ภายในงาน ประกวดนางงามประจำจังหวัด ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ มีผู้หลักผู้ใหญ่ทุกภาคส่วนเข้าร่วมงาน และเป็นสปอนเซอร์ ในงานเฟ้นหาสาวงามประจำจังหวัด แน่นอนว่างานแบบนี้ เต็มไปด้วยหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่อยากเห็นความงามเต็มๆ ตา โดยเฉพาะพวกตาเฒ่า ตาแก่ตัณหากลับก็ยังไม่เว้น รู้กันดีว่าผู้หลักผู้ใหญ่สนใจงานประเภทนี้ กะไว้ประดับบารมีสักคน
พิธีกรเริ่มงาน ด้วยการกล่าวต้อนรับแขกคนสำคัญทั้งหมด จังหวะเดียวกันนั้น กรรมการผู้ร่วมตัดสินผู้มีความรู้หลากหลายแขนง ได้เดินมานั่งด้านหน้า หนึ่งในนั้นก็นางงามอดีตมาร่วมตัดสิน
หญิงสาวใบหน้าสวยเฉี่ยว ผมดัดลอน สวมมุงกฎ และมาในชุดราตรีสีครีมปักเลื่อมทั้งตัว เดินสว่างวาบมาพร้อมกับผู้ติดตามขนาบข้าง แสงไฟสปอทไลต์สาดไปหาเธอเป็นหลัก ราวกับต้องมนต์สะกด สปอนเซอร์ใหญ่นั่งที่เก้าอี้วีไอพี หันไปมองคอแทบเคล็ด ตะลึงไปกับความสวยแทบอ้าปากค้าง หนวดกระดิกเลยเชียว
“แมงวันบินเข้าปากแล้วครับเสี่ย” นายมิ่งลูกน้องคนสนิทแซวขึ้น
ทำเอาเสี่ยต้น หรือเจ้าสัวตันติวัฒน์ถึงกับงับปากเลยทีเดียว แล้วหันมายักคิ้วใส่ลูกน้อง
“ใครวะ อั้วะไปอยู่ไหนมาทำไมเพิ่งเห็น” เสี่ยต้นเอ่ยถามขึ้น ตายังคงมองไปสาวสวยคนนั้นอยู่ ขณะที่เธอนั่งลงที่เก้าอี้ แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบว่าเธอคือใคร กระทั่งพิธีกรเริ่มแนะนำกรรมการ และเมื่อถึงคิว...
“กรรมการท่านสุดท้าย คุณม่านฟ้า ชัยวงศ์” พิธีกรประกาศชื่อและพ่วงด้วยตำแหน่งนางงามรวมถึงปีที่เธอได้ตำแหน่ง
“เป็นนางงามเหรอวะนั่น” เสี่ยต้นถึงกับตาลุกวาว
“เสี่ยไม่กระพริบตาเลยนะครับ ใจเย็นๆ” นายมิ่งแซวอีกครั้ง
“เอ้า! ก็สวย สวยจน... อยากได้” ไม่ได้อยากได้อย่างเดียว เพ้อด้วยสิน่า
“เลือดเจ้าชู้ไม่เคยสลายไปเลย ที่มีอยู่ก็เป็นโหล”
“อันนั้นเล่นๆ ขำๆ แต่คนนี้... มึงไปถามประวัติเลย ลูกเต้าเหล่าใคร”
“หลังเสร็จจากงานนี้ครับเสี่ย เอางานเอาการให้เสร็จก่อน”
“แต่อั้วะอยากได้คนนั้น มึงไปจัดการมาเลย”
“คนแก่ใจร้อนไปได้ครับ ใจเย็นๆ”
“จะให้เย็นไปได้ยังไง มึงเห็นไอ้พวกเฒ่าทั้งหลายจ้องไหมล่ะ ถ้าไม่รีบ ได้ต่อคิวทำยังไง”
“เอาจริงเหรอครับ หรือเอาเล่นๆ”
“ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ แต่จะเอา เอาไว้ก่อน”
เสี่ยแสดงความเอาแต่ใจออกมาทันที เรียกได้ว่านิสัยอยากได้ต้องได้
ขณะที่ปล่อยให้พิธีการประกวดประขันกันอยู่นั้น มิ่งหล้าลูกน้องมือขวาของเสี่ยต้น ก็ไปสืบเสาะให้ว่าม่านฟ้าคนนั้นเป็นลูกเต้าเหล่าใคร และแน่นอนว่าเธอคือคนที่มีชื่ออยู่ไม่น้อย เป็นที่รู้จักในวงการนางงามของจังหวัด
เช่นเดียวกัน เสี่ยต้นก็เป็นที่รู้จักของคนในจังหวัดเหมือนกัน ช่วงเวลาที่การประกวดดำเนินการไป ม่านฟ้ารู้ว่าตัวเองเป็นจุดเด่นมากพอสมควร รู้ว่าใครกำลังมองอยู่ ทำให้เธอปรายตามองไปเรื่อยๆ กระทั่งสบตาเข้ากับผู้ชายที่เจ้าชู้ที่สุดในจังหวัด มากที่สุดในภาคเลยมั้งนั่น ทำให้เธอจ้องเพียงเล็กน้อย ทำหน้านิ่ง ดวงตาดูจองหอง แล้วหันกลับมามองที่เวทีต่อ
ทำให้เสี่ยต้นใจเต้นแรง จะต้องเอามาเป็นของตัวเองให้ได้ เขาบอกตัวเองเช่นนั้น หลังจากเสร็จงาน เสี่ยต้นก็ใช้อำนาจที่มีแจ้งไปว่า ให้เชิญม่านฟ้ามาที่โต๊ะเพื่อรับซองพิเศษ ซึ่งปกติก็คงจะไม่ได้หรอก แต่เขาจะให้ ใครจะทำไมล่ะ
“เอ่อ ไปที่โต๊ะเหรอคะ” ม่านฟ้าถามอย่างประหม่า
“ค่ะ ท่านขอเชิญคุณฟ้าไปที่โต๊ะ สัก 30 นาที”
“ไม่สะดวกเลยค่ะ”
“นะคะ นี่ผู้มีอิทธิพลเลยนะคะ ถ้าไม่ไปอาจจะไม่โอเค นะคะคุณฟ้า”
“แค่ 30 นาทีนะคะ” ม่านฟ้าต่อรอง
ทำให้เจ้าหน้าที่สาวถึงกับยิ้มออก จากนั้นจึงผายมือเพื่อพาม่านฟ้า ไปยังโต๊ะที่เสี่ยต้นนั่งอยู่ เขาก็นั่งยืดรอเลย เพราะรู้สึกถึงการมีอำนาจบาตรใหญ่เสียเหลือเกิน
“สวัสดีค่ะเจ้าสัว คุณม่านฟ้ามาแล้วค่ะ” เจ้าหน้าที่บอก ม่านฟ้าจึงย่อตัวลงพร้อมกับยกมือไหว้ เสี่ยต้นก็รับไหว้ในทันที สายตาเยิ้มแพรวพราวออกนอกหน้า
“คุณฟ้าคะ นี่คือเจ้าสัวตันติวัฒน์ หรือที่เรารู้จักกันดีคือเสี่ยต้น”
“ค่ะ เจ้าสัว”
“เรียกเสี่ยต้นก็ได้จ้ะ หรือทางที่ดี เรียกเฮียก็พอ” เสี่ยต้นแนะนำตัวเองน้ำเสียงอ่อนเสียงหวาน
“งั้นดิฉันขอตัวนะคะ” เจ้าหน้าที่บอก ก่อนจะปลีกตัวไป เพื่อไม่ให้ม่านฟ้าได้ทักท้วง ตอนนี้มีเพียงม่านฟ้ากับเสี่ยต้นนั่งโต๊ะด้วยกันสองต่อสอง ลูกน้องไม่ให้ใครเข้ามายุ่งเกี่ยว
“เอ่อ ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณฟ้า” เขาเอ่ยขึ้นก่อน ขณะที่ม่านฟ้านั่งหลังตรง หน้าเชิด มองไปเบื้องหน้าของตัวเองไม่มองเขา
“ยินดีเช่นกันค่ะ” เธอตอบกลับเพื่อเป็นมารยาท ครั้นจะเฉยก็ดูจะไม่เหมาะ
“หิวไหมครับ” เสี่ยต้นถาม บ้าบอมาก เขาไม่เคยมาจีบใครแบบนี้เลย มีแต่กระดิกนิ้วเรียกแล้วได้เลย มันก็จะเขินๆ หน่อย
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณมีธุระอะไรจะคุยกับฉันเหรอคะ” เธอถามเข้าเรื่องทันที เพราะรู้จักประสงค์หลักของผู้ชายระดับนี้และรู้จักเสี่ยต้น
“แหม พูดซะห่างเหินเชียว เรียกเฮียไม่ได้เหรอ”
“นั่นสำหรับคนรู้จักกันค่ะ”
“เฮียเพิ่งเคยเห็นคุณฟ้านะเนี่ย”
“ฉันไม่ค่อยได้ออกงานค่ะ งานแบบนี้ก็ปีล่ะครั้ง แต่ฉันรู้จักคุณค่ะ”
“รู้จัก เอ่อ รู้จักแบบไหน” เขาถามและทำสีหน้าแบ่งรับแบ่งสู้
“ก็แบบที่คนทั้งจังหวัดรู้จักนั่นแหละค่ะ”
“เอ่อคือ ชื่อเสียงของเฮียคงดีมากๆ เชียว”
“ค่ะ ดีมากๆ” เธอเน้นและยิ้มแห้ง พูดแบบนี้เธอรู้เกียรติศัพท์เขาชัวร์
“เฮีย... คือ จะบอกว่า คุณฟ้าสวยมาก สวยกว่านางงามบนเวทีอีก”
“ขอบคุณค่ะ” เธอน้อมรับและยิ้มพอเป็นมารยาท
“ดูเหมือนคุณไม่อยากคุยกับเฮียสักเท่าไหร่”
“พูดธุระของคุณเถอะค่ะ ฉันมีงานต้องไปต่อ” เธอตัดบท อยากจะไปจากตรงนี้เต็มแก่แล้ว รู้สึกถูกลวนลามทางสายตา ถูกจีบจากคนเจ้าชู้เลื่องชื่อ แต่ไม่แปลกหรอกที่สาวๆ จะติดตรึม เขาเป็นหนุ่มใหญ่ก็จริง แต่ยังคงความหล่อเหลามากมาดขรึม
“งั้นเอ่อ ซองค่าเหนื่อย เฮียให้ทุกคน แต่อยากคุยกับคุณฟ้าเป็นพิเศษ” เขาพูดพร้อมกับวางซองให้กับเธอ หญิงสาวก็มองที่ซองแล้วยกมือไหว้รับเอาไว้
“ขอบคุณค่ะที่เมตตา ฉันต้องขอตัว เพราะดึกมากแล้ว”
“น่าแปลกนะครับ นางงามต้องยิ้มเก่งไม่ใช่เหรอ”
“ทำไมเหรอคะ” เธอถามพลางขมวดคิ้ว
“ก็คุณฟ้าไม่ยิ้มเลย หรือเฉพาะกับเฮียคนเดียว” เหมือนเขาจะย้ำเตือนว่าสิ่งที่เธอทำอยู่ อาจจะเสียมารยาท แม้จะไม่ชอบเขาก็ตาม
“ต้องขอโทษด้วยค่ะ ฉันไม่ชินกับการที่ต้องนั่งเพียงลำพังแบบนี้ รู้สึกถูกมองแปลกๆ”
“นั่งกับเฮีย ก็เป็นธรรมดาที่คุณจะมอง”
“ใช่ค่ะ ขอตัวอีกครั้งนะคะ” ว่าแล้วเธอก็ยกมือไหว้ลา เขาก็ได้แต่ยิ้มแห้ง ปล่อยให้เธอลุกไปโดยไม่รั้งเอาไว้ ให้ตายสิ เสี่ยต้นไม่เคยความมั่นใจแบบนี้ เขานี่ตัวพ่อเรื่องความคาสโนว่าเลยนะ แต่มาคราวนี้มันดูน่าอึดอัดไปหมด จะจีบยังไงให้ติดล่ะเนี่ย
แต่แน่นอนว่า การที่ม่านฟ้านั่งกับเจ้าสัวตันติวัฒน์ ทุกคนก็มองออกว่าถูกเล็งเอาไว้แล้ว ถูกล็อกเป้าหมายจากเนี่ยต้นแบบนี้ คงไม่ปล่อยเป็นอันขาด ไม่ช้าก็เร็วต้องได้เป็นอีหนูอย่างแน่นอน แล้วอีหนูของเสี่ยต้นก็สวยๆ ทั้งนั้น และอย่างที่บอกระดับเจ้าสัวตันติวัฒน์ ต้องจีบใครที่ไหน โสด หล่อ รวย แม้จะมีอายุ แต่ก็น่าจับทำสามี เพียงแต่ไม่มีใครหยุดเสี่ยต้นได้สักคน
เสี่ยต้นร้อนใจ หลังจากที่ให้นายมิ่ง ลูกน้องคนสนิทไปตามสืบประวัติของม่านฟ้า จิตใจก็ว้าวุ่น หน้าสวยๆ ของม่านฟ้าก็ลอยไปลอยจนไม่เป็นอันทำอะไร
“หายไปทั้งคืนเลยนะมึงเนี่ย” เสี่ยต้นว่าให้ ก่อนจะดื่มกาแฟไปด้วย
“แหมเสี่ย ผมก็ต้องสืบให้รู้แจ้งสิครับ ถึงจะมารายงานเสี่ยได้”
“ว่ามา”
“คืองี้ครับ” นายนิ่งนั่งที่เก้าอี้ก่อนจะเริ่มต้นเล่า
“เป็นลูกสาวคนเดียวของกำนันอินทนิล เจ้าของปางช้าง”
“กำนันอินทนิล ปางช้าง ก็อยู่ในอำเภอเดียวกับเรานี่หว่า ทำไมอั้วะไม่รู้จักวะ”
“เธออยู่กรุงเทพมาก่อนครับ เพิ่งกลับมาช่วยงานกำนันได้ไม่นาน”
“อ่อ... ถึงว่า”
“โสดครับเสี่ย ผมสืบมาละ และที่สำคัญกำนันเป็นลูกหนี้เรา”
“อะไรนะ นี่อั้วะไม่ได้ตรวจรายชื่อลูกหนี้นานแค่ไหนแล้ววะเนี่ย”
“แต่ลูกหนี้ที่ส่งตรงเวลาครับ ไม่เคยผิดนัด กำนันคนนี้มีดิวกับพ่อเลี้ยงแสนอยู่ เพราะว่าหนุนกันเรื่องธุรกิจท่องเที่ยว แล้วก็รีสอร์ท”
“ทางนั้นเป็นหนี้ไอ้แสนอยู่หรือเปล่า” เสี่ยต้นถามพร้อมกับขมวดคิ้ว
“มีครับนิดหน่อย แต่กำนันคนนี้เป็นคนที่เครดิตดีเป็นคนดีคนนึง เสี่ยถามแบบนี้ทำไม” นายมิ่งถามและหรี่ตามองเจ้านายอย่างไม่ไว้ใจ
“ทำยังไงถึงจะได้มา” เสี่ยต้นถามพลางครุ่นคิด
“แหมเสียครับ กะจะเอาท่าเดียว”
“อ้าว อยากได้ใครต้องได้สิ แล้วใครใช้ให้แกมาขัด แค่ให้ไปสืบ แล้วได้เรื่องอะไรอีกไหม” เสี่ยต้นถามด้วยความหงุดหงิด
“คุณม่านฟ้าเป็นผู้หญิงที่เก่งมาก ทำงานเก่ง หยิ่ง จองหนอง” นายมิ่งเสริมขึ้น
“เออ เท่าที่สังเกตก็เป็นแบบนั้นแหละ หน้าเชิดคอตั้ง ยิ้มน้อยนิด แต่สวยชิบเป๋งเลย จะจีบยังไงดีวะ”
“คนระดับเสี่ยต้องจีบด้วยเหรอครับ เห็นอยากได้ใครก็กระดิกนิ้วเรียกปุ๊บก็เดินตามไปเลย”
“ไม่รู้อ่ะ ดูเหมือนว่าคนนี้อั้วะต้องจีบ และจะต้องชนะใจเธอให้ได้”
“ถ้าอยากจะชนะใจเธอ เสี่ยก็แค่ปล่อยอีหนูคนอื่นๆ แล้วเลือกจีบเธอคนเดียว ผู้หญิงก็ต้องการแค่นั้น”
“มึงคิดว่าทำง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ” เสี่ยต้นถาม เพราะความที่ยังเสียดายสาวๆอยู่
“งั้นเสี่ยก็ไม่ต้องจีบ” นายมิ่งให้ความเห็นอีก
“อั้วะจะเอา คนนี้แหละ”
“งั้นก็ลองดูครับ ผมอยากเห็นเสี่ยจีบสาว ไม่เห็นจีบใครมานานแล้ว ดูซิว่าสกิลจะเทียบเท่ากับพ่อเลี้ยงทรงเสน่ห์บ้านโน้นได้หรือเปล่า”
“แหมไอ้นั่นก็เจ้าเสน่ห์ แต่อั๊วะกับมันก็กินกันไม่ลง ว่าแต่กำนันเขาเล่นการพนันหรือเปล่าวะ”
“ทำไมเหรอครับเสีย”
“ก็ว่าจะทำให้แพ้พนัน ทำให้เป็นหนี้ แล้วอั๊วะก็จะมีเรื่องจัดการกับบ้านนั้นไง”
“ความคิดชั่วร้ายมากครับเสี่ย”
“อั้วะเป็นคนแบบนั้น” เสี่ยต้นยอมรับหน้าตาเฉยพลางหัวเราะออกมา
“หวังแต่งหรือว่าหวังอย่างอื่นครับเสี่ย” ในมิ่งถามอย่างรู้ทัน ทำให้เสี่ยต้นตอบไม่ได้ ว่าหวังแต่ง หวังจริง หรือว่าหวังอะไร รู้แต่ว่าเห็นม่านฟ้าแล้วหยุดคิดถึงเธอไม่ได้
“เอาน่ะอั้วะก็อยากได้ ก็ต้องได้ห้ามใครมาขัดขวาง ว่าแต่ไม่มีใครมาจีบแข่งกับอั้วะใช่ไหม”
“ไม่รู้ครับเสี่ย คนสวยก็ย่อมมีคนมาจีบเป็นธรรมดา แต่ถ้าเสี่ยจะจีบก็รีบเลย” พอพูดแบบนี้แล้ว เสี่ยต้นก็คิดแผนนึงขึ้นมาได้ พร้อมกับยิ้มเยาะออกมา เรียกได้ว่าไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็จะเอาด้วยกล ในเมื่อชอบไปแล้วนี่นะ แต่อย่างที่บอกยี่ห้อเสี่ยต้นคือเสี่ยจอมเจ้าชู้ ทำธุรกิจสีเทา มีประวัติที่น่ากลัว ใครเลยจะอยากเข้าใกล้ นอกจากคนที่หวังแต่เงิน
และใช่ ผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิตของเสี่ยต้นทั้งหมด ก็ได้แค่เงินกลับไป ไม่ได้ความรัก เพราะเสี่ยต้นไม่เคยรักและจริงใจกับใคร เขาไม่เคยหยุดอยู่ที่ใครเลยจนอายุป่านนี้ เหมือนไม่เคยค้นพบความรักมาก่อน หากม่านฟ้าจะใช่ เขาจะลองทุ่มเทดูในแบบของเขา
“ไปตามยัยฟ้าลงมาสิ” กำนันอินทนิลเอ่ยขึ้น เมื่อนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ซึ่งสายมากแล้วแต่ลูกสาวยังไม่ยอมลงมา
“ค่ะกำนัน” แม่บ้านรับคำ แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวขาออกไป บ้านฟ้าก็เดินเข้ามาในห้องอาหารพอดี
“คุณฟ้ามาพอดีเลยค่ะกำนัน” แม่บ้านบอก จากนั้นจึงถอยออกไป
“งั้นมีอะไรทำก็ไปทำเถอะ” กำนันสั่งเสียงเรียบ ขณะที่ม่านฟ้าเดินมานั่งตรงข้ามกับบิดา
“ทำไมลงมาสายล่ะลูก พ่อกำลังจะให้แม่บ้านขึ้นไปตาม”
“ขอโทษค่ะพ่อ เมื่อคืนฟ้ากลับดึก ทำให้ตื่นสายนิดหน่อยทำไมไม่กินข้าวก่อนฟ้าล่ะ”
“พ่อไม่สบายใจ เดี๋ยวรอคุยกับฟ้าก่อน แล้วจะออกไปทำงาน”
บิดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวล
“มีอะไรเหรอคะ” ม่านฟ้าถามกลับและขมวดคิ้ว
“เมื่อคืนหนูนั่งคุยกับใครก่อนจะกลับมา” ถามแบบนี้บิดารู้แน่ว่า
เธอคุยกับเสี่ยต้น แน่นอนว่าลูกน้องหรือว่าคนในงาน ก็คาบข่าวมาบอกบิดา เพราะเป็นจุดเด่นเสียขนาดนั้น
“เอ่อ พ่อมีอะไรหรือเปล่าคะ ดูเหมือนจะไม่สบายใจ”
“หนูรู้จักผู้ชายคนนั้นหรือเปล่า คนที่หนูคุยด้วยน่ะ”
“รู้จักค่ะ รู้จักดีด้วย” เธอตอบเสียงเรียบ สีหน้าและแววตาไม่ได้ดู
ยินดียินร้ายอะไรนัก
“พ่ออยากให้หนูอยู่ห่างๆ เขา”
“พ่อไม่บอก หนูก็จะทำค่ะ และรู้จักเขาเป็นอย่างดีจากชื่อเสียงทั้งหมด ไม่คิดว่าจะเจอกันงานด้วย”
“เขาพูดอะไรกับหนู”
“เขาให้ซองมาค่ะ”
“แค่นั้นเหรอ” ดูเหมือนบิดาจะมีความไม่สบายใจ ที่เธอคุยกับเสี่ย
ต้น คงเพราะกลัวว่าเสี่ยต้นจะจีบเธอเป็นแน่
“ค่ะนี้พ่อ แค่นี้ ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านี้”
“บอกตามตรงนะ พ่อกลัวผู้ชายคนนี้ เขามีอิทธิพลในทางที่ไม่ดีเท่าไหร่ อิทธิพลของเขาน่ากลัว แต่พ่อก็ขอความช่วยเหลือจากพวกเขาอยู่บ่อยๆ เหมือนกัน แต่ก็ได้ผ่านเขาโดยตรงหรอก เขามีตัวแทน”
“แล้วสิ่งที่พ่อกลัวคืออะไรคะ”
“พ่อกลัวเขาจีบหนู เสี่ยต้นขึ้นชื่อว่าเจ้าชู้มาก อีหนูเยอะมาก พ่อกลัวเขาจะมาวุ่นวายกับหนู”
“พ่อคะ ฟ้าไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้ ฟ้าไม่ได้ชอบเขา ต่อให้รวยและหยิบยื่นเงินทองมามากแค่ไหนก็ตาม ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงจึงได้ไปเป็นอีหนูของเขามากมายนัก” เธอพูด แต่ก็พาลนึกถึงหน้าตา ที่ไม่แปลกใจหรอก ว่าทำไมสาวๆ ถึงได้ชอบ ไม่ใช่แค่รวยอย่างเดียวแน่นอน
“ก็เพราะเขาใช้เงินเลี้ยง เขามีเงิน ที่สำคัญเขาไม่ใช่คนขี้เหร่ เขาเป็นคนที่หล่อดูดี สมาร์ท และน่าเกรงขามมาก คารมดีด้วย ไม่แปลกที่สาวๆ จะติด”
“ไม่ใช่กับฟ้าค่ะ” ม่านฟ้าตอบอย่างหนักแน่น พร้อมกับจ้องหน้าบิดาเพื่อให้ความมั่นใจ
“ถ้าเป็นแบบนี้พ่อก็สบายใจ”
“สบายใจได้ค่ะ พ่อก็รู้ว่าฟ้าเกลียดคนประเภทนี้” แต่บิดาอยากจะบอกเหลือเกิน ยิ่งเกลียดก็จะยิ่งเจอ เกลียดสิ่งไหนก็จะได้สิ่งนั้น ในใจก็ภาวนา ขออย่าให้เป็นแบบนั้นเลย ขอให้เสี่ยต้น เว้นลูกสาวเขาไว้สักคนเถอะ เขาไม่อยากให้ลูกสาวต้องเจ็บปวดเสียใจ กินน้ำใต้ศอกใคร เพราะผู้ชายที่มักมาก ไม่เคยรักและไม่เคยจริงจังกับใคร
ม่านฟ้าเป็นลูกที่ดีตั้งใจเรียน เรียนจบก็ตั้งใจทำงาน ในสายงานบริหารที่ตัวเองเรียนมา แต่เมื่อบิดาเริ่มอายุมาก เธอก็ตัดสินใจจากงานที่กรุงเทพฯ เพื่อกลับมาช่วยบิดาบริหารงานปางช้าง ดูแลทั้งการท่องเที่ยว ที่พักแบบโฮมสเตย์
แต่การคุยกับบิดาตอนนี้ ก็ทำให้ม่านฟ้ารู้จักเสี่ยต้นมากยิ่งขึ้น เขาคือหนึ่งในเจ้าหนี้ที่พ่อไปยืมเงิน เพื่อนำเงินมาหมุนเวียนในปางช้างและแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นมา แต่เพราะการเงินยังคงดี มีรายได้ มีผลกำไรจึงยังรักษาเครดิตเยี่ยม ไม่ถูกตามทวงหนี้จนน่ากลัว
ทว่า ถ้าผิดนัดเมื่อไหร่ก็น่าขำอยู่ แต่ว่าหนี้ที่กู้เสี่ยต้นมานั้นยังใช้ไม่หมด ยังคงเหลืออีกเป็นล้าน ซึ่งก็คงต้องทยอยคืนในแต่ละเดือนแบบไม่มีปัญหา เมื่อม่านฟ้ารับรู้เรื่องนี้แล้ว เธอก็จะต้องตั้งใจทำงาน เพื่อสร้างรายได้ให้กับธุรกิจครอบครัว หวังจะนำเงินมาคืนให้กับเสี่ยต้นได้ตรงทุกเดือน
ด้วยความที่ประวัติของเจ้าสัวตันติวัฒน์ไม่ธรรมดา กำนันอินทนิลจึงเป็นห่วง และหวงแหนลูกสาวสาวมากกว่าปกติ เขามีลูกสาวเพียงคนเดียว มีกันอยู่สองคนพ่อลูก ภรรยาเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่ม่านฟ้าได้สามขวบ กำนันจึงก็ครองโสด และเลี้ยงลูกเพียงลำพัง เมื่อลูกเติบใหญ่เป็นสาว ก็หวังจะได้ผู้ชายดีๆ สักคนมาดูแลลูกแทนเขา สามารถฝากผีฝากไข้ได้ จะตายก็นอนตายตาหลับ