“ช่างสิ!! ไม่อยากเรียนกับเด็กผู้หญิง จะกลับบ้านหาแด๊ด!!”
“เป็นลูกแหง่เหรอไง? เป็นเด็กผู้ชายนี่...ทำไม่ติดพ่อล่ะจ้ะ...มาโรงเรียนแล้วร้องแงๆ กลับบ้านไม่อายเพื่อนเหรอไงเล่า” เธอถามเสียงอ่อนๆ มองสบดวงตาเล็กๆ ที่พราวฉ่ำด้วยน้ำใสๆ
“เค้าไม่ได้เป็นลูกแหง่...แต่ไม่ชอบเสียงเด็กผู้หญิง รำคาญ!!” ปากจิ้มลิ้มนั่นขยับพูด เขาหยุดร้องไห้แบบอัตโนมัติ และค่อยๆ ลุกขึ้นยืน มือเล็กๆ นั่นปาดน้ำตาบนใบหน้าตัวเองลวกๆ
“ไม่ชอบ...แล้วทำไม่ต้องอาละวาดแบบนี้ล่ะ บอกกันดีๆ สิ เดี๋ยวครูก็จัดการให้เอง”
“ก็บอกแล้วไม่มีคนฟังนี่!!” ริมฝีปากยื่นออกมานิดๆ เหมือนกำลังงอนเต็มที่
“ทีหลังบอกครูนะ ครูจะจัดการให้ และวันนี้เราต้องช่วยกันเก็บของที่เธอทำรก โอเค!!”
“ไม่!!”
“มันก็มีทางเลือกแค่สองทาง...1.เก็บของแล้วครูจะไม่ทำโทษ กับ2.ครูจะลงโทษหนู ที่สร้างเรื่องวุ่นวาย เอาแบบไหนดีล่ะจ้ะ”
“กล้าเหรอ? ตัวไม่รู้เหรอว่าเค้าเป็นใคร? กล้าทำอันตรายเค้าเหรอไง...” เด็กชายกระตุกยิ้ม ทำท่าทางกวนโอ้ยแต่เด็ก จนมณีรินตัวกระตุกมือคันยิบๆ อยากจะฟาดก้นงอนๆ นั่นสักที ที่แสดงท่าทางไม่น่ารักสมกับน่าตาน่าเอ็นดูนั่นสักนิด
“พูดกับครูที่เป็นผู้ใหญ่ ใช่คำพูดแบบนี้ไม่ได้หรอกนะคะ... และทำไม? ครูจะไม่กล้า ในเมื่อครูเป็นครูของหนู”
“เค้าเป็นลูกใครตัวยังไม่รู้เลย...คงไม่อยากถูกไล่ออกหรอกมั้งคร๊าฟครู ทางที่ดีอย่ามายุ่งกับเค้าจะดีกว่านะ” มณีรินยิ้มย่อง แหนะๆ ไอ้เด็กนี่ยังกวนโทสะเธอต่อ ปากจิ้มลิ้มนั้นยกยื่น มันน่าจับฟาดก้นและกระหน่ำฟัดเสียเหลือเกิน เด็กอะไรทั้งน่ารักและน่ากระทืบในคราเดียวกัน สงสัยพ่อแม่ตามใจจนเคยตัวล่ะสิ...เดี๋ยวมณีรินคนนี้จะปราบเสียให้สิ้นพยศ
“ทำไมครูต้องรู้ด้วยล่ะว่าวินเซ้นต์เป็นลูกใคร? เมื่ออยู่ในโรงเรียน...ครูใหญ่ที่สุด และหากเราทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ ที่นี่คือโรงเรียนไม่ใช่บ้าน!!”
“กล้าเหรอ กล้าทำก็ลองดูจะฟ้องแด๊ด!! ให้แด๊ดจัดการครู” หน้าเล็กๆ นั่นลอยหน้าลอยตายั่ว นางฟ้าใจดีในตัวเธอ...ถอยหลังกลับไปซุกอยู่มุมห้อง...ปล่อยให้แม่มดใจร้ายออกมาทำงานแทน เพื่อปราบอาการพยศของเด็กชาย ที่กำลังยืนกอดอกปากยื่นอยู่ตรงหน้า ให้รู้เสียบ้างว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร!!
“ครูให้เวลาวินเซ้นต์ตัดสินใจ5 นาที ถ้าหากเก็บของที่ถูกปาเกลื่อน ครูก็จะไม่ทำโทษ... แต่ถ้าไม่...ครูก็จำเป็นต้องทำนะจ้ะ” มณีรินเดินไปคว้าไม้บรรทัดที่วางอยู่ตรงโต๊ะทำงานตัวเอง เธอถือไว้ในมือและเดินย้อนกลับมากลางห้องอีกครั้ง แววตาไหววูบของเด็กชายมันทำให้เธอกระหยิ่ม นี่แค่การขู่หากเขาไม่ยอมทำจริงๆ เธอก็จำเป็น
“ตัวจะตีเค้าเหรอ?”
ดวงตาคู่เดิมมีแววไม่แน่ใจ เมื่อเงยหน้ามองสบนัยน์ตากับคุณครูคนสวย
“ใช่!! ครูจะตี...หากวินเซ้นต์ยังดื้อ”
หญิงสาวแสร้งตีสีหน้าเคร่งๆ
“เค้าจาฟ้องแด๊ดนะ ตัวไม่กลัวแด๊ดเค้าเหรอ?”
เด็กชายพยายามแย้ง แม้จะแอบกลัวนิดๆ
“ไม่กลัว? ทำไมต้องกลัวล่ะคะ บอกแล้วที่โรงเรียน...ครูใหญ่สุด!! แด๊ดวินเซ้นต์ก็มาสั่งห้ามครูไม่ให้ทำโทษวินเซ้นไม่ได้”
“ตัวไม่รู้จักแด๊ดเค้าสิ!! แด๊ดเค้าน่ากลัวนะ”
ใบหน้าเล็กๆ เชิดขึ้น มือป้อมๆ ยกขึ้นกอดอก ทำท่าทางหยิ่งทนงให้มณีรินเห็น
“ไม่เห็นจะกลัว และครูจะลงโทษแด๊ดวินเซ้นต์ด้วยตัวเอง ที่เขาทำให้วินเซ้นต์เป็นแบบนี้...ไม่รู้จักสั่งสอนลูก...ปล่อยให้เอาแต่ใจตัวเองและไร้เหตุผล”
หญิงสาวกระซิบเสียงเข้ม เธอนึกแบบนั้นในใจเช่นกัน ผู้ปกครองของเด็กชายต้องได้รับการอบรม เขาจะได้รู้วิธีกำหลาบบุตร ไม่ใช่ปล่อยปละ ละเลยจนเขากลายเป็นเด็กกร้าวร้าวเช่นนี้
“แด๊ดงานเยอะ!! เค้ายังไม่ค่อยได้เจอเลย”
เสียงหงอยๆ นั่นและแววตาที่สลดลง มณีรินจับสังเกตได้ เด็กคนนี้แค่อยากเรียกร้องความสนใจจากผู้ปกครองแค่นั่นเอง...
หญิงสาวลองเสี่ยง ยื่นข้อเสนอให้ หากเธอทำสำเร็จ จะได้เด็กชายที่น่ารักจนโลกต้องชื่นชมเพิ่มอีกหนึ่งคน
“แล้วถ้าครูทำให้แด๊ดหันมาสนใจวินเซ้นต์มากขึ้นได้ล่ะ จะเปลี่ยนนิสัยแย่ๆ แบบนี้ไหม?”
หล่อนย้ำ!!
“จริงป่าว!! อย่ามาโกหกนะ โกหกตกนารกด้วยขอบอก...แด๊ดยุ่งมาก...ขนาดโทร. ไปยังไม่อยากรับสายเลย” เด็กชายบ่นเบาๆ ขยับเข้าใกล้มณีรินอีกนิด เขาบ่นๆ เมื่อการติดต่อบิดาเป็นเรื่องที่ไม่ได้ทำกันง่ายๆ เพราะแอลเจลโร่งานยุ่งแทบไม่มีเวลาเป็นส่วนตัว หากอยากเจอบิดาอย่างน้อยต้องแจ้งล่วงหน้า3 วันเป็นอย่างต่ำ...
“ถ้าทำได้ล่ะ จะเชื่อที่ครูพูดไหม?...การทำตัวเป็นเด็กดี เด็กน่ารัก พ่อแม่จะได้รักมากขึ้นกว่านี้ไง”
“เค้าไม่มีแม่ มีแต่แด๊ดคนเดียว” น้ำเสียงขึ้นจมูกตอบเสียงสะบัดเมื่อพูดถึงคนในครอบครัว
หญิงสาวพยักใบหน้ารับรู้ อืม...มีปัญหาครอบครัว พ่องานยุ่ง ไม่มีแม่เป็นคนคอยอบรม อยู่กับพี่เลี้ยงและบอดี้การ์ด เด็กตัวเท่านี้มีบอดี้การ์ดเพื่อ? สงสัยเธอจะต้องคุยกับผู้ปกครองของเด็กชายวินเซ้นต์เป็นการส่วนตัวสักครั้ง เพื่อที่เด็กจะได้มีพัฒนาการดีๆ ไม่ใช่ฉุนเฉียวเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้
“ครูก็ไม่มีแม่อยู่ด้วยหร๊อก!! แต่ครูไม่เห็นเป็นไรนี่นา อยู่มาได้จนถึงตอนนี้ ไม่เกเร ไม่งอแงด้วยค่ะ”
“จริงอ่ะ...ทำไมไม่มีล่ะ”
เด็กชายเผลอตัว เมื่อคุณครูคนสวยหลอกล่อด้วยเรื่องที่เขาคิดถึง
“จริงสิ!! แม่ครูอยู่ไกล...ข้ามน้ำข้ามทะเลไปไกลแสนไกล”
มณีรีนยิ้มกว้าง เธอทรุดนั่งเบื้อหน้าเด็กชาย ยกมือขึ้นเกลี่ยรอยน้ำตาให้พร้อมกับยิ้มกว้างขวาง เมื่อวินเซ้นต์ขยับตัวหนี
“แต่แม่เค้าไม่ได้ตายนะ... แค่ไม่ได้อยู่ด้วย อยู่คนล่ะที่...แต่เค้าก็ไม่อยากเจอแม่หรอก แม่ชอบแต่งตัวโป้ๆ ชอบออกเที่ยวกลางคืน”
หญิงสาวอุทานในใจ เห้ย!! ผู้ปกครองของเด็กนี่ทำไมประพฤติตัวอย่างที่ไม่ดีให้เด็กเห็น เท่าที่ฟังมณีรินไม่อยากจะนึก หากเธอโตมาแบบนี้ คงไม่แคล้วเป็นแบบเด็กชายคนนี้แน่ๆ พ่อไปทาง แม่ไปทาง อีกคนบ้างาน อีกคนบ้าเที่ยว โอ้ย!! อยากจะจับทั้งพ่อและแม่มาอบรมเสียใหม่ เด็กๆ เหมือนผ้าขาว มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะแต้มสีอะไรลงไป ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้จะมีหลากสีเพราะครอบครัวขาดๆ เกินๆ นี่เอง ชักอยากเจอผู้ปกครองของวินเซ้นต์ทั้ง2 คนเสียแล้วสิ!!
“วินเซ้นต์ มาให้ครูกอดทีสิ”
ความสงสารพุ่งพรวดๆ เธออ้าแขนออกและพยักหน้าเรียกเด็กชาย แม้เขาจะฝืนปั้นหน้าว่าข้าไม่แคร์!! ข้าอยู่ได้แม้จะไม่มีใคร? แต่เด็กก็คือเด็ก เขาปรารถนาอ้อมกอดที่อบอุ่นจากคนรอบข้าง ไม่ใช่ปล่อยให้เขาอ้างว้างอยู่กับความเหงาและเดียวดาย
วินเซ้นต์มีท่าทีลังเลเล็กน้อย มือเล็กๆ นั่นกำแน่น...เขามองสบสายตากับมณีรินนิ่งๆ เมื่อเธอคลี่ยิ้มเต็มหน้า ร่างเล็กๆ นั่นก็ถลาเข้ามาซุกอก พร้อมทั้งสะอื้นฮักๆ จนตัวโยน เธอวางมือบนแผ่นหลังเด็กน้อย ลูบขึ้นลูบลงและกระซิบปลอบใจ รู้สึกเห็นใจเด็กชาย เขาคงสะสมความเดียวดายอยู่ในใจเป็นนาน คงโหยหาอ้อมกอดแสนอบอุ่น แต่กลับแสดงออกด้วยความแข็งกระด้างแทน เพื่อตบตาทุกๆ คน แสร้งทำเป็นเข้มแข็ง ทั้งที่หัวใจอ่อนแอ ช่างน่าสงสารและน่าเห็นใจ!!
เธอคงต้องทำอะไรสักอย่าง!! เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของวินเซ้นต์ และต้องหาทางไปคุยกับผู้ปกครองเขา สร้างความเข้าใจเสียใหม่ งานสำคัญสำหรับการยังชีพก็จริง แต่คนในครอบครัวสำคัญกว่า ยิ่งเขายังเป็นเด็กน้อยยิ่งต้องการความอบอุ่นและการปกป้องดูแล ไม่ใช่การปล่อยปละละเลยเหมือนอย่างที่วินเซ้นต์ได้รับ ไม่เช่นนั้น เหล่าผู้ปกครองทั้งหลายจะเสียใจภายหลัง หากบุตร หรือหลานเกิดความผิดพลาดเดินทางผิด เพราะตั้งใจประชดประชันโลก
“ปล่อยมาให้หมดเลยจ้ะ แล้วมาช่วยครูเก็บของดีกว่านะคะ ครูสัญญาว่าจะตามแด๊ดของวินเซ้นต์ให้!!...หนูจะได้เจอหน้าแด๊ด บ่อยๆ หลังจากนี้”
มณีรินลูบมือบนแผ่นหลังเด็กชาย เธอย้ำให้เขารู้ ครูอนุบาลคนนี้ของเขา จะตามล่าและลากบิดาของเขาให้แวะมาหาให้ได้
“จริงนะ!! อย่าโกหกนะครับ”
“จริงสิ!! ครูสัญญาแล้วนี่คะ เอาล่ะ...เรามาช่วยกันเก็บของดีกว่าไหมจ้ะ” เธอขยี้ศีรษะทุยได้รูปของวินเซ้นต์ จับโยกไปโยกมาด้วยความเอ็นดู อย่างนี้ค่อยเหมาะสมกับหน้าตาดีๆ นี่หน่อย ปากนิดจมูกหน่อย ผิวขาวผ่อง แหมๆ ชักอยากเห็นหน้าพ่อแม่ของเด็กชายนี่แล้วสิ!! ลูกรูปงามขนาดนี้ พ่อแม่คงน้องๆ เทพบุตรหรือไม่ก็นางฟ้านางสวรรค์
เด็กชายวิ่งตื้อ!! ออกจากอ้มอกของมณีริน เขาเดินไปเก็บกองของเล่นที่ตัวเองอาละวาดขวางปา เก็บในที่เดิมๆ ของมัน เพื่อให้มณีรินพอใจ จนยอมทำอย่างที่ตัวเองพูด ‘แด๊ด’ วินเซ้นต์เรียกบิดาในใจ เขาอยากกอดท่าน แต่แองเจลโล่ไม่ค่อยมีเวลา
“เก็บเสร็จแล้วคร๊าฟ” เด็กชายยิ้มแผล่ เขาจัดการเก็บของที่หล่นเกลื่อนจนหมด แม้จะไม่เรียบร้อย แต่ก็ถือว่าเป็นพัฒนาการที่ดีขึ้นในระดับหนึ่ง ที่ดีขึ้นกว่าเก่าเยอะแยะ
“ดีมาก...ทีนี้ครูจะพาวิน...ไปขอโทษเพื่อนๆ วินทำให้พวกเค้าตกใจ...” หญิงสาวพูดเสียงอ่อน