ประเทศไทย
แว่นตาสีดำค่อยๆ ถูกดึงออกจากใบหน้าหล่อเหลาก่อนที่เกรย์ กันต์ณทีป์ จะยืนมองเจดีย์ที่บรรจุอัฐิของบุคคลสำคัญทั้งสองที่อยู่ตรงหน้าด้วยแววตาที่แฝงไปด้วยความหม่นเศร้า รูปถ่ายที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของคุณทวดทั้งสองทำเอาผู้ชายที่ยิ้มยากอย่างเกรย์ค่อยๆ เผยรอยยิ้มออกมาด้วยความคิดถึง
“คุณทวดครับ”
เสียงเล็กๆ ร้องเรียกชายชราที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานด้วยความขะมักเขม้นก่อนที่คุณทวดของเด็กชายเกรย์จะเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับส่งยิ้มมาให้เหลนชายตัวน้อยอย่างอบอุ่นและอ่อนโยน
“คิดถึงจังเลยหลานทวด”
เสียงนี้ยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเกรย์ก่อนที่น้ำตาลูกผู้ชายจะไหลออกมาด้วยความคิดถึงคุณทวดทั้งสองที่ถึงแม้คุณทวดที่รักจะจากไปแล้วแต่รอยยิ้มของท่านยังคงงดงามอยู่ในใจของเขาเสมอ เขายังจำได้ดีในวันที่คุณทวดที่รักจากไปใบหน้าของท่านเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มพร้อมกับพึมพำบอกเขากับทุกคนว่าคุณทวดกฤษฎิ์มารับท่านแล้ว ก่อนที่ท่านจะสิ้นลมจากไปอย่างสงบท่ามกลางความเศร้าเสียใจของลูกหลานพิสิฐกุลวัตรดิลก
“น้องเกรย์กลับมาแล้วนะครับ”
เสียงนุ่มทุ้มบอกคุณทวดทั้งสองก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากใบหน้าพร้อมกับก้มหัวลงเล็กน้อยเพื่อทำความเคารพบุคคลที่รักยิ่งทั้งสองคนที่บัดนี้ลาลับจากไปทิ้งไว้เพียงความทรงจำที่ยังคงสวยงามเสมอ ร่างสูงค่อยๆ หันหลังเดินจากไปท่ามกลางสายลมที่พัดผ่านมาต้องร่างเบาๆ ราวกับว่าคุณทวดทั้งสองรับรู้ถึงการมาของเหลนชายตัวน้อยที่บัดนี้เติบใหญ่และเดินตามรอยคุณปู่อย่างที่กฤษฎิ์เคยคาดหวังเอาไว้
Smokin’ Pub
“นี่มึงเสียใจที่โดนพี่คิมบอกเลิกขนาดนั้นเลยเหรอวะเพลง”
เจ้าเอยถามเพลงพิณด้วยความสงสัยเพราะตั้งแต่ที่พวกเธอมาถึงผับจนตอนนี้ใกล้จะเที่ยงคืนแล้วเพื่อนรักของเธออย่างเพลงพิณยังคงไม่หยุดดื่ม ทั้งๆ ที่ปกติแล้วเพลงพิณเป็นคนที่ดื่มแค่พอเป็นพิธีเท่านั้นเท่านั้นเพราะเพื่อนของเธอคนนี้ไม่ชอบการดื่มแอลกอฮอล์ที่รสชาติขมจนบาดคอสักเท่าไหร่
หากแต่วันนี้กลับแปลกไปจากทุกวันเพราะเพลงพิณยกแก้วขึ้นดื่มครั้งแล้วครั้งเล่าจนเธอกับเอวาหันมามองหน้ากันพร้อมกับพากันตั้งข้อสงสัย ว่าเพลงพิณอาจจะกำลังเสียใจที่โดนพี่คิมหันต์แฟนหนุ่มรุ่นพี่ปีสี่บอกเลิกอยู่หรือเปล่า
“เหอะ สวยๆ แบบกูทำไมต้องเสียใจให้กับผู้ชายที่คบกูหวังฟันด้วยว่ะ กูก็แค่เบื่ออะมึงเลิกกันไปแล้วทำไมไม่ยอมจบสักทียังคอยโทรมารังควานกูอยู่ได้ทุกวันทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นฝ่ายบอกเลิกก่อน ถ้ากูรู้ว่าพี่คิมมันจะน่ารำคาญขนาดนี้กูเลิกกับมันนานล่ะไม่เสียเวลาทนคบนานถึงสามเดือนหรอก”
เพลงพิณสาวสวยที่ถูกโหวตว่าหน้าตาดีที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของมหาวิทยาลัยชื่อดังบ่นด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายและรำคาญแฟนหนุ่มคนล่าสุด ที่เป็นฝ่ายบอกเลิกเธอก่อนด้วยเหตุผลเพียงเพราะว่าเธอให้ไม่ได้ในสิ่งที่เขาต้องการซึ่งก็คือเรื่องของการมีความสัมพันธุ์ที่ลึกซึ้งตามประสาคนรักกันทั่วไป แต่มันต้องไม่ใช่กับเธอเพลงพิณคนนี้ที่ถึงแม้ว่าจะผ่านการมีแฟนมาแล้วหลายคนแต่ทุกคนนั้นกลับได้ใกล้ชิดเพลงพิณมากสุดคือการจับมือเท่านั้น
ซึ่งคิมหันต์แฟนคนล่าสุดไม่ใช่ผู้ชายคนแรกที่บอกเลิกเธอด้วยเหตุผลนี้เพราะแฟนทุกคนที่ผ่านมาของเธอต่างบอกเลิกเธอด้วยเหตุผลเดียวกับคิมหันต์ทั้งนั้น ซึ่งเพลงพิณก็ไม่เคยร้องไห้หรือตีโพยตีพายที่ถูกบอกเลิกด้วยเหตุผลที่เธอมองว่าไร้สาระมากให้เสียเวลาแต่เธอกลับดีใจที่ไม่ต้องทนคบกับพวกผู้ชายที่หวังเพียงอยากเชยชมร่างกายของเธอเท่านั้น
ถึงเธอจะเป็นผู้หญิงที่ชอบแต่งตัวเซ็กซี่ขี้ยั่วมากแค่ไหน แต่เธอกลับไม่เคยปล่อยตัวให้ใครได้เชยชมง่ายๆ เพราะเธอเชื่อว่าถ้าผู้ชายพวกนั้นรักเธอจริงพวกเขาจะยอมอดทนจนถึงวันแต่งงาน จะมองว่าเธอหัวโบราณก็ได้ในเรื่องของเซ็กซ์ระหว่างชายหญิงแต่เธอแค่ต้องการมอบสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตให้กับคนที่คู่ควรเท่านั้น
"กูถามจริงๆ เหอะเพลง มึงไม่อยากมีความรักที่ซาบซ่านซู่ซ่าบ้างเหรอวะ กูเห็นพวกคู่รักในมหาวิทยาลัยเขาก็คบกันแบบคู่ผัวเมียกันทั้งนั้น"
เอวาเพื่อนสนิทอีกคนถามเพลงพิณด้วยความสงสัยใคร่รู้ในคำตอบเพราะตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยมาเพลงพิณมีแฟนมาทั้งหมดแล้วถึงห้าคนซึ่งแต่ละคนนั้นเพื่อนของเธอคบเพียงสามเดือนก็เลิกรากันไปด้วยเหตุผลเดิมๆ
ซึ่งสำหรับเอวากับเจ้าเอยแล้วการคบกันและมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งนั้นเป็นเรื่องธรรมดาของคนเป็นคู่รักกันซึ่งทั้งสองคนต่างก็ผ่านเรื่องราวเหล่านั้นมาก่อนมีเพียงเพลงพิณคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงบริสุทธิ์ผุดผ่อง
"ซาบซ่านซู่ซ่าบ้านมึงสิเอวา ถึงกูจะชอบแต่งตัวเซ็กซี่ดูเหมือนจะขี้ยั่วแต่กูก็รักตัวเองนะเว้ยถ้าไม่เจอผู้ชายที่รักกูจริงๆ กูไม่ยอมเสียซิงเด็ดขาด"
คำพูดที่เด็ดขาดของเพลงพิณทำเอาคนที่กำลังนั่งดื่มเงียบๆ อยู่คนเดียวถึงกับยกยิ้มมุมปากด้วยความนึกชอบใจในทัศนคติของสาวน้อยคนนี้ที่รักนวลสงวนตัวไม่ยอมยกสิ่งที่มีค่าของตัวเองให้ใครง่ายๆ
ซึ่งน้อยนักที่จะมีคนคิดแบบนี้คงต้องบอกว่ามีเพียงสาวหัวโบราณเท่านั้นที่ยังคงคิดแบบนี้อยู่ในสังคมที่คู่รักหลายคู่ต่างพากันเดินเข้าไปอยู่ในความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งทั้งกายและใจ แต่พอถึงวันหนึ่งที่ความสัมพันธ์มันไปต่อด้วยกันไม่ได้และจบลงด้วยการเลิกราส่วนใหญ่แล้วผู้หญิงมักจะเป็นฝ่ายที่เสียใจและทำใจไม่ได้ส่วนหนึ่งมาจากความสัมพันธ์ทางกายที่ลึกซึ้งเกินกว่าที่จะลืมได้ง่ายๆ นั่นเอง
"หึ แล้วผู้ชายแบบไหนกันนะที่เธอจะยอมเสียซิงให้"
เกรย์พึมพำเสียงเบาอยู่คนเดียวก่อนที่เขาจะยกแก้วเหล้าที่ควงเล่นนั่งฟังสาวๆ สนทนากันมาสักพักขึ้นกระดกรวดเดียวจนหมดแก้วด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยถึงแม้ว่าเหล้าราคาแพงที่ไหลผ่านลำคอลงไปจะมีรสชาติที่คมจนบาดคอเพียงใดก็ตาม
นี่ก็เป็นเวลากว่าสองสัปดาห์แล้วที่เกรย์มานั่งดื่มเงียบๆ ที่นี่คนเดียวหลังจากที่เขาย้ายกลับมาอยู่ที่เมืองไทยถาวรเพื่อรอเวลาที่พร้อมเข้ารับตำแหน่งประธานโรงพยาบาล N ที่คุณย่าแก้มใสยกให้เขารับช่วงต่อโดยที่ได้รับความเห็นชอบจากลูกหลานตระกูลพิสิฐกุลวัตรดิลกทุกคน
"เฮีย เฮียเกรย์ผมฝากบาร์ทีดิหน้าร้านคนเยอะมากเด็กเสิร์ฟไม่พอขอแวบไปช่วยเขารับทิปแป๊บ"
อาร์มบาร์เทนเดอร์หนุ่มประจำผับวิ่งมาร้องขอความช่วยเหลือจากเกรย์ลูกค้าประจำที่เขาเพิ่งรู้จักได้ไม่นานแต่กลับมีความสนิทสนมกันราวกับว่ารู้จักกันมานานนับสิบปี เพราะครั้งแรกที่เกรย์มาเที่ยวเขาสั่งเครื่องดื่ม Sex on the beach ค็อกเทลรสโปรดของเขาแต่อาร์มกลับทำออกมาได้รสชาติไม่ถูกปากเขาเลยสักนิด
เกรย์จึงลงมือชงเองอย่างชำนาญก่อนที่เขาจะเอาให้อาร์มลองชิมดูและเปรียบเทียบแก้วของเขากับแก้วที่อาร์มทำซึ่งรสชาติที่กลมกล่อมของ Sex on the beach ทำให้อาร์มยอมรับอย่างไม่อายเลยว่ารสชาติที่ตัวเองทำออกมานั่นห่วยแตกมาก
หลังจากวันนั้นอาร์มก็ขอร้องให้เกรย์สอนเขาชงค็อกเทลใหม่ซึ่งเกรย์ที่กำลังว่างงานก็ตอบตกลงในทันทีอย่างคนที่ไม่หวงวิชา เพราะคุณทวดมักจะสอนเขาอยู่เสมอว่าวิชาความรู้ที่มีหากมีประโยชน์ต่อผู้อื่นก็จงแบ่งปันสิ่งนั้นให้เขาโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาคิดให้เปลืองพื้นที่สมอง
ซึ่งที่ผ่านมาเกรย์ก็มักจะแบ่งปันความรู้ของตัวเองให้ผู้อื่นอยู่เสมอยกเว้นสิ่งเดียวที่เขาไม่สามารถแบ่งปันให้คนอื่นได้จริงๆ นั่นก็คือความสามารถทางด้านจิตรกรที่ลายเส้นของเขานั้นเต็มไปด้วยจิตวิญญาณของความเป็นศิลปินที่เขาไม่สามารถถ่ายทอดให้ใครได้
"อืม กำลังว่างจัดไปโกยทิปให้เต็มที่เลยเดี๋ยวเฮียดูแลบาร์ให้"
เกรย์รับปากอย่างว่าง่ายซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเฝ้าบาร์แทนอาร์มแต่มันคือครั้งที่ห้าแล้วที่เจ้าเด็กทะลึ่งทะเล้นคนนี้ฝากบาร์ให้เขาดูแลชั่วคราว ส่วนตัวเองก็วิ่งไปช่วยหน้าร้านเสิร์ฟเหล้าเพื่อโกยทิปที่ได้มากถึงสามพันในแต่ละครั้งที่อาร์มไปช่วย
"เฮียเกรย์ของอาร์มน่ารักที่สุดเลย"
อาร์มวิ่งเข้ามาสวมกอดเกรย์ด้วยความดีใจและซาบซึ้งในความมีน้ำใจของเกรย์ที่ยอมอยู่เฝ้าบาร์เครื่องดื่มแทนเขาทั้งๆ ที่เกรย์ไม่ใช่พนักงานของที่นี่ แต่ทุกครั้งที่อาร์มมาขอความช่วยเหลือเกรย์กลับไม่เคยปฎิเสธเขาเลยสักครั้งมันทำให้อาร์มรู้สึกรักและเคารพในตัวเกรย์มากถึงแม้ว่าอาร์มจะเพิ่งรู้จักเกรย์ได้ไม่นานก็ตาม
"เอวา เจ้าเอยเดี๋ยวกูมานะขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บ"
จังหวะที่เกรย์ลุกขึ้นเพื่อที่จะไปทำหน้าที่บาร์เทนเดอร์ชั่วคราวแทนอาร์มเพลงพิณที่รู้สึกอยากจะเข้าห้องน้ำก็ลุกขึ้นพร้อมกับบอกเพื่อนสนิททั้งสองคนที่พยักหน้าตอบรับคำพูดของเธอก่อนที่เพลงพิณจะหันหน้ามาสบตาเกรย์ด้วยความบังเอิญ
เกรย์มองผู้หญิงตรงหน้าที่เขายอมรับกับตัวเองในใจว่าสวยมากราวกับรูปปั้นเทพีวีนัสด้วยสายตาที่นิ่งเรียบแต่หัวใจเจ้ากรรมดันแอบเต้นแรงโดยที่ไม่รู้ตัว หึ ผู้หญิงคนนี้สินะแม่สาวหวงซิง
ส่วนเพลงพิณเองก็มองผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอกด้วยความตกตะลึงกับใบหน้าหล่อเหลาที่ดูดีไร้ที่ติไปหมดทุกส่วน
สองขาพลันก้าวไม่ออกได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่และมองเขาอย่างไม่สามารถที่จะดึงสายตาออกมาได้ราวกับว่าเธอกำลังต้องมนต์สะกด ยิ่งยามที่เขายกยิ้มมุมปากน้อยๆ ยิ่งทำให้ใบหน้าหล่อเหลาดูดีมีเสน่ห์มากขึ้นไปอีก
ก่อนที่เกรย์จะเป็นฝ่ายเดินผ่านเพลงพิณที่ยกมือขึ้นมาแตะหน้าอกข้างซ้ายที่หัวใจดวงน้อยยังคงเต้นแรงถึงแม้ว่าเขาคนนั้นจะเดินผ่านไปแล้วก็ตาม
“ขอ Pink แก้วหนึ่งค่ะ"
เพลงพิณทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทรงสูงพร้อมกับร้องสั่งเครื่องดื่มค็อกเทลสุดโปรดก่อนที่เธอจะอยู่ในท่านั่งเท้าคางพร้อมกับจ้องมองร่างสูงที่ดูแปลกตาไปไม่เหมือนทุกวัน เพราะอาร์มเด็กประจำบาร์ที่เธอรู้จักนั้นค่อนข้างผอมบางและผิวสีแทนผิดกับคนตรงหน้าที่รูปร่างสมส่วนและผิวขาวจัดราวกับลูกคุณหนู
เกรย์หยิบจับส่วนผสมของเครื่องดื่มที่ลูกค้าสั่งอย่างคล่องแคล่วเขาใช้เวลาเพียงสามนาทีก็หันกลับมาพร้อมกับวางเครื่องดื่มลงตรงหน้าของผู้หญิงที่เขาไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอกันอีกครั้ง แม่สาวหวงซิง ที่ตอนนี้ดวงตากลมโตของเธอกำลังจ้องมองมาที่เขา
"หล่อจัง"
คำพูดที่คิดอยู่ในใจเงียบๆกลับเล็ดลอดออกมาเป็นน้ำเสียงหวานรื่นหูที่คนพูดยังตกใจที่ตัวเองเผลอคิดเสียงดังจนหลุดออกมาทั้งเสียงและคำพูดให้ขายหน้าผู้ชายที่สบตาเธอเพียงชั่วครู่เท่านั้น ก่อนที่เขาจะหันกลับไปชงเหล้าต่อเงียบๆโดยที่ไม่สนใจเพลงพิณที่กำลังรู้สึกหัวใจห่อเหี่ยวเมื่อโดนผู้ชายตรงหน้าเมินเป็นครั้งแรกและคนแรก ที่ผ่านมาเธอเป็นฝ่ายเมินผู้ชายมาตลอดแต่มาวันนี้สาวสวยอย่างเธอกลับถูกผู้ชายที่หล่อมากคนนี้เมินอย่างไม่ไยดี เหอะ มันจะมากไปแล้วนะ
"เชอะ คิดว่าตัวเองหล่อมากนักหรือไง"
ความคิดที่มีเสียงหลุดออกมาจากริมฝีปากสีแดงฉ่ำอีกครั้งทำเอาคนที่กำลังชงเครื่องดื่มอยู่ถึงกับคิ้วกระตุกอย่างมีน้ำโหนิดๆกับคำพูดเชิงประชดประชันจากแม่สาวหวงซิง ก่อนที่เกรย์จะตัดสินใจหันกลับมาเผชิญหน้ากับเพลงพิณพร้อมกับยื่นหน้ามาหาเธอที่ชะงักเล็กน้อยด้วยความตกใจ เพราะระยะห่างระหว่างเขากับเธอมีเพียงลมหายใจกั้นเท่านั้น
“ถ้าไม่หล่อคุณคงไม่ชมหรอกจริงไหมครับ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อย่าแถนะครับว่าไม่ได้ชมผมเพราะสายตาคุณมองมาที่ผมตอนที่พูดคำว่าหล่อจัง”
เกรย์ดักทางเพลงพิณอย่างรู้ทันเมื่อเธอตั้งท่าจะอ้าปากแก้ตัวแบบที่เขาว่าก่อนที่เกรย์จะหันกลับไปจัดของทุกอย่างให้เข้าที่อย่างเป็นระเบียบ เพลงพิณหน้ามุ่ยอย่างหงุดหงิดใจที่โดนผู้ชายตรงหน้าเมินยังไม่พอเขาดันรู้ทันเธอเสียอีกมือบางยกเครื่องดื่มขึ้นกระดกทีเดียวจนหมดแก้วก่อนที่น้ำเสียงที่คุ้นเคยจะดังขึ้นอยู่ข้างๆเธอ
“Whisky sour แก้วหนึ่งครับ”
เพลงพิณหันหน้ามามองคนข้างกายที่ร้องสั่งเครื่องดื่มทันทีในขณะที่คิมหันต์ยกยิ้มมุมปากให้เพลงพิณด้วยความเจ้าเล่ห์พร้อมกับนั่งลงข้างๆเธออย่างใกล้ชิด แต่เพลงพิณกลับขยับหนีคิมหันต์ราวกับว่ารังเกียจคนข้างกายจนทนนั่งใกล้ๆกันไม่ได้ เกรย์เหลือบมองท่าทีแปลกๆของหนุ่มสาวทั้งสองคนตรงหน้าด้วยความสงสัยเล็กน้อยก่อนที่เขาจะหันกลับไปชงเครื่องดื่มต่อเงียบๆ
“ไงจ๊ะที่รัก หนีพี่คิมมานั่งตรงนี้เองพี่ตามหาตั้งนาน”
คำพูดที่ราวกับว่าเธอยังคบกับเขาอยู่ทำเอาเพลงพิณถึงกับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ เพราะคำพูดของเขาดูเหมือนจงใจทำให้คนอื่นเข้าใจผิดว่าเธอกับเขาเป็นแฟนกันทั้งๆที่เลิกรากันไปแล้ว
“ถ้าเรียกผิดเพลงอนุญาตให้เรียกใหม่ได้นะคะพี่คิม เพลงไม่ใช่ที่รักของพี่แต่เป็นแค่แฟนเก่าที่บังเอิญมาเจอกันทั้งๆที่เพลงไม่ได้อยากเจอพี่คิมเลยสักนิดต่างหากล่ะคะ”
เพลงพิณทักทายคิมหันต์กลับอย่างไม่ไว้หน้าเขาเลยสักนิดส่วนคนที่โดนตอกย้ำสถานะแฟนเก่าได้แต่ค่อยๆหุบยิ้มลงพร้อมกับชักสีหน้าด้วยความไม่พอใจ แต่ยังไม่ทันที่คิมหันต์จะได้เอ่ยง้องอนหรือต่อปากต่อคำกับเพลงพิณเครื่องดื่มที่เขาสั่งก็ถูกวางลงตรงหน้าเสียก่อน
“Whisky sour ได้แล้วครับ”
เกรย์ผายมือไปยังเครื่องดื่มก่อนที่เขาจะหันหลังให้สองหนุ่มสาวที่อยู่ในสถานะแฟนเก่าและทำทีเป็นจัดอุปกรณ์ชงเครื่องดื่มให้เป็นระเบียบแต่หูกลับคอยแอบฟังบทสนทนาของทั้งคู่อย่างเนียนๆ
“เพลงครับ พี่คิมขอโอกาสได้ไหมครับเรากลับมาเป็นเหมือนเดิมกันเถอะนะ”
คิมหันต์ไม่พูดเปล่าหากแต่มือใหญ่กลับยื่นไปจับมือของเพลงพิณที่สะบัดออกทันทีอย่างนึกรังเกียจผู้ชายตรงหน้าที่เคยเอ่ยขอมีอะไรกับเธออย่างหน้าด้านๆ แต่พอเธอไม่ยินดีและยินยอมเขาก็โพล่งคำบอกเลิกเธอออกมาโดยที่ไม่หยุดคิดหรือทบทวนคำพูดของตัวเองแม้แต่น้อย
“เหมือนเดิมของพี่คิมคือการขอมีอะไรกับเพลงพอเพลงไม่ยอมก็บอกเลิกแบบนี้เหรอคะ หึ พี่คิมคะเพลงเป็นคนนะคะไม่ใช่ควายที่จะโง่กลับไปคบกับผู้ชายแบบพี่คิมซ้ำสอง”
ฝีปากที่จัดจ้านของเพลงพิณทำเอาคนที่ทำทีเช็ดแก้วอยู่ถึงกับหลุดยิ้มออกมาน้อยๆด้วยความชอบใจในตัวเธอที่ค่อนข้างตรงไปตรงมาคิดอะไรก็พูดแบบนั้น โดยที่คำพูดของเธอไม่ได้ผ่านการปรุงแต่งให้สวยหรูเพื่อรักษาน้ำใจคนฟังหากแต่เป็นคำพูดจากใจของเธอที่หนุ่มสาวสมัยนี้ชอบพูดกันว่าแมนๆคุยกัน
“แต่พี่คิมรักเพลงนะคะรักมาก อีกอย่างเรื่องมีอะไรกันของคนที่คบเป็นแฟนกันมันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสักนิดทุกวันนี้คนเป็นแฟนกันเขาก็มีอะไรกันทั้งนั้น”
“แต่เพลงไม่ได้รักพี่คิมและไม่เคยรักเลยสักนิดเพราะเราแค่อยู่ในช่วงทดลองคบกันเป็นแฟนเท่านั้น เรื่องแบบนั้นสำหรับพี่คิมที่ผ่านการมีแฟนมาแล้วหลายคนคงเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับเพลงแล้วมันไม่ใช่ค่ะพี่คิมอาจจะมองว่าเพลงหัวโบราณแต่เพลงไม่คิดที่จะยกสิ่งที่มีค่าของเพลงให้ใครง่ายๆหรอกค่ะ”
เพลงพิณยังคงตอบโต้คิมหันต์อย่างเผ็ดร้อนตอนนี้เธอทั้งหงุดหงิดและโมโหที่ต้องมานั่งพูดถึงเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมาแล้วกับผู้ชายดื้อด้านอย่างคิมหันต์ ในเมื่อเขาเลือกที่จะจบความสัมพันธ์กับเธอเองแต่เขากลับไม่ยอมทำตามอย่างที่ปากพูดเลยสักนิด
“หึ สมัยนี้มันไม่มีแล้วเพลงผู้ชายที่รักจริงและรอเพลงได้จนถึงแต่งงาน สงสัยเพลงคงอ่านนิยายมากเกินไปเพราะผู้ชายดีๆพวกนี้มันมีแต่ในนิยายเท่านั้นแหละ”
คิมหันต์พูดขึ้นมาอย่างดูถูกความคิดของเพลงพิณที่เขามองว่าผู้ชายดีๆทุกวันนี้นั้นหายากมาก มันแทบไม่มีหลงเหลืออยู่แล้วไอ้ประเภทที่รักและรอเปิดซิงเจ้าสาวในวันแต่งงานเขาคนหนึ่งแหละที่คงอดใจรอไม่ได้จนถึงวันนั้น
“แต่แฟนใหม่ของเพลงเขาไม่เคยมีความคิดเหมือนพี่คิมเลยสักนิด”
เพราะความโมโหที่โดนอดีตแฟนเก่าดูถูกทัศนคติและความคิดของตัวเองทำให้เพลงพิณพลั้งปากออกไปแบบนั้นซึ่งพอพูดออกไปแล้วเธอก็อยากจะกัดลิ้นตัวเองเสียจริงๆที่พูดออกไปโดยไม่คิด ส่วนคิมหันต์เมื่อได้ยินอย่างนั้นเขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นอย่างนึกขันเพลงพิณที่ไม่อยากคืนดีกับเขาจนถึงกับต้องอ้างว่ามีแฟนใหม่แล้ว
“หึ เพิ่งเลิกกับพี่ได้แค่สองเดือนแต่กลับมีแฟนใหม่ได้รวดเร็วทันใจคิดว่าพี่จะเชื่อคำพูดของเพลงหรือไง ตั้งแต่ที่เราเลิกกันพี่สั่งให้คนคอยตามดูเพลงตลอดเวลาไม่เห็นมีใครหน้าไหนมันเข้ามาจีบเพลงเลยสักคน แต่ถึงจะมีเพลงก็ปฏิเสธจนพวกมันหน้าหงายกลับไปอย่ามาหลอกพี่เสียให้ยากเลยจ้ะเพลงจ๋า”
คิมหันต์บอกเพลงพิณอย่างไม่คิดที่จะเชื่อคำพูดของเธอเลยสักนิดเพราะตั้งแต่ที่เขาพลั้งปากบอกเลิกเธอด้วยความโมโหเขาก็ให้คนคอยตามดูความเคลื่อนไหวของเพลงพิณตลอดเวลา ซึ่งเธอไม่ได้มีแฟนใหม่อย่างที่บอกเขาเพราะเวลาส่วนใหญ่ของเธอคืออยู่กับเจ้าเอยและเอวาโดยที่ไม่มีตัวผู้หน้าไหนมาเกาะแกะเธอทั้งนั้น
“ดูเหมือนพี่คิมจะมั่นใจจังเลยนะคะว่าเพลงยังไม่มีแฟนใหม่ แต่พี่คิมอย่าลืมนะคะว่าคนของพี่คิมไม่ได้ตามดูเพลงตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงสักหน่อย”
เอาว่ะเพลงพิณได้แถแล้วก็เอาให้สุดไปเลยถึงจะไม่ได้เรียนเอกการแสดงแต่มารยาหญิงที่สั่งสมมาหลายปีเธอต้องงัดเอาออกมาใช้ให้หมด เพลงพิณบอกตัวเองอยู่ในใจด้วยหัวใจที่เต้นแรงเพราะกลัวว่าคิมหันต์จะจับได้ว่าเธอกำลังโกหกเขาอยู่
ในขณะที่เกรย์ได้แต่ยิ้มน้อยๆกับเหตุการณ์ตรงหน้าที่ดูเหมือนละครน้ำเน่าหลังข่าวเข้าไปทุกที ให้เดาต่อจากนี้เธอคงหาใครสักคนมาสมอ้างเป็นแฟนสินะ อืม ครบสูตรละครหลังข่าวเลยหวังว่าแฟนใหม่ของเธอคงไม่ใช่เขาที่อยู่ใกล้เธอที่สุดตอนนี้หรอกนะ
“หึ ถ้ามีจริงๆก็พามาแนะนำให้พี่รู้จักหน่อยสิครับ พี่ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าแฟนใหม่ของเพลงมันจะหน้าตาดีและนิสัยดีขนาดไหนกันเชียวขึ้นชื่อว่าผู้ชายร้อยทั้งร้อยนิสัยเหมือนกันหมด”
คำท้าทายของคิมหันต์ทำเอาเพลงพิณถึงกับหน้าเสียไปเพียงชั่วครู่ก่อนที่เธอจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดเพื่อไม่ให้มีพิรุธ สมองน้อยๆก็พยายามคิดหาทางออกสุดฤทธิ์เพราะดูเหมือนว่าครั้งนี้คิมหันต์จะไม่ยอมล่าถอยออกไปง่ายๆเพราะเธอดันไปโกหกคำโตว่าเธอมีแฟนใหม่แล้ว
ในขณะที่กำลังคิดหาทางออกจนปวดหัวผู้ชายที่ยืนหันหลังให้เธอกับพี่คิมหันต์และทำตัวราวกับอากาศธาตุก็ค่อยๆหันหน้ากลับมา แววตาที่ไหววูบสบเข้ากับดวงตาคมกริบของผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าก่อนที่ความคิดแผลงๆจะสั่งให้เพลงพิณตัดสินใจยื่นมือไปกระชากแขนผู้ชายแปลกหน้าที่เธอไม่รู้จักแม้แต่ชื่อเข้ามาแนบชิด
“แต่แฟนใหม่คนนี้ของเพลงไม่เหมือนร้อยทั้งร้อยที่พี่คิมหันต์พูดถึงแน่นอน ใช่ไหมคะที่รัก”
รอยยิ้มหวานถูกส่งไปให้ผู้ชายที่ตกอยู่ในสถานะแฟนใหม่ของเพลงพิณอย่างไม่ทันตั้งตัวพร้อมกับสายตาขอร้องอ้อนวอนที่พยายามส่งมาให้เขานั่นอีก คิมหันต์กำหมัดแน่นด้วยความโมโหเมื่อผู้ชายที่เป็นพนักงานบาร์เทนเดอร์ของที่นี่ถูกเพลงพิณแนะนำให้เขารู้จักในฐานะแฟนใหม่
ส่วนคนที่ถูกแนะนำว่าเป็นแฟนใหม่ของผู้หญิงที่กำลังควงแขนตัวเองอยู่ได้แต่หลับตาลงช้าๆอย่างรู้สึกปวดหัวขึ้นมาในทันที กับสถานะแฟนที่เกรย์ไม่เคยคิดจะใช้กับผู้หญิงคนไหนทั้งนั้นไม่ว่าจะตอนนี้หรือในอนาคตข้างหน้า เพลงพิณพยายามส่งสายอ้อนวอนเกรย์สุดฤทธิ์เมื่อเขายังคงเงียบไม่ยอมตอบรับคำพูดของเธอ
“ใช่ครับ คนรักกันไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องมีเรื่องเซ็กซ์เข้ามาเกี่ยวข้องแต่ถ้าคุณมีความคิดแบบนั้นอยู่ในหัวทั้งๆที่เพิ่งคบกันได้ไม่นานเขาเรียกว่ารักหวังฟันครับ สำหรับผมต่อให้ต้องรอเพลงไปจนถึงวันแต่งงานของเราผมก็รอได้ครับเพราะความรักที่ผมมีให้เพลงคือความรักที่หวังเพียงอยากจะเห็นเพลงมีความสุขในทุกๆวันที่มีผมคอยอยู่เคียงข้าง”
เกรย์ตอบรับคำพูดของเพลงพิณอย่างหนักแน่นก่อนที่เขาจะกุมมือเล็กของเธอเอาไว้พร้อมทั้งส่งยิ้มอย่างปลอบโยนมาให้เพลงพิณที่หัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะ กับคำพูดของเขาผู้ชายที่เธอหวังเพียงดึงเขาเข้ามาในชีวิตชั่วคราวเท่านั้น
โดยที่เพลงพิณและเกรย์ไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่าละครทุกเรื่องเมื่อมีตอนแรกก็ย่อมต้องมีตอนจบที่บทสรุปจะสมหวังหรือผิดหวังก็ขึ้นอยู่กับตัวละครเอกของเรื่องว่าจะดำเนินเรื่องให้จบลงอย่างไร เช่นเดียวกับบทละครเรื่องนี้ที่สุดท้ายแล้วบทสรุปจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับเธอและเขาเพียงสองคนเท่านั้น
“หึ หน้าหล่อๆแบบมันเนี่ยนะจะรักเพลงจริง ดีไม่ดีมันอาจจะคบกับผู้หญิงหลายคนอยู่ก็ได้ซื่อๆแบบเพลงตามมันไม่ทันหรอก”
คิมหันต์พูดอย่างดูถูกเกรย์เขาไม่วันเชื่อว่าผู้ชายที่หน้าตาหล่อเหลาอย่างแฟนใหม่ของเพลงพิณจะรักเดียวใจเดียวหน้าตาดีมากขนาดนี้คงมีสาวๆแวะเวียนมาขายขนมจีบไม่ก็ชวนขึ้นเตียงไม่เว้นแต่ละวันขนาด ตัวเขาเองหน้าตาอยู่ในขั้นที่จัดว่าหล่อถึงจะไม่เท่าแฟนใหม่ของเพลงพิณแต่สาวๆต่างก็พากันแวะเวียนมาทำความรู้จักกับเขาแทบทุกวัน
คำพูดจาดูถูกจากผู้ชายที่เกรย์คิดว่าหน้าตาดีไม่ได้ครึ่งของเขาเลยสักนิดทำเอาคนที่อยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์บาร์ถึงกับต้องกระโดดข้ามมาท่ามกลางความตกใจของเพลงพิณและคิมหันต์ที่ผงะถอยหลังจนเกือบตกเก้าอี้ เพราะฝ่าเท้าของเกรย์นั้นเหวี่ยงเฉียดใบหน้าของเขาเพียงนิดเดียวเท่านั้น
ก่อนที่เกรย์จะเดินไปหยุดอยู่ข้างๆเพลงพิณและยกมือขึ้นโอบไหล่บอบบางของเธอเข้ามาแนบชิดทำเอาคนที่โดนโอบถึงกับใจเต้นแรงด้วยความหวั่นไหว กลิ่นหอมที่ชวนหลงใหลของคนข้างกายทำเอาเพลงพิณเผลอสูดดมเข้าไปเต็มปอดผู้ชายอะไรตัวหอมชะมัดหอมจนเธออยากจะเอนตัวลงไปซบอกให้มันรู้แล้วรู้รอด
“อย่าดูถูกความรักของผมสิครับ ถึงผมจะหน้าตาดีมากแต่ผมก็รักเดียวใจเดียวนะครับ”
เกรย์ไม่เพียงแค่พูดหากแต่ใบหน้าของเขากลับก้มลงไปหาเพลงพิณจนจมูกของทั้งคู่แตะกันเบาๆก่อนที่เกรย์จะยกยิ้มมุมปากน้อยๆทำเอาคนที่แอบใจเต้นในครั้งแรกถึงกับใจเต้นแรงราวกับกลองรัว เมื่อรอยยิ้มของคนตรงหน้าช่างละมุนเสียจนเธอเผลอคิดอยากจะครอบครองเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว
หึ เล่นใหญ่ให้เด็กมันดูสักหน่อยแล้วกันอยากให้เขาเป็นแฟนเขาก็จะเป็นให้ปกติแล้วเขาไม่ค่อยชอบยุ่งเรื่องของใครสักเท่าไหร่แต่วันนี้คงต้องแสดงละครเป็นแฟนปลอมๆให้ไอ้หน้าอ่อนนี้มันดูสักหน่อย เกรย์ได้แต่คิดในใจอย่างนึกสนุกในขณะที่คิมหันต์ได้แต่กำหมัดแน่นกับความใกล้ชิดของคนทั้งคู่ที่ดูจะหวานกันจนลืมไปว่าเขายังคงนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้
“หึ ความรักบางทีมันก็กินไม่ได้เสมอไป เป็นแค่เด็กชงเหล้าแต่อาจเอื้อมไปเด็ดดอกฟ้าที่สูงส่งช่างไม่เจียมตัวบ้างเลย นี่ถ้าพ่อเพลงรู้ว่าเพลงคบเด็กชงเหล้าเป็นแฟนพี่ว่าคุณอาคงจะผิดหวังในตัวของเพลงมากนะ”
คำพูดที่ยังคงดูถูกดูแคลนเกรย์ของคิมหันต์ทำเอาคนที่กำลังอยู่ในอารมณ์หวานซึ้งที่ตัวเองอุปโลกน์ขึ้นมาได้แต่เอาลิ้นดันกระพุงแก้มอย่างไม่สบอารมณ์ เมื่อคุณค่าของความเป็นคนที่ต้องการมีความรักที่ลึกซึ้งถูกลดทอนด้วยฐานะทางสังคมที่ไม่เท่าเทียมกัน คิดมาถึงตรงนี้แล้วเกรย์ก็อยากจะหัวเราะให้กับความเหลื่อมล้ำทางสังคมของที่นี่ที่มักจะตัดสินคนด้วยความรวยและความจนโดยไม่คำนึงถึงความดีหรือความจริงใจเลยสักนิด
“ขอโทษนะคะพี่คิมผู้หญิงแบบเพลงเน้นรักไม่เน้นรวยค่ะ ยังไงเพลงก็รักแฟนของเพลงคนนี้ที่สุดแสนดีที่หนึ่งขนาดนี้ตกหลุมรักรอบที่ร้อยแล้วนะคะ”
มือบางยกขึ้นบีบแก้มของเกรย์พร้อมกับส่ายไปมาเบาๆทำเอาคนที่ไม่เคยถูกแม้แต่มารดาเล่นแก้มถึงกับชะงักไปด้วยความตกใจเพราะแก้มคือบริเวณที่เขาหวงที่สุดตั้งแต่โตเป็นหนุ่ม แต่ตอนนี้แก้มที่เขาหวงกลับถูกบีบถูกดึงเล่นจากผู้หญิงตรงหน้าที่อยู่ในสถานะแฟนของเขาอย่างตกกะไดพลอยโจน ตั้งใจมาเที่ยวผ่อนคลายแต่ดันมีแฟนไม่ทันตั้งตัว หึ เล่นแก้มเขาใช่ไหมได้เลยถ้าอย่างนั้นก็เล่นกลับคืนแล้วกันจะได้วินๆ
“เกรย์ก็รักเพลงที่สุดเหมือนกันครับที่รัก”
เกรย์ยิ้มตบท้ายคำพูดอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนที่เขาจะก้มหน้าลงไปหอมแก้มเพลงพิณฟอดใหญ่ด้วยความชื่นใจแต่คนถูกหอมแก้มกลับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าแฟนปลอมๆของเธอจะเล่นใหญ่ด้วยการถึงเนื้อถึงตัวขนาดนี้มือบางเผลอยกขึ้นเพื่อที่จะผลักเกรย์ให้ออกห่าง แต่พอเห็นเหลือบไปเห็นสายตาของคิมหันต์ที่มองมาเพลงพิณก็ได้แต่กลั้นใจให้จมูกโด่งของคนข้างกายคลอเคลียที่แก้มเธอต่อไป
“หึ ดูจะรักกันดีอย่างที่พูดสินะ แต่ระวังจะรักกันไม่ยืดล่ะดอกฟ้ากับหมาวัดมันไม่มีทางไปด้วยกันได้หรอก”
“ความรักมันไม่ได้วัดที่ความรวยหรือความจนหรอกครับเขาวัดกันที่ใจต่างหาก ถึงผมจะเป็นแค่เด็กชงเหล้าแต่ผมก็มีหัวใจและมีความรักที่จริงใจให้กับเพลง ผมอาจจะไม่รวยเท่าคุณแต่ผมอาจจะทำให้เพลงมีความสุขมากกว่าที่เคยคบกับคุณก็ได้ ซึ่งข้อนี้ผมมั่นใจว่าเพลงจะมีความสุขที่สุดในฐานะแฟนของผมเกรย์ กัตน์ณทีป์”
คำพูดที่ดูแสนธรรมดาแต่กลับให้ความรู้สึกจริงใจจนเพลงพิณรับรู้ได้ว่าสิ่งที่ผู้ชายคนนี้พูดออกมาเขาจะทำให้แฟนตัวจริงของเขามีความสุขอย่างที่พูดแน่นอน เธอชักจะอิจฉาผู้หญิงคนนั้นซะแล้วสิที่ได้แฟนที่ดีและจริงใจแบบนี้ถึงเขาจะแอบปากแซบไปหน่อยแต่คำพูดของเขากลับไม่ได้ปรุงแต่งให้ดูดีเลยแม้แต่น้อย
“คำพูดก็แค่น้ำลายที่ใครจะพ่นมันออกมาแบบไหนก็ได้ แล้วฉันจะคอยว่าสิ่งที่แกพูดมันจะเป็นไปได้มากแค่ไหนแต่ในสายตาของฉันแล้วมันไม่มีทางเป็นไปได้ว่ะ หรือถ้าจะพูดให้ถูกก็คือเท่ากับศูนย์”
จบประโยคคิมหันต์ก็ลุกขึ้นและเดินจากไปทันทีทิ้งให้เกรย์กับเพลงพิณค่อยๆหันมามองหน้ากัน ก่อนที่ทั้งคู่จะดีดตัวออกห่างจากกันราวกับเพิ่งคิดได้ว่าคิมหันต์ไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว
“ขอโทษคุณด้วยนะคะที่ลากเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง”
เพลงพิณเอ่ยขอโทษร่างสูงที่ผละไปนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆเธออย่างรู้สึกผิดเพราะความอยากเอาชนะพี่คิมหันต์ทำให้เธอพลั้งปากบอกว่าเขาเป็นแฟนทั้งๆที่เธอกับเขาไม่เคยรู้จักกันมาก่อนด้วยซ้ำ
“หึ จะบอกว่าไม่เป็นไรก็ดูจะเสแสร้งเกินไป หวังว่าเรื่องแฟนปลอมๆของเราจะจบลงแค่วันนี้เท่านั้น”
คำพูดที่แสนเย็นชาของคนข้างๆทำเอาเพลงพิณอดที่จะรู้สึกงอนไม่ได้ทั้งๆที่เธอไม่ได้เป็นแฟนจริงๆกับเขาสักหน่อย ก่อนหน้านี้ยังหวานกับเธออยู่เลยพอพี่คิมหันต์จากไปแล้วก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาราวกับน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ นี่เขาใช่คนๆเดียวกับผู้ชายก่อนหน้านี้ไหมเนี่ยเปลี่ยนไปราวกับคนละคน
“ขอโทษอีกครั้งนะคะ ยินดีที่ไม่รู้จักค่ะ”
จบประโยคคนตัวเล็กไซซ์มินิในความคิดของเกรย์ก็กระโดดลงจากเก้าอี้พร้อมกับหันหลังเพื่อที่จะเดินจากไปหากแต่มือใหญ่ของเกรย์กลับจับมือของเพลงพิณเอาไว้และกระชากเบาๆร่างบางของเธอก็เซถลาเข้าสู่อ้อมกอดของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ผมไม่ได้ต้องการคำขอโทษจากคุณ สิ่งที่ผมต้องการคือคำว่าขอบคุณต่างหาก”
จบประโยคริมฝีปากสีไวน์ก็ประทับลงบนริมฝีปากสีพีชน่าจูบก่อนที่เกรย์จะขบเม้มกลีบปากอวบอิ่มราวกับกำลังหยอกล้อส่วนคนที่โดนช่วงชิงจูบแรกไปอย่างไม่ทันตั้งตัวได้แต่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนที่เกรย์จะใช้ชั้นเชิงที่เหนือกว่าหลอกล่อให้คนที่กำลังจะปฏิเสธจูบจากเขายอมเปิดปากให้เขาได้เข้าไปสำรวจความหอมหวานอย่างเพลิดเพลิน
ท่ามกลางผู้คนที่เดินสวนกันไปมา
ท่ามกลางเสียงเพลงที่ดังจนแทบไม่ได้ยินอะไรเลยนอกจากเสียงลมหายใจของกันและกัน
ท่ามกลางความรู้สึกที่เริ่มหวั่นไหวจนแทบควบคุมตัวเองเอาไว้ไม่อยู่
จูบที่แสนอ่อนโยนจากผู้ชายแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักกันเพียงไม่นาน
กลับหวานละมุนและตราตรึงใจราวกับนิทราที่แสนหวานในค่ำคืนนี้