หนุ่มเมืองกรุงนอนหมอบราบไปกับพื้นดินแดงๆ เขาหมดอาลัย ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ หมดกำลังใจ จะมีลมหายใจเพื่ออะไร? ในเมื่อผู้หญิงที่ตนเองมอบหัวใจรักให้ ผละไปกับชายอื่น เขาหมดสิ้นทุกอย่าง ไม่อยากแม้แต่จะลืมตา
“พี่สิงห์อยากพูดอะไรก็พูดไปเถอะ...พี่พูดได้สิ...ก็พี่มันคนตายด้าน พี่ไม่มีหัวใจ”
เหมราชก่นว่าพี่ชาย สิงหราชเย็นชาไร้หัวใจ เขาไม่เคยเพลี่ยงพล้ำ เพราะหัวใจของสิงหราชเป็นสีดำ
“เออ...กูมันเป็นคนไร้ใจ...แต่กูไม่โง่”
เสียงกล่าวย้ำ ทำให้เหมราชอยากจบชีวิตมากขึ้น ใช่สิ!! เขามันก็ไอ้หน้าโง่คนหนึ่ง ที่ทุ่มเททุกอย่างให้กับเพลาพิลาศแต่กลับถูกหล่อนถีบหัวส่งแบบไม่ใยดี ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเขาจะเป็น หรือตาย
“ผมมันโง่ ผมไม่น่าเป็นน้องพี่เลย เงินทองที่พี่ให้ผมไป ผมยกให้หมดหล่อนไปหมด ไม่มีอะไรเหลือ เหลือแค่ร่างกายโทรมๆ ที่ไม่มีหัวใจ”
กำปั้นตันๆ ทุกโครมลงไปบนผิวดินแดง ฝุ่นผงกระจายฟ่อง และเปี๊ยกยืนมองตาปริบๆ เด็กชายไม่เข้าใจ อนุภาพความรักมันร้ายแรงขนาดนั้นเชียวหรือ ร้ายแรงขนาดเปลี่ยนแปลงผู้ชายอารมณ์ดีคนหนึ่ง ให้หมดอาลัยตายยาก
ตู้ม!! ซ่า!!
ร่างสูงใหญ่ของเหมราชถูกคนเป็นพี่ เหวี่ยงลงไปลอยคออยู่ในบ่อน้ำ ชายหนุ่มสำลักน้ำ รีบว่ายกลับเข้าฝั่งพร้อมกับร้องโวยวาย
“จะบ้าเหรอพี่สิงห์ หากผมจมน้ำตายไปล่ะ...พี่ตั้งใจฆ่าผมหรือไง?”
อารามตกใจ เหมราชลืมไปว่าตัวเองตั้งใจ...ตาย
“น้ำเย็นๆ ทำให้สมองแกโล่งขึ้นไหมล่ะเหม? เอาไอ้ความคิดทุเรศๆ นั่นทิ้งลงไปในน้ำด้วย เวลาแกขึ้นมาจะได้เป็นคนใหม่สักที”
“พี่สิงห์นี่โรคจิตปะ เอะอะใช้แต่กำลัง ผมกำลังล้มนะ ทำไมชอบเหยียบซ้ำ”
“ล้มก็ลุกสิวะ ไม่มีใครล้มแล้วลุกไม่ได้นี่หว่า”
สิงหราชแย้งเสียงแข็ง เขารู้ว่าเหมราชกำลังประชดชีวิต หนุ่มหัวอ่อนเปราะบาง ไม่มีเกราะกันภัย เมื่อเหมราชถูกฟูมฟักเหมือนไข่ในหิน เขาทนแรงกดดันไม่ได้เยอะเหมือนเขา
“ผมอาย...” ใบหน้าเปื้อนฝุ่นมอมแมมไปด้วยคราบน้ำ เงยขึ้นมองสบตาพี่ชาย ดวงตาของเขาเอ่อคลอไปด้วยน้ำใสใส
“เหอะ!! อายทำไม แกมีพี่อยู่ทั้งคน ใครหน้าไหนดูถูกแกบอกพี่...เดี๋ยวจะตามไปเอาลูกปืนยัดใส่ปากมันให้ เอาให้หุบปากไม่ทันเลยวะ”
นายเหมืองนิสัยดุดัน เพราะความจำเป็น สิงหราชกล้าแกร่ง เพราะคนงานที่อยู่ในเหมืองส่วนมากมาจากในคุก เขาต้องแกร่ง ต้องเก่ง ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถบงการ ตัวร้ายๆ เหล่านั้นได้ เรื่องปืน ผา หน้าไม้ เตะ ต่อย สิงหราชเชี่ยวทุกแขนง หากใครกล้าแหยม คนๆ นั้นอาจจะชะตาขาด เมื่อฤทธิ์หมัด หรือฤทธิ์บาทาของเขา ขนาดแรงม้าเตะ ในอดีตเคยมีคนคิดลองดี มันผู้นั่นนอนหยอดน้ำข้าวต้มเป็นเดือนๆ เพราะช้ำใน
“ผมไม่ชอบใช้กำลัง!!” เหมราชค่อยๆ ยันตัวขึ้นจากน้ำ เขาเปรยเสียงอ่อน
ในสังคมคนเมือง หากทำอย่างที่สิงหราชบอก เขาจะกลายเป็นคนเถื่อน เป็นฆาตกร
“แกมันแหยเหม...นายแม่ถนอมแกเกินไปจนแกอ่อนเป็นวุ้น แกมาอยู่ที่นี่ล่ะดี...พี่จะฝึกแกให้เป็นแมนเต็มร้อย ไม่ใช่อ่อนปวกเปียกเหมือนตอนนี้”
สิงหราชพูดเสียงห้าว เปี๊ยกยกมือขึ้นตบเปาะแปะ หากใครก็ตามที่ถูกเคี่ยวด้วยฝีมือนายสิงห์ รับประกันความห้าว เพราะหลักสูตรแต่ละอย่างที่เปียกเคยเห็น ‘มันโคตรโหด’ ขอบอก
ไม่มีคำตอบจากปากน้องชาย มีแต่ใบหน้าที่ก้มลงจนปลายคางจรดแผ่นอก เขาท้อแท้ หมดกำลังใจ ไม่อยากแม้แต่จะลืมตา ไม่อยากแม้แต่จะหายใจ
“อย่าคิดบ้าๆ แบบนี้อีก แกก็รู้ หากแกเป็นอะไรไป นายแม่คงสิ้นใจตามแก”
สิงหราชผ่อนลมหายใจยาวๆ เขานึกถึงมารดา สาวสังคมชื่อก้อง แม่นายของปิยวาทิน นายแม่สีลา ปิยวาทิน สิงหราชเป็นบุตรชายคนโต เขาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรง เพราะบิดาสิ้นใจก่อนวัยอันควร สิงหราชจึงกระโจนเข้าสู่การทำงานตั้งแต่แรกรุ่น เขายอมทิ้งโอกาสที่จะไปเรียนต่อเมืองนอก เลือกเข้ามาบริหารงานเหมืองแร่เต็มตัวแทน โดยปล่อยให้น้องชายที่ห่างกัน2 ปี ให้อยู่กับมารดาที่บ้านหลังใหญ่กลางเมือง
ชายหนุ่มเรียนรู้ ตั้งแต่การทำงานระดับล่างๆ โดยหัวหน้าคนงานเก่าแก่ ลุงคำปันเป็นคนสอนสั่ง ไม่เกี่ยงแม้งานจะหนักจนเหนื่อยแทบขาดใจ เพียงเพราะต้องการรู้วิธีทำ เพื่อไว้ใช้สอนคนงาน
เรื่องตีรัน ฟันแทงเป็นเรื่องปกติ เหมือนอาหารที่ต้องกินเข้าไปประทังชีวิต เขาหัวหก ก้นขวิด เดินทางในเส้นทางลูกผู้ชาย จนแกร่งกล้าจวบทุกวันนี้
เหมืองแร่ปิยวาทิน... เป็นแหล่งผลิตแร่ขนาดใหญ่ มีออเดอร์ที่ต้องส่งออก มีรายได้มากมายมหาศาล จนมีแต่คนโลภอยากจะครอบครอง
แต่สิงหราชยืนเป็นก้าง จวบจนปัจจุบัน ไม่มีใครกล้ายื่นตีนเข้ามาแกว่ง เพราะหากถูกตอบโต้...มันหมายถึงความฉิบหาย!! เมื่อสิงหราชกัดไม่ปล่อย เขาถูกขนานนามว่าเสือบ้า...เพราะหากสิงหราชกัด เขากัดจมเขี้ยว!!
“ผมอยากเก่งได้ครึ่งหนึ่งของพี่”
เหมราชไม่ได้ล้อเล่น เขาอยากเก่ง อยากฉลาดเหมือนพี่ชาย แต่เขามันก็เป็นได้แค่ไอ้โง่ เพราะผู้หญิงหัวอ่อนคนเดียวเขายังถูกหล่อนหลอก ไม่คิดว่าใบหน้าหวานๆ ตาซื่อๆ จะถูกฉาบหน้าไว้ด้วยพิษร้ายๆ ของอสรพิษ
“แกเป็นแบบฉันได้วะเหม แต่แกต้องลุกขึ้นยืน ไม่ใช่นอนทอดอาลัยอยู่แบบนี้ อีห่านั่นมันไม่สนคนปวกเปียกหรอก!! แกก็ต้องแกร่ง แล้วกลับไปเอาคืน”
ในอนุสติของสิงหราช ไม่มีคำว่า ‘แพ้’ ใครดีมา เขาดีตอบ หากใครร้าย...มันจะได้ร้ายตอบนับสิบเท่า
หากเพลี่ยงพล้ำ หลงกลคนชั่ว ชายหนุ่มจะถอยไปตั้งหลัก และกลับไปย้อนเกร็ดเอาคืน
ให้พังกันไปข้างหนึ่ง สมยานามของสิงหราช คือ ‘สิงห์เถื่อน’
เขากัดไม่ปล่อย ฟัดไม่ยอมถอย หากจะพัง คนๆ นั้นต้องไม่ใช่เขา
“เปี๊ยกๆ ไอ้เปี๊ยก พานายเหมไปอาบน้ำ หายาให้กินด้วย อากาศมันเย็น น้ำในบึงก็เย็นฉิบหาย”
ฟันของเหมราชกระทับกันดังกึกๆ กักๆ เพราะอากาศช่วงเดือนธันวาคมมันเย็นยะเยือก น้ำในบึงไม่ต้องพูดถึง เหมือนโยนลงไปในบ่อน้ำแข็ง แต่เพราะความหวังดีของสิงหราช เขาอยากปลุกสติของน้องชาย ให้กลับเป็นผู้เป็นคน ไม่ใช่จมอยู่กับความผิดหวัง
“ทำเองยังจะบ่น”
เด็กชายวัยรุ่นบ่นอุบ เขาก้มหน้าหลบสายตา ‘ก็ใครจะกล้าสู้ตานายสิงห์ คนอะไรตาโหดฉิบหาย’
“กูให้มึงเฝ้านายเหมนะเปี๊ยก มึงเผลออีท่าไหน ปล่อยนายเหมรอดสายตา เกือบไปนะมึง”
ชายหนุ่มยังคงบ่น ‘และเด็กหนุ่มวัยรุ่นก็นินทาในใจ นายสิงห์ทำเหมือนผู้หญิงสูงวัย เป็นป้าแก่ๆ บ่นไม่เลิก’
“อย่าให้กูรู้นะเปี๊ยก มึงแอบเล่นเกม...กูจะตัดอินเตอร์เนต ไม่ต้องล่ง ต้องเล่นมันล่ะ”
ชายหนุ่มยังตะโกนขู่ ช่วงหัวเลี้ยว หัวต่อ ต้องจับตามองเหมราชแบบไม่ให้คลาดสายตา เขาอยากจะมาเฝ้าเอง แต่เกรงว่าจะทำให้เหมราชอึดอัดใจเพราะมันเหมือนกดดันน้อง แถมงานในเหมืองก็ยุ่งวุ่นวาย วันๆ แทบจะไม่มีเวลาหายใจ แล้วอย่างนี้...จะมีเมียได้ยังไง อยู่แต่กับฝุ่นผง จนมองเห็นก้อนกรวด ก้อนดินสวยปานนางฟ้า
“สัยหมดประจำเดือน...บ่นจัง ขู่ยังกับหมาแม่ลูกอ่อน”
เด็กวัยรุ่นปวดตับ เผลอพักตาแปบเดี๋ยว น้องชายนายหวิดดับ...
“นายเหม ไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวผมหายาไว้ให้ กินกันหวัดจับ”
เปี๊ยกกลายเป็นเบ้เต็มตัว เขาต้องคอยบริการนายหนุ่มทุกเรื่อง แต่เพราะบุญคุณที่สิงหราชมีให้ เปี๊ยกไม่เคยเกี่ยงงอน เขาเต็มใจทำเต็มกำลัง
“เปี๊ยก ฉันดูน่าสงสารเหรอ?”
เหมราชถามเด็กหนุ่มเสียงอ่อน เขานั่งคอตก ไม่อยากขยับตัวทำอะไรสักอย่าง แม้จะมีสติขึ้นมากกว่าเก่า
“เรื่องปกติลวกเพ่...คนอกหักกะเป็นเงี้ยะทั้งนั้นแหละ จนกว่าจะหาคนใหม่มาดามใจได้”
เปี๊ยกพูดเหมือนรู้ดี เพราะเด็กสมัยนี้ ล้ำหน้ากว่าเยอะ เมื่อเทคโนโลยี เข้ามาเยือน มีทุกอย่างใน Google อยากรู้อะไร อากู่บอกได้หมด...แม้แต่เรื่องที่ใครๆ ก็คิดว่ามันยาก แต่มักจะมีข้อมูลแฝงไว้ ให้คนทั่วไปสืบค้น ไม่แปลกหรอกหากเด็กจะรู้มากกว่าคนโต
“ฉันรักใครไม่ได้อีกแล้ว ฉันรักเค้า” เหมราชเพ้อ ไม่มีใครทำให้เขาสุขฉ่ำได้เท่าเพลาพิลาศ หล่อนอ่อนหวาน เย้ายวน ลีลาของหล่อนตรึงใจ จนเขาหลงละเมอ
“อย่าปากๆ นายเหม...เปี๊ยกเห็นมาหลายรายแล้ว เมาหัวทิ่มจะเป็นจะตาย พอเจอคนใหม่ แทบจะลืมไปด้วยซ้ำว่าตอนเมาเพ้ออะไรไว้บ้าง”
เปี๊ยกแย้งเสียงหลง หนุ่มๆ ในเหมืองเกือบเป็นบ้าไปหลายคน หลังถูกจำปาแม่หม้ายสุดอึ๋มหักอก แต่พอมีคนงานสาวๆ เข้ามาใหม่ ก็ลืมจำปาเสียสิ้น และหากสาวเจ้าตอบรับ จำปาแทบจะหมดความหมาย
“ฉันพูดจริงเปี๊ยก คอยดูสิ เค้าไม่รักฉันก็ช่าง แต่ฉันจะรักเค้าอยู่แบบนี้แหละ”
เหมราชฉวยผ้าเช็ดตัวเนื้อนิ่มที่เปี๊ยกส่งให้เกือบเป็นกระชาก เขารักเพลาพิลาศและไม่มีทางเปลี่ยนใจ แม้หล่อนจะทิ้งเขาไปมีคนใหม่ แต่หัวใจรักของเขา จะยึดมั่นเหมือนเดิม...เขามั่นใจ...
“เอาที่สบายใจเลยลวกเพ่...”
เปี๊ยกยิ้มปากแทบฉีก แบบนี้หากเจอคนถูกใจ รับรองได้...ลืม...
พอเหมราชหายลับเข้าไปในห้องน้ำ เปี๊ยกก็รีบเดินออกมานอกห้องนอน เพื่อเตรียมอาหารอุ่นๆ ไว้นายหนุ่มได้กินรองท้อง ก่อนจะกินยากันไข้
“เหมเป็นไงบ้าง...ดีขึ้นไหม?”
แต่ก่อนที่เปี๊ยกจะกระโจนลงจากบ้าน สิงหราชร้องถามขึ้นเสียก่อน
“เหมือนเดิมนาย เพ้อ...”
เปี๊ยกหยุดตอบ ก่อนจะรีบวิ่งตื้อ เขาต้องรีบไปก่อนที่ครัวจะปิด ไม่อย่างนั้น ‘นายเหมได้ซดมาม่าแทนข้าวแน่’
สิงหราชทรุดกายลงนั่ง เขาล้วงซองกระดาษออกมาจากซอกอก ซองที่เขาสั่งให้คนรู้จักรวบรวมข้อมูลของเพลาพิลาศมาให้ เขาอยากรู้จักหล่อน อยากรู้ว่าหล่อนมีดีอะไร ทำไมเหมราชถึงหลงใหลหล่อนนัก แค่ผู้หญิงคนเดียว น้องชายเขายอมทุ่มจนหมดตัว แต่กลับพ่าย กลายเป็นนกปีกหักอยู่ตอนนี้
รูปถ่ายขนาดเท่าฝ่ามือ...ผู้หญิงหนึ่งเดียวในนั้น หล่อนสวยหยาดฟ้า หากแค่มองผ่านๆ แต่เมื่อพิจารณาจริงจัง หล่อนปรุงแต่งจริตจนเย้ายวน แววตามีแต่เล่ห์เพทุบายไม่ต่างอะไรกับอสรพิษ ไม่น่าเฉียดเข้าใกล้ด้วยซ้ำ วงหน้างดงามนั่น ดูก็รู้ว่าผ่านมีดหมอมาทุกส่วน เพราะสัดส่วนที่จัดวางอยู่บนใบหน้ามันเป๊ะ!! เกิน จนทำให้มั่นใจ หล่อนคือผู้หญิงพลาสติก หามีเนื้อแท้สักกะผีก