อลิชา แวงซองค์ บุตรีเพียงผู้เดียวของเคาน์แวงซองค์ ตระกูลมหาอำนาจที่เป็นพระญาติกับจักรพรรดินี อลิชาคือสตรีที่มีใบหน้างดงาม ถึงพร้อมด้วยกิริยาท่าที่บ่งบอกว่านางคือชนชั้นสูงขนานแท้ รอยยิ้มที่ทั้งอ่อนโยนและโอบอ้อมอารี ในสายตาของผู้คนภายนอกว่าเลดี้แวงซองค์เป็นเช่นนั้น เป็นสตรีที่อ่อนโยนและมีน้ำใจ..
ตรงไหนกันวะ? ท่านเคาน์มีลูกยากมากพอสมควร เพราะอย่างนั้นจึงมีอลิชาในวัยชรามากทีเดียวและเมื่อเคาน์เตสคลอดอลิชาออกมา นางก็สิ้นใจตายด้วยภาวะเลือดออกมากเกินไป ในสายตาของท่านเคาน์อลิชาจึงเป็นสายเลือดเพียงคนเดียวของเขาและเป็นคนสำคัญมากที่สุดในชีวิตของท่านเคาน์อีกด้วย
ไม่ว่าเธอจะร่ำร้องขอสิ่งใด ท่านเคาน์ล้วนแล้วแต่ไม่เคยขัดขวาง เขาส่งมอบทุกสิ่งทุกอย่างที่อลิชาต้องการไม่เว้นแม้แต่ชีวิตผู้คนมากมาย
อลิชาเป็นสตรีที่ลุ่มหลงในความงดงาม เดิมทีตระกูลของท่านแม่นั้นมีสายเลือดของแม่มด และอลิชาสืบทอดมันมาโดยไม่รู้ตัว เธอคือแม่มดที่หลงใหลกับการสร้างหุ่นมนุษย์ และเธอสามารถควบคุมหุ่นเหล่านั้นได้ทั้งหมด ต่อให้ตายไปแล้วขอเพียงแค่มีเถ้ากระดูกเธอก็สามารถสร้างพวกเขาขึ้นมาได้จนเกือบจะเป็นเสมือนตัวจริงของพวกเขา
หุ่นตัวแรกที่อลิชาสร้างขึ้นมาคือท่านเคาน์เตสแวงซองค์ แม่ของตัวเอง ในวันที่อลิชาอายุเจ็ดขวบนางสร้างหุ่นท่านแม่ของตัวเองขึ้นมาจากเถ้ากระดูกของท่านแม่ และหุ่นนั้นเหมือนกับท่านเคาน์เตสทุกระเบียบนิ้วจนมองไม่ออกเลยว่านั่นคือหุ่น..
ทว่าหุ่นก็คือหุ่น หุ่นกระบอกของเธอจะมีอายุเพียงแค่หนึ่งปีเท่านั้น หลังจากนั้นพวกมันจะมีความสามารถลดลงและพังลงในที่สุด เพราะอย่างนั้นอลิชาจึงต้องสร้างหุ่นของท่านแม่ขึ้นมา ส่งมอบให้ท่านพ่อในทุกๆ ปี เพื่อแลกกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอต้องการ
เธอหลงใหลในสิ่งของที่สวยงาม ใบหน้าของมนุษย์ก็เช่นกัน
เมื่อได้ลองคิดทบทวนเรื่องราวของอลิชา ฉันก็อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นมานวดหว่างคิ้วเบาๆ ยัยนั่นหลงใหลรูปโฉมของบุรุษจนถูกฆ่าตาย นั่นก็สมควรแล้วกับจุดจบของอลิชา
และเรื่องมันจะไม่ลำบากเลยหากว่านางไม่สังหาร เบียทริซก่อนที่เธอจะเข้ามาอยู่ในเกมนี้
ดวงตาของฉัน หันไปมองที่หุ่นมนุษย์ที่มีใบหน้าสวยงาม นั่นคงจะเป็นเบียทริซสินะ การหายตัวไปของเบียทริซจะสร้างความเดือดร้อนให้อลิชาอย่างแน่นอน และฉันที่อยู่ในร่างอลิชาในยามนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาพยานและหลักฐานเพื่อยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง
ตอนนี้เหลือผู้เล่น 29 คนแล้วเพราะว่าตายไปหนึ่งคน ผู้เล่นที่ว่านั่นล้วนแล้วแต่มีตัวตนทุกคน ในหนึ่งตระกูลใหญ่ๆ น่าจะมีผู้เล่นบทบาทต่างๆซ่อนอยู่ ในจักรวรรดินาทาเนียแห่งนี้มีสามสิบตระกูลพอดิบพอดีเลยด้วยนะสิ
การหาพันธมิตรนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะว่าฉันจะต้องหลีกเลี่ยงผู้หยั่งรู้ พวกเขาจะสามารถจับคำพูดได้ว่าเรื่องใดเท็จ และเรื่องใดคือเรื่องจริง
นี่มันยากซะยิ่งกว่านั่งเล่นหน้าคอมที่บ้านอีกนะเนี่ย เพราะว่านี่คือสถานการณ์จริงๆ แพ้จริงๆ และตายจริงๆ ยังไงล่ะ
ว่าไปแล้ว..ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงนะ ทั้งที่คิดว่าตัวเองฝันไปที่เห็นอลิชาและหนุ่มหล่อคนนั้นกำลังจ้ำจี้กัน แต่มันกลับกลายว่าฉันดันมาเห็นช่วงชีวิตสุดท้ายของอลิชาที่กำลังจะตายงั้นเหรอ..อยากจะบ้าจริงๆ
แต่ตอนนี้ก่อนที่เหล่าผู้พิทักษ์และอัศวินจะตามสืบเรื่องการตายของเบียทริซ ฉันจะต้องตามหาพันธมิตรซะก่อน
“จะเข้าร่วมงานเลี้ยงอย่างนั้นหรือคะคุณหนู”
ฉันกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็เห็นคนรับใช้ที่กำลังทำหน้าที่ต่างๆ สาวใช้พวกนี้ไม่ใช่มนุษย์อย่างนั้นสินะ แต่ว่าพวกนางคือหุ่นกระบอกเวทมนตร์ของอลิชา
นี่ยัยนั่นไม่ไว้ใจคนอื่นถึงขนาดที่ไม่ยินยอมจ้างคนจริงๆ มาทำงานเลยอย่างนั้นเหรอ?
คฤหาสน์แวงซองค์นั้นยิ่งใหญ่มากเสียจนไม่อาจทำใจให้ชินได้เลย ด้านนอกคฤหาสน์เหล่าทหารกำลังซ้อมรบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
“วันนี้มีทหารใหม่เข้ามาด้วยนะคะ อีกทั้งพวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาที่นี่ คุณหนูต้องตาต้องใจนายทหารใหม่คนไหนบอกกล่าวมาได้เลยนะคะ ข้าจะสั่งให้ท่านพ่อบ้านไปพาตัวเขามา..”
ปกติแล้ว อลิชามีชีวิตแบบนี้เลยเหรอ ถูกใจทหารคนไหนก็สั่งให้ไปลากตัวชายผู้นั้นเข้ามา ให้ตายเถอะ..เรื่องแบบนี้ก็เกินจะรับได้เหมือนกันแฮะ
“ไม่ละ ไม่มีใครถูกใจข้าสักคนเลย”
หุ่นกระบอกสาวใช้คนนั้นก้มหน้าลงเล็กน้อย
“มีบัตรเชิญมาจากท่านดยุคเฟอดินา คุณหนูจะตอบรับไหมคะ หรือว่าจะให้ปฏิเสธไปเหมือนอย่างเคย”
ดยุคเฟอดินาอย่างนั้นหรือ เธอเคยได้ยินชื่อนี้นะ เขาคือดยุคที่หล่อเหลาและทรงอำนาจมากพอสมควร การที่เขาส่งบัตรเชิญมาให้อลิชา มันอาจจะหมายความว่าเขาเองก็ต้องการพันธมิตรด้วยเหมือนกัน
แล้วทำไมที่ผ่านมาอลิชาปฏิเสธกันนะ หรือว่านางล่วงรู้ความลับอะไรที่มันเกี่ยวข้อง กับดยุคเฟอดินากัน?
“ตอบตกลงไป ข้าจะไปพบกับท่านดยุคในเย็นวันนี้ แล้วก็เรื่องงานเลี้ยงในพระราชวัง ข้าเองก็จะเข้าร่วมเหมือนกัน”
การเก็บตัวเงียบๆ อยู่ในห้องใต้ดินเพียงผู้เดียวมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก หากอยากรู้ความเคลื่อนไหวของผู้คนในจักรวรรดิ และบทบาทที่พวกเขาได้รับในเกมนี้ก็มีแต่ต้องออกไปในแวดวงสังคมเท่านั้น เธอจะต้องตามหาผู้พิทักษ์ให้เจอก่อน บทบาทนี้สำคัญมากที่สุด
ฝ่ายคนดีจะมีแค่สองบทบาทเท่านั้นที่สามารถฆ่าคนได้ หนึ่งคือผู้พิทักษ์และสองคือหัวหน้าทหาร
แต่แตกต่างกันตรงที่ผู้พิทักษ์สามารถสังหารทุกคนที่น่าสงสัยได้ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะเป็นคนดีหรือว่าฆาตกรก็ตามที ส่วนบทบาทหัวหน้าทหารเองก็สามารถสังหารทุกคนได้เช่นกัน แต่ถ้าหากว่าคนที่ถูกสังหารไม่ใช่ฝ่ายฆาตกรหรือฝ่ายกลาง เขาจะตายเอง
เพราะอย่างนั้นการมีผู้พิทักษ์เข้ามาอยู่ในมือ และได้เป็นพวกกับเขานั่นคือเรื่องดี..
และเธอหวังอย่างยิ่งว่าดยุคเฟอดินาจะเป็นคนที่มีประโยชน์สำหรับเธอ บทบาทของเขาน่าจะทำให้เธอประทับใจไม่มากก็น้อย
“น่าแปลกที่วันนี้เลดี้ตอบรับบัตรเชิญของข้านะครับ”
ดยุคเฟอดินา ซามูเอล เขามีใบหน้าคมเข้มสมชายชาตรี ดวงตาสีแดงนั่นให้ความรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยในช่วงเวลาที่เขามองมา เรือนผมสีดำที่ถูกหวีและจัดทรงมาเป็นอย่างดี จมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากที่คลี่ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย ชื่อและท่าทางของเขามันไปคนละทางเลยให้ตายเถอะ เธอคิดว่าภาพลักษณ์ของเขาจะเหมือนกับเทวดาซะอีก แต่ทว่าเขาเหมือนกับพวกซาตานมากกว่า..
เป็นซาตานที่หล่อเหลาจนสามารถล่อลวงหัวใจของสตรีได้อย่างไม่ยากเย็นเท่าไหร่นัก
ในจักรวรรดิแห่งนี้จะมีใครรูปงามและให้ความรู้สึกอันตรายดังเช่นท่านดยุคเฟอดินาอีกหรือไม่? เรื่องนั้นอลิชาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน..
เขาหล่อและยัยอลิชาคงจะชื่นชอบและหลงใหลในรูปลักษณ์ภายนอกของเขาแทบคลั่งเลยสินะ
“ข้า..จำเป็นที่จะต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงในพระราชวังค่ะ และข้าไม่อยากเดินทางไปที่นั่นโดยไร้คู่ควง”
ว่าไปแล้วในร้านอาหารแห่งนี้ไม่มีใครอื่นนอกจากเราสองคน เขาส่งยิ้มให้เธอด้วยรอยยิ้มที่ผลิบานราวกับดอกไม้ เป็นรอยยิ้มที่เหล่าสตรีล้วนแล้วแต่ลุ่มหลงและมัวเมากับรอยยิ้มนั้นจนแทบจะคลานเข่าเข้ามาหาเข้าเลยละสิ
อันที่จริงฉันเองก็เป็นพวกชื่นชอบ ผู้ชายที่หล่อเหลาเหมือนกัน นั่นคืออาหารตาชั้นยอดเลย แต่เพราะสาเหตุการตายของอลิชาคนเก่า นางตายเพราะความลุ่มหลงในใบหน้าของบุรุษ นั่นทำให้ฉันที่เข้ามาอยู่ในร่างของอลิชาในยามนี้ ไม่มีกะจิตกะใจไปมัวแต่หลงใหลใบหน้าพวกนั้นหรอกนะ หน้าที่ของฉันคือการมีชีวิตรอดจนกว่าเกมนี้จะจบลง
บุรุษหล่อเหลานั้นเป็นเหมือนกับดอกไม้ที่ล่อลวงให้กับหมู่มวลแมลงบินหลงเข้าไปในนั้นก่อนที่กลีบดอกไม้ที่แสนอ่อนโยนและงดงามจะปิดลงเพื่อกักขังหมู่มวลแมลงที่มัวเมาในรูปลักษณ์ภายนอกเอาไว้ในนั้น แล้วค่อยๆ ทำให้แมลงพวกนั้นตายลงอย่างช้าๆ ภายใต้กำมือของตัวเอง
ฉัน..จะไม่มีความรัก และจะไม่นอนกับใครด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงความตายที่มันอาจจะเกิดขึ้นมา..
“นับว่านั่นเป็นเกียรติอย่างสูงสุดของข้าเลยนะครับ การได้ควงเลดี้ผู้งดงามและอ่อนโยนอย่างเลดี้แวงซองค์ไปร่วมงานเลี้ยงนะพระราชวัง..”
เขาลุกขึ้นก่อนจะนั่งคุกเข่าลงที่พื้น แล้วดึงมือของเธอไปจุมพิตบนหลังฝ่ามือ
ดวงตาของเราสบตามองกันอยู่พักหนึ่ง อันที่จริงในยามนี้เขาควรจะปล่อยมือของเธอออก แต่ซามูเอลกลับแลบลิ้นออกมาแล้วเลียที่หลังฝ่ามือของเธอก่อนจะไล้ปลายลิ้นขบกัดลงไปที่ปลายนิ้วเบาๆ
“....”
เธอดึงมือกลับมาแต่ไม่เป็นผลเลย ดูเหมือนว่าแรงของเขาจะมากกว่าแรงของเธอหลายเท่าตัว เขาดูดที่ปลายนิ้วของเธอเบาๆ จนมันเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลาย..โดยที่ดวงตาสีแดงคู่นั้นจ้องมองเธอแทบจะตลอดเวลา
ใบหน้าหวานขึ้นเป็นสีกุหลาบในทันที ต่อให้เธอเป็นก้อนหิน หรือว่าเป็นอิฐเป็นปูน อลิชาก็มั่นใจได้เลยว่าก่อนหินพวกนั้นจะต้องเขินอายกับการกระทำของเขาเหมือนกัน
เสน่ห์ของเขาร้ายกาจมากกว่าที่เธอคิดเอาไว้ซะอีก
เขาละริมฝีปากออกจากเรียวนิ้วของเธอ ซามูเอลหัวเราะออกมาเบาๆ โดยที่มือของเขากำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าเพื่อเช็ดคราบน้ำลายออกจากก้านนิ้วของเธอด้วยความระมัดระวัง
อลิชา แวงซองค์ สตรีผู้ซึ่งอ่อนโยนกับทุกคน ยกเว้นเขาที่เธอไม่คิดออมมือให้เขาเลยในช่วงเวลาที่เราทั้งคู่อยู่บนเตียง รสชาติการร่วมรักของเธอนั้นแปลกใหม่ เธอทำให้ดยุคที่อยู่เหนือใครเช่นเขา คลานเข่าเข้ามาหาเธอเพื่อร้องขอให้เธอสัมผัสเขา เธอสวมปลอกคอหนังลงบนลำคอของเขา แน่นอนว่าเขายังจดจำความรู้สึกแสบร้อนในยามที่แซ่หนังฟาดลงมาที่บั้นท้ายได้อย่างชัดเจนเลย เขาอยากจะเป็นทาสของเธอ อยากจะให้มือคู่นั้นสวมปลอกคอให้เขาอีกครั้งพร้อมกับทรมานเขาอย่างเคย แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมาเธอกลับปฏิเสธเขามาโดยตลอด
เพราะอะไรกันนะ เพราะเธอเบื่อเขาอย่างนั้นหรือ? ทว่าซามูเอลก็ไม่ลดละความพยายามจนวันนี้เธอออกปากด้วยตัวเองว่าอยากจะไปร่วมงานเลี้ยงกับเขา..
นั่นหมายความว่าเขามีโอกาสอีกครั้งใช่หรือไม่?
ซามูเอลยังคงนั่งคุกเข่าอยู่ตรงนั้น และการกระทำเช่นนั้นของเขาทำให้ฉันรู้สึกแปลกมากพอสมควร สายตาที่เขามองมามันเต็มไปด้วยความคาดหวัง
คาดหวังอะไรกัน? เขาคือท่านดยุคและฉันคือเลดี้ที่เกิดมาในตระกูลเคาน์ ยศของเราแตกต่างกัน และเป็นฉันต่างหากที่ต่ำต้อยกว่า
หรือว่าฉันจะต้องนั่งลงแล้วคุกเข่าเป็นเพื่อนของเขา เขาต้องการแบบนั้นใช่ไหม?
ชนชั้นสูงนี่ก็แปลกมีเก้าอี้ให้นั่งดีๆ ชอบจะนั่งคุยกันบนพื้นงั้นเหรอเนี่ย..ในระหว่างที่อลิชากำลังจะลุกขึ้นซามูเอลก็จับข้อเท้าของเธอเอาไว้
“จะทำที่นี่งั้นเหรอครับ..”
เขากล่าวออกมาพร้อมกับใบหน้าที่ขึ้นเป็นสีแดงระเรื่อ บอกตามตรงว่านี่มันแปลกมาทีเดียวเพราะภาพลักษณ์ของเขามันไม่ใช่คนอ่อนโยนเลย พบเจอหน้าเขาที่แรกเธอยังคิดว่าเขาดูโหดมาพอสมควรด้วยซ้ำ แล้ว..ทำไมใบหน้าของเขาในยามนี้มันถึงได้..ดูน่ารักขนาดนี้กันนะ
หน้าตาแบบนั้นจะบอกว่าเป็นลูกรักของพระเจ้าก็ไม่ผิดหรอก แต่..อย่าไว้ใจหน้าหล่อๆนั่นเชียว
“อ่า..ข้าไม่ทราบว่าสิ่งที่ท่านดยุคพูดออกมานั้นมันหมายความว่าอย่างไร แต่คงจะดีหากว่าเรานั่งคุยกันบนเก้าอี้..”
เขาก้มหน้าลงเล็กน้อยราวกับกำลังรู้สึกเสียดาย ก่อนจะลุกขึ้นมานั่งเก้าอี้ข้างๆ เธอ เขาไม่ได้เดินกลับไปนั่งที่เดิมแต่เลือกที่จะนั่งลงข้างๆ เธอแทน
“มีข่าวลือออกมาก่อนหน้านี้ว่าเลดี้ล้มป่วย เช่นนั้นในยามนี้รู้สึกดีแล้วใช่ไหมครับ”
เขากล่าวพร้อมกับยกมือขึ้นมาแตะเบาๆ ที่หน้าผากของเธอ ก่อนหน้านี้อลิชาไม่ได้ป่วยหรอก แต่อลิชาคนเก่าตายไปแล้วต่างหาก และเธออยากจะรู้เหลือเกินว่าบทบาทของดยุคเฟอดินา ซามูเอลคืออะไรกัน? เขาคือฆาตกรเหมือนกันกับเธอ เป็นฝ่ายกลางหรือว่าเป็นคนดีกันแน่ เรื่องนั้น..คาดเดาอะไรไม่ได้เลย
“เรื่องนั้นข้าหายดีแล้วค่ะ ข้าไปหาท่านดยุคได้ไหมคะ หมายถึง..ในช่วงเวลาที่ข้าอยากมีเพื่อนคุย..”
เขายกมือขึ้นมาจับมือของเธอเอาไว้แน่น
“ได้ทุกเวลาที่เลดี้ต้องการเลยครับ ข้าจะสั่งให้คนขับรถม้าของข้าไปประจำอยู่ที่แวงซองค์ ไม่ว่าช่วงเวลาใดก็ตามที่เลดี้ต้องการมาหาข้า สั่งให้เขามาส่งได้เลย หรือแม้กระทั่งว่าหากเลดี้ต้องการมาอยู่กับข้าที่เฟอดินา ข้าก็ยินดีที่จะจัดห้องให้นะครับ..”
อลิชาหัวเราะแห้งๆ ออกมา
“ขอบคุณค่ะ เช่นนั้นวันนี้ข้าขอตัวกลับก่อนนะคะ..”
มือของซามูเอลยังคงจับมือของเธอเอาไว้ไม่ปล่อย
“เราไม่ได้พบเจอกันนานหลายเดือนเลยนะครับท่านจะกลับไปโดยที่ไม่ทำอะไรเลยงั้นเหรอครับ”
บอกตามตรงว่าเขาคาดหวังตั้งแต่ที่เห็นเธอตอบจดหมายกลับมาแล้ว ซามูเอลค่อนข้างคาดหวังว่าในวันนี้เขาน่าจะถูกอลิชาทรมานร่างกายบ้างไม่มากก็น้อย แต่เธอไม่แม้แต่จะแตะต้องร่างกายของเขาเลยแม้แต่ปลายนิ้ว
หรือว่าในวันนี้เขาแต่งกายออกมาไม่น่าหลงใหลมากพองั้นหรือ ทั้งๆ ที่ชุดนี้เขาสั่งตัดพิเศษเพื่อมาหาเธอในวันนี้โดยเฉพาะเลยนะ เขาไม่ดูดีในสายตาของเธอจนทำให้เธอไม่อยากสัมผัสเขาเลยงั้นเหรอ?
ฉันกำลังครุ่นคิดอยู่กับประโยคนั้นของซามูเอล แล้วเขาต้องการให้ฉันทำอะไรกันนะ ให้นั่งคุกเข่าแล้วจุมพิตที่หลังมือของเขาเหมือนกับที่เขาทำงั้นเหรอ
หรือว่านั่นคือมารยาทการพบกันของชนชั้นสูง โถ่!..แล้วไม่บอกตั้งแต่แรก