ตอน 1

ลาสเวกัส, สหรัฐอเมริกา

ท้องฟ้าสีนิลไร้ซึ่งแสงดาวในยามค่ำคืนใจกลางเมือง ภายในตึกสูงระฟ้าแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นดั่งสวรรค์ของนักเสี่ยงโชคทั้งหลาย ตึกสวยดีไซน์เลิศ ออกแบบให้เป็นทั้งโรมแรมหรู ศูนย์การค้าและบางโซนด้วยพื้นที่เกินกว่าครึ่งถูกจัดแบ่งให้เป็นสถานบันเทิงและกาสิโนลือชื่ออย่างเป็นสัดเป็นส่วน ภายในนั้นตกแต่งอย่างอลังการหรูหราเสียจนไม่อยากเชื่อว่าคือบ่อนการพนันชั้นสูงของนักเล่นระดับมหาเศรษฐีที่มีเงินเหลือกินเหลือใช้ เอามาผลาญเล่นเพื่อสนองความบันเทิงอย่างไม่เกรงใจคนธรรมดาสามัญที่หาเช้ากินค่ำอันเป็นประชากรส่วนใหญ่ของโลกใบนี้

ภายในมีมุมของเครื่องเล่นต่างๆ หลากหลายชนิด มีทั้งนักเสี่ยงดวง นักฟอกเงิน และพวกที่มาล่าเหยื่อก็ปะปนอยู่ไม่น้อย บางโซนที่จัดเป็นส่วนบันเทิง มีเวทีขนาดย่อมด้านข้างมีบาร์เครื่องดื่มและสาวเสิร์ฟสวมใส่ชุดน้อยชิ้นยั่วน้ำลายบรรดาเสือหนุ่ม ตรงนั้นจะส่งเสียงอึกทึกโหวกเหวกเป็นเรื่องปกติของแหล่งที่มีความบันเทิง

หากมุมหนึ่งของกาสิโนครบวงจรชื่อดังแห่งนี้ ยังมีห้องสำหรับแขกระดับวีวีไอพี และในคืนนี้มันเป็นแหล่งนัดพบระหว่างอนรรฆ เปรมดิ์ฤทธาทายาทกลุ่มธุรกิจสีเทาและกาสิโนชื่อดังสัญชาติเอเชีย กับ อัลโตนิโอ มาโอริโอทายาทองค์กรธุรกิจด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ระดับโลก พวกเขาทั้งสองมักจะใช้สถานที่เทือกๆ นี้เหมือนเป็นห้องประชุมเคลื่อนที่เพื่อเจรจาธุรกิจระหว่างมาเฟียหนุ่มจากสองสัญชาติ ซึ่งต่างก็ยิ่งใหญ่ไร้เทียมทานในวงการธุรกิจสีเทาในดินแดนของตัวเอง

ระหว่างการเจรจาภายในห้องประชุมลับผนังทำด้วยกระจกที่สามารถมองออกมายังด้านนอกที่เป็นบรรยากาศทั้งหมดโดยรอบของกาสิโนอันยิ่งใหญ่เลื่องชื่อแห่งนี้ รวมทั้งบาร์เครื่องดื่มที่ครึกครื้นไปด้วยผู้คนนักท่องราตรี ด้านหน้าปรากฏเวทีขนาดย่อมที่กำลังมีการแสดงระบำเปลื้องผ้า หลังจากการแสดงจบลง ตามมาติดๆ ด้วยการประมูลทาสสวาทสาวสวย หากสภาพร่างกายดูมอมแมม เหยื่อสาวหนึ่งในนั้นเสื้อผ้าฉีกขาด จนไม่สามารถปกปิดทรวงอกอิ่มๆ เอาไว้ได้แม้แต่น้อย สีหน้าของสาวๆ ดูอิดโรย หม่นเศร้าอย่างน่าสมเพช

พวกผู้ชายนักเสี่ยงโชค มหาเศรษฐีผู้เสพติดการพนัน ตลอดทั้งพวกมาเฟียเจ้าพ่อที่ชอบความท้าทายต่างห้อมล้อมมาร่วมประมูลเนื้อสด หน้าตาจิ้มลิ้มหอบหิ้วกลับไปยังที่พักของตน หากว่าการประมูลดำเนินไปเพียงไม่นานก็เกิดโกลาหลขึ้น

เหตุการณ์เลวร้ายถึงขั้นเจ้าภาพเองยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ การปะทะกันเริ่มบานปลายเมื่อต่างฝ่ายต่างใช้ความรุนแรงสาดใส่กันชนิดที่ให้มันตายกันไปข้าง แม้ภายในห้องกระจกแบบพิเศษที่คนภายนอกไม่สามารถมองทะลุผ่านเห็นคนหรือความเคลื่อนไหวใดๆ ภายในได้ แต่กลับกัน คนในห้องพิเศษนั้นสามารถมองเห็นทุกอย่างได้รอบทิศเพราะอยู่ในระดับสูงกว่าสายตาของคนข้างนอก รวมถึงเสียงก็ลอดผ่านมาได้แม้ไม่ชัดเจนนัก หากก็รู้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง ในเวลานั้นอนรรฆและอัลโตนิโอกำลังเจรจาธุรกิจอย่างจริงจังเคร่งขรึม เป็นงานเป็นการ หากภายนอกกลับดูวุ่นวายอึกทึก เหมือนมีภัยใกล้จวนตัว ต่อให้ภายในห้องกระจกชั้นบนที่ถือเป็นห้องลับระดับวีวีไอพีก็มิอาจปิดกั้นเสียงเซ็งแซ่ที่กำลังก่อหวอดวุ่นวายขึ้นเรื่อยๆ ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

“นั่นเสียงเอะอะอะไรกัน?” มาเฟียหนุ่มสายเลือดเอเชียผู้หล่อเหลาแม้ยามหงุดหงิดคำรามถามขึ้นอย่างนึกรำคาญ ดวงตาคมกล้าจ้องมองออกไปดูบรรยากาศด้านนอก ภาพคนกำลังทะเลาะวิวาท บ้างชกต่อยกันจนเลือดสาด บ้างถือกระบอกปืนเล็งพร้อมยิงอริ โดยมีแบล็คกราวน์เป็นสาวๆ แต่ละคนสีหน้าหวั่นหวาดกรีดร้องผวา บางคนถูกยื้อแย่งแบบไม่เต็มใจอยู่บนเวทีที่ก่อนนั้นมันเป็นเวทีการแสดงของสาวๆ นุ่งน้อยห่มน้อย แต่ตอนนี้อนรรฆมองแล้วเดาไม่ออกว่านั่นจะให้เรียก ‘โชว์’อะไรกันดี

“พวกนักเลงมีเรื่องกัน มันเป็นเรื่องปกติ!” เจ้าพ่อค้าอาวุธสัญชาติอิตาเลี่ยนตอบพลางใช้ลิ้นแกร่งดันกระพุงแก้ม ก่อนหยิบไปร์ขึ้นมาสูบเป็นการแก้เบื่อ สายตาคมกล้ามองสบเพื่อนสนิทที่ดูหงุดหงิดอยู่กลายๆ เขาไม่ค่อยจะได้เห็นอารมณ์ฉุนแบบนี้ของอนรรฆบ่อยนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังมาเฟียหนุ่มสัญชาติไทยแต่งงานกับสาวน้อยหน้าใสเด็กในปกครองไปเพียงไม่นาน อัลโตนิโอสัมผัสได้ว่า เพื่อนของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

อนรรฆดูเป็นแฟมิลี่แมน...

มาเฟียแฟมิลี่แมน... มันติดจะไม่เข้ากันสักเท่าไหร่นัก แต่อนรรฆก็ทำมาแล้ว

“พวกนั้นกำลังแย่งประมูลหญิงกันครับบอส” คามิลเลี่ยนหรือคาร์ล ชื่อสั้นๆ ที่อัลโตนิโอมักจะเรียกเขาด้วยชื่อนี้ คาร์ลเป็นเลขานุการหนุ่มคนสนิทของอัลโตนิโอรายงาน เลขานุการหนุ่มจับตาเหตุการณ์วุ่นวายมาพักใหญ่ ตามสัญชาติญาณของผู้ติดตามมาเฟียใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลแห่งยุโรปอย่างอัลโตนิโอ มาโอริโอ เขาสันนิษฐานว่ามันต้องเกิดเรื่องแบบนี้แน่นอน และคนของอัลโตนิโอนั้นก็เตรียมรับมือเอาไว้ทุกสถานการณ์อยู่แล้ว หรือเรียกง่ายๆ ว่าพร้อมทุกสถานการณ์ก็ไม่แปลกนัก

“ตามเคย... ไอ้พวกสวะป่าเถื่อนเอ้ย... อย่าไปสนใจเลย” อนรรฆเอ่ยอย่างหงุดหงิด คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างขัดอารมณ์ นั่นหมายความว่าการเจรจาซื้อขายอาวุธล็อทใหม่จะต้องรีบสรุปและแยกย้ายกันก่อนที่ความวุ่นวายครั้งใหญ่จะเดินทางมาถึง

“เอาล่ะ ว่าเรื่องของนายมาเลยอรรค” อัลโตนิโอหันความสนใจมาที่อนรรฆ เพื่อนหนุ่มในวงการมาเฟีย ร่างสูงสง่าของเขานั่งอย่างสบายๆ เอยหลังพิงพนัก พลางยกไปร์ขึ้นสูบอย่างนิ่งเรียบ ดวงตาเขาดูคมกล้า สุขุมและน่ากริ่งเกรงในคราวเดียวกัน หากด้วยรูปลักษณ์ภายนอก อัลโตนิโอดูเข้ม โหด และดิบเถื่อนกว่าอนรรฆมาก แต่ถ้าในเนื้อแท้ของจิตใจแล้ว แกร่งและเหี้ยมพอกัน ตามวิสัยของมาเฟียผู้ไม่ยี่หระต่อโลก

“สินค้าล็อตใหม่ของนายน่ะ น่าสนใจดี ฉันอยากจะสนับสนุน” อนรรฆได้รับข้อมูลของอาวุธภายใต้แบรนด์ ‘Phoenix’ มาบ้างแล้ว สำหรับสินค้าตัวใหม่ทั้งล็อท เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก ได้ข่าวว่าฝ่ายคู่แข่งพยายามแฮ็คความลับเพื่อไปผลิตสินค้าออกมาบลั๊พแต่ก็ทำไม่สำเร็จ เพราะระบบรักษาความปลอดภัยด้านไอทีของฟินิกซ์ ถือว่ายอดเยี่ยมระดับมาตรฐานโลกเลยทีเดียว

ฟินิกซ์ คอร์เปอร์เรชั่น เป็นองค์กรธุรกิจด้านอาวุธยุทโธปกรณ์แบบครบครันระดับโลก ภายใต้แบรนด์ ‘Phoenix’ ด้วยการบริหารของตระกูลมาโอริโอ มหาเศรษฐีชาวอิตาเลี่ยน เริ่มตั้งแต่ยุคอัลแบร์โต มาโอริโอรุ่นปู่ของเขา บริษัทก่อตั้งมายาวนานจากยุคสงครามโลกครั้งที่สอง มาถึงยุคสงครามเย็น จวบจนทุกวันนี้

หากในวันนี้เดอะฟินิกซ์ ภายใต้การกุมบังเหียนของทายาทรุ่นสามอย่างอัลโตนิโอ อัลแบร์โต มาโอริโอ ชายหนุ่มเจ้าของความสูงเกินหกฟุต ด้วยรูปร่างสูงโปร่งสง่าผ่าเผย ใบหน้าคมคร้ามหล่อเหลาดุจเทพเจ้า ตาคมกริบจมูกโด่งเข้มแกร่ง ริมฝีปากสีชมพูจางแม้เขาจะนิยมสูบไปร์หากว่ามันไม่สามารถบั่นทอนความหล่อเหลาดุจเทพเจ้าของเขาลงได้ ด้วยธุรกิจด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ เหตุนี้สื่อต่างๆ จึงยกย่องให้เขาเป็นอาเรส[ Ares (อาเรส หรือ เอรีส) หรือที่ชาวโรมันเรียกว่า Mars (มาร์ส) คือ เทพเจ้าแห่งสงครามและอาวุธชุดเกราะ เป็นบุตรของเทพซุสกับเทวีฮีรา เป็นเทพหนุ่มที่มักใช้ความดุดัน โหดร้าย ชาวโรมันเทิดทูนให้เป็นเทพบิดาของ โรมิวลัส (Romulus) ผู้สร้างกรุงโรม ]แห่งซิซิลี ผู้มีความหล่อและหยิบยื่นความตายให้กับผู้คนจำนวนมากเมื่อสินค้าของเขาไปถึงมือคนเหล่านั้น ก็ขายอาวุธนี่นะ ไม่ขายไอติม สื่อก็ช่างสรรหาสมญานามให้เขาเสียเหลือเกิน อัลโตนิโอก็รู้ดี แต่เขาก็ไม่ได้ต่อต้านอะไร ใครอยากให้เขาเป็นอะไร คนอื่นก็แค่ได้สมมุติ ตัวเขาเองต่างหากที่รู้ตัวดีว่ากำลังทำอะไรอยู่ มาเฟียหนุ่มเป็นคนมีความมั่นใจสูงและจัดว่าเป็นพวกประเภทชอบความสมบูรณ์แบบอีกด้วย

อัลโตนิโอ มาโอริโอ หนุ่มหล่อวันสามสิบหกปี เป็นชาวอิตาเลียน แต่ปู่ของเขามีเชื้อสายเสี้ยวเล็กๆ ของยิวฉลาดที่ยุคนั้นเก่งเรื่องการค้าสร้างเนื้อสร้างตัวทั้งที่ยิวไม่มีประเทศของตนเอง ปู่ของเขาจับพลัดจับผลูผลิตอาวุธป้อนกองทัพอังกฤษกับเยอรมนีเพื่อสู้รบในฐานะฝ่ายอักษะ เมื่อสงครามสงบแต่ธุรกิจยังดำเนินต่อไป จึงไม่แปลกที่ตระกูลของเขามั่งคั่งมานานนม หลังจากสืบทอดธุรกิจจากลุยจิกา อัลแบร์โต มาโอริโอผู้เป็นบิดา ทำให้ฟินิกซ์ผงาดขึ้นสู่บริษัทด้านค้าอาวุธยุทโธปกรณ์อันดับต้นๆ ของโลก แม้ว่าจะมีเจ้าของเป็นชาวอิตาเลียน แต่สินค้าเขาตีตลาดออกไปทั่วทุกมุมโลก ดินแดนไม่สงบ กองทัพทหารของประเทศยิ่งใหญ่ทั้งหลายต่างต้องการสินค้าของเขา

เพราะฟินิกซ์เชื่อว่า ‘ก่อนจะสงบ... มันต้องรบกันเสียก่อน’ อาวุธจึงเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องการ ตราบใดที่โลกใบนี้ยังมีพื้นที่สู้รบ เงินก็ไหลมาเทมาเข้ากระเป๋าอัลโตนิโออยู่อย่างไม่ขาดสาย แล้วยิ่งยุคการบริหารของเขาที่มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล ทำให้คู่แข่งต่างหวาดหวั่นเขาไปตามๆ กัน โดยเฉพาะข่าวลือที่ว่าเขากำลังทุ่มงบประมาณอย่างมากมายมหาศาลเพื่อวิจัยพัฒนาอาวุธหนักชนิดร้ายแรงแบบที่ไม่เคยมีใครริเริ่มทำมาก่อน หากนั่นจะเป็นข่าวจริงหรือแค่ลือเพื่อข่มขวัญคู่ต่อสู้ ก็คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ซึ่งไม่ช้านานความจริงก็จะปรากฏต่อสายตาชาวโลกอย่างไร้กังขา

“ดีมาก ฉันกำลังคิดว่าพวกนั้นเหมาะกับนายไม่เบาทีเดียว” อัลโตนิโอหยุดเว้นจังหวะ พลางหันไปหาผู้ช่วยหนุ่มข้างกายเพื่อให้เขาส่งสินค้าที่ว่ามา ปืนพกรุ่นใหม่ล่าสุดของบริษัทวางอย่างเรียบร้อยบรรจงในหีบบรรจุอาวุธขนาดเล็ก รูปโฉมของมันใกล้เคียงกับบาเร็ตต้ารุ่นล่าสุดที่กองทัพสหรัฐให้ความไว้วางใจ หากแต่สินค้าของฟินิกซ์ดูน่าสนใจกว่า ผู้ผลิตอวดอ้างคุณสมบัติชนิดที่นอกจากสวยแล้ว การทำงานยังแม่นยำ น้ำหนักเหมาะมือ มันคือความภาคภูมิใจล่าสุดขององค์กร และเขาคิดว่ามันเหมาะกับมาเฟียสายเลือดเอเชียอย่างอนรรฆเป็นอย่างมาก

“รุ่นนี้... ท่านประธานาธิบดีประเทศมหาอำนาจฝั่งขวากำลังโปรดปรานเสียด้วย ถึงขั้นออกปากชมเชียวนะ” อนรรฆเอ่ยปากชม สายตาเขาลุกวาวเหมือนเด็กชายกำลังตื่นเต้นที่จะได้ของเล่นชิ้นใหม่

อาวุธ... มันก็คือของเล่นของผู้นำในวงการมาเฟียนั้นเอง มันจะต่างกันตรงไหน

“แน่นอน... มันเหมาะจะเป็นของนายด้วย ถ้าไม่กลัวคำครหาว่าเลียนแบบท่านประธานธิบดีน่ะนะ” อัลโตนิโอเย้าเพื่อน เสียงหัวเราะหลุดออกจากปากสวยได้รูปของมาเฟียหนุ่มจากซิซิลี ควันสีเทาจากไปร์ลอยอวลวนในอากาศ

“เฮ้ย! ฉันไม่ได้นิยมสินค้าตามแบบใครหรอกนะ อีกอย่างเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ นายก็รู้นี่ว่าฉันไม่ไว้ใจใครนอกจาก ‘ฟินิกซ์’ ของนายน่ะ” มันเป็นความไว้วางใจที่รู้สึกปลอดภัยก็ว่าได้ พูดถึงความสนิทสนมระหว่างอนรรฆกับอัลโตนิโอนั้น เริ่มมีมาตั้งแต่ยุคบิดาแล้ว ยุคนั้นกัมปนาทเองก็นับว่ายิ่งใหญ่ในเอเชีย เขามีเพื่อนเป็นชาวฮ่องกง ไต้หวัน และไปมาทั่วโลก เมื่อไปเปิดธุรกิจการเดินเรือร่วมกับหุ้นส่วนชาวฮ่องกง ก็ได้มีโอกาสรู้จักกับอัลแบร์โต พ่อของอัลโตนิโอ และสานสัมพันธ์กันมานับจากนั้นเป็นต้นมา ทายาทของตระกูลเปรมดิ์ฤทธาและมาโอริโอนั้นถือว่ารู้จักกันมาตั้งแต่เด็กเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอนรรฆกับอัลโตนิโอ ถือว่าสนิทกันมากเป็นพิเศษ อาจจะด้วยความที่ต้องสืบทอดกิจการของบิดา ก็พวกธุรกิจสีเทาๆ ทั้งหลายนั่นเอง

ในเมื่อความยิ่งใหญ่มันมาพร้อมกับการมีศัตรู เหมือนโลกใบนี้บังคับให้ต้องเตรียมพร้อมรับมือในทุกสถานการณ์ และหากต้องใช้อาวุธ แน่นอนว่า ฟินิกซ์ คือคำตอบของทุกสิ่ง

อนรรฆหมายถึง องค์กรค้าอาวุธระดับโลก ในนาม ‘Phoenix’ สายตาคมปราบดุจเหยี่ยวทะเลทรายของอัลโตนิโอ อัลแบร์โต มาโอริโอ

อัลโตนิโอ เป็นผู้ชายเพอร์เฟ็คชั่นนิสต์ พวกประเภทชอบความสมบูรณ์แบบจะว่าไปเรียกว่ามนุษย์ไม้บรรทัดก็คงจะไม่แปลก เขามีความคาดหวังในชีวิตสูงมาก ชีวิตเขาราบรื่นดุจโรยด้วยกลีบกุหลาบ มีระบบระเบียบอย่างยอดเยี่ยมเหมือนทุกอย่างถูกจับวางเอาไว้อย่างยอดเยี่ยมสมบูรณ์แบบ

ด้วยความที่ชีวิตสุขสบายราบรื่นมาตลอดชีวิต ตั้งแต่เล็กจนโต พวกความวุ่นวายต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาให้ระคายก็จะถูกขจัดออกไปอย่างง่ายดายด้วยอำนาจเงิน

ด้วยความมั่งคั่งร่ำรวยอย่างมากมายมหาศาลมาตั้งแต่รุ่นปู่ มาเฟียผู้ทรงอิทธิพล ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ทำธุรกิจผิดกฎหมาย แต่ความที่เป็นเจ้าของอาณาจักรอาวุธยุทโธปกรณ์ด้านความมั่นคง ทำให้ตระกูลมาโอริโอ เป็นที่น่าเกรงขามในวงการค้าอาวุธ แต่รุ่นพ่อเขาบริหารดูเหมือนธุรกิจจะซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ทุกอย่างพลิกฟื้นกลับมารุ่งเรืองราวกับหน้ามือเป็นหลังมือเมื่ออัลโตนิโอก้าวเข้ามาเป็นผู้บริหารสูงสุดของฟินิกซ์ พวกนักธุรกิจที่เคยปรามาสเขาไว้ก่อนหน้านี้ ต่างก็หันมาสยบให้อย่างศิโรราบ แม้แต่ศัตรูก็กลายมาเป็นมิตร และพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ จะมีก็เพียงกลุ่มนอสตร้า กลุ่มมาเฟียในตำนานแห่งเกาะซิซิลี พวกมันไม่ยอมก้มหัวให้ใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอัลโตนิโอยิ่งแล้วใหญ่ อย่าหวังว่ามันจะยอมลงให้ง่ายๆ ในวงการใครก็รู้ว่าอัลโตนิโอกับนอสตร้า เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานาน

ก่อนหน้านั้น เขาค่อนข้างจะเสเพล ได้รับฉายาจากวงการสื่อในอิตาลียกให้เขาเป็นเพลย์บอยมาเฟียตัวพ่อที่มีความมั่งคั่ง เก่งกาจ แล้วยังมากเสน่ห์ มีผู้หญิงรอบกายเขานับไม่ถ้วน

ด้วยวัยเพียง สามสิบหกปี อัลโตนิโอประสบความสำเร็จอย่างงดงาม หากเอ่ยถึงธุรกิจด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ได้รับการยอมรับจากกองทัพหลายๆ ประเทศ หรือแม้พวกมาเฟีย อันธพาล หรือผู้ก่อการร้าย ต่างมั่นใจเลือกใช้สินค้าภายใต้แบรนด์ของฟินิกซ์

แม้จะเป็นบริษัทค้าอาวุธรายใหญ่สัญชาติอิตาลี แต่เขาก็มีวิสัยทัศน์กว้างไกล กว้านซื้อหุ้นบริษัทค้าอาวุธใหญ่ๆ ในรัสเซีย จีน และเยอรมัน ซึ่งเดิมคือเยอรมันตะวันตก เขาอยู่เบื้องหลังความล้ำหน้าของอาวุธของโลกใบนี้

ด้วยความสำเร็จอย่างงดงามในธุรกิจทั้งที่อายุยังน้อย อัลโตนิโอจึงได้รับการเอาใจจากคนเป็นปู่และพ่อ สื่อต่างให้สมญาเขาว่าเป็นเทพเจ้าอาเรสแห่งซิซิลีไม่เพียงความสามารถ มั่งคั่ง และบ้างานอย่างหนักเท่านั้น หากเขายังคงเป็นเจ้าของรูปลักษณ์ภายนอกที่หล่อเหลา สมกับสมญานามไม่มีผิดเพี้ยน

แม้จะไม่ปรารถนาการออกสื่อ แต่สื่อปรารถนานำเสนอเรื่องราวของเขา โดยเฉพาะเรื่องความรัก ควบคู่ไปกับความหล่อเหลาและวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ

เขาหวงแหนความเป็นส่วนตัวมากยิ่งกว่าเพชรเสียอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงของอาเรสแห่งซิซิลีแล้ว ไม่มีผู้หญิงคนไหนพิชิตหัวใจเขาได้เลยสักคน ชายหนุ่มไม่ชอบการผูกมัด ไม่มีใครตรึงความสนใจเขาได้นานเป็นเดือนได้สักคน ไม่ว่าจะนางงาม นางแบบ ดาราดัง พวกสาวๆ ไฮโปรไฟล์ทั้งหลาย ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าเซ็กส์ที่ต่างฝ่ายต่างพึงพอใจ

เพราะความเย็นชาตรงนี้เอง สื่อทั้งอิตาลีจึงยกให้เขาเป็นอาเรสผู้ไม่มีหัวใจ อาเรสช่างเลือก ผู้หญิงพวกนั้นมีเพียงความสวย แต่คุณสมบัติอื่นๆ ไม่มีข้อไหนที่ผ่านเลยสักคน นี่ล่ะ... อาเรสผู้ปรารถนาความสมบูรณ์แบบ!

เพล้ง!!

เสียงแก้วแตกกระจาย ผนังกระจกที่ประดับอาคารแตกเป็นเสี่ยงๆ ข้าวของปลิวว่อน ทั้งเขม่าปืนผสมปนเปกับควันบุหรี่สร้างบรรยากาศกรุ่นกลิ่นมลพิษจนทนได้ยาก เกิดการต่อสู้กันอย่างจ้าละหวั่น จากที่บอกว่าเกิดศึกแย่งประมูลผู้หญิง เห็นท่าจะจริง เพราะสายตาคมปราบของมาเฟียหนุ่มและเจ้าพ่อนักค้าอาวุธมองไปยังร่างน้อยของหญิงสาวเอเชียนเกิร์ลคนหนึ่งที่กำลังร้องไห้และดิ้นรนหาอิสรภาพจากการยื้อแย่งกันประมูลตัวเธอ ซึ่งขณะนี้ไม่ต่างอะไรจากสินค้าบำเรอกามราคาถูกที่พวกกักขฬะแย่งกันจ่าย

นาทีฉุกเฉินนั้น สายตาคมปราบดุดันของมาเฟียหนุ่มนักค้าอาวุธสายเลือดอิตาเลี่ยนก็สบประสานเข้าอย่างจังกับดวงตากลมโตของเหยื่อตัวน้อยที่เต็มไปด้วยแววหวั่นหวาด ไร้ทางสู้... เขาไม่เคยรู้สึกคันไม่คันมืออยากช่วยใครอย่างนี้มาก่อนในชีวิต

บัดซบเอ้ย!

“ปล่อย! ปล่อยนะ!!”

ทั้งอันโตนิโอ และมาเฟียหนุ่มมองสบตากันเพียงชั่ววินาที ทั้งสองพร้อมพวกก็ลุกพรวด พุ่งตรงไปยังเป้าหมาย ทะลุผ่านบานกระจกที่ตอนนี้แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยอานุภาพทำลายล้างจากกระสุนปริศนา ทั้งอนรรฆและอัลโตนิโอกลายเป็น มือที่สาม บุกเข้าชิงตัวหญิงสาวขณะที่คู่กรณีกำลังเปิดศึกช่วงชิงตัวผู้หญิง ดูเหมือนว่างานนี้ฝ่ายมือที่สามกำลังจะได้หยิบชิ้นปลามัน

เหตุการณ์ชวนตื่นเต้นในค่ำคืนนี้ พอเหมาะพอดีให้อนรรฆและอัลโตนิโอได้ทดสอบอาวุธล็อตใหม่ของฟินิกซ์ ช่างเป็นเรื่องที่เหมาะเหม็งราวว่ามีใครจัดวางเอาไว้แล้ว

ซื้อรถ... ยังมีเทสไดร์ สินค้าใหม่มันก็ต้องลองเล็งแล้วยิง!

“ปืนรุ่นนี้... เหมาะมือและแม่นยำจริง!” อนรรฆชมเพื่อน หากเรื่องสมุนไพรไว้ใจหมอคนนั้น... ส่วนเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ก็ต้องไว้ใจฟินิกซ์ แม้ภัยมาจวนตัวอนรรฆยังมีเวลาคิดเล่นสนุก อัลโตนิโอหลิ่วตามองเพื่อนอย่างรู้ทัน แล้วนาทีเดียวกันนั้นทั้งคู่ก็ผสานกำลังกันต่อสู้กับพวกกักขฬะสังคมอย่างเมามัน เสียงกระสุนดังสนั่นหวั่นไหว สองหน้าหล่อก็ยิงสวนออกไปอย่างไม่ยั้ง

เปรี้ยง!

เกิดการต่อสู้โดยที่ไม่รู้ใครพวกใคร เสียงดังสนั่นอยู่นานกว่าจะสงบ หากก็พบว่า หญิงสาวเหยื่อค้ามนุษย์ที่จัดว่าเป็นสินค้าใหม่หายตัวไปในพริบตา พร้อมกับพวกที่ปวารณาตัวเป็นมือที่สามที่กล้าสอดมือเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้

ระหว่างเกิดการชุลมุนต่อสู้กันจนไม่รู้ฝ่ายไหนเป็นฝ่ายไหน เสียงปืนดังกึกก้องประกาศศักดาอยู่เป็นระยะๆ เปรี้ยงๆๆ

“นีโอ ไปช่วยเหยื่อออกมาเร็วเข้า!” อนรรฆตะโกนบอกเพื่อนรัก ท่ามกลางเสียงปืนดังสนั่นลั่นไปทั่วบริเวณ

“ทำไมต้องเป็นฉันวะเฮ้ย!”

นีโอโต้กลับอย่างหัวเสีย เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมต้องลงทุนเจ็บตัวและเปลืองกระสุนกับเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องตัวเองด้วย เจ้าอรรคนะเจ้าอรรค ร้อยวันพันปีไม่เคยคิดจะเป็นคนดีมีมนุษยธรรม แล้วนี่ อะไรเข้าสิง นึกอยากช่วยพวกผู้หญิงเหยื่อค้ากามพวกนั้นได้ ไม่เข้าใจมันเลยจริงๆ

“เร็วเข้า ฉันจะยิงคุ้มกันให้ ไม่มีเวลาแล้ว ช่วยเหยื่อออกมาให้มากที่สุด” อนรรฆตะโกนเร่งเร้าแข่งกับเสียงกระสุนที่ระรัวขึ้นอยู่เป็นระยะๆ

“เวรเอ้ย!”

สิ้นคำสบถ มาเฟียหนุ่มก็ส่งสายตากับสมุนผู้ใกล้ชิด ก่อนจะบุกดงกระสุนเข้าไปช่วยเหยื่อค้าทาสออกมา พร้อมกับคนของเขา สาวๆ วิ่งกรูกันออกมา ส่วนเขาก็ตะโกนแข่งเสียงกระสุนปืน

“หนีเร็วเข้าสาวๆ” พูดส่งสัญญาณจบ

มือเพรียวแกร่งของเขาก็คว้าหมับที่ข้อมือเล็กของสาวน้อยที่ดูจะอายุน้อยที่สุด และสีหน้าเธอก็ดูอ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรงที่สุดอีกด้วย และแล้วร่างเล็กปลิวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดแกร่งของอัลโตนิโอก่อนที่ร่างน้อยจะรู้สึกเหมือนตัวเองจะลอยได้เพราะเขาอุ้มเธอวิ่งออกจากจุดชุลมุนที่ไม่รู้ใครเป็นใคร

“วิ่งไหวมั้ยแม่หนูน้อย?...” มาเฟียหนุ่มถามเป็นภาษาอิตาเลียน สาวน้อยทำหน้างงก่อนจะรู้ตัวอีกทีว่าร่างบางของตนลอยฉิวไปตามแรงฉุดเธอวิ่งจากมาเฟียเทพบุตรเมื่อครู่

สาวน้อยร่างบางวิ่งตามมาเฟียหนุ่มก่อนจะเรียกสติคืนมา “หยุดก่อน ปล่อยฉันนะคะ” หญิงสาวขืนตัวออกจากเขาหากไม่สำเร็จเพราะเขาทั้งตัวโตกว่า แรงย่อมมากกว่าเป็นธรรมดา

“เธอวิ่งไม่ไหว?” ไม่บ่อยนักที่ผู้ชายอย่างอัลโตนิโอจะใส่ใจใคร แต่กับแม่หนูน้อยคนนี้ เขากลับแคร์เธอทั้งที่เพิ่งเจอกันเท่านั้นเอง แล้วอะไรดลใจบ้าๆ ให้เขาอยากช่วยเธอให้ได้

‘เธอต้องปลอดภัย... เพราะเธอยังเด็กเกินไปกับเรื่องบ้าๆ แบบนี้!’ อัลโตนิโอคิดแค่นั้น

“ไม่ค่ะ คุณจะพาฉันไปไหนกันแน่” ดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงและไม่ไว้วางใจมองจ้องมา ท่าทางเธออ่อนเพลียแทบขาดใจ ดวงตาสลึมสลือเหมือนกินยากล่อมประสาทเข้าไป อัลโตนิโอขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน มองเธอนิ่งแน่ว ลึกๆ แล้วมันน่าน้อยใจดีชะมัด อุตส่าห์เสี่ยงตายช่วย แต่ดูเธอมองมาสิ อย่างกับเขาจะพาเธอไปทำมิดีมิร้ายซะงั้น

“นี่เรากำลังหนีพวกที่มันจับเธอไปขายน่ะสิ” เขาตอบเธอเสียงเข้มขึง ดวงตาเขาคมกล้าจนหญิงสาวรู้สึกสะเทิ้มสะท้าน คิดว่าถ้าเขาเป็นคนดีและช่วยเธอ ก็คงถือว่าเป็นโชคดีที่สุดในสามโลก แต่ถ้าตรงกันข้าม เธอมิหนีเสือปะจรเข้หรอกหรือไง

“ฉันไม่ไป” หญิงสาวขัดขืน

หญิงสาวยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน แล้วทำไมต้องช่วยเธอ หากยอมไปกับเขาง่ายๆ ถ้าเขาเองก็ไม่ต่างจากพวกกักขฬะนั่น เธอมิหนีเสือปะจระเข้หรอกหรือ ไม่เอาดีกว่า ‘อย่าไปกับเขานะหนูนา... เขาเป็นใครก็ไม่รู้ หน้าโหดๆ แววตาเย็นชาแบบนี้ เป็นมาเฟียหรือเปล่าไม่รู้เลย’ หญิงสาวสั่งตัวเองในใจ

“โอเค งั้นก็รอพวกมันที่นี่” เขาตวาดอย่างหงุดหงิด อุตส่าห์เสี่ยงชีวิตช่วยแล้วไม่รักดีก็แล้วแต่ละกัน อย่างกับเขาอยากช่วยเธอนักล่ะ ถ้าไม่เพราะทนความคะยั้นคะยอของเจ้าอรรคไม่ไหวละก็

“มันอยู่นั่น!” เสียงคนร้ายตามมาส่งเสียงในระยะใกล้ๆ

“ไปเร็ว เราไม่มีเวลาแล้ว” เขาร้องเตือน ถ้อยคำเตือนภัยยังไม่ทันจะจบดี เสียงปืนตามไล่หลังมาก็ดังลั่น มาเฟียหนุ่มไม่รอฟังเสียงแม่สาวน้อยจอมดื้อให้เสียเวลา รีบฉวยมือเล็กของเจ้าหล่อนแล้ววิ่งอย่างสุดชีวิต ร่างกายเจ้ากรรมก็ไม่เข้าข้าง เพราะมาเฟียหนุ่มขายาวด้วยความเกือบหกฟุต หากเจ้าหล่อนนั้น สูงไม่ถึงร้อยหกสิบเซนติเมตรด้วยซ้ำ กว่าจะวิ่งตามเขาทัน ก็เลยวิ่งในสภาพกึ่งลากกึ่งฉุดจนน่าสงสาร ร่างกายก็อ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรงจนขาเริ่มชา ก้าวขาแทบไม่ไหว ทั้งเหนื่อยทั้งหอบ เธอมองมาเฟียหนุ่มหน้าคมคร้ามเหงื่อแตกพลั่ก ปรอยผมที่ดูหยักศกน้อยๆ ระลงปรกหน้าผากและเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ หากแววตาเขามั่นคงหนักแน่นและมีประกายของพลังอำนาจและช่างดูปกป้อง ทำเธอรู้สึกปลอดภัยยามอยู่ในการคุ้มครองของเขาอย่างน่าประหลาด

“ส่งตัวนังนั่นมาเดี๋ยวนี้ แกเป็นใคร เข้ามายุ่งธุระของพวกเรา?”

“ฉันจะเป็นใครก็ช่าง แต่วันนี้ผู้หญิงคนนี้อยู่ในการคุ้มครองของฉัน” น้ำเสียงเขาช่างกร้าวแกร่งอาจหาญ

“แส่ไม่เข้าเรื่อง งั้นก็ตายไปพร้อมกันนั้นล่ะ” อีกฝ่ายคำรามลั่น ดวงตาวาวโรจน์อย่างกรุ่นโกรธ แต่หาได้สร้างความหวาดกลัวให้เกิดกับอัลโตนิโอได้เลยแม้แต่น้อย เขาเคยเกรงกลัวใครที่ไหนในโลกใบนี้กันล่ะ ดาหน้ากันเข้ามาเลย เขาพร้อมรับมือในทุกสถานการณ์

เปรี้ยง!!

การต่อสู้กันเป็นไปอย่างรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แทบฝุ่นตลบ ผู้คนต่างวิ่งหนีตายกันอย่างชุลมุนอลหม่าน เสียงกวีดร้องผสานกันอึงอลไปหมดผสนปนเปกันทั้งเสียงกรีดร้องทั้งเสียงกระสุนปืนที่ดังกึกก้องจนหูชาไปหมด

เสียงปืนดังเป็นระยะ อัลโตนิโอพาร่างน้อยหาที่กำบังกระสุนจากอริ นาทีเดียวกันนั้นคาร์มิลเลี่ยนและพวกต่างยิงคุ้มกันให้ผู้เป็นนาย จังหวะนั้นมาเฟียหนุ่มรวบร่างบางพาเธอออกวิ่งในจังหวะที่อลอนโซ ลูกน้องอีกคนของอัลโตนิโอใช้จังหวะหวะนี้เป็นเป้าล่อ เพื่อหันเหความสนใจอีกฝ่ายออกจากผู้เป็นนายและเหยื่อสาว โชคดีที่อัลโตนิโอพาร่างน้อยๆ ฝ่าวงล้อมหนีออกมาได้อย่างหวุดหวิด ก่อนที่เสียงระเบิดจะดังขึ้นจนตัวอาคารสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น

“ไอ้บ้าเอ้ย! ใครใช้ให้พวกมันใช้ระเบิดว่ะ เดี๋ยวตึกได้ถล่มกันพอดี”

“ระเบิดขนาดเล็กมันให้ควันมากกว่าทำลาย”

“แต่อานุภาพมันทำผนังถล่มได้เลยนะโว้ย”

“เราต้องรีบหนีออกไปจากที่นี่ด่วนครับ” คาร์มิลเลี่ยนลูกน้องคนสนิทน้องเตือน

“แล้วทางอลอนโซเป็นไงบ้าง?” อัลโตนิโอนึกห่วงลูกน้องอีกคน

“นายไม่ต้องห่วงครับ พวกเราจะออกตามหาเอง” คาร์มิลเลี่ยนรับประกัน

“นายรีบหนีออกไปจากที่นี่ก่อน พวกเราบางส่วนจะพาพวกผู้หญิงไปในที่ปลอดภัย”

“ส่วนพวกเราจะรั้งพวกนี้ไว้ครับ”

“ขอบใจพวกนายมาก แล้วอย่าลืมอลอนโซ”

“รับทราบบอส รีบไปเถอะครับ” คาร์มิลเลี่ยนส่งสัญญาณ

หลังจากสิ้นเสียงมาเฟียหนุ่มแล้ว หญิงสาวไม่สามารถรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นอีกต่อไป เพราะเขาคว้าเธอเข้ามาแนบไว้ในอ้อมกอด ใบหน้าหวานซบลงอกแกร่งของเขาในชั่ววินาที มือเพรียวแกร่งลูบด้านหลังศีรษะเธอแล้วกดแนบอกเพื่อใช้ส่วนหนึ่งของร่างกายเขาปิดตาเธอให้รอดพ้นจากเหตุการณ์สยองที่เขาจำต้องทำขณะนี้ ไม่ให้เธอเห็นภาพอุจาด พอกับที่เธอหลับตาด้วยความหวาดกลัว เมื่อปลายกระบอกปืนรุ่นล่าสุดที่มาเฟียหนุ่มเล็งมันไปข้างหน้า เพื่อสังหารผู้ล่าที่จงใจไล่ต้อนเขา หากมาเฟียหนุ่มเจ้าของความหล่อเหลาแบบเฉพาะตัวกลับไม่ยอมจนมุมอย่างง่ายๆ ฝีมือแม่นปืนของเขาปลิดชีพพวกมันในเวลาอันรวดเร็ว ไม่นานจากนั้น ทุกอย่างก็เงียบสงบลงกลายเป็นเสียงหายใจแรงๆ หลังผ่านเหตุการณ์ต่อสู้มาอย่างหนักหน่วง พร้อมกับร่างบางที่หมดสติในอ้อมกอดเขา คราบน้ำตาของเหยื่อสาวในอ้อมกอดที่เขาก็ไม่เข้าใจจนกระทั่งนาทีนี้ว่า ยอมเสี่ยงชีวิตช่วยเธอไปเพื่ออะไร

ทั้งที่... ต่างฝ่าย ต่างไม่เคยรู้จักกันมาก่อน!

ตอน 2

รถยนต์กันกระสุนของมาเฟียหนุ่ม แล่นมายังที่ปลอดภัย หลังจากแยกกันตีคู่ต่อสู้ ทั้งอนรรฆและอัลโตนิโอก็นัดหมายเพื่อนเจอกันอีกครั้งที่จุดนัดพบที่ห่างออกไปจากถนนสายหลักใจกลางลาสเวกัส ไม่นานอนรรฆก็มาสมทบ หากภายในรถของมาเฟียหนุ่มสัญชาติอิตาเลี่ยนนั้นมาสาวน้อยร่างบางนอนหมดสติอยู่โดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่

“เธออาจสลบไปตอนเจอระเบิดน่ะครับ” บอดีการ์ดหนุ่มคนสนิทรายงาน เขาพยายามลอบสังเกตท่าทีของบอสหนุ่มเจ้าพ่อแห่งวงการค้าอาวุธ พบว่าอัลโตนิโอมองร่างบางด้วยสายตาที่แปลกไป จริงอยู่ว่าในโลกของมาเฟีย ทุกคนรู้จักอัลโตนิโอเป็นอย่างดีว่าเขาเป็นเจ้าของความเย็นชา โหดในบางครั้ง บ้าระห่ำในคราวจำเป็น และสำหรับสาวๆ แล้ว เขายินดีที่จะคลุกวงในร่วมสนุกกับพวกเธอ ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า สาวๆ เหล่านั้นต้องไม่นิยมเรื่องการผูกมัด และเขาไม่มีทางคั่วใครซ้ำเป็นครั้งที่สองเด็ดขาด หญิงสาวผู้โชคดีจะกลายเป็นซิลเดอร์เรลลาบนเตียงเขา มีความสุขอย่างหฤหรรษ์ภายใต้การปรนเปรอที่สมบูรณ์แบบ หากแต่ในวันรุ่งขึ้นเขาอาจไม่แม้แต่ปรายตามองเธออีกเลย หรือไม่ก็มองเจ้าหล่อนด้วยสายตาเหมือนว่าเรื่องเร่าร้อนในค่ำคืนที่ผ่านมาไม่เคยเกิดขึ้น สายตาที่อัลโตนิโอมองผู้หญิงพวกนั้น จึงไม่ต่างอะไรกับสิ่งมีชีวิตที่มีผลประโยชน์ต่างตอบแทนในเรื่องเดียวกันบนเตียงเท่านั้น

เกมจบ ต่างคนต่างแยกย้าย...

ไม่มีความสัมพันธ์... ไม่มีการเริ่มต้นหรือสิ้นสุด ไร้ซึ่งการสานต่อ รวมทั้งไม่มีข้อผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น วาจาสิทธิ์จากริมฝีปากร้อนแรงของเขาถือเป็นกติกาและศักดิ์สิทธิ์อย่างดียิ่งสำหรับสาวๆ ที่ปรารถนาที่จะอยู่ใต้ร่างแกร่งสง่างามสมบูรณ์แบบอันเร่าร้อนของเขา... บนเตียงเขา

มีเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้เขาและผู้หญิงที่ถูกเลือกตัดสินใจใช้เวลาเร่าร้อนร่วมกันบนเตียงกว้าง นั่นคือ ความพอใจ

หากแต่ กับแม่หนูน้อยเอเชียลเกิร์ลที่เพิ่งรอดจากการเป็นเหยื่อค้ามนุษย์กลับมีอิทธิพลอย่างมากมาย... มากพอที่จะเปลี่ยนประกายในแววตาที่เคยเย็นชากร้าวแกร่งของเขา ให้ดูอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด สัญญาณทางกายนี้ ทำให้คาร์มิลเลี่ยนเลขานุการหนุ่มคนสนิทของนักค้าอาวุธนามก้อง อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ เพราะหากสิ่งที่เขากังวลมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น นั่นหมายความว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน

“นายตรวจสอบดูด้วยนะว่าเธอปลอดภัย ไม่ได้รับบาดเจ็บ” อัลโตนิโอสั่งบอดีการ์ดหนุ่มคนสนิท น้ำเสียงห้าวลึกฟังดูทรงพลัง และเซ็กซี่น่าลุ่มหลง ธรรมชาติของมนุษย์ เพียงแค่เสียง ไม่น่าจะกระตุ้นเร้าความปรารถนาภายในของเพศตรงข้ามได้ หากกฎข้อนี้ได้รับการยกเว้นสำหรับผู้ชายที่ชื่ออัลโตนิโอ มาโอริโอ

“ครับ” คาร์มิลเลี่ยนรับคำ เขาเป็นทั้งเลขานุการและบอดี้การ์ดมากฝีมือในเวลาเดียวกัน เมื่อรับบัญชาแล้วชายหนุ่มก็เข้าไปดูร่างบอบบางที่ไร้สติ พบว่าเธอไม่ได้รับบาดเจ็บ หากนอนนิ่งแน่วหายใจอย่างรวยริน สม่ำเสมอ หัวคิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากันราวตกอยู่ในฝันร้าย

พ่อค้าอาวุธหนุ่มสั่งการจบก็ย้ายมานั่งจุดบุหรี่ขึ้นสูบเพื่อฆ่าเวลาอย่างช้าๆ ควันสีหม่นเจือในชั้นบรรยากาศที่ท้องฟ้าในค่ำคืนนี้เงียบสงัดไร้ดาวเดือน มีเพียงเมฆดำคล้อยเคลื่อนตามการเดินทางของสายลมเอื่อยยามดึกสงัด ไม่นานจากนั้นการรอคอยใครบางคนก็สิ้นสุดลง

“มาก็ดีละ ตกลงใครจะรับผิดชอบ?” อัลโตนิโอว่า พลางพยักพเยิดมองไปยังร่างน้อย

“อยู่กับใคร คนนั้นก็รับไปสิ!” อนรรฆตอบกลับน้ำเสียงเรียบเรื่อย ไม่รู้ร้อนรู้หนาว จริงอยู่เขาทนเห็นสาวน้อยร่างบางที่มองผ่านๆ มีมุมคล้ายข้าวหอมอย่างกับฝาแฝด แต่หากจะให้พาเจ้าหล่อนกลับบ้านไปดูแลเลี้ยงดู เห็นทีจะไม่เหมาะนัก เขาคิดว่าเพื่อนเขารับหน้าที่นี้เหมาะแล้ว เพราะอัลโตนิโอก็ไม่มีครอบครัว โสดสนิท ทำอะไรน่าจะสะดวกกว่าเขา

“เฮ้ย! แล้วใครกันตัดสินใจให้ช่วยหล่อนน่ะ” เจ้าพ่อแห่งวงการค้าอาวุธโต้กลับเสียงเข้ม เจือแววหงุดหงิดเอาแต่ใจ นิสัยประจำตัวซึ่งข้อนี้อนรรฆรู้เป็นอย่างดี

“เพื่อมนุษยธรรม” อนรรฆพูดขึ้น หน้าตาไม่เดือดเนื้อร้อนใจเลยสักนิดเดียว ขืนเขาพาผู้หญิงเข้าบ้าน ข้าวหอมเป็นต้องแพ่นกบาลเขาเท่านั้นเอง เป็นมาเฟียอย่าริอ่านทำเรื่องนอกลู่นอกทางให้เมียไม่สบายใจ ที่ทำตัวดีไม่ได้กลัวเมียแต่เกรงใจเท่านั้นเอง ตั้งแต่แต่งงานมีครอบครัวกับข้าวหอม ก็ดูเหมือนจักรวาลของอนรรฆก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แววตาที่เคยกร้าวแกร่ง หากยามนี้เขาเรียนรู้ว่า เป็นมาเฟียก็อ่อนโยนได้เหมือนกัน หากแต่เพียงคนเดียวที่สัมผัสถึงความอ่อนโยนจากเขาได้ เห็นทีว่าโลกใบนี้จะมีเพียงคนเดียว นั่นคือผู้หญิงของเขา...

ผู้หญิงของมาเฟีย มักจะได้เห็นมุมพิเศษที่โลกไม่อาจได้เห็น

“อย่าบอกนะ เพราะหล่อนเป็นเอเชียนเกิร์ลเหมือนผู้หญิงของนาย เลยทนดูดายไม่ได้ที่จะช่วยน่ะ” อัลโตนิโอมิวายพูดแขวะ เพราะหลังจากมาเฟียหนุ่มเพื่อนรักแต่งงานมีครอบครัวแล้วดูเหมือนว่าอนรรฆจะเปลี่ยนไปมาก ดูเป็นแฟมิลี่แมนผิดวิสัย แม้จะคงความโหด ดิบ เถื่อน เหมือนเดิมแต่เขาก็สัมผัสได้ว่า สายตามาเฟียหนุ่มดูอ่อนโยนทุกครั้งที่พูดถึงลูกและเมีย นั่นทำให้อัลโตนิโอสัมผัสได้ว่า ความรัก มันสามารถเปลี่ยนมาเฟียได้จริงๆ โดยเฉพาะมาเฟียหนุ่มโหดอย่างอนรรฆ เปรมดิ์ฤทธา ทายาทมาเฟียตระกูลดังสายเลือดเอเชีย

“ตอนแรกก็คิดงั้นล่ะ เพียงแวบแรกที่เห็นก็คิดว่าน่าจะเป็นคนไทย แต่เมื่อฉันมองสบแววตาของเธอ ช่างดูบริสุทธิ์ไร้เดียงสาเกินกว่าจะตกเป็นสินค้าทาสให้พวกกักขฬะนั่นประมูลไปย่ำยี” อนรรฆเอ่ย เขายอมรับว่า นาทีแรกที่มองเห็นหญิงสาวอยู่ท่ามกลางการประมูล เขากลับนึกถึงข้าวหอมขึ้นมาเสียเฉยๆ แล้วก็อยากจะช่วยให้หญิงสาวรอดพ้นจากสถานการณ์นั้น โดยไม่ทันได้คิดว่าช่วยออกมาแล้ว ใครจะเป็นคนดูแลเธออีก เพราะการช่วงชิงเธอมา เท่ากับว่าเขาสร้างศัตรูเพิ่ม และแม่สาวน้อยคนนี้คงไม่มีชีวิตได้อย่างปกติได้อีกต่อไป

“ซะงั้น นายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบให้มีผู้หญิงมาเป็นตัวถ่วง” มาเฟียพ่อค้าอาวุธปฏิเสธเสียงแข็ง จู่ๆ ก็จะมีเด็กในอุปการะ จะบ้าไปแล้ว

“นายก็รับเลี้ยงเธอแบบไหนก็ได้นี่ เอาไปเป็นคนใช้ แม่บ้าน หรืออะไรก็ได้” อนรรฆแนะให้อย่างมีอารมณ์ขัน หากอีกฝ่ายกลับไม่ขำด้วย เขามองว่านั่นเป็นภาระอันใหญ่หลวงมากกว่า

“อะไรก็ได้ของนาย มันหมายความว่าไงกันแน่ พูดให้มันเคลียร์ๆ สิอรรค” สบถน้ำเสียงสะบัดอย่างขุ่นๆ ก่อนขว้างก้นบุหรี่ลงพื้นก่อนขยี้ประกายไฟด้วยปลายเท้าย้ำๆ กระทั่งมันจมลงดินพร้อมๆ กับการจางหายไปของควันสีเทาอ่อน

ก็แล้วแต่นายสิ... ผู้หญิงทั้งคน เป็นได้ตั้งหลายอย่าง” อนรรฆยักไหล่แนะอย่างซนๆ แถมทำหน้าตายใส่ เขารู้ดีว่าเจ้าพ่อแห่งวงการค้าอาวุธไม่มีหัวใจไว้เพื่อรัก หากก็ไม่ได้ปฏิเสธฉากรักวาบหวาม แต่เขากลับยินดีที่จะส่งสาวน้อยร่างบางให้อยู่ในความดูแลของมาเฟียแบดบอยอย่างอัลโตนิโอเสียได้ เขามองปราดเดียวก็สัมผัสได้ว่า สาวน้อยนางนี้อาจจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตทั้งชีวิตของพ่อค้าอาวุธอย่างอัลโตนิโอ ชนิดที่เจ้าตัวเองก็อาจจะไม่ทันตั้งรับก็ได้

พลังผู้หญิง มักทำให้โลกของผู้ชายยากตั้งรับเสมอ ถ้าเธอทำเราตกลงไปในหลุมรักของพวกหล่อน... โดยไม่ตั้งใจ

“ฉันเคยนิยมเรื่องแบบนี้รึไง” โต้ทันควันพลางใช้ลิ้นดุนกระพุงแก้มอย่างมิวายหงุดหงิดมาเฟียหนุ่มอีกฝ่ายที่นับว่าเป็นเพื่อนสนิทในโลกธุรกิจสีเทาที่ต่างก็ไว้วางใจกันและเคยร่วมหัวจมท้ายนับครั้งไม่ถ้วน

“นายเป็นมาเฟียแบดบอยสูตรสำเร็จ ความจริงข้อนั้นฉันรู้ดี แต่นายคงไม่ยัดเยียดให้คนมีลูกมีเมียแล้วอย่างฉันต้องรับอุปการะผู้หญิงแปลกหน้าจากไหนไม่รู้หรอกนะ... ใช่มั้ย?” อนรรฆสรุปเป็นคำถาม ความจริงไม่ต้องการฟังคำตอบ เพราะเขามีบทสรุปส่วนตัวในใจแล้ว และใครก็เปลี่ยนความคิดเขาไม่ได้

“อะไรวะ ยุให้ช่วยหล่อนออกมาแล้วก็ทิ้งขว้างซะงั้น” อัลโตนิโอโต้อย่างหงุดหงิด จังหวะเดียวกันกับทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้น ก่อนขยี้ด้วยปลายเท้าแรงๆ เหมือนใช้เจ้าก้นบุหรี่นั่นเป็นที่ระบายอารมณ์ ทำไมจู่ๆ เขาต้องมารับผิดชอบเด็กผู้หญิงที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนด้วยเล่า

“ไม่มีใครเหมาะจะดูแลเธอได้เท่านายแล้วล่ะ” ดูเหมือนว่าอนรรฆจะมั่นอกมั่นใจเสียเต็มที่ แต่ถึงจะไม่เหมาะ เขาก็คงรับอุปการะเด็กสาวคนนี้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด เพื่อความสบายใจของข้าวหอม

“ดูแลงั้นเรอะ?” อัลโตนิโอคิ้วขมวดมุ่น เกิดมาเขาเคยดูแลใครที่ไหน มาเฟียผู้ยิ่งใหญ่อย่างเขา จำเป็นต้องทรีทใครด้วยงั้นเรอะ

“เอาน่า... เจ้าพ่อใหญ่แห่งวงการค้าอาวุธอย่างนาย เลี้ยงดูอุปการะเด็กผู้หญิงสักคน ขนหน้าแข้งดกๆ ของนายคงไม่ร่วงหรอก” อนรรฆสรุป ยกข้อมือมองนาฬิกา ก่อนตัดบทเอ่ยคำลาอย่างไม่ใยดี

“ชีวิตคนทั้งคนนะ ไม่ใช่กระต่าย” เจ้าพ่อค้าอาวุธโต้กลับอย่างนึกฉุน สายตาที่มองจ้องอนรรฆ คิดวนเวียนอยู่อย่างเดียว คืออยากตั้นหน้าเพื่อนคนนี้มาก หาเรื่องให้เขาแล้วมั้ยล่ะ

“ฉันก็ไม่ได้บอกว่าเจ้าหล่อนเป็นกระต่ายสักหน่อย เอาไว้เธอฟื้นขึ้นมา นายก็สัมภาษณ์เธอซะ แล้วก็ส่งตัวเจ้าหล่อนกลับบ้าน ฉันบอกรึยัง ว่าจะให้นายเลี้ยงดูเธอไปตลอดชีวิต” อนรรฆหยุดจ้องตาเพื่อน “หรือนายคิด... นายคงไม่คิดจะเลี้ยงหล่อนไปตลอดทั้งชีวิตหรอกนะ ใช่มั๊ย” อนรรฆย้ำ อัลโตนิโอทำหน้าไม่ถูก มันก็จริง เธออาจจะถูกใครลักพาตัวมาแล้วเอามาปล่อยขายไม่ต่างจากทาส หล่อนตกเป็นเหยื่อวงการค้ามนุษย์ ป่านนี้พ่อแม่คงตามตัวให้วุ่น เขาลืมนึกไปได้อย่างไร โชคดีที่อนรรฆพูดเตือนสติ ไม่งั้นเขาคงกระอักกระอ่วนใจน่าดู นึกว่าต้องเลี้ยงเธอไปตลอดชีวิตเสียแล้ว

“งั้นแยกย้ายกันตรงนี้ โชคดีนะนีโอ” ดูเหมือนปัดความรับผิดชอบแล้วชิ่งหนีอย่างไรอย่างนั้น อนรรฆนี่ บทจะทำหน้าตาเฉยก็ทำได้ดีไม่เบาเลยนะ งานนี้อัลโตนิโอได้แต่เคืองเพื่อนอยู่ในใจ หากก็ทำอะไรมันไม่ได้

“เฮ้ยเดี๋ยวสิ” อัลโตนิโอท้วงเพื่อน จู่ๆ จะทิ้งกันไปง่ายๆ แบบนี้ได้ยังไงกัน

“ไม่ละ ต้องรีบกลับไปหาเมียสาว... บาย” ทันทีที่ร่ำลาจบอนรรฆก็ก้าวขึ้นรถก่อนที่จะบึ่งออกไป ทิ้งไว้เพียงอัลโตนิโอและสมุน พร้อมสาวน้อยร่างบางที่ตอนนี้เธอนอนซบกับไหล่กว้างของเขา ขณะรถยนต์ส่วนตัวแล่นแหวกว่ายไปท่ามกลางความมืดมนแห่งรัตติกาล

“นี่ฉันต้องดูแลเธอจริงๆ เหรอยัยตัวเล็ก?” อัลโตนิโอเปรยเบาแผ่ว สายตาคมเข้มของเจ้าพ่อแห่งวงการค้าอาวุธสัญชาติอิตาเลี่ยนมองจ้องใบหน้างามหวาน ไร้เดียงสาแม้จะอยู่ในสภาพมอมแมมจนกลบเกลื่อนรัศมีความงดงามน่ารักสมวัยของเจ้าหล่อนไปบ้าง หากเจ้าพ่อหนุ่มก็ตาถึงมากเกินกว่าจะมีสิ่งรบกวนมาปิดบังประกายความงามของหญิงสาวในปกครองในแบบไม่ตั้งใจของเขาไปได้...

ตอน 3

คฤหาสน์หรูของเจ้าพ่อค้าอาวุธแห่งซิซิลี, อิตาลี

ภายในห้องทำงานที่ออกแบบกว้างขวางโอ่โถง และประดับประดาด้วยอาวุธขนาดเล็กชนิดต่างๆ โดยเฉพาะปืนพกเก่าแก่หลากหลายรุ่น มีตั้งแต่สมัยสงครามโลก ของพวกนี้ สะสมมาตั้งแต่สมัยคุณปู่ อัลแบร์โต้ มาโอริโอ ด้วยความที่เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของตระกูลค้าอาวุธที่ยิ่งใหญ่ ตั้งแต่วัยเยาว์ เขาจึงเป็นที่รักของผู้เป็นปูจวบจนทุกวันนี้ ส่วนผู้เป็นปู่ก็ฝากความหวังให้เขาเป็นผู้สานต่อธุรกิจอาวุธให้รุ่งเรืองยิ่งใหญ่มากขึ้น หลังจากตกลงความรับผิดชอบ มาเฟียหนุ่มก็เดินทางกลับโดยทันที กว่าจะถึงคฤหาสน์ฟินนิกซ์ก็เกือบเช้า และดูเหมือนว่ามาเฟียหนุ่มจะได้ดั่งใจคนเป็นปู่ไปเสียทุกเรื่อง

“บอสจะให้เธอพักห้องไหนดี?” เสียงบอดีการ์ดหนุ่มคนสนิทที่เจ้าพ่อค้าอาวุธไว้วางใจมากที่สุดเอ่ยขึ้นถาม ทันทีที่กลับมาถึงคฤหาสน์หรูย่านปาแลร์โม คนเป็นบอสหันมามองสบตาลูกน้องครู่หนึ่งอย่างชั่งใจ

“ห้องฉัน... แม่บ้านคงเตรียมอะไรไม่ทันสำหรับอาคันตุกะแบบจับพลัดจับผลูแบบนี้” เขาหยุดจ้องหน้าสาวน้อยหน้าหวานที่หลับอย่างไร้สติก่อนทอดถอนใจอย่างทำใจยาก เกิดมาไม่เคยจะดูแลใครจริงจังเลยสักครั้ง กับสาวๆ ก็มีแต่ถูกฟันแล้วทิ้ง ไม่คิดจริงจังเลยสักราย นี่มันเรื่องบ้าอะไร เจ้าอรรคคนเดียวแท้ๆ เชียว หาเรื่องซวยตัวเท่าบ้านให้เขา คิดแล้วก็พาลหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ มองคนหลับแล้วก็เริ่มค้น อยากจับตัวมาเขย่าๆ แล้วไล่แม่หนูนี่กลับบ้านซะให้สิ้นเรื่องราว หากก็ทำไม่ได้ สภาพเธอแทบดูไม่ได้ น่าจะอ่อนเพลียมานานวันกว่าจะถูกส่งตัวมาประมูล เจ้าพ่อหนุ่มถอนใจเฮือกอีกครั้งก่อนออกคำสั่งกับลูกน้องเป็นบทสรุป “แล้วสั่งแม่บ้านเตรียมห้องให้หล่อนด้วย”

“ครับ” บอดีการ์ดหนุ่มคนสนิทค้อมรับคำบัญชาอย่างนอบน้อม ก่อนเปลี่ยนจากพยุงเป็นช้อนร่างบางขึ้นอุ้มแทน

“พาตัวเธอขึ้นไปได้แล้ว” บอสหนุ่มสั่งเสียงเข้มอย่างคนหัวเสีย เจ้าหล่อนกลายเป็นภาระอันหนักอึ้งของเขาเข้าแล้ว อัลโตนิโอไม่อยากมีภาระ เพราะเขารู้ดีว่า ในวงการของเขา คนรอบข้างเขามีสิทธิ์ได้รับอันตรายทุกเมื่อ การมีผู้หญิงในปกครอง มันไม่เพียงแต่เขาต้องปกป้องเธออย่างดีที่สุดเท่าที่ชีวิตของมาเฟียหนุ่มอย่างเขาจะทำได้ หากเจ้าหล่อนจะเป็นจุดอ่อนของเขาด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย

“บอสจะไม่...” บอดี้การ์ดถาม เพราะไม่เข้าใจว่า กับผู้หญิงที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ หากก็เสี่ยงชีวิตและยอมสร้างศัตรูเพิ่ม เพื่อช่วยหล่อนมา หากบอสกลับมีท่าทีเย็นชา ไม่ใส่ใจเจ้าหล่อนเลยสักนิด มันดูไม่สมกับความท้าทายที่เขากับอนรรฆเอาชีวิตเข้าแลกเลยน่ะสิ

“ขึ้นไปสิ” มาเฟียหนุ่มเสียงเข้มขึ้นกว่าเดิมหลายเท่านัก สายตานั่นก็ด้วย จู่ๆ ก็หงุดหงิดอารมณ์เสียซะงั้น “ฉันมีงานต้องสะสาง” หยุดเว้นจังหวะครู่หนึ่ง สันกรามขบแน่นจนเป็นสันนูน “ให้ใครเอากล่องปฐมพยาบาลมาให้ฉันด้วย”

“บอสได้รับบาดเจ็บหรือครับ?” คาร์มิลเลี่ยนพลาดมากที่ไม่อาจปกป้องบอสหนุ่มได้ เขาทั้งเป็นห่วงระคนรู้สึกผิดหวังในตัวเองที่ทำงานผิดพลาด ทำให้เจ้านายได้รับบาดเจ็บ

“กระสุนสากนิดหน่อย... ไม่ต้องกังวล ฉันดูแลตัวเองได้” ว่าจบ เจ้าของร่างสูงก็เดินอาดๆ ขึ้นไปตามโถงทางเดิน มุ่งตรงไปยังห้องหนังสือ เขาออกแบบให้ชั้นสองเป็นพื้นที่ของห้องสมุด ในขณะอีกฟากใช้เป็นห้องทำงาน ที่มีโต๊ะทำงานตัวเขื่องที่เขาใช้เป็นกองบัญชาการฟินิกซ์เป็นประจำ เมื่อเจ้านายให้หลังไปแล้ว คนของเขาจึงอุ้มร่างบางขึ้นไปส่งบนห้องนอนส่วนตัวของมาเฟียหนุ่มตามคำบัญชา นับจากนาทีนั้นตลอดทั้งคืน เจ้าของห้องก็ไม่ได้กลับเข้าไปในห้องนอนตนเองอีกเลย นอกจากแม้บานดูแลเธออย่างใกล้ชิดกระทั่งรุ่งเช้า...

คฤหาสน์ฟินิกซ์, ซิซิลี

ฤดูร้อนที่ยาวนานของซิซิลี ทำให้บรรยากาศท้องฟ้าดูสดใสในบางวัน แสงแดดอ่อนโยนทว่าเจือไปด้วยความเริงร้อน สายลมพัดเอากลิ่นเค็มจากไอทะเลรวมทั้งกลิ่นหอมของดอกไม้ท่ามกลางฤดูร้อนที่กำลังร่าเริงเข้ามาทางหน้าต่าง ไม้ดอกเมืองหนาวหลากหลายชนิดเบ่งบานท้าทายสายลมแสงแดด สวนสวยสไตล์อิตาลีบริเวณด้านนอก ถัดออกไปด้านหลังเป็นเรือนกระจกที่เอาไว้สำหรับปลูกผักและต้นมะนาวเป็นส่วนใหญ่ ซิซิลีบ้านเกิดของอัลโตนิโอ เขาเกิดที่นี่ แต่ก็ไปเติบโตที่ต่างประเทศเพราะการศึกษาเล่าเรียน จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ เขานึกถึงชีวิตเก่าๆ จึงตั้งสำนักงานใจกลางเกาะที่ใหญ่ที่สุดในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

อัลโตนิโอเดินออกจากห้องทำงานส่วนตัวขนาดใหญ่จากปีกตะวักออก ตามโถงทางเดินเพื่อขึ้นมาบนห้องนอนส่วนตัวของเขาเอง ภายในห้องเงียบราวว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ทั้งที่บนเตียงกว้างไม่ได้ว่างเปล่าเหมือนที่ผ่านมา มาเฟียหนุ่มยังคงรู้สึกเจ็บแปลบๆ บริเวณเหนือเอวที่ถูกกระสุนเฉียดไปเพียงนิดเดียวนั้น ให้ได้เลือดซิบๆ ยังดีที่เมื่อคืนที่ผ่านมา เขาทายาปฐมพยาบาลแบบทันเวลา แล้วก็เผลองีบหลับไปบนห้องทำงาน มารู้สึกตัวอีกทีก็รุ่งเช้า

ดวงตาคมกล้า... ทอดมองไปบนร่างบางที่ยังคงหลับสนิทไม่ไหวติง ดวงหน้าใสๆ งดงามได้รูปหากก็ดูเด็กเสียเหลือเกินในสายตามาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลอย่างเขา รูปร่างเล็กน่าทะนุถนอมในชุดนอนที่เข้าใจว่าแม่บ้านคงเป็นคนตัดสินใจเลือกเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของเขาให้เธอแทนที่จะเป็นชุดนอนแบบป้าๆ ของนาง แต่นั่นเขาคงต้องชมเชยแม่บ้านด้วยหรือเปล่าที่ช่างเลือกเสื้อนอนให้เจ้าหล่อน แล้วนั่น... เธอสวมชั้นในหรือเปล่า? ชายหนุ่มพยายามสลัดความสงสัยบ้าๆ นั่นออกไปจากหัวทันทีก่อนโลมไล้สายตาคมสำรวจเรือนร่างน้อยๆ นั่นต่อ คราบมอมแมมที่ปรากฏเมื่อคืนได้อันตรธานไปอย่างไร้ร่องรอย และก็คงฝีมือแม่บ้านอีกเช่นกัน ชายหนุ่มหยุดสำรวจเหยื่อตัวน้อยผู้น่าสงสารครู่หนึ่งก่อนสูดลมหายใจเข้าลึกราวสะกดความปรารถนาภายในที่ยอมรับว่าพลุ่งพล่านเพียงเสี้ยวนาทีที่มองจ้องร่างน้อยนั่น เขาตัดสินใจละสายตาจากต้นเหตุของความสับสนวุ่นวายใจด้วยการมองไปนอกหน้าต่างผ่านกระจกบานใหญ่ที่มีบังตากางกั้น ก่อนพาตัวเองหายเข้าไปในห้องน้ำกว้างที่ทางเดินผ่านเตียงนอนไปไม่กี่ก้าว

“นี่เอ็งตัดสินใจอะไรไปวะนีโอ” ชายหนุ่มสบถด่าตัวเอง จู่ๆ ก็มีภาระมาเป็นตัวถ่วงในชีวิต ร่างแบบบางนั้นต้องเป็นแม่มดสาวปลอมตัวมาแน่ๆ นี่หล่อนทำบ้าอะไรกับเขากันแน่ เพราะเพียงแค่มอง ก็ตรึงตราสะกดสายตาเขาเอาไว้จนไม่อยากละสายตามองไปที่อื่น ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำเขาปั่นป่วนวุ่นวายได้เท่านี้มาก่อน

ร่างสูงเดินวนในห้องอาบน้ำ มือเพรียวแกร่งถอดเสื้อออกก่อนขว้างลงตะกร้า ตามด้วยเครื่องแต่งกายชิ้นอื่นๆ กระทั่ง... ร่างสูงสง่าอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าไร้เครื่องแต่งกายใดๆ ด้วยส่วนสูงกว่าหกฟุต บ่ากว้างแลดูสง่างาม กล้ามเนื้ออกดูแข็งแรงประดับด้วยขนแผงอกน้อยๆ เรียงสวยงามไล่ลงมายังกล้ามท้องที่นูนเด่นชัด บั้นท้ายละลายใจและดูทรงพลังอย่างชวนหลงใหล รูปลักษณ์ภายนอกทั้งหมดที่รวมเป็นตัวเขา สะท้อนความแข็งแกร่งมาจากร่างกายภายใน ผู้ชายที่โปรดปรานการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจึงได้เรือนร่างสมบูรณ์แบบเช่นนี้... ซึ่งมันก็คู่ควรอยู่แล้วเป็นเรื่องธรรมดา

อัลโตนิโอมองจ้องคนในกระจก แววตาดุดันครั่นคร้ามมองมาอย่างเยาะๆ ก่อนย้ายสายตาลงมาที่แผลเหนือสะดือมาด้านขวาเพียงเล็กน้อยที่เกิดจากกระสุนสาก โชคดีแผลไม่ลึก แทบไม่ถึงผิวหนังชั้นใน กระสุนนรกนั่น ถ้าให้เดาคงผลิตที่ไหนไปไม่ได้นอกจากมหาอำนาจฝั่งเอเชีย แต่คุณภาพของมันเทียบได้กับแค่กระสุนที่ไม่ผ่านมาตรฐานคิวซีของฟินิกซ์ ดังนั้นมันจึงทำเขาได้แค่แผลถลอก คิดแล้วมาเฟียหนุ่มพ่นลมหายใจพร้อมหัวเราะอย่างเยาะหยัน พร้อมกับมือเพรียวแกร่งลูบแผลเล็กๆ นั่นเบาๆ

“เธอคือตัวการทำฉันได้แผลนี้... ยัยกระต่ายน้อย” เขาว่า พลางยกยิ้มมุมปากอย่างนึกสมน้ำหน้าตัวเอง อยู่ดีไม่ว่าดีแท้ๆ “แต่หน้าฉันยังหล่อ... และนีโอน้อยยังไม่พิการ” เขาบอกตัวเอง “ฉันควรให้เธอรับผิดชอบยังไงดีนะกับแผลที่ทำฉันเจ็บ?” เขาครางอย่างไม่ได้ดั่งใจขณะพยายามข่มอารมณ์ไม่ให้พลุ่งพล่านมากไปกว่านี้ ในเวลาที่นีโอน้อยของตัวเองกำลังผกโผพร้อมสู้ศึก กับแค่เพียงมองร่างน้อยบนเตียงนั่นเพียงไม่กี่อึดใจ... นี่เขาอยากทำบ้าอะไรกับเรือนร่างไร้เดียงสานั่นวะเนี่ย!

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED