ตอน 1

คฤหาสน์หรูสไตล์นีโอคลาสสิกบนเนื้อที่กว่า 180 เอเคอร์แทรกอยู่กลางแมกไม้อันเขียวขจีย่านชานเมืองของกรุงมอสโก ประเทศรัสเชีย เจ้าของคือคอร์เนล ซีร์ยานอฟ เจ้าพ่อยักษ์ใหญ่แห่งวงการโทรคมนาคม คอร์เนลเป็นบุตรชายของวีแลน ซีร์ยานอฟ อดีตมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ในกรุงมอสโก หลังจากบิดาถูกคู่อริลอบสังหารจนเสียชีวิต คอร์เนลก็จำต้องเข้ามามีบทบาทในธุรกิจของตระกูลซีร์ยานอฟอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง

แม้จะไม่ชอบ แม้จะรังเกียจ แต่ก็ต้องทำเพื่อความอยู่รอด และการเข้ามาบริหารงานของเขาในครั้งนี้นั้นไม่ได้ยึดถือกฎเกณฑ์อันธพาลของพวกมาเฟียรุ่นเก่าๆ เอาไว้อีกเลย

คอร์เนลละเลิกทุกอย่างที่ผิดกฎหมายที่บิดาเคยทำไว้ ไม่ว่าจะเป็นบ่อนการพนัน สินค้าหนีภาษี การเรียกเก็บค่าคุ้มครอง หรือแม้แต่สถานบันเทิงที่มีการค้าประเวณี ธุรกิจสกปรกพวกนี้ถูกยกเลิกไปตั้งแต่เขาก้าวเท้ามาบริหารงานแทนบิดาที่เสียไป

และเพียงไม่กี่ปีคอร์เนลก็สามารถผงาดขึ้นมาเป็นผู้นำของวงการโทรคมนาคมของโลกตะวันตกทั้งหมดได้อย่างน่าทึ่ง การบริหารคนด้วยสมอง การตอบโจทย์ธุรกิจยากๆ และการชิงไหวชิงพริบในสนามแข่งขัน เป็นสิ่งที่เขาคลั่งไคล้ คอร์เนลสนุกกับการบดขยี้คู่แข่งด้วยกลยุทธ์ที่แยบยล ทำให้คู่แข่งไม่มีโอกาสแม้แต่จะร้องอุทธรณ์

ชายหนุ่มโหดเหี้ยม เลือดเย็น และไร้หัวใจอย่างที่สุดเมื่อก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของตระกูลซีร์ยานอฟ ไม่มีใครขวางทางของเขาได้ ไม่ว่าเขาต้องการอะไร ทุกอย่างเหล่านั้นก็ต้องมากองอยู่แทบเท้า แต่ตอนนี้สิ่งที่เขากำลังต้องการที่สุดก็คือ...

คนทรยศ!

“ตามมันเจอไหม?”

“ไม่เจอเลยครับนาย ผมหาจนทั่วแล้วครับ”

เซอร์เกคนสนิทของคอร์เนลก้มหน้ารายงานด้วยน้ำเสียงยำเกรง อารมณ์ของหนุ่มหล่อตรงหน้านั้นร้อนและแรงแค่ไหน เขารู้ดีกว่าใครทั้งนั้น เพราะทำงานด้วยกันมาหลายปี ตั้งแต่คอร์เนลยื่นมือเข้าไปช่วยชีวิตบุตรสาวของเขาจากไอ้มาเฟียกระจอกเมื่อห้าปีก่อน เขาก็ได้ให้สัญญากับตัวเองว่าจะจงรักภักดีต่อคอร์เนลไปตลอดชีวิต

“ระยำ! พวกนายทำงานประสาอะไรฮ้า! แค่คนต่างชาติคนเดียวก็หาไม่เจอ ทำงานกันแบบนี้มันน่าเอายิงทิ้งนัก”

เซอร์เกรู้ดีว่านายน้อยรูปหล่อปานเทพบุตรของตนเองไม่มีทางทำอย่างที่พูดแน่ เพราะคอร์เนลไม่ชอบตัดสินปัญหาด้วยวิธีที่รุนแรง มือของคอร์เนลไม่เคยเปื้อนเลือด พอๆ กับที่คอร์เนลไม่เคยสั่งให้ลูกน้องอย่างพวกเขาไปทำร้ายศัตรูนั่นแหละ นายน้อยของเขาใช้สมองทุกครั้งในการต่อสู้ ไม่ว่าจะในสนามชีวิต หรือจะในสนามของธุรกิจ และคอร์เนลก็สามารถกำชัยชนะเอาไว้ได้ทุกครั้งอย่างน่าทึ่ง

“สนามบิน ไปตามที่นั่นหรือยัง มันอาจจะกลับเมืองไทย...”

นายน้อยของเขาเดินงุ่นง่านด้วยโทสะแรงกล้า ก็น่าจะโมโหอยู่หรอก เพราะตั้งแต่เกิดมาคอร์เนลยังไม่เคยถูกลูบคมแบบนี้มาก่อนเลยนี่นา และสิ่งที่เจ้าหมอนั่นขโมยไปนั้นเป็นเพชรสีทองน้ำงามที่แทบจะเรียกว่าหายากที่สุดในโลกก็ว่าได้ คอร์เนลรักมันมากพอๆ กับความรักที่มีต่อน้องสาวคนสวยของตัวเองนั่นแหละ

“ผมไปตามแล้วครับ แต่หามันไม่เจอ คาดว่าพวกเซอร์คอฟอาจจะให้ความช่วยเหลือก็เป็นไปได้ครับ เพราะเพชรสีทองนั้นเป็นสิ่งที่ตระกูลใหญ่ๆ ทั้งหลายต้องการครอบครองเช่นกัน โดยเฉพาะพวกเซอร์คอฟ”

คิ้วดกดำที่ยาวขนานไปกับดวงตาคมกริบสีเขียวมรกตเลิกขึ้นน้อยๆ

“นายกำลังสงสัยดินิย่าร์อย่างนั้นหรือ?”

“ถึงแม้นายน้อยกับคุณดีนจะไม่เคยผิดใจกัน แต่ใครๆ ก็รู้ว่าเพชรสีทองนั้นหายากมาก และพวกเซอร์คอฟก็คิดเสมอว่าเพชรสีทองนั้นเป็นของต้นตระกูลตัวเอง และนายหญิงแห่งซีร์ยานอฟใช้วิธีสกปรกแย่งมันมา”

คอร์เนลไม่พูดอะไรออกมาอีก ขณะเพ่งมองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ที่อยู่ทางทิศตะวันออกของห้องทำงานส่วนตัวในคฤหาสน์ซีร์ยานอฟ

เซอร์เกมองร่างสูงใหญ่แข็งแกร่งของเจ้านายด้วยความชื่นชม คอร์เนลเป็นสุดยอดของผู้ชายที่ผู้หญิงทั้งโลกฝันหา จึงไม่แปลกที่ผู้หญิงเป็นร้อยเป็นพันคนจะมาต่อแถวกันเพื่อให้นายน้อยของเขาเลือกขึ้นเตียง แม้ความสัมพันธ์จะชั่วข้ามคืน แต่แม่ผู้หญิงพวกนั้นก็ยังยอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ขึ้นไปอยู่บนเตียงของคอร์เนล

แน่นอน นายน้อยของเขาจ่ายหนักกับการซื้อสัมพันธ์ทางกายแบบนี้ แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ไม่มีผู้หญิงคนใดสร้างความประทับใจให้กับคอร์เนลจนถูกเรียกใช้ซ้ำได้เลยแม้แต่คนเดียว ทุกคนถูกปลดระวางเพียงแค่ข้ามคืนเท่านั้น แต่มันก็ไม่น่าแปลกใจนักหรอก เพราะนายน้อยของเขานั้นไม่เคยเห็นผู้หญิงอยู่ในสายตามาก่อน สมองที่ฉลาดจนน่านับถือของคอร์เนลนั้นมีแต่เรื่องงานเพียงอย่างเดียว ผู้หญิงไม่มีประโยชน์ต่อนายน้อยเลยหากไม่ได้อยู่บนเตียง

“ฉันต้องการข้อมูลของไอ้ยอดชายทั้งหมด”

เสียงกระด้างของผู้ชายที่ยืนนิ่งอยู่ที่ริมหน้าต่างหยุดความคิดทุกอย่างของเซอร์เกลงในทันที คนสนิทวัยเฉียดห้าสิบก้มหน้ารับคำสั่ง

“ครับนายน้อย”

เซอร์เกรับคำสั่ง ก่อนจะรีบกดโทรศัพท์มือถือหาหลานชายของตัวเองที่คอร์เนลใจดีรับเข้ามาทำงานด้วยอย่างรีบร้อน

“อีวานเหรอ รีบเอาประวัติของนายยอดชายที่กรอกไว้ตอนที่มาสมัครงานขึ้นมาให้นายน้อยที่ห้องทำงานด่วนที่สุด”

และเพียงไม่ถึงอึดใจเสียงประตูหน้าห้องก็ถูกเคาะเบาๆ ก่อนที่อีวานจะเปิดเข้ามาเมื่อเจ้าของห้องเอ่ยปากอนุญาต

“ประวัติของนายยอดชายครับ”

อีวานส่งแฟ้มเอกสารสีเขียวให้กับน้าชายตัวเองก่อนจะก้มศีรษะให้กับคอร์เนลและก้าวถอยหลังออกไปจากห้องอย่างรู้หน้าที่

เซอร์เกรีบส่งแฟ้มเอกสารให้กับนายน้อยของตัวเองทันที

“สิ่งที่นายน้อยต้องการมาแล้วครับ”

คอร์เนลหันกลับมา แสงแดดยามสายที่ส่องเข้ามากระทบด้านหลังนั้นทำให้หนุ่มหล่อยิ่งดูลึกลับและน่ากลัวมากขึ้นเป็นสองเท่า มือใหญ่สีแทนยื่นมารับแฟ้มเอกสารจากคนสนิทไปเปิดอ่านทันที นัยน์ตาสีเขียวดุจมรกตเลื่อนไปตามตัวอักษรทีละตัว อ่านอย่างละเอียดทุกคำ

ยอดชาย โรจน์มหามงคล อายุ 52 ปี สถานภาพหม้ายเมียตาย มีลูกสาว 1 คน อายุ 20 ปี ชื่อยาหยี โรจน์มหามงคล การศึกษาอยู่ปี 3 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมืองไทย เคยทำงานอยู่กับตระกูลเซอร์คอฟแต่ถูกไล่ออกมาเพราะเกิดเหตุทะเลาะวิวาท

‘และเขาก็โง่พอที่จะรับไอ้สารเลวคนนี้เข้ามาทำงาน’

คอร์เนลก่นด่าตัวเองภายในใจด้วยความเจ็บแค้น ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนฉลาดอย่างเขาจะถูกลูบคมโดยไอ้โจรกระจอกไร้การศึกษาคนนี้ ให้ตายเถอะ เขาอยากจะหักคอไอ้ยอดชายนัก!

แฟ้มเอกสารถูกปิดลงก่อนจะถูกโยนลงไปกองกับพื้นพรมอย่างรุนแรง กรามแกร่งสีเขียวครึ้มของคอร์เนลบดกันแทบละเอียด ดวงตาสีเขียวดุจมรกตเรืองวาวด้วยแรงโทสะ

“ฉันต้องการไปเมืองไทย เร็วที่สุด!”

“ไปเมืองไทยหรือครับนายน้อย” เซอร์เกร้องถามด้วยความตกใจ ไม่อยากให้สิ่งที่ตัวเองคิดเป็นจริงขึ้นมาเลย

“นายน้อยคงไม่ได้คิดจะ...”

“ไม่ต้องถามว่าฉันจะไปทำไม นายไปจัดการเตรียมเครื่องบินส่วนตัวให้ฉันก็แล้วกัน ฉันต้องการไปกรุงเทพฯ เดี๋ยวนี้”

คอร์เนลคำรามออกมาเสียงดุดัน ใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพบุตรแดงก่ำด้วยแรงโทสะ ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหา เขาก็จะต้องหาไอ้ระยำนั่นให้พบ และจัดการฝังมันทั้งเป็นด้วยมือของเขาเอง

“ครับนายน้อย”

เซอร์เกไม่มีทางเลือกที่จะไม่ทำตามคำสั่งของคอร์เนล เขาถอยออกไปจากห้องทำงานของนายน้อยอย่างรวดเร็วโดยไม่คิดจะรอให้เจ้าของห้องไล่ซ้ำอีกครั้ง แม้ทุกย่างก้าวจะอัดแน่นไปด้วยความวิตกกังวลกับวิธีที่นายน้อยของตัวเองกำลังจะงัดขึ้นมาใช้เพื่อบีบบังคับนายยอดชายให้ยอมจำนนมากแค่ไหนก็ตาม แต่ข้ารับใช้แบบเขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเอ่ยทักท้วงใดๆ นอกจากก้มหน้าทำตามคำสั่งของผู้มีบุญคุณท่วมหัวเพียงอย่างเดียว

ประตูไม้แกะสลักถูกปิดลงเบาๆ พร้อมๆ กับร่างสูงใหญ่ของคอร์เนลที่เดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สีดำหนังแท้ราคาแพงระยับหลังโต๊ะทำงานของตัวเอง

“ในเมื่อแกใช้วิธีสกปรกกับฉัน...”

คำพูดที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักสวยได้รูปน่าจูบของคอร์เนลนั้นอัดแน่นไปด้วยความเดือดดาล

“ฉันก็จะไม่ใช้วิธีสะอาดกับแกเหมือนกัน”

นัยน์ตาสีเขียวดุจมรกตของนักธุรกิจที่ได้ขึ้นชื่อว่าทรงอิทธิพลที่สุดในมอสโกอัดแน่นไปด้วยความเหี้ยมโหด และแน่นอนว่าเขาจะไม่มีทางปล่อยให้ศัตรูของตัวเองลอยนวลอย่างมีความสุขได้นานเกินเจ็ดวันอย่างแน่นอน

ตอน 2

ร่างอรชรที่ยังอยู่ในชุดนักศึกษาของยาหยีกระโดดเข้ากอดบิดาของตัวเองที่ไม่ได้เห็นหน้าเห็นตากันนานเกือบสองปีด้วยความคิดถึงจับใจ

“พ่อจริงๆ ด้วย ลูกหยีคิดถึงคุณพ่อเหลือเกิน”

สาวน้อยหอมแก้มซ้ายหอมแก้มขวาของบิดาด้วยความคิดถึงจับใจ กอดร่างของชายที่เรียกว่าพ่อแน่น น้ำหูน้ำตาแห่งความดีใจไหลพรากออกมา

“พ่อ...ลูกหยีคิดถึงพ่อเหลือเกิน”

ยอดชายปล่อยให้ลูกสาวกอดหอมตัวเองจนหนำใจแล้ว จึงดันร่างอรชรของบุตรสาวออกห่าง จ้องมองใบหน้าสวยหวานที่ไม่ผิดเพี้ยนไปจากภรรยาที่เสียไปแล้วเลยแม้แต่นิดเดียวด้วยความรักใคร่

“พ่อคิดถึงลูกหยีนะ คิดถึงมาก”

ยาหยียิ้มกว้าง ดึงร่างของบิดาให้ตามตัวเองมานั่งบนโซฟาตัวกะทัดรัดริมห้องเช่าขนาดเล็กของตัวเอง จากนั้นก็รีบวิ่งไปรินน้ำเย็นใส่แก้วมาให้บิดา

“น้ำค่ะพ่อ”

“ขอบใจจ้ะลูกหยี”

ยอดชายรับน้ำขึ้นมาดื่ม ใบหน้าของเขาไม่ได้แสดงท่าทางมีความสุขออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว จนลูกสาวต้องเอ่ยถามด้วยความแปลกใจกับท่าทางลุกลี้ลุกลนของบิดา

“พ่อทำท่าเหมือนกำลังหนีใครอยู่”

“ปละ...เปล่านี่ ลูกหยีคิดมากไปหรือเปล่า”

ผู้เป็นบิดาปฏิเสธเสียงมีพิรุธ และนั่นก็ยิ่งทำให้ยาหยีสงสัยมากขึ้นไปอีก สาวน้อยทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ร่างของยอดชาย

“แต่พ่อมองออกไปทางประตูตลอดเวลาเลยนะคะ แล้วพ่อก็ทำหน้าเครียด มีอะไรให้ลูกหยีช่วยหรือเปล่าคะพ่อ บอกลูกหยีได้นะคะ”

ยาหยีวางมือของตัวเองลงบนมือของบิดา แล้วก็ต้องตกใจเมื่อมือของบิดานั้นเย็นเฉียบราวกับพึ่งไปจับน้ำแข็งมา

“ทำไมมือพ่อเย็นนักล่ะคะ”

ยอดชายรีบดึงมือของตัวเองออกจากมือนุ่มของบุตรสาว แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันที

“เงินที่พ่อส่งมาให้พอกับค่าใช้จ่ายของลูกหยีหรือเปล่า เอ่อ...แล้วเมื่อวันก่อนพ่อก็โอนเงินเข้าบัญชีให้ลูกหยีอีกก้อนหนึ่ง ไปอัพสมุดดูหรือยัง”

ยาหยีจ้องหน้าบิดาเขม็ง

“ลูกหยีว่าจะโทรไปถามพ่ออยู่พอดี เงินตั้งสิบล้านบาทที่พ่อโอนมาให้ลูกหยีเมื่อวันก่อน พ่อไปเอามันมาจากที่ไหนคะ”

สาวน้อยคาดคั้นด้วยต้องการรู้ความจริง หล่อนไม่เชื่อหรอกว่าการทำงานเป็นลูกน้องของนักธุรกิจชาวรัสเซียคนหนึ่งจะได้เงินมากมายขนาดนี้ พ่อของหล่อนต้องมีอะไรปิดบังอยู่อย่างแน่นอน

“เงินเดือนของพ่อไง”

“ลูกหยีไม่เชื่อหรอกค่ะ เงินเดือนของพ่อโอนมาให้ลูกหยีตั้งแต่ต้นเดือนแล้วนี่คะ แล้วอีกอย่างเงินเดือนของพ่อก็แค่หกแสนบาท ไม่ใช่สิบล้านบาทอย่างที่พ่อโอนมาให้ลูกหยีเมื่อวันก่อนสักหน่อย บอกมานะคะว่าพ่อไปเอาเงินพวกนี้มาจากไหน”

ยอดชายอึ้งไปนานกับคำถามคาดคั้นของบุตรสาว

“โบนัสของพ่อยังไงล่ะลูกหยี กิจการของนายน้อยไปได้สวย ท่านก็เลยแจกโบนัสให้ลูกน้องทุกคน นี่ยังมีคนได้เยอะกว่าพ่ออีกตั้งหลายคนนะจะบอกให้”

คิ้วเรียวดุจคันศรของยาหยีเลิกขึ้นสูงด้วยความเหลือเชื่อ

“โบนัสเป็นสิบๆ ล้านเนี่ยนะคะ ลูกหยีไม่อยากจะเชื่อเลย”

เมื่อเห็นลูกสาวไม่มีทีท่าว่าจะยอมเชื่อง่ายๆ ยอดชายจึงต้องใช้ไม้สุดท้าย

“อย่าบอกนะว่าลูกหยีคิดว่าพ่อเป็นหัวขโมย ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพ่อจะเลวในสายตาของลูกหยีขนาดนี้”

เมื่อเห็นท่าทางเสียอกเสียใจของบิดา ยาหยีก็ตกใจ แล้วรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน

“ไม่ใช่นะคะ ลูกหยีไม่ได้คิดแบบนั้น ลูกหยีแค่แปลกใจ”

ยอดชายระบายยิ้มออกมา เอื้อมมือมากุมมือนุ่มของบุตรสาวเอาไว้แน่น

“พ่อทนให้คนอื่นมองไม่ดีได้ แต่พ่อทนให้ลูกหยีสุดที่รักของพ่อมองพ่อแบบคนร้ายไม่ได้ ลูกหยีต้องสัญญากับพ่อนะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ลูกหยีจะต้องเชื่อพ่อ จะต้องไว้ใจพ่อ อย่าเชื่อคำพูดของคนอื่น นอกจากพ่อคนเดียว”

“พ่อพูดแปลกจังค่ะ พูดเหมือนจะมีอะไรเกิดขึ้นอย่างนั้นแหละ”

ยาหยีถามออกมาด้วยความเคลือบแคลงใจ บิดาของหล่อนทำท่าทำทางแปลกๆ ตั้งแต่โผล่เข้ามาเมื่อครู่นี้ แล้วตอนนี้ยังมาพูดจาแปลกๆ อีก นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ หรือว่าพ่อของหล่อนกำลังถูกใครตามล่า

“พ่อคะ พ่อคงไม่ได้ถูกใครตามฆ่าใช่ไหมคะ”

ใบหน้านวลซีดเผือดเมื่อถามคำถามนี้ออกไป ซึ่งมันก็ซีดขาวพอๆ กับใบหน้าของยอดชายในขณะนี้นั่นแหละ

“ทำไมลูกหยีถึงคิดแบบนั้นล่ะ ทำไมถึงคิดว่าพ่อจะต้องถูกตามฆ่า”

“ก็พ่อเคยบอกให้ลูกหยีฟังว่าเจ้านายของพ่อเป็นลูกชายของมาเฟียเก่า บางทีพ่ออาจจะทำอะไรผิดมา แล้วเขาก็ส่งคนมาตามฆ่า”

“ไม่มี...ไม่มีหรอก พ่อไม่ได้ทำอะไรผิด”

ยาหยีมองบิดาที่ตอนนี้ผุดลุกขึ้นยืนด้วยความประหลาดใจ หญิงสาวลุกขึ้นตาม ก่อนจะเอ่ยถามทันที

“พ่อจะไปไหนคะนั่น ไม่อยู่กับลูกหยีหรือคะ”

“พ่อต้องไปทำงานที่อื่นสักระยะหนึ่ง แต่อีกไม่นานหรอกลูกหยี เราจะได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อลูก”

ยอดชายดึงร่างอรชรของบุตรสาวแสนสวยของตัวเองเข้าไปกอดแนบอก ยกมือขึ้นลูบศีรษะทุยได้รูปสวยของยาหยีด้วยความรักสุดซึ้ง ในใจก็ภาวนาให้คอร์เนลยังยึดติดกับกติกาเดิม นั่นก็คือไม่ใช้กำลังข่มเหงคนในครอบครัวของศัตรูเหมือนดั่งเช่นที่คอร์เนลเคยปฏิบัติมาตลอดชีวิต

“แล้วเมื่อไรพ่อจะมาหาลูกหยีอีกล่ะคะ”

ยาหยีน้ำตาไหลพรากกับอกของบิดา หล่อนรักท่านเหลือเกิน ทั้งรักทั้งบูชากับความเสียสละของท่าน พ่อทำงานทุกอย่างเพื่อส่งให้หล่อนได้เรียนหนังสือสูงๆ และหากว่าหล่อนเรียนจบเมื่อไร พ่อของหล่อนจะไม่มีวันต้องเหนื่อยอีก หล่อนจะเลี้ยงท่านเอง จะดูแลท่านให้ดีที่สุด เหมือนกับที่ท่านทำเพื่อหล่อนมาตลอดชีวิต

“อีกไม่นานลูกหยี...อีกไม่นาน...” ยอดชายแกะมือลูกสาวออกจากตัว และถอยออกห่าง มองหน้ายอดดวงใจอีกครั้งด้วยความรัก

“พ่อต้องรีบไปแล้ว ลูกหยีต้องดูแลตัวเองดีๆ นะลูก และหากลูกหยีรักพ่อ ลูกหยีจะต้องรีบย้ายที่พักให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ วันนี้พรุ่งนี้เลยยิ่งดี”

“ทำไมล่ะคะพ่อ ทำไมลูกหยีถึงต้องย้ายห้องด้วยล่ะคะ”

“พ่อไม่มีคำตอบให้หรอก แต่ถ้าหากลูกหยีรักพ่อ ลูกหยีต้องรับปากว่าจะย้ายห้องให้เร็วที่สุด รับปากสิลูกหยี รับปากกับพ่อ”

ยาหยียกมือขึ้นป้ายน้ำตาทิ้ง พยายามไล่ความสงสัยของตัวเองให้กลับเข้าไปในอกตามเดิม ก่อนจะพยักหน้ารับคำสั่งจากบิดา

“ค่ะ พรุ่งนี้ลูกหยีจะย้ายไปอยู่หอพักในมหาวิทยาลัยกับเพื่อน พ่อสบายใจได้เลยค่ะว่าลูกหยีของพ่อคนนี้จะปลอดภัยจากอะไรก็ตามที่พ่อกำลังกลัว”

ยอดชายระบายยิ้มบางๆ ให้กับบุตรสาว พร้อมๆ กับเหลือบตามองนาฬิกาข้อมือของตัวเองด้วยท่าทางกระวนกระวาย

“ขอบใจมากลูกหยี พ่อคงต้องไปแล้ว”

“พ่อคะ ลูกหยีรักพ่อนะคะ”

ยาหยีโผเข้ากอดบิดาอีกครั้ง คราวนี้น้ำตาหลั่งรินออกมาถล่มทลาย ยอดชายปลอบบุตรสาวทั้งน้ำตา อยากจะอยู่กินข้าวด้วยสักมื้อ แต่ก็ทำดั่งใจปรารถนาไม่ได้ เพราะรู้ดีว่าคอร์เนลยิ่งใหญ่และกว้างขวางแค่ไหน คงไม่นานหรอกคอร์เนลก็จะต้องรู้ว่าเขาหนีมากบดานที่เมืองไทย และบัดนั้นการไล่ล่าก็จะต้องเกิดขึ้น

“พ่อต้องไปแล้วจริงๆ ลูกหยี”

ยอดชายดันร่างอรชรออกห่าง หมุนตัวเดินลิ่วไปที่ประตูห้องพักของบุตรสาว ยาหยีรีบวิ่งตามไปคว้าแขนของบิดาเอาไว้

“พ่อต้องสัญญานะคะว่าจะกลับมาหาลูกหยีเร็วๆ”

ผู้เป็นพ่อค่อยๆ หันกลับมา พร้อมๆ กับยื่นกระดาษแผ่นเล็กๆ ใบหนึ่งให้กับบุตรสาว

“พ่อสัญญาจ้ะลูกหยี”

ยาหยีหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมามองแล้วก็ต้องถามออกไปด้วยความแปลกใจ

“เบอร์โทรศัพท์นี่คะ อย่าบอกนะว่าพ่อจะเปลี่ยนเบอร์”

ยอดชายพยักหน้ารับ

“หากไม่จำเป็นก็อย่าติดต่อพ่อนะลูกหยี พ่อไปก่อนนะ แล้วเจอกัน”

บิดาเปิดประตูห้องและเดินออกไปแล้ว แต่ยาหยีก็ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สมองสับสนงงงวยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหลือเกิน พ่อของหล่อนทั้งพูดทั้งแสดงท่าทางมีพิรุธหลายอย่าง ทำตัวหวาดระแวงเหมือนกับกำลังถูกตามไล่ล่าอย่างนั้นแหละ แถมยังสั่งให้หล่อนย้ายที่พักอีกต่างหาก นี่มันเกิดอะไรขึ้นนะ พ่อของหล่อนไปทำอะไรไม่ดีเอาไว้หรือเปล่า

ยาหยีคิดจนหัวแทบแตกก็คิดไม่ออก ทำได้แค่เพียงเดินกลับมาทิ้งตัวที่โซฟาริมห้องพักของตัวเองเท่านั้น

ตอน 3

“ว่ายังไงนะ เธอจะย้ายมาอยู่ห้องเดียวกับฉันเหรอลูกหยี”

ยาหยีรีบยกมือขึ้นปิดปากของลินดาเพื่อนสาวคนสนิทที่เรียนอยู่คณะศิลปศาสตร์ เอกภาษารัสเซียด้วยกัน เมื่อเจ้าหล่อนเล่นตะเบ็งเสียงข้องใจนั้นออกมาดังสนั่น จนบรรณารักษ์วัยกลางคนที่นั่งอยู่ด้านหน้าของห้องสมุดขยับแว่นตาจ้องมองมาด้วยสายตาตำหนิติเตียน

“ชู่ว์...เบาๆ หน่อยสิลินดา เดี๋ยวก็ถูกโยนออกจากห้องสมุดกันพอดี”

ลินดายกมือขึ้นปิดปาก ปรายตามองบรรณารักษ์จอมเฮี้ยบนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบากว่าเดิมมากมายออกมา

“ก็ฉันตกใจนี่ ว่าแต่ทำไมถึงอยากมาอยู่กับฉันล่ะ ในเมื่อชวนมาตั้งแต่ปีแรกก็ไม่เห็นจะยอมมาเลย แล้วตอนนี้อะไรดลใจยะ”

ยาหยีถอนใจออกมาแรงๆ อยากจะบอกเพื่อนสนิทออกไปเกี่ยวกับความลับของตัวเอง แต่ก็ไม่กล้าเพราะบิดาได้สั่งห้ามเอาไว้ จึงต้องตอบเลี่ยงๆ ออกไป

“ก็...ฉันอยากอยู่ใกล้ๆ เธอยังไงล่ะ คบกันมาตั้งนานแล้ว ก็เลยอยากอยู่ใกล้ๆ”

“เฮ้ย! คงไม่ได้เกิดพิศวาสฉันขึ้นมาใช่ไหมลูกหยี” แม่ลินดารีบเขยิบตัวหนีทันที ยาหยีรีบส่ายหน้าปฏิเสธความคิดบ้าบอของเพื่อนสนิท

“จะบ้าหรือไง ฉันไม่ใช่พวกเลสเบี้ยนสักหน่อย ที่อยากมาอยู่ด้วยก็เพราะว่า...อยากมีเวลามาทำรายงานในห้องสมุดให้มากกว่าเดิมเท่านั้นเอง...เอาน่าลินดา ฉันสัญญาว่าจะไม่อยู่ห้องตอนที่เธอกับคู่รักของเธอพลอดรักกัน โอเคไหม”

ลินดาได้ฟังคำยืนยันจากเพื่อนสาวแล้วก็ถอนใจออกมาด้วยความโล่งอก ขยับตัวกลับมานั่งใกล้ๆ กับยาหยีเหมือนเดิม ก่อนจะยิ้มกว้างออกมา

“ถึงเธอจะอยู่ด้วย ฉันกับโกวิทก็สามารถโจ๊ะพรึมๆ กันได้น่า ว่าแต่เธอเถอะจะทนฟังเสียงร้องของฉันกับโกวิทได้หรือเปล่าก็เท่านั้นเอง”

คนพูดหัวเราะออกมา เมื่อเห็นแม่เพื่อนสาวแสนไร้เดียงสาอย่างยาหยีแก้มแดงก่ำ หล่อนรู้ดีว่าตอนนี้สมองของยาหยีจินตนาการไปถึงเรื่องอะไร

“นี่ถามจริงๆ เถอะ ไม่คิดอยากลองมีเซ็กส์บ้างหรือลูกหยี สนุกนะ สนุกสุดๆ ไปเลยล่ะ”

คนถูกถามที่หน้าแดงก่ำยิ่งกว่าลูกตำลึงสุกรีบส่ายหน้าพรืด ก้มมองหนังสือในมือ ลินดาเห็นท่าทางขัดเขินเอียงอายของยาหยีแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ยาหยีจะแสดงอาการไม่อยากรับรู้ ไม่อยากพูดถึงทุกครั้งเลย ยามที่หล่อนชวนคุยเรื่องเซ็กส์

น่าแปลกนักที่ผู้หญิงสวยหวานอย่างยาหยีจะไม่เคยแม้แต่จะถูกผู้ชายจูบปากมาก่อนเลยสักครั้งในชีวิต ใช่ว่ายาหยีจะไม่มีผู้ชายเข้ามาจีบ ตรงกันข้ามกลับมีหนุ่มๆ มาต่อแถวยาวราวกับหางว่าวเลยต่างหาก แต่ทุกคนก็ต้องล่าถอยเพราะแม่เพื่อนสาวคนสวยคนนี้ไม่สนองตอบ แถมยังเย็นชาใส่ผู้ชายทุกคนที่ก้าวเข้ามา ตั้งแต่ปีหนึ่งจนตอนนี้อยู่ปีสามเข้าไปแล้ว แม่ยาหยีเพื่อนรักก็ยังไม่เคยมีแฟนเลยแม้แต่คนเดียว

“ทำไมต้องหน้าแดงด้วยล่ะลูกหยี ฉันติดต่อให้ไหม หล่อรวยโปรไฟล์เลิศ เอาหรือเปล่า”

“ไม่เอาหรอก เธอเอาไปเองเถอะ ฉันอยากเรียนให้จบ ไม่อยากมีแฟน”

คำตอบของยาหยีทำเอาลินดาหัวเราะร่วน

“นี่ฉันมีเพื่อนเป็นคนตายด้านหรือเปล่านะ”

ตายด้านหรือ? ยาหยีครุ่นคิด ใช่...บางทีหล่อนอาจจะเป็นคนตายด้านก็ได้ เพราะหล่อนไม่เคยมีความรู้สึกลึกซึ้งกับผู้ชายคนไหนเลยแม้แต่คนเดียว ไม่ว่าจะหล่อ ดี เลิศเลอแค่ไหนก็ตาม ทุกคนเหมือนท่อนไม้สำหรับหล่อนทั้งนั้น

“บางทีฉันอาจจะตายด้านจริงๆ ก็ได้นะลินดา” ยอมรับออกไป ขณะก้มหน้าลงอ่านหนังสือหน้าที่เปิดค้างเอาไว้

“ถ้าเธอตายด้านนะ ผู้ชายทั้งโลกคงต้องร้องไห้เพราะความเสียดายอย่างแน่นอน” ลินดาทำสุ้มเสียงเสียดาย ก่อนจะตั้งข้อสังเกตที่ยาหยีคิดว่าบ้าบอขึ้นมาอีก

“แต่ฉันว่าเธอไม่ได้ตายด้านหรอกนะยาหยี บางทีเธอจะยังไม่เจอผู้ชายที่ใช่ก็เป็นได้”

ยาหยีเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนรักด้วยท่าทางครุ่นคิด

“คนที่ใช่เหรอ?”

“ใช่ คนที่ใช่สำหรับเธอไง ผู้ชายที่จะทำให้เธอละสายตาจากเขาไม่ได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว ผู้ชายที่จะทำให้เธอเร่าร้อน วิงวอน ร้องขอในสิ่งที่เธอคิดว่าตัวเองไม่มี และเขาคนนั้นก็จะพาเธอล่องลอยเที่ยวชมสวนสวรรค์โดยที่เธอไม่มีทางปฏิเสธได้ และ...” ลินดายังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกยาหยีแทรกขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ

“และผู้ชายคนนั้นไม่มีอยู่จริง”

“มีอยู่จริงสิลูกหยี แต่เธออาจจะเจอช้ากว่าฉันเท่านั้นเอง”

ยาหยีตั้งท่าจะแย้งขึ้นมาอีก แต่ก็เปลี่ยนใจก้มหน้าลงมองหนังสือหน้าเดิมที่ตัวเองอ่านเท่าไรก็ไม่ยอมจบสักทีแทน สมองทำงานหนักกว่าที่เคย เมื่อคำพูดของลินดาฝังแน่นลงไปในเนื้อสมอง

“มีอยู่จริงสิลูกหยี แต่เธออาจจะเจอช้ากว่าฉันเท่านั้นเอง”

มีจริงๆ หรือผู้ชายที่จะทำให้หล่อนรู้สึกประหลาดอย่างที่ลินดาว่า ผู้ชายที่จะทำให้หล่อนโหยหาได้แต่เพียงสบตา จะมีอยู่บนโลกใบนี้จริงๆ หรือ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED