ณ เกาะส่วนตัวที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก
ขณะนี้สถานที่ประมูลใต้ดินที่ล้อมรอบไปด้วยน้ำทะเลกำลังสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ
ที่นี่แตกต่างจากสถานที่ประมูลที่อื่นๆ เพราะจะประมูลกันแค่สัตว์หายากและสัตว์แปลกๆ เท่านั้น
มีข่าวลือว่า เพียงแค่มีเงิน คุณก็สามารถที่จะซื้อของอะไรที่นี่ก็ได้ รวมไปถึงชีวิตด้วย
เวลานี้การประมูลได้มาถึงจุดไคลแม็กซ์แล้ว
“สินค้าชิ้นสุดท้ายที่จะนำออกมาประมูลในค่ำคืนนี้คือของล้ำค่าปิดท้ายรายการ ซึ่งก็คือทาสโลหิตนั่นเองครับ โดยราคาประมูลจะเริ่มต้นที่หนึ่งร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐครับ!”
ภายในสถานที่ประมูล ทันทีที่ผู้ดำเนินการประมูลประกาศออกมาเช่นนี้ ทุกคนต่างก็เริ่มตั้งคำถามขึ้นมา!
“ทาสโลหิต ก็แค่ทาสอย่างหนึ่งเองไม่ใช่หรือไง? มันจะมีประโยชน์สักแค่ไหนกันเชียว!”
“อะไรนะ ฉันก็คิดว่ามันเป็นสมบัติล้ำค่าอะไรซะอีก ทำเป็นเล่นใหญ่ไปได้!”
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความสงสัยที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ กรงขนาดใหญ่ที่คลุมผ้าไหมสีดำเอาไว้ค่อยๆ เลื่อนลงมาจากด้านบนและถูกนำมาวางไว้บนแท่นจัดแสดงสินค้าในการประมูล จากนั้นพิธีกรก็เลิกผ้าสีดำขึ้น
ด้านในมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนอนเอนหลังอยู่อย่างเด่นชัด!
แสงที่สว่างจ้าขึ้นมาอย่างฉับพลันทำให้เด็กสาวหรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง บนตัวของเธอถูกคลุมเอาไว้แค่ผ้าคลุมสีขาวบางๆ เผยให้เห็นรูปร่างที่เพรียวบางและผมสีดำยาวหนาดกดำที่ปลายสยายเอาไว้บนพื้น ตัดกับผิวที่ขาวเนียนของเธอโดยสิ้นเชิง ทำให้เธอดูโดดเด่นและบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้น
สวยมาก! สวยจนน่าเหลือเชื่อ!
เธอสวยถึงเพียงนี้ ทำไมถึงได้กลายเป็นทาสโลหิตไปได้ล่ะเนี่ย?!
แบบนี้มันเหมือนเป็นแค่ของเล่นที่ส่งตรงมาให้ถึงหน้าบ้านอย่างโจ่งแจ้งไม่มีผิดเลย!
บางคนถูกกระตุ้นทางอารมณ์อย่างรุนแรงไปชั่วครู่ ในขณะที่บางคนก็อดไม่ได้ที่จะถามออกมาด้วยความสงสัย
ผู้ดำเนินการประมูลกระแอมไอออกมาสองครั้งก่อนจะอธิบายต่อ “ในนามของเกาะสวรรค์ ผมกล้ารับประกันได้ว่า เธอคือสิ่งมีชีวิตเพียงชนิดเดียวในโลกที่นำไปวิจัยพัฒนาตัวยาได้สำเร็จ เลือดของเธอสามารถถอนพิษได้ทุกชนิด โดยที่ร่างกายของเธอจะสามารถรักษาตัวเองได้อย่างรวดเร็ว แถมยังมีสรรพคุณช่วยยืดอายุขัยให้ยืนยาวได้ด้วยครับ!”
ถอนพิษได้ทุกชนิด! ยืดอายุขัยให้ยืนยาว!
ถ้าได้ผลเช่นนี้จริง งั้นก็ถือว่ามันเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมขนานแท้เลยล่ะ!
ฝูงชนต่างก็ส่งเสียงโห่ร้องกันขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น
“ในเมื่อมีผลลัพธ์ที่น่าทึ่งขนาดนี้ แค่พูดอย่างเดียวผมคงไม่เชื่อหรอก ต้องแสดงให้ดูก่อนสิ!”
ผู้ดำเนินการประมูลยิ้มอย่างสุภาพและดีดนิ้วครั้งหนึ่ง
ทันใดนั้นเอง ที่นั่งแขกวีไอพีแถวทิศตะวันออกก็มีเสียงของหนักล้มตึงลงกับพื้นดังขึ้นมา ลู่หย่วนหมิงเศรษฐีหน้าใหม่ผู้ทรงอิทธิพลในวงการเทคโนโลยีของประเทศฮวาที่กำลังมาแรงที่สุดในขณะนี้ เขาได้ลงไปนอนขดตัวอยู่บนพื้น สีหน้าเขาดูดำคล้ำ มุมปากมีน้ำลายปนเลือดไหลซึมออกมา
แพทย์ประจำตัวเขารีบเปิดกล่องปฐมพยาบาลอย่างร้อนรน แต่หลังจากตรวจอย่างละเอียดแล้วกลับไม่สามารถหาสาเหตุของอาการได้
แววตาของผู้ดำเนินการประมูลฉายแววความโลภออกมา เขาส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ทำการเปิดใช้งานอุปกรณ์เก็บเลือดในกรงทันที หลังจากนั้นก็มีท่อใสค่อยๆ ยื่นออกมาและเล็งไปที่คอของเด็กสาวในกรง
เมื่อเข็มเย็นๆ แทงลงเข้าไปในผิวหนัง เธอก็เจ็บจนขนตาสั่นไหว แต่กลับไม่สามารถที่จะขัดขืนอะไรได้ ราวกับว่าเธอเคยชินกับมันไปเสียแล้ว ……
เมื่อฉีดเลือดสีแดงสดสามสิบมิลลิลิตรเข้าไปในร่างกายของลู่หย่วนหมิงผ่านหลอดหยดที่ทำขึ้นมาพิเศษ ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ร่างกายที่แข็งทื่อของเขากลับมามีอุณหภูมิปกติ สีหน้าที่ดำคล้ำจางลงอย่างเห็นได้ด้วยตาเปล่า สายตาที่ล่องลอยค่อยๆ กลับมามีโฟกัสอีกครั้ง
เขาไอเอาเสมหะสีดำออกมาและหอบหายใจอย่างแรงขึ้นมาอีกครั้ง
“แขกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ การถอนพิษเป็นเพียงแค่ผลพลอยได้เท่านั้น การมีอายุขัยที่ยืนยาวต่างหากที่เป็นหัวใจสำคัญ!” ผู้ดำเนินการประมูลควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว
ม่านผ้าไหมข้างเวทีประมูลถูกดึงเปิดออก เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเข็นวีลแชร์เข้ามา บนวีลแชร์มีหญิงชราที่กายผอมโซมากคนหนึ่งนั่งอยู่ เครื่องวัดชีพจรที่ข้อมือแสดงอัตราการเต้นของหัวใจแค่เพียงสามสิบแปดครั้งต่อนาที เธออยู่ในภาวะใกล้ตายและอาจถูกประกาศว่าเสียชีวิตได้ทุกเมื่อ
หลังจากผู้ดำเนินการประมูลส่งสายตาให้เจ้าหน้าที่แล้ว เขาก็ทำการฉีดเลือดที่เหลือจากการดูดออกมาก่อนหน้านี้เข้าไปในร่างกายของหญิงชราคนนั้น
ทันใดนั้นเครื่องมอนิเตอร์ก็ส่งเสียงสัญญาณเตือนขึ้นมาดังสนั่นหวั่นไหว ทว่ากลับไม่ใช่สัญญาณเตือนการเสียชีวิต แต่อัตราการเต้นของหัวใจพุ่งพรวดขึ้นไปถึงหกสิบแปดครั้งต่อนาที ค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดก็พุ่งทะยานจากสี่สิบเปอร์เซ็นต์ขึ้นไปถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ในทันที
หลังจากนั้น หญิงชราที่นั่งอยู่บนวีลแชร์ก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น เสียงของเธออ่อนแรงแต่ฟังได้ชัดเจนจนน่าประหลาดใจ “ฉัน ฉันอยู่ที่ไหนเนี่ย? คุณคือเทพธิดาจากสวรรค์ที่มารับฉันเหรอ?”
จากนั้นทั่วทั้งงานก็ตกอยู่ในความเงียบงัดราวกับป่าช้า ผู้ดำเนินการประมูลยกไมโครโฟนขึ้นมาตะโกนเสียงดังว่า “เริ่มต้นทำการประมูลได้”
ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วมาก จากราคาเริ่มต้นที่หนึ่งร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐขึ้นไปเป็นห้าพันล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว
ในห้องวีไอพีส่วนตัวที่ซ่อนตัวอยู่บนชั้นสอง
ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ นิ้วที่เรียวยาวของเขาเคาะโต๊ะขึ้นมาเป็นครั้งคราว
เครื่องหน้าของเขาดูคมเข้มมีมิติ ราวกับถูกแกะสลักมาอย่างประณีต ทว่ากลับมีรังสีของความเย็นชาแผ่ออกมา
เขาหรี่ตามองเด็กสาวบนเวทีประมูลที่ยังคงเอนหลังอย่างแน่นิ่งอยู่หลังจากที่ถูกดูดเลือดออกไป ราวกับว่าสภาวะอันบ้าคลั่งของฝูงชนที่อยู่ด้านล่างเวทีประมูลไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับเธอเลยแม้แต่น้อย ทันใดนั้นเขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างเงียบๆ
“พี่เยี่ยน” เผยจี้ชวนขยับเข้าไปกระซิบข้างหูชายคนนั้นว่า “โบราณวัตถุที่มีชิ้นเดียวในโลกที่พวกเราประมูลมาถูกบรรจุเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เราออกไปได้แล้วนะครับ”
ชายคนนั้นไม่ได้พูดอะไร
เมื่อเห็นว่าเขากำลังจ้องมองไปที่เวทีประมูลอย่างใจจดใจจ่อ เผยจี้ชวนจึงถามขึ้นว่า “พี่เยี่ยน ต้องการประมูลไหม บางทีอาการป่วยของคุณชายรองอาจจะ……”
ป๋อเยี่ยนเจวี๋ยโบกมือ แล้วก็ทำเสียงหึออกมาอย่างดูถูกเหยียดหยาม เขาที่มีรูปร่างสูงโปร่งลุกขึ้นยืนและหันหลังเดินออกไปข้างนอก
“ก็แค่ของเล่นหลอกลวงผู้คน แค่ขยะที่ยอมให้คนเล่นสนุกด้วยยังไงก็ได้เท่านั้น!”
เผยจี้ชวนรีบตามไปทันที ในขณะเดียวกันก็รู้สึกได้ว่าเขาได้ทำผิดพลาดอย่างโง่เขลาลงไปแล้ว
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ข้างกายของพี่เยี่ยนไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนมาให้เห็นหน้าเห็นตาเลย แม้แต่สัตว์เพศเมียก็ยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับทาสสาวคนนี้ที่ได้รับการฝึกฝนจากผู้คนมามากมาย ต่อให้จะสวยจนไร้ที่ติ แต่แล้วยังไงล่ะ?
อีกอย่าง เวลานี้ราคาประมูลก็พุ่งสูงขึ้นไปถึงหนึ่งหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐแล้วด้วย
เมื่อผู้ดำเนินการประมูลเคาะค้อนสามครั้ง การประมูลก็ถือว่าเป็นอันเสร็จสมบูรณ์!
คนที่ประมูลได้ไปคือนักธุรกิจร่ำรวยพุงพลุ้ยที่ดูมีอายุคนหนึ่ง เขารีบร้อนสั่งให้เปิดกรงออกเดี๋ยวนั้นเลย เขาอยากจะโชว์ให้ทุกคนที่อยู่ในงานได้เห็น ท่าทางดูภาคภูมิใจอย่างมาก!
เหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้ว เนื่องจากเขาเป็นเสี่ย ผู้ดำเนินการประมูลจึงต้องนั่งยองๆ ลงไปและใช้กุญแจไขเปิดกรง
ทว่าวินาทีที่เปิดกรงออก เด็กสาวที่หรี่ตาอยู่ครึ่งหนึ่งก่อนหน้านี้กลับลืมตาขึ้นมาอย่างเต็มที่แล้ว!
แววตาแห่งความอดทนอดกลั้นของเธอเลือนหายไปในชั่วพริบตาและถูกแทนที่ด้วยสายตาที่ดูเฉลียวฉลาดและเจ้าเล่ห์ตามธาตุแท้จริงๆ ของเธอ นอกจากนี้เธอยังส่งจูบให้กับนักธุรกิจผู้ร่ำรวยที่ตกตะลึงอยู่คนนั้นอีกด้วย
เธอลุกพรวดขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว แล้วก็ยกผ้าสีดำที่อยู่ข้างกรงขึ้นมาคลุมศีรษะของผู้ดำเนินการประมูลเอาไว้ จากนั้นก็วิ่งออกจากเวทีประมูลไปด้วยความเร็วราวสายฟ้าแลบ
ขณะที่เจ้าหน้าที่ของงานประมูลยังไม่ทันได้ตั้งตัว เด็กสาวก็วิ่งหนีออกไปแล้ว
ไม่รู้ว่าในมือเธอมีเข็มเงินอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ หลังจากที่เธอโยนออกไปอย่างไม่ใส่ใจ บอดี้การ์ดหลายคนที่กำลังตามหลังเธอมาก็ล้มตึงลงไปเลย
สถานการณ์เข้าสู่ความโกลาหลในทันที ทุกคนต่างก็ตื่นตกใจจนหน้าซีดไปหมด ต่างพากันวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง!
“เร็ว! จับตัวเธอไว้! ปิดทางออกให้หมด!” ผู้ดำเนินการประมูลหน้าถอดสีอย่างรุนแรง หากเธอหนีไปได้ เถ้าแก่จะต้องโกรธมากแน่ๆ ส่วนเขาอย่าฝันเลยว่าจะรอดชีวิตไปได้
บอดี้การ์ดสิบกว่าคนชักกระบองไฟฟ้าออกมา แล้วก็วิ่งไล่ตามเธอไป
แต่เด็กสาววิ่งเร็วมาก ผ่านไปไม่นาน เธอก็วิ่งจากด้านล่างของอัฒจันทร์วงกลมขึ้นไปหาทางออกด้านบนแล้ว
เมื่อเห็นว่ามีบอดี้การ์ดสามคนไล่ตามมาทางด้านขวา เด็กสาวผู้มีปฏิกิริยาว่องไวก็ไม่สนใจสิ่งอื่นใด เธอคว้ากล่องที่คลุมด้วยผ้าสีดำบนรถเข็นข้างๆ มาขว้างใส่เหล่าบอดี้การ์ดทันที!
องศาที่เธอขว้างออกไปเรียกได้ว่าแม่นยำสุดๆ ทำเอาเหล่าบอดี้การ์ดสลบไปในทันที ในขณะที่กล่องกระแทกพื้นจนเสียรูปทรง ด้านในมีเสียง ‘เพล้ง’ จากการแตกหักดังออกมาอย่างชัดเจน เศษกระเบื้องเคลือบจำนวนมากร่วงออกมาจากรอยแตกของกล่อง เสียงกระทบพื้นหินอ่อนดัง ‘เคร้งคร้าง’ ฟังดูใสกังวานแต่กลับแฝงไปด้วยความรู้สึกสิ้นหวัง
ที่ด้านข้าง ชายที่รับผิดชอบเข็นรถถึงกับหน้าถอดสีจนเขียวซีดไปหมด ขาของเขาอ่อนแรงจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ท่าทางเหมือนคนจะถึงฆาตไม่มีผิด “ซวยแล้ว นั่นมันของประมูลของคุณชายป๋อเชียวนะ ฉิบหายของจริง ฉิบหายแน่ๆ ……”
เด็กสาวขมวดคิ้ว คุณชายป๋องั้นเหรอ?
แต่ตอนนี้เธอไม่มีเวลามานั่งไตร่ตรองอะไรมากนัก ใบหูของเธอขยับเล็กน้อย ประสาทการได้ยินที่ไวเป็นพิเศษทำให้เธอรู้ว่ามีคนจำนวนมากพุ่งขึ้นมาจากทางด้านซ้าย
ดูจากทิศทางที่ฝูงชนหลบหนีกันแล้ว ทางออกก็น่าจะอยู่ด้านบนนั่นแหละ
ทันใดนั้นเด็กสาวก็ชูมือขึ้น ก่อนจะอาศัยแรงเหวี่ยงจับราวกั้นด้านบนไว้ จากนั้นก็ดีดตัวขึ้นอย่างแผ่วเบาและปีนขึ้นไปตามเสากลมตรงกึ่งกลางอย่างรวดเร็ว
ระหว่างนี้เธอยังถือโอกาสเตะป้ายโฆษณาที่แขวนอยู่ตรงราวกั้นจนร่วงลงไปทับกลุ่มบอดี้การ์ดที่วิ่งไล่ตามมาด้านล่างเข้าเต็มๆ อีกด้วย
ผู้ดำเนินการประมูลที่วิ่งไล่ตามมาเช่นกันกำลังรั้งท้ายอยู่ด้านหลังสุด เมื่อเห็นภาพดังกล่าว เขาก็ถึงกับตกตะลึงตาค้าง คิดไม่ถึงเลยว่าบอดี้การ์ดจำนวนมากจะถูกเธอจัดการจนเรียบแบบนี้!
ฝีมือของทาสโลหิตคนนี้ว่องไวปราดเปรียวจนน่าใจหายเลย
พอผู้ดำเนินการประมูลนึกถึงจุดจบของตัวเองแล้ว เขายอมทำให้เธอบาดเจ็บเพื่อรั้งตัวเธอไว้ดีกว่า จากนั้นเขาจึงกัดฟันชักปืนออกมา แล้วก็เล็งปากกระบอกไปยังเรียวขาขวาอันบอบบางของเด็กสาวที่กำลังปีนอยู่……
“ปัง!”
“ปัง!”
เสียงปืนสองนัดดังขึ้นพร้อมกัน
กระสุนนัดหนึ่งยิงปืนในมือของผู้ดำเนินการประมูลจนร่วงหล่นลงไป เมื่อเห็นรูปร่างสูงใหญ่ที่ดูสูงส่งทรงอำนาจที่ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าอย่างกะทันหัน เขาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว “คุณชายป๋อ……”
ส่วนกระสุนอีกนัดเกิดจากมืออันสั่นเทาของผู้ดำเนินการประมูลที่ยิงไปโดนด้านบนของเสากลมที่เด็กสาวกำลังปีนอยู่
เด็กสาวสะดุ้งด้วยความตกใจ ร่างกายเธอร่วงหล่นลงมาทันที
เธอรีบตีลังกากลางอากาศอย่างรวดเร็ว หวังจะหาจุดยึดเกาะใหม่อีกครั้ง
แต่ทว่าใครคนหนึ่งกลับยื่นมือหนาๆ ออกมาคว้าหมับเข้าที่ข้อเท้าอันบอบบางของเธออย่างรวดเร็วปานสายฟ้า
เด็กสาวเสียการทรงตัวอย่างกะทันหัน ร่างกายเธอถูกแรงมหาศาลฉุดกระชากเข้าหา จนล้มพับลงสู่อ้อมกอดที่ทั้งเย็นเยียบและแข็งแกร่งของใครคนหนึ่ง
เด็กสาวถลึงตามองชายตรงหน้าด้วยความโกรธเคือง แต่ในวินาทีที่เห็นใบหน้าของเขาชัดเจน ลมหายใจของเธอก็ต้องสะดุดไป
ใบหน้าของป๋อเยี่ยนเจวี๋ยภายใต้แสงไฟระยิบระยับของโคมระย้าคริสตัลในงานประมูลดูหล่อเหลาราวกับปีศาจ ผิวขาวซีดที่ดูเย็นชาแฝงไปด้วยกลิ่นอายของชนชั้นสูงที่ดูเปราะบางแต่อันตราย ดวงตาเรียวยาวหางตาเชิดขึ้นเล็กน้อยแทนที่จะแฝงไปด้วยความอ่อนโยนมันกลับคมปลาบราวกับใบมีดเคลือบด้วยน้ำแข็ง
“ตึง……”
ไม่รู้เหมือนกันว่าใครพลาดไปชนกล่องใส่เศษกระเบื้องเคลือบจนล้ม เสียงกระแทกทึบๆ ของเศษที่กลิ้งหล่นช่วยทำลายความเงียบกริบที่แสนสั้นลงได้ แต่กลับไม่สามารถสั่นคลอนป๋อเยี่ยนเจวี๋ยได้แม้แต่น้อย
สายตาที่ทะลุปรุโปร่งราวกับรังสีเอ็กซเรย์ของเขากวาดมองตั้งแต่หัวคิ้วที่ขมวดมุ่นของเด็กสาวไปจนถึงข้อมือที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากการขัดขืน เรียกได้ว่าสังเกตท่าทีต่อต้านทั้งหมดของเธออยู่ตลอดเวลา
ท่ามกลางความวุ่นวายเมื่อครู่นี้ เขาเห็นทุกอย่างแล้ว ทั้งตอนที่เด็กสาวคนนี้ปีนป่ายขึ้นไป สัญชาตญาณการเอาตัวรอดในดวงตาที่แน่วแน่คู่นั้นเปรียบเสมือนเปลวเพลิงที่เต้นระบำ ทั้งมีชีวิตชีวาและสะดุดตา จนไปสะกิดความอยากรู้อยากเห็นของเขาเข้าโดยไร้สาเหตุ
ที่แท้ก็ไม่ใช่ของเล่นที่ยอมจำนนต่อโชคชะตา แต่เป็นเจ้าตัวเล็กที่น่าสนใจซึ่งรู้จักดิ้นรนเอาตัวรอดในสถานการณ์คับขันนี่เอง
ป๋อเยี่ยนเจวี๋ยใช้นิ้วเรียวยาวลูบไล้ไปตามริมฝีปากของเธอด้วยเจตนาที่แฝงความร้ายกาจ จังหวะที่ปลายนิ้วบดคลึงริมฝีปากล่าง เด็กสาวก็ได้ยินน้ำเสียงอันเย็นเยียบที่ดังออกมาจากริมฝีปากบางๆ ของเขาได้อย่างแจ่มชัด “เจ้าตัวเล็ก เธอรู้ไหมว่าเมื่อกี้นี้เธอทำความผิดอะไรเอาไว้?”
ริมฝีปากของเด็กสาวถูกบดคลึงจนรู้สึกเจ็บ เธอเห็นแววชั่วร้ายที่ปะทุอยู่ในส่วนลึกของดวงตาชายคนนี้ เมื่อหวนนึกถึงท่าทางที่คนรอบข้างมีต่อเขาก่อนหน้านี้แล้ว
เขาอันตรายมาก!
“เธอทำลายของสะสมของฉัน นั่นคือของที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก เป็นของล้ำค่าที่ไม่มีอะไรทดแทนได้เลยนะ!”
ป๋อเยี่ยนเจวี๋ยพูดด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตาว่า “เธอรู้ใช่ไหมว่าควรทำยังไง?”
เขากำลังไถเงินอยู่งั้นเหรอ?
คนที่จะขึ้นมาบนห้องวีไอพีส่วนตัวแบบนี้ได้ ปกติถ้าไม่รวยก็ต้องมีอำนาจล้นฟ้านั่นแหละ คนรวยนิสัยขี้งกอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิดเลย!
เด็กสาวถลึงตาใส่เขาด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความไม่พอใจและการประชดประชัน เธอชินกับสายตาที่มีแต่ความโลภและการเมินเฉยของคนรวยพวกนี้ไปแล้ว
เมื่อเห็นว่าเธอไม่ยอมปริปากพูด ป๋อเยี่ยนเจวี๋ยก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยพลางใช้นิ้วเรียวยาวบีบคลึงติ่งหูน้อยๆ ของเธอไปมาเหมือนกับกำลังเล่นของเล่น “เธอฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง?”
“……”
เอ๊ะ? ถามได้ดีนี่นา
ดวงตาของเด็กสาวฉายแววเจ้าเล่ห์ออกมา เธอพิจารณาถึงฐานะของป๋อเยี่ยนเจวี๋ยอย่างเงียบๆ รอบกายเขามีบอดี้การ์ดล้อมหน้าล้อมหลังตั้งมากมาย หากเธอเลือกที่จะปะทะตรงๆ คงไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดนัก สู้แกล้งโง่ไว้รอจังหวะขย้ำจะดีกว่า
เธอถูกทรมานซ้ำแล้วซ้ำเล่าในสถานที่ที่เหมือนกับขุมนรกแห่งนี้ จนแทบจะลืมไปแล้วว่าตัวเองมาตกระกำลำบากอยู่ที่เกาะปีศาจแห่งนี้ได้ยังไง
เธอไม่เคยเอ่ยปากพูดต่อหน้าใครจนกลายเป็นความเคยชินไปแล้ว
ดังนั้นเธอจึงยังคงแกล้งทำเป็นไม่รู้ความ ไม่พูดไม่จาและเอาแต่ถลึงตาใส่เขาอย่างดุดันเหมือนสัตว์ป่าตัวน้อยที่ถูกยั่วโมโหเท่านั้น
ทว่าในดวงตาสีมรกตคู่นั้น กลับใสซื่อบริสุทธิ์ไร้ซึ่งสิ่งเจือปนใดๆ ทั้งสิ้น
ช่างสวยจริงๆ
ปกติแล้วเขามักจะมีความปรารถนาอันบ้าคลั่งในการทำลายล้างสิ่งสวยงามทิ้ง แต่เธอถือเป็นข้อยกเว้น
“ที่แท้ก็เป็นแค่ยัยโง่ที่ดีแต่หนีเอาชีวิตรอดนี่เอง”
ป๋อเยี่ยนเจวี๋ยส่งเสียงจิ๊ปาก ก่อนจะละมือออกไปอย่างฉับพลัน
นี่หมายความว่าจะยอมปล่อยเธอไปแล้วงั้นเหรอ?
ในที่สุดเด็กสาวก็หลุดพ้นจากอ้อมกอดของชายหนุ่มและยืนลงบนพื้นได้สำเร็จ
เธอขบคิดอย่างว่องไวว่าจะหนีไปยังทางออกที่ใกล้ที่สุดได้ยังไง ปลายเท้าเริ่มขยับเปลี่ยนทิศทางทีละน้อย……
แต่ป๋อเยี่ยนเจวี๋ยกลับพูดขึ้นมาอีกครั้งว่า “ไม่เป็นไร ฉันไม่รังเกียจแค่เพราะเธอโง่หรอก”
จังหวะนั้นฝูงชนที่มุงดูอยู่รอบๆ ต่างก็ทำหน้าแบบ “ ?”
ผู้ดำเนินการประมูลที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ข้างๆ มาตลอดเดาไม่ออกเลยว่าคุณชายท่านนี้คิดจะทำอะไรกันแน่ ทำได้เพียงยืนรออยู่เงียบๆ ด้านข้างเท่านั้น
วินาทีถัดมา เด็กสาวก็รู้สึกว่าภาพตรงหน้าพร่าเบลอ ร่างกายเธอเซถลาไปทางป๋อเยี่ยนเจวี๋ยอย่างควบคุมไม่ได้
ก่อนที่เธอจะทันได้ตั้งหลัก ป๋อเยี่ยนเจวี๋ยก็ชิงใช้แขนโอบรัดรอบเอวของเธอเอาไว้ราวกับห่วงเหล็ก ฝ่ามือที่ทาบลงบนเสื้อผ้าเนื้อบางของเธอส่งผ่านอุณหภูมิร้อนผ่าวเข้ามาราวกับจะแผดเผาผิวหนัง
หลังจากนั้น เธอก็ได้ยินเขาประกาศกับเธอด้วยท่าทีหยิ่งผยองว่า……
เธอทำของประมูลของฉันพัง ต้องเอาของมาแลกเปลี่ยน เพราะงั้นตอนนี้เธอ……เป็นของฉันแล้ว!”
ตรรกะผีบ้าผีบออะไรของหมอนี่เนี่ย?!
เด็กสาวถึงกับหมดคำจะพูด เธอใช้สองมือยันแผงอกของป๋อเยี่ยนเจวี๋ยไว้และพยายามผลักเขาออกไปอย่างสุดแรงเกิด แต่ทว่ามัดกล้ามเนื้อที่ฝ่ามือได้สัมผัสกลับแข็งแกร่งราวกับกำแพงหินอันเย็นเฉียบ ไม่ว่าเธอจะออกแรงแค่ไหน แขนของป๋อเยี่ยนเจวี๋ยก็ไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว
เธอรู้สึกโมโหยิ่งขึ้นไปอีก จึงง้างมือขึ้นหมายจะตบหน้าป๋อเยี่ยนเจวี๋ยทันที
เผยจี้ชวนที่ยืนอยู่ข้างหลังร้องโวยวายออกมาว่า “พี่เยี่ยน……” ยัยทาสสาวนี่ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไง?!
ทว่าแทนที่ป๋อเยี่ยนเจวี๋ยจะโกรธเคือง เขากลับยกมือขึ้นไปหยุดการกระทำของเด็กสาวเอาไว้โดยการยั้งมือที่เธอกำลังจะฟาดลงมาให้ค้างอยู่กลางอากาศ
น้ำเสียงเกียจคร้านของเขาแฝงไปด้วยการหยอกล้อ “เวลากลางวันแสกๆ ยังจะทำเรื่องแบบนี้อีกเหรอ? อายุยังน้อยอยู่เลยแท้ๆ แต่ดันฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง รู้จักแต่การยั่วยวนผู้ชายเนี่ยแหละ”
“……”
ยั่วยวนบ้านแกสิ!
เด็กสาวถูกป๋อเยี่ยนเจวี๋ยใช้กำลังโอบกอดเอาไว้ ภายใต้ผ้าบางที่ขาดรุ่งริ่ง ผิวพรรณที่เปิดเปลือยของเธอแนบชิดกับท่อนแขนของเขาทั้งอย่างนั้น
ไอเย็นตามปกติจากร่างกายของผู้ชายที่แผ่ซ่านออกมา ทำให้เธอหวั่นใจขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ จนต้องพยายามดิ้นรนขัดขืนอย่างไม่ลดละ
แต่ป๋อเยี่ยนเจวี๋ยไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยมือเลยแม้แต่น้อย กลับกันคือเขาดันโอบรัดแน่นยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อเห็นท่าทางโมโหจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงของเธอ เขาก็ยิ่งเกิดความสนใจเข้าไปใหญ่
จังหวะนั้นเอง นักธุรกิจผู้ร่ำรวยที่ชนะการประมูลก็ได้ลากร่างกายอ้วนฉุวิ่งเข้ามา ทันทีที่เห็นเด็กสาว นัยน์ตาของเขาก็ต้องฉายแววหื่นกระหายออกมา “นี่คือยอดหญิงที่ฉันยอมจ่ายเงินประมูลมานะ…… เธอคือคนของฉัน!”
ทว่ายังไม่ทันได้เข้าใกล้ป๋อเยี่ยนเจวี๋ย เขาก็โดนเผยจี้ชวนชักปืนออกมาจ่อที่หน้าผากซะก่อน
นักธุรกิจผู้ร่ำรวยไม่กล้าขยับเขยื้อนอีก ความโกรธจัดทำให้สีหน้าของเขาแดงก่ำราวกับตับหมูไม่มีผิด “พวกแกรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร? ฉัน……”
“คุณลู่ อย่ารนหาที่ตายเลยดีกว่า!” ผู้ดำเนินการประมูลรีบถลาเข้าไปรั้งเขาเอาไว้ พร้อมกับถลึงตาใส่เขาอย่างดุดัน
จังหวะที่หันไปมองป๋อเยี่ยนเจวี๋ย เขาก็ทั้งค้อมหัวและย่อตัวด้วยความนอบน้อมในทันที “คุณชายป๋อครับ เป็นเพราะทาสสาวของพวกเราไม่รู้ความ บังเอิญทำของประมูลของคุณเสียหายโดยไม่ได้ตั้งใจระหว่างหลบหนี พวกเรายินดีชดใช้ให้คุณเป็นสองเท่าเลยครับ……”
สีหน้าที่ดูไม่ใส่ใจของป๋อเยี่ยนเจวี๋ยแต่เดิม เมื่อได้ยินคำว่า ‘ทาสสาว’ ดวงตาสีดำขลับอันลุ่มลึกที่ดูเย้ายวนก็พลันฉายแววเย็นชาจากความไม่พอใจออกมาทันที
อยู่ๆ ผู้ดำเนินการประมูลก็สัมผัสเจตนาฆ่าที่อันตรายขึ้นมาดื้อๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรผิดไปเหมือนกัน จึงทำใจดีสู้เสือและพูดต่อไปว่า “คุณชายป๋อครับ คุณคิดว่าตอนนี้……”
“ฉันจะพาตัวเธอไป”
ริมฝีปากบางๆ ของป๋อเยี่ยนเจวี๋ยพูดออกมาอย่างเย็นชาแค่สั้นๆ
เป็นการพูดที่กระชับรวบรัด ไม่เหลือช่องว่างให้กังขาใดๆ ทั้งสิ้น
ผู้ดำเนินการประมูลถึงกับตกตะลึงยกใหญ่ “คุณชายป๋อครับ! เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาดเลยนะครับ! ทาสสาวคนนี้เป็นของประมูลของเกาะสวรรค์เรา ซึ่งตอนนี้ได้ถูกประมูลออกไปเรียบร้อยแล้ว…… ยิ่งไปกว่านั้น เธอ เธอคือ……”
เขาอึกอัก พูดอะไรไม่ออก
ป๋อเยี่ยนเจวี๋ยใช้นิ้วมือเรียวยาวแตะลงบนเอวคอดกิ่วของเด็กสาวเบาๆ ท่าทางที่ดูเหมือนไม่ใส่ใจของเขากลับแฝงไปด้วยความปรารถนาในการครอบครองอย่างแรงกล้า
ซึ่งคำพูดของเขาไม่ใช่การเจรจา แต่เป็นคำสั่ง “ราคาที่ปิดจบการประมูลเธอคือหนึ่งหมื่นล้าน ฉันจ่ายให้สองเท่าเลย”
นี่คือราคาที่สูงลิ่วเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่สถานที่ประมูลของเกาะสวรรค์เปิดทำการมา!
ทันทีที่ป๋อเยี่ยนเจวี๋ยพูดจบ เผยจี้ชวนก็หยิบเช็คออกมาเขียน แล้วก็ยื่นให้เขาทันที
ปลายนิ้วขาวซีดของป๋อเยี่ยนเจวี๋ยคลายออกจากกัน ทำให้เช็คแผ่นนั้นปลิวลงสู่พื้น
ผู้ดำเนินการประมูลพูดอย่างสั่นเทาว่า “คุณชายป๋อครับ ผมไม่กล้ารับเงินนี่หรอกครับ มันไม่เป็นไปตามกฎของเกาะสวรรค์เรา……”
ป๋อเยี่ยนเจวี๋ยกระตุกริมฝีปากสีแดงสดยิ้มบางๆ ออกมา ก่อนจะพูดเสียงเรียบว่า “ถ้าฉันทำลายที่นี่ทิ้ง กฎก็จะถูกทำลายตามไปด้วยใช่ไหม? !”
ทั้งที่เป็นคำขู่ที่โอหังอวดดีสุดๆ แต่เขากลับพูดออกมาเหมือนกับกำลังพูดว่าวันนี้อากาศดีมากอย่างนั้นแหละ
ผู้ดำเนินการประมูลถึงกับสั่นสะท้าน แล้วก็เงียบปากไปในทันที
ป๋อเยี่ยนเจวี๋ยไม่พูดอะไรอีก เขาหยิบเสื้อมาคลุมร่างกายที่เกือบจะเปลือยเปล่าของเด็กสาวไว้อย่างลวกๆ จากนั้นก็อุ้มเธอขึ้นมาและเดินจากไปทันที
เผยจี้ชวนและกลุ่มชายชุดดำรีบตามไปแบบติดๆ
“คุณชายป๋อครับ……”
ผู้ดำเนินการประมูลอ้าปากค้างพลางมองตามแผ่นหลังที่สูงโปร่งสง่างามของชายผู้สูงศักดิ์คนนั้น ทว่าสุดท้ายก็ไม่กล้าไล่ตามไป
ป๋อเยี่ยนเจวี๋ยเป็นใครกัน? เบื้องหลังของเขาคือตระกูลมหาเศรษฐีระดับแนวหน้าที่กุมชะตากรรมเศรษฐกิจของประเทศฮวาเอาไว้ ธุรกิจในเครือครอบคลุมทั้งขาวและดำ
ส่วนทาสโลหิตตัวน้อยที่ดิ้นรนขัดขืนอย่างสุดชีวิตเมื่อครู่นี้ พอถูกป๋อเยี่ยนเจวี๋ยอุ้มเข้าหน่อย เธอกลับยอมซบไหล่เขาอย่างว่าง่ายซะอย่างนั้น
ผู้ดำเนินการประมูลเงยหน้าขึ้นไปสบเข้ากับดวงตาสีมรกตของเด็กสาวที่จ้องมองมาทางเขาพอดี
ในแววตาของเด็กสาวเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นดีใจที่จะได้หลบหนีออกไปจากที่นี่ รวมถึงยังมีประกายเย็นเยียบจากความอาฆาตแค้นอย่างแรงกล้าแฝงอยู่ในนั้นด้วย
ที่เธอไม่โวยวายและไม่ดื้อรั้น เป็นเพราะจะได้อาศัยป๋อเยี่ยนเจวี๋ยหนีไปจากที่นี่ได้อย่างถาวร
นักธุรกิจผู้ร่ำรวยที่อยู่ข้างๆ ยังคงด่าทอด้วยความโกรธแค้นไม่หาย ในขณะที่ผู้ดำเนินการประมูลกลับทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง “คุณเลิกด่าได้แล้วครับ! ความจริงแล้ว ต่อให้คุณจะประมูลเธอไปได้ คุณก็พาตัวเธอไปไม่ได้อยู่ดี เพราะเถ้าแก่ไม่ได้คิดจะขายเธอตั้งแต่แรกอยู่แล้ว…… เถ้าแก่ให้ความสำคัญกับเธอถึงขนาดนั้น จะตัดใจขายได้ยังไง?”
เมื่อทาสโลหิตเพียงหนึ่งเดียวที่ประสบความสำเร็จจากการวิจัยมานานหลายปีได้ออกจากเกาะสวรรค์ไปแล้ว ผลลัพธ์ที่ตามมาจะต้องร้ายแรงเกินกว่าจะจินตนาการได้แน่……