เรื่อง...มาเฟียระบายรัก
สำหรับนิยายเรื่องนี้เป็นตอนของลิลิน น้องสาวของมิรา แต่งต่อจากเรื่อง...พ่อม่ายกับยัยพี่เลี่ยง นักอ่านสามารถอ่านแยกเรื่องได้ค่ะ เนื้อเรื่องไม่ได้รวมกันอ่านแล้ว ไม่งงแน่นอนค่ะ
คำโปรย
คืน One Night Stand ของมาเฟียอิตาลีกับยัยขี้เมา เช้าวันนั้นเธอหายไป เขาจึงออกตามหา แต่เมื่อได้เจอกันเธอกลับจำหน้าเขาไม่ได้
แนะนำตัวละคร
ขวัญฤทัย มงคลสวัสดิ์ อายุ 22 ปี (ลิลิน)
นักศึกษาฝึกงานปีสุดท้าย เธอไปเลี้ยงฉลองกับเพื่อนที่ได้ฝึกงานด้วยกัน เธอเมาจนไม่มีสติ เผลอไปมีความสัมพันธ์กับผู้ชายคนหนึ่งเข้า เธอจำหน้าเขาไม่ได้ แต่ในที่สุดโลกมันก็กลม...บังเอิญเจอกัน
คริสเตียน คาร์โด้ อายุ 34 ปี (คุณคริส)
เขาเป็นมาเฟีย มาเปิดธุรกิจในไทย เขาหล่อ และรวยมาก เขาไม่ใช่ผู้ชายเจ้าชู้อย่างที่คนอื่นๆ เข้าใจ แต่เขาชอบซื้อกิน เพราะเขายังไม่เจอคนที่ทำให้เขาสามารถรู้สึกรักได้ วันหนึ่งเขาได้เจอกับยัยขี้เมาโดยบังเอิญ แล้วเกิดสนใจเธอขึ้นมา เขาและเธอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันในคืนนั้น
ตอนที่ 1 ชีวิตลิลิน
ลิลิน หญิงสาวตัวเล็กผิวขาวหุ่นดี ใบหน้าสวยใสน่ารักกำลังดี นักศึกษาปีสี่ ในชีวิตมีพี่สาวเพียงคนเดียวที่คอยดูแลเธอมาตลอดตั้งแต่ยังเด็ก เธอรักพี่สาวของเธอคนนี้มาก รักเหมือนแม่คนหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะมีกันอยู่แค่สองคนพี่น้องเท่านั้น แต่ตอนนี้พี่สาวของเธอได้มีครอบครัวที่อบอุ่นไปแล้ว
พี่สาวกับพี่เขยของเธอได้ส่งเธอเรียน เธออยากอะไร ลิลินก็มักจะได้เรียนในสิ่งที่ต้องการเสมอ ลิลินอยู่อย่างสบายและมีความสุขดี พี่เขยของเธอซื้อคอนโดกับรถอีกหนึ่งคันให้กับเธอ ตอนแรกเธอก็ไม่อยากรับเพราะรู้สึกเกรงใจ แต่พี่เขยของเธอบอกว่า ที่ซื้อให้เพราะไม่อยากให้พี่สาวต้องเป็นห่วง
ลิลินเป็นผู้หญิงที่ต้องอยู่คอนโดคนเดียว ถ้าไม่มีรถก็จะลำบาก ซึ่งลิลินเองก็อยากให้พี่สาวของเธอสบายใจ เธอจึงรับเอาไว้ เธอเลือกที่จะออกมาอยู่ข้างนอกเพียงลำพัง เพราะมันใกล้กับมหาลัยที่เธอเรียน แต่อีกใจลิลินก็ไม่อยากเข้าไปอยู่ที่บ้านพี่เขยด้วยแหละ เพราะเธอเกรงใจไม่อยากรบกวน แค่ที่เขาส่งเธอเรียนมันก็มากพอแล้ว และตอนนี้เธอกำลังหาที่ฝึกงานก่อนเรียนจบ เพราะตอนนี้เธออยู่ปีสุดท้ายอีกนิดเดียวก็จะจบแล้ว
ลิลินเป็นผู้หญิงเก่ง ไม่ยอมใคร รักตัวเอง เก่งการต่อสู้ ชอบกีฬายิงปืนที่สุด มีเพื่อนสนิทสามคนผู้ชายหนึ่ง ผู้หญิงสอง ทั้งสี่คนรวมถึงเธอด้วยรักกันมาก
“ไอ้ลิน มึงได้ที่ฝึกงานหรือยัง" ธีร์เพื่อนสนิทของลิลินคนแรกถามขึ้น ธีร์เป็นผู้ชายคนเดียวในกลุ่ม เขาเป็นผู้ชายที่รักเพื่อนมาก มีแฟนไปเรื่อยๆ ส่วนเพื่อนก็คือเพื่อนไม่ได้คิดกับใครในกลุ่มเกินเลยทั้งสิ้น
"ยังเลยรอบริษัทตอบรับอยู่เนี่ย ทำไมบริษัทสมัยนี้ถึงรับเด็กฝึกงานยากจังนะ" ที่จริงเธอกลัวว่าจะต้องไปฝึกงานที่บริษัทของพี่เขยต่างหาก เธอไม่อยากไป เพราะเธออยากจะใช้ชีวิตด้วยตัวเอง พี่เขยของเธอชื่อคุณอาทิตย์ เขาเป็นนักธุรกิจที่โด่งดังมากคนหนึ่ง ส่วนพี่สาวของเธอชื่อมิราเป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น
"แล้วทำไมมึงไม่ไปฝึกงานที่บริษัทของพี่เขยมึงวะ" ถ้ากูอยากไป กูคงไม่มานั่งหาที่ฝึกงานอยู่แบบนี้หรอกถามไม่คิด...ลิลินค่อนขอดเพื่อนในใจ
"ไม่อ่ะ กูไม่อยากรบกวนเขา แล้วกูก็อยากหาประสบการณ์ด้วยตัวเองด้วย" ลิลินชอบชีวิตอิสระ เธอเป็นผู้หญิงก็จริง แต่เธอก็เป็นผู้หญิงเก่งและเข้มแข็ง ร่าเริง และคิดบวกเสมอ
"เออๆ แม่คนเก่งแล้วแต่มึงเลยครับ พอดีของกูได้แล้ววะ" ธีร์เป็นผู้ชายเพียงคนเดียวในกลุ่ม คำพูดของเขาไม่เคยแบ่งแยกไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เขามักจะพูดกู มึง กับเพื่อนเสมอ เพราะเขารู้สึกว่ามันสนิทกันดี ซึ่งทุกคนในกลุ่มก็คิดเหมือนกัน
"เฮ้ยจริงเหรอโชคดีจังได้ที่ไหนวะ" ลิลินถามอย่างตื่นเต้นแทนเพื่อนที่ได้ที่ฝึกงานแล้ว แต่เธอนี่สิยังไม่ได้สักที ไปสมัครมาก็ตั้งหลายที่ ถ้าไม่ได้จริงๆ มีหวังต้องไปทำงานกับพี่อาทิตย์แน่ๆ ใครจะอยากไปทำงานกับคนแก่กัน ไม่เอาๆ
"บริษัท xxx น่ะ" ลิลินทำหน้าเข้าใจ และก็หวังว่าเธอก็จะต้องได้ที่ฝึกงานบ้าง
"โอ๊ยอิจฉา นี่ถ้ากูได้ที่ฝึกงานบ้างนะ เราไปเลี้ยงฉลองกัน" ลิลินชวน ปกตินานๆ ทีถึงจะชวนกันไปเที่ยวเพราะพักหลังมาเรียนหนักมาก ยิ่งใกล้จะจบนะ ไม่ค่อยมีเวลาไปไหนเลย แต่ถ้าครั้งนี้เธอได้ที่ฝึกงานนะ เธอก็อยากจะให้ของขวัญกับตัวเองบ้าง ให้ชีวิตได้ปลดปล่อยบ้าง
"ไปก็ไปดิ" ธีร์เป็นเพื่อน ที่รักเพื่อนๆ มากและเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวในกลุ่ม ถ้าเพื่อนเขาไปไหน เขาก็ต้องไปด้วยอยู่แล้ว รวมถึงแตงโมกับน้ำหวานด้วย เพราะธีร์จะได้ดูแลเพื่อนไปในตัวด้วย เพราะสถานที่ที่ลิลินพูดถึงคงไม่พ้นที่ที่ผู้ใหญ่ชอบไปเที่ยวกันแน่ๆ
"อ้าวๆ พูดแล้วน้า..." แค่เรื่องเที่ยวธีร์สบายมาก เมื่อไหร่ ตอนไหนขอให้บอก เขาพร้อมเสมอ
"เออดิวะกูเคยเบี้ยวมึงหรือไง" ธีร์ตอบอย่างมั่นใจ เพราะทุกครั้งเขาก็ไปด้วยกันเสมอ
"ไม่เคย...มั้ง เดี๋ยวชวนแตงโมกับยัยน้ำหวานไปด้วย" ลิลินนึกเรื่องเที่ยวแล้ว แต่ที่ฝึกงานยังไม่ได้เลยนะ
“ให้มึงได้ที่ฝึกงานก่อนดีมั้ยเพื่อน ไอ้พวกนั้นน่ะ ไม่ต้องชวนมันก็ไป" ลิลินทำท่าพยักหน้าเห็นด้วย กับสิ่งที่เพื่อนพูด เพราะสองคนนั้นไปไหนไปกันอยู่แล้ว อีกอย่างเธอก็ยังไม่ได้ที่ฝึกงานเลย
"แล้วมึงจะรู้ผลเมื่อไหร่วะ กูจะได้เตรียมท้องไปใส่เหล้า" งานนี้คงต้องเต็มที่หน่อยเพราะนานๆ ทีจะได้พากันไปเที่ยว
"แหมมึงแดกอย่างอื่นบ้างก็ได้" ลิลินมักจะพูดแบบนี้กับเพื่อนเช่นกัน แต่ถ้าเธอคุยกับพี่สาวหรือคุยกับผู้ใหญ่ ลิลินก็จะเรียบร้อยและน่ารักไปอีกแบบ
"กูจะดื่มเยอะขนาดไหน ก็ไม่เมาเท่ามึงหรอกไอ้ลิน" เพราะลิลินเป็นคนคออ่อน พอเวลาที่ลิลินเมา ลิลินจะไม่รู้ตัวเรื่องเลย แบบว่าตื่นมาจำอะไรไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นเวลาที่ลิลินดื่มเหล้า เพื่อนของเธอทั้งสามคนจะช่วยกันดูแลลิลินเสมอ
"เออๆ เดี๋ยวมึงคอยดูกูใหม่แล้วกัน ครั้งนี้กูจะไม่เมา" ลิลินพูดไปอย่างนั้นแหละ เพราะเธอรู้ว่า ถ้าเธอเมาเมื่อไหร่ เพื่อนๆ ของเธอก็ไม่ทิ้งเธอแน่นอน
"อ้าวนั้นไงยัยสองคนมาโน้นแล้ว" ธีร์หันไปเห็นแตงโมกับน้ำหวานเดินยิ้มมาแต่ไกลพอดี
"ลินๆ เราได้ที่ฝึกงานที่เดียวกัน" น้ำหวานพูดขึ้นหน้าตาดีใจสุดๆ เพราะได้ที่ฝึกงานที่เดียวกันกับเพื่อนสนิท
"จริงเหรอดีใจอ่ะ...แล้วแตงโมล่ะ" ลิลินยิ้มให้น้ำหวานอย่างดีใจ แล้วหันไปถามแตงโม
"เราได้อีกที่นึงน่ะ" แตงโมก็ยิ้มได้เช่นกัน ถึงจะไม่ได้ไปฝึกกับเพื่อน ก็ไม่เป็นไร แค่รู้ว่าพวกเราจะได้มีที่ให้ฝึกงานมันก็ดีแล้ว ส่วนเรื่องจะไปฝึกที่เดียวกันหรือไม่นั้น ไม่สำคัญเพราะเดี๋ยวพวกเธอทั้งสี่คน ก็หาเวลามาเจอกันได้อยู่แล้ว
"คนละที่ก็ไม่เป็นไรเนอะ ดีแล้วที่พวกเรายังหาที่ฝึกงานกันได้" น้ำหวานพูดขึ้นแบบให้กำลังใจเพื่อน
"อือ" ทุกคนก็เห็นด้วยเช่นกัน
"ถ้างั้นวันนี้เราไปเลี้ยงฉลองกัน" ลิลินพูดขึ้นอย่างตื่นเต้นน้ำเสียงดีใจสุดๆ ในที่สุดสิ่งที่หวังเอาไว้ก็เป็นจริง เธอจะได้ไม่ต้องไปทำงานกับพี่อาทิตย์ พี่เขยของเธอ เธอรู้ว่าเขาใจดี แต่เธอไม่รู้ว่าสำหรับเรื่องงานเขาจะเป็นยังไง ด้วยอายุของเขาแล้ว เธอคิดว่าเขาต้องเข้มงวดกับเธอแน่ๆ เพราะฉะนั้นเธอไม่ไปหรอก
"ที่ไหนๆ" แตงโมรีบถาม เพราะเธออยากไปเปิดหูเปิดตาอยู่พอดี
"เออ…ไอ้ธีร์ที่ไหนดีวะ" ลิลินหันไปถามความคิดเห็นธีร์ จากที่คุยกันเมื่อสักครู่ยังไม่ได้สรุปว่าจะไปที่ไหนกันดี
"ร้านอาหารก็พอมั้ง" น้ำหวานเสนอ
"ไม่เอาๆ ครั้งนี้ต้องพิเศษหน่อย ไปผับกัน ผู้ชายเยอะดี" แตงโมออกความคิดเห็นทันที แฟนก็เลิกกันไปตั้งนานแล้ว ว่าจะหาใหม่สักคนมาประดับบารมีสักหน่อย
"อกหักครั้งที่แล้วไม่เข็ดอีกนะไอ้โม" น้ำหวานแซวเพื่อน ทุกคนในกลุ่มล้วนแล้วแต่เคยผ่านผู้ชายมาแล้วทั้งนั้น ส่วนธีร์ก็ผ่านผู้หญิงมาแล้ว ยังเหลือก็แต่ลิลินที่ยังไม่เคยผ่านเรื่องนี้เลย เพราะพี่สาวของเธอขอร้องให้น้องสาวเรียนจบก่อนแล้วค่อยมีแฟน เพราะนางเป็นห่วง กลัวน้องสาวจะเจอผู้ชายที่ไม่ดี ส่วนลิลินก็ไม่อยากให้พี่สาวเป็นห่วง เธอก็เลยเลือกที่จะยังไม่มีแฟนตามที่พี่สาวขอร้อง
"อกหักแล้วไง ไม่ได้ทำให้กูตายสักหน่อย" แตงโมพูดอย่างอารมณ์ดี เธอคิดว่าความรักคือสีสันของชีวิต ส่วนเรื่องบนเตียงเธอก็ไม่ได้จะให้ใครง่ายๆ สักหน่อยถ้าอารมณ์ไม่พาไปจริงๆ เธอก็ไว้ตัวอยู่พอสมควรหรือจะเรียกว่าเล่นตัวก็ได้นะ เธอไม่ได้สนใจว่าผู้ชายคนไหนจะคิดยังไง เพราะเรื่องแบบนี้ ถ้ารีบก็จะเจอแต่ผู้ชายห่วยๆ อย่างที่ผ่านมานั่นแหละ
"เอาที่มึงสบายใจเลยก็แล้วกัน" เพื่อนทุกคนต่างก็เป็นห่วงกันดี พอเวลาที่ใครมีเรื่องไม่สบายใจ ผิดหวัง หรือจะสมหวังก็ตาม ก็มักจะมาระบายและเล่าให้เพื่อนในกลุ่มฟังเสมอ ทำให้ลิลินหญิงสาวโสดแถมยังบริสุทธิ์คนเดียวในกลุ่ม เธอมีข้อมูลเรื่องความรักเยอะมาก เธอไม่ได้ใสซื่อเพราะได้ประสบการณ์จากเพื่อนๆ เหลือก็แต่ปฏิบัติอย่างเดียวที่เธอยังไม่เคย
"เอ้าๆ แยกย้ายสามทุ่มเจอกันที่คอนโดไอ้ลิน เดี๋ยวไปรถกู" ธีร์เป็นคนพูดขึ้น เพราะเขาคิดว่าไปด้วยกันจะได้กลับด้วยกัน และจะได้ดูแลกันด้วย
"ทำไมต้องไปรถมึงด้วย ไม่เอาๆ กูจะขับรถไปเอง" ลิลินเห็นว่าบ้านเพื่อนแต่ละคน ไปกันคนละทิศละทาง ถ้าจะไปคันเดียวกัน ขับมารับไม่เท่าไหร่ ตอนไปส่งนี่สิ คงจะวนไปวนมาทั้งคืนแน่ๆ แล้วเธอก็มีรถ เพราะฉะนั้นเธอก็ไม่อยากให้เพื่อนลำบากด้วย
"ก็กูเป็นผู้ชาย กูจะได้ดูแลพวกมึงด้วยไง" ธีร์รู้ว่าสถานที่ที่จะไปเที่ยวกัน ในที่แบบนั้นมันค่อนข้างอันตราย แต่ถ้าเพื่อนจะยืนยันไปเองเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่แสดงความเป็นห่วงในสถานะเพื่อนก็เท่านั้น
"เออ...ขอบใจมึงมาก แต่ไม่เป็นไรดีกว่า มึงกินทีไรเมาเป็นหมาทุกที กูเอารถไปเองดีกว่า" ที่จริงแล้วก็เมาเหมือนๆ กันทุกคนนั่นแหละ โดยเฉพาะคนพูด
"ไอ้ธีร์กูไปด้วยนะ ทางผ่านบ้านกูพอดีขี้เกียจขับรถว่ะ" ในที่สุดก็มีน้ำหวานไปกับธีร์หนึ่งคน
"กูด้วยๆ ถึงห้องกูจะอยู่คนละซอย เดี๋ยวกูนั่งรถมาหามึงที่บ้านก็ได้ ขากลับกูจะได้มีคนไปส่งเผื่อกูเมา แฮะๆ" แตงโมเสนอตัวไปกับธีร์อีกคน งั้นก็เหลือแต่ลิลินที่จะขับรถไปเองคนเดียว
"ได้ดิ งั้นไอ้ลินมึงไปคนเดียวนะ" ธีร์สรุป
"อือสบายมาก สามทุ่มเจอกันตามนัด"
"งั้นมึงสองคนตกลงตามนี้" ธีร์หันไปพูดกับแตงโมและน้ำหวาน แล้วทั้งหมดก็แยกย้ายกัน กลับบ้านใครบ้านมันแล้วเจอกันอีกทีเวลาตามนัด...
ตอนที่ 2 เมา
คริสเตียน นักธุรกิจแห่งอิตาลี เพิ่งมาเปิดธุรกิจในไทยได้ไม่นาน เขาเป็นเจ้าของบริษัทผลิตเครื่องดื่ม ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็น น้ำดื่ม ชา กาแฟ น้ำผลไม้ หรือแม้นแต่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ที่ทำเงินมหาศาลให้เขาในเวลานี้ แต่ที่อิตาลี เขาไม่ได้เปิดธุรกิจขายน้ำหรอกนะ แต่เขาผลิตอาวุธสงคราม และส่งออกนำเข้ารถหรู ทั้งถูกและผิดกฎหมายด้วย คริสเตียน มีลูกน้องคนสนิทหนึ่งคนชื่อเดล อายุ 30 ปี ทำงานกับคริสเตียนมาตั้งแต่ที่คริสเตียนรับภาระดูแลธุรกิจ ตั้งแต่บิดาเสียไป เขามีคฤหาสน์หรูหลังงามเพื่อใช้พักผ่อนในไทยหนึ่งหลัง เป็นที่พักอาศัย
"ไอ้เดลเข้ามาหากูหน่อย" คริสเตียนเรียกลูกน้องคนสนิทเสียงเข้ม ที่จริงแล้วเดลไม่ใช่แค่ลูกน้อง แต่เดลเป็นมากกว่าลูกน้อง มาทำงานช่วยคริสเตียนตามที่บิดาสั่ง แต่เดลก็วางตัวดีให้เกียติคริสเตียนเสมอ ทั้งสองดูแลกันเหมือนพี่น้อง แต่คนภายนอกมองว่าเดลก็เป็นแค่ลูกน้องคนหนึ่งเท่านั้น เพราะเดลไม่ต้องการเปิดเผยสถานะนี้กับใคร
"ครับนาย" เดลเข้ามาภายในห้องทำงานตามเสียงเรียกของเจ้านาย
"เตรียมรถ วันนี้กูจะไปหาที่ดื่มสักหน่อย เบื่อๆ ว่ะ" ขณะนี้เป็นเวลาเกือบสามทุ่มแล้ว คริสเตียนจะใช้เวลาส่วนมากนั่งทำงาน ไม่ได้มีเวลาไปทำอย่างอื่นสักเท่าไหร่
"ครับนาย" เดลทำงานเก่งและยังเก่งทั้งทางต่อสู้ เมื่อมีภัยเขายิงปืนแม่นพอๆ กับคริสเตียนเลยก็ว่าได้ อาชีพอย่างพวกเขา ก็ต้องมีฝีไม้ลายมือเรื่องการต่อสู้อยู่แล้ว เพราะคู่แข่งทางธุรกิจนั้นมีหลายรูปแบบ บอกไม่ได้ว่าเมื่อไหร่จะเดินไปเหยียบเท้าใครเข้า ซึ่งอาจจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ได้
คริสเตียนเลือกที่จะไปผับย่านกลางใจเมือง อยู่เมืองไทยเขาไม่ค่อยได้มาในที่แบบนี้บ่อยนัก เพราะธุรกิจที่มาเปิดใหม่ขณะนี้ยังไม่ค่อยลงตัวมากนัก ยังมีติดๆ ขัดๆ อยู่บ้าง
คริสเตียนเป็นผู้ชายที่มีหน้าตาดี ใครเห็นใครก็มอง รูปร่างสูงโปร่งขาวหุ่นดีตามแบบคนยุโรป เสื้อผ้าหน้าผมเรียกได้ว่าเป็นคนที่เนี๊ยบมากคนหนึ่งเลยก็ว่าได้
เขาเดินเข้ามาภายในผับ ผู้คนหนาแน่น มีลูกน้องคนสนิทเดินตามมาพร้อมกับบอดี้การ์ดชุดดำอีกสองคน คริสเตียนเลือกที่จะขึ้นไปดื่มที่โซนวีไอพีชั้นบน เพราะพื้นที่ตรงนั้นค่อนข้างเป็นส่วนตัว ไม่วุ่นวายเหมือนด้านล่างที่เดินผ่านเข้ามา
วันนี้เขาแค่อยากดื่ม พอหายเบื่อก็ว่าจะกลับ เขานั่งลงที่โซฟาขนาดใหญ่ รินเหล้าลงแก้วแล้วค่อยๆ จิบมันเบาๆ สายตามองลงไปชั้นล่าง เห็นผู้หญิงคนหนึ่งหุ่นถูกใจเขามาก แต่วันนี้คริสเตียนไม่ได้มีอารมณ์อย่างว่า แค่อยากจะมาพักผ่อนเฉยๆ เลยเลือกที่จะไม่สนใจเธอคนนั้น
ชีวิตของคริสเตียนมีแต่งานกับงาน จนบางครั้งเขาคิดว่าชีวิตนี้มันช่างน่าเบื่อเหลือเกิน ไม่รู้ว่าที่ต้องทำงานหนักทุกวันนี้เพื่ออะไรกันแน่ แต่อย่างว่าแหละ เขามีลูกน้องเป็นหมื่นที่จะต้องรับผิดชอบดูแล ถ้าเขาทิ้งไป แล้วครอบครัวข้างหลังของลูกน้องของเขาแต่ละคนจะอยู่กันอย่างไร นี่เลยเป็นสาเหตุที่คริสเตียนยังคงต้องทำงานหนักอย่างนี้ต่อไป ทำให้เขาต้องแบกรับภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่อย่างนี้ต่อไป
เขาเคยคิดอยากจะมีเมียสักคน เผื่อชีวิตจะได้มีอะไรที่มันมากกว่านี้บ้าง แต่...ไม่มีผู้หญิงคนไหนถูกใจเขาเลยสักคน เต็มที่ก็แค่ค้างคืน เสร็จแล้วก็ทางใครทางมัน แต่ทุกครั้งคริสเตียนจ่ายให้เธอๆ พวกนั้นไปไม่น้อย เขารินเหล้าใส่แก้วอีกครั้ง แล้วกระดกลงคอรวดเดียวจนหมด
"เบื่อโว้ย!!" เขาตะโกนออกมาแบบนี้เป็นประจำ เพราะชีวิตของเขามันช่างไม่มีสีสันเอาซะเลย
ทางด้านลิลิน
เธอนัดกับเพื่อนเพื่อมาเลี้ยงฉลองกัน เรื่องที่เธอได้ที่ฝึกงานกันเป็นที่เรียบร้อย
"อ้าวชนแก้ว" เสียงหนึ่งในกลุ่มดังขึ้น ชูแก้วในมือของใครของมันชนกัน
"เคร้ง!!!" เสียงแก้วกระทบกัน ในแก้วมีแอลกอฮอล์ผสมบางๆ พอให้มีสีสีนสนุกๆ ตามประสาเด็กวัยรุ่น
"ดื่มฉลองให้กับความยากลำบากของพวกเรา ในที่สุดก็ได้ที่ฝึกงานกันสักที" ลิลินพูดขึ้นเสียงดังแข่งกับเสียงเพลงในผับ
"ใช้แล้ว... แล้วฉันก็ได้ที่ฝึกงาน ที่เดียวกันกับแกด้วย" น้ำหวานเอ่ยขึ้นมาบ้าง พร้อมกับจิบน้ำในแก้วอย่างเอร็ดอร่อยเพราะมันมีน้ำผลไม้ผสมอยู่ ทำให้ดื่มง่ายแต่เมาเร็ว!
"ถึงเราจะแยกย้ายกันไป แต่ยังไงพวกเราก็ต้องหาเวลามาเจอกันให้ได้อยู่ดี เอ้าชน!" ธีร์เอ่ยขึ้นมาบ้าง พวกเขาสี่คนถ้าอยู่ด้วยกันครบก็จะสนุกแบบนี้ แต่ถ้าขาดคนใดคนหนึ่งไปก็จะเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง
ชีวิตของเด็กนักศึกษาก็จะสนุกประมาณนี้นั่นแหละ แต่อีกด้านหนึ่งของคนวัยทำงาน กำลังเบื่อกับชีวิตที่เกิดมาพร้อมกับเงินและความรับผิดชอบ ซึ่งเขาก็กำลังมองลงไปที่กลุ่มของนักศึกษาทั้งสี่คนนี้พอดี แล้วนึกในใจว่า น่าสนุกดีเนอะ! ตั้งแต่เขาเรียนจบและได้ทำงานเขาก็ไม่เคยได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นที่มีความสุขแบบนั้นอีกเลย
"เคร้ง!!" ทั้งสามสาวและหนึ่งหนุ่มทั้งดื่มทั้งเต้นท่าทางสนุกและมีความสุข พวกเธอเรียนหนักกันมาก และแล้ววันนี้ก็มาถึง ถ้าฝึกงานครั้งนี้ผ่านไปได้ด้วยดี พวกเธอก็จะเรียนจบกันแล้ว
"ลินๆ หนุ่มโต๊ะโน้นมองมึงอ่ะ" แตงโมบอกเพื่อน เมื่อเห็นหนุ่มหล่อส่งยิ้มมาให้ลิลินเพื่อนรัก
"กูไม่ชอบ" ลิลินไม่เคยสนใจผู้ชายคนไหนเลย จนบางครั้งนึกอยากจะหันมาสนใจเพศเดียวกัน แต่มันก็ยังไม่ใช่อยู่ดี
"มึงไม่อยากลองบ้างเหรอ" แตงโมถามเพื่อน แตงโมหมายถึงเรื่องอย่างว่านั่นแหละ
"ลองอะไรวะ" ลิลินถามไปอย่างนั้น แต่ก็รู้ว่าเพื่อนหมายถึงเรื่องอะไร
"ลองมีเซ็กซ์ไง มันดีนะถ้าได้ลองแล้วมึงจะติดใจ" ในกลุ่มเพื่อนของเธอ เหลือแค่เธอคนเดียวเท่านั้นที่ยังไม่เคย นอกนั้นไม่ต้องถาม...
"พวกมึงจะบ้าหรือไง กูจะเก็บเอาไว้ให้กับคนที่กูรักโว้ย" ลิลินพูดเสียงดังใส่หน้าเพื่อน เพราะต้องตะโกนแข่งกับเสียงเพลงในผับ
"แล้วมึงเจอคนๆ นั้นหรือยังล่ะ" น้ำหวานถาม มีหวังถ้าเพื่อนยังไม่สนใจใครอยู่แบบนี้ ตายไปเสียชาติเกิดแย่เลย
"ยังว่ะ" ลิลินผู้ไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตา เธอยังไม่รู้สึกชอบใครเลยจริงๆ นี่น่า แถมพี่สาวของเธอก็ยังขอร้องเรื่องนี้ไว้ด้วย
"มาตรฐานเพื่อนเรามันสูงมึงก็รู้" ธีร์คิดว่าเพื่อนคงมาตรฐานสูงมั้ง ถึงยังไม่เคยชอบใครสักที มีที่ไหนเกิดมาอายุยี่สิบกว่าแล้ว ยังไม่เคยมีแฟน ดูอย่างพวกเขาสินับไม่ไหว!
"มีแต่คนห่วยๆ กูไม่ชอบ" ลิลินเห็นผู้ชายแต่ละคน มีดีบ้างไม่ดีบ้าง แต่ทุกคนก็ยังมีข้อเสียสำหรับเธอ ก็คนมันไม่ชอบมองยังไงก็ไม่ใช่อยู่ดี เธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าสเปคของตัวเองจริงๆ เป็นยังไง
"เอาที่เพื่อนสบายใจเลยคร๊าบ..." ธีร์ประชด ก็คงต้องแล้วแต่มันนั่นแหละ
"เลิกคุยเรื่องนี้เถอะ วันนี้ถ้าไม่เมาไม่เลิกโว้ย" ลิลินพูดจบเธอก็กระดกเหล้าลงคอรวดเดียวจนหมดแก้ว
"เฮ๊ยๆ เบาๆ หน่อยเหล้านะโว้ยไม่ใช่น้ำเปล่า เดี๋ยวก็เมาไม่รู้เรื่องกันหรอก" แตงโมปรามแต่ก็ไม่ได้จริงจังนัก เดี๋ยวเมาเร็วก็หมดสนุกกันพอดี ก็เธอยังอยากสนุกต่อ ไม่เมาไม่กลับ!
"วันนี้เต็มที่" ลิลินบอกแล้วชนแก้วกับเพื่อนอีกครั้ง
"ยัยลินแกน่ะตัวดีเลย ดื่มเอาๆ ระวังจะเมาไม่รู้เรื่อง" น้ำหวานเตือนลิลินด้วยความเป็นห่วง เพราะเธอรู้ว่าลิลินเมาแล้วจะเป็นยังไง อีกอย่างลิลินขับรถมาเองด้วย เดี๋ยวจะเป็นอันตรายได้
"วันนี้ฉันเต็มที่โว้ย...ยัยหวานชนๆ" ตอนนี้เธอกระดกเข้าไปหลายแก้วแล้ว หน้าเริ่มตึง ตาเริ่มแดงคงจะเริ่มเมาแล้วแน่ๆ ทุกคนก็ด้วย แต่ธีร์ยังพอได้อยู่
"เออๆ ชนก็ชน" แล้วเมื่อเวลาผ่านไป ทุกคนก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเริ่มไม่ไหวแล้ว แล้วทั้งหมดก็ชวนกันกลับ
"ฉันกลับก่อนนะ รู้สึกไม่ไหวแล้วว่ะ เดี๋ยวแม่ด่า" น้ำหวานอยู่บ้านกับพ่อและแม่ ถึงเธอจะโตแล้ว พวกท่านก็ยังเป็นห่วงอยู่ดี อีกอย่างน้ำหวานเป็นผู้หญิง และเธอก็ไม่อยากให้พ่อกับแม่ของเธอต้องเป็นห่วงด้วย เธอจะมีเวลากลับเข้าบ้าน ห้ามเกินเวลาก็ถือว่าใช้ได้
"แต่มึงมากับกูไม่ใช่เหรอ รอกลับพร้อมกันดิวะ" ก็ใช่! แต่น้ำหวานคิดว่าคงถึงเวลาที่เธอจะต้องกลับแล้ว เธอนั่งแท็กซี่ไปเองก็ได้ เพราะดูแล้วเพื่อนๆ ยังอยากสนุกต่ออยู่เลย
"ดูจากสภาพมึงแล้ว ไม่ได้ต่างอะไรกับกูเลยว่ะ ฮ่าๆๆๆ กูกลับแท็กซี่ดีกว่า" น้ำหวานก็เมา ธีร์ก็เมา แตงโมก็เมา ลิลินก็เมา ทุกคนเมากันหมด กลับแท็กซี่น่าจะปลอดภัยกว่า
"กูกลับด้วยไม่ไหวเหมือนกันว่ะ" แตงโมเองก็รู้สึกไม่ไหวแล้วเหมือนกัน กลับพร้อมกับน้ำหวานเลยดีกว่า
"เอาไงไอ้ลิน เพื่อนจะกลับกันหมดแล้วกูว่ากลับเถอะว่ะ" ธีร์ชวนเพราะถ้าเมามากกว่านี้อาจจะขับรถกลับไม่ไหวแน่ๆ
"แล้วมึงขับรถไหวเหรอวะไอ้ธีร์" ลิลินรู้สึกว่าตัวเองรู้สึกมึนๆ แต่เธอยังคิดว่าตัวเองยังไหวอยู่
"ไม่ไหวว่ะ คงต้องกลับแท็กซี่เหมือนไอ้สองคนมันนั่นแหละ" ธีร์รู้ว่าตัวเองคงขับรถไม่ไหวแน่ คงต้องยอมจอดรถทิ้งไว้ที่นี่เพื่อความปลอดภัยดีที่สุด
"เฮ้ยแต่กูไหว" ลิลินเธอคิดว่าตัวเองยังไหวอยู่ แค่มึนหัวนิดหน่อยทำอะไรเธอไม่ได้หรอก นั่นเป็นความคิดของเธอตอนนี้ เพราะคนเมามักจะบอกว่าตัวเองไม่ได้เมาเสมอ
"มึงไม่ไหวไอ้ลิน" ทั้งสามคนผสานเสียงกัน ยังไงก็ไม่ยอมให้ลิลินขับรถกลับเองแน่ๆ ดูจากสภาพก็ไม่ได้ต่างไปจากกันเลย
"โหพวกมึง กูเพิ่งจะเห็นพวกมึงสามัคคีกันก็วันนี้แหละ" ลิลินชี้นิ้วส่ายไปส่ายมาบ่งบอกว่าเธอเมาแล้ว ไหนจะน้ำเสียงที่ฟังยังไงก็ไม่ปกติแน่ๆ
"ไปเรียกแท็กซี่เถอะคนละคัน" แล้วทั้งสี่คนก็พากันเดินออกจากสถานบันเทิงแห่งนี้ เพื่อที่จะเดินออกไปเรียกแท็กซี่แล้วเดินทางกลับบ้าน
"เฮ้ยเดี๋ยวกูมานะ ขอไปเอาของที่รถก่อน พวกมึงกลับกันไปก่อนได้เลย" ลิลินไปเอากระเป๋าเครื่องสำอาง ที่ในนั้นมีหูฟังไร้สายอยู่ เธอชอบดูละครย้อนหลัง หนังจีนกำลังภายใน แก้เบื่อเวลาว่างๆ เธอก็จะใส่หูฟังนี่แหละ ซึ่งเธอก็ขาดมันไม่ได้ซะด้วยสิ ไหนจะสายชาร์จแบตมือถืออีก ถ้าไม่มีแย่เลย
"ไอ้ลินมึงห้ามขับรถกลับเองนะ พวกกูเป็นห่วง" ธีร์ย้ำกลัวว่าเพื่อนจะดื้อ แต่ตอนนี้พวกเขาก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน จะเดินไปเป็นเพื่อนก็หนักหัวเหลือเกิน เลยปล่อยให้ลิลินเดินไปคนเดียว
"เออๆ กูแค่จะไปเอากระเป๋าเครื่องสำอางเฉยๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้ออกจากบ้านไม่ได้" ที่จริงลิลินไม่ได้สนใจเครื่องสำอางพวกนั้นสักเท่าไหร่หรอก ผิวหน้าของเธอดีมากอยู่แล้ว แล้วใบหน้าของเธอก็สวยหมดจดไม่ต้องแต่งหน้าก็ออกจากบ้านได้
"เออๆ งั้นพวกกูกลับก่อนนะ" ทั้งสามก็เมามากพอๆกัน ตัวใครตัวมันแล้วกัน ซึ่งรถแท็กซี่ก็มาจอดพอดี
"บาย...เพื่อน" ลิลินเดินโซเซมาที่รถ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า กำลังมีเรื่องเกิดขึ้นกับตัวเอง แล้วก็ไม่มีใครสามารถช่วยเธอได้ด้วย...
ตอนที่ 3 สำรวจ
ทางด้านคริสเตียน
"นายอยากจะได้สาวๆ สักคนไว้แก้เบื่อมั้ยครับ" เดลถามเจ้านายขึ้นมาอย่างรู้ใจ เพราะปกติเจ้านายของเขาก็จะจบอาการเบื่อด้วยเซ็กซ์เป็นประจำ เพราะมันคือการระบายอารมณ์ของผู้ชายที่คิดว่ามีสีสันที่สุดแล้วในเวลานี้
"ก็กูบอกว่าเบื่อไง มึงอยากก็ไปได้นะ แล้วกลับไปเจอกันที่บ้าน" เขาลุกขึ้นยื่นแล้วเดินออกจากห้องไป ด้วยอาการเบื่อๆ
"นายจะกลับแล้วเหรอครับ" เดลถามขึ้นอย่างไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่นัก
"เออดิวะ"
เมื่อคริสเตียนนั่งอยู่ในรถ เขาหันไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่งเดินโซเซอยู่ด้านหน้ารถเขา คาดว่าเธอน่าจะเมามาก สายตาชายหนุ่มพิจารณารูปร่างของเธอทันที หุ่นดีตัวเล็กผิวขาวหน้าอกดูจากภายนอกก็น่าจะพอตัว เขารู้สึกถูกใจเธอและอยากจะได้เธอขึ้นมา
"จอดรถ!" คริสเตียนสั่งลูกน้องเสียงเข้ม คืนนี้เขาอยากได้เธอไปนอนกอดแก้อาการเบื่อ
"เธอดูเมามากเลยนะครับ" เดลที่รู้ว่าเจ้านายของเขาคิดอะไรอยู่ เขาเลยออกความคิดเห็น
"กูอยากได้ พวกมึงไปจัดการให้กูหน่อย" เมื่อเจ้านายสั่งมา คนเป็นลูกน้องก็ต้องทำตามอยู่แล้ว คืนนี้คริสเตียนอยากจะลิ้มลองรสชาติใหม่ๆดูบ้าง เมาก็ไม่เป็นไรคิดเสียว่าเปลี่ยนบรรยากาศ
"จะดีเหรอครับนาย ที่นี่กล้องวงจรปิดเยอะเลยนะครับ" เดลเตือนเจ้านายอีกครั้ง ปกติเจ้านายของเขาจะซื้อแต่ผู้หญิงที่เต็มใจเท่านั้น ไม่เคยคิดที่จะขืนใจใครมาก่อน แต่ครั้งนี้คริสเตียนกลับคิดว่าผู้หญิงคนนี้ก็คงเหมือนๆ ผู้หญิงทั่วๆ ไปนั่นแหละ เดี๋ยวเจอเงินที่เขาให้ก็คงเงียบ เขาคิดว่าเขาสามารถจัดการได้
"ไปเอาเธอขึ้นรถ" น้ำเสียงเรียบเข้มเอ่ยขึ้นในแบบไม่ได้ดังมากนัก ก่อนหน้านี้เขาไม่นึกอยาก แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนใจแล้ว เมื่อเห็นใบหน้าและหุ่นของหญิงสาวตรงหน้า
ชุดที่เธอสวมใส่อยู่ ไม่ได้สร้างอารมณ์ให้เขาเลยแม้แต่น้อย เธอสวมใส่เสื้อยืดรัดรูปสีขาวธรรมดาๆ กับกางเกงยีนขายาว บ่งบอกถึงสัดส่วนของเธอเป็นอย่างดี แต่เขากลับรู้สึกว่ามันน่าค้นหาดี
"ครับนาย" เดลลงไปทำหน้าที่ตามที่เจ้านายสั่ง ลิลินเดินโซเซร้องเพลงอย่างคนอารมณ์ดี เธอไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนกำลังเดินตรงเข้ามาหาเธอ
"พวกคุณเป็นคาย..." บอดี้การ์ดหนึ่งคนกับเดล ลงจากรถแล้วเดินตรงเข้าไปหาเธอ ลิลินมองตาปือๆ ก็เธอเมามาก แล้วเวลาเธอเมา นิสัยของเธอก็คือ เมื่อตื่นขึ้นมาเธอมักจะจำอะไรไม่ค่อยได้
"คุณคงเมามากให้พวกผมไปส่งดีกว่านะครับ" เดลรีบสนทนากับเธอทันที เชิญชวนให้เธอขึ้นรถไปด้วยแต่โดยดี เพราะจะให้เข้าไปฉุดกระฉากผู้หญิงก็คงไม่ใช่ แถมผู้หญิงคนนี้ยังเมามากอีกด้วย เดลคงต้องพูดดีๆ แล้วให้เธอยอมไปด้วยเอง
"จะไปส่งเหรอ ใจดีจัง แต่...แต่...ช้าน...ไม่รู้จักพวกคุณ" คนเมาก็คือคนเมา ลิลินเป็นคนคออ่อนดื่มนิดดื่มหน่อยก็เมาแล้ว แต่วันนี้เธอดื่มเข้าไปซะเยอะเลย ก็เธอดันไปท้ากับเพื่อนว่าวันนี้เธอจะไม่เมา แต่สุดท้ายก็เป็นอย่างที่เห็นนี่แหละ
"ไปเถอะครับไว้ใจพวกเราได้" เพราะพวกเราไม่ทำอะไรคุณผู้หญิงอยู่แล้วครับ แต่เจ้านายของเขานั้นไม่รู้สิ
"จริงนะ" คริสเตียนมองมาจากด้านในรถ อย่างพินิจพิจารณาคิดว่าหญิงสาวตัวเล็กคนนี้ดูรวมๆ แล้วน่ารักดี แต่ขี้เมาไปหน่อย มาเที่ยวกลางคืนคนเดียวแบบนี้คงจะพอตัวน่าดู
"ครับ" ยังไงซะ เดลก็ต้องพาเธอขึ้นรถไปให้เจ้านายของเขาให้จงได้ โกหกนิดหน่อยก็คงต้องยอม
"งั้นไปก็ไป" ลิลินเมาจนไม่มีสติเลยแม้แต่น้อย วันนี้เธอดื่มกับเพื่อนหนักไปจริงๆ เมื่อเดลพาลิลินขึ้นรถ เธอก็เห็นว่ามีผู้ชายตัวใหญ่คนหนึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้ว แต่เธอยังไม่ทันได้มองหน้าเขาเลย
"ฟุบ!!" และแล้วเธอก็หลับไป คอพับซบไปที่หน้าอกของคริสเตียนพอดี
"เฮ้ย! กูคิดถูกหรือคิดผิดวะเนี่ย" คริสเตียนบ่นเสียงเบา รู้สึกตกใจนิดหน่อย นี่เธอเมาถึงขนาดหลับเลยเหรอ ถ้าเขาไม่เอาเธอขึ้นรถ เธอคงหมดสติกองอยู่กับพื้นแน่ๆ
"นายจะเอายังไงต่อครับ" เดลถามขึ้น เดลไม่แน่ใจว่าเจ้านายของเขายังคงยืนยันคำเดิมอยู่หรือเปล่า เพราะเธอคนนี้ได้หลับไปแล้ว
"ไปโรงแรมแล้วกัน" คริสเตียนเลือกที่จะพาหญิงสาวคนนี้เข้าโรงแรม เพราะเขาไม่นิยมพาผู้หญิงเข้าบ้าน ระหว่างทางลิลินหลับไม่รู้เรื่อง คริสเตียนเลยใช้สายตาสำรวจเรือนร่างของเธอ ในขณะที่เธอก็ยังคงหลับอยู่ที่หน้าอกของเขา โดยที่เขาไม่คิดที่จะผลักเธอออก แต่เขากลับโอบเธอเอาไว้หลวมๆแทน เขาได้กลิ่นเหล้าจากตัวเธอ แต่ก็ไม่ได้นึกรังเกียจ เพราะเขาก็ดื่มมาเหมือนกัน เมื่อมาถึงโรงแรม คริสเตียนอุ้มเธอเข้าห้องแล้ววางเธอลงบนเตียง ในขณะที่หญิงสาวที่เขาพามานั้น ยังคงหลับไม่รู้เรื่อง ชายหนุ่มใช้มือเรียวใหญ่ลูบไล้ไปที่แก้มนวลของเธออย่างแผ่วเบา
"อื้อ..." เธอปัดมือของคริสเตียนออกอย่างนึกรำคาญ แต่คริสเตียนกลับมองการกระทำนี้ของเธออย่างนึกเอ็นดู
เวลาที่คริสเตียนจะมีเซ็กซ์กับสาวแต่ละคน เขาไม่นิยมความรุนแรงและมักจะค่อยเป็นค่อยไปเสมอ สำหรับเขาการวาดลวดลายรัก มันคือสีสันของชีวิต คริสเตียนนอนลงข้างๆ เธอแล้วค่อยๆ สอดมือเข้าไปในเสื้อของเธออย่างเบามือ เลื่อนขึ้นผ่านผิวเนียนนุ่มไปจนถึงหน้าอกเต่งตึง
"อื้อขนานกำลังดี" เขาเริ่มที่จะใช้มือสำรวจเรือนร่างสวยเธอไปเรื่อยๆ จมูกโด่งๆ ตามแบบฉบับชาวยุโรปค่อยๆ สูดกลิ่นกายของหญิงสาวในขณะที่เธอกำลังหลับสนิท เขาต้องการให้เธอตื่น เพื่อที่เราจะได้สนุกด้วยกัน เพราะเขากำลังจะวาดลวดลายรักกับเธอ แต่ถ้าเธอไม่ยอมตื่นก็ไม่เป็นไป เพราะสำหรับเขาไม่เคยพอแค่ครั้งเดียว คืนนี้ทั้งคืน พรุ่งนี้เช้าอีกเขาก็ยังไหว คริสเตียนค่อยๆ จับเธอถอดเสื้อผ้าออกอย่างเบามือทีละชิ้นจนหมด แล้วก็โยนมันทิ้งไปข้างๆ เตียงอย่างไม่ไยดี รวมถึงเสื้อผ้าของเขาด้วย จากนั้นคริสเตียนก็เริ่มวาดรวดลายรักทันที เขาเริ่มซุกไซร้ลำคอขาว หน้าอกอวบอิ่มเต่งตึงได้รูปขนาดเหมาะมือชวนหลงใหล
"อื้ออออ" ลิลินครางเสียงหวานออกมาเบาๆ เหมือนว่าเธอกำลังฝันหวานอยู่ มือหนาลูบไล้เนื้อตัวนุ่มนิ่มน่าสัมผัสของเธออย่างแนบแน่น เธอเป็นผู้หญิงที่จัดว่าตัวเล็ก แต่ก็ไม่ใช่เด็กแล้ว เพราะเด็กคงไม่สามารถมาเที่ยวในที่แบบนั้นได้ ตัวเธอเล็กก็จริง แต่ไม่ได้ผอมแห้ง ร่างกายของเธอมีเนื้อมีหนังน่าสัมผัส หน้าตาน่ารักตามแบบสาวเอเชียที่เขาชอบ
"คืนนี้เรามาสนุกกันนะครับ" เขากระซิบข้างหูเธอเบาๆ เป็นภาษาไทยแบบไม่ค่อยชัดนัก เพราะเขาเพิ่งจะมาอยู่เมืองไทยได้ไม่นาน
"โคน…จา…นอน…" หญิงสาวรู้สึกเหมือนถูกรบกวน แต่ก็เคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสที่เขามอบให้
"อย่าดื้อสิครับ" เขาใช้ปากสัมผัสไปกับเนื้อตัวของเธอจนเกิดรอยแดง เพราะผิวของเธอขาวมาก ชายหนุ่มซุกไซร้ต่ำลง มาจนถึงหน้าท้อง เขาจูบไปที่หน้าท้องแบนราบของเธอหนึ่งที แล้วจับเธอขยับขาเรียวสวยออกจากกันเล็กน้อย สำรวจกลีบดอกไม้งามของเธอด้วยสายตาอย่างชื่นชม
"สวย" คริสเตียนไม่เคยเห็นของใคร ที่สวยขนาดนี้มาก่อนเลย มันปิดสนิทเหมือนเกสรดอกไม้แรกแย้มก็ไม่ปราน เมื่อชายหนุ่มเห็นความสวยของเธอเขาก็ยิ่งเกิดอารมณ์มากยิ่งขึ้น ปกติเขาจะควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ แต่ครั้งนี้พอเขาได้เห็นความสวยงามของเธอเท่านั้นแหละ เขาเริ่มที่จะควบคุมตัวเองไม่ได้
“คนสวย...ตื่นขึ้นมาสนุกกันนะครับ” เขาเขย่าตัวเธอพยายามปลุกให้เธอตื่น แต่เธอก็ไม่ยอมตื่นและตอนนี้เขาก็อยากเข้าไปสำรวจด้านในของเธอแล้ว ไหนๆ เธอก็ยอมไม่ตื่น จะให้เขาหยุดตอนนี้ก็คงไม่ได้ ชายหนุ่มเลือกที่จะทำต่อ เขาจับแก่นกายความเป็นชายที่มันกำลังแข็งขืนอยู่ในขณะนี้ โดยที่ไม่ลืมสวมใส่เครื่องป้องกันให้มันด้วย เขาขยับเข้าไปจ่อที่กลีบกุหลาบงามของเธอทันทีแล้วเริ่มออกแรงกดสะโพกลงแต่...
"โอ๊ย!! เจ็บ!"