“หลิวชอบชุดนี้นะคะ พี่สิงห์ว่ามันเป็นยังไงบ้างคะ” เสียงของครูหลิวถามแฟนหนุ่มที่นั่งยิ้มกว้างส่งมาให้
“สวยครับ” คำตอบของเขาทำให้หญิงสาวยิ้มแก้มปริ
“พี่ว่าพี่เย็บข้างเข้าให้อีกนิดนะคะ จะได้กระชับมากยิ่งขึ้น” ช่างที่ตัดเย็บบอกพร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้ม
“ขอบคุณค่ะ” ครูหลิวหันไปขอบคุณกับพี่เจ้าของร้านและเป็นช่างตัดเย็บไปด้วย
“หลิวจ๋า มาเลือกแบบการ์ดหน่อยเร็ว เสร็จแล้วจะได้กลับบ้านกัน พี่ข้าวผัดโทรตามสองสามหนแล้ว บอกว่ามีเรื่องเซอร์ไพรส์ หลิวก็ไปกับพี่นะวันนี้”
“ค่ะ พี่สิงห์” เธอรับคำแบบว่าง่าย ส่งสายตาจ้องสบกันหวานเชื่อม
“อาไผ่มาหรือยังลูก” แม่ไก่ตะโกนถามลูกสาว เธอเดินจูงมือเด็กชายตัวน้อย ๆ ลูกของข้าวผัดกับอาไผ่ น้องพอร์ช เพิ่งอายุได้ห้าขวบ
“หิวครับ คุณยาย” น้องพอร์ชกระตุกแขนของคุณยายเบา ๆ
“หาอะไรให้ลูกกินก่อนไป เดี๋ยวที่เหลือแม่จัดการเอง” ไก่บอกกับข้าวผัด
“มาพอร์ชจะกินอะไร กินผัดไข่เจียวหมูสับนะ” ข้าวผัดหันไปพูดกับลูกน้อย เด็กชายปีนป่ายขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้อย่างเรียบร้อย
“รอแม่แป๊บเดียวนะครับคนเก่ง แม่เจียวไข่ให้” เด็กชายตัวน้อย ๆ พยักหน้าแบบรู้คำ
“ฮัลโหล... สวัสดีครับแม่” สีหราชตรงเข้ามาสวมกอดที่เอวของแม่ ตอนนี้มือของนางกำลังสาละวนปรุงอาหารที่ผัดฉ่าร้อนแรงไปทั้งกระทะ
“ทำอะไรห้อม หอม...” ข้าวโพดทำจมูกฟิต ๆ ก่อนจะจามขึ้นมาหลังจากนั้น
“ฮัดชิ้ว...”
“ไป๊... ออกไปรอข้างนอกไป คั่วไก่อยู่ มันเหม็น” ไก่ไล่ลูกชาย
“ฮัดชิ้ว...” ข้าวโพดส่งเสียงจามอีกยกใหญ่ เพราะกลิ่นเครื่องแกงที่ถูกไฟร้อน ๆ ส่งกลิ่นคลุ้งไปหมด
“ทำอะไรมากมายคะ พี่ข้าวผัด มีงานเลี้ยงหรือคะ” ครูหลิววางถุงผลไม้ที่เธอกับพี่สิงห์เลือกมาจากตลาดเป็นของฝากทุก ๆ คน
“ค่ะ” ข้าวผัดหันหน้ามายิ้มให้กับว่าที่น้องสะใภ้
“หวัดดีจ้ะ น้องพอร์ช” ครูหลิวตรงเข้าไปหยิกแก้มของเด็กชายที่นั่งตักข้าวกับไข่เจียวเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ เด็กชายยิ้มให้ แล้วยกมือไหว้คุณน้าผู้หญิงครูหลิวจึงนั่งลงเก้าอี้ตัวที่ใกล้เขา
“ฮัดชิ้ว...” เสียงของข้าวโพดยังจามไม่หยุด
“สงสัยจะมีคนนินทา” เขาเอ่ยขึ้นมาลอย ๆ
“ว้าว ๆ มีแต่ของโปรดของผมทั้งนั้นเลย” ข้าวโพดตรงเข้ามาหยิบหมูแดดเดียวที่วางอยู่ในจานเข้าปากข้าวผัดตีลงไปบนมือของเขาดัง เผียะ...
“ห้ามกิน ยังไม่ถึงเวลา” พี่สาวทำตาเขียวเข้าใส่
“อะไรกันนะ โห... ก็คนมันหิวอะ” น้องชายทำเสียงโอดครวญ
“รอแขกคนสำคัญก่อน”
“ใครกัน” ข้าวโพดจ้องหน้าพี่สาวอย่างสงสัย แต่ข้าวผัดกับอมยิ้มไม่พูดอะไร
“คืนนี้นอนที่นี่กันไหม” ข้าวผัดถามน้องชายและครูหลิว
“พอดีหลิวต้องไปดูงานที่ชุมพรพรุ่งนี้ เดินทางตอนตีสี่ คงต้องกลับไปนอนที่บ้านพักในเมือง” ครูหลิวตอบแทนพี่สิงห์
“ไปกี่วันจ๊ะ”
“ห้าวันค่ะพี่”
“คิดถึงแย่” สิงห์นั่งลงเก้าอี้ตัวที่ติดกัน สวมกอดเอวของคนรัก แล้วหอมแก้มเธอเบา ๆ
“พี่สิงห์ต่อหน้าน้องพอร์ช แล้วอายพี่ข้าวผัดด้วย” เธอผลักใบหน้าของเขาออกทันที ทำเขินอาย
“อะแฮ่ม...” เสียงพี่สาวกระแอมขึ้นขัดคอ สีหราชทำหน้ายิ้ม ๆ ยังเกยคางเอาไว้บนไหล่ของหญิงคนรัก
“ไปดูชุดอะไรเรียบร้อยแล้วเหรอ” ข้าวผัดถามขึ้น
“ครับผม” ข้าวโพดยิ้มกว้างปากบานด้วยความยินดี
“แต่งที่โบสถ์บ้านเราก็ดีนะ พ่อกับแม่ของหลิวว่ายังไง” ข้าวผัดหันหน้ากลับมาถามสองหนุ่มสาว
“ค่ะ หลิวแล้วแต่พี่สิงห์” เธอตอบแต่คำพูดเอาใจแฟนหนุ่มน่าดู
“สวีตกันจริง ๆ” พี่สาวทำเสียงสูง
ทั้งคู่ได้แต่ยิ้มกว้างและหัวเราะออกมาเบา ๆ
“คุณพ่อ” ผิงผิงทิ้งรถเข็นทันที ก่อนจะวิ่งเข้ามาสวมกอดผู้ชายตัวสูงใหญ่แต่ตอนนี้สีผมเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว เขาสวมกอดลูกสาวที่รักเอาไว้แน่นทำน้ำตาคลอด้วยกันทั้งคู่
“คิดถึงคุณพ่อมาก ๆ ค่ะ” เธอทำน้ำเสียงเครือ ๆ และน้ำตารินไหลเช่นกัน แต่ใบหน้าของคนทั้งคู่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม
“แม่กับลุงสันต์สบายดีนะลูก” ไผ่เอ่ยถามถึงเมียเก่าและสามีใหม่ของเธอ
“ค่ะ แม่ฝากของมาให้พ่อกับพี่ข้าวผัดเยอะเลย”
“อ้าว... เพชร”
ผิงผิงหันหน้าไปหาน้องชายที่ยืนยิ้มแป้นอยู่ข้างหลังของพ่อเด็กหนุ่มวัยย่างเข้าสิบห้าตัวสูงเกือบจะทันคุณพ่อแล้ว ยกมือไหว้พี่สาวต่างมารดาทันที
“เป็นหนุ่มน้อยแล้วนะ” เธอผละออกจากคุณพ่อตรงเข้าไปสวมกอดน้องชายที่ทำหน้าแดง ๆ ตอนที่พี่สาวกอดแน่นและหอมแก้มของเขาสองสามที ไผ่ยืนหัวเราะอยู่ใกล้ ๆ ตรงเข้ามาสวมกอดลูกทั้งสองคน
“รีบกลับกันดีกว่า ลุงดำ ป้าไก่ พี่ข้าวผัด น้องพอร์ช รออยู่” ไผ่เอ่ยถึงทุกคน
“พี่ข้าวโพดไม่อยู่เหรอคะ” ผิงผิงถามโพล่งขึ้นมาทันที สีหน้าจ๋อยลงไปด้วยความผิดหวัง
“พี่ข้าวผัดโทรตามตั้งหลายรอบไม่เห็นรับสาย สงสัยจะยุ่ง แต่ยังไงก็ต้องได้เจอกันอยู่แล้ว พักนี้เขามาที่บ้านบ่อย ต้องเตรียมงงเตรียมงาน” คำบอกเล่าของพ่อทำให้เธอหน้าฉงนไปใหญ่
“งานอะไรคะพ่อ” เธอถามออกไป
“น้าข้าวโพดจะแต่งงานครับ” เพชรตอบออกมาแทนคุณพ่อเสียเอง
ข่าวที่ได้รับรู้ทำให้คนได้ยินถึงกลับออกอาการผิดหวังขึ้นมา ตอนนี้ในหัวใจมันสั่นแปลก ๆ ผิงผิงรู้สึกเศร้า ๆ พิกล
“แฟนพี่ข้าวโพดสวยไหม” เธอหันหน้าไปหาน้องชายทันที
ตอนนี้พ่อไผ่เดินไปหารถเข็นของลูกสาว
“ก็สวยหวานน่ารัก เรียบร้อยด้วยครับ ทำอาหารเก่งครับ” คำพูดของเพชรทำให้ผิงผิงหน้าเสียลงไปอีก
‘แต่งงานได้ไง ไหนเราสัญญากันแล้วว่าจะแต่งงานกัน’ เธอพร่ำพรรณนาอยู่ในใจ
“มาทางนี้ลูก รถจอดอยู่ทางนี้” ไผ่เดินนำหน้าทั้งสองคนออกไปตามทางเดิน
ผิงผิงโอบไหล่ของน้องชายเอาไว้แล้วเดินตาม
“พี่มีของมาฝากเพชรด้วยนะ” เธอเปลี่ยนอารมณ์ ยิ้มน้อย ๆ ให้กับเพชร
“พี่จะมาอยู่ที่นี่กับพวกเราจริง ๆ หรือครับ” เพชรถามพี่สาว
“จ้ะ โรงเรียนที่พี่ส่งใบสมัครมาเขาตอบรับพี่แล้วนะ สอนภาษาอังกฤษให้กับเด็ก ๆ”
“ดีใจจังเลยครับ แม่คงดีใจมาก ๆ พูดถึงพี่ทั้งวันเลย” เพชรเอ่ยไปถึงแม่ข้าวผัดของเขา ผิงผิงได้แต่ยิ้ม เธอยังจำทุกอย่างที่ไร่สิงขรได้
“มาแล้ว มาแล้ว...” ไก่เดินเร็วออกมาทันทีที่เห็นรถยนต์ของไผ่มาจอดที่ลานหน้าบ้าน
“พี่ดำ มากันแล้วจ้า” ไก่ยังตะโกนไปบอกสามีที่นั่งดูทีวีอยู่ไม่ไกลนัก
“เร็ว ๆ พอร์ช...” ข้าวผัดเรียกลูกชาย อุ้มตัวของพอร์ชลงจากเก้าอี้
“ใครมา” ข้าวโพดถามพี่สาว แต่เธอไม่ให้คำตอบ แต่ยิ้มอย่างมีเลศนัย
“ออกมาสิ ข้าวโพด หลิวด้วย” เธอกวักมือเรียกทั้งสองคนให้เดินตาม
เพชรลงมาจากรถก่อนใคร เขารีบลงมาเปิดประตูให้พี่สาวคนสวยของเขาสายตาของดาริกามองใบหน้าของทุกคนที่กำลังทยอยเดินออกมารอรับ เธอมีรอยยิ้มฉายชัดขึ้นมาทันที
“ไปสิลูก ลงไป... ทุกคนบ่นถึงกันตั้งแต่เช้า” ไผ่ไล่ลูกสาวให้ลงจากรถ
“ตื่นเต้นค่ะพ่อ” เธอหันไปบอกพ่อ ไผ่ยิ้มให้ลูกสาวอย่างเอ็นดู
ผิงผิงหันหน้ากลับไป ภาพที่ปรากฏตรงหน้า ชายหนุ่มที่เธอเฝ้าคิดถึงทุกคืนวัน ยืนประสานมือจับกันแน่นกับผู้หญิงผิวขาวนวลและรอยยิ้มที่สดใสของเธอ
‘คนไม่รักษาคำพูด เชอะ...’
ผิงผิงเอ่ยต่อว่าพี่ชายเพื่อนเล่นในวัยเด็กของเธอในใจ เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าที่หล่อเข้มขึ้นตามวัยดาริกาขยับตัว ก่อนจะใช้มือเปิดดันประตูที่น้องชายเปิดให้ เธอก้าวขาลงไปยืนข้างล่าง
ขายาว ๆ ที่สวมรองเท้าบูตส์ส้นสูงก้าวลงไปยืนนิ่ง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ไล่ความขุ่นใจไม่ชอบที่เห็นพี่ข้าวโพดควงสาวสวย เธอปรับอารมณ์ก่อนจะยิ้มกว้างหมุนตัวออกไป
ใบหน้าสวย ๆ แต่ยังมีเค้าเดิมของวัยเด็ก ตัวที่สูงโปร่ง กับผมยาวสลวย เธอมาพร้อมกับการแต่งกายที่เนี้ยบ รอยยิ้มที่ฉาบเต็มใบหน้า
“ผิงผิง” ป้าไก่เรียกชื่อเธอดังกว่าใคร ๆ อ้าแขนกว้างรอรับหลานสาวที่คิดถึง
ดาริกายกมือไหว้ทุก ๆ คน เดินเข้าไปหาป้าไก่เป็นคนแรก
“อุ้ยตาย... ทำไมสวยอย่างนี้ เห็นแต่ในรูป ตัวจริงสวยกว่า” ป้าไก่ชมหลานสาวไม่ขาดปาก ดาริกาไม่ได้กลับมาเมืองไทยเกือบหกปีแล้ว
“ป้าไก่ก็ยังดูสวยและยังแข็งแรงนะคะ” เธอยิ้มเอาใจ สวมกอดคุณป้าของเธอแน่น ป้าไก่หอมซ้ายหอมขวาด้วยความรักและเอ็นดู
“สวัสดีค่ะ ลุงดำ” เธอหันไปไหว้ชายสูงวัยที่ยิ้มกว้างให้เช่นกัน ลุงดำยกมือขึ้นตบหัวของผิงผิงเบา ๆ
“พี่ข้าวผัด” เธอหันไปกอดพี่สาวที่รักยิ่งที่ช่วยดูแลเธอตอนเด็ก ๆ
“หิวไหม พี่มีแต่ของโปรดของเราทั้งนั้นเลย” ข้าวผัดรีบบอกอย่างเอาใจ
“ยังค่ะ ไหนน้องพอร์ช ยังไม่เคยเจอกันเลย” เธอถามหาน้องชายคนเล็กทันที เด็กชายศรันย์ที่จับชายเสื้อของแม่เอาไว้แน่น ยิ้มให้พี่สาวคนสวยอย่างเขิน ๆ
ดาริกาย่อตัวลงไปก่อนจะหอมแก้มเด็กน้อยไปหลายฟอด
“หวัดดีครับหรือยัง” คุณแม่ส่งเสียงสั่งลูกชาย น้องพอร์ชพนมมือไหว้อย่างเขิน ๆ
ภาพหญิงสาวที่สวยงามเกินกว่าที่เขาเคยคิดไว้ ทำให้พี่ข้าวโพดตะลึง ไม่คิดว่าน้องสาวผิงผิงตัวเล็ก ๆ ของเขาจะโตเต็มสาวได้ขนาดนี้ รอยยิ้มกับแววตาที่สดใส ทำให้เขายิ้มออกมาด้วยความดีใจ แต่ผิงผิงกับทำมองแล้วผ่านเลยไป
“ใครคะ” ครูหลิวถามแฟนหนุ่มทันที สีหราชเป็นคนไม่ค่อยเล่าเรื่องอะไรในบ้านของตัวเองให้เธอฟังสักเท่าไหร่
“ลูกสาวคนโตของอาไผ่ ที่ไปอยู่กับแม่ของเธอที่อเมริกา”
“อ๋อค่ะ... สวยจังนะคะ” เธอบอกกับพี่สิงห์ หันไปยิ้มแล้วมองตามการเคลื่อนไหวของหญิงสาว
“จะไม่ทักพี่หน่อยหรือ” เสียงเข้มถามขึ้นทันทีที่เธอลุกขึ้นยืน
ดาริกาค่อย ๆ หันหน้าไปยิ้มสดใสให้กับพี่ข้าวโพด และแฟนสาวของเขา
“คิดถึงจังค่ะ” เธอไม่ได้ยกมือไหว้ แต่ตรงเข้าไปกระชากตัวของพี่ข้าวโพดมากอดทันที จงใจเบียดหน้าอกที่ไม่เล็กไปกับแผงหน้าอกของชายหนุ่ม และหอมแก้มของเขาทันที
ข้าวโพดทำเหวอ เพราะไม่คิดว่าจะได้รับการทักทายแบบนี้
“ผิงผิง นี่แฟนพี่” ข้าวโพดเอ่ยแนะนำทันทีที่เธอผละตัวออกจากเขา แต่ยังจับมือของพี่ข้าวโพดเอาไว้แน่น แล้วยังจงใจบีบให้แรง ๆ เพื่อให้ชายหนุ่มเจ็บ พร้อมส่งสายตาตัดพ้อออกไปในแวบแรก ก่อนจะหันไปยิ้มกว้างให้กับสาวสวยที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ กัน
“สวัสดีค่ะ”
ข้าวโพดยกมือขึ้นไปโอบไหล่ของครูหลิวเอาไว้
“เรียกพี่หลิวสิ พี่หลิวแก่กว่าผิงผิง”
ดาริกายกมือไหว้เธอ ก่อนจะส่งยิ้มให้
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ พี่หลิว” ปากพูดดี แต่แววตาที่ส่งมาให้เหมือนเป็นศัตรูกันมาสักสิบชาติ ครูหลิวถึงกลับเย็นในหัวใจกับรอยยิ้มของน้องสาวของแฟนหนุ่ม
“ค่ะ ยินดีที่ได้เจอกัน ไม่เคยเห็นพี่สิงห์พูดถึงน้องผิงผิงเลย”
“ค่ะ พี่สิงห์คงจะลืมน้องสาวคนนี้ไปชั่วขณะน่ะค่ะ แต่ต่อไปเราคงมาระลึกความหลังกันได้หลังจากนี้ พี่สิงห์ขา... ผิงผิงมาทวงคำสัญญานะคะที่กลับมาเมืองไทยเที่ยวนี้” เธอหันไปบอกกับเขาเสียงเย็น ส่งสายตาล้อเล่นให้กับเขาแล้วหันมาจับมือว่าที่พี่สะใภ้ที่กำลังทำหน้างง ๆ ส่วนพี่ข้าวโพดทำหน้าปูเลี่ยน ๆ
“ผิงผิงดีใจจริง ๆ นะคะที่ได้รู้จักพี่หลิว ต่อไปผิงผิงคงรบกวนพี่หลิวหลายเรื่องเลยค่ะ” ครูหลิวเกิดอาการงง ๆ กับพฤติกรรมของน้องสาวคนสวย
“ผิงผิง ข้าวโพด หลิว เข้ามาในบ้านดีกว่า” พี่ข้าวผัดตะโกนออกมา
“ไปค่ะ พี่หลิว” เธอจูงมือพี่สาวคนใหม่ที่เพิ่งรู้จักอย่างสนิทสนม
แล้วดาริกาหันหน้าไปพี่ข้าวโพดยิ้มกว้างให้เขาแบบแปลก ๆ พร้อมกับสายตาแพรวพราวข้าวโพดยังคงมึน ๆ ยังคิดอะไรไม่ออก
“กินเยอะ ๆ นะ ผิงผิง” ทุกคนต่างพากันเอาอกเอาใจดาริกา
“ขอบคุณมากค่ะ” เธอยิ้มกว้าง หัวใจเบิกบานเป็นสุขใจ ถ้าไม่สะดุดตาที่สองหนุ่มสาวที่กำลังป้อนข้าวป้อนน้ำให้แก่กันอย่างไม่อายสายตาของใคร ๆ
เธอเสียใจสิ ความตั้งใจในวัยเด็กไม่เคยเปลี่ยนไป ดาริกาสาวสวยรสแซ่บปฏิเสธผู้ชายทุกคนที่เข้ามาจีบและต้องการประสานสัมพันธ์ด้วย เพราะหัวใจดวงเดียวที่ปฏิพัทธ์อยู่กับพี่ข้าวโพดคนเดียวเท่านั้น แต่วันนี้เธออกหักเสียแล้ว
“ผิงผิงจะมาอยู่ที่นี่จริง ๆ หรือ” ลุงดำเอ่ยถาม
“ค่ะ ตอนนี้โรงเรียนเชียงใหม่แม่มารีอุปถัมภ์ตอบรับผิงผิงเข้าทำงานแล้วนะคะ ตำแหน่งอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ สัญญาหนึ่งปี “ หญิงสาวบอกด้วยความภูมิใจ
“จริงเหรอ... งั้นผิงผิงก็ได้สอนที่เดียวกับหลิวเลยนี่ ใช่ไหมหลิว” พี่ข้าวผัดพูดขึ้น
“อะไรนะคะ” ผิงผิงถามกลับพร้อมกับหันไปมองหน้าว่าที่พี่สะใภ้กับพี่ชาย
“ค่ะ พี่หลิวสอนภาษาไทยอยู่ที่นี่เหมือนกัน” หลิวหันมาตอบพร้อมรอยยิ้ม
ดาริกาได้ยินค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมา
‘ดวงสมพงศ์กันนะ เราสามคน ชาติก่อนผิงผิงเคยไปแย่งคนรักของพี่หรือคะ ชาตินี้ก็เลยมาแย่งคนรักของผิงผิงกลับ’ เธอคิดในใจ
“ดีใจจังค่ะ พรุ่งนี้ผิงผิงต้องไปรายงานตัว รบกวนพี่หลิวให้คำแนะนำด้วยนะคะ”
“อุ้ย... พรุ่งนี้พี่หลิวต้องไปสัมมนาที่ต่างจังหวัดเริ่มเดินทางตั้งแต่หัวรุ่ง ให้พี่สิงห์ไปส่งสิคะ ถึงพี่สิงห์ไม่ได้สอนที่นี่ แต่ก็รู้จักทุกคนเลย” หลิวหันไปส่งยิ้มให้กับพี่ข้าวโพด
“เหรอคะ” คำพูดที่มาพร้อมกับสายตาเยาะหยันในตัวเองนิด ๆ
‘ผิงผิงมาช้าไปเหรอคะ’ เธอถามพี่ข้าวโพดในใจ
“ไปส่งน้องหน่อยสิพรุ่งนี้” ป้าไก่รีบทำเสียงเข้มใส่เจ้าลูกชาย
“แม่... เออ...” ข้าวโพดทำท่าจะปฏิเสธ
“หยุด! ไม่ต้องพูดเลยมารับน้องแปดโมงตรงนะ” คุณแม่ยังทำเสียงดังอีกทั้งยกนิ้วชี้ขึ้นมาชี้ไปยังหน้าของลูกชาย
“ขอบคุณมากนะคะพี่ข้าวโพด” ผิงผิงแสดงความดีใจออกมาอย่างชัดเจน
“เฮ้อ!” ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเบา ๆ
“ขอบคุณมากนะคะสำหรับอาหารมื้อแรกในเมืองไทยของผิงผิง อร่อยที่สุดเลยค่ะ ดีใจที่ได้กลับมาบ้านของเราอีกครั้ง”
ป้าไก่หันหน้าไปกอดหลานสาวเอาไว้ทั้งตัว
“อยู่กับเราให้นาน ๆ สิลูก”
“ค่ะ ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ผิงผิงอยากจะอยู่เมืองไทยมากกว่า”
“ทำไมพูดแบบนั้น” ป้าไก่รีบดักคอ เพราะเห็นหลานสาวทำหน้าจ๋อย ๆ ปรายตามองคนรักคู่นั้นด้วยหัวใจที่เจ็บจี๊ด ๆ
“พูดเล่นหรอกค่ะป้าไก่ขา แล้ววันนี้ให้ผิงผิงนอนกับใครคะ” เธอรีบเปลี่ยนเรื่องพูด
“นอนกับพ่อสิ” ไผทรีบพูดขึ้นมาทันที
“ใช่ พี่จัดที่นอนไว้เรียบร้อยแล้ว นอนรวมกันทุกคนเลย” ข้าวผัดชี้นิ้วไปยังลูกชายอีกสองคนด้วย
“ค่ะ” ทุกคนมีสีหน้ายิ้มแย้ม
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จก็มานั่งรวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่น
สิงขรให้สีหราชเอาไวน์ที่ผลิตเองมาเปิดเพื่อให้หลานสาวคนสวยได้ชิมด้วย สามหนุ่มต่างวัยจึงยกกระดกแก้วไวน์เข้าปาก
ดาริกานั่งลงใกล้ ๆ คุณพ่อของเธอ พี่ข้าวโพดจึงรินไวน์ให้เธอหนึ่งแก้ว
“ดื่มสักหน่อย ชิมฝีมือการบ่มไวน์ของที่นี่ดูสิ” ข้าวโพดส่งยิ้มพลางคะยั้นคะยอ
“หอมดีนะคะ” ดาริกาบอกกับทุกคน หลังจากที่ยกขึ้นมาดมกลิ่นของไวน์ ก่อนจะวนแก้วแล้วยกขึ้นแตะที่ริมฝีปาก เธอยกขึ้นดื่มจนหมดแก้ว
“อร่อยค่ะ” เธอบอกกับลุงดำ คำพูดของหลานสาวทำให้ลุงยิ้มกว้าง
“ต้องชมพ่อไผ่สิ สูตรของเขาเลยล่ะ”
“คุณพ่อของผิงผิงเก่งที่สุดอยู่แล้ว”
เธอสอดแขนเข้าไปโอบกอดรอบเอวของพ่อเอาไว้ แล้วซบหน้าลงไปแนบอก ไผทยกมือขึ้นโอบกอดตอบ แล้วก้มลงไปหอมที่ผมของลูกสาว
บทสนทนาและคำถามต่าง ๆ พรั่งพรูออกมาจากปากของทุกคน เพื่อถามไถ่เรื่องราวที่ทุกคนอยากรู้จากปากของดาริกา
“พี่สิงห์คะ” ครูหลิวเรียกชื่อคนรัก
“จ้า” สีหราชขานรับเสียงหวาน
“หลิวยังไม่ได้เก็บเสื้อผ้าเลยค่ะ”
“อ้อ... ได้สิ ขอตัวทุกคนก่อนนะครับ ผมต้องไปส่งหลิว พรุ่งนี้ต้องเดินทาง” ข้าวโพดรีบขอตัว
“เอ่อ... เรื่องโบสถ์ว่ายังไง จะให้พ่อจองวันไหน ได้วันดีหรือยัง” สิงขรถามสวนขึ้นมาทันที
“ต้องแล้วแต่หลิวครับ” ข้าวโพดตอบคุณพ่อ
“ยังเลยค่ะคุณพ่อ รอฤกษ์จากคุณแม่ของหลิวก่อนนะคะ แล้วค่อยโทรมาบอกคุณพ่ออีกทีค่ะ” ครูหลิวรีบตอบแทนข้าวโพด
สิงขรไม่พูดอะไรได้แต่พยักหน้าให้
“พี่เข้าห้องน้ำแป๊บนะ หลิวออกไปรอได้เลย” สีหราชหันหน้ามาบอกคนรัก เขาเดินเลี่ยงไปยังห้องน้ำที่อยู่ใต้ถุนเรือนหลังใหญ่
ดาริกาถอนหายใจออกมาเบา ๆ กับสิ่งที่ได้ยิน ความรู้สึกข้างในอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก หญิงสาวลุกขึ้นเดินตามพี่ข้าวโพดไปทางห้องน้ำ ดักรอเขาอยู่ที่หน้าประตูนั้น
“โอ้... ตกใจหมดเลย” ข้าวโพดสบถออกมาทันทีที่เปิดประตูออกมาเจอผิงผิง
“ทำไมพี่ข้าวโพดทำกับผิงผิงอย่างนี้คะ” เธอโพล่งปากถามออกไปทันที ใบหน้าของผิงผิงแดงก่ำเพราะฤทธิ์ดีกรีของแอลกอฮอล์ที่มีอยู่ในไวน์ ปกติหญิงสาวไม่เคยแตะต้องมันเลยด้วยซ้ำไป แต่วันนี้เห็นว่าเป็นไวน์ที่พ่อทำเอง และดื่มอยู่ในบ้าน
“ผิงผิงเรื่องอะไร?” ข้าวโพดย้ำเพื่อความแน่ใจ
“เรื่องที่พี่ต้องแต่งงานกับคนอื่น แล้วไม่รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับผิงผิง”
“โธ่... ผิงผิงน้องสาวของพี่ เรื่องเมื่อผิงผิงตัวกะเปี๊ยกยังจำได้อีกหรือเรา”
เขายิ้ม ๆ แล้วยกมือขึ้นขยี้หัวน้องสาวด้วยความเอ็นดูแต่ดาริกาไม่ได้เห็นเป็นเรื่องขบขัน เธอทำน้ำตาคลอ ก่อนจะยึดเอามือของพี่ข้าวโพดมาถือเอาไว้ แล้ววางมันไว้ที่หน้าอกของตัวเอง ตรงตำแหน่งของหัวใจ
“ผิงผิงไม่เคยลืม ยังยึดมั่นคำตอบของพี่ข้าวโพดเสมอ”
“แต่พี่ไม่ได้รักเราแบบนั้นนะ พี่เอ็นดูผิงผิงแบบน้องสาวที่น่ารักของพี่มากกว่า” คำพูดและสายตาของสีหราชคือพี่ชายที่แสนดี
ทันใดนั้น ดาริกากลับสอดแขนของตัวเองขึ้นรั้งไปที่ท้ายทอยของชายหนุ่ม ก่อนจะดึงโน้มใบหน้าเท่ ๆ ของพี่ชายเข้ามาหา เธอเผยอปากเขย่งปลายเท้าขึ้นประกบกับริมฝีปากของพี่ข้าวโพดทันที
สีหราชได้แต่ยืนอึ้ง ปล่อยให้น้องสาวคนสวยสอดแทรกปลายลิ้นเข้ามาในโพรงปากของเขา และดูดดึงปลายลิ้นของเขาเพื่อเชิญชวนสีหราชยกมือขึ้นผลักใบหน้าสวย ๆ ของน้องสาวให้ออกห่าง ก่อนจะจับแขนของเธอทั้งสองข้างเอาไว้แน่น
“อย่าทำแบบนี้อีกนะผิงผิง” เขาทำหน้าดุ เสียงเข้ม ใบหน้าแดงก่ำด้วยความกระดากอายแทน
แต่ตอนนี้ผิงผิงกลับยืนน้ำตาซึมกับสายตาที่เย็นชาของเขา แล้วเขาก็เดินจากไปอย่างรวดเร็วดาริกาเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรง เธอนิ่งงันกับหัวใจเหี่ยวเฉา
‘ทำไมคะ...’ เธอถามตัวเองได้แค่นั้น
อีกมุมหนึ่งมนัสวีย์มองการกระทำของสีหราชกับดาริกาที่ประกบริมฝีปากกันแนบแน่น มันเป็นเวลาที่เนิ่นนานพอจะทำให้ความรู้สึกของครูสาวกระตุกได้เช่นกัน
เธอสะบัดหน้าหนีก่อนที่ทั้งสองจะผละออกจากกัน หลิวยกมือขึ้นกุมที่หน้าอก หายใจติดขัด เพราะความหึงหวง เธอเดินลิ่ว ๆ กลับไปรอเขาที่รถ