เพนท์เฮ้าส์หรู
18.30 น.
“คุณเบนจะไปไหนครับ”
โจชัวเห็นเจ้านายเขาเตรียมตัวจะออกไปอย่างไม่บอกไม่กล่าวจึงต้องรีบเดินไปถาม มิเช่นนั้นหากเขาปล่อยให้เจ้านายของเขาไปไหนโดยที่เขาไม่รู้แล้วเกิดอันตรายอะไรกับเจ้านายคงไม่เป็นผลดีแน่
“นายไม่ต้องตามวันนี้ฉันอยากผ่อนคลายคนเดียว”
วันนี้เบนจามินอยากจะไปพักผ่อนตามประสาหนุ่มโสดสุดฮอตด้วยตัวคนเดียว เมื่อมีลูกน้องหรือคนสนิทแห่กันไปด้วยทีไรพวกสาวๆไม่อยากจะมาใกล้เขาทุกที เว้นเสียแต่ผู้หญิงที่อยากจะบริการเขาเพราะอยากได้ทิปหนักๆ แต่พวกนี้เขาเองก็ไม่ค่อยชอบสักเท่าไร
“เอ่อ...ครับ”
โจชัวเห็นดังนั้นจึงรีบถอยให้เจ้านายหนุ่มของเขาออกไปแต่โดยดี เพราะเห็นท่าเจ้านายตนมาแบบนี้แล้วเขาคงจะขัดอะไรไม่ได้ที่ผ่อนคลายของเจ้านายนั้นเขาพอจะรู้อยู่ว่าจะไปที่ไหน
เบนจามินเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลลอเปอร์เป็นลูกครึ่งไทยอิตาลีถูกเลี้ยงโดยคุณย่าของเขามาตั้งแต่เด็กๆ เป็นคนค่อนข้างเอาแต่ใจเพราะถูกตามใจอยู่บ่อยๆ หากแต่ชายหนุ่มเป็นคนที่เก่งในสายงานแทบจะทุกอย่างแถมยังเข้ามาบริหารงานแทนพ่อของเขาแทบจะทุกอย่างได้ดีอีกด้วย ประวัติเสียแทบจะไม่มีนอกเสียจากเรื่องผู้หญิงที่ทำให้ต้องเขม่นกับคู่ค้าธุรกิจอยู่บ่อยๆ เรื่องชู้สาวที่ผู้หญิงของอีกฝ่ายจะวิ่งโล่มาหาเขาเอง เพราะทั้งหนุ่มกว่าเก่งกว่ารวยกว่า
โรงพยาบาล
“บิลค่ารักษาของแม่เดือนนี้มาแล้วนะหลิว”
ต้นรักนั่งคุยกับต้นหลิวแฝดพี่ด้วยสีหน้าที่ค่อนข้างเป็นกังวล เพราะเธอและพี่สาวของเธอต่างก็ช่วยกันทำงานเงินที่ได้มาส่วนใหญ่ก็ต้องมาใช้รักษาแม่เธอจนเกือบหมด แถมตอนนี้ที่เธอเครียดหนักก็เห็นจะเป็นพี่สาวของเธอก็พึ่งจะมาตกงานเพราะมีปัญหากับคนที่ทำงาน ด้วยความที่เป็นคนไม่ค่อยยอมคนนั่นเอง
“อ่อ อืมเรื่องนี้เดี๋ยวหลิวจัดการเองรักไม่ต้องห่วง คืนนี้รักอยู่เฝ้าแม่ไปก่อนนะ”
ต้นหลิวดูบิลค่ารักษาเธอก็ต้องปั้นหน้าให้ยิ้มแย้มไว้ก่อนเพื่อที่น้องสาวของเธอนั้นจะได้ไม่กังวล พร้อมบอกให้ต้นรักนั้นเฝ้าแม่แทนเธอในคืนนี้ไปก่อน ด้วยมีธุระที่จะต้องไปทำ
“แล้วหลิวจะไปไหน”
ต้นรักถามคนเป็นพี่ด้วยสีหน้าสงสัย นี่ก็ดึกแล้วเธอไม่รู้ว่าพี่สาวเธอจะไปไหนอีก
“เค้าจะไปทำงานพิเศษน่ะ”
ต้นหลิวเลี่ยงที่จะตอบความจริง เพราะถ้าหากเธอบอกกับน้องเธอไปว่าเธอจะไปทำอะไรคงจะไม่ได้ไปเป็นแน่
“งานอะไรเหรอ”
ต้นรักก็ยังอยากจะรู้ว่าไอ้งานที่พี่สาวเธอจะไปทำมันเป็นงานอะไร ถ้าหากมันอันตรายเธอจะไม่ยอมให้พี่สาวเธอไปแน่นอน
“มันเป็นงานแถวๆคลับใกล้ๆนี่เองหลิวทำพวกเสริฟอาหารอะไรแบบนี้ เดี๋ยวขอตัวไปก่อนนะ”
ต้นหลิวเห็นว่าถ้าเธออยู่นานกว่านี้น้องเธอได้รู้แน่ว่าเธอจะไปทำอะไร จึงรีบปลีกตัวออกไปก่อนจะดีกว่าและปล่อยทิ้งให้ต้นรักสงสัยมีสีหน้าฉงนอยู่คนเดียว
ห้องตรวจ
“หมอครับ เคสคนไข้ที่หมอรับรักษา”
“ขอบคุณครับ”
คาวีหมอหนุ่มดีกรีลูกเจ้าของโรงพยาบาลที่พึ่งกลับมาจากการหาความรู้จากเมืองนอกจนจบปริญญาเอก ทำงานที่ต่างประเทศได้พักใหญ่มีฝีมือมากเมื่อชำนาญในเรื่องสายงานดีแล้วจึงกลับมาช่วยที่บ้านบริหารงานที่โรงพยาบาล เขาเป็นคนที่รักความสงบไม่ค่อยออกงานสังคมเท่าไหร่ มีแต่คนในเท่านั้นที่จะรู้ว่าเขาเป็นใคร
ตอนกลับมาเคสแรกที่เขาช่วยคนของเพื่อนที่เป็นหมอด้วยกันหายดีไปแล้ว เคสต่อมาเขาก็อยากจะช่วยอีกเหมือนกันเพราะรู้ประวัติคร่าวๆมาว่านอนที่โรงพยาบาลหลายเดือนแล้ว
ได้ยินจากปากหมอท่านอื่นมาว่าคนไข้ป่วยมานานมีเพียงลูกแฝดสองคนที่คอยผลัดกันมาดูแลเท่านั้น แถมค่าใช้จ่ายก็ผ่อนจ่ายกับโรงพยาบาลอีก หากเขาสามารถช่วยให้คนป่วยคนนี้กลับมาหายโดยเร็วก็เท่ากับเขานั้นช่วยทั้งสามชีวิต
แกร๊กกก
“สวัสดีครับ ผมหมอคาวีที่พึ่งรับเคสต่อมาจากคุณหมอท่านเดิมครับ”
ก่อนกลับคาวีถือโอกาสมาดูคนไข้ของเขาก่อนจะกลับเมื่อเห็นหญิงสาวเขาค่อนข้างประหม่าเล็กน้อย ก็แม่สาวเจ้าเล่นสวยหยาดเยิ้มเสียขนาดนั้น รอยยิ้มอย่างเป็นกันเองที่ส่งมาให้นั่นอีก ทำให้เขาต้องหลบสายตาไปมองคนที่นอนป่วยอยู่อย่างรวดเร็ว
“สวัสดีค่ะคุณหมอ ฉันต้นรักค่ะ”
ต้นรักรู้ว่าคนตรงหน้าเป็นใครก็รีบยกมือไหว้ทักทายอย่างมีมารยาทตามวิสัยของเธอ หญิงสาวได้ยินจากพยาบาลที่ดูแลแม่เธอบอกว่าหมอคนใหม่ที่จะรับเคสของแม่มารักษาต่อนั้นเก่งมาก ขนาดคนไข้ที่พึ่งรักษาไปนอนหลับไปเป็นเดือนพอถึงมือหมอคนนี้ไม่นานก็ฟื้นแถมยังเป็นปกติอย่างรวดเร็วอีกด้วย เธอหวังว่าจะฝากความหวังกับหมอหนุ่มช่วยให้แม่เธอหายวันหายคืนได้
“ผมดูประวัติของคุณแม่คุณคร่าวๆแล้ว ผมว่าผมมีทางรักษาให้คุณแม่คุณกลับมาเป็นปกติได้อีกครั้งอย่างรวดเร็วจะได้เซฟค่ารักษาของพวกคุณด้วย”
คาวีดูการรักษาในระยะเวลาที่ผ่านมา บวกกับอาการที่คนป่วยเป็นเขาว่าเขาสามารถหาวิธีรักษาแม่ของหญิงสาวให้กลับมาเป็นปกติได้ในเร็ววัน
“จริงเหรอคะคุณหมอ ขอบคุณจริงๆนะคะ”
ต้นรักรู้สึกมีความหวังอีกครั้ง จากครั้งก่อนๆที่เหมือนหมอท่านเดิมรักษาไปตามอาการก็เท่านั้น
“ไม่ต้องขอบคุณผมหรอกครับ หน้าที่ของหมอคือรักษาคนไข้ให้หายจากโรคที่เป็นอยู่อยู่แล้วครับ”
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”
“ค่ะ”
คาวียิ้มตามหญิงสาวอย่างไม่รู้ตัวรู้สึกประหม่าแปลกๆเวลาอยู่ใกล้กับเธอ ดังนั้นเขาคิดว่าเขาควรจะออกไปจากตรงนี้จะดีกว่า
อืด..อืด..
“อ้าวมือถือหลิวนี่นา ว่าไงพริกแกงพอดีหลิวลืมมือถือ”
ต้นรักรีบบอกปลายสายว่าพี่สาวเธอนั้นลืมมือถือไว้ที่เธอ
“เอ้า!!..มาลืมอะไรตอนนี้ยิ่งมีธุระสำคัญอยู่ด้วย”
“ฉันอยู่ไม่ไกลจากหลิวเท่าไหร่ เดี๋ยวนั่งวินเอาไปให้ก็ได้แค่นี้นะ”
ต้นรักเห็นว่าพริกแกงน่าจะมีธุระสำคัญไม่อย่างนั้นคงไม่ทำเสียงตกใจแบบนั้น เมื่อรู้ว่าต้นหลิวนั้นลืมมือถือหญิงสาวคิดว่าคลับที่ต้นหลิวบอกว่าไปทำงานน่าจะเป็นคลับเดียวกับที่เธอคิด หากนั่งวินเอามือถือไปให้ต้นหลิวก็คงใช้เวลาไม่นานมากนัก เธอจึงรีบถือกระเป๋าแล้วออกไปทันทีจะได้รีบไปรีบกลับ
“คุณจะไปไหนเหรอครับ”
คาวีกำลังเดินจะไปที่ลานจอดรถหน้าโรงพยาบาลเขาเห็นหญิงสาวเดินถือกระเป๋าดูรีบร้อนจึงร้องทักเอาไว้ก่อน
“พอดีต้นหลิวพี่สาวฉันลืมมือถือไว้น่ะค่ะ เธอบอกว่าไปเป็นเด็กเสริฟที่คลับใกล้ๆ ฉันเลยจะเอามือถือไปให้ค่ะคุณหมอ”
“ไปพร้อมผมก็ได้ครับ ผมกำลังจะกลับบ้านผ่านตรงนั้นพอดี ตอนนี้วินหน้าโรงพยาบาลก็คิวค่อนข้างแน่นด้วย”
คาวีเห็นว่าเดี๋ยวเขาก็ต้องขับผ่านตรงนั้นอยู่ดีแต่ก็แอบตกใจนิดหน่อยที่พี่สาวของหญิงสาวไปเป็นเด็กเสริฟที่นั่น เพราะที่คลับนั้นมีแต่พวกคนมีอิทธิพล แล้วก็พวกที่มาหาความสุขชั่วคราวทั้งนั้น
“ก็ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะคุณหมอ”
“ตามผมมาเลยครับ”
ต้นรักเห็นจะเป็นดั่งที่หมอหนุ่มว่า เธอนั่งรถไปกับเขาเลยจะไวกว่า
คลับหรู
“แกลืมมือถือใช่ไหม”
พริกแกงเห็นต้นหลิวเดินมาที่จุดนัดพบก็รีบดึงมือเพื่อนเธอเข้ามาที่มุมมืดของร้านทันที พริกแกงเข้านอกออกในที่นี่บ่อยเธอจึงรู้แทบทุกซอกทุกมุม
“แกรู้ได้ไง”
ต้นหลิวแปลกใจเล็กน้อยที่เพื่อนเธอรู้ว่าเธอลืมมือถือ ตัวเธอเองยังรู้ตัวเมื่อถึงที่นี่แล้วเลย
“ก็ฉันโทรหาแกแล้วยัยต้นรักรับน่ะสิ แถมบอกจะรีบเอามือถือมาให้แกอีก”
“อ้าวอย่างนั้นก็ซวยน่ะสิ ยัยต้นรักก็ต้องสงสัยแน่เลย”
ต้นหลิวเริ่มมีสีหน้าตระหนก หากต้นรักรู้ว่าเธอไม่ได้มาทำงานที่นี่อย่างที่บอก เรื่องนี้เธอจะต้องทะเลาะกับต้นรักใหญ่โตแน่
“งั้นแกก็ต้องรีบเลยก่อนที่ยัยต้นรักจะมา ฉันมองไว้ให้แกแล้วว่าเหยื่ออยู่ตรงไหน น่าจะมีเงินเพราะดื่มแต่ของแพงๆ”
พริกแกงเห็นทีจะต้องให้ต้นหลิวนั้นรีบลงมืออย่างรวดเร็วก่อนที่ต้นรักนั้นจะมาที่นี่ เธอลอบมองเหยื่อไว้หลายคนเห็นจะเป็นพ่อฝรั่งตาน้ำข้าวคนนั้นที่นั่งอยู่คนเดียวน่าจะเข้าถึงง่ายที่สุด
“ฝรั่งคนนั้นอะนะ”
ต้นหลิวมองไปตามที่เพื่อนของเธอชี้เธอเห็นว่าเขานั้นนั่งดื่มอยู่คนเดียว แต่งตัวก็ธรรมดาคงจะเป็นการง่ายต่อการที่เธอจะปลดทรัพย์
“ใช่แก ฉันเห็นนั่งเซ่ออยู่คนเดียวตั้งนานแล้ว ดื่มหนักด้วยคงจะไม่ค่อยระวังตัว”
พริกแกงคิดไปเองว่าฝรั่งคนนี้น่าจะไม่ค่อยระวังตัวเท่าไรเพราะดื่มหนักแล้วจากที่เธอคอยสังเกต
“ขอให้เซ่อจริงอย่างที่แกว่าก็แล้วกัน ฉันไปล่ะนะ”
ต้นหลิวอมยิ้มกรุ้มกริ่ม มองเหยื่อด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ หวังว่างานนี้มันจะผ่านไปด้วยดี เธอจะได้มีเงินไปจ่ายค่ารักษาแม่ของเธอ
“เดี๋ยวฉันจะรออยู่ทางนี้ ถ้ามีอะไรแกก็วิ่งมาทางฉันก็แล้วกันข้างหลังเป็นลานจอดรถ”
“โอเค”
ทั้งสองนัดแนะทางหนีทีไล่กันอย่างดิบอย่างดีก่อนที่ต้นหลิวจะเดินเข้าไปจัดการตามแผน
เบนจามินนั่งดื่มในร้านของเพื่อนเขาอย่างสบายอารมณ์ ถึงจะดื่มไปมากแต่คนคอแข็งอย่างเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าจะเมาเลยสักนิด ยังมีสติอยู่เสมอ
พลันสายตาชายหนุ่มมองไปเห็นหญิงสาวที่ทำท่าจะเดินมาทางเขา แถมยังส่งยิ้มมาให้เขาอย่างหยาดเยิ้ม เขาเลยยิ้มตอบอัตโนมัติโดยที่ไม่รู้ตัว
“เฮ้อ...สู้”
ต้นหลิวกล้าๆกลัวๆเพราะนี่เป็นงานแรกของเธอที่จะต้องทำอะไรแบบนี้ เมื่อเห็นเหยื่อตกหลุมพรางแล้วเธอก็ทำทีเดินไปใกล้ๆดึงมือให้เขามาเต้นด้วย
เบนจามินเองก็ไม่ได้ขัดเมื่อแม่สาวคนสวยจะชวนเขาไปสนุกด้วย ถึงเธอจะไม่ได้สูงยาวเขาดีแบบพริตตี้ในร้าน แต่ร่างเล็กๆของเธอก็ยั่วยวนใจของเขาได้เป็นอย่างดี อีกทั้งใบหน้าสวยหวานที่ยิ้มให้ตลอดนั่นอีก ทำให้เบนจามินเริ่มหลงไหลคล้อยตามความต้องการของหญิงสาวไปได้ง่าย
ต้นหลิวกระหยิ่มอยู่ในใจที่ชายหนุ่มไม่ได้มีทีท่าปฏิเสธ เธอค่อยๆพาเขาเดินมายังกลุ่มคนที่ค่อนข้างเยอะและแออัด พร้อมเข้าประชิดตัวชายหนุ่มให้มากที่สุด พลันสายตาสังเกตเห็นแล้วว่ากระเป๋าเงินของเขาอยู่ตรงไหน จากนั้นก็ใช้ความมือไวหยิบอกมาอย่างง่ายดาย พร้อมหายเข้ากลีบเมฆปล่อยให้ชายหนุ่มยืนงงอยู่คนเดียว เธออาศัยความตัวเล็กของเธอฝ่ามุมมืดเข้ามายังจุดที่นัดกับเพื่อนเธอเอาไว้ทันที
“เป็นไงบ้างแก”
พริกแกงที่ยืนรอรับหญิงสาวที่ลานจอดรถเห็นเพื่อนเธอวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาจึงถามว่างานสำเร็จหรือไม่
“นี่ไง...ง่ายกว่าที่คิดเหมือนกันนะ”
ต้นหลิวโชว์กระเป๋าหนังใบหรูให้เพื่อนเธอดู ไม่คิดว่าเธอจะทำได้ง่ายขนาดนี้แต่ก็แอบสงสารผู้ชายคนนั้นอยู่เหมือนกัน
“หนอย...ยัยตัวแสบเล่นผิดคนซะแล้ว”
เบนจามินละสายตาครู่เดียวหญิงสาวก็หายไปแล้ว การกระทำของเธอทำให้เขาค่อนข้างแปลกใจเล็กน้อย พลันใช้ความตัวสูงของเขามองหาจนทั่วก็ไม่มี นึกเอะใจจึงรีบสำรวจตัวเองก็ปรากฏว่าเป็นอย่างที่คิด เขาโดนแม่สาวหน้าหวานขโมยกระเป๋าเงินไปเรียบร้อยแล้ว คิดไปคิดมาไม่น่าหลงเสน่ห์เธอตั้งแต่คราแรกเลย นั่งดื่มคนเดียวอยู่ดีๆก็ดีอยู่แล้ว
กระเป๋าเงินเขาไม่เสียดายสักนิด เพราะในนั้นมีแต่บัตรเครดิตที่อายัดเอาก็ได้ เขานึกเจ็บใจมากกว่า คิดในใจว่าอย่าให้เขาจับเธอได้จะลงโทษซะให้เข็ด พร้อมเดินออกจากร้านอย่างไม่สบอารมณ์โดยไม่มีใครทัดทานที่ไม่ได้จ่ายเงิน เพราะคนในร้านรู้ดีว่าเขาเป็นใคร
ทางด้านต้นรัก
“เดี๋ยวผมจอดให้คุณลงด้านหน้าแล้วขับรถไปรับคุณกลับที่ลานจอดด้านหลังนะครับ”
คาวีขับรถพาหญิงสาวมาส่งที่หน้าคลับด้วยความเป็นห่วงเขาคิดว่าควรจะรอรับเธอกลับเลยจะดีกว่า
“คุณหมอกลับเลยก็ได้ค่ะ ฉันกลับเองได้ค่ะ”
ต้นรักค่อนข้างเกรงใจหมอหนุ่มอยู่มาก แค่มาส่งเธอก็พอแล้ว เรื่องกลับเธอกลับเองได้เพราะที่นี่มันไม่ได้ไกลจากโรงพยาบาลมากนัก
“ไม่เป็นไรครับผมเป็นห่วง กลัวว่าคุณจะเป็นอันตราย”
คาวียังยืนยันคำเดิมว่าเขาจะรอ
“งั้นขอบคุณนะคะ เดี๋ยวฉันจะรีบไปรีบมาค่ะ”
ด้วยความที่ขี้เกียจต่อล้อต่อเถียง ต้นรักจึงจำใจให้ชายหนุ่มรอแล้วเธอจะได้รีบเข้าไปด้านใน
เบนจามินเดินออกมาด้านหน้าเพื่อที่จะเตรียมตัวกลับ เรื่องหัวขโมยเดี๋ยวเขาสั่งให้ลูกน้องของเขาจัดการ คงจะใช้เวลาไม่นาน
“อยู่นี่นี่เองแม่ตัวดี”
เมื่อเดินมาถึงที่จอดรถวีไอพีด้านหน้าคลับเขาก็อมยิ้มกริ่ม เพราะเห็นแม่สาวตัวดีที่ขโมยของของเขาไป จึงรีบเดินไปกระชากแขนหญิงสาวเอาไว้ ไม่คิดว่าเธอยังจะอยู่ให้เขาจับได้แบบนี้ แต่ก็ดีจะได้ไม่ต้องเสียเวลาให้ลูกน้องตามหา
“เดี๋ยวค่ะ คุณจะพาฉันไปไหนคะ ปล่อยฉันนะ”
ต้นรักถึงกับหน้าเสียตื่นตระหนก อยู่ดีๆมีฝรั่งตาน้ำข้าวเข้ามากระชากแขนเธอให้ตามเขาไปดื้อๆ
“แม่หัวขโมย ฉันไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆหรอก”
เบนจามินนึกหมั่นไส้หญิงสาวที่ทำหน้าซื่อได้อย่างแนบเนียน ทำเป็นไม่รู้เรื่อง ตอนอยู่ในร้านยังส่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้เขาอยู่เลย
“ขโมยอะไรคะ คุณเข้าใจผิดแล้วค่ะ”
ต้นรักยิ่งไม่เข้าใจในคำที่ชายหนุ่มพูดเข้าไปใหญ่ เธอพึ่งจะมาที่นี่ จะไปขโมยของของเขาได้อย่างไรกัน ทั้งพยายามแกะมือของเขาออกจากแขนเธอ แต่ก็ไม่ได้เป็นผลสำเร็จเพราะว่าตัวของเขาใหญ่กว่าเธอตั้งหลายเท่า ดูจากขนาดมือของเขาก็น่าจะสามารถหักคอเธอได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว
“เปลี่ยนชุดเร็วดีนี่ สงสัยจะทำเป็นอาชีพทำมากี่ครั้งแล้วล่ะ หากินสุจริตมันยากนักหรือไง” เบนจามินพูดเย้ยหยันหญิงสาวที่ตีหน้าซื่อเสียงแข็ง
“อะไรของคุณ นี่ปล่อยฉันนะ บอกให้ปล่อยไง”
เบนจามินลากหญิงสาวมายังรถสปอร์ตคันหรูของเขาพร้อมเปิดประตูด้านคนขับ เหวี่ยงหญิงสาวเข้าไปนั่งข้างเบาะคนขับพร้อมสตาร์ทรถและออกตัวไปทันที
ต้นรักกลัวจนน้ำตาร่วง ตัวเธอสั่นเป็นลูกนกที่จู่ๆมีคนบ้าที่ไหนมากล่าวหาเธอเป็นหัวขโมย ทั้งยังจะพาเธอไปที่ไหนก็ไม่รู้ด้วย ความเร็วที่ชายหนุ่มใช้ในการขับรถทำให้หญิงสาวต้องนั่งหลับตาปี๋ตัวเกร็งไปตลอดทาง อีกทั้งเธอยังร้องให้สะอื้นไม่หยุด เพราะไม่รู้ว่าจะหนีจากชายหนุ่มคนนี้ไปอย่างไร
ทางด้านต้นหลิว
“นี่แกทำไมมันซวยงี้วะ”
พริกแกงหน้าจ๋อยที่เมื่อเปิดกระเป๋าที่ต้นหลิวใช้วิชามือเบาได้มาดูแล้วมันไม่มีเงินสักนิด มีแต่บัตรเครดิต
“แกเป็นคนเลือกเหยื่อไม่ใช่หรือไง ไหนล่ะเงินเยอะมีแต่บัตรแบบนี้ฉันจะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่ารักษาแม่ฉันล่ะ”
ต้นหลิวเองก็เซ็งกันไปตามๆกัน เมื่อนึกถึงค่ารักษาของแม่เธอก็ถึงกับคอตก
“แกลองดูที่บัตรสิเผื่อมีรหัส”
พริกแกงยังแอบหวังเล็กๆว่ายังไงวันนี้เพื่อนเธอก็ต้องได้อะไรกลับไปบ้างและน่า
“แกนี่ก็คิดได้เนอะ ไอ้ฝรั่งนั่นมันคงจะโง่เขียนรหัสไว้หรอกนะ”
ต้นหลิวอยากจะเขกหัวเพื่อนเธอจริงๆ ที่พูดอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้
“คุณต้นรัก”
คาวีนั่งรออยู่ในรถครู่หนึ่งก็เห็นหญิงสาวเดินออกมาแต่ไม่ยักจะมาหาเขาที่รถ ทั้งที่รถของเขาก็จอดอยู่ตรงหน้าของเธอ จึงเปิดประตูรถแล้วลงไปเรียกหญิงสาว
“คุณเรียกฉันว่าอะไรนะคะ”
พริกแกงกับต้นหลิวถึงกับชะงักการเดินเมื่อได้ยินใครบางคนเรียกชื่อต้นรัก ต้นหลิวหันมาถามชายหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามาหาเธอด้วยความแปลกใจ เธอไม่รู้ว่าผู้ชายตรงหน้าเธอรู้จักต้นรักได้อย่างไรแล้วเขาเป็นใคร
“คุณต้นรักไงครับ เอามือถือไปให้พี่สาวคุณเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ”
คาวีถึงกับทำหน้างงที่จู่ๆหญิงสาวก็ทำเหมือนไม่รู้จักเขาเสียอย่างนั้น พร้อมถามถึงธุระที่หญิงสาวมาที่นี่อีกด้วย
“หืม...”
ต้นหลิวหันไปมองหน้ากับพริกแกงด้วยความหวั่นใจ หากต้นรักมากับผู้ชายคนนี้แล้วหากต้นรักเข้าไปด้านในแล้วเจอฝรั่งคนนั้นจะทำอย่างไร
“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ”
คาวีรู้แล้วว่ามันต้องมีอะไรผิดปกติจึงถามทั้งสองสาวด้วยใบหน้าที่เป็นกังวล ทั้งคิดในใจว่านี่อาจจะไม่ใช่ต้นรัก แต่เป็นพี่สาวของเธอ แล้วตอนนี้ต้นรักอยู่ที่ไหนกัน
เมื่อถามไถ่ความจากสองสาวก็ได้คำตอบที่น่าปวดหัวกลับมาอคาวียังไม่ได้กล่าวโทษอะไรใครอตอนนี้แต่เขาต้องการให้หญิงสาวทั้งสองตามหาต้นรักให้กลับมาให้ได้ก่อนอเพราะไม่รู้ว่าตอนนี้เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง
“นี่พวกคุณทำอะไรลงไปรู้ตัวหรือเปล่า”
คาวีไม่คิดเลยว่าหญิงสาวนั้นจะใช้วิธีแบบนี้หาเงิน ถ้าเจ้าทุกข์ไปแจ้งความจับเธอคงหมดโอกาสหาเงินไปอีกนาน แถมเสียประวัติอีกด้วย
“ก็ฉันอยากได้เงินไปจ่ายค่ารักษาแม่ฉันนี่นา”
ต้นหลิวรู้ว่าวิธีที่เธอทำมันผิด แต่การหาเงินได้ไวๆเธอก็คิดได้แบบนี้ หญิงสาวนั่งคอตกที่หาน้องเธอเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ แถมผู้ชายคนที่เธอขโมยของมาก็หายไปด้วย
“เดี๋ยวผมจะไปขอคนที่ร้านดูกล้อง”
คาวีเห็นว่าคงเป็นหนทางสุดท้ายที่เขาจะรู้ว่าต้นรักอยู่ที่ไหนคือขอดูกล้องวงจรของคลับนี้ เขาเองก็พอจะมีเส้นสายที่สามารถเข้าถึงคลับนี้ได้อย่างง่ายดายอยู่บ้าง
“พวกเราไปด้วย”
ทั้งพริกแกงและต้นหลิวไม่อยากนั่งรอแบบไม่รู้อะไร หากชายหนุ่มจะไปขอดูกล้องพวกเธอก็จะไปด้วย ตอนนี้พวกเธอไม่กลัวโดนดำเนินคดีอะไรแล้ว ขอแค่รู้ว่าต้นรักอยู่ที่ไหนก็พอ
“มันจับตัวต้นรักไปจริงๆด้วย”
พริกแกงแทบจะร้องให้ออกมาเมื่อเห็นภาพในกล้องวงจรปิดว่าเกิดอะไรขั้นกับต้นรัก
“จะทำยังไงกันต่อดี”
ต้นหลิวหันไปถามหมอหนุ่มตอนนี้เธอไม่รู้ว่าจะช่วยน้องเธอยังไง แล้วผู้ชายคนนั้นจะจับตัวน้องสาวเธอไปไหนก็ไม่รู้
“ผมรู้ว่าคนๆนี้คือใคร จะบอกอะไรให้ว่าคุณเล่นผิดคนแล้ว แต่เอาเป็นว่าผมจะช่วยก็แล้วกัน”
คาวีถึงกับกุมขมับ เขารู้ดีว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครไม่คิดว่าหญิงสาวจะซวยไปขโมยของผิดคนแบบนี้ แต่ยังไงเขาก็ต้องช่วย
คาวีพอจะรู้จักกับเบนจามินอยู่บ้าง ด้วยเมื่อก่อนพ่อของเขาเข้าไปรักษาคุณย่าของเบนจามินอยู่บ่อยๆ
เพนท์เฮ้าส์หรู
ต้นรักฉุกคิดในหัวว่าเหตุใดผู้ชายคนนี้จึงมั่นใจเหลือเกินว่าเธอเป็นขโมย ไม่แน่พี่สาวเธออาจจะทำอะไรแบบไม่คิดก็ได้หากเป็นเช่นนั้นถ้าชายหนุ่มจะส่งเธอที่สถานีตำรวจเธอเองก็พร้อมจะยอมรับผิดทุกอย่าง
“คุณพาฉันมาที่ไหน”
“เพนท์เฮ้าส์”
“นี่คุณปล่อยฉันได้แล้วนะ ถ้าคุณคิดว่าฉันเป็นขโมยคุณก็ส่งฉันให้ตำรวจสิ”
ต้นรักเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมามากขึ้นเรื่อยๆ เพราะชายหนุ่มดันลากเธอมายังเพนท์เฮ้าส์ของเขาแทนที่จะเป็นสถานีตำรวจ หากเขาคิดว่าเธอเป็นขโมย
“ไม่มีทาง ฉันอยากจะลงโทษเธอเองมากกว่า”
ไม่มีทางที่ชายหนุ่มจะทำอย่างนั้นเพราะเขาได้ลงโทษเธอเองมันจะสนุกกว่า จะได้สั่งสอนให้เข็ดหลาบและจะไม่ได้ไปทำแบบนี้กับใครอีก หน้าตาก็น่ารักแต่นิสัยเสียแบบนี้เขาไม่ใจดีกับเธอแน่นอน
“กระเป๋าเงินฉันอยู่ไหน”
เมื่อฉุดกระชากลากถูหญิงสาวมาถึงในห้องได้ก็สะบัดร่างบางเสียจนกระเด็นไปเกาะอยู่ที่โซฟา และถามหากระเป๋าเงินของเขาทันที
“กระเป๋าอะไร”
ต้นรักไม่รู้ว่ากระเป๋าที่ชายหนุ่มถามหามันคือกระเป๋าอะไร เธอไม่ได้เอาของเขาไปจึงไม่รู้ว่าจะเอาอะไรมาคืนให้
“ยังจะทำเป็นหน้าซื่ออีกเอามานี่”
ตุ้บบบบ
“นี่เธอ”
เบนจามินกระชากกระเป๋าสะพายหญิงสาวจนของหล่นกระจัดกระจายอยู่ตามพื้น แต่เมื่อมองแล้วมันก็ไม่มีกระเป๋าเงินของเขาอยู่ในนั้น แต่ที่สะดุดตาก็คือมือถือที่กระเด็นหล่นหน้าจอที่มันเปิดขึ้นมามันเป็นรูปหญิงสาวที่หน้าตาเหมือนกันยืนกอดกันยิ้มอยู่ ทำให้เขาคิดว่านี่อาจจะเป็นฝาแฝดของเธอ หากเป็นเช่นนั้นการที่เธอปฏิเสธทำท่าไม่รู้นั้นเธออาจจะไม่รู้จริงๆก็เป็นได้
เสียงโทรศัพท์...
“นั่งอยู่ที่นี่อย่าคิดหนี”
เบนจามินยังไม่ทันได้ถามหญิงสาวให้หายคาใจเรื่องที่เธอมีฝาแฝดก็มีสายจากคาวีเข้ามาเสียก่อน ชายหนุ่มคิดว่าหากคาวีโทรมาตอนนี้คงจะมีธุระสำคัญจึงต้องกดรับเสียก่อน พร้อมหันไปสั่งหญิงสาวเสียงเข้มก่อนจะเดินออกไปคุยโทรศัพท์
ชายหนุ่มเจรจากับคาวีอยู่นานสองนานจนได้รู้ว่าคนที่เขาพามานั้นเธอเป็นแฝดกับคนที่ขโมยกระเป๋าเงินของเขาไป แต่มีหรือตัวเธออยู่ในมือของเขาแล้วเขาจะปล่อยไปง่ายๆ ขอใช้งานให้เบื่อก่อนก็แล้วกันถึงจะไม่ใช่คนผิดตัวจริง แต่ก็ผิดเองที่เธอดันหน้าเหมือนหัวขโมยแล้วเขาก็พึงใจเธอคนนี้ เพราะเธอดูหัวอ่อนไม่เป็นประสาดีคงจะควบคุมได้ง่าย