ตอนที่ 2 ถูกหลอก
เขาตรงมารั้งร่างอันบอบบางของปรายฟ้าให้นอนลงบนเตียงผ้าใบที่อยู่บนดาดฟ้าเรือ ปรายฟ้าพยายามดิ้นรน แต่เธอก็ไม่อาจสู้แรงเขาได้
“ปล่อยฉันนะ!” ปรายฟ้าตะโกน
“เงียบน่า!!..อยู่เฉย ๆ แล้วจะมีความสุขเอง” ชายหนุ่มตวาด
เขาพยายามเปลื้องชุดบอดี้สูทของเธอ ปรายฟ้าพยายามดิ้นรนต่อสู้อย่างสุดกำลัง เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรี แต่ทันใดนั้นเอง ปรายฟ้าก็เหลือบไปเห็นแสงไฟของเรือลำหนึ่งที่กำลังแล่นเข้ามาใกล้ หล่อนจึงรวบรวมแรงที่มีอยู่ถีบไปยังหน้าอกชายคนดังกล่าวจนเขากระเด็นออกไป ก่อนที่เธอจะรีบวิ่งไปที่หัวเรือ เมื่อปรายฟ้าเห็นเรืออีกลำไม่รู้ว่าของใคร เธอจึงตัดสินใจกระโดดลงจากเรือทันที ถึงแม้จะรู้ว่ามันอันตราย แต่เธอก็ไม่อาจทนอยู่บนเรือลำนี้ได้อีกต่อไป
ร่างของปรายฟ้ากระแทกลงบนผิวน้ำอย่างแรง หล่อนจมลงไปในความมืดมิด ความเย็นของน้ำทะเลทำให้ปรายฟ้ารู้สึกชาไปทั้งตัว
เธอพยายามว่ายขึ้นสู่ผิวน้ำ แต่แรงของเธอกลับเหลือน้อยเต็มทีจนรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะจมลงไปในห้วงเหวลึก
“ช่วยด้วยค่ะ! ช่วยด้วย!!!” ปรายฟ้าตะโกนสุดเสียงขณะมองเห็นเรืออีกลำ ชายหนุ่มเจ้าของเรือชะงัก ก่อนจะมองเห็นร่างหญิงสาวที่พยายามตะเกียกตะกายร้องขอให้เขาช่วยเหลือ
“บ้าเอ๊ย!!!” เขาอุทาน และรีบแล่นเรือเข้าไปใกล้
“ช่วยด้วย!” ปรายฟ้าตะโกนอีกครั้ง ทันใดนั้นเอง เธอก็รู้สึกถึงมือแข็งแรงที่เอื้อมมาคว้าตัวเธอเอาไว้ เมฆินทร์ลงน้ำมาช่วยพาเธอขึ้นไปบนเรือของเขา
ปรายฟ้าไอสำลักน้ำทะเลและหอบหายใจอย่างหนัก ร่างกายของเธอสั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บและความหวาดกลัว เมฆินทร์ห่อหุ้มร่างของเธอด้วยเสื้อแจ็กเก็ตของเขา ก่อนจะจ้องมองหญิงสาวที่เพิ่งช่วยเหลือเธอด้วยความเป็นห่วง
“เกิดอะไรขึ้น คุณหนีมาจากเรือลำนั้นใช่มั้ย” เขาถาม เธอร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย ก่อนจะพยักหน้าตอบ
“ค่ะ พวกคนบนเรือกำลังจะรุมโทรมฉัน” ปรายฟ้าเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เขาฟัง เธอเล่าถึงแฟนหนุ่มที่เธอคบหาอยู่ และบอกว่าเขาเป็นคนล่อลวงเธอมาบนเรือ และพยายามให้เพื่อน ๆ ของเขาข่มขืนเธอทีละคนเมฆินทร์กำหมัดแน่น ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธ
“สารเลว” เขาคำราม
เขาหันไปมองเรือยอชท์ลำนั้น แต่เรือลำนั้นก็ได้แล่นออกไปไกลแล้ว
“ไม่ต้องห่วง” เมฆินทร์บอกปรายฟ้า
“ผมจะพาคุณไปแจ้งความ” ปรายฟ้าส่ายหน้า เธอรู้ว่ามันคงไม่มีประโยชน์
“ปล่อยมันไปเถอะค่ะ” เธอพูดเสียงแผ่ว
จากนั้นร่างของปรายฟ้าก็สั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บและความหวาดกลัว น้ำทะเลที่เย็นเยียบกัดกินผิวหนังของเธอ ความทรงจำอันเลวร้ายยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ภาพของชายหนุ่มร่างใหญ่ที่พยายามล่วงละเมิดเธอ เสียงหัวเราะเยาะเย้ย และความรู้สึกเหมือนถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีกัดกินใจเธอจนแทบเสียสติ
ทันใดนั้นเอง ความอบอุ่นก็แผ่ซ่านไปทั่วร่าง เมื่อเมฆินทร์ห่อหุ้มร่างของเธอด้วยวงแขนแกร่งของเขา ชายหนุ่มประคองเธอไว้ในอ้อมแขน ราวกับปกป้องเธอจากอันตรายทั้งปวง
ปรายฟ้าเงยหน้าขึ้นมองเขา แสงจันทร์เริ่มสาดส่องลงบนใบหน้าคมเข้มของเมฆินทร์ เผยให้เห็นโครงหน้าหล่อเหลาที่ราวกับเทพบุตร ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองเธอด้วยแววตาเป็นห่วง ราวกับว่าเธอเป็นสิ่งล้ำค่าที่เขาต้องทะนุถนอม
ในวินาทีนั้นเอง ปรายฟ้าก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เธอไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนหล่อได้ถูกใจเธอเท่านี้มาก่อน เขาเป็นใครกันนะ แต่ในยามนี้ เธอรู้สึกอบอุ่นจนอยากไปอยู่กับเขา
ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นในใจของปรายฟ้า มันเป็นความรู้สึกที่เธอไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน เธอรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ในอ้อมแขนของเขา ราวกับว่าเขาเป็นเกราะกำบังที่ปกป้องเธอจากอันตรายทั้งปวง เธออยากจะหยุดเวลาไว้ตรงนี้ และอยากจะอยู่ในอ้อมแขนของเขาตลอดไป
ตอนที่ 3 โล่งอกไปที
“คุณ...!!!” เสียงทุ้มปลุกเธอ เมื่อเรือแล่นมาถึงเกาะส่วนตัวของเขา
“คุณพาฉันมาที่ไหนคะ” หญิงสาวพยายามถามซึ่งเมื่อสักครู่เธอเผลอหลับในอ้อมกอดของเขามาตลอดทาง
“เดี๋ยวคุณไปพักที่เกาะของผมก่อน แล้วพรุ่งนี้ผมจะพาคุณกลับบ้าน ตอนนี้มืดแล้ว” เขาพยายามประคองให้เธอลุกขึ้นแต่เธอก็ทำท่าไม่มีแรง จนนายหัวหนุ่มต้องอุ้มเธอลงจากเรือ เขาพาเธอไปยังห้องพักรับรองภายในเกาะ ก่อนจะวางร่างเธอลงบนเตียงอย่างเบามือ
“เชิญคุณนอนพักเถอะ เดี๋ยวอีกสักพักผมจะให้คนเอาอาหารมาให้” เขาพูดจบก็หันหลังออกไปทางประตู หญิงสาวตะโกนตามไปทันที
“คุณ!!!...เดี๋ยวก่อนค่ะ คุณชื่ออะไรคะ”
“ผมเมฆินทร์ครับ เป็นเจ้าของเกาะที่นี่”
“ฉันปรายฟ้าค่ะ คุณเรียกฉันว่าปรายก็ได้” เธอบอกด้วยความเขินอายจนหน้าแดง นายหัวหนุ่มพยักหน้า เธอรู้สึกขอบคุณเมฆินทร์อย่างสุดซึ้งและปลื้มในความสามารถของเขา
เมฆินทร์เดินออกจากบ้านพักรับรองด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า หลังจากวันนี้เขาเดินทางไปเจรจาขายที่ดินบนเกาะบางส่วนให้นายทุนมา เมื่อนายหัวหนุ่มก้าวเท้าเข้าสู่บ้านพักของตัวเอง เสียงเพลงบรรเลงเบาๆ และกลิ่นหอมของอาหารค่ำที่ปรุงอย่างพิถีพิถันทำให้เขารู้สึกดี น้องสาวของเขาอยู่ที่ห้องนั่งเล่นในชุดชาวเล ใบหน้าสวยหวานของเธอประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ ก่อนจะยิ้มดีใจเมื่อเห็นใบหน้าของพี่ชาย
“พี่เมฆกลับมาแล้วเหรอคะ” เอมอรเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“อืม” เมฆินทร์ตอบสั้นๆ ขณะทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างเหนื่อยอ่อน
“วันนี้เป็นไงบ้างคะ คนซื้อเค้าตกลงมั้ย” น้องสาวถามต่อ
“ยังเลย คุณพรรณรายจะนัดพี่อีกที แต่รอให้ลูกสาวของเค้าแต่งงานให้เรียบร้อยเสียก่อน” เมฆินทร์ตอบน้องสาวและพลางนั่งหลับตา
“เอมอรถ้าอาหารเสร็จแล้ว ช่วยเอาไปให้แขกที่บ้านพักรับรองด้วยนะ”
“ใครมาเหรอคะพี่เมฆ” น้องสาวเลิกคิ้วถาม
“เค้าชื่อคุณปรายฟ้า พี่เพิ่งช่วยเขามาเมื่อกี้ ตอนนี้เธออยู่บ้านพักรับรองหลังเล็ก เอมเอาอาหารไปให้เธอด้วยนะ”
“แล้วเธอเป็นใครกันคะ”
“พี่ก็ไม่รู้รายละเอียดมากนักหรอก เธอกระโดดมาจากเรือของคนร้าย พี่ก็เลยช่วยพาเธอหนีมาที่นี่”
“จริงเหรอคะ แล้วพี่เป็นอะไรมั้ย” เอมอรถามด้วยความตกใจ เธอเดินมาจับแขนของพี่ชายด้วยความเป็นห่วง
“ไม่ได้เป็นอะไรหรอก พี่พาเธอขึ้นเรือได้ก็พาเธอหนีมาที่นี่แหละ”
“แล้วพวกนั้นตามมามั้ยคะ”
“ไม่ได้ตามมาหรอก” น้องสาวเอามาทาบอกก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมา
ในค่ำคืนนั้น ปรายฟ้านึกก็เอาแต่นึกถึงใบหน้าของเมฆินทร์ เขาเป็นผู้ชายที่ช่วยชีวิตเธอ เขาเป็นผู้ชายที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย และเขาก็เป็นผู้ชายที่ทำให้เธอรู้สึกถึงความแปลกใหม่ที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อน ในหัวของเธอวนเวียนอยู่แค่เรื่องพวกนี้!
เมื่อปรายฟ้าหลับไป เอมอรกลับมาบอกกับพี่ชายว่า เธอได้เอาอาหารมาวางไว้ให้ปรายฟ้าแต่เธอไม่กล้าปลุก เมฆินทร์หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เขาก็เดินทางมาดูอาการของเธอ เพราะกลัวว่าปรายฟ้าอาจจะไม่สบายเอาได้ เขาจ้องมองใบหน้าสวยของเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกเป็นห่วง ก่อนจะเอื้อมมือไปสัมผัสหน้าผากของเธอเบา ๆ เพื่อดูว่าหล่อนตัวร้อนหรือไม่
หญิงสาวลืมตาขึ้นมาช่วงนั้นพอดี แสงไฟสลัวภายในห้องนอนที่เปิดเอาไว้เพียงแค่ดวงเดียว ทำให้เธอเห็นใบหน้าของเขาอย่างเลือนลาง หญิงสาวรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เมื่อมองไปรอบ ๆ ห้อง เธอก็จำได้ว่านี่คือห้องพักที่เขาพามาเมื่อสักครู่
“ตื่นแล้วเหรอครับ” เสียงทุ้มต่ำของเมฆินทร์ดังขึ้น
เมฆินทร์นั่งอยู่ข้างเตียงของเธอ ใบหน้าคมเข้มของเขาประดับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความเป็นห่วง
“ค่ะ” ปรายฟ้าถามเสียงแผ่ว
“เมื่อกี้นี้ผมให้น้องสาวเอาอาหารมาให้คุณ” เมฆินทร์บอกกับเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ค่ะ..พอดีเมื่อกี้ฉันเผลอหลับไป” หญิงสาวพยายามนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตอนที่เธอถูกแฟนหนุ่มล่อลวงไปบนเรือ และพยายามให้เพื่อนของเขาข่มขืนเธอ เธอจำได้ว่าเธอกระโดดลงจากเรือ และเมฆินทร์ช่วยชีวิตเธอเอาไว้
“ขอบคุณนะคะ” ปรายฟ้าเอ่ยเสียงสั่น
“ขอบคุณที่ช่วยชีวิตฉัน”
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ” เมฆินทร์ตอบ
“ผมยินดีที่ได้ช่วยคุณ” ปรายฟ้าจ้องมองเมฆินทร์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ
“คุณทานอะไรสักหน่อยดีมั้ย จะได้มีแรง” เขาพูด
“เอมอรน้องสาวของผมเอาอาหารมาวางไว้ให้คุณแล้ว แต่เธอไม่กล้าปลุกคุณ” นายหัวหนุ่มอธิบาย