"ค่ะเชิญนั่งด้านในก่อนค่ะ"
ร่างสูงมองแวบแรกก็รู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าพึ่งจะหายจากอาการร้องให้และหลังจากนี้เขาเชื่อว่าเธอจะต้องเสียน้ำตาหนักกว่าเดิมแน่นอน
"ฉันยังไม่ได้แจ้งความเรื่องที่พี่ชายเธอขับรถชนน้องชายฉัน...แล้วเรื่องที่จะแจ้งหรือไม่แจ้งก็อยู่ที่เธอ" เมื่อร่างสูงในชุดสูทราคาแพงหย่อนก้นลงนั่งที่โซฟาได้ดวงตาคมก็จับจ้องมองไปที่หญิงสาวในชุดนักศึกษาตัวโคร่งอย่างมีเลศนัยก่อนจะเอ่ยสิ่งที่เขาต้องการจะมาคุยกับเธอในทันที
"ยังไงหรอคะเอยไม่เข้าใจค่ะ" ดวงตากลมโตเหลือบมองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เข้าใจคำพูดของเขา
"ถ้าเธอยอมรับข้อเสนอของฉันตัวฉันก็จะไม่เอาเรื่องพี่ชายเธอแถมยังจะช่วยออกค่ารักษาให้ด้วย" ว่าจบก็อมยิ้มอ่อน
"อะไรหรอคะ.." เจ้าเอยมองหน้าเหนือเมฆด้วยสายตาที่คาดเดาอะไรไม่ได้
ครู่ต่อมา
หลังจากที่เหนือเมฆเอ่ยข้อเสนอมาจบเจ้าเอยก็นั่งมองชายหนุ่มด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยพอใจที่เขาพูดอออกมาได้หน้าตาเฉยว่าให้เธอเอาตัวเข้าแลกกับเงินที่จะใช้รักษาพี่ชายและแลกกับการที่พี่ชายของเธอจะไม่ถูกดำเนินคดีไม่รู้ว่าคนมีเงินมีอำนาจทั้งหลายจะชอบใช้เงินฟาดหัวคนอื่นเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการเหมือนกันแบบนี้ทุกคนหรือเปล่า
"คุณเหนือกลับไปเถอะค่ะเอยไม่รับข้อเสนอนี้" หญิงสาวกลั้นใจตอบกลับไปเสียงแข็ง
"เธอคิดให้ดีซะก่อนที่จะปฏิเสธฉัน" เหนือเมฆรู้แต่แรกแล้วว่ายังไงหญิงสาวก็น่าจะมีคำปฏิเสธเขาลุกยืนขึ้นเต็มความสูงก่อนจะวางนามบัตรลงตรงหน้าของหญิงสาวและก้าวเดินออกไปช้าๆด้วยรอยยิ้มอ่อนเพราะรู้ว่าอีกไม่กี่นาทีเธอก็ต้องวิ่งแจ้นตามเขามาแน่นอน
“ทำไมเป็นคนแบบนี้กันนะ” หลังจากที่เหนือเมฆเดินพ้นประตูหน้าบ้านได้เจ้าเอยก็นั่งทรุดลงกับโซฟาไม่ใช่เธอพึ่งจะมารู้จักเขาแต่รู้จักมานานแล้วเนื่องจากเขาเป็นเพื่อนรุ่นพี่ของอินทิราและมีชื่อเสียงทางด้านอิทธิพลไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนที่ชอบใช้เงินฟาดหัวคนเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการแบบนี้ด้วย
RrrrrrRrrrrr
"ค่ะคุณหมอ..อ.อะไรนะคะ" ระหว่างที่นั่งคิดเรื่องที่เจอเมื่อครู่จู่ๆสายจากโรงพยาบาลก็โทรเข้ามาหญิงสาวจึงรีบกดรับทันทีหวังว่ามันจะเป็นข่าวดีแต่กลับเป็นข่าวร้ายที่เกินกว่าเธอจะรับได้เพราะหมอแจ้งว่าพี่ชายของเธอเกิดอาการช็อคและหากไม่รีบผ่าตัดส่วนที่เสียหายในสมองจะทำให้สมองค่อยๆตายไปทีละส่วน
“ไม่นะ..มันต้องไม่เป็นแบบนี้สิ” หลังจากวางสายได้สาวเจ้าก็สะอึกสะอื้นตัวโยนก่อนจะตัดสินใจวิ่งออกไปข้างนอกพร้อมกระเป๋าก่อนจะกดมือถือโทรหาเหนือเมฆอย่างไม่ลังเลตอนนี้ชีวิตพี่ชายเธอสำคัญกว่าอะไรทั้งสิ้นแม้กระทั่งศักดิ์ศรีของเธอ
“สวัสดีครับ..” เหนือเมฆที่ขับรถออกมาจอดไม่ไกลจากบ้านของเจ้าเอยมากนักเมื่อเห็นมีสายเข้ามาจึงรู้ทันทีว่าเป็นเบอของเจ้าเอยแต่ก็ยังเอ่ยกับสายที่โทรเข้ามาด้วยน้ำเสียงเสแสร้งแกล้งทำเป็นไม่รู้
"เอยเองนะคะคุณเหนือ..คุณจะให้เงินรักษาพี่ชายเอยจริงๆใช่หรือเปล่าคะ" ทางด้านเจ้าเอยตอนนี้วิ่งออกนอกบ้านมาด้วยโทรคุยไปด้วย
"อืม..จนกว่าจะหายดีเลยล่ะ"
"เอย...ตกลงค่ะ"
"ดี...ฉันจอดรถอยู่ตรงซอยXXมาหาฉันเดี๋ยวนี้ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ" ว่าจบก็กดวางสายก่อนจะนั่งรออย่างใจเย็นไม่นานนักดวงตาคมก็มองกระจกข้างด้วยสีหน้าพึงพอใจที่เห็นร่างบางวิ่งเข้ามาหา
ก๊อกๆๆ เจ้าเอยวิ่งมาเคาะกระจกรถราคาแพงของเหนือเมฆด้วยอาการเหนื่อยหอบเพราะรีบวิ่งมาสุดชีวิต
"ขึ้นมากับฉัน" เหนือเมฆลดกระจกลงก่อนจะบอกให้หญิงสาเข้ามานั่งคุยกันในรถ
“คุณเหนือช่วยพาเอยไปทำเรื่องที่โรงพยาบาลก่อนได้หรือเปล่าคะ” เสียงหวานพูดขึ้นมาด้วยความร้อนใจหลังจากเข้ามานั่งข้างๆเหนือเมฆในรถหรูได้
“ถ้าเป็นเรื่องพี่ชายเธอตั้งแต่เธอบอกตกลงฉันก็จัดการให้เสร็จสรรพแล้วเธอไม่ต้องไปที่โรงพยาบาลให้เสียเวลา”
“หมายถึงตอนนี้คุณเหนือคุยกับหมอแล้วหรอคะ” ใบหน้าหวานขมวดคิ้วเล็กน้อยเวลาไม่ถึงสิบนาทีเหนือเมฆคุยกับหมอเรื่องพี่ชายของเธอเรียบร้อยได้อย่างไร
“อืม..” มือหนาเอื้มมารัดเข็มขัดให้หญิงสาวก่อนจะออกตัวจากที่จอดอย่างรวดเร็วทำเอาเจ้าเอยถึงกับไปไม่เป็นเพราะคิดว่าคุยเสร็จเธอจะได้ลงจากรถเสียอีก
“จะพาเอยไปไหนคะ”
“เดี๋ยวก็รู้”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
ตอนนี้เจ้าเอยนั่งกระสับกระส่ายเพราะเห็นว่าเหนือเมฆนั้นขับรถออกจากตัวเมืองมานานจนข้ามอีกจังหวัดแล้วเขาก็ยังไม่ยอมบอกเธอเสียทีว่าเขาจะพาเธอไปที่ไหน
"คุณเหนือจะพาเอยไปไหนคะพรุ่งนี้เอยต้องไปเรียนนะคะ" ใบหน้าหวานที่กำลังมีสีหน้ากังวลหันมามองคนตัวโตที่ตั้งหน้าตั้งตาขับรถอย่างสบายอารมณ์ก่อนจะเอ่ยถามอีกฝ่ายเสียงแข็งเพราะเริ่มใจไม่ดี
"ถ้าเธอถามฉันอีกคำเดียวฉันจะสั่งให้หมอที่ดูแลพี่ชายเธอถอดเครื่องช่วยหายใจพี่เธอตอนนี้" เหนือเมฆยังไม่ยอมบอกอะไรกับเจ้าเอยอยู่ดีเพราะไม่อยากให้เธอมาโวยวายขณะที่เขากำลังรีบขับรถให้ถึงที่หมายโดยเร็ว
"..เอยจะหยุดพูดก็ได้ค่ะแต่คุณเหนือกลับมาส่งเอยทันที่จะไปมหาลัยพรุ่งนี้ใช่หรือเปล่าคะ.." เจ้าเอยไม่อยากรู้แล้วว่าเขาจะพาเธอไปที่ไหนแต่อยากรู้มากกว่าว่าเขาจะส่งเธอถึงบ้านเมื่อไรเพราะพรุ่งนี้เธอต้องไปเรียน
"บอกให้เงียบ" ดวงตาคมตวัดมองหญิงสาวอย่าดุดันพร้อมน้ำเสียงที่แข็งกร้าวพอสมควรก่อนจะหันไปมองหนทางด้านหน้าต่อ
"..ก็คุณเหนือยังไม่ตอบ.." น้ำเสียงเป็นกังวลของหญิงสาวยังเอ่ยพูดกับอีกฝ่ายต่อเพียงแค่เขาให้คำตอบกับเธอแค่คำสองคำไม่เข้าใจว่าทำไมมันยากสำหรับเขานักหนา
"เจ้าเอย.." เหนือเมฆเห็นทีจะต้องปรามให้หญิงสาวหยุดงี่เง่าใส่เขาก่อนเลยพ่นน้ำเสียงแข็งปนสีหน้าไม่พอใจดังพอที่ทำให้หญิงสาวสะดุ้งเฮือกและก้มหน้างุดเงียบลงได้
ร่างบางนั่งนิ่งเพราะตกใจกับการถูกดุเมื่อครู่มือน้อยกำมือกันแน่นรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกทั้งยังต้องข่มไม่ให้น้ำตาเจ้ากรรมไหลออกมาเพราะไม่อยากถูกมองว่าเป็นคนสำออย
ตอนนี้ท้องฟ้าค่อนข้างมืดสนิทแถมดูท่าฝนฟ้าก็น่าจะกำลังจะตกเพราะเธอได้ยินเสียงฟ้าร้องเห็นฟ้าแล่บมาพักใหญ่แล้ว
เป็นเวลาร่วมสองชั่วโมงได้ที่เจ้าเอยนั่งนิ่งเงียบจนชายหนุ่มขับรถเข้าปากซอยที่เป็นป่าลึกแล้วเข้ามาจอดที่หน้าบ้านไม้สักหลังโตแห่งหนึ่งที่ตอนนี้มีแสงสว่างเปิดอยู่แค่หน้าบ้าน
หากหญิงสาวเดาไม่ผิดที่นี่น่าจะอยู่ในเขตจังหวัดสระบุรีและไม่รู้ว่าทำไมชายหนุ่มถึงได้พาเธอมาที่นี่ในตอนนี้
เหนือเมฆจอดรถได้เขาก็ลงไปเปิดท้ายรถsuvคันหรูหิ้วกระเป๋าใหญ่สองใบลงมาก่อนจะเคาะกระจกเรียกร่างบางที่ยังนั่งนิ่งอยู่ในรถให้ลงจากรถ
"ลงมา"
"พาเอยมาที่นี่ทำไมคะ" ร่างบางในชุดนักศึกษาเดินตามคนตัวโตด้วยใจกล้าๆกลัวๆจนเขาเปิดไฟทั่วบ้านหลังใหญ่เธอจึงค่อยเอ่ยถามว่าเขาพาเธอมาที่นี่ด้วยจุดประสงค์อะไร
"อยู่กับเธอที่นี่สักอาทิตย์ไง...ตอนนี้เธอคือของเล่นของฉันแล้วจำไม่ได้แล้วหรอ" เหนือเมฆเดินเข้ามาในบ้านไม้สักทรงโมเดิร์นหลังใหญ่จนสุดทางเดินเลี้ยวซ้ายเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนใหญ่โดยมีหญิงสาวตามมาต้อยๆก่อนจะวางกระเป๋าใบใหญ่ทั้งสองลงที่ข้างตู้ไม้ราคาแพงที่มุมห้องด้านใน
ร่างบางหยุดชะงักที่หน้าประตูเพราะเห็นว่าด้านในห้องที่ชายหนุ่มเข้าไปน่าจะเป็นห้องนอน
"แต่คุณเหนือไม่ได้บอกเอยก่อนนะคะว่าจะให้เริ่มเมื่อไร..แล้วพรุ่งนี้เอยก็ต้องไปเรียนนะคะเพราะนี่ก็ใกล้สอบแล้วด้วย" สิ้นเสียงทุ้มได้เจ้าเอยก็ขมวดคิ้วเป็นปมเพราะพึ่งเข้าใจในเหตุผลที่เขาพาเธอมาที่นี่
แอบไม่พอใจอยู่บ้างที่เขาไม่บอกเธอก่อนว่าเขาจะให้เธอเริ่มเป็นของเล่นของเขาอย่างที่เขาเสนอมา
"นั่นมันปัญหาของเธอไม่ใช่ปัญหาของฉัน" ร่างสูงถอดเสื้อสูทแบรนด์ดังวางพาดที่โซฟาปลายเตียงแล้วเดินดุ่มๆมาดึงแขนร่างบางให้เข้ามาในห้อง
"คุณเหนือใจดีกับเอยหน่อยได้หรือเปล่าคะถ้าเอยขาดเรียนนานเอยอาจจะไม่ได้สอบ" ร่างบางยืนเงยหน้ามองคนตัวโตด้วยสายตาที่อ้อนวอนหวังว่าเขาจะเห็นใจเธอ
"ฉันว่าฉันก็ใจดีกับเธอมากพอแล้วนะ" สองมือหนาจับไหล่มนจ้องมองด้วยสายตาที่ไม่ใส่ใจเรื่องที่เธอร้องขอเพราะเขาคิดว่าเขาช่วยเหลือเธอมามากเกินไปแล้ว
"คือ.. เอยคงอยู่ที่นี่กับคุณไม่ได้นะคะไม่ได้เตรียมเสื้อผ้าของใช้มาเลยค่ะ" ในหัวของหญิงสาวตอนนี้บอกว่ายังไงเธอก็จะต้องกลับไปให้ได้จึงเริ่มหาข้ออ้างต่างๆนาๆเพื่อที่จะให้ชายหนุ่มยอมพาเธอกลับ
"ฉันเตรียมมาเรียบร้อยเพราะรู้ว่ายังไงเธอก็จะต้องมากับฉัน...เลิกหาข้ออ้างว่าจะกลับเพราะฉันไม่พาเธอกลับแน่นอนไปอาบน้ำได้แล้วโน่นกระเป๋าเสื้อผ้าของเธอฉันให้เวลายี่สิบนาทีไม่อย่างนั้นฉันจะเข้าไปอาบกับเธอด้วย"
เหนือเมฆหย่อนก้นลงนั่งไขว่ห้างที่โซฟาราคาแพงปลายเตียงก่อนจะชี้มือไปที่กระเป๋าใบใหญ่แบรนด์หรูเขาเตรียมการมาทุกอย่างแล้วมีหรือจะมาใจอ่อนกับคำพูดชักแม่น้ำทั้งห้าของหญิงสาวได้.