วันวิวาห์ ชื่อของเธอมีความหมายถึงวันแต่งงานของวงศ์ตระกูล เชื่อได้เลยว่าเป็นวันที่ผู้หญิงหลายๆ คนอยากจะมีวันนั้นสักครั้งในชีวิตเช่นเดียวกับเธอ และวันวิวาห์ในชีวิตจริงของเธอก็อยากจะมีขึ้นกับผู้ชายเพียงคนเดียวเท่านั้น อาจจะเป็นวิธีคิดแบบผู้หญิงหัวโบราณแต่เธอก็ยึดมั่นถือมั่นในความคิดแบบนั้นมาโดยตลอด
แม้ครอบครัวจะหาใครมาให้ดูตัวทำความรู้จักไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งเธอก็ไม่คิดที่จะตกลงปลงใจคบกับใครหากไม่เห็นความเป็นไปได้ว่าจะคบกันถึงวันแต่งงานและใช้ชีวิตไปด้วยกันได้ตลอดจริงๆ จนงานวันเกิดอายุครบ 26 ปี เธอก็ได้เจอกับใครคนนั้น คนที่เธอเห็นเพียงแวบแรกก็รู้ว่าเขาคือคนที่เธอกำลังรอ เขามีชื่อว่าดาเนียลเล นักธุรกิจหนุ่มชาวอิตาลีที่รับสืบทอดกิจการเป็นเจ้าของบริษัทผลิตรถยนต์หรูในอิตาลีแทนคนพ่อและแม่ที่เสียและกอบกุมธุรกิจอีกหลายอย่างในมือ
คราแรกที่รู้ว่าเขาสนใจเธอจากปากของพี่ชายก็ดีใจจนแทบอยากจะกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งไม่ห่วงคำว่ากุลสตรี ขอบคุณโชคชะตาที่นำพาให้เขาได้มาเป็นเพื่อนทางธุรกิจกับพี่ชายของเธอ และขอบคุณโชคชะตาที่นำพาคนที่เธอเฝ้ารอให้ได้มาพบกันเสียทีหลังจากเพื่อนฝูงต่างก็มีคู่หรือแต่งงานมีลูกกันไปแล้ว
เมื่อได้พบกับนักธุรกิจหนุ่มตาน้ำข้าวแสนสุขุมได้เพียงวันเดียวเขาก็ขอเธอเป็นแฟนจากนั้นก็บินเที่ยวไปเทียวมาหาเธออยู่พักใหญ่ จนกระทั่งหลังจากนั้นไม่นานเขาก็ทำการเซอร์ไพรซ์ของเธอแต่งงานบนเครื่องบินส่วนตัว
เธอตอบตกลงในทันทีเพราะก่อนหน้ารู้สึกว่าเขาและเธอช่างเข้ากันได้ดีเหลือเกิน ประกอบกับความอยากจะเป็นแม่คนเพราะเห็นเพื่อนมีลูกสาวลูกชายน่ารักน่าชังเลยอยากจะมีบ้าง ชีวิตของเธอหลังแต่งก็ได้ย้ายไปอยู่ที่อิตาลี
ชีวิตความเป็นอยู่สุขสบายมีเรื่องง้องอนตามประสา และอุปสรรคที่ทำให้เธอต้องเจ็บตัวบ้าง จนกระทั่งหลังการแต่งงานผ่านพ้นไปไม่เท่าไหร่ จู่ๆ เธอก็ได้ล่วงรู้ว่าความรู้สึกโชคดีที่เจอผู้ชายดีๆ มันเป็นเรื่องจอมปลอมหมดทั้งสิ้น ความหวังที่อยากจะแต่งงานเพียงครั้งเดียวและอยู่กับสามีคนเดียวไปจนตายก็พังทลายไม่เหลือชิ้นดี
หญิงสาวหน้าสวยตาคมในชุดเดรสราคาแพงสีฟ้าอ่อนลูกสาวเจ้าของแบรนด์เครื่องเพชรชั้นนำของประเทศขับรถยนต์สีขาวคันหรูมายังบ้านพักตากอากาศของเพื่อนรักที่เขาใหญ่ เธอจอดรถที่หน้าบ้านสองชั้นหลังใหญ่สไตล์ยุโรปได้ก็รีบหยิบทิชชู่ซับน้ำตาแล้วปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะลงจากรถแล้วหิ้วของพะรุงพะรังเดินไปหาพิมริตาที่สวนอังกฤษที่หลังบ้านทันที ซึ่งตอนนี้พิมริตาพร้อมสามีและลูกน้อยวัยสองขวบกว่าก็เตรียมต้อนรับเธออยู่ก่อนหน้าแล้ว
“ย้า วิง ยี่...” เด็กหญิงพราวจันทร์ในชุดกระโปรงเจ้าหญิงเงือกน้อยฟูฟ่องวิ่งตัวป้อมไปหาวันวิวาห์ ด้วยรู้ว่าหากคนเป็นน้ามาหาจะต้องมีของอร่อยมาฝากทุกครั้ง
วันวิวาห์ทิ้งของในมือลงกับพื้นหญ้าโผเข้ารวบอุ้มเจ้าก้อนกลมมากอดหอมให้ชื่นใจ ฟอด ฟอด “ไงจ๊ะเจ้าก้อนของน้า คิดถึงหนูที่สุดเลยรู้ไหม”
“คิ ถุง”
“เราคิดถึงกันมากใช่ไหมคะ ไปอยู่กับน้าไหม?”
“ห้ามขโมยลูกผมครับ” ภูตะวันรีบปรามวันวิวาห์ เพราะทุกครั้งที่หญิงสามมาหาลูกเขาทีไรเป็นต้องหาโอกาสขโมยลูกเขาไปทุกที
“แล้วที่บอกว่ามีเรื่องสำคัญอะไรเหรอ” พิมริตาโพล่งคำถามเป็นคำทักทายเมื่อเจอหน้าวันวิวาห์ ด้วยเมื่อตอนที่คุยโทรศัพท์กันน้ำเสียงของวันวิวาห์ไม่ค่อยสู้ดีนัก
ใบหน้าที่ยิ้มแย้มเมื่อครู่เริ่มสลดลง “ฉันเลิกกับคุณเลแล้ว” น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยจบน้ำตาเจ้ากรรมก็ค่อยๆ ไหลลงมาอาบแก้ม
ย้อนกลับไปถึงเรื่องราวก่อนหน้า
ณ งานวันเกิดของวันวิวาห์ คุณหนูไฮโซหน้าสวยลูกสาวเจ้าของแบรนด์เครื่องเพชรชั้นนำของประเทศ วันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิด26ปีเต็มของเธอ วันวิวาห์เลือกที่จะจัดงานที่สวนหลังบ้านเป็นงานเล็กๆ แขกเหรื่อที่มาส่วนมากก็จะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเมื่อสมัยเรียนและญาติผู้ใหญ่ที่สนิท
“ริตา” หญิงสาวหน้าสวยหวานเจ้าของวันเกิดในชุดมินิเดรสเดรสเกาะอกสีชมพูรัดรูปปล่อยผมลอนฟาร่ายาวสยายแต่งหน้าเบาๆ รีบกระโดดโบกไม้โบกมือเมื่อเห็นเพื่อนสนิทกำลังเดินเข้ามาที่หน้างาน
“สุขสันต์วันเกิดนะวินนี่ ขอให้มีแฟนกับเค้าซะทีนะ” พิมริตายื่นของขวัญวันเกิดให้กับเพื่อนรัก ก่อนจะเข้าไปกอดและอวยพรให้เพื่อนของเธอได้เจอคนที่ถูกตาดั่งใจหมายเสียที
“สมพรปากนะริตา ยัยหนูกับคุณภูล่ะ” ชะเง้อมองอย่างมีความหวังเพราะคิดถึงหลานสาวตัวกลม อยากกอดอยากฟัดยัยหนูพราวจันทร์จนใจจะขาด หากไม่ติดว่าเธอจะต้องช่วยงานพี่ชายจนยุ่งหัวหมุนคงได้เข้าไปหายัยหนูพราวจันทร์ที่บ้านของพิมริตาทุกวันแน่
“ยัยหนูไม่สบายฉันก็เลยต้องมาคนเดียว”
“หลานฉันเป็นอะไรมากไหมเนี่ย” วันวิวาห์หน้าเสียกะทันหัน
“เป็นไข้หวัดธรรมดาน่ะ หมอบอกว่าช่วงนี้จะเป็นบ่อยแต่จะมีภูมิคุ้มโรคหวัดมากขึ้น”
“ไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้ว หนูนากับเมอยู่ที่ซุ้มริมน้ำสักพักแล้ว แกไปหาสองคนนั้นก่อนนะเดี๋ยวฉันรับแขกอีกแป๊ปเดียวจะเข้าไปหา”
“โอเค”
ยิ้มร่ามองตามหลังเพื่อนรักจนสุดลูกตาจังหวะที่หันกลับมาหน้างานสายตาก็ไปสบอยู่กับใครบางคน ชายหนุ่มตาน้ำข้าวที่เดินตามหลังพี่ชายของเธอเข้ามามีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาอย่างกับฟ้าประธาน ความหล่อของเขาแผลงฤทธิ์ทำเธอตัวชาวาบแทบจะลืมหายใจไปชั่วขณะ เขาเป็นใครกัน? มาพร้อมกับพี่ชายของเธอได้อย่างไร
“วินนี่ นี่เลเพื่อนพี่” วายุภัคเอ่ยแนะนำตัวเพื่อนร่วมธุรกิจคนใหม่ให้น้องสาวตนได้รู้จักเพราะอีกหน่อยก็ต้องทำงานร่วมกัน
วันวิวาห์พอจะหลุดจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงของพี่ชาย “สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”
“เช่นกันครับ” น้ำเสียงทุ้มนุ่มลึกที่ออกเสียงภาษาไทยได้ชัดแจ๋วทำหญิงสาวรู้สึกขวยเขินจนหน้าแดงเพียงแค่ประโยคเดียวที่ทักทาย
“พี่ขอตัวเข้าไปข้างในก่อนนะ”
“ค่ะ” ค้อมหัวเล็กน้อยให้ทั้งสองหนุ่มเดินผ่าน
หอม หอม กลิ่นตัวโคตรหอมเลย ครุ่นคิดพร้อมยกมือกุมหัวใจที่กำลังเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมาข้างนอกหลังจากชายหนุ่มตาน้ำข้าวเดินผ่านไปไม่กี่วินาที ใช่เลย เขาคือคนที่เธอตามหา คิดได้ดังนั้นก็หันกลับไปมองเขาอีกรอบ
อ๊าย... เขาหันมาสบตากับเราอีกครั้งงั้นเหรอ ใบหน้าสวยแดงก่ำฉีกยิ้มอ่อนพร้อมค้อมหัวให้คนที่หันมาส่งยิ้มให้อีกครั้ง หลังจากเขาหันหลังไปแล้วเธอจึงหันกลับมาเงยหน้ามองฟ้าสูดหายใจเขาสงบสติ ไม่เคยเลยสักครั้งที่หัวใจของเธอจะเต้นแรงเมื่อเห็นผู้ชายคนไหน นางฟ้าเจ้าขา ขอล่ะ ขอให้เค้าโสดนะเจ้าคะ
เช้าวันนี้เป็นวันที่วันวิวาห์ค่อนข้างจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ อาการตกหลุมรักใครสักคนตั้งแต่แรกเห็นมันเป็นแบบนี้นี่เอง ดาเนียลเล ผู้ชายชาวอิตาลีรูปร่างสูงใหญ่ตาคมนัยน์ตาสีน้ำข้าวขนตางอนยาว จมูกโด่งเป็นสันริมฝีปากหนาเป็นกระจับ เรือนผมสีน้ำตาลตัดรองทรงสูงเซ็ตเนี้ยบ ท่าทางสุขุมนุ่มลึกทุกกิริยา นิ้วมือเรียวสวยราวกับผู้หญิง ภาพของเขายังตราตรึงใจแล้วเธอก็จดจำมันได้ทุกอย่างเพราะแอบลอบมองเขาอยู่ตลอดเวลา คนบ้าอะไรหล่ออย่างกับหลุดมาจากตัวละครในเทพนิยาย
ขณะที่กำลังนั่งอมยิ้มเพ้อถึงผู้ชายเมื่อคืนก็ต้องรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติเมื่อเห็นพี่ชายของเธอเดินถือดอกกุหลาบสีแดงช่อโตเข้ามายื่นตรงหน้า
เธอเริ่มมองหน้าพี่ชายด้วยสายตาฉงนก่อนจะลุกยืนรับช่อดอกกุหลาบจากเขา “กุหลาบแดงช่อโตเท่าฝาบ้าน อย่าบอกนะคะว่าพี่ไวท์ซื้อมาให้วินนี่” ไม่อยากจะเชื่อ นี่พี่ของเธอกำลังทำดีกับเธอเพราะหวังผลอะไรหรือเปล่า
“เปล่า พี่เห็นคนมาส่งให้เลขาเราก็เลยเดินเอาเข้ามาให้แทน”
“ใครส่งมาคะ?” ขมวดคิ้วก่อนจะหาการ์ดที่ติดเอาไว้
“ดูในการ์ดสิ คงเป็นหนุ่มๆ ที่ตามจีบเราอยู่ล่ะมั้ง” วายุภัคพอจะรู้ว่าเป็นของใครทั้งที่ยังไม่ได้เปิดดูการ์ดสีหวานที่ติดมากับช่อดอกไม้
วันวิวาห์เห็นตัวหนังสือภาษาอังกฤษก็ตัวชาวาบ ยังไม่ทันได้อ่านข้อความถ้วนถี่เห็นคำลงท้ายลงชื่อของดาเนียลเลเธอก็ยืนตัวเกร็งหัวใจเต้นแรง ใบหน้าแดงขึ้นมาอีกครั้งเช่นเมื่อคืนที่ได้เจอหน้าดาเนียลเลเป็นครั้งแรก เค้ากำลังจีบเธอใช่รึเปล่า ใช่แน่ๆ ไม่อย่างงั้นจะส่งกุหลาบแดงช่อโตแบบนี้มาทำไม กรี๊ดได้ไหม... ไม่ได้ เธอจะมีกิริยาไม่สำรวมต่อหน้าพี่ชายแบบนี้ไม่ได้
วายุภัคเห็น้องสาวยืนอมยิ้มไม่พูดไม่จาบิดไปบิดมาจ้องข้อความในการ์ดพักใหญ่ทำอย่างกับข้อความในนั้นยาวขนาดหนึ่งหน้าเอสี่ก็พอจะรู้แล้วว่ายัยน้องสาวตัวแสบของเขาน่าจะสนใจดาเนียลเลด้วยเหมือนกัน
“เมื่อคืนเลเอาแต่ถามเรื่องเรากับพี่ ดูท่าทางเค้าจะสนใจน้องสาวพี่มากไม่คิดเหมือนกันว่าเค้าจะรีบรุกจีบน้องสาวพี่เร็วขนาดนี้”
วันวิวาห์ยังคงยืนฟังพี่ชายเธอเงียบๆ ด้วยสีหน้าที่ยังคงเปื้อนรอยยิ้มตลอดเวลา
“พี่ไม่กวนแล้ว แค่อยากจะมาบอกว่าพี่ชอบเค้านะ คุณพ่อคุณแม่คงจะปลื้มน่าดูถ้าวินนี่ได้ลองสานสัมพันธ์กับเค้า” พูดจบก็เดินหันหลังอมยิ้มออกไปจากห้องทำงานของวันวิวาห์ ดาเนียลเลเป็นคนที่เขากำลังจะร่วมหุ้นขยายสาขาของกิจการด้วย แถมยังรู้ว่าเขาควบคุมกิจการหลายอย่างในอิตาลีหากวันหนึ่งจะได้มาเป็นน้องเขยก็ไม่มีอะไรติดขัดอยู่แล้ว
“ไม่ได้ฝันไปใช่ไหมเนี่ย” ยิ่งมองกุหลาบช่อโตความแดงที่พวงแก้มก็เริ่มมากขึ้นแข่งกับสีของดอกกุหลาบ
ตึ๊ง เสียงข้อความในโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นทำให้หญิงสาวรีบวางช่อกุหลาบลงแล้วหันไปมองโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานจากนั้นก็หยิบมือถือขึ้นมาเปิดข้อความ “เย็นนี้ผมขอนัดคุณวินนี่ไปทานอาหารด้วยกันนะครับ”
“ได้สิคะ” ตอบกลับอย่างไม่คิดไว้ตัว ไม่รู้หรอกว่าเขาเอาช่องทางการติดต่อเธอมาจากไหน เดาได้ว่าน่าจะมาจากทางพี่ชายของเธอแต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะต้องถาม หากเขาไม่ติดต่อเธอมาก็จะหาทางติดต่อกลับไปเพื่อขอบคุณเรื่องดอกกุหลาบช่อโตนี้อยู่ดี
“เย็นนี้ผมจะให้คนไปรับคุณวินนี่ที่บ้านนะครับ”
“ค่ะ” ตอบตกลงไปเรียบร้อยก็ยืนกอดโทรศัพท์มือถือยิ้มร่าหลับตาพริ้ม ไม่คิดเลยว่าคนที่เธอสนใจเขามากๆ เขาจะมาสนใจเธอกลับเช่นนี้ นี่แหละพรหมลิขิต ขอบคุณคำอวยพรของพิมริตาจริงๆ เพราะหลังจากพิมริตาอวยพรให้เธอได้ไม่ถึงหนึ่งนาทีพ่อเทพบุตรในฝันก็มาให้เธอได้เจอทั้งยังได้สานสัมพันธ์กันในเวลาอันรวดเร็วอีก
เย็นนี้วันวิวาห์รีบกลับบ้านเร็วกว่าปกติ กลับมาถึงก็รีบอาบน้ำขัดผิวจากนั้นก็รีบเลือกชุดอีกพักใหญ่ เธอเทียบชุดกับตัวเองชุดแล้วชุดเล่าสุดท้ายก็มาจบอยู่ที่ชุดเดรสซาตินสายเดี่ยวสีแชมเปญกระโปรงแหวกตั้งแต่ขาอ่อนลงไปถึงข้อเท้าเข้ากับรูปร่างอกเป็นอกเอวเป็นเอวทรงนาฬิกาทรายของเธอได้เป็นอย่างดี หญิงสาวรวบผมหางม้าสูงปล่อยปอยผมหน้าเล็กน้อย เธอแต่งหน้าอ่อนๆ เน้นความเป็นธรรมชาติแต่ยังคงมีประกายชิมเมอร์เล่นแสงให้เหมาะกับการออกไปข้างนอกตอนกลางคืน ทั้งสวมเรื่องประดับชิ้นเล็กพอน่ารัก พร้อมกับกระเป๋าทรงคลัชสีเงินใบเล็กที่ถือเพื่อเป็นเครื่องประดับมากกว่าจะเป็นของใช้
เสร็จทุกอย่างแล้วจึงฉีดน้ำหอมกลิ่นหวานซ่อนเปรี้ยวให้ดูเซ็กซี่ก่อนจะสวมส้นสูงสีเดียวกับกระเป๋าแล้วจึงลงมาจากห้องเตรียมตัวรอคนที่ดาเนียลเลส่งมารับ
เป็นคานโล มือขวาของดาเนียลเลที่ขับรถลีมูซีนสีดำมารับวันวิวาห์ถึงหน้าบ้าน จากนั้นจึงพาหญิงสาวมาส่งที่ร้านอาหารสุดหรูริมแม่น้ำที่วันนี้ดาเนียลเลปิดร้านเพื่อดินเนอร์กับวันวิวาห์เพียงแค่สองคนเท่านั้น
วันวิวาห์เดินตามคานโลขึ้นลิฟท์ไปจนถึงดาดฟ้าของร้านอาหารริมแม่น้ำก็เห็นดาเนียลเลในชุดสูทเนี้ยบยืนหันหลังล้วงกระเป๋ามองไปยังแสงสีตามตึกรามบ้านช่องริมแม่น้ำ เพียงมองแค่ด้านหลังของเขาเธอก็รู้สึกประหม่าจนทำตัวไม่ค่อยถูก ไม่อยากจะนึกถึงตอนที่ต้องนั่งพูดคุยกันเลยว่าเธอจะประหม่าแค่ไหน
“คุณวินนี่มาแล้วครับ” ส่งหญิงสาวเรียบร้อยคานโลก็ค้อมหัวให้เจ้านายหนุ่มแล้วเดินออกไป
วันวิวาห์เห็นแล้วว่าร้านทั้งร้านไม่มีคนเดาได้ไม่ยากว่ามหาเศรษฐีอย่างเขาจะปิดร้านนี้เพื่อดินเนอร์กับเธอ รู้ว่าเขาเป็นมหาเศรษฐีได้ยังไงน่ะเหรอ มันไม่ยากเลย เพียงแค่เธอเอาชื่อของเขาไปค้นหาข้อมูลในโลกอินเตอร์เน็ตก็ขึ้นมาหน้าแรกว่าเขาคือนักธุรกิจหนุ่มที่เป็นเจ้าของบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์สุดหรูในอิตาลี ทั้งยังกอบกุมกิจการอสังหาโรงแรมใหญ่ๆ อีกหลายที่ไม่ว่าจะเป็นในอิตาลีหรืออีกหลายประเทศในยุโรปและเอเชีย ที่สำคัญไม่เคยมีประวัติการแต่งงานนี่แหละข้อสำคัญที่ถูกใจเธอเป็นที่สุด
หญิงสาวใบหน้าสวยหวานยืนนิ่งอมยิ้มแม้จะมีอาการประหม่า พยายามบอกให้ตัวเองคุมสติให้ได้แต่เธอก็ทำได้ยากเมื่อตอนนี้ชายหนุ่มได้หันมายิ้มให้และกำลังจะเดินเข้ามาหาเธอ ตอนนี้เธอควรจะทำยังไงควรยืนยิ้มเฉยๆ หรือว่าต้องทักทายอะไรเขาไปก่อน รู้แบบนี้สอบถามเรื่องการมีเดทแรกจากเพื่อนๆ เธอมาก่อนก็คงจะดี
ดาเนียลเลเดินจ้องหญิงสาวไม่วางตา เมื่อมาประชิดตรงหน้าก็อดเอ่ยชมในความงามของเธอไม่ได้ “คุณสวยมากเลยนะครับ” พูดจบก็ยื่นแขนให้เธอได้คล้อง
“ขอบคุณค่ะ” ขณะเดินไปยังโต๊ะอาการเพียงไม่กี่ก้าว การใกล้ชิดกันขนาดนี้ทำวันวิวาห์ควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจได้ยากเหลือเกิน หวังว่าเขาจะไม่ได้ยินเสียงหัวใจของเธอให้รู้สึกขบขันหรอกนะ
“เชิญครับ” ดาเนียลเลเลื่อนเก้าอี้ให้สุภาพสตรีได้นั่งก่อน จากนั้นเขาจึงเดินอ้อมไปนั่งฝั่งตรงข้ามหญิงสาว
“ขอบคุณนะครับที่ตอบรับคำเชิญของผม”
อมยิ้มหวานเป็นคำตอบ เพราะหากพูดอะไรไปตอนนี้เธอก็คงจะพูดผิดๆ ถูกๆ แน่
“คุณวินนี่ยังไม่มีใครใช่ไหมครับ”
“เอ่อ” รอยยิ้มบนใบหน้าสวยเริ่มเลือนหายแปรเปลี่ยนเป็นมีสีหน้าฉงนแปลกใจ ไม่คิดว่าจะได้ยินคำถามที่ตรงไปตรงมาจากเขาเร็วเพียงนี้
“ผมถามเพราะกลัวว่าจะมีใครไม่พอใจในการดินเนอร์ของเราครับ” ดวงตาคมนัยน์ตาเต็มไปด้วยเสน่ห์เหลือร้ายยังคงจับจ้องไปยังใบหน้าสวยหวานไม่วางตา จนหญิงสาวที่มีความประหม่าอยู่มากต้องหลบสายตาของเขาเพื่อตั้งสติ
“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอกค่ะ ก่อนหน้านี้คุณพ่อคุณแม่ก็พยายามให้วินนี่รู้จักกับหลายๆ คนอยู่เหมือนกันแต่ก็ไม่เคยได้สานสัมพันธ์กับใครเลย” เธอเริ่มเงยหน้ามองเขาอีกครั้งเพราะอยากจะรู้เรื่องสำคัญจากเขาบ้างเหมือนกัน
“คุณเลล่ะคะ นัดวินนี่มาดินเนอร์ด้วยแบบนี้จะมีสาวๆ ที่ไหนไม่พอใจหรือเปล่า”
“ถ้ามีก็คงจะเห็นแล้วครับ” ไม่เพียงส่งเสียงสุขุมนุ่มลึกหวานหู เขายังส่งรอยยิ้มพร้อมสายตาหวานหยาดเยิ้มจ้องมองคนตรงข้ามไม่วางตาจนหญิงสาวต้องก้มหน้าหลบสายตาเขาครั้งแล้วครั้งเล่า
“ต่อไปนี้ผมจะตามดูแลคุณวินนี่เองนะครับ เพราะผมชอบคุณตั้งแต่เจอกันเมื่อคืนแล้ว”
วันวิวาห์พูดอะไรไม่ออก ไม่คิดว่าเขาจะตรงไปตรงมาได้ขนาดนี้ หากเขาทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงไปกว่านี้รู้ตัวได้เลยว่าไม่นานคงได้เป็นลมล้มลงไปกองกับพื้นแน่ คนบ้าอะไรเซ็กซี่แม้กระทั่งเสียงพูด
“ถ้าคุณเอาแต่ยิ้มแล้วไม่พูดอะไรแบบนี้ผมจะถือว่าคุณตกลงนะครับ”
“คือว่า...”
“โอเค คุณตกลงแล้ว” พูดจบก็ลุกเดินมาคุกเข่าตรงหน้าของวันวิวาห์พร้อมกับคว้ากล่องสร้อยข้อมือออกมาจากกระเป๋าแล้วดึงข้อมือของหญิงสาวไปสวมใส่
“คุณเล...” วันวิวาห์นั่งตัวเกร็งทำอะไรไม่ถูก รู้ได้เลยว่าใบหน้าตาของเธอตอนนี้คงจะเห่อแดงไปทั้งหน้าแน่นอน
“อีกไม่นานผมคิดว่าผมจะเป็นเจ้าของหัวใจของคุณวินนี่ได้ครับ” สายตาของเขายังคงไม่ละไปจากใบหน้าของวันวิวาห์ ยิ่งเห็นเธอเอาแต่นั่งเงียบขวยเขินก็ยิ่งได้ใจว่าไม่นานเขาจะขโมยหัวใจของเธอมาจนหมดได้ตามที่พูด
วันวิวาห์มองไปยังสร้อยข้อมือกระดูกงูที่ทำด้วยทองคำขาวและมีเพชรสีชมพูเจียระไนเป็นรูปหัวใจอยู่ตรงกลางอย่างตกอยู่ในภวังค์ เมื่อวานเธอเพิ่งเจอดาเนียลเลและรู้สึกประทับใจตั้งแต่แรกเห็นจนเก็บเอาไปเพ้อ
เมื่อเช้าเพิ่งรู้จากพี่ชายว่าเขาสนใจเธอแล้วถูกดาเนียลเลชวนมาดินเนอร์ แล้วตอนนี้เขาก็กำลังขอเธอเป็นแฟนใช่หรือเปล่า เธอไม่ได้ฝันไปใช่ไหม อยากจะกรี๊ดดังๆ เพื่อระบายความสุขที่จุกอยู่ในอกตอนนี้เสียเหลือเกิน ยัยวินนี่เอ๊ย...แกได้แฟนทั้งหล่อทั้งรวยจะโชคดีอะไรขนาดนี้ ขอบคุณตัวเองเหลือเกินที่ไม่เลือกคบใครก่อนที่จะมาเจอเขา
วันเวลาพ้นผ่านนานร่วมสองเดือน ตั้งแต่วันนั้นดาเนียลเลก็ส่งดอกไม้มาให้วันวิวาห์ทุกวันไม่ขาดแม้จะไม่ค่อยได้คุยหรือเจอหน้ากันกันแต่เขาก็ทำให้เธอยิ้มได้ตลอด
เย็นของวันหยุดสุดสัปดาห์หลังเลิกงานวันวิวาห์ก็ขับรถตรงไปยังห้างสรรพสินค้าสุดหรูใจกลางเมืองใหญ่ของกรุงเทพมหานคร เธอตรงไปที่ชอปแบรนด์เนมของผู้ชายโดยเฉพาะเพื่อไปเลือกหาของขวัญวันเกิดให้แฟนหนุ่มเพราะอีกไม่กี่วันจะถึงวันเกิดของดาเนียลเล และเขาก็สัญญากับเธอว่าจะบินมาที่ประเทศไทยเพื่อมาฉลองวันเกิดกับเธอ
“คุณผู้หญิงมาซื้อของขวัญให้แฟนใช่ไหมคะ”
“อ๋อ ค่ะ” พยักหน้าพร้อมยิ้มหวานให้กับพนักงานสาว
“ไม่ทราบว่าคุณผู้ชายชอบสีอะไรคะ เดี๋ยวดิฉันจะหาเข็มขัดสีที่คุณผู้ชายชอบทุกคอลเล็คชั่นมาให้เลือกค่ะ”
“เอ่อ...ฉันไม่ค่อยแน่ใจเลยค่ะ ขอเดินเลือกเองอีกสักครู่นะคะ”
“ตามสบายนะคะ ถ้าอยากดูอะไรเพิ่มเติมนอกจากนี้เรียกดิฉันได้ตลอดเวลาเลยนะคะ”
“ค่ะ” ส่งยิ้มหวานให้พนักงานสาวจากนั้นก็หันกลับมามองสิ่งของที่อยู่ในมือก่อนจะวางมันลง จริงสิ เธอเองก็ไม่รู้เลยว่าดาเนียลเลชอบสีอะไรเป็นพิเศษ เท่าที่เจอกับเขาไม่กี่ครั้งก็เห็นว่าเขาสวมแต่สูทสีดำหรือไม่ก็เสื้อเชิ้ตสีขาวหรือดำ แต่นั่นก็น่าจะเป็นเพราะเป็นสีสุภาพในการแต่งตัวเพื่อความสง่าดูภูมิฐานน่าเชื่อถือของการเป็นประธานใหญ่ หากไม่รู้ก็แต่ถามเท่านั้นเอง คิดได้ดังนั้นจึงล้วงมือถือออกมาจากกระเป๋าสะพายแล้วกดโทรหาดาเนียลเลในทันที
หญิงสาวรอสายอยู่ครู่หนึ่งปลายสายก็กดรับ “คุณเลว่างคุยกับวินนี่ไหมคะ” ถามด้วยน้ำเสียงหวานและใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม
“เค้าไม่ว่างคุยกับเธอหรอก” เสียงตอบกลับมาเป็นเสียงของผู้หญิงที่พูดภาษาไทยไม่ค่อยชัดถ้อยชัดคำนัก ยังไม่ทันที่เธอจะได้โต้ตอบอะไรจากนั้นสายก็ถูกตัด
เขาอยู่กับผู้หญิงคนอื่นอย่างงั้นเหรอ? วินาทีนั้นวันวิวาห์ยืนอ้าปากค้างตัวชาวาบหัวใจเต้นแรงและรู้สึกหน่วงในใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หรือเมื่อครู่เธอโทรผิด คิดได้ดังนั้นก็รีบเดินออกมาจากชอปแบรนด์เนมแล้วดูเบอมือถือที่โทรออกอีกครั้ง สรุปว่าเธอก็ไม่ได้โทรผิด แล้วผู้หญิงที่รับสายเธอคือใครกัน
วันวิวาห์ไม่คิดที่จะปล่อยให้เป็นเรื่องคาใจ เธอรับโทรกลับไปอีกครั้ง อีกครั้ง และโทรอีกครั้งเป็นครั้งแล้วครั้งเล่าจนเธอเริ่มมือไม้สั่นหายใจแรงด้วยความไม่พอใจ เพราะปลายสายไม่คิดจะรับสายของเธอให้เธอได้หาความจริงในเรื่องที่คาใจ
“คุณไม่ได้หลอกลวงอะไรวินนี่ใช่ไหมคุณเล คุณมาทำให้ฉันชอบคุณมากไปแล้วนะคะ” เธอเอ่ยพูดเสียงสั่นก่อนจะตัดสินใจโทรหาดาเนียลเลอีกรอบ ถ้าครั้งนี้ไม่มีใครรับสายอีกเธอจะตีตัวออกห่างจากดาเนียลเลทันที
ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด สุดท้ายเขาก็ปล่อยให้สายตัด
สามวันแล้วไม่เป็นอันทำงานเพราะยังรู้สึกเสียใจกับเรื่องที่มีผู้หญิงรับโทรศัพท์ของดาเนียลเล หนำซ้ำหลังจากวันนั้นเธอก็ติดต่อเขาไม่ได้เขาก็ไม่ได้คิดจะติดต่อกลับมา เธอมองมือถือครั้งแล้วครั้งเล่าหวังว่าชายหนุ่มที่ทำเธอเสียใจจนไม่เป็นอันทำงานติดต่อมา แต่เปล่าเลยมือถือของเธอเงียบสนิท แต่ดอกไม้ของเขายังคงมาส่งเธอทุกวัน
“สรุปว่าคุณก็แค่ใช้เงินเพื่อให้ได้หัวใจวินนี่สินะคะ” มองดอกไม้ราคาแพงที่เพิ่งจะคิดได้ว่าเขาคงไม่ได้มาใส่ใจสั่งให้เธอทุกวัน เพราะอาจจะจ่ายเงินครั้งเดียวในการส่งดอกไม้มาให้เธอทุกวันก็เป็นได้
เห็นเธอเป็นอะไรตอนอยากได้เธอเป็นแฟนก็ทำให้เธอประทับใจได้ครั้งแล้วครั้งเล่าในเวลาไม่นาน หลังจากที่เธอตกหลุมรักเขามากไปแล้วกลับทำเป็นทิ้งๆ ขว้างๆ เธออย่างนี้ได้เหรอ
“แล้วเธอต้องมานั่งทรมานใจกับผู้ชายแบบนี้ทำไมกันวินนี่ เฮ้อ!” ลุกขึ้นเท้าเอวพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่ แม้ในใจจะยังรู้สึกชอบดาเนียลเลอยู่มากแต่เธอก็ไม่ยอมเสียศักดิ์ศรีให้เขามาลวงหัวใจได้อีกแล้ว