ปกติเจ้าของร่างจะเอาผมยาว ๆ ของตัวเองปิดหน้าปิดตาไว้ เขาเลยทำบ้าง ดูเหมือนการแกล้งทำเป็นคนบ้าของเขาจะมีประโยชน์ไม่น้อย ไม่ว่าจะทำตัวแปลกแค่ไหนก็ไม่มีใครแปลกใจ
“อ้าวคาเมล มีคนให้ผ้ามาใหม่เหรอ ดีจังเลยนะ กินข้าวรึยังล่ะ” ชายแก่คนหนึ่งทักเขาขณะเดินกลับกระโจม
“…” คาเมลพยักหน้า
“เจ้าเข้าใจรึเปล่าเนี่ยว่าข้าถามถึงอะไร อา...แต่ช่างเถอะ เอานี่ไปกินสิ ตัวเจ้าผอมจนจะโดนลมพัดปลิวอยู่แล้ว กินเข้าไปเยอะ ๆ ดีกว่านะ” ชายแก่ยัดเนื้ออะไรสักอย่างใส่มือเขามา
[คุณได้รับเนื้อสแคล๊บ]
เบมอสไม่รู้ว่าคาเมลกินข้าวรึยัง แล้วก็ไม่รู้ว่าที่ถามไปคาเมลเข้าใจไหม หรือแค่พยักหน้าเฉย ๆ เขาเลยยัดเนื้อไปให้ชิ้นนึง ถ้าคาเมลอดตาย เขาคงรู้สึกผิดไปอีกนาน
คาเมลรับเนื้อชิ้นนั้นมาถือ เขารู้สึกว่าลุงตรงหน้าเป็นคนดีเลยยิ้มกว้างไปให้ “ขอบคุณครับ”
“หือ ใครสอนเจ้าพูดขอบคุณเนี่ย ใช่คนที่ให้ผ้ามาใหม่รึเปล่า ดีแล้ว ๆ เวลาคนให้ของก็ขอบคุณไว้นะ”
คาเมลพยักหน้าหงึก ๆ เขาไม่ได้โกรธลุงตรงหน้าที่ทำเหมือนเขาเป็นเด็ก เจ้าของร่างเป็นคนบ้า บางทีก็ทำตัวเหมือนเด็ก บางทีก็เอ๋อ ๆ มึน ๆ มีแม้กระทั่งหัวเราะออกมาเฉย ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีอะไร
คาเมลเดินมาถึงกระโจมของตัวเอง มันมีขนาดเท่ากับกระโจมของคนในเผ่าคนอื่น จริง ๆ กระโจมพวกนี้ทุกคนต้องสร้างเอง ยกเว้นจะสร้างไม่ได้จริง ๆ ฮิวะถึงจะมาช่วย แน่นอนว่าเจ้าของร่างทำได้แค่นั่งเอ๋อ ทุกคนในเผ่าเลยช่วยกันทำให้ เขารู้ว่าเจ้าของร่างค่อนข้างน่าเอ็นดูสำหรับคนในเผ่า
เผ่าคนป่าน่ะ ทะเลาะกันอยู่ไม่กี่เรื่อง ไม่เรื่องคนรักก็เรื่องอาหาร แต่ คาเมลเป็นคนเดียวที่ไม่เคยทะเลาะเรื่องไหนกับใครเลย เขาไม่มีทางไปแย่งคนรักใคร เพราะเจ้าตัวเป็นคนบ้า เขาไม่เคยแย่งอาหารใคร ถ้าไม่มีคนให้ ถ้าหิวก็แค่นั่งเอ๋อ ๆ เดี๋ยวก็มีคนเอามาให้เพราะเอ็นดูเอง
ถ้าถามว่าทำไมคนป่าถึงทะเลาะกันเรื่องคนรัก...คงเพราะจำนวนคนในเผ่ามันน้อย ถ้าไม่รีบมีลูกเพื่อสืบพันธุ์ จำนวนคนในเผ่าก็จะยิ่งลดลงไปอีก เพราะมีคนตายทุกวันจากการไปล่าอาหาร ถึงฮิวะจะออกไปหาให้ แต่มันก็ไม่มีทางพอ
คนในเผ่าฮิราโตะกับยาฮิโตะมีความเชื่อว่าต้องแต่งงานมีลูกกับคนที่รัก และคนที่รักคนนั้นก็ต้องร่างกายแข็งแรงกำยำ เพื่อให้ลูกออกมาแข็งแรงและช่วยเหลือเผ่าได้
แน่นอน...ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีร่างกายในอุดมคติอย่างที่คนในเผ่าต้องการ พวกเขาเลยต้องแก่งแย่งและทะเลาะกันบ่อย ๆ ทะเลาะกันไปทะเลาะกันมา ไม่ได้แต่งสักที
แต่ก็ไม่ได้ทะเลาะกันรุนแรงจนถึงกับต้องฆ่ากันตาย แค่เคืองๆกันเฉย ๆ สิ่งสำคัญจริง ๆ สำหรับพวกเขาคืออาหารต่างหาก ก่อนที่เผ่าฮิราโตะจะแยกตัวออกมาจากเผ่ายาฮิโตะ มีคนป่าฆ่ากันเพราะแย่งอาหารกันบ่อย ๆ
นี่เป็นสิ่งที่ระบบกรอกหูเขาระหว่างทางตลอดเวลา...
ภายในกระโจมของเจ้าของร่างไม่ค่อยมีอะไรมากนัก ไม่สิ...เรียกว่าไม่มีเลยถึงจะถูก เขาเห็นแค่เตียงฟางแข็ง ๆ กับโต๊ะหนึ่งตัว
นอกนั้นก็ว่างเปล่า...
[เตียงฟางกับโต๊ะนั่นเป็นของที่คนในเผ่าให้โฮสต์มา โฮสต์ควรดีใจนะครับ อย่างน้อยก็ได้มาฟรี คนอื่น ๆ เขาต้องหาทำเองนะครับ (`ε´)]
“ก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก แค่แปลกใจที่มันโล่งน่ะ” คาเมลรู้สึกเหมือนไม่มีอะไรให้ทำแล้ว ต้องรอให้ถึงตอนเย็น ทุกคนจะได้ไม่สนใจว่าเขาจะไปไหน ถ้ามีคนเห็นว่าคาเมลเดินเข้าไปในป่า ต้องมีคนลากเขากลับแน่!
ฟึบ!
ยังไม่ทันจะได้คิดว่าจะหาอะไรทำฆ่าเวลา คาเมลก็สะดุ้งเมื่อเห็น ชายหนุ่มร่างใหญ่ผิวแทนท่าทางกำยำเดินเข้ามาในกระโจมเขา เจ้าตัวมีเส้นผม สีเงินมัดไว้ด้วยเชือกฟาง มีสร้อยที่ทำจากเขี้ยวสัตว์คล้องไว้รอบคอ เขาเปลือยอกท่อนบน และท่อนล่างถูกพันด้วยหนังสัตว์ขนาดใหญ่ แถมมีใบหน้าเย็นชาจน คาเมลอดตัวสั่นไม่ได้
“แผลที่หัวไม่เป็นอะไรแล้วเหรอ” คน ๆ นั้นถามเขา
[เขาคือฮิวะครับ หลังจากกลับจากการล่าสัตว์คงเห็นว่าโฮสต์ไม่อยู่แล้วเลยมาตามหา]
คาเมลพยักหน้าพลางแอบเหลือบมองหัวหน้าเผ่าหุ่นแซ่บคนนี้ไปด้วย หล่อ...หล่อมาก หล่อปนเซ็กซี่ เห็นแล้วหัวใจดวงน้อย ๆ ก็เต้นตุ๊บตั๊บจนทำอะไรไม่ถูก
“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ขอโทษที่ต่อยเจ้าไปเมื่อวานนะ ข้านึกว่าคนของ ฮิรันเลยป้องกันตัวเองน่ะ ลืมไปว่าเจ้าชอบเดินหลงเข้าไปกระโจมคนอื่นบ่อย ๆ”
ฮิวะพูดต่อ “ยังไงก็เอาเนื้อที่ข้าพึ่งล่าได้ไปเป็นของขวัญปลอบใจก่อนล่ะกัน” ว่าจบฮิวะก็หยิบเนื้อยัดใส่มือเขาที่ทำหน้าเอ๋ออยู่
[คุณได้รับเนื้อหมู]
“ขอบคุณครับ”
ฮิวะชะงักเมื่อได้ยินคำขอบคุณจากเขา ไม่บ่อยนักที่คาเมลจะพูดขอบคุณ...ไม่สิ ไม่บ่อยนักที่เจ้าตัวจะพูดอะไรออกมาสักคำ ยกเว้นตอนหัวเราะกับกำแพง หรือคุยกับต้นไม้
มีอะไรบางอย่างในใจเขาบอกเอาไว้ว่าคาเมลเปลี่ยนไป ถึงจะไม่รู้เปลี่ยนไปตรงไหนก็เถอะ บางที..เขาอาจจะต้องจับตาดูคาเมลช่วงนี้หน่อย...
“งั้นข้าจะไปแล้วนะ ดูแลตัวเองดี ๆ ด้วย” ว่าจบฮิวะก็เดินออกจากกระโจมไป
คาเมลมองเนื้อหมูในมือที่ถูกย่างไฟอย่างดีแล้ว แถมเนื้อก็ส่งกลิ่นหอมจนเขารีบเอาเข้าปากอย่างไวเพราะเริ่มหิวอีกแล้ว
[หมูในโลกนี้ค่อนข้างล่ายาก โฮสต์โชคดีมากครับที่ได้เนื้อหมูมาฟรี ๆ]
“แล้วเนื้อสแคล๊บที่ได้จากลุงใจดีล่ะ” คาเมลถามไป ปากยังเคี้ยวไม่หยุด
เนื้อหมูที่ไม่ปรุงนี่มันจืดชะมัดเลยนะ...
[อันนี้เป็นเนื้อของสัตว์ที่ล่าง่ายมากครับ ฟันของมันมีความคมเท่ากับมีดพลาสติก แต่เนื้อของมันไม่อร่อยเลยสักนิด แต่เพราะล่าง่ายนี่แหละ คนป่าเลยชอบล่ามากินแก้หิว]
“ไม่อร่อยแต่ก็ยังดีกว่าอดตายสินะ...”
พอใกล้ถึงตอนเย็น คาเมลก็เอาของออกจากช่องเก็บของจนหมด กะว่าถ้าไปล่าตัวอะไรมาได้จะต้องไม่มีปัญหาช่องเก็บของเต็ม
“แต่ถ้าล่ามาเยอะ เนื้อจะเน่ารึเปล่านะ”
[ของที่เก็บในช่องเก็บของไม่มีวันเสีย โฮสต์ไม่ต้องกังวลไป ขอแค่โฮสต์ไปล่าตัวอะไรสักตัวมาก่อน อาหารบางทียังขอคนในเผ่าได้ แต่ค่าความสามารถคงไม่สามารถขอใครได้]
“อ่อ ที่นายคะยั้นคะยอให้ฉันเข้าป่าเพราะแบบนี้สินะ”
[ระบบอยากให้ตัวเลขพลังของโฮสต์เพิ่มขึ้นสักที เห็นแล้วระบบหดหู่เหลือเกิน คนอะไรมีค่าความแข็งแรงแค่สอง]
“แค่ฉันสามารถยืนตรง ๆ โดยไม่ล้มได้ก็ถือว่าเก่งแล้วไหม ตัวบางร่างเล็กขนาดนี้น่ะ”
คาเมลขี้เกียจเถียงกับระบบต่อ เขาแอบออกมาจากกระโจมในตอนเย็น ช่วงเวลานี้ทุกคนกำลังจับกลุ่มนั่งคุยกันอยู่ตรงส่วนกลาง บางคนก็เอาเนื้อ สแคล๊บที่ล่ามาได้เสียบไม้ย่างอยู่ตรงกองไฟ
คงไม่มีใครสนใจคนบ้าที่ออกมาเดินเล่นหรอกมั้ง...
“คาเมล” เสียงนุ่มทุ้มทักเขาไว้
คาเมลสะดุ้งพลางหันหน้าไปมองคนต้นเสียง เขาเป็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาดูอ่อนโยน ผมของเขามีสีน้ำตาลอ่อน ผิวขาว มีกล้ามพอดิบพอดี ไม่ใหญ่ไม่เล็ก เจ้าตัวโบกมือให้คาเมลอยู่
“ออกมาทำอะไรตอนนี้น่ะ หรือเจ้ามาหาอะไรกิน” ปกติตกเย็นคาเมลจะนอนแล้ว เขาเลยตกใจนิดหน่อยที่เห็นคาเมลตอนนี้
ทำไมวันนี้ถึงมีแต่คนถามเรื่องกินของเขานะ...
คาเมลส่ายหน้า “…”
“หรือเจ้าออกมาเดินเล่น?”
[คน ๆ นี้เป็นคนสนิทของฮิวะ เขาชื่อเรเดล ชอบไปช่วยฮิวะออกล่า บ่อย ๆ โฮสต์ควรเป็นมิตรกับเขา]
‘นายพูดเหมือนฉันจะไปกัดกับเขาอย่างงั้นแหละ...’
คาเมลพยักหน้า “…”
“หืม...” เรเดลยื่นหน้าเข้ามาใกล้เขา “กลิ่นหอมมาก...เจ้าไปเล่นในทุ่งดอกไม้มาเหรอ”
ถูสบู่ครับ กลิ่นดอกไม้รวม...
แน่นอนว่าใครมันจะไปตอบแบบนั้น คาเมลเลือกทำหน้าเอ๋อใส่ “…”
“ฮ่าๆๆๆ ข้าผิดเองแหละที่ถามเจ้า เจ้าไปเถอะ”
คาเมลพยักหน้าแล้วรีบสับขาเดินหนีอย่างไว
“อย่าเข้าไปในป่านะ!!” เรเดลตะโกนไล่หลังตามมา
อุ๊ย! มีคนรู้ทัน
คาเมลเดินมึนเข้าไปในป่า แต่เขาก็ฉลาดพอที่จะถามระบบก่อนที่จะเข้าไปลึกกว่านี้
“ระบบ นายให้ฉันเดินเข้าไปในป่า แต่ไม่มีอาวุธให้หน่อยเหรอ”
ระบบพูดเสียงตะกุกตะกัก [ฮะ โฮสต์คือว่า...ระบบก็อยากให้อาวุธกับโฮสต์นะ แต่วันนี้วันเดียวโฮสต์ได้รางวัลเยอะแล้ว...]
“อ่อ แปลว่านายจะปล่อยให้ฉันตาย”
[พูดอะไรกันน่ะโฮสต์ ระบบไม่ปล่อยให้โฮสต์ตายง่าย ๆ อยู่แล้ว แค่ก ๆ!]
“ไหนนายบอกว่าสัตว์ในโลกนี้มันอันตรายมาก แล้วฉันที่เป็นคนตัวบางร่างน้อยจะเอาอะไรไปสู้กับมัน หือ?”
[คะ คือว่า...ระบบคิดว่าโฮสต์จะสุ่มได้อะไรดี ๆ บ้างตอนสุ่มรางวัล ไม่คิดว่าโฮสต์จะเกลือขนาดนั้น ระบบแนะนำให้โฮสต์ไม่ต้องเข้าป่าลึกมาก ฆ่าตัวอะไรก็ได้ฟาร์มเวลไปก่อน ไม่งั้นโฮสต์จะอ่อนแอเกินไป ภารกิจหลักทำไม่สำเร็จแหง ๆ ( ˘ω˘)]
คาเมลหมดปัญญาจะคุยกับระบบต่อ เขามองหากิ่งไม้แถวนั้นมาถือไว้ในมือ กะว่าเจออะไรก็จะฟาดไม่ยั้ง
ยังไม่ทันไรหางตาของเขาก็เหลือบไปเห็นตัวประหลาดสีเขียว ๆ มีสี่ขา ท่าทางคล้ายตัวเงินตัวทองที่เคยรู้จัก เพียงแต่มันดูน่ากลัวกว่ายังไงไม่รู้...
[นั่นคือตัวสแคล๊บ เนื้อของมันไม่ค่อยอร่อยแถมยังเหม็นอีกต่างหาก แต่ถ้าเอาไว้ใช้แก้หิวก็ถือว่าใช้ได้ดีเลยล่ะครับ (`▽´) ระบบแนะนำให้โฮสต์จัดการมันเพื่อเก็บประสบการณ์]
คาเมลกระชับกิ่งไม้ในมือไว้ให้มั่น สายตาจับจ้องไปที่ตัวสแคล๊บที่ แลบลิ้นแผล็บๆ ให้เขาอยู่ มันไม่ได้ดูน่ารักสักนิดเพราะฉะนั้นเลิกแลบลิ้นเถอะนะ
ถ้าเขี้ยวมันคมเท่ามีดพลาสติกก็ถือว่าพอรับมือได้...พอได้จังหวะ คาเมลก็ฟาดไปที่ตัวสแคล๊บไม่ยั้ง ไม่นานเจ้าสแคล๊บก็นิ่งไป...
[คุณได้รับเนื้อสแคล๊บ]
[คุณได้รับหนังสแคล๊บ]
[คุณได้รับค่าความแข็งแรง +1]
[คุณได้รับค่าความอึด +1]
[คุณได้รับดวงตาสแคล๊บ 2 ลูก]
“รู้สึกเหมือนเล่นเกมเลยแฮะ”
[โฮสต์จะคิดแบบนั้นก็ได้ครับ เพียงแต่...มันเป็นเกมที่โฮสต์ต้องตาย จริง ๆ]
“ว่าแต่ดวงตาสแคล๊บเอาไว้ทำอะไรได้น่ะ”
สเตตัส
ค่าเสน่ห์ -20
ค่าความแข็งแรง 3
ค่าการฟื้นฟู 1
ช่องเก็บของ 10
ค่าความอึด 4
สถานะ
-อ่อนแรง
-บาดเจ็บที่หัว
ช่องเก็บของ
1.เนื้อสแคล๊บ 2
2.หนังสแคล๊บ
3.ดวงตาสแคล๊บ 2
4.-
5.-
6.-
7.-
8.-
9. -
10.-
[โฮสต์กดที่หน้าต่างตรงหน้าเลยครับ มันขึ้นคุณสมบัติของอุปกรณ์ที่โฮสต์จิ้มอยู่]
เนื้อสแคล๊บ
คุณสมบัติ – ทำให้อิ่ม, มีโปรตีนสูง
(หากเอาไปปรุงอาหาร อาจจะได้คุณสมบัติเพิ่ม)
หนังสแคล๊บ
คุณสมบัติ – หนังสัตว์บาง ๆ
ลูกตาสแคล๊บ
คุณสมบัติ – เครื่องประดับ, ส่วนผสมอาวุธ, วัตถุดิบปรุงยา
“ส่วนผสมอาวุธ?”
[อีกหน่อยโฮสต์อาจจะต้องประกอบอาวุธใช้เองครับ ดวงตาสแคล๊บก็เป็นวัสดุประกอบได้ ระบบแนะนำว่าโฮสต์อย่าเอาออกจากช่องเก็บของดีกว่า เพราะมันเน่าได้ครับ]
“อีกหน่อยคงต้องหาวิธีทำตู้เย็นแล้วมั้งเนี่ย”
[โฮสต์จะทำตู้เย็นก็ได้ ระบบแนะนำให้ล่าสัตว์ที่ดรอปแร่ทำความเย็น]
“นี่ ถามจริงเถอะ คนอื่น ๆ ล่าสัตว์แล้วดรอปของแบบฉันไหม”
[โฮสต์ล่าสัตว์แล้วจะดรอปของและไอเทมพิเศษครับ แถมไม่ต้องแร่เนื้อเองด้วย เพียงแค่ฆ่า เนื้อกับหนังก็จะดรอปเข้ากระเป๋าโฮสต์อัตโนมัติ หรือถ้ากระเป๋าเต็ม โฮสต์ก็แค่ต้องถือเอง ส่วนคนอื่นจะได้แค่เนื้อครับ หรือถ้าจะอยากได้หนัง จะต้องเลาะเอง ไม่มีไอเทมพิเศษ]
“แบบนี้นี่เอง...”
[ระบบแนะนำให้โฮสต์--]
“ทำอะไรอยู่ตรงนั้นน่ะ!!”
คาเมลสะดุ้งกับเสียงเรียก เขาหันไปมองต้นเสียงที่ดูแฝงความขุ่นเคืองไว้พอสมควร
ฮิวะพ่อหนุ่มหัวหน้าเผ่าเดินมาหาเขาด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแต่ก็แฝงความน่ากลัวไว้ “เจ้ามาทำอะไรที่ป่า เรเดลบอกข้าว่าเจ้าไปเดินเล่น แต่พอไปหาที่กระโจมกลับไม่พบ”
คาเมลไม่รู้จะตอบยังไง จะบอกว่ามาเก็บเวลก็ไม่ได้ อา...ไม่สิ ใช้ความเป็นคนบ้าให้เป็นประโยชน์สิ...
แหมะ....
น้ำตาของคาเมลหยดแหมะ ๆ ราวกับสั่งได้...เขาก็สั่งได้จริง ๆ นั่นแหละ เพราะนี่เป็นความสามารถพิเศษติดตัวของเจ้าของร่าง...
เมื่อฮิวะเห็นน้ำตาของคาเมล ร่างสูงก็ท่าทางลนลาน “อะ เออ ขะ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะดุเจ้า คือข้าแค่...ช่างเถอะ เจ้าเดินหลงทางมาใช่ไหม งั้นข้าจะพาไปส่งกระโจมเอง” ว่าจบฮิวะก็คว้ามือเขาไปจับไว้แล้วลากกลับกระโจม
คาเมลเดินตามแรงลากต้อย ๆ ในใจรู้สึกว่ามือของฮิวะนี่ใหญ่จัง ตัวก็ใหญ่ ไม่แปลกที่จะดูแลคนทั้งเผ่าได้
ฮิวะลากคาเมลมาส่งถึงในกระโจม ร่างสูงจับไหล่ของเขาไว้
“เจ้าห้ามออกนอกกระโจมตอนกลางคืนอีกนะ ห้ามเดินเพ่นพ่านไปมาด้วย ถ้าเข้าใจก็พยักหน้า”
คาเมลส่ายหน้า “...”
“นี่เจ้าตั้งใจจะทำตรงข้ามเพราะจะแกล้งข้าเหรอ”
คาเมลนิ่งไม่ตอบ “…”
“เฮ้อ นี่ข้ากำลังทำอะไรอยู่เนี่ย กำลังพยายามคุยกับคนบ้าให้รู้เรื่องเนี่ยนะ”
“คิก” คาเมลปิดปากหัวเราะ รู้สึกว่าการแกล้งฮิวะสนุกกว่าที่คิด
โป๊ก!
ฮิวะดีดนิ้วใส่หน้ามากมนไปทีนึง “นี่เจ้าหัวเราะข้าเหรอ”
คาเมลส่ายหน้า “…”
ฮิวะกุมหัว “เฮ้อ ข้าต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ ที่คุยกับคนบ้า”
ใช่ ๆ นายน่าจะบ้าจริง ๆ นั่นแหละ
ฮิวะเดินออกจากกระโจมเขาไป แต่คาเมลสังเกตได้ว่าฮิวะอาจจะสงสัยในการกระทำของเขาบางอย่าง เขาไม่ได้มีอาการทางจิต จะทำตัวให้เหมือนก็ยังยาก ฮิวะอาจจะสังเกตอะไรได้บางอย่าง แค่ยังไม่แน่ใจ
“ระบบ ฉันมีเรื่องสงสัยน่ะ ฮิวะมีความแข็งแกร่งเท่าไหร่”
[ระบบกำลังประมวลผล..]
หัวหน้าเผ่าฮิราโตะ - ฮิวะ
ค่าการฟื้นฟู 5
ค่าเสน่ห์ 100
ค่าความแข็งแกร่ง 50
ค่าความอึด 30
คาเมลอ้าปากค้างกับสเตตัสตรงหน้า
“แข็งแกร่งสุด ๆ ไปเลยนะ มีค่าความแข็งแกร่งตั้ง 50 แหนะ”
[จริง ๆ มีสัตว์หลายตัวในป่าที่แข็งแกร่งกว่าฮิวะครับ ที่เขารอดมาได้ทุกครั้งถือว่ามีฝีมือจริง ๆ ระบบคิดว่าโฮสต์มีสูตรโกงมากกว่าฮิวะ โฮสต์ควรจะรีบมี สเตตัสสูง ๆ ไว ๆ ระบบไม่อยากเห็นเจ้านายตาย తꀧత]
“งั้นนายก็รีบเอาอาวุธดี ๆ มาให้ฉันสิ”
[ความเกลือของโฮสต์ไม่เกี่ยวกับระบบ (`ε´) ]
คาเมลลูบแขนตัวเองไปมา “นี่ระบบ ทำไมตอนกลางคืนมันถึงได้หนาวขนาดนี้ล่ะ”
[ตอนกลางคืนของโลกนี้หนาวมาก ๆ ถ้าโชคร้ายบางวันอุณภูมิอาจถึงกับติดลบ ระบบแนะนำให้โฮสต์นอนขดตัวเป็นกุ้ง หรือไม่ก็เอาหนังสแคล๊บมาห่ม]
“หนังสัตว์ที่ยังไม่ได้เอาไปตากแห้งเนี่ยนะ!!”
[โฮสต์เอาไปตากแห้งพรุ่งนี้ก็ได้ วันนี้โฮสต์ควรหาอะไรห่มก่อน]
คาเมลทำสีหน้าว่างเปล่า พลางเหลือบไปมองหนังสัตว์สีเขียวๆ เลื่อม ๆ ของตัวสแคล๊บอย่างกลัว ๆ ‘นี่เราต้องห่มเจ้านี่จริง ๆ เหรอ...’
“นี่ระบบ แล้วเจ้าของร่างอยู่ยังไงล่ะ บ้านโล่ง ๆ ไม่มีผ้าห่มอีก นี่คนในเผ่ามีใครหนาวตายบ้างไหมเนี่ย”
[สภาพแวดล้อมของโลกนี้ค่อนข้างโหดร้าย ถ้ามีคนหนาวตายตอนกลางคืนก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เผ่าคนป่าใช้หนังสัตว์ตากแห้งเพื่อห่มร่างกาย ส่วนเจ้าของร่างใช้วิธีขดเป็นกุ้งเอา ถ้าวันไหนเดินหลงเข้าไปในกระโจมคนอื่น เขาก็อาจจะให้เจ้าของร่างไปซุกตัวในผ้าห่มของเขาบ้างในบางครั้ง]
“…”
คาเมลจัดการหยิบเจ้าหนังสแคล๊บไปผึ่งไว้หน้าบ้าน จากนั้นก็เดินออกไปนอกกระโจม
[โฮสต์อย่าบอกนะว่า...]
“นายบอกว่าเจ้าของร่างชอบเดินไปขอนอนกระโจมคนอื่นบ่อย ๆ ใช่ไหมล่ะ งั้นฉันทำบ้าง”
[โฮสต์จะไปนอนกับใครเหรอครับ]
คาเมลยักไหล่ “เดี๋ยวก็รู้”
ลมเย็น ๆ นอกกระโจมหนาวยะเยือกยิ่งกว่าข้างในแบบเท่าตัว คาเมล กอดอกแน่น เขาเดินไปหยุดอยู่หน้ากระโจมของฮิวะ สาบานได้ว่าปกติเขาก็ไม่ได้หน้าด้านขนาดนี้ แต่วันนี้จำเป็นจริง ๆ เขาคงทนห่มหนังสด ๆ ของสัตว์แบบที่ยังไม่ตากแห้งไม่ได้จริง ๆ
[ระบบว่าแล้ว ┐(´д`)┌]
‘นายน่ะเงียบไปเลย!’
คาเมลเดินเอ๋อ ๆ เข้าไปในกระโจม เขาเห็นฮิวะนอนหงายหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงฟาง ร่างหนามีผ้าห่มขนสัตว์ที่น่าจะทำจากหนังหมีห่มอยู่บนตัว คาเมลมองซ้ายมองขวา เขาเลิกผ้าห่มขึ้นก่อนจะค่อยๆ เขยิบตัวเข้าไปนอนข้าง ๆ
หมับ!!
คาเมลถูกมือหนารวบเข้าไปกอด “ไม่คิดว่าเจ้าจะเดินหลงเข้ามาในกระโจมข้าอีกครั้งเลยนะ”
เขายิ้มค้าง สีหน้าเลิ่กลั่ก “หนาว...”
ฮิวะขมวดคิ้ว “จะว่าไปกระโจมของเจ้าก็ไม่มีหนังสัตว์ห่มเลยหนิ”
คาเมลพยักหน้าหงึก ๆ “…”
“งั้นข้าให้เจ้านอนด้วยคืนนี้ก็ได้ แล้วพรุ่งนี้ข้าจะหาหนังสัตว์มาให้”
คาเมลยิ้มกว้างไปให้ พลางซุกเข้ากับอกของฮิวะอย่างออดอ้อน
‘คุณหัวหน้าเผ่าใจป๋ามากครับ เห็นแล้วอยากซบ’
ฮิวะมองร่างบางที่ซุกอกเขาอย่างออดอ้อน มีหลายคนที่พยายามเข้าหาเขาเพราะทั้งแข็งแรงและหน้าตาดี แถมยังมีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าเผ่าอีก ถ้ามีใครเดินเข้ามาในกระโจมของเขาแล้วทำแบบคาเมล ป่านนี้คงโดนลงโทษไปแล้ว
แต่คาเมลมาด้วยเจตนาบริสุทธิ์ เขาจึงหลับตาข้างนึงมองผ่านไปได้
‘ใครจะไปถือสาคนบ้ากันล่ะ’
แถมยังมีกลิ่นหอมของดอกไม้...
[คุณได้รับค่าความสัมพันธ์ของฮิวะ +2]
[ฮรึก తꀧత]
‘ระบบมีอะไร คนจะหลับจะนอน’
[ระบบแค่รู้สึกสงสารฮิวะ]
‘ห้ะ??’
[เขาคิดว่าโฮสต์เดินเข้ากระโจมมาด้วยเจตนาบริสุทธิ์เพราะรู้สึกหนาว จริง ๆ แถมบอกว่าไม่ถือสาคนบ้าด้วย]
‘ฉันก็เจตนาบริสุทธิ์นะ!! กะ ก็มันหนาวจริง ๆ นี่นา แถมกระโจมของ ฮิวะน่าจะมีผ้าห่มดี ๆ ด้วย ถึงจะไม่ได้บ้าจริง ๆ ก็เถอะ...’
[ระบบขอไม่ออกความเห็น]
“...”
…
พอรุ่งเช้าคาเมลก็ไม่เห็นฮิวะแล้ว เดาว่าเจ้าตัวน่าจะออกไปล่าสัตว์ นั่นแหละ คาเมลไม่มีเหตุผลที่จะอยู่กระโจมของฮิวะต่อ เขาเลยรีบเดินออกจากกระโจมของหัวหน้าเผ่าทันที
และเป็นไปตามคาด มีคนตกใจที่เห็นเขาเข้าไปในกระโจมของฮิวะ สองวันติด และบางคนก็คิดว่าไม่แปลกอะไรเพราะเขาเป็นคนบ้าก็เถอะ
คุณลุงใจดีคนเดิมทักเขา “คาเมล ได้ยินว่าเจ้าไปนอนในกระโจมท่านหัวหน้าเผ่าอีกแล้วเหรอ ดีนะที่ไม่โดนลงโทษ คราวหลังมานอนที่กระโจมข้าดีกว่า พวกเรานอนกันทั้งครอบครัว อากาศอุ่นกว่าเยอะเลย”
เบมอสอาศัยอยู่กับภรรยาและลูกสาวสองคน พวกเขามักจะนอนกอดกันภายใต้ผ้าห่มผืนเดียว นอกจากจะประหยัดหนังสัตว์แล้วยังอบอุ่นมากอีกด้วย
คาเมลส่ายหน้า “ข้ากลัวท่านจะอึดอัด”
เบมอสเลิกคิ้ว “คาเมลนี่เจ้าพูดเหรอ!!”
คาเมลเลิ่กลั่ก ลืมไปว่าเจ้าของร่างไม่ค่อยพูดเป็นคำ ๆ นักหรอก บางครั้งเจ้าตัวก็พูดไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ
“แบบนี้ก็ดีเลย เจ้าพูดรู้เรื่องก็ดีแล้ว ข้ายังกังวลอยู่เลยว่าเจ้าจะสื่อสารกับคนในเผ่ายังไง” เบมอสพูดต่อ “ไม่ต้องกลัวว่าข้าจะอึดอัดหรอก ผ้าห่มของเราเป็นหนังหมีที่ท่านหัวหน้าเผ่าให้มา มันใหญ่พอที่จะห่มมนุษย์ได้ 4 คนเชียวล่ะ ถ้าวันไหนเจ้าหนาวจะมานอนด้วยกันก็ได้”
คาเมลพยักหน้า “ขอบคุณครับ”
[ค่าความสัมพันธ์ +3]
คาเมลแอบกระซิบในใจ ‘ระบบ ๆ คุณลุงชื่ออะไรน่ะ’
[ชื่อเบมอสครับ เขาเป็นคนที่สนิทกับเจ้าของร่างมากที่สุด]
‘แล้วไอ้ค่าความสัมพันธ์นี่หมายความว่ายังไง เห็นเด้งตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว’
[มันคือค่าความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นครับ โฮสต์สามารถดูได้ผ่าน การนึก แปลความหมายได้ทั้งความสนิทและความรัก แต่ในกรณีของเบมอส เป็นค่าความสนิทครับ (`▽´)]
ค่าความสัมพันธ์
ฮิวะ 2
เบมอส 6
เรเดล 1
[มีหลายคนในเผ่าที่เจ้าของร่างสนิทด้วย แต่ชื่อจะไม่ขึ้นเพราะโฮสต์ยังไม่เคยเจอหน้าเขา เจอหน้ากันเมื่อไหร่จะขึ้นชื่อกับความสัมพันธ์อัตโนมัติ ระบบแนะนำให้โฮสต์เพิ่มค่าความสัมพันธ์ครับ ( ͡° ͜ʖ ͡°)]
คาเมลพยักหน้าในใจ เขากล่าวลากับเบมอสและเดินกลับกระโจมตัวเอง
“ระบบสุ่มรางวัลเลย” คาเมลหวังว่าวันนี้เขาจะได้อาวุธหรือของดี ๆ สักหน่อย ไม่งั้นคงทำได้แค่ไปตบกับตัวสแคล๊บเหมือนเมื่อวานแหง ๆ
[ปิ๊งป่อง!!!]
[คุณได้รับซอสน้ำมันหอยแบบขวดใหญ่พิเศษ]
“…” คาเมลมีสีหน้าว่างเปล่า
[ฮะ โฮสต์ใจเย็น ๆ ระบบไม่รู้เรื่อง นี่เป็นความเกลือของโฮสต์เอง ระ...ระบบหวังว่าพรุ่งนี้โฮสต์จะสุ่มได้อาวุธสักชิ้น ❃ႣᄎႣ❃]
คาเมลกุมหัว “เฮ้อ ช่างเถอะ อย่างน้อยเจ้าน้ำมันหอยนี่ก็เอาไปปรุงอาหารได้ล่ะนะ”
[เนื้อของสแคล๊บเหม็นมาก ๆ แถมไม่อร่อย ซอสน้ำมันหอยจะทำให้มันรสชาติแย่กว่าเดิม ถ้าฝืนทำออกมาจะทำให้เสียของเปล่า ๆ ระบบแนะนำให้โฮสต์ใช้กับเนื้ออื่น]
“เนื้อสแคล๊บมันใช้ทำอะไรได้นอกจากทำให้อิ่มเนี้ย”
[ระบบไม่ได้ติดตั้งโปรแกรมทำอาหาร โฮสต์ต้องหาคำตอบด้วยตัวเอง]
“งั้น. ถ้าเอาไปหมักกับอะไรสักอย่างอาจจะอร่อยขึ้นก็ได้นะ”เขาพูดต่อ
“กว่าจะเก่งขึ้นจนสามารถล่าอย่างอื่นได้ เนื้อสแคล๊บคงเป็นอาหารหลักของเราไปก่อน...”
เขาลองหยิบเนื้อสแคล๊บออกมาจากช่องเก็บของ แต่เมื่อได้กลิ่นของมันเขาก็รีบใส่มันกลับเข้าที่เดิมทันที
“กลิ่นเหม็นมาก เหม็นจนความอยากอาหารหายวับ” เขาไม่รู้จะอธิบายกลิ่นของมันยังไง มันเหมือนเนื้อที่เน่าแล้ว และไม่ใช่แค่หนังที่มีสีเขียว เนื้อของ สแคล๊บก็มีสีเขียวเหมือนกัน นอกจากจะไม่อยากอาหาร เขายังอยากขย้อนของเก่าออกมาด้วย...
คาเมลตัดสินใจว่าเขาจะไม่กินข้าวเช้าถ้าหาอะไรมาแทนที่เจ้านี่ไม่ได้ เขาไม่ใช่คนที่นี่ จะให้ทนกินเพื่อมีชีวิตรอดก็พอได้ แต่เผอิญว่าเขายังไม่หิวจนทนไม่ได้ขนาดนั้น ถ้าหาอะไรกินแทนได้ เขาก็อยากหาก่อน
[ระบบแนะนำให้โฮสต์กินเยอะ ๆ เพื่อเพิ่มเนื้อหนังหน่อย โฮสต์ผอมเกินไปแล้ว]
“ถ้าเป็นไปได้ก็อยากทำอยู่หรอก”
[โฮสต์ยังมีกล้วยนะ]
“เก็บไปก่อนสิ ข้าวเช้าไม่กินก็ได้ แต่ข้าวกลางวันก็ควรกินไม่ใช่รึไง”
[(`∀´)Ψ ผิดแล้วโฮสต์ ข้าวเช้ากับข้าวกลางวันต่างหากที่สำคัญที่สุด! ส่วนข้าวเย็นไม่กินก็ได้]
“ช่างฉันเถอะน่า!” คาเมลเถียงกลับ
คาเมลตัดสินใจเดินเข้าป่าไปอีกครั้งแต่เขาไม่ได้เข้าไปลึก เพราะรู้ว่าถ้าเข้าไปลึกเขาอาจจะตายก็ได้ พอเจอตัวสแคล๊บ เขาก็ล่ามันมา 7 ตัว
[คุณได้รับเนื้อสแคล๊บ 7 ชิ้น]
[คุณได้รับหนังสแคล๊บ 7 แผ่น]
[คุณได้รับดวงตาสแคล๊บ 14 ลูก]
[คุณได้รับค่าความแข็งแรง +10]
[คุณได้รับค่าความอึด +10]
“นึกว่าค่าความอึดกับความแข็งแรงจะได้เท่าจำนวนสแคล๊บที่ฆ่าซะอีกนะ”
[คุณสมบัติเหล่านี้จะได้แบบสุ่มครับ ถ้าล่าสแคล๊บจะได้ค่าสเตตัส +1 ถึง +3 แล้วแต่โชคของโฮสต์ครับ]
สเตตัส
ค่าเสน่ห์ -20
ค่าความแข็งแรง 13
ค่าการฟื้นฟู 1
ช่องเก็บของ 10
ค่าความอึด 14
สถานะ
-หิว
-บาดเจ็บที่หัว
ช่องเก็บของ
1.เนื้อสแคล๊บ 9
2.หนังสแคล๊บ 8
3.ลูกตาสแคล๊บ 16
4.กล้วย 3 ลูก
5.-
6.-
7.-
8.-
9. -
10.-
“มีที่ไหนปลอดภัยนอกจากบริเวณริมป่าอีกไหม”
[ไม่ค่อยมีที่ไหนปลอดภัยเท่าไหร่ครับโฮสต์ ถ้าอยากกินผลไม้ยังต้องเข้าไปลึกมากกว่านี้เลย โฮสต์จะลองเข้าไปไหมครับ ตอนนี้โฮสต์มีค่าความแข็งแรงเท่ากับ 13 ถือว่าพอเอาตัวรอดได้ครับ]
“ค่าเฉลี่ยพละกำลังของคนในเผ่ามีเท่าไหร่”
[ 20 ครับ]
“ยังขาดอีกตั้ง 7 ถึงจะเท่าค่าเฉลี่ยเลยนะนั่น...”
[หรือโฮสต์อยากจะลองจับปลาดู...]
“ได้ข่าวว่าปลาน่ากลัวยิ่งกว่าปิรันย่า”
[ปลาไม่ได้ดุขนาดนั้นถ้าโฮสต์อยู่บนดิน ขอแค่อย่าจุ่มขาลงไปในน้ำก็พอ]
“นายกำลังจะบอกให้ฉันจับปลาบนดิน ปลามันคงไม่ว่ายมาให้จับ ง่าย ๆ ที่ผิวน้ำหรอก!”
[โฮสต์มีเนื้อสแคล๊บตั้งเยอะ ผูกกับกิ่งไม้แล้วล่อให้ปลามากิน จากนั้นก็ยกมันขึ้นมา ไม่เห็นมีอะไรยาก]
คาเมลคิ้วกระตุก รู้สึกเหมือนโดนด่าว่าโง่กลาย ๆ
พอได้ยินว่าเอาเนื้อสแคล๊บไปล่อปลาได้ เขาเลยล่าตัวสแคล๊บเพิ่มอีก 10 ตัว อย่างน้อยก็ดีกว่าต้องกินเนื้อสแคล๊บเป็นอาหารนั่นแหละ เอาไปล่อปลายังดีซะกว่า
[คุณได้รับเนื้อสแคล๊บ 10 ชิ้น]
[คุณได้รับหนังสแคล๊บ 10 แผ่น]
[คุณได้รับดวงตาสแคล๊บ 20 ลูก]
[คุณได้รับค่าความแข็งแรง +18]
[คุณได้รับค่าความอึด + 10]
สเตตัส
ค่าเสน่ห์ -20
ค่าความแข็งแรง 31
ค่าการฟื้นฟู 1
ช่องเก็บของ 10
ค่าความอึด 24
สถานะ
-หิว
-บาดเจ็บที่หัว
ช่องเก็บของ
1.เนื้อสแคล๊บ 19
2.หนังสแคล๊บ 18
3.ลูกตาสแคล๊บ 26
4.กล้วย 3 ลูก
5.-
6.-
7.-
8.-
9. -
10.-
“จะว่าไปค่าพลังก็ขึ้นเร็วอยู่นะ”
[(`▽´) ระบบบอกแล้วว่าโฮสต์มีสูตรโกง]
คาเมลเดินไปที่แม่น้ำ จุดที่ห่างไกลจากน้ำตกเยอะพอสมควร เดาว่าถ้าห่างออกมาขนาดนี้ ปลาอะไรนั่นก็คงว่ายอยู่ได้นั่นแหละ เขาจัดการเอาเนื้อ สแคล๊บผูกกับเถาวัลย์ และเอาเถาวัลย์ผูกกับเนื้อสแคล๊บอีกที แม้เบ็ดตกปลา อันนี้จะสภาพดูไม่ได้ไปหน่อย แต่มันก็น่าจะพอตกปลาดี ๆได้สักตัวนั่นแหละ
ฟึบ! คาเมลเขวี้ยงเหยื่อล่อที่ติดกับเถาวัลย์ลงในน้ำ รอได้ไม่นานอยู่ ๆ เขาก็รู้สึกถึงแรงกระตุกอย่างแรงจากเถาวัลย์ที่เพิ่งขว้างลงไป
เขารีบดึงเถาวัลย์กลับมาที่ผิวน้ำทันที มีปลาตัวอวบอ้วนติดมาด้วย 3 ตัว มันแทะเนื้อของสแคล๊บหดหายไปเกินครึ่ง ขณะที่ลากขึ้นมา ปากคม ๆ ของมันก็กำลังแทะเนื้อไม่หยุดหย่อน
เมื่อคาเมลเดินเข้าไปใกล้ตัวปลา ข้อความก็เด้งขึ้นในหัว
[คุณได้รับปลารันติโก้ +3]
คาเมลกดดูช่องเก็บของแล้วขมวดคิ้ว “หือ ครั้งนี้ไม่แล่ปลามาให้เหรอ”
ปลารันติโก้
คุณสมบัติ -โปรตีน, ทำให้อิ่ม, ค่าการฟื้นฟู +1 (สุ่ม)
(หากเอาไปปรุงอาหาร อาจจะได้คุณสมบัติเพิ่ม)
[ถ้าโฮสต์จิ้มตัวปลาที่ช่องเก็บของมันจะแล่ให้ครับ ปลาเป็นสัตว์พิเศษ สามารถเอามากินและเลี้ยงได้ ระบบเลยไม่แล่มาให้ถ้าโฮสต์ไม่ออกคำสั่ง และปลาในช่องเก็บของของโฮสต์ก็ยังมีชีวิตอยู่ด้วย]
หลังจากนั้นเขาก็ใช้เนื้อสแคล๊บไปเกือบครึ่งเพื่อล่าปลารันติโก้ อย่างน้อยมันก็น่าจะมีรสชาติดีกว่าเนื้อสแคล๊บแน่ ๆ เขาเลยไม่เสียดายเนื้อสแคล๊บที่ล่ามาอย่างยากลำบากสักนิด
[คุณได้รับปลารันติโก้ 32 ตัว ]
[คุณได้รับค่าความอึด +1]
สเตตัส
ค่าเสน่ห์ -20
ค่าความแข็งแรง 31
ค่าการฟื้นฟู 1
ช่องเก็บของ 10
ค่าความอึด 25
สถานะ
-หิว
-บาดเจ็บที่หัว
ช่องเก็บของ
1.เนื้อสแคล๊บ 10
2.หนังสแคล๊บ 18
3.ลูกตาสแคล๊บ 36
4.กล้วย 3 ลูก
5.ปลารันติโก้ 32 ตัว
6.-
7.-
8.-
9. -
10.-
“ค่าความแข็งแกร่งน่ะพอเข้าใจอยู่หรอก แต่ค่าความอึดนี่หมายความว่าไงน่ะ สงสัยมานานล่ะ”
[เวลาโฮสต์หนาว เวลาที่บาดเจ็บ หรือเวลาที่กำลังจะตาย ค่าความอึดจะช่วยให้โฮสต์อึดทึกทนไม่ม่องไปซะก่อนครับ ถ้าค่าตรงนี้มีมาก ๆ แม้จะเดินฝ่าพายุหิมะ โฮสต์ก็จะไม่หนาวตาย เพราะมีความทนทานสูง]
“อ่า...ฮะ ๆ”