กุลยา พิทักษ์โสภณ หญิงสาววัยยี่สิบสอง กำลังกดกริ่งหน้าบ้านของบิดาผู้ให้กำเนิดด้วยรอยยิ้ม พลางก้มลงมองตะกร้ามะม่วงที่ถือเอาไว้ในมือ เธอไม่รู้เลยว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์ที่จอดรถซุ่มอยู่ตรงทางเข้าบ้านของบิดากำลังมองมาที่เธอไม่วางตา
“คนนี้แน่นอนไม่ผิด ตามที่เจ้านายสั่งให้จับตัวไป” อังคารหันไปพูดกับไอ้ม่วงลูกน้องคนสนิท ก่อนจะพยักหน้าให้มันจัดการเอาผ้าโปะยาสลบอุดจมูกของกุลยาเอาไว้ หญิงสาวดิ้นรนเพียงไม่กี่ครั้งก็สงบลง ก่อนที่จะถูกอุ้มลากไปที่รถและขับออกไปอย่างรวดเร็ว
สาวใช้รีบวิ่งออกมาหน้าบ้านเพราะได้ยินเสียงกริ่งแต่ปรากฏว่าไม่เจอใคร มีเพียงตะกร้าใส่มะม่วงหล่นอยู่หน้าบ้านเท่านั้น เธอขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัย ก่อนจะรีบเปิดประตูออกไปและกยิบตะกร้ามะม่วงมาถือเอาไว้อย่างเปรี้ยวปาก
“ใครมาน่ะสมใจ” พิมพ์ผกา คู่ขาคนใหม่ของเจ้านายเอ่ยถาม
“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะคุณผกา มีคนมากดกริ่งหน้าบ้าน พอสมใจออกมาดูก็ไม่เห็นมีใคร เห็นแต่ตะกร้าใส่มะม่วงอยู่หน้าบ้าน แต่สมใจคิดว่าอาจจะเป็นคุณกุลก็ได้ค่ะ เพราะคุณกุลชอบเอามะม่วงที่บ้านสวนมาฝากบ่อยๆ” สมใจแสดงความคิดเห็น
“ตายแล้วรีบเข้ามาเร็ว อาจจะเป็นพวกมิจฉาชีพหลอกแกก็ได้ เอาของมาแกล้งวางทิ้งไว้ พอกินเข้าไปตายยกครัวแล้วมันก็พาพวกมาปล้นจี้ ในมะม่วงอาจจะป้ายยาอยู่ก็ได้ รีบเอาไปทิ้งเลยไป นังหน้าโง่เอ๊ย ถ้าคุณกุลของแกจริงๆ เอามาจริงๆ แล้วไหนล่ะ ฉันไม่เห็นแม้แต่เงา” พิมพ์ผการีบตวาดสาวใช้ ทำเอาสมใจถึงกับสะดุ้งสุดตัว
“ค่ะ ๆ ๆ” สมใจรับคำหน้าตาตื่นก่อนจะรีบนำมะม่วงไปทิ้งในถังขยะหน้าบ้านด้วยท่าทีเสียดายไม่น้อย
“แล้วแกก็รีบไปล้างเนื้อล้างตัวเลยนะ ไม่แน่ว่าตอนนี้แกอาจจะโดนสารพิษเข้าแล้วก็เป็นได้ คนเดี๋ยวนี้น่ากลัวจะตายไป”
พิมพ์ผการีบไล่สาวใช้ไปอาบน้ำอาบท่าในทันที
“เอะอะโวยวายอะไรกันครับ” เสียงของพลเอ่ยถามในขณะเดินมาโอบกอดภรรยาเด็กคนใหม่ของตัวเองเอาไว้ ก่อนอุ้มร่างอรชรมานั่งบนตัก
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ สมใจบอกว่าลูกสาวของคุณมา แต่ผกาไม่เห็นนะคะ สงสัยมันจะคิดไปเอง คุณพลตื่นนานแล้วเหรอคะ” พิมพ์ผกาลูบไล้แผงอกกว้างของหนุ่มใหญ่วัยห้าสิบ บดเบียดกระแซะสะโพกเข้าหาด้วยท่าทียั่วยวน เสื้อเกาะอกสีเหลืองนวลขับให้ผิวของเธอขาวผุดผ่องเป็นยองใย ยั่วตายั่วใจของเขายิ่งนัก
พลมองแล้วต้องกลืนน้ำลายด้วยความกระหายสวาท พิมพ์ผกาเป็นสาวน้อยวัยสะพรั่งไปทั้งเนื้อทั้งตัว เธออายุสิบเก้า อยู่ในวัยกำลังกินกำลังนอน เขาจึงจัดการส่งเสียให้เล่าเรียนแลกกับการเป็นหมอนข้างให้เขากกกอดในยามค่ำคืนชั่วคราว ก่อนจะหมดประโยชน์
“คุณพลน่ะ เราเพิ่งจะอะไรกันไปเองนะคะ ตื่นอีกแล้วเหรอคะ” หล่อนแกล้งเบียดสะโพกสะบึมไปกับหน้าตักหนุ่มใหญ่วัยคึก รู้ว่าเขากำลังตื่นตัวแค่ได้สัมผัสเนื้อตัวของเธอ
“ผกาของฉันน่ารักแล้วก็น่ากินขนาดนี้ ใครจะอดใจไหว” พลอุ้มร่างสาวน้อยขึ้นห้องนอนอย่างรวดเร็ว ในขณะที่สมใจอาบน้ำอาบท่าเสร็จและกำลังเดินมาจากห้อง เพื่อจะถามว่าตอนเย็นจะรับประทานอะไร หล่อนส่ายหน้าไปมา พลนั้นอายุล่วงเลยเข้าวัยห้าสิบปีเข้าไปแล้ว แต่งงานมีครอบครัวกับภรรยาคนแรกคือแพรวพรรณและเลิกรากันไป มีลูกสาวฝาแฝดสองคน คนเล็กคือกุลธิดาอยู่กับบิดา ส่วนคนโตชื่อกุลยาอยู่กับมารดา ย้ายกันไปอยู่ที่บ้านสวนของคุณยายพิตรตั้งแต่เล็ก เธอทำงานที่นี่หลายปีเลยพอจะรับรู้เรื่องราวของครอบครัวนี้อยู่บ้าง
พี่น้องสองคนนิสัยไม่เหมือนกันเลย กุลยานั้นเรียบร้อยอ่อนหวาน ในขณะที่พลนั้นไม่ค่อยจะใส่ใจลูกสาวทั้งสองสักเท่าใดนัก ไม่ว่าจะเป็นคนโตหรือคนเล็ก แถมยังเปลี่ยนผู้หญิงไปเรื่อย ๆ เธอยังเคยคิดเลยว่าถ้าไม่แก่ตายก็คงติดโรคตาย
พี่น้องสองสาวมีความสวยไม่น้อยหน้าใคร กุลธิดาจึงได้เป็นดารานางแบบมีชื่อเสียง แต่ชื่อเสียก็เยอะเพราะว่าเปลี่ยนผู้ชายไม่ซ้ำหน้า ทำให้ผู้ชายอกหักมานักต่อนัก
สมใจได้ยินเสียงครวญครางโอดโอยมาจากบนห้องของเจ้านายแบบ ไม่อายฟ้าอายดินก็หน้าแดง รีบเดินหนีไปทางหลังบ้านในทันที เพราะ พิมพ์ผกานั้นหัวสูง อยากได้ของดีราคาแพงเลยคิดจะเกาะผู้ชายรวย ๆ เพื่อให้เลี้ยงดูตัวเอง จะได้ซื้อของแบรนด์เนมอวดคนอื่น ดังนั้นกับข้าวที่เธอทำหล่อนจะไม่กินเด็ดขาด จะโทร. ไปสั่งอาหารดัง ๆ หรู ๆ จากโรงแรมและภัตตาคารมารับประทานพร้อมถ่ายรูปอวดเพื่อน ๆ ในโลกโซเชียลว่ากินหรูอยู่แพง
อาทิตย์แรกสำหรับของใหม่ สมใจรู้ดีว่าพลจะทุ่มเททุกอย่างให้ตัวเองมีความสุขมากที่สุด เธอเป็นเพียงแค่สาวใช้จน ๆ เลยก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป ไม่อยากยุ่งเรื่องของเจ้านายให้ปวดกบาลมากนัก
“คุณพลขา... ผกากำลังจะขาดใจแล้วค่ะ” พิมพ์ผกาที่นอนแยกขาให้หนุ่มใหญ่กระแทกกระทั้นร้องร่ำคร่ำครวญด้วยความเสียวซ่านรัญจวนใจสุดขีด เสียงกระแทกตับ ๆ ดังสนั่นลั่นเตียงใหญ่แบบไม่ขาดสาย
“ฉันก็กำลังจะขาดใจแล้วเหมือนกัน” พลตะโบมจูบร่างอวบอัดของ สาวน้อยวัยสิบเก้าอย่างเร่าร้อนรัญจวนใจ ก่อนที่จะกระแทกกายเข้าหาร่อง ฉ่ำเยิ้มอย่างถวายหัว เพื่อต้องการที่จะเสร็จสมอารมณ์หมายไปพร้อม ๆ กัน
“ก่อนหน้านี้เธอบอกว่าลูกสาวของฉันมาหาเหรอ” พลเอ่ยถามคู่ขาคนล่าสุดของตัวเองอย่างสนใจ
“ค่ะ แต่ผกาก็ไม่เห็นใครนี่คะ สมใจคิดไปเอง เพราะเห็นตะกร้ามะม่วงหล่นอยู่หน้าบ้านน่ะค่ะ”
“อย่างนั้นเหรอ”
“อย่าไปสนใจเลยค่ะ ถ้าเป็นลูกสาวของคุณจริงๆ ก็ต้องเห็นแล้วสิคะ ผกาว่าเราไปอาบน้ำกันดีกว่าค่ะ”
“คุณไปอาบก่อนเถอะ ผมจะคุยธุระกับปนัดดาสักครู่” พิมพ์ผการู้จักปนัดดาดี หล่อนเป็นผู้จัดการดารา ที่ดูแลกุลธิดาอยู่
“ค่ะ งั้นผกาไปอาบน้ำก่อนนะคะ” เธอหอมแก้มของเขาฟอดใหญ่ ก่อนจะยิ้มหวานเดินเข้าห้องน้ำไปด้วยกิริยายั่วยวน
พลเปิดภาพวงจรปิดย้อนหลังดู ก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน แล้วเขาก็ยิ้มร้ายออกมาแบบที่ไม่มีใครเคยได้เห็น
มันช่างเป็นรอยยิ้มที่อำมหิตยิ่งนัก!!!
กุลยาค่อย ๆ ปรือตาตื่นขึ้นมาด้วยความมึนงง เธอมองบรรยากาศรอบกายที่ไม่คุ้นตา ก่อนจะตกใจสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นร่างสูงของใครคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามา
ผู้ชายแปลกหน้าทำเอาหันรีหันขวาง เอ่ยถามออกไปเสียงสั่นระริก
“คุณเป็นใคร” เธอลุกจากเตียงไม้ไผ่ ถอยหนีไปอีกมุมหนึ่งของห้อง
“มันไม่สำคัญหรอกว่าผมเป็นใคร” กุมภ์พยายามทำเสียงให้เข้มเข้าไว้ ทั้งๆ ที่ในใจ
เวรเอ๊ย! ไอ้อังคาร มึงกำลังจะทำให้กูก้าวขาเข้าไปอยู่ในคุก ข้อหาลักพาตัว กักขังหน่วงเหนี่ยว มันไม่ใช่เล่นๆ เลยนะ มันผิดกฎหมายชัดๆ นี่ถ้ามารดารู้คงแพ่นกบาลเขาแน่ๆ เลย
“คุณมานี่เลยมา” กุมภ์ ธีรดล นายหัวหนุ่มแห่งเกาะแสนรัก วัยสามสิบเจ็ดปีเดินตรงเข้าไปจับข้อมือของเชลยสาวเอาไว้ รั้งให้เธอเดินตามออกไปจากห้อง
“นี่คุณจะพาฉันไปไหน ปล่อยนะ! ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” กุลยาร้องเสียงหลงเมื่อโดนดึงข้อมือให้เดินลงไปด้านล่างของกระท่อม เธอยิ่งตกใจเมื่อรอบกายเป็นป่าเขาลำเนาไพร และสถานที่ที่เธอยืนอยู่คือหน้ากระท่อมหลังหนึ่ง ริมลำธาร
“คุณอยู่ที่นี่ไปก่อน” กุมภ์บอกหญิงสาว
ที่เขาบอกให้เธออยู่ที่นี่ไปก่อน เพราะเขายังไม่รู้จะหาทางออกให้กับปัญหาที่ลูกน้องของเขาสร้างขึ้นมายังไงดี เธอเองก็คงตกใจ ที่จู่ๆ โดนจับตัวมาแบบนี้
“ฉันไม่เข้าใจ ทำไมฉันต้องอยู่ที่นี่ด้วย” กุลยาได้แต่งุนงง
“คุณยังไม่จำเป็นต้องรู้ตอนนี้” เขาไม่อยากอธิบายเพราะมันเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับเขาในเวลานี้
“ทำไมฉันถึงรู้ไม่ได้”
“คุณไปทำอะไรเอาไว้ล่ะ ถึงมีคนอยากจับตัวคุณมา” เขาย้อนถามเธอ
“ฉันทำอะไร ไม่เห็นรู้เรื่องเลย”
“คนเราทำความผิดมักจะไม่รู้ตัว” เขาเปรย
“จะไปกันใหญ่แล้ว ฉันไม่เคยรู้จักกับคุณมาก่อน” เธอได้แต่ส่ายหน้าไปมาด้วยความงุนงง
“คุณก็สวยนะ ไม่น่าเที่ยวอกหักผู้ชายเลย” กุมภ์มองหญิงสาว ก่อนจะส่ายหน้าไปมา
“ฉันไม่เคยทำแบบนั้น” กุลยาปฏิเสธเสียงแข็ง
“ประวัติฉาวโฉ่ของคุณใคร ๆ เขาก็รู้กันทั้งวงการ”
“รู้อะไร ฉันไม่เคยทำอะไรแบบนั้น”
“คนทำผิดมักไม่ยอมรับความผิดของตัวเอง คุณต้องอยู่ที่นี่และเลิกโวยวายสักที ”
“ฉันจะแจ้งความว่าคุณลักพาตัวฉันมา”
“ที่นี่เป็นป่าเขาลำเนาไพร ไม่แน่นะถ้าคุณหนีออกไป อาจจะเจอเข้าทั้งเสือ ทั้งงูก็เป็นได้ ดีไม่ดีเจอช้างป่าตกมันอีก” เขาแกล้งทำเสียงเข้มเพื่อขู่ให้เธอกลัวเข้าไว้ จะได้ไม่โวยวายไปมากกว่านี้
“คุณแกล้งขู่ฉันใช่ไหม” กุลยาเอ่ยถามหน้าตาแตกตื่น
“ผมไม่ได้ขู่ ไม่เชื่อก็ลองหนีดู” กุมภ์ถอนใจพรืดใหญ่
“ฉันไปแน่ ไม่ต้องมาท้า” กุลยาหันรีหันขวางก่อนจะรีบวิ่งหนีออกมาอย่างไม่คิดชีวิต กุมภ์ตกใจที่อยู่ๆ เธอก็สะบัดตัวหนีออกไปอย่างไม่คิดชีวิต
กุลยาวิ่งหนีออกมาสุดฝีเท้า ก่อนจะหยุดหายใจเพื่อหอบเหนื่อย เหงื่อท่วมกายมองไปรอบกายก็เริ่มหวาดกลัวจับจิตจับใจ เพราะตอนนี้รอบกายของเธอมีแต่ต้นไม้สูงใหญ่ มองไปทางไหนก็มีแต่ป่า เธอหันกลับไปมองทางเดิมแล้วยิ่งตกใจเพราะมีทางเดินเล็ก ๆ หลายทางให้เลือกเดิน ไม่แน่ใจว่าตัวเองเดินมาจากทางไหน หญิงสาวปาดเหงื่อเดินวนเวียนไปมาจนรู้สึกระทดท้อใจ
กุลยาหวาดกลัวแทบจะร้องไห้ เท้าเล็ก ๆ ของเธอมีหนามทิ่มตำจนรู้สึกเจ็บไปหมด
“โอ๊ย! เจ็บจัง” เธอนั่งลงบนโขดหิน ดึงหนามไมยราบที่ตำเท้าออกแล้วน้ำตาอาบแก้ม
“ทำไมถึงได้โชคร้ายแบบนี้นะ” กุลยาปาดเหงื่อออกด้วยความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า เธอยืนขึ้นด้วยท่าทีละล้าละลังหวาดกลัวจับจิตจับใจ ก่อนจะกรีดร้องสุดเสียงเมื่อมีดถูกเขวี้ยงมาปักลงบนหัวงูใกล้ ๆ กับที่เธอยืนอยู่
“กรี๊ด!!!” หญิงสาวกรีดร้องสุดเสียงก่อนจะเป็นลมหมดสติไป กุมภ์ตรงเข้าไปอุ้มร่างน้อยขึ้นมาสู่อ้อมแขน เขาวิ่งตามเธอไม่ทัน หากันอยู่นานถึงได้เจอว่าเธอนั่งพักอยู่ตรงนี้
“สงสัยเธอจะกลัวมากนะครับนายหัว” อังคารมองใบหน้าที่โซมไปด้วยเหงื่อของผู้หญิงในอ้อมแขนเจ้านายอย่างสงสาร
“เพราะมึงไง”
“อ้าว...” อังคารครางออกมา ก่อนจะเกาหัวไปมา
กุมภ์รีบอุ้มร่างบอบบางกลับไปยังกระท่อมริมลำธาร
“นายหัวจะทำยังไงต่อไปครับ” อังคารเอ่ยถามเจ้านายหนุ่มในทันทีที่มาถึงกระท่อม
กุมภ์ตบหัวลูกน้องคนสนิทเต็มแรง เมื่อได้ยินคำถามนั้น
“โอ๊ย! นายหัวตบกะโหลกผมทำไมครับ”
“กูพูดด้วยความเมา มึงเสือกไปจับมาจริง ๆ”
“อ้าว... งั้นให้ผมพาไปส่งกลับที่เดิมไหมครับ”
“เขาเห็นหน้ากูแล้ว มึงจะให้ตำรวจมาลากคอกูเข้าคุกหรือไงไอ้โง่”
“เจ้านายน่าจะใส่หมวกไอ้โม่งนะครับ”
“แล้วทำไมมึงเพิ่งมาบอกกู”
“อ้าว... ผมนึกว่าเจ้านายจะรู้”
“ตอนนั้นกูกำลังตื่นเต้น จะไปทันนึกอะไรได้”
“นายหัวตื่นเต้นที่ได้เจอคนสวยเหรอครับ”
“มึงนี่เลือกสักอย่างเถอะ จะเรียกอะไร เจ้านายหรือนายหัว”
“แล้วแต่อารมณ์ครับ”
“กูโคตรปวดกบาลกับมึงเลย”
“แล้วนายหัวไปข่มขู่เขาทำไมกันครับ”
“กูก็ต้องทำเป็นเข้มเอาไว้ก่อนไง นึกๆ ไปแล้วเขาก็ทำให้ไอ้ณัฐต้องตาย จนตอนนี้กูก็ยังเสียใจอยู่ไม่หาย”
“คุณณัฐก็ตายไปแล้วนะครับ อย่าคิดมากเลย โอ๊ย! เจ้านายตบหัวผมทำไมอีกครับนี่” อังคารร้องด้วยความเจ็บ
“ก่อนหน้านี้ทำไมมึงไม่เตือนสติกูแบบนี้ มาพูดห่าเหวอะไรตอนนี้ ยุให้กูไปจับเขามา กูก็บ้าจี้ตามมึงเพราะเมา ผลเป็นไงล่ะ”
“เจ้านายก็...” อังคารคราง คิดในใจว่ากูผิดอีกแล้วเหรอวะ
“มึงดูละครตบจูบมากไปหรือเปล่าวะไอ้อังคาร”
“แล้วเมื่อกี้เจ้านายบอกว่าตื่นเต้นจนไม่ทันได้นึกอะไร เจ้านายตื่นเต้นอะไรครับ” อังคารเอ่ยถามอย่างสงสัย
“กูตื่นเต้นที่จะโดนข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวมั้ง ไอ้นี่!” กุมภ์ตบหัวลูกน้องอย่างโมโหอีกรอบ แต่รอบนี้อังคารหลบทันเลยโดนถีบแทน
“โอ๊ย! นายหัว ผมเจ็บนะครับ”
“เออ... เจ็บสิดี มึงไปเอาเหล้าเถื่อนล็อตใหม่มาให้กูหน่อยเลย กูเครียดอยากกินเหล้า” กุมภ์เอ่ยสั่งลูกน้อง หันไปมองหญิงสาวที่นอนหลับอยู่บนเตียงแล้วว้าวุ่นใจไปหมด ไม่น่าเมาแล้วพลั้งปากไปกับลูกน้องอย่างไอ้อังคารเลย เพราะไม่ว่าเขาจะสั่งอะไร ไอ้บ้าอังคารก็เสือกไปทำตามอย่างไม่เกี่ยงงอน ทั้ง ๆ ที่บางเรื่องมันน่าจะฉุกคิดสักนิด เป็นลูกน้องที่โคตรเถรตรงจนเขาปวดกบาล
อังคารไม่กล้าหืออือกับเจ้านายเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังอารมณ์ไม่ดี เหลือบไปมองคนที่นอนหลับหมดสติไปแล้วต้องถอนใจเฮือกใหญ่
“มึงจะมองอะไรนักหนา กูบอกให้มึงไปเอาเหล้ามาให้กูเร็ว ๆ อย่าอืดอาดยืดยาด” อังคารยังเดินไม่ถึงไหนก็โดนเจ้านายหนุ่มบ่นเข้าให้อีก
“ครับเจ้านาย” อังคารรับคำเสียงอ่อย
“ทำกับแกล้มมาด้วย กูจะแดกเหล้า กูต้องใช้ความคิด” กุมภ์สั่งเสียงเข้ม อังคารรีบกุลีกุจอไปจัดเตรียมไก่ป่ามาย่างให้เจ้านายหนุ่มอย่างไม่รีรอ
ในขณะที่นายหัวหนุ่มเอาผ้ามาเช็ดใบหน้าให้เชลยสาว ก่อนจะนำผ้ามาห่มให้อย่างเบามือ
เสียงหัวเราะครื้นเครงกับเสียงพูดคุยกันอย่างออกรสทำให้กุลยาตื่นมาด้วยอาการสะลึมสะลือ ปรือตามองก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงไม้ไผ่ ในขณะที่ด้านนอกคือชายฉกรรจ์หลายคนกำลังนั่งดื่มเหล้ากันอยู่
กุลยาผวาทั้งตัว เริ่มหวาดกลัวจับจิตจับใจ เธอคิดไปต่าง ๆ นานาว่านายคนนั้นอาจจะดื่มเหล้าย้อมใจและเรียกพรรคพวกที่นั่งดื่มเหล้าด้วยกันมารุมโทรมเธอ
เธอจะทำยังไงดี เธอจะทำยังไงดี!
หญิงสาวคิดอย่างว้าวุ่นใจ
“ฟื้นแล้วเหรอ” เธอสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงถามของเขา
“อย่าทำอะไรฉันเลยนะ” เธอยกมือไหว้ปลก ๆ
“ผมยังไม่ทันได้ทำอะไรคุณเลย” ผู้หญิงนี่ชอบวิตกกังวลเกินเหตุจริงๆ กุมภ์คิดในใจ
“คุณจับฉันมาคงคิดจะทำมิดีมิร้ายฉันใช่ไหม” กุลยาเอ่ยถามเสียงสั่น
“ถึงคุณจะสวยหยาดฟ้ามาดินขนาดไหน ผมก็ไม่คิดจะข่มเหงคนไม่มีทางสู้หรอก นอกเสียจากว่าคุณจะสมยอมผมเอง”
“แล้วคุณจับฉันมาทำอะไรกันแน่”
“จับมาให้อยู่ป่านี่แหละ มาเล่นกับลิงค่างบ่างชะนี” เขาพูดกวนนิดๆ
“บ้า!” เธอแหวใส่เมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น
กุมภ์หัวเราะลงลูกคอก่อนจะเดินไปกระดกเหล้าดื่มกับลูกน้องต่อ
มารดากับน้าสาวของเขาพูดเสมอว่าปัญหามีไว้ให้แก้ ถ้าแก้ไม่ได้ก็ช่างแม่ง ตอนนี้เขายังคิดอะไรไม่ออก ขอดื่มเหล้าย้อมใจก่อน
“นี่คุณ คุณจะจับฉันมาขังเอาไว้แบบนี้ไม่ได้นะ บ้านเมืองมีขื่อมีแป” เธอเดินไปพูดกับเขาใกล้ ๆ แคร่ที่เขากำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครสนใจเธอเลย
“ใครขังคุณเหรอ ผมล่ามโซ่คุณเอาไว้หรือไง จับคุณขังเอาไว้ในห้องหรือก็เปล่า” คนเมาถามกวนๆ
“แต่คุณก็พาฉันมาที่นี่ ทำให้ฉันสูญเสียอิสรภาพ ฉันอยากกลับบ้าน ฉันจะกลับบ้าน คุณได้ยินไหม”
“ยังกลับไม่ได้ อยู่ที่นี่ทำไร่ไถนาไปก่อน ผมว่าดีกว่า”
กุลยาอ้าปากค้างกับประโยคของคนบ้า
“ฉันไม่ทำ”
“ไม่ทำอดตาย แต่ดาราดังแบบคุณน่าจะทำอะไรแบบนี้ไม่เป็น ผมก็พอจะเข้าใจนะ”
“ดาราดังอย่างนั้นเหรอ” กุลยาเริ่มขบคิด หรือเขาจะเข้าใจผิดคิดว่าเธอคือน้องสาว แต่ถ้าเธอบอกความจริงกับเขา เขาอาจจะทำร้ายน้องสาวของเธอก็เป็นได้ คนห่วงน้องสาวเลยปิดปากเงียบ
ถึงจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่เธอก็รักน้องสาวคนเดียวเป็นที่สุด มารดาสอนให้เธอรักน้อง เพราะมีกันอยู่แค่สองคนพี่น้อง ถึงแม้ว่ากุลธิดาจะไม่เคยปริปากบอกใครๆ ว่าเธอเป็นพี่สาวก็ไม่เป็นไร ด้วยว่าเธอเองก็ไม่อยากเป็นข่าวอยู่แล้ว
“จริงๆ คุณควรจะสำนึกในสิ่งที่ทำนะ ไม่ใช่ทำตัวไม่รับผิดชอบอะไรแบบนี้” กุมภ์สั่งสอนหญิงสาว
กุลยาเม้มปากเข้าหากันแน่น เธอถอยหนีมาสามก้าวก่อนที่ท้องจะเริ่มร้องเพราะยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง ที่สำคัญไปกว่านั้นเธอก็เจ็บระบมเท้าไปหมดเพราะโดนหนามทิ่มตำตอนหลงป่า
“หิวก็ไปทำกินเองนะคุณ ที่นี่มีอุปกรณ์ครบครัน ทั้งไม้ฟืน ทั้งข้าวสาร อาหารแห้ง” กุมภ์คิดว่าหล่อนน่าจะทำไม่เป็น เพราะดาราดังคงไม่เคยหยิบจับอะไรพวกนี้ แต่ถ้าเธอขอร้อง เขาอาจจะให้อังคารไปทำให้กิน
อังคารที่นั่งอยู่อีกด้านได้แต่เกาหัวไปมา ไหนบอกว่าไม่อยากให้จับตัวมา แต่ทำไมสวมบทโหดขนาดนี้ เจ้านายของเขานี่ผีเข้าผีออกจริง ๆ เลย
กุลยามองเตาไฟที่เป็นก้อนเส้าแล้วเผยยิ้มกว้าง เธอไปอยู่บ้านสวนริมคลองกับคุณยายพิตรตั้งแต่เด็ก ๆ มีหรือที่จะทำอะไร
แบบนี้ไม่เป็น
หญิงสาวจัดการก่อไฟอย่างชำนาญ ในห้องครัวด้านหลังของกระท่อมเป็นที่สำหรับหุงหาอาหารโดยเฉพาะ มีอุปกรณ์เครื่องครัวให้เธอสามารถทำกับข้าวหุงข้าวได้อย่างสะดวกสบาย แถมยังมีข้าวสารอาหารแห้ง ปลากระป๋อง ปลาเค็ม เนื้อเค็ม และไข่อีกหลายฟอง
“คุณหยิบจับข้าวของของผม ขออนุญาติผมหรือยัง” กลิ่นเหล้าที่ลอยมากระทบจมูก ทำให้เธอรับรู้ว่าเขากำลังเมา
“คุณบอกว่าถ้าฉันอยากกินก็ให้มาทำอาหารกินเอง ฉันหิวเพราะยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่ตอนกลางวัน มีแค่ข้าวต้มตอนเช้าเท่านั้น” เธอเถียงกลับ
“น่าแปลกที่คุณหุงหาอาหารด้วยไม้ฟืนเป็นด้วย ดาราดังแบบคุณไม่น่าจะทำได้” กุมภ์คิดอย่างสงสัย
“ฉันทำเป็นและทำเก่งด้วย” เธอยืนยันอย่างหนักแน่นในความสามารถของตัวเอง
“คุณอยากจะทำก็ทำเถอะ แต่ของที่คุณกินคุณใช้หักเป็นค่าแรงพรุ่งนี้”
“ค่าแรงอะไร” เธอถามอย่างสงสัย
“ค่าแรงงานที่คุณต้องทำงานในไร่พรุ่งนี้ไง”
“ฉันไม่ทำ ฉันจะกลับบ้าน”
“ถ้าคุณออกไปจากไร่ของผมได้ ผมจะอนุญาตให้คุณกลับบ้าน”
“ฉันจะต้องออกไปจากที่นี่ให้ได้ ไม่เชื่อก็คอยดูสิ” เธอสูดลมหายใจเข้าปอดแรง ๆ ลึก ๆ เม้มปากเข้าหากันอย่างไม่มั่นใจ
“ปากคุณสั่น” เขามองอากัปกิริยาของเธอไม่วาง ทำเป็นปากดีแต่กลัวเขา
“ฉันไม่กลัวคุณหรอก และฉันจะหนีออกไปจากที่นี่ให้ได้” เธอยังยืนยันอย่างหนักแน่น
“ก็ลองหนีดูอีกสิ” เขาเดินเข้าหาด้วยความเมา กุลยาถอยหนีก่อนจะหันรีหันขวาง พอเห็นมีดก็รีบคว้ามีดมาถือเอาไว้
“ถ้าคุณเข้ามาฉันจะแทงคุณจริง ๆ ด้วย ไม่เชื่อก็ลองดูสิ” เธอถือมีดด้วยมืออันสั่นเทา ปากคอสั่นไปหมด
“คุณควรจะใจเย็นๆ ก่อนนะ” เขารีบห้ามปรามเอาไว้
“ฉะ... ฉันไม่กลัวคุณหรอก”
“นี่คุณวางมีดลง วางมีดลงก่อน แล้วค่อยๆ คุยกัน”
“ฉันแทงจริง ๆ นะ ฉันบอกว่าอย่าเข้ามาไง” คนพูดถอยหนีด้วยท่าทีละล้าละลัง
“ตอนเด็กๆ ผู้ใหญ่ไม่สอนหรือไงว่าอย่าเล่นของมีคม”
กุลยาหลับตาเมื่อหลังไปชนกับผนังห้องครัวทางด้านหลัง เธอรีบจ้วงแทงไปด้านหน้า แต่เขาจับข้อมือของเธอเอาไว้ ก่อนจะบิดเบา ๆ มีดก็หล่นลงจากมือ
“โอ๊ย!” กุลยาร้องเสียงหลง เธอมองเขาด้วยหน้าตาแตกตื่น
“อย่าทำอะไรฉันเลยนะ”
“จริง ๆ คุณก็สวยเหมือนกันนะนี่” กุมภ์เอ่ยขึ้นตาลอยๆ
“คุณห้ามทำอะไรทุเรศ ๆ นะ” กุลยาดันอกกว้างของเขาออกห่าง ในขณะที่กุมภ์ดึงร่างน้อยของเธอมากอดรัดแนบอก กลิ่นเหล้าของเขาทำให้เธอต้องเบือนหน้าหนี เกิดมายังไม่เคยถูกผู้ชายคนไหนกอดรัดแบบนี้มาก่อน นั่นยิ่งทำให้เธอตัวสั่นหวาดกลัวแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ด้วยฤทธิ์น้ำเมากุมภ์แบกร่างน้อยของกุลยาขึ้นพาดบ่า เธอดิ้นรนรัวกำปั้นใส่แผ่นหลังของเขาระรัว
ร่างน้อยถูกกดลงไปบนเตียงนอนกว้าง เธอร้องเมื่อร่างหนาหนักจะโถมทับลงมาหา
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ”
“อย่าร้องเสียงดังไปสิคุณ”
กุลยาใจหายวาบเมื่อเสื้อผ้าของเธอถูกปลดออกจากกาย เธอตะกายร่างหนี เขาก็ตามมาทาบทับเอาไว้ ก่อนจะพลิกร่างเธอให้นอนหงายอีกครั้ง ไม่มีคำพูดอะไรออกมาจากริมฝีปากหนาร้อนผ่าวที่ซุกไปตามเนื้อตัวของเธออย่างหิวกระหาย
กุลยาด่าว่าเขาปากคอสั่น เธอส่ายหน้าไปมาเมื่อเห็นว่าเขากำลังปลดเปลื้องอาภรณ์ออกจากกาย
“ไม่นะ จะให้ฉันทำอะไรก็ได้ แต่ห้ามทำแบบนี้นะ” เธอขอร้องเขา ในขณะที่เขาฝากฝังความแข็งแกร่งเข้าไปในร่องความคับแน่นของเธอ ทำเอากุลยาร้องเสียงหลง น้ำตาไหลพรากอาบแก้ม กุมภ์เองก็ชะงักไป ก่อนจะมองหญิงสาวที่ใบหน้าเปื้อนหยาดน้ำตา หมดสิ้นกันแล้วความสาวสดที่เธอเก็บเอาไว้ให้คู่หมั้นอย่างพจน์ แล้วแบบนี้เธอจะมีหน้ากลับไปแต่งงานกับพจน์ได้อย่างไรอีก
เธอปล่อยให้เขาย่ำยีจนสมใจก่อนจะพลิกกายหนี ไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไปดี จะหนีก็ไม่รู้จะหนีไปไหนที่นี่มีแต่ป่า เธอครุ่นคิดอะไรมากมายในหัว และหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย
แรงขยับในตอนเช้าของใครคนหนึ่งที่นอนอยู่ข้าง ๆ ทำให้กุลยารีบลืมตาตื่น เธอค้นพบความจริงอันแสนโหดร้ายอีกครั้งว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป ร่างสูงเปลือยเปล่าลุกจากเตียงไม้ไผ่ ทำให้เธอหน้าแดงก่ำ รีบปิดตากรีดร้องเสียงหลง กุมภ์หันมามองหญิงสาวขณะคว้าผ้าเช็ดตัวมานุ่ง
“จะกรีดร้องทำไมของคุณ” กุมภ์ตบต้นคอไปมาด้วยความมึนงง เขาได้เธอเพราะความเมา หนักกว่าจับมากักขังหน่วงเหนี่ยวก็คดีข่มขืนกระทำชำเรานี่แหละ นายหัวหนุ่มอยากจะสบถดังๆ
“ก็.. ก็ไม่เคยเห็นน่ะสิ” กุลยาหลับหูหลับตาหนี ยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเองด้วยความอาย ภาพเรือนกายแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแถมยังเปลือยเปล่ายังติดตาเธออยู่ไม่หาย
“ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วมาช่วยผมอาบน้ำถูหลังหน่อย” เขารั้งเธอให้ลุกจากเตียง กุลยากอดผ้าห่มแน่น ดิ้นหนีสุดชีวิต เขาจึงจัดการดึงผ้าห่มทิ้งไปข้างเตียง เธอกรีดร้องเสียงหลงเมื่อโดนเขาจับร่างน้อยอุ้มขึ้นพาดบ่า
“ไอ้คนบ้า ไอ้ป่าเถื่อน ไอ้คนสารเลว ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ” เธอดิ้นเร่า ๆ เขาก็ฟาดฝ่ามือลงบนแก้มก้นเปลือยเปล่าของเธอก่อนจะชะงักเมื่อหันไปเห็นหยดเลือดจาง ๆ ที่ติดอยู่กับผ้าห่มสีขาวครีม
กุมภ์ขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างสงสัย แต่เขาก็ต้องละความสนใจนั้นไปเสียเมื่อคนที่เขากำลังอุ้มพาดบ่าอยู่กำลังประทุษร้ายเขาเต็มกำลัง
“โอ๊ย!” กุลยาร้องเสียงหลงเมื่อโดนฟาดฝ่ามือลงบนแก้มก้ม เขาพาเธอเข้าห้องน้ำเล็ก ๆ ที่กั้นเอาไว้มุมหนึ่งของกระท่อม
“ถอยออกไปนะ” เธอปกปิดเรือนกายด้วยความอาย อยากจะร้องไห้ออกมาดัง ๆ ไม่คิดว่าต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้
“จะปิดอะไรนักหนา ผมเห็นคุณใส่บิกินีจนเกือบแก้ผ้าถ่ายรูปลงโซเชียล” ตอนณัฐคบกับกุลธิดาเขาก็รับรู้ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ผ่านเพื่อนรัก กุลธิดาไม่ได้มีทีท่าหวงเนื้อหวงตัวหรือรักนวลสงวนตัวเลยด้วยซ้ำ
“ฉันไม่เคย” กุลยาเถียงเขาปากคอสั่น