ตอน 1

สัมผัสบางอย่างที่เคลียคลออยู่รอบตัวทำให้อินถวาพยายามจะเปิดเปลือกตาที่ง่วงงุนขึ้นมองดู เพราะนี่ไม่ใช่สิ่งปกติที่จะเกิดขึ้น เมื่อฝ่ามืออุ่นจัดของใครบางคนกำลังลูบไล้เนื้อตัวของเธออยู่ทั้งๆ ที่เธอ ‘นอนคนเดียว’

แค่คิดถึงสิ่งนั้น ความง่วงงุนก็หายวับพร้อมดวงตาที่หนักอึ่งก็บางเบาราวติดปีกและดีดผึงขึ้นทันที ทว่าสิ่งที่เห็นนั้นมีเพียงความมืดมิด มืดจนไม่มองไม่เห็นอะไรเลยสักอย่าง แต่สัมผัสนั้นยังคงอยู่

อินถวาสั่นไปทั้งร่าง ขนกายลุกตั้งไปทั้งตัวตั้งแต่ศีรษะไปจนถึงปลายเท้า ไม่มีจุดใดเลยที่ขนจะไม่ลุก เพราะสิ่งที่มองไม่เห็นกำลังลูบไล้ไปทั่วทั้งเนื้อตัวเธอ ‘มัน’ หรือ ‘ใคร’ หรือ ‘อะไร’ บางอย่าง ยังไม่หยุดเคลื่อนไหว ทั้งๆ ที่น่าจะรู้ว่าเธอตื่นแล้ว

‘กรี๊ดดดดด... ปล่อยฉันนะ! กรี๊ดดดดด...’

เสียงร้องที่ดังอยู่เพียงในลำคอ ยิ่งทำให้อินถวาสะท้านและสั่นจนหยุดไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะพยายามดิ้นรนหรือจะกรีดร้องดังเพียงใดแต่เสียงนั้นก็เพียงได้ยินอยู่ในลำคอของเธอเท่านั้น

เธอพยายามแล้วที่จะดิ้นรน พยายามที่จะกรีดร้องให้ดังที่สุด แต่เจ้าของฝ่ามือที่แตะต้องเธอนั้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเลย มันยังคงแตะ ไต่และลูบไล้ไปทั่ว โดยไม่เว้นสักจุด

เริ่มตั้งแต่ทรวงอกอวบอิ่มเปล่าเปลือยของเธอที่ถูกมันดันจนชิดก่อนที่มันจะซุกไซ้ใบหน้าลงมาโดยไม่สนใจแรงดิ้นรนของเธอ และยิ่งดิ้นก็ยิ่งเสียดสีจนรู้สึกแปลก

‘อื้อ... ปล่อยฉันนะ อื้อ... ไอ้ผีบ้า! ปล่อยฉัน กรี๊ดดดดด... ไอ้ผีชีกอ ปล่อย! อื้อ... ปล่อย...’

ความซาบซ่านจากเคราสากลากไปตามทรวงอกก่อเกิดความรู้สึกใหม่ที่อินถวาไม่เคยได้เรียนรู้ และทันทีที่ยอดอกถูกครอบครอง อินถวาก็ต้องแอ่นอกดันจนชิดติดปากติดลิ้นของมันอย่างไม่รู้ตัว จนหลงลืมว่าต้องกรีดร้องและดิ้นรนให้หลุดพ้น เพราะสิ่งที่ทำกลับเป็นตรงกันข้าม

‘อา... แกทำอะไรฉัน อื้อ... อย่า... ไอ้ผีบ้า อย่านะ... อย่า...’

คราใดที่มีสติอินถวาจะร่ำร้องห้ามเพราะเธอไม่อยากมีประสบการณ์ถูกผีลักหลับ เหมือนเรื่องเล่าที่เคยอ่านมาจากอินเตอร์เน็ต แต่คราใดที่สติพร่าเลือนไปกับสัมผัสปรารถนา เธอก็เพลิดเพลินกับความร้อนฉ่าจนทำได้แต่เปล่งเสียงครวญคราง เพราะร่างกายที่ไม่เคยต้องมือชายใดมาก่อนกำลังถูกปลุกเร้าทุกช่องทาง

เมื่อริมฝีปากนั้นดูดดื่มความหวานจากยอดอกของเธอจนพอใจ สัมผัสอุ่นซ่านนั้นก็ลากไล้ลงต่ำ ต่ำลงๆ จนอินถวาสะท้านเฮือก เพราะเธอกำลังทนไม่ไหว

‘อา... พอแล้ว อย่า... อย่าทำฉัน อย่า... อื้อ... พอแล้ว’

ใบหน้างามส่ายไปมา ร่างกายที่ยังเหลือเรี่ยวแรงเพียงนิดพยายามบิดกายต่อต้าน เพราะเธอจะไม่ยอมให้ริมฝีปากของไอ้ผีร้ายเคลื่อนเข้าไปใกล้สิ่งนั้น เพราะอย่างนี้ใช่ไหม ผู้หญิงที่ถูกเจ้าผีชีกอนี่กระทำถึงได้อ่อนระทวยหมดเรี่ยวแรง แต่เจ้าผีที่ประทับรอยจูบร้อนๆ ไปตามเนื้อกายของเธอนั้นกลับไม่ยอมฟังคำเธอเลย

ริมฝีปากเร่าร้อนของผีชีกอยังคงเคลื่อนลงไปตามสีข้าง ก่อนจะวกเข้าไปหาสะดือวงสวย และสัมผัสจากปลายลิ้นที่ชอนลึกเข้าไปในร่องสะดือ ก็ยิ่งทำให้อินถวาสะท้านจนต้องกรีดร้องออกมาอีกครั้ง เพราะความเสียวที่จู่โจมตามจังหวะปลายลิ้นจ้วงแทงมันเร่าร้อนจนเธออยากจะเป็นฝ่ายร่อนความซาบซ่านกระแทกหาริมฝีปากนั้นซะเอง

แต่สำนึกว่า ‘ไม่’ กับความต้องการที่ตอบว่า ‘ใช่’ ตีรวนกันจนบอกไม่ถูก รู้แต่ว่าเมื่อรอยจูบประทับไปถึงตรงส่วนนั้น เธอก็กรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง

‘กรี๊ดดดดด... ไม่นะ! ไม่! โอว... อย่าทำอย่างนั้น โอว... ไม่นะ! อื้อ...’

อินถวากรีดร้องส่ายร่อนสะโพกโยกหนีริมฝีปากอุ่นจัด ทว่ายิ่งส่ายร่อนก็ยิ่งกระตุ้นให้ริมฝีปากของผีร้ายทาบทับลงมาอย่างถูกจุด ทั้งฝ่ามือเร่าร้อนของผีร้ายยังช้อนเข้ามาใต้สะโพกผายพร้อมกับยกให้ความอูมเด่นลอยขึ้นสูง จนเธอไม่กล้าให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น

แต่คำห้ามไม่เป็นผลเมื่อริมฝีปากอุ่นจัดประทับจุมพิตลงไปอย่างตรงจุด และความทรมานก็จู่โจมอินถวาจนสั่นไปทั้งกาย เพราะไม่อาจดิ้นหนีไปทางไหนได้เลย

‘โอว... อย่า... อื้อ... อย่า... โอว... อื้อ...’

นั่นคือเสียงที่ส่งผ่านอยู่ในใจ เพราะไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่สามารถส่งผ่านน้ำเสียงให้เล็ดลอดออกไปได้ ทั้งจะผลักดันริมฝีปากนั้นให้หนีห่าง ฝ่ามือของเธอก็ถูกตรึงไว้กับหัวเตียงจนดิ้นหนีไปไหนก็ไม่ได้เช่นกัน ต้องยอมให้ลิ้นร้อนที่ค่อยๆ แตะไต่สัมผัสอยู่นี้ เริ่มต้นบรรเลงความอ่อนชื้นเข้าไปชอนชิมความหวานหยาดเยิ้มด้านใน ที่ทำให้เธอสุดแสนจะทรมานต่อไป

‘อา... อื้อ... อื้อ... อา... โอว...’

เสียงร้องฟังไม่ได้ศัพท์ดังอยู่เพียงในใจกับเนื้อกายที่บิดเร้าดิ้นรนไม่หยุดเพราะไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าความทรมานอันหอมหวานที่เธอกำลังเผชิญหน้าอยู่นี้จะไปสิ้นสุดลงที่ใด ทว่าเสียงหนึ่งที่ดังขึ้นเหนือใบหน้ากับสัมผัสร้อนผ่าวที่ยุติลง ก็ทำให้เธอรู้ได้ในทันทีว่าสิ่งนั้นสิ้นสุดลงแล้ว และเป็นการหยุดที่ทำให้เธอต้องกรีดร้องสุดเสียง เมื่อความมืดมิดนั้นมีภาพหนึ่งเด่นชัด

‘หึ! ร้องมันส์อย่างนี้ ฉันชอบ’

“กรี๊ดดดดด...”

อินถวากรีดร้องสุดเสียงพร้อมกับทะลึ่งตัวลุกขึ้นพรวด และสิ่งที่มองเห็นอยู่รอบตัวก็ทำให้เธอรู้ว่า ‘ฝัน’ ไป เพราะห้องนอนของเธอยังคงมีไฟสีนวลสว่างพอให้มองเห็นทุกสิ่งอย่างภายใน และเสื้อผ้าของเธอก็ยังอยู่ครบ ไม่ได้เปลือยไปทั้งร่างอย่างเมื่อครู่ ทว่าความฝันเสมือนจริงจนร่างกายเธอยังสั่นและหัวใจก็เต้นระรัวเร็วไม่ถูกจังหวะ อีกทั้งความร้อนวูบวาบที่ยังกรุ่นอยู่ตามเนื้อตัวนี่มันคืออะไรกัน

“ตาสีเขียว... ตัวอะไร”

อินถวาพึมพำกับตัวเอง เพราะภาพเดียวและเป็นภาพสุดท้ายที่เธอมองเห็นเด่นชัดในความมืดนั่นคือ ดวงตาสีเขียวมรกตของ... เธอแน่ใจว่านั่นไม่ใช่ ‘ผี’ ที่เธอกลัวจนขึ้นสมอง แต่นั่นเป็นดวงตาของสัตว์ที่จ้องมองเธอ สัตว์บางอย่างที่คุ้นเคย แต่เธอกลับจำไม่ได้ว่าคืออะไร ทว่าสัมผัสรัดรึงรอบกายกลับทำให้ชื่อของสัตว์นั้นลอยวนเข้ามาในสมอง

“มังกร... ตาสีเขียว...”

ตอน 2

‘คฤหาสน์ลี’

นั่นคือชื่อของคฤหาสน์ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาสูงกลางเกาะฮ่องกง พื้นที่ที่คนรวยสุดขีดของเกาะฮ่องกงเท่านั้นจึงจะสามารถอยู่อาศัยได้ เพราะราคาที่ดินของทำเลทองคำนี้สูงลิ่วถึงตารางฟุตละ 7 แสนบาทไทย ดังนั้นใต้ฝ่าเท้าที่เธอกำลังจะเหยียบย่างอยู่นี้ ทุกย่างก้าวคือมูลค่ามากกว่าครึ่งล้านบาท

ร่างงามระหงในชุดสูทเข้ารูปสีชมพูพาสเทลของ ‘อินถวา จิตราภานุพงษ์’ ค่อยๆ จดฝ่าเท้าก้าวลงจากรถอย่างแผ่วเบา เพราะกลัวเหลือเกินว่าเธออาจทำให้พื้นถนนด้านหน้าคฤหาสน์นี้ยุบตัวลง เพราะหากมีอะไรเสียหายสักน้อยนิด เธอก็คงจะไม่มีปัญญาไปชดใช้ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็อดไม่ได้ที่จะแหงนหน้าสำรวจไปทั่วบริเวณ

เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอเดินทางออกนอกประเทศไทย เป็นครั้งแรกที่มาเยือนฮ่องกง และก็เป็นครั้งแรกอีกเช่นกันกับการทำงาน เพราะเธอเพิ่งเรียนจบมาหมาดๆ และยังไม่ทันรับพระราชทานปริญญาบัตรเลยด้วยซ้ำ แต่ภาวะจำเป็นทำให้ต้องเลือกมาทำงานต่างแดน ทั้งที่ใจจริงไม่ได้อยากมาเลย

ใบหน้างดงามมองสำรวจคฤหาสน์สไตล์โมเดิลที่คล้ายเป็นประติมากรรมที่ประดับอยู่บนหน้าผามากกว่าที่จะเข้าอยู่อาศัยได้จริง นั่นคือสิ่งที่เธอมองเห็นตั้งแต่รถยนต์เคลื่อนเข้ามา แต่เมื่อมายืนอยู่ด้านหน้าจริงๆ กลับพบว่าประติมากรรมนี้มีความแข็งแกร่งและควรค่าแก่การตั้งตระหง่านท้าแดดท้าลมได้จริง เพราะเสาโรมันแต่ละต้น เหล็กแต่ละท่อน บันไดหินขนาดใหญ่นั้นไม่ต่างจากการค้ำจุนให้พื้นที่นี้ยิ่งเข้มแข็ง ดูงามสง่า และน่าครั่นคร้ามมากขึ้น

เมื่อแน่ใจในความแข็งแกร่ง อินถวาจึงผินใบหน้าสวยหวานดุจดอกไม้แรกแย้มมองออกไปด้านนอกจนเส้นผมดำยาวสยายที่รวบไว้เป็นหางม้าสูงสะบัดเป็นพวงกระทบแผ่นหลังของเธอ เธอยิ้มเมื่อสัมผัสได้ถึงสิ่งที่ส่ายไปมาที่แผ่นหลัง เพราะความมีน้ำหนักของเส้นผมนี่แหละคือสิ่งที่เธอภูมิใจนัก นอกจากผิวสุขภาพดีที่เธอก็ภูมิใจเช่นกัน เธอไม่ชอบการแต่งหน้า แต่เพราะนี่คือการเดินทางไกลครั้งแรก การแต่งแต้มใบหน้านิดหน่อยเพื่อให้มีสีสันอย่างสุภาพ จึงเป็นสิ่งที่เหมาะสม ดังนั้นใบหน้าจึงลงแป้งอัดแข็งบางเบาไม่ให้ผิวมันเยิ้มและริมฝีปากก็ฉาบไว้ด้วยลิปสติกสีเดียวกับชุดให้พอแมท

รอยยิ้มพิมพ์ใจระบายอยู่ทั่วใบหน้าเมื่อมองเห็นวิวโดยรอบของเกาะฮ่องกงเป็นวงกว้าง เพราะเบื้องหน้าของเธอนี้คืออ่าววิคตอเรีย ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่นิยมของผู้มาเยือนฮ่องกง

อินถวามองดูวิถีการใช้ชีวิตของคนฮ่องกงที่ยังกลมกลืนกับวัฒนธรรมดั้งเดิมได้อย่างลงตัว เพราะบ้านเรือนหรือร้านอาหารที่ปลูกสร้างขนาบกับริมอ่าวอยู่นั้น มีบ้างที่แปลกตาเพราะเป็นสิ่งปลูกสร้างของคนฮ่องกงดั้งเดิม และก็มีที่ปลูกสร้างอย่างร่วมสมัย รวมทั้งเรือที่กำลังแล่นอยู่ในอ่าวและจอดเทียบท่าอยู่ด้วย เพราะมีทั้งเรือยอชต์ส่วนตัวสุดหรู เรือท่องเที่ยว เรือรับจ้าง และเรือประมงที่เป็นวิถีดั้งเดิมของคนพื้นที่ หรือจะเป็นตึกระฟ้าหลากหลายตึกที่กลายเป็นสัญลักษณ์ความศิวิไลซ์ที่ทำให้ทั่วโลกรู้จักเกาะฮ่องกง

ใบหน้างดงามหันกลับมามองคฤหาสน์ยิ่งใหญ่ที่นับต่อแต่นี้ไป คือสถานที่ทำงานของเธอ อินถวาไม่แปลกใจเลยว่าทำไม ‘ตระกูลลี’ จึงติดอันดับมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเกาะฮ่องกง และอาจเป็นอันดับต้นๆ ของโลกด้วยก็ได้ เพราะจุดที่ตั้งของคฤหาสน์ลีนั้นอยู่ในตำแหน่งชัยภูมิดีเลิศ และอาจเรียกได้ว่าเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดในฮ่องกงก็ได้

ดวงตาสวยหวานสุกสกาวไม่ต่างจากดาวบนฟากฟ้ายังคงมองสำรวจไปให้ทั่วบริเวณ ซึ่งกะประเมินจากสายตา คฤหาสน์มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาทไทยนี้ ต่อให้สำรวจจนหมดวันเธอก็คงจะมองและจดจำพื้นที่ทั้งหมดนี้ได้ไม่ทั่วแน่ เพราะจากข้อมูลที่ได้มาก็คือ คฤหาสน์แห่งนี้รวมทั้งอาณาจักรโดยรอบถูกก่อสร้างอยู่บนที่ดินที่กว้างกว่า 10 ไร่ แน่นอนว่าด้านนอกยังยิ่งใหญ่อลังการณ์งานสร้างได้มากขนาดนี้ ด้านในนั้นคงไม่ต่างจากสรวงสวรรค์

แต่อินถวาก็ต้องยิ้มขื่นให้กับตัวเอง เพราะแม้วันนี้เธอจะสำรวจได้ไม่ทั่ว แต่นับจากนี้ไปอีก 2 ปี เธอคงจะสำรวจได้ครบในสักวัน

‘2 ปี’

แค่คิดถึงระยะเวลาในสัญญาจ้างงาน น้ำตาก็พานจะไหลออกมาทุกที ทว่านี่เป็นสิ่งที่เธอเลือกแล้ว และจะต้องทำงานให้ดีตามที่นายจ้างระบุเอาไว้ เพราะเธอรับเงินค่าจ้างล่วงหน้านั้นมาแล้ว เงินจำนวนมหาศาลที่เธอต้องหาให้ได้ภายใน 1 เดือน เพื่อช่วยแม่ให้ปลดเปลื้องจากความทุกข์ที่กัดกินหัวใจจนทำให้แม่ป่วย และนายจ้างผู้ใจดีก็ยินดีจ่ายให้อย่างไม่อิดออดหรือสอบถามอะไรให้วุ่นวาย

ใบหน้าสวยหมองลงเมื่อภาพความทรงจำแห่งความทุกข์หวนคืนมาในความคิด วันที่เธอสอบเสร็จและหวังจะรีบไปบอกให้แม่ภูมิใจว่าลูกของแม่คนนี้เรียนจบแล้ว ต่อไปนี้เธอจะช่วยแม่สานต่อธุรกิจเต็นท์รถมือสองของครอบครัวเอง เธอจะไม่ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศอย่างที่เคยตั้งใจไว้ แต่จะเรียนในเมืองไทยและจะเปิดร้านขนมไทยร่วมสมัยตรงที่ว่างด้านข้างของเต็นท์รถนั่นเอง

เธอจะได้ช่วยแม่บริหารงานได้อย่างเต็มเวลา แม่จะได้มีเวลาพักผ่อนมากกว่านี้ และเมื่อมีวันหยุด เธอก็จะพาแม่ไปเที่ยวในทุกที่ที่แม่อยากไป เธอจะรับผิดชอบงานทุกอย่างแทนแม่ เพื่อตอบแทนให้สมกับที่แม่เป็น ‘คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว’ ที่ดูแลเธอมาเป็นอย่างดี นับตั้งแต่วันที่พ่อเสียชีวิตไปเมื่อ 10 ปีก่อน ทว่าเธอกลับมารับรู้เรื่องราวที่แม่กำลังทุ่มเถียงกับ ‘น้าอิฐ’ น้องชายเพียงคนเดียวของแม่ แต่เป็นน้าชายที่ไม่ค่อยชอบขี้หน้าเธอนัก

‘อิฐ! พี่ไม่เข้าใจแกเลย แกเอาเงินไปทำอะไรหมด แกขาดเหลืออะไรทำไมแกไม่บอกพี่ล่ะ แกไปเอาเงินบริษัทเขามาทำไม’

เสียงของแม่ที่ดังลอดออกมาจากออฟฟิศเจือไปด้วยความขมขื่นทำให้เธอต้องยืนจับลูกบิดประตูค้างอยู่แบบนั้น เพราะไม่กล้าที่จะเข้าไป ใจหนึ่งอยากถอยห่างออกมา แต่อีกใจก็อยากรู้ว่าเรื่องใดถึงทำให้แม่ต้องร้องไห้ ทว่าสิ่งที่น้าชายพูดออกมาทั้งหมดกลับทำให้ร่างกายของเธอชาวาบตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า

ตอน 3

‘พี่อรไม่เข้าใจหรอก บอกมาว่าจะช่วยหรือไม่ช่วยเท่านั้น ไม่ต้องมาบ่นให้มากความ ถ้าพี่ไม่ช่วย ฉันก็แค่ติดคุกเท่านั้นแหละ จะยากอะไร’

‘ทำไมแกพูดอย่างนั้นอิฐ ฉันเป็นพี่สาวแกนะ แกดูถูกน้ำใจพี่สาวคนนี้มากไปแล้ว ถ้าแกบอกพี่มาตรงๆ ว่าแกเอาเงินไปทำอะไร พี่อาจหาทางช่วยแกได้ แต่แกไม่บอกพี่ แล้วแกจะให้พี่ทำยังไง’

‘พูดไปพี่อรก็ไม่เข้าใจฉันหรอก ฉันมันเป็นแค่น้อง ไม่ใช่ลูกพี่หนิ พี่จะมาช่วยเหลืออะไรฉันเต็มร้อย สุดท้ายพี่ก็ต้องเลือกอนาคตของยัยพุดอยู่ดี’

‘แกพูดอะไรของแกอิฐ ยัยพุดมาเกี่ยวอะไรด้วย หลานไม่เคยยุ่งอะไรกับแกเลยนะ’

‘ไม่ยุ่งได้ไง ก็เพราะพี่มียัยพุดไง พี่ถึงไม่สนใจฉัน เงินทุกบาททุกสตางค์ พี่ก็พูดแต่ว่าเก็บไว้ให้ลูก แล้วอย่างนี้พี่ยังจะมาบอกว่าถ้าฉันขาดเหลืออะไรก็ให้มาบอกพี่เหรอ เจอหน้าฉันทีไร พี่ก็บ่นว่าต้องจ่ายค่าเทอมยัยพุด ต้องจ่ายค่าเรียนพิเศษ ค่าเรียนเต้น ค่าเรียนรำไทย ค่าเรียนดนตรี เรียนวาดภาพ เรียนว่ายน้ำ สารพัดที่มันร่ำร้องจะเรียน แล้วพี่ก็หาเงินตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตปรนเปรอมันทุกอย่าง มันอยากไปเรียนซัมเมอร์ที่เมืองนอก พี่ก็หาเงินส่งมันไป มันอยากซื้อข้าวของเครื่องสำอาง พี่ก็หาให้มันทุกอย่าง อย่างนี้พี่ว่าไม่เกี่ยวกับมันได้ยังไง เพราะพี่มีมันนั่นแหละ พี่เลยไม่สนใจฉัน’

‘อิฐ... ทำไมแกคิดกับหลานแบบนั้น ยัยพุดมันเป็นลูกพี่ พี่ก็ต้องดูแลมันอย่างดีสิ เพราะมันเป็นลูก อะไรที่พี่ให้ลูกได้ พี่ก็ต้องให้ เพราะพี่ณัฐก็ตายไปแล้วนะ พี่เป็นแม่ก็ต้องชดเชยให้ลูกทุกอย่าง แล้วยัยพุดมันก็ไม่ใช่เด็กเหลวไหล นี่มันก็จะได้เกียรตินิยมด้วย อย่างนี้แกยังจะว่าหลานอีกเหรอ อย่ามาว่ายัยพุดมัน ยัยพุดไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย’

‘นี่แหละ ที่ฉันไม่ขอความช่วยเหลือจากพี่’

‘อิฐ แกอย่ามาโทษใคร และไม่ต้องโทษหลานด้วย แกทำอะไรไว้ แกย่อมรู้อยู่แก่ใจตัวเอง’

‘พี่ไม่ต้องมาพูดมาก จะช่วยหรือไม่ช่วยบอกมาเท่านั้น ถ้าไม่ช่วยฉันจะได้ไป เสียเวลา’

‘แล้วแกเอาเงินบริษัทมาเท่าไหร่’

‘5 ล้าน’

‘5 ล้าน!’

นั่นคือจำนวนตัวเลขที่แม่อุทานออกมาอย่างตกใจ ตามมาด้วยเสียงสบถอย่างไม่พอใจของน้าชาย ก่อนที่ประตูจะถูกกระชากให้เปิดออก สายตาน้าชายที่สบกับเธอนั้นมีแต่แววเกลียดชัง แต่เธอก็ไม่มีเวลาจะสนใจอะไรนอกจากจะถลาเข้าไปประคองแม่ที่ทรุดร่างลงนั่งอยู่กับพื้น

จากวันนั้นครอบครัวของเธอก็ไม่เคยมีรอยยิ้มอีกเลย น้าอิฐไม่ยอมกลับไปจัดการกับเรื่องหนี้สินที่ก่อเอาไว้เพราะสาเหตุที่ยักยอกเงินบริษัทไปก็เพราะติดการพนัน แต่ทางบริษัทเห็นกับที่น้าอิฐทำงานมานาน จึงยื่นข้อเสนอให้น้าอิฐนำเงินไปคืนภายใน 1 เดือน แล้วจะไม่แจ้งดำเนินคดี ซึ่งน้าอิฐจะมีประวัติเพียงลาออกจากงานเองเท่านั้น แต่น้าอิฐกลับไม่ยอมเจรจาอะไรด้วยทั้งนั้น ได้แต่เมาหยำเปทุกวัน

ส่วนแม่ของเธอก็ทุกข์หนัก เพราะไม่รู้ว่าจะหาเงินจำนวนมากมายนั้นมาจากที่ไหน จะไปหยิบยืมจากญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูง ก็ไม่รู้ว่าวันไหนจะมีไปใช้หนี้เขา สุดท้ายแม่ที่รักน้องชายมาก และคิดว่ามีส่วนผิดที่ทำให้น้องชายเป็นแบบนี้ จึงเข้าไปเจรจากับทางบริษัท เพื่อจะขอรับผิดชอบเงินทั้งหมดเอง

แม่วิ่งเต้นทุกทางเพื่อให้ได้เงินมา แต่สภาวะของคนที่ร้อนเงิน ก็ย่อมเป็นช่องทางที่จะถูกเอาเปรียบได้ง่าย แม้จะเอาเต็นท์รถและบ้านไปจำนอง แต่นั่นก็ได้เงินมาแค่ 4 ล้านบาท ยังขาดอยู่อีก 1 ล้านบาทอยู่ดี ส่วนน้าอิฐนั้นก็ยังเมาอย่างคงเส้นคงวา

จนเธอทนเห็นแม่มีความทุกข์อยู่แบบนั้นไม่ได้ แม้ว่าแม่จะบอกไม่ให้เธอยุ่ง ให้เธอจัดการเรื่องเอกสารที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศให้สำเร็จ ส่วนเรื่องนี้แม่จะจัดการเอง แต่เธอก็ทำอย่างที่แม่บอกไม่ได้หรอก เพราะความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ น้าอิฐ ‘อิจฉา’ เธอ น้าอิฐคิดว่าเธอเกิดมาเพื่อแย่งความรักของแม่ไป

เดิมเธอรู้อยู่แล้วว่าน้าอิฐไม่ค่อยจะชอบเธอสักเท่าไร เพราะน้าอิฐมักจะปรามเธอเสมอ เวลาเธอขอแม่ทำกิจกรรมระหว่างเรียน แต่นั่นเธอคิดว่าน้าอิฐก็แค่กลัวว่าแม่จะเสียเงินเปล่าประโยชน์ไปกับเธอเยอะ เธอจึงตั้งใจเรียนทุกอย่างที่แม่อนุญาต และก็ทำได้ดีจนได้รางวัลมาประดับบ้านมากมาย แต่วันนี้เธอเพิ่งรู้ว่าทุกอย่างนั้นเพราะน้าอิฐเกลียดเธอต่างหาก และที่เธอทำทุกอย่างในวันนี้ก็ไม่ใช่เพื่อน้าอิฐ แต่เป็นเพื่อแม่ แม่ที่เสียสละให้เธอมาตลอด

เธอจึงออกหางานทำ พร้อมทั้งสอบถามจากบรรดาเพื่อนสาวที่มีงานทำกันเป็นกอบเป็นกำ ซึ่งส่วนใหญ่นั้นก็จะเป็นงานพริตตี้ หรือเป็นนางแบบบูธจัดแสดงสินค้า แต่ทั้งหมดนั้นก็ไม่สามารถทำเงินได้ 1 ล้านบาทภายใน 1 เดือนแน่ จนเธอคิดโทษตัวเองที่เอาแต่เรียน จนไม่สนใจที่จะทำงานอื่นเป็นอาชีพเสริม เพราะหากเธอทำงานไปด้วยและเรียนไปด้วย อย่างที่เพื่อนหลายคนทำ ป่านนี้เธอคงจะมีเงินเก็บหลายล้านบาทเหมือนเพื่อนสาวบางคนแล้วก็ได้ เธอพลาดเอง

‘ฉันน่าจะหางานทำระหว่างเรียนไปด้วยอ่ะชุ ป่านนี้ฉันคงมีเงินเก็บเยอะแยะอย่างยัยรุ้งยัยมิ้นท์บ้าง หรืออาจไม่เยอะแต่ฉันก็ไม่ต้องเร่งหาเงินให้วุ่นอย่างนี้’

‘มันไม่เหมือนนะพุด ถ้าแกไปทำงานแบบนั้น แกก็จะไม่ได้เรียนเต้น เรียนดนตรี เรียนสารพัดอย่างที่แกเรียน เพราะยัยพวกนั้นเขาก็ต้องทำงานกันอย่างเดียวนะ เวลาว่างก็คือเรียนกับพักผ่อน ต้นทุนมาไม่เหมือนกัน แกน่ะโชคดีแล้วที่ได้เรียนอย่างเดียวไม่ต้องรับชอบอะไร’

นั่นคือคำพูดของ ‘ชุติมนต์’ เพื่อนสนิทหนึ่งเดียวตั้งแต่ประถมจนถึงระดับชั้นปริญญาตรี ชุติมนต์เป็นสาวหมวย พ่อแม่เปิดร้านขายข้าวสารอยู่ในตลาดแถวบ้านของเธอ และชุติมนต์นี่แหละที่ช่วยเธอหางานทำ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED