ตอน 2

เยี่ยเยว่ซิน สาวน้อยบ้านป่า อายุได้ 16 หนาว ครอบครัวสกุลเยี่ยมีสมาชิกทั้งหมด 5 คน มีท่านพ่อเยี่ยหานจาง ท่านแม่หลิวอวี้หลิน เยว่ซินพี่สาวคนโตของบ้าน น้องชายเทียนฉี และน้องชายเทียนลี่

ท่านพ่อเยี่ย มีอาชีพเข้าป่าล่าสัตว์และหาของป่าเพื่อนำไปขายในเมืองหลังจากหมดฤดูเพาะปลูก บ้านเยี่ยมีที่ดินไม่มากมายนักเพราะตอนแยกบ้านออกมาตอนที่ท่านปู่เสียชีวิตลง

เยี่ยหยวนเทา ซึ่งเป็นพี่ชายของท่านพ่อเยี่ยได้แบ่งที่ดินให้ท่านพ่อ 5 หมู่ซึ่งเป็นที่รกร้างอยู่ท้ายหมู่บ้าน เดิมทีที่ดินผืนนี้เป็นสินเดิมที่ของท่านย่า เยี่ยหยวนเทาผู้เป็นพี่ชายได้เขียนสัญญาตัดขาดและขับไล่น้องชายและลูกเมียออกจากบ้านใหญ่

เยี่ยหานจางหอบลูกเมียออกมาสร้างบ้านจากไม้ไผ่และดินเหนียวอยู่ในที่ดินท้ายหมู่บ้านนี้ พี่ชายของเขาและพี่สะใภ้ไม่ได้ให้อะไรติดตัวพวกเขามาเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือเงินทอง

ถึงแม้ชาวบ้านจะด่าประณามคนบ้านนั้นยังไง แต่นางจางเหมยก็ไม่ได้สนใจ ในเมื่อตอนนี้นางสามารถกำจัดพวกกาฝากออกไปได้แล้ว ทรัพย์สมบัติของพ่อสามีทั้งหมดตกเป็นของสามีนางเท่านี้ก็พอแล้ว

และที่สำคัญสัญญาหมั้นหมายระหว่างเยว่ซินกับกัวมู่ก็ต้องยกเลิกไปเพราะเยี่ยเหมยเหลียนลูกสาวของหยวนเทาและนางจางมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ทำให้เหมยเหลียนตั้งครรภ์

ถึงแม้ว่ากัวมู่จะไม่ได้มีใจให้เยว่ซินแต่เขาก็ไม่ได้ชอบพอเหมยเหลียนเช่นเดียวกัน เขาเพียงแค่จะเล่น ๆ เท่านั้นแต่กลับพลาดท่าให้กับเหมยเหลียนไปเสียได้

ที่บ้านชายป่าหานจางและภรรยาได้พูดคุยและปรึกษากันอยู่ในห้องนอน ถึงเรื่องของลูกสาวและการเข้าป่าเพื่อหาของป่ามาขายในวันพรุ่งนี้ ท่านแม่หลิวสงสารในชะตาชีวิตลูกสาวจนต้องร้องไห้ออกมา

“ท่านพี่พรุ่งนี้ ท่านและซินเอ๋อร์จะเข้าป่าหรือไม่เจ้าคะ”

“ไปสิ ฮูหยินมีอะไรหรือเปล่า”

“ไม่มีเจ้าค่ะ ข้าเพียงแค่รู้สึกใจคอไม่ดีเท่านั้น”

“ไม่มีอะไรหรอก อย่าคิดมากเลย ทำใจให้สบายเถอะ”

“เจ้าค่ะ ท่านพี่กับลูกเองก็ระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ อย่าเข้าป่าไปลึกมากมันอันตราย”

“พี่รู้แล้ว เจ้าอยู่บ้านดูแลลูกให้ดีก็พอ”

“เจ้าค่ะ ข้าอดสงสารลูกไม่ได้ นางถึงวัยออกเรือนแล้วแท้ ๆ แต่กลับมาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ซินเอ๋อร์จากที่พูดน้อยอยู่แล้ว ตอนนี้นางแทบจะไม่พูดอะไรเลยด้วยซ้ำ ถึงนางจะบอกว่าไม่เป็นไรแต่ข้าเป็นแม่ข้าย่อมรู้ว่านางเองก็เจ็บปวดไม่น้อย”

“ให้เวลาลูกหน่อยนะ ให้เวลาซินเอ๋อร์ได้ทำใจ พี่รู้ว่าลูกมีใจให้กัวมู่มาตลอด แต่เมื่อเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้วก็คงได้แต่ทำใจและปล่อยผ่าน เราแค่อยู่ข้างๆนางคอยให้กำลังใจนางก็พอแล้ว พี่เชื่อว่าลูกจะผ่านความทุกข์ใจไปได้”

“เจ้าค่ะท่านพี่”

“นอนเถอะดึกแล้ว”

ส่วนเอ๋ ที่ตายไปแบบไม่รู้ตัวก็ได้กลายเป็นวิญญาณล่องลอยไปมา จนมาถึงบ้าน อย่าเรียกว่าบ้านเลย เรียกกระท่อมจะเหมาะสมกว่า กระท่อมที่สร้างจากไม้ไผ่และดินเหนียว

เอ๋ลอยไปลอยมา และมาทันได้ยินบทสนทนาที่สองสามีภรรยาพูดคุยกัน จนเอ๋อดที่จะก่นด่าคนที่ชื่อกัวมู่และเหมยเหลียนไม่ได้

แต่ เอ๊ะ เดี๋ยวนะ นี่มันไม่ใช่ภาษาไทยนี่ แถมยังเป็นภาษาจีนด้วย แต่ทำไมเราฟังรู้เรื่องล่ะเนี่ย เอ๋ได้แต่คิดในใจ หรือว่ามันจะเป็นความสามารถพิเศษของวิญญาณที่สามารถฟังและเข้าใจได้ทุกภาษา

อืม สงสัยจะเป็นแบบนั้นล่ะมั้ง เอ๋ลอยตัวมานั่งอยู่บนหลังคากระท่อม และเธอก็ได้มองเห็นเด็กสาวหน้าตาสะสวยที่นอนหลับอยู่ภายในกระท่อม

“เออ เว้ย แม่เจ้า เป็นผีก็ดี มองทะลุหลังคาเลยเว้ย แต่เด็กคนนี้ก็สวยจริง ๆ แล้วไอ้คนที่ชื่อกัวมูู่ กัวแมวอะไรนั่นทำไมมันถึงได้เลวถอนหมั้นได้ แต่จะว่าไปเหมือนจะได้ยินว่าไปทำผู้หญิงอีกคนท้องนี่หว่า ทำไมมันเหมือนชีวิตเราเลยวะ”

เอ๋ ได้แต่บ่นอยู่อย่างนั้นและหลังจากนั้นวิญญาณเธอก็ถูกดึงไปอีกที่ ที่ไหนเอ๋เองก็ไม่อาจจะรู้ได้ ที่นี่ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ และผลไม้นานาชนิด

“โอ้ ผลไม้เยอะเลยกินได้หรือเปล่านะ ก่อนตายยังไม่ได้กินอะไรมาด้วย ว่าแต่ที่นี่มันที่ไหนกัน ที่ไหนก็ช่างมันเถอะขอกินก่อนก็แล้วกัน”

เช้าวันรุ่งขึ้นที่กระท่อมชายป่า ท่านพ่อเยี่ยตื่นขึ้นมาตั้งแต่ยามเหม่า (05.00-06.59) หลังจากล้างหน้าบ้วนปากแล้วกำลังเตรียมตัวจะเข้าป่ากับลูกสาวคนโต

เยว่ซินเองก็ลุกขึ้นหลังจากล้างหน้าบ้วนปากแล้วนางก็เข้าครัวเพื่อช่วยท่านแม่ทำอาหารเช้าง่าย ๆ ให้ทุกคนได้กินกัน ท่านแม่หลิวได้แต่มองดูลูกสาวด้วยความสงสาร

“ซินเอ๋อร์ เจ้าไปเตรียมตัวเถอะในนี้ไม่มีอะไรให้ช่วยแล้วแม่ทำเองได้”

“เจ้าค่ะท่านแม่”

หลังจากที่กินมื้อเช้าเสร็จแล้วพ่อและลูกสาวก็เข้าป่าเพื่อหาของป่าทันที ตอนนี้บ้านพวกเขาแทบจะไม่มีเงินเข้าบ้านเลยก็ว่าได้

อย่าว่าแต่เงินเลยอาหารก็แทบจะไม่พอให้ลูกกินด้วยซ้ำไป กระท่อมไม้ไผ่ครึ่งดินเหนียวนี้ก็พุพังเต็มทีแล้ว ไม่รู้ว่าหน้าหนาวนี้จะผ่านไปได้อย่างไร

ท่านแม่หลิวมองดูแผ่นหลังของสามีและลูกสาวเดินห่างออกไปจนลับสายตา แม่หลิวหมุนตัวกลับเข้าบ้านและเริ่มทำงานที่ทำค้างเอาไว้

ลูกชายทั้งสองของนางตอนนี้คงจะอยู่ที่แปลงผักหลังบ้าน แม้ว่าครอบครัวของสามีจะยกที่ดินผืนนี้ให้ แต่เพราะที่ดินไม่ได้มากมายอะไรได้เพียงแค่ปลูกผักปลูกมันเทศเท่านั้น

เพราะที่ดินที่ได้มานั้นเป็นที่แห้งแล้งและห่างไกลจากลำธาร นางหลิวไม่เคยลืมความเจ็บช้ำน้ำใจที่โดนครอบครัวพี่ชายของสามีกดขี่ข่มเหง

นางจางพี่สะใภ้ของสามีเป็นคนที่เห็นแก่ตัวที่สุดและเป็นคนละโมบโลภมากไม่มีที่สิ้นสุด ที่สำคัญพี่ชายของสามีเองก็เห็นดีเห็นงามไปกับภรรยาของเขาด้วยเช่นกัน

สองพ่อลูกเข้าป่าลึกมาเรื่อย ๆ เพราะป่าด้านนอกนั้นไม่มีอะไรให้เก็บเกี่ยวแล้ว มีชาวบ้านจำนวนไม่น้อยที่เข้าป่ามาหาของป่าเพื่อไปขายหรือแม้กระทั่งประทังชีวิตของตัวเอง

หมู่บ้านที่พวกเขาอาศัยอยู่นี้ ชาวบ้านส่วนใหญ่จะมีฐานะยากจนและไม่ได้เรียนหนังสือมากนัก ถึงแม้ว่าจะมีคนส่งบุตรหลานเข้าไปเรียนในตัวเมือง

แต่เพียงไม่นานก็ต้องยอมแพ้เพราะค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ชาวบ้านธรรมดาที่ไหนจะสามารถหาเงินไปจ่ายค่าเล่าเรียนที่แสนแพงขนาดนั้นได้

ส่วนวิญญาณของเอ๋นั้น ตอนนี้เธอกำลังมีความสุขในการกินผลไม้ ไม่ว่าจะแอปเปิ้ล องุ่น สาลี่ ทับทิม ล้วนหวานอร่อยทั้งนั้น เอ๋ยังทำตัวเป็นผีตะกละอยู่อย่างนั้น โดยไม่รู้เลยว่ามีใครกำลังมองมาที่เธออยู่

“กินให้พอนะ กินให้อิ่มก่อนที่เจ้าจะได้ไปอดอยากในภพภูมิหน้า และข้าจะคอยอวยพรให้เจ้าอยู่รอดปลอดภัยนะนังหนู”

หากเอ๋ได้ยินที่ชายชราในร่างโปร่งแสงพูดแล้วล่ะก็ เธอคงจะหยุดกินทันที เอ๋ไม่ได้รู้ลยว่าตัวเองจะได้ไปเจออะไรบ้าง และมันจะเป็นคำตอบที่เอ๋ตามหาอยู่หรือเปล่า

“ฮิ ฮิ กินเข้าไปเยอะ ๆ ล่ะนังหนู ความลำบากความอดอยากได้รอเจ้าอยู่ ข้าหวังว่าเจ้าจะใช้ความสามารถของเจ้าที่มีพาให้ครอบครัวและตัวเองให้หลุดพ้นความยากลำบากในโลกแห่งนี้ มิติอันไกลโพ้น ข้าขออวยพรให้เจ้าจงโชคดี”

ตอน 3

ในตอนที่สองพ่อลูกนั้น กำลังหาของป่าไปเรื่อย ๆ ท่านพ่อเยี่ยได้ขอแยกตัวกับลูกสาวเพื่อที่จะไปวางกับดักเอาไว้ก่อน

และจะกลับมาหาเยว่ซินอีกครั้งหลังจากที่วางกับดักเสร็จแล้ว

เขาบอกให้ลูกสาวหาผักป่า สมุนไพรป่ารออยู่บริเวณนี้อย่าได้เดินไปไหนไกลเป็นเด็ดขาด

“ซินเอ๋อร์เจ้าหาผักป่าและสมุนไพรรอพ่อแถว ๆ นี้ก่อนเข้าใจหรือไม่ รอพ่อกลับมาจากวางกับดักก่อนแล้วเราค่อยไปที่อื่น อย่าเดินออกไปไกลเข้าใจหรือไม่”

“เข้าใจเจ้าค่ะท่านพ่อ ท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วงข้านะเจ้าคะ”

หลังจากที่หานจางเดินออกไปวางกับดักแล้วเขาไม่รู้เลยว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เขาจะได้อยู่กับลูกสาวอย่างเยว่ซินเป็นวันสุดท้าย

เยี่ยเยว๋ซินเดินหาผักป่าไปเรื่อย ๆ โดยที่นางเองก็ไม่ได้รู้ล่วงหน้าเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นตัวเองถึงแม้จะบอกว่าไม่เสียใจที่โดนถอนหมั้นเลยก็จะเป็นการโกหกจนเกินไป

นางเสียใจและเจ็บใจมาก หากมีโอกาสนางจะเอาคืนหญิงชั่วชายโฉดคู่นั้น

ในระหว่างที่เยว่ซินกำลังขุดผักป่าอยู่นั้น สายตานางก็เหลือบไปเห็นผิงกั่วป่าลูกโตใหญ่สีแดงสด

เยว่ซินจึงคิดว่าถ้าหากนางสามารถนำผิงกั่วกลับไปให้น้องชายทั้งสองและท่านแม่ได้กินก็คงจะดี อย่างน้อย ๆ ก็ยังพอประทังความหิวได้บ้าง

เยว่ซินจึงตัดสินใจวางเสียมและตะกร้าลง จากนั้นนางมุ่งหน้าไปยังต้นผิงกั่วและปีนขึ้นไปเก็บลูกผิงกั่วทันที

ไม่รู้ว่าเพราะอะไรในตอนที่เยว่ซินกำลังเอื้อมมือไปเด็ดผิงกั่ว กิ่งของต้นผิงกั่วก็หักพอดี ทำให้เยว่ซินตกลงไปในร่องเขา

เยี่ยหานจางหลังจากที่วางกับดักจนเสร็จแล้ว ก็รีบเดินกลับมาหาลูกสาวและทันได้เห็นตอนที่ลูกสาวตกลงไปในร่องเขาพอดี เขารีบวิ่งไปแบบไม่คิดชีวิต

“ซินเอ๋อร์ ซินเอ๋อร์ ได้ยินพ่อหรือไม่ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”

เมื่อไร้เสียงตอบรับจากลูกสาว หานจางทำได้เพียงพยายามปีนลงไปในร่องเขาเพื่อตามหาลูกสาว

ดีที่ร่องเขาไม่ลึกมากแต่ลูกสาวของเขาตกลงมาจากต้นผิงกั่วน่าจะได้รับบาดเจ็บไม่ใช่น้อย

หลังจากที่ตามหาลูกสาวอยู่นาน ในที่สุดหานจางก็หาเยว่ซินเจอ แต่ปัญหาเขาจะพาลูกสาวขึ้นจากร่องเขานี้ไปได้ยังไง

หานจางที่ทั้งร้อนใจและกังวลใจกลัวลูกสาวจะได้รับบาดเจ็บสาหัส

“ซินเอ๋อร์ ๆ เจ้าได้ยินพ่อหรือไม่”

“ข้าได้ยินเจ้าค่ะท่านพ่อ ข้าไม่เป็นไรท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วงข้านะเจ้าคะ”

“มาพ่อจะพาเจ้าขึ้นไปเรากลับบ้านกันเถอะนะ เจ้าเจ็บมากหรือไม่”

“ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะท่านพ่อ”

สองพ่อลูกพยายามปีนขึ้นจากร่องเขาด้วยความทุลักทุเล กว่าจะขึ้นมาได้ก็ใช้เวลาไปร่วม 3 เค่อ

เมื่อขึ้นมาได้แล้ว หานจางให้เยว่ซินนั่งพักที่ใต้ต้นไม้ก่อน เขาไปเก็บผิงกั่วที่ลูกสาวเด็ดลงมาและเอาตะกร้าของลูกสาวกลับมาด้วย

เมื่อเก็บของเรียนแล้วแล้วสองพ่อลูกจึงได้ออกจากป่าเพื่อกลับบ้านทันที ตอนนี้เยว่ซินรู้สึกปวดร้าวไปทั้งตัว

นางแทบจะเดินไม่ไหวแต่ต้องกัดฟันอดทนบอกว่าตัวเองไม่เป็นไร

หานจางเมื่อเห็นว่าลูกสาวของเขาท่าทางจะเดินไม่ไหวแล้วเขาจึงได้แบกนางขึ้นหลังและรีบเดินกลับบ้านทันที

ไม่รู้ว่าภรรยาของเขาจะเสียใจมากขนาดไหนที่เห็นลูกสาวกลับไปในสภาพแบบนี้

“เจ็บมากหรือไม่ ซินเอ๋อร์ ใกล้ถึงบ้านแล้วอดทนเอาไว้นะลูก”

“เจ้าค่ะท่านพ่อ”

ท่านแม่หลิวที่นั่งปักผ้าอยู่หน้าบ้านเมื่อเห็นสามีและลูกสาวบาดเจ็บกลับมา

นางพยายามอย่างเต็มที่ที่จะไม่ร้องไห้ออกมา นางเป็นแม่นางจะอ่อนแอไม่ได้

“ท่านพี่เกิดอะไรขึ้น ทำไมซินเอ๋อร์ถึงได้เป็นแบบนี้”

“ท่านแม่ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าแค่ขึ้นไปเก็บผิงกั่วมาฝากท่าน ไม่ทันได้ระวังกิ่งผิงกั่วหักข้าเลยตกลงไปในร่องเขาเจ้าค่ะ”

“เจ้าเจ็บมากหรือไม่ ท่านพี่ไปตามท่านหมอหยุนมาดูลูกเถอะเจ้าค่ะ”

“ได้ ๆ พี่จะรีบไปเดี๋ยวนี้”

“เดี๋ยวเจ้าค่ะท่านพ่อ ไม่ต้องไปตามหรอกเจ้าค่ะ ข้าไม่เป็นไรนอนพักสักสองสามวันก็หายแล้ว อีกอย่างไม่ใช่ว่าเรามีสมุนไพรอยู่ที่บ้านหรือเจ้าคะ ถ้าหากเราไปตามหมอหยุนมารักษา เราจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่ารักษา ตอนนี้เงินในบ้านเราแทบจะไม่มีแล้วนะเจ้าคะ ที่สำคัญข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”

“พ่อไปตามหมอหยุนมาดูเจ้าดีกว่า อย่าฝืนเลยพ่อรู้ว่าเจ้าเจ็บมาก เรื่องค่ารักษาไม่ต้องเป็นห่วงนะพ่อเอาของป่าไปขายในเมืองรอบหน้าก็คงพอจ่ายค่าหมอวันนี้”

หลังจากที่สามีออกไปตามหมอ ท่านแม่หลิวก็พาเยว่ซินเข้าไปนอนพักในห้องของนางและนำน้ำมาเช็ดตัวทำความสะอาดบาดแผล

บาดแผลภายนอกนั้นดูเหมือนไม่มีอะไรหนักหนา แต่เยว่ซินที่ตกลงมากระแทกกับพื้นดินเบื้องล่าง ทำให้ภายในของนางบอบช้ำเป็นอย่างมาก

การที่นางอดทนมาจนถึงตอนนี้ นับว่าดีแล้วไม่นานหานจางก็กลับมาพร้อมกับหมอหยุน หลังจากตรวจดูอาการของเยว่ซินแล้ว

หมอหยุนได้แต่ส่ายหน้าและบอกให้ครอบครัวทำใจเท่านั้น

ตอนนี้น้องชายทั้งสองกลับมาจากถอนหญ้าออกจากแปลงผักและทันได้ยินที่หมอหยุนพูดพอดี ทั้งสองคนถึงกับร้องไห้โฮ

หานจางได้แต่ปลอบโยนลูกชายและภรรยาไปในคราเดียวกัน

“พวกเจ้าอย่าร้อง พี่สาวของพวกเจ้าเป็นคนดีนางย่อมไม่เป็นอะไร”

“ท่านพ่อพูดจริงใช่หรือไม่ ไม่โกหกข้านะ”

“พ่อเคยโกหกพวกเจ้าหรือเปล่าล่ะ”

“ไม่เคยขอรับ แต่พี่สาวเจ็บมากเลย”

“ท่านพี่เราจะทำเช่นไรดีเจ้าคะ ข้าสงสารลูกเหลือเกิน”

“พวกเจ้าอย่าเพิ่งคิดไปไกลเลย หมอหยุนบอกว่าหากซินเอ๋อร์พ้นคืนนี้ไปได้นางก็จะปลอดภัย”

ทางด้านวิญญาณของเอ๋ที่ตอนนี้กำลังกินผลไม้ทุกอย่างที่มีอยู่บริเวณนี้ ไม่ว่าจะเป็นแอปเปิ้ล องุ่น ทับทิม หรือลูกท้อ นางก็เก็บมากินเสียเกือบหมดต้น

“เป็นวิญญาณก็ดีแฮะ จะกินเท่าไหร่ก็ได้พุงก็ไม่กางด้วย แต่ว่าหลังจากนี้เราจะไปที่ไหนต่อล่ะ หรือว่าเราจะเป็นผีเร่ร่อนกันนะ”

ในมุมหนึ่งของสถานที่แห่งนี้ร่างโปร่งแสงที่แอบมองเอ๋อยู่ตลอดเวลา และได้ยินที่เอ๋พูดกับตัวเองมาตลอด

เขาได้แต่ขบขันกับความคิดของหญิงสาวนางนี้ อีกไม่นานก็จะถึงเวลาที่เธอจะต้องไปลิ้มรสของความยากลำบากแล้ว

“กินให้อิ่ม และจดจำความรู้สึกอิ่มนี้เอาไว้ เพราะต่อไปเจ้าจะได้ลิ้มลองรสชาติแห่งความอดอยากหิวโหย มันเป็นชะตาของเจ้า ต่อจากนี้ข้าขออวยพรให้เจ้าโชคดีก็แล้วกัน”

ตอนนี้บ้านเยี่ยเองก็กำลังวุ่นวายมากเพราะเยว่ซินตัวร้อนมาก นางเพ้อออกมาเพราะพิษไข้ และไม่ได้สติ

หานจางและภรรยาร้อนใจมาก เยว่ซินที่อดทนต่อความเจ็บปวดไม่ไหวก็ได้สิ้นใจลงในกลางดึกคืนนั้น

เยว่ซินมองดูร่างไร้วิญญาณของตัวเองด้วยความเสียใจ นางเสียใจที่ไม่มีโอกาสได้เอาคืนชายโฉดหญิงชั่วคู่นั้น

นางเสียใจที่ไม่มีโอกาสได้ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ นางเสียใจที่ไม่สามารถทำให้ครอบครัวอยู่อย่างสุขสบายได้

“เจ้าอย่าเสียใจไปเลย มันเป็นชะตาของเจ้า เจ้าปล่อยวางเสียเถอะต่อไปนี้จะมีคนมาคอยดูแลพ่อแม่และน้องชายของเจ้ารวมถึงชำระแค้นแทนเจ้าด้วย แต่ตอนนี้เจ้าได้เวลาต้องไปแล้วตัดใจเสีย”

“ท่านตาท่านเป็นใครเจ้าคะ"

“ข้าเป็นใครหาใช่สำคัญอันใด เอาล่ะนังหนูไปกันเถอะได้เวลาแล้ว”

“แต่ว่าข้า .."

"ไม่ต้องแต่แล้วเดี๋ยวไม่ทัน ไปกันได้แล้ว"

“เจ้าค่ะ”

เอ๋ที่กำลังนั่งกินลูกท้ออยู่ด้วยความเอร็ดอร่อย อยู่ ๆ นางรู้สึกถึงแรงถีบเข้าที่ลำตัวนางจากนั้นนางก็ไม่รับรู้อะไรแล้วทุกอย่างมันมืดไปหมด

เหมือนเอ๋จะได้ยินเสียงใครพูดแว่ว ๆ ตอนที่นางโดนถีบออกมาจากใต้ต้นท้อ ว่า

“กินก็กินเยอะแล้วหวังว่าเจ้าจะมีความสุขกับชีวิตใหม่นะ”

เอ๋ได้แต่คิด จะมีความสุขอะไรเล่าก็ตายไปแล้วไง แล้วชีวิตใหม่นี่คืออะไร ชีวิตหลังความตายเหรอ เอ๋ได้แต่คิดในใจ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED