ตอน 2

เกือบสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แผนการของเธอเป็นไปอย่างราบรื่น เขาจ้างเธอเข้าห้องคอนโดเขาทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์ เป็นเวลาสามชั่วโมง ตั้งแต่หกโมงเย็นถึงสามทุ่ม กว่าเขาจะกลับมาก็ราวๆ ทุ่มกว่าสองทุ่ม ยิ่งวันศุกร์ก็เกือบสองทุ่มครึ่งด้วยซ้ำ วันศุกร์เลยเป็นวันที่เธอทำความสะอาดครั้งใหญ่ให้เขาได้อย่างสบายใจ ส่วนวันจันทร์กับวันพุธเธอก็ทำความสะอาดธรรมดาๆ อย่างซักผ้า อบผ้า ถูพื้น และปัดฝุ่นเก็บข้าวของนิดหน่อย

จากนั้นก็ทำอาหารรอเจ้าของห้องกลับมา ถ้าผู้ว่าจ้างใจดี เธอก็จะได้กลับเร็วกว่าเวลาที่ตกลงกันไว้ แม้ว่าเธอจะรู้สึกผิดที่ทำได้ไม่คุ้มเวลาสักเท่าไหร่ แต่ก็นั่นแหละ ผู้ว่าจ้างสั่งมาแล้ว เธอก็ควรทำตามอย่างไม่บิดพลิ้ว ถึงจะเป็นลูกจ้างที่ดี

วันนี้เป็นวันศุกร์ และเธอก็ทำอาหารหลังจากที่ทำงานบ้านอื่นๆ เสร็จหมดแล้ว ทว่าด้วยวันนี้เธอเหนื่อยล้าจากการทำงาน รวมถึงเมื่อคืนที่เธออ่านหนังสือเรียนเยอะไปหน่อย เพราะมะรืนเธอจะต้องสอบเก็บคะแนน ทำให้เธอล้าๆ จนเผลอสัปหงกระหว่างทำอาหาร ผลคือเธอโดนน้ำร้อนลวกไปที แล้วก็ถูกมีดบาดนิ้ว...

เธอเลยพักการทำอาหารชั่วคราว เพราะกลัวรอบหน้าจะจุดไฟเผาตัวเองอย่างไม่รู้ตัว

แวววรรณพึมพำระหว่างรักษาบาดแผลให้ตัวเอง แผลน้ำร้อนลวกนั่นไม่เท่าไหร่ เพราะเธอใช้น้ำเย็นล้างทันและไม่โดนเยอะมากเท่ากับแผลถูกบาดที่เลือดยังไหลไม่หยุด

แต่เพราะเธอใจลอย และเจ็บจนลืมว่ายังไม่ได้ปิดแก๊ส พอกลิ่นไหม้เริ่มลอยมาให้ได้กลิ่น ทำให้เธอกระวีกระวาดรีบปิดหัวแก๊ส แต่เพราะความซุ่มซ่ามที่มาพร้อมกับความเจ็บปวดจากบาดแผลที่โดนบาด ทำให้เธอปัดน้ำมันขวดหนึ่งที่เตรียมไว้จะทอดกับข้าวนั้น ราดพื้นจนนองไปด้วยน้ำมัน

แวววรรณแทบกรี๊ดกับอะไรๆ ที่ดูวุ่นวายเละเทะ และเลอะเทอะไปหมด ที่สำคัญคือน้ำมันครึ่งหนึ่งของขวดหกรดตัวเธอด้วย ดีที่เธอยืนห่างเตาแก๊สมาแล้ว ไม่งั้นได้จุดไฟเผาตัวเองจริงๆ นั่นแหละ

หญิงสาวสงบสติอารมณ์ ก่อนจะถอดผ้ากันเปื้อนผืนใหญ่ออกจากตัว จากนั้นก็ค่อยๆ ใช้กระดาษทิชชู่ทำความสะอาดตัวเองคร่าวๆ และก้าวอย่างระมัดระวังออกจากห้องครัว จากนั้นก็ทำความสะอาดตัวเองในห้องน้ำอีกครั้ง ดีที่เธอมักจะมีชุดสำรองมาเปลี่ยน เผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน

แวววรรณที่เปลี่ยนเสื้อผ้ากางเกงขายาวมาเป็นกางเกงขาสั้น และเสื้อยืดพอดีตัว ก็เริ่มรักษาบาดแผลให้ตัวเองอีกครั้ง เมื่อเลือดเริ่มหยุดไหล จากนั้นก็ลุยทำความสะอาดห้องครัวจนไม่ได้ยินเสียงว่าเจ้าของห้องกลับมาแล้ว

เสียงขัดพื้นดังอยู่ไม่ไกล ทำให้เขาเยี่ยมหน้าไปมองต้นเสียง ก็เห็นหญิงสาวแม่บ้านหันหลังให้เขา เธอที่ขะมักเขม้นขัดพื้นอย่างเมามันด้วยการคุกเข่าและโน้มตัวไปข้างหน้า หญิงสาวใช้แปรงขัดพื้น อารมณ์ไหนๆ ก็ขัดแล้วก็ขัดให้เรี่ยมเร้เรไร เธอเลยลงทุนคุกเข่าขัดพื้นอย่างไม่รู้ตัวว่ามีผู้ชายคนหนึ่งจ้องมองก้นสวยๆ ของเธออยู่

ท่าที่หญิงสาวขัดพื้น มันทำให้เขาต้องกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ และพยายามตั้งสติ ไม่ไปคิดอะไรที่เกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ใต้กว่าสะดือลงไป และพอพยายามจนสงบสติอารมณ์ได้บ้าง เขาก็กระแอมไอด้วยเสียงอันแหบพร่า และไม่ดังพอที่จะทำให้หญิงสาวหลุดจากความตั้งใจที่จะขัดพื้น

นั่นทำให้เขาเผลอเดินเข้าไปในอาณาเขตของหญิงสาวโดยลืมไปว่า พื้นที่เธอขัดอยู่นั้น เปียก และลื่นเพียงใด

“เฮ้ย!!”

“เอ๋”

แวววรรณหันไปทางต้นเสียง แต่ไม่ทันได้เห็นภาพอะไรก็รู้สึกมีบางอย่างกระแทกเข้าทางด้านหลัง ทำให้เธอถลาตัวไปข้างหน้า จนกลายเป็นท่าหมอบ โดยมีบางคนซ้อนอยู่ด้านบนในสภาพใกล้เคียงกัน

พอหญิงสาวหายตกใจและงงงวย ก็ค่อยๆ รู้สึกตัวว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

มีคนๆ หนึ่งกอดเธอจากด้านหลัง ที่สำคัญมือของเขาโอบกอด...หน้าอกเธอ

“คุณวินท์ ลุกได้แล้วค่ะ” เธอว่าเสียงเข้ม เพราะไม่พอใจที่เขามาแตะเนื้อต้องตัวเธอ ถึงจะไม่ได้ตั้งใจก็เหอะ แต่ก็น่าจะหายตกใจจนลุกขึ้นได้แล้วนี่นา

“อืม” เขาตอบรับในลำคอ ก่อนจะปล่อยมือออกจากอกนุ่มนิ่มของหญิงสาว แต่เพราะขากับเข่ายังลื่นจากการสไลด์เมื่อกี้ ก็ทำให้เขาลุกยากกว่าที่ควร เขาเลยใช้มือทั้งสองดันตัวเองจากพื้น ทว่าเพราะความลื่นจากน้ำมันที่แวววรรณยังไม่ได้ทำความสะอาด ก็ทำให้เขาถลาล้มไปด้านหน้าอีกครั้ง โดยมีหญิงสาวล้มไปด้วยกัน ซ้ำรอยเดิม...

“โอ๊ย” สองเสียงประสานกัน

อัครวินท์รู้สึกว่าอยู่แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ จะไม่ดีต่อสุขภาพกายเขาเป็นแน่ เพราะร่างนุ่มนิ่มในอ้อมกอดทำให้ร่างกายเขามีปฏิกิริยาตอบโต้มากกว่าปกติที่ได้แค่เห็น

ทำให้เขาต้องค่อยๆ ถอยหลัง พร้อมกับลากร่างหญิงสาวถอยออกมาด้วยกัน จากนั้นก็ค่อยๆ ลุกขึ้นคุกเข่า เพื่อให้หญิงสาวลุกขึ้นนั่งได้

ส่วนเขาก็ยังเผลอกอดเธอเอาไว้ จนหญิงสาวต้องกระแอมไอ และถามขึ้นว่า

“เราลุกกันได้หรือยังคะ”

อัครวินท์ต้องปล่อยมือออกจากร่างนุ่มนิ่มอย่างน่าเสียดาย

จากนั้นหญิงสาวก็ต้องหาทางจัดการสภาพอันเละเทะของตัวเอง ด้วยการเช็ดแล้วก็หาน้ำสะอาดมาล้าง ส่วนชายหนุ่มที่ทำความสะอาดตัวเองคร่าวๆ ก็ไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อยอีกทีในห้องอาบน้ำ พลาง... ช่วยตัวเองไปด้วย

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย อาหารพร้อม ห้องครัวแม้จะยังเลอะเทอะอยู่ แต่ก็ดีกว่าตอนแรก ชายหนุ่มเรียกให้หญิงสาวกินข้าวด้วยกัน เพราะมันเลยเวลาทำงานมากไปแล้ว แม้ว่าแวววรรณจะอิดออดและเกรงใจ เขาก็ไม่ยอมให้ปฏิเสธ พลางให้หญิงสาวไปจัดการตัวเองใหม่ พร้อมกับชุดของเขาที่หามาให้หญิงสาวได้สวม

สภาพของหญิงสาวที่ใส่เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ และกางเกงบ็อกเซอร์ของเขา... ทำให้เขาไม่อยากมองเธอบ่อยๆ เท่าไหร่นัก เพราะมันดูเซ็กซี่เกินไป ยิ่งคิดไปถึงตอนที่มีหญิงสาวในอ้อมกอดด้วยแล้ว... เขาก็อยากเข้าห้องน้ำอีกรอบ

“ยังไงก็นอนที่นี่ไปละกัน พรุ่งนี้ต้องทำงานมั้ย”

“เอ๋... ไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวขี่มอเตอร์ไซค์แป๊บๆ ก็ถึงห้องแล้ว”

อัครวินท์กอดอกระหว่างที่ยังนั่งอยู่ตรงโต๊ะกินข้าว “ไม่ได้หรอก ตอนนี้ดึกมากแล้ว ขี่มอเตอร์ไซค์คนเดียวมันอันตรายเกินไป ยิ่งเป็นผู้หญิง ยิ่งแล้วใหญ่”

วันศุกร์แม้จะคนเยอะรถติด แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นทุกเส้นทาง บางเส้นทางก็เปลี่ยวร้างซะน่ากลัวไปหมด เขาเองก็ไม่รู้ว่าหญิงสาวใช้เส้นทางไหน จนเจ้าตัวอ้อมแอ้มเอ่ยออกมา เขาถึงได้รู้ว่า สิ่งที่เขาพูดออกไปถูกที่สุดแล้ว

“ถ้าอย่างนั้นก็นอนพักที่นี่แหละ เลือกเอาสักห้อง แล้วไปนอนได้เลย”

ตอนแรกเขาตั้งใจจะให้เธอสระผมอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะทั้งเขาและเธอต่างก็มอมแมมกันมาก แต่พูดถึงเรื่องสระผม หญิงสาวปฏิเสธ

‘หนูเป็นคนต้องใช้ยาสระผมเฉพาะยี่ห้อค่ะ ใช้มั่วยี่ห้อไม่ได้ เดี๋ยวผมจะเสีย เพราะเคยลองมาแล้ว’

ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ปัญหา ตอนนี้เขาและเธอเลยมาอยู่ในร้านสะดวกซื้อใกล้คอนโดและเขาก็ไม่ปล่อยให้หญิงสาวเดินเลือกซื้อของเพียงลำพัง เพราะสภาพชุดของแวววรรณในตอนนี้ล่อแหลมเกินที่จะให้เดินโชว์ตัวแล้วให้คนอื่นๆ ได้มอง

นี่ชุดของเขา และผู้หญิงคนนี้เขาก็เล็งไว้แล้ว หากไม่จำเป็นจริงๆ เขาก็ไม่อยากให้หล่อนมาโชว์ให้ใครๆ ได้เห็นหรอกนะ

อัครวินท์ที่คิดแล้วเครียดกับสายตาของผู้ชายหลายคนที่พยายามจ้องมองสาวของเขา ทำให้เขาโมโหและหงุดหงิดตลอดเวลาที่เดินกับหญิงสาว

ซึ่งเจ้าตัวก็รีบเลือกรีบซื้อ และรีบกลับขึ้นห้อง ให้หนุ่มๆ หลายคนที่แอบมองถึงกับเสียดายที่อดเห็นสิ่งสวยงามนานกว่านี้

ระหว่างอยู่ในลิฟท์ด้วยกันสองคน แวววรรณไม่แน่ใจว่าชายหนุ่มโกรธอะไรเธอ เพราะเขาไม่พูดไม่จา แถมยังทำหน้าเครียดๆ เหมือนหมาไซบีเรียนชอบกล เธอเลยพลอยไม่ได้พูดอะไรไปด้วย และยืนตัวเกร็งๆ หากอีกฝ่ายคิดจะบ่นอะไรขึ้นมา

แต่จนเข้าห้องกันแล้ว ชายหนุ่มก็ยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ ยิ่งทำให้เธอกังวลและคิดย้อนไปเรื่อยๆ ว่าเธอทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจเรื่องอะไร จนกระทั่งเธอเดินชนกับแผ่นหลังของคนที่เดินอยู่ด้านหน้า เธอร้องโอ๊ยออกมาเบาๆ และลูบจมูกตัวเองป้อยๆ เพราะแผ่นหลังของชายหนุ่มไม่ได้นุ่มเลยสักนิด ออกจะแข็งและแกร่งสมกับเป็นชายหนุ่มที่ออกกำลังกายอยู่บ่อยๆ

ที่เธอรู้ว่าเขาออกกำลังกาย เพราะเขาทำห้องๆ หนึ่งไว้สำหรับออกกำลังกายโดยเฉพาะ ในห้องนั้นประกอบไปด้วยเครื่องออกกำลังกายนานาชนิด ที่ไม่แพ้ห้องฟิตเนสที่เธอเคยเดินเล่นสำรวจคอนโดนี้เลยสักนิดเดียว

คนมันรวยอะ ไม่ต้องไปแบ่งปันเครื่องออกกำลังกายกับใคร... อิจฉาจัง

“เจ็บมากมั้ย” เสียงนุ่มลึกเอ่ยขึ้น ให้เธอแหงนเงยมองหน้าคนถาม พลางส่ายหน้าปฏิเสธ

“ไม่เจ็บค่ะ” ตอบอย่างแต่ปฏิกิริยาเป็นอีกอย่าง ทำให้ชายหนุ่มจับมือของแวววรรณที่กำลังลูบจมูกตัวเองออก เพื่อจะดูว่าจมูกนั้นแดงแค่ไหน พอได้เห็นชายหนุ่มก็ถอนหายใจที่ไม่ได้แดงอย่างที่คิด ก็คงจะเจ็บนิดๆ เพราะถึงจะชนแต่ก็ไม่ได้แรงขนาดนั้น

แล้วเขาก็เนียนจับมือเธอไปยังโซฟาตัวใหญ่กลางห้องรับแขก “ไม่เจ็บแน่นะ แต่ทำไมจมูกดูแดงๆ”

แดงแต่ไม่มาก แต่ก็แดงนี่นา ชายหนุ่มคิดขำๆ

“เหรอคะ แต่ก็ไม่เจ็บแล้วนะคะ” แวววรรณสำรวจตัวเองอย่างงงๆ

แล้วจู่ๆ เธอก็รู้สึกถึงไอร้อนตรงจมูกที่ไม่เจ็บ แล้วก็สายตาที่จ้องมองเธอในระยะประชิดที่ทำให้เธอเห็นตัวเธอในสายตาของเขา...

ทุกอย่างเหมือนหยุดนิ่งไปชั่วขณะ

จากนั้นเธอก็รู้สึกถึงความอุ่นร้อนตรงริมฝีปากตัวเอง ที่ไม่แน่ใจว่าเป็นเพียงลมหายใจที่พัดผ่าน หรือ...ริมฝีปากของอีกฝ่ายที่ปัดป่าย

จนความอุ่นร้อนที่แผ่วเบาเริ่มรุนแรงขึ้นด้วยอะไรบางอย่างที่อุ่นร้อนทาบทับ กดดันแนบแน่น ไม่ให้เธอได้ขยับริมฝีปากแม้เพียงนิด

บางอย่างที่รัดร่างกายของเธอให้แนบชิดกับคนตรงหน้า ดวงตาที่ยังคงจ้องมองนั้นไม่มีวี่แววความตื่นเต้นตกใจเหมือนที่เธอมองเห็นสายตาตัวเองผ่านสายตาเขาที่เต็มไปด้วยความตระหนกตกใจและงงงวย

ส่วนเขาที่จ้องมองแต่เธอ ก็ยังคงสงบนิ่ง มีเพียงร่างกายที่เคลื่อนไหวไปตามครรลองของความหลงใหลและคลั่งไคล้เมื่อได้สัมผัสใกล้ชิดขึ้นเรื่อยๆ

สายตาที่จ้องมองหญิงสาวในอ้อมกอดแม้จะดูสงบนิ่ง แต่ในความนิ่งคือความลึกของห้วงอารมณ์ที่กำลังจะปะทุออกมา

ริมฝีปากที่แนบแน่นและแนบชิดค่อยๆ เคลื่อนไหวไปด้านข้าง ไล้ไปอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าเหยื่อในอ้อมกอดจะรู้สึกตัวมากไปกว่านี้ เขาค่อยๆ เคลื่อนไหวใบหน้าและริมฝีปากปาดซ้ายไปขวา และใช้ลิ้นร้อนเลียมุมปากเบาๆ ให้ได้รับรู้ว่าร่างเล็กในอ้อมกอดกำลังสั่นสะท้าน นั่นทำให้เขาลูบหลังเธอเพื่อปลอบประโลม เพื่อไม่ให้สาวสวยตื่นตระหนก และปรามตัวเองไม่ให้เร่าร้อนรุนแรงไปมากกว่าที่ทำอยู่

ก่อนหน้าเขาแนบริมฝีปากกับเธอ บดเบียดไม่ให้เธอขยับเขยื้อน จากนั้นก็ค่อยๆ ปัดป่ายไล่ไปมากับริมฝีปากนุ่มนิ่ม ใช้ลิ้นร้อนเลียไล้เบาๆ จนค่อยๆ ลัดเลาะริมฝีปากของเธอเพื่อความต้องการที่มากกว่านี้... เขาอยากรู้จักเธอมากกว่านี้

หญิงสาวที่ยังสั่นสะท้านกับความรู้สึกเร่าร้อนรุนแรงที่ค่อยๆ ตีตื้นขึ้นมาเมื่ออีกฝ่ายมาแนบชิดแบบนี้ และยิ่งลิ้นร้อนค่อยๆ ตะล่อมราวกับจะให้เธอเปิดปากก็ทำให้เธอรู้สึกแปลกใจ... และกลัว

เธอเลยเม้มปากแน่น แต่ถึงกระนั้นชายหนุ่มก็ยังไม่ยอมแพ้ เขายังพยายามค่อยๆ ปลอบเธอด้วยการลูบหลังไหล่เธออย่างแผ่วเบา อีกมือก็จับมือเธอและลูบไล้รวมถึงเกี่ยวกระหวัดรัดนิ้วไปมาให้เธอรู้สึกวาบหวิวมากขึ้น แต่เธอพอจะรู้สึกตัวและต่อต้าน

กระนั้นเขาก็ยังคงไล้เลียที่มุมปาก ริมฝีปาก และเลื่อนไปยังใบหูของเธอ... จากนั้นเสียงกระซิบแหบพร่าที่แสนเบาก็ดังขึ้นที่ข้างหูของเธอพร้อมกับลิ้นร้อนที่ไล้เลียให้เธอหวิวไหว

“ผมชอบวรรณจัง”

แผนเล้าโลมด้วยร่างกายไม่ค่อยได้ผล เขาเลยใช้แผนสร้างความปั่นป่วนด้วยประโยคหวานๆ ที่มาจากใจจริงๆ ของเขา...

เขาชอบผู้หญิงคนนี้ แรกๆ ก็ชอบอย่างเอ็นดู พอรู้อะไรๆ มากขึ้น เขาก็ยิ่งสนใจในตัวหญิงสาวคนนี้ และความสนใจนิสัยของเธอก็มาพร้อมกับรูปลักษณ์ของหญิงสาวที่สร้างความดึงดูดให้เขา จนทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะแนบชิด สร้างความสนิทสนมผ่านกายของกันและกัน

มันอาจจะแปลกและไม่น่าเชื่อ ในเมื่อเจอกันไม่กี่ครั้ง แถมแต่ละครั้งก็ได้คุยกันน้อยเหลือเกิน แต่เขาก็ชอบที่มีเธออยู่ด้วย แม้ว่า ณ ตอนนั้นเธออาจจะไม่ได้อยู่ในห้องแล้ว แต่ก็ยังคงหลงเหลือกลิ่นอายของเธอ ให้รู้สึกว่าห้องไม่ดูเงียบเหงาและอ้างว้างเหมือนที่เคยเป็นมา

จะว่าไปตั้งแต่ที่เขาได้แม่บ้านเป็นเธอคนนี้ เขาก็รู้สึกว่าห้องมีชีวิตชีวามากขึ้น แรกๆ มาเขาไม่เคยสังเกตว่าของในห้องเปลี่ยนไป จนนิติที่จ้างเธอนั้นบอกว่า ของบางอย่างในห้อง เธอสลับเปลี่ยนตำแหน่งให้ แต่ยืนยันว่าไม่ได้หายไปไหน เพราะฉะนั้นถ้ามีของชิ้นไหนเสียหายหรือแตกหัก หรือทำให้เขาไม่พอใจ เธอจะขอยอมรับผิดแต่โดยดี ซึ่งจริงๆ แล้วนิติควรจะบอกเขานานแล้ว เพราะหญิงสาวเคยแจ้งไว้ตั้งแต่แรก แต่ด้วยความที่นิติลืมบอก ก็ผ่านมาเนิ่นนาน จนเขาได้เห็นว่าบางอย่างมันเปลี่ยนตำแหน่งแห่งที่จริงๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขารำคาญหรือหงุดหงิดใดๆ

หญิงสาวก็ยังคงเปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อยๆ เพราะเจ้าของห้องไม่เคยปฏิเสธ ทำให้เขาอยากรู้จักเธอ แต่โอกาสต่างๆ ไม่อำนวยจนงานปาร์ตี้ที่เกิดขึ้น ทำให้เขาตัดสินใจจ้างเธอมาเป็นกรณีพิเศษ และนั่นคือจุดเริ่มที่ทำให้เขาใส่ใจเธอมากกว่าเดิมจริงๆและทำให้ได้สนิทกันจนเกิดเหตุการณ์หวิวไหวแบบนี้ขึ้น

...สักที

...และอาจจะหลายๆ ที

ตอน 3

จากที่นั่งอยู่บนโซฟา ทั้งสองร่างที่กอดกันก็เริ่มโน้มตัวลงจากการผลักดันอย่างแผ่วเบาของคนที่อยู่ด้านบน

อัครวินท์ค่อยๆ ประคองให้แวววรรณเอนตัวลงนอนบนโซฟาที่แม้ว่าจะคับแคบไปหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าให้เธอนั่งตัวเกร็งๆ แบบนี้ เขาคิดอย่างครึ้มอกครึ้มใจกับความนุ่มนิ่มของร่างกายสาวน้อยในอ้อมกอด

มือหนาที่เคยปลอบโยนด้วยการลูบหลังลูบไหล่ ก็เลื่อนมาด้านหน้าอย่างมาดหมายในสิ่งที่นุ่มนิ่มและเต่งตึงกว่า ส่วนมืออีกข้างที่กระหวัดเกี่ยวพันกับมือของหญิงสาว ก็กระชับจับให้แน่นขึ้น พลางเริ่มใช้ลิ้นร้อนลุกไล้เข้าไปยังริมฝีปากของหญิงสาวที่เผลออ้าปากเพราะตกใจในคำสารภาพของชายหนุ่ม

จนกระทั่งสองลิ้นสัมผัสกันอย่างแผ่วเบา อัครวินท์เลยค่อยๆ ไล้เลียลิ้นเล็กๆ ด้วยลิ้นตัวเองอย่างแผ่วเบาแว่วหวาน แต่กลับเรียกเสียงครางอืออาจากหญิงสาว เพิ่มความร้อนระอุให้ชายหนุ่มที่ได้ยิน จากความแผ่วเบาในการไล้เลีย ก็เริ่มลุกล้ำด้วยความหนักหน่วงทั้งเกี่ยวกระหวัดรัดรึง และดันเข้าดันออกราวกับกำลังร่วมรักผ่านลิ้นร้อนที่ชุ่มฉ่ำ

มือหนาอีกข้างที่สัมผัสหน้าอกนุ่มนิ่ม จากเดิมที่ลูบไล้อยู่ภายนอก ก็เริ่มบุกรุกเข้าไปสัมผัสเนื้อแท้ด้วยการสอดมือเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ตที่สะกิดกระดุมนิดๆ สาปเสื้อก็หลุดออกมา แม้จะมีบราขวางกั้น แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคที่จะทำให้เขาหยุดมือ เขาใช้มือสอดเข้าไปใต้บราทันที แล้วลูบไล้อย่างหลงใหล พลางใช้นิ้วโป้งถูไถกับยอดอกอย่างหยอกล้อ ให้แวววรรณยิ่งครางฮือ

“อื้อ...” แวววรรณที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากครางอื้อๆ อย่างเดียว เพราะงงไปหมดกับสัมผัสหลายๆ ส่วนที่เกิดขึ้นทั่วร่างกาย จนไร้เรี่ยวแรงที่จะห้ามปรามหรือขัดขืนต่อต้าน มือบางข้างว่างที่ควรจะดึงมือหนาให้ออกไปพ้นตัวเธอ ก็กลับกลายเป็นปล่อยให้มือข้างนั้นตกลงข้างโซฟา เพราะไร้แรงที่จะยกขึ้นมาต่อกรใดๆ

ความหวิวไหวหวามไหวที่มากที่สุดในตอนนี้คือโพรงปาก ที่ลิ้นร้อนระอุสุดชื้นฉ่ำนั้นกำลังบุกทะลวงเข้าๆ ออกๆ ดูดดึงลิ้นของเธอให้ขยับไปตามจังหวะเดียวกัน บ้างก็รัดเกี่ยวแล้วรูดเข้ารูดออก บางครั้งก็ดูดดึงริมฝีปากของเธอจนเธอเริ่มรู้สึกเจ็บพร้อมๆ กับความเสียวที่มากขึ้นเรื่อยๆ

ไม่แพ้ตรงหน้าอกที่มือร้อนข้างหนึ่งลูบไล้ นวดคลึง แถมยังดึงยอดอกให้เธอยิ่งรู้สึกเสียวเข้าใหญ่

ส่วนขาสองข้างของเขาและของเธอต่างก็เกี่ยวพันกันไปมา ทั้งยังถูไถเรียกความเสียวให้เกิดขึ้นกับด้านล่างของร่างกายอีกด้วย

ความรู้สึกที่ไม่เคยเจอ มันก็ยากจะรับมือจริงๆ แวววรรณคิดอย่างอ่อนระทวยในอ้อมกอดของชายหนุ่ม ให้เขาชักจูงไปทุกทางที่เขาอยากพาไป จนกระทั่งเธอรู้สึกถึงความเสียวอย่างที่สุด เมื่อริมฝีปากร้ายกาจนั้นไล้เรื่อยลงมายังปลายคาง ลำคอ ลาดไหล่ เนินอก... และยอดอกที่เขาดูดดื่มราวกับเป็นเด็กทารกที่พยายามดูดนมจากเต้าก็ไม่ปาน

เขาไล้เลียแผ่วเบาก่อนจะค่อยๆ อมเม้มเข้าไปในปากและใช้ลิ้นร้อนพร้อมริมฝีปากไล้เลียดูดดุน จนเธอบิดตัวเสียวไปทั่วกาย ขาของทั้งสองที่เกี่ยวกันก็เริ่มบดเบียดกันมากขึ้นและมากขึ้น โดยเฉพาะตรงจุดอ่อนไหวที่ชายหนุ่มพยายามถูไถไปมา จนกระทั่งหญิงสาวไปถึงจุดสุดยอดได้เมื่อทุกๆ อย่างรุมเร้าไปทั่วร่างกาย

แวววรรณที่เพิ่งรู้จักการไปถึงจุดสุดยอดก็ยังคงไร้เรี่ยวแรง และดวงตาก็เหม่อค้างแต่ก็เต็มไปด้วยความหยาดเยิ้มจากความรู้สึกสุดยอด ที่ทำให้ชายหนุ่มต้องจัดการตัวเองให้ตามเธอไป เขาคงถูไถอย่างต่อเนื่องแม้ว่าหญิงสาวจะไปก่อนเขา แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ และรอบหน้าถ้าเธอไป เขาก็จะไปด้วย

กางเกงบ็อกเซอร์ที่แวววรรณใส่ ตอนนี้เริ่มหมิ่นเหม่ที่จะหลุดมิหลุดแหล่ จากการถูไถไปมาของชายหนุ่มและหญิงสาวนั้น ก็ทำให้อัครวินท์ตัดสินใจดึงกางเกงลงมาอีกนิด จนด้านล่างเริ่มเปลือยเปล่า เขาใช้มือข้างที่นวดอกไล้เรื่อยมายังด้านล่าง ยังจุดอ่อนไหวด้วยการลูบไล้แผ่วเบา แต่สะเทือนถึงเจ้าของร่างที่เกร็งสะท้านขึ้นมาทันที

เขายิ้มกับปฏิกิริยาของหญิงสาวที่ดูไร้เดียงสาไปหมด จนเขารู้สึกคลั่งอยากทำอะไรๆ ให้มากกว่านี้ แต่ก็ต้องอดเปรี้ยวไว้กินหวาน... เขาไม่อยากหักหาญน้ำใจเธอนัก เพราะแค่นี้ก็ไม่รู้ว่า... หลังจากเธอได้ปลดปล่อยอีกรอบ เธอจะโกรธเขารึเปล่ายังไม่รู้เลย

ริมฝีปากยังคงดูดดึงและไล้เลียยอดอกเบาบ้างหนักบ้างสลับไปมา ส่วนมืออีกข้างที่เขาจับมือเธอไว้ ตอนนี้เขาปล่อยมือเธอเป็นอิสระแล้วใช้นิ้วของเขาเล่นริมฝีปากของเธอแทน ทั้งใช้นิ้วหยอกลิ้นร้อนของเธอ ริมฝีปากของเธออย่างไม่รู้เบื่อ ซึ่งเธอก็ทำตามที่เขาชี้ทางอย่างไม่ลดละเช่นกัน

แต่เพราะน้องชายของเขาต้องการปลดปล่อย เขาเลยย้ายมือข้างที่นวดจุดอ่อนไหวให้น้องชายของเขาได้ถูไถต่อ แล้วก็ดันตัวขึ้นมาอีกนิด เปลี่ยนมาใช้มือสองข้างในการนวดอกอวบ และริมฝีปากประกบกับริมฝีปากอีกครั้งแทน

ถึงจะมีกางเกงผ้ายืดคอยกั้นขวางระหว่างน้องชายของเขาและน้องสาวของเธอ แต่ความร้อนระอุก็ทะลุทะลวงให้หญิงสาวได้รับรู้รางๆ ว่าอะไรเป็นอะไร เธอเลยพยายามบิดตัวเพื่อให้หลุดพ้นจากความวาบหวามที่กำลังเกิดขึ้นอีกครั้ง

“อย่าเพิ่งหนีนะ เรานะไปก่อนผมรอบหนึ่งแล้ว รอบนี้เราไปด้วยกันนะ”

เสียงแหบพร่ากระซิบชิดติดใบหู ก่อนจะรู้สึกถึงความร้อนชื้นตรงหูที่ทำเอาเธอขนลุก พลางสะบัดหน้าหนีจนได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วๆ

“ไม่ค่ะ... หนู...” เธอควรจะปฏิเสธยังไง ควรจะใช้คำว่าอะไร ตอนนี้เธอมึนไปหมดแล้ว และบางอย่างก็กำลังปะทุอีกครั้ง... ความรู้สึกที่สุดยอดกำลังจะมาหาเธอ ทำให้เธอได้แต่ครวญคราง “อื้อ... ไม่ไหวแล้ว”

แน่นอนว่าอัครวินท์ที่ได้ยิน ก็รีบเร่งตัวเองตามด้วย เขาย้ายสองมือจากหน้าอกมาเป็นช่วงเอวของแวววรรณทันที และรีบจัดท่วงท่าให้เหมือนกับท่าร่วมรักโดยที่ยังมีกางเกงของเขาขวางกั้น และนั่นทำให้เขาได้เห็นร่างกายอันเปลือยเปล่าของเธอ ร่างด้านบนที่บิดเร้าด้วยความเสียวกระสัน ด้านล่างก็ขยับตอบรับการเคลื่อนไหวของเขา ส่วนใบหน้านั้นตะแคงข้างแล้วยกมือขบกัดนิ้วตัวเองไปมา

เป็นภาพรัญจวนใจที่ทำให้เขาเดือดพล่านไปทั่วกาย จนในที่สุด เขาก็เปล่งเสียงครางอันหนักแน่นออกมา พร้อมๆ กับเสียงกรีดร้องของหญิงสาวใต้ร่าง... และความแฉะชื้นที่แตกกระจายตรงจุดที่สัมผัสกันอย่างแนบแน่นและเร่าร้อน

แก่นกลางกายที่ยังสัมผัสกันและกัน ต่างก็รู้สึกถึงความเร่าร้อนที่ยังคงมีอยู่ แต่ชายหนุ่มคิดว่าสมควรพอแล้ว... เขาไม่ควรทำอะไรไปมากกว่านี้แล้ว แม้ว่า... จะอยากแค่ไหนก็ตาม

ส่วนแวววรรณที่นอนตะแคงด้วยความเหม่อลอยกับอารมณ์หวามหวิวที่เพิ่งจบไป... แต่ความเร่าร้อนก็ยังคงอยู่ ความรู้สึกที่ยังเต้นตุบๆ ราวกับเพิ่งจบศึกก็ทำให้เธอรู้สึกว่าควรจะอิ่มเอม แต่กลับไม่อิ่มเอมเท่าที่ควร เหมือนต้องการอะไรที่ลึกซึ้งกว่านี้มาทำให้กลางกายของเธอเต็มอิ่มกว่านี้

ชายหนุ่มก็เหมือนจะรู้ เขาค่อยๆ ทาบทับตัวเองลงบนตัวหญิงสาว พลางดูดเม้มริมฝีปาก และไล้ไปถึงใบหูที่เขาแอบขบกัดเบาๆ

“ยังไม่พอสินะ... ยังอยากมากกว่านี้สินะ...” พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ราวกับจะล่อลวงให้หญิงสาวตกอยู่ในห้วงมนตรา

แวววรรณเหม่อมองใบหน้าชายหนุ่มที่ชื้นเหงื่อ ผมเผ้ายุ่งเหยิง

“ตรงนั้นของเรานะ ยังเต้นตุบๆ อยู่เลย... อยากมากกว่านี้จริงๆ สินะ”

อัครวินท์ยิ้มกริ่มเมื่อแก่นกายของเขายังสัมผัสถึงความตื่นตัวของหญิงสาว นั่นทำให้เขาค้นพบว่า สาวน้อยใต้ร่างเขาคนนี้ เป็นพวกสาวไฟแรงสูงกว่าที่คิด และนั่นทำให้เขาพึงพอใจมาก

แน่นอนว่าแวววรรณลังเล เธอรู้ว่าระหว่างเขากับเธอ อาจจะเพราะความแปลกใหม่ หรือไม่ก็ใกล้ตัว ถึงได้ทำแบบนี้... ได้ง่ายๆ

พอคิดได้แบบนี้ เธอก็ส่ายหน้า แล้วพูดเสียงแผ่วว่า “ไม่ค่ะ”

ชายหนุ่มยิ้มอย่างเอ็นดู เขาเองก็ไม่ใช่คนเซ้าซี้หรือต้องบังคับให้ได้อะไร เขาแค่อยู่นิ่งๆ ปรับอารมณ์ ปรับทุกอย่างให้ดีขึ้น และคิดว่าควรจะพูดยังไงกับสาวน้อยคนนี้ดี ให้ได้รับรู้ว่าสิ่งที่เขาทำลงไปไม่ใช่แค่ความฉาบฉวยใดๆ หรืออารมณ์พาไป แต่เป็นความตั้งใจกึ่งหนึ่งที่อยากจะสัมผัสแบบนี้จริงๆ

เขาลูบผมเธอเล่น ระหว่างที่นอนกอดกันบนโซฟา “ผมตั้งใจนะ... เป็นความตั้งใจที่อยากจะผูกพันกัน”

อัครวินท์ลุกขึ้นนั่งเมื่อตัดสินใจจะพูดความจริงจากใจ เขาดึงเธอให้ลุกขึ้นมานั่ง พลางติดกระดุมให้เข้าที่เข้าทาง ซึ่งแวววรรณที่เห็นเขาทำแบบนี้ก็เขิน ก่อนจะเห็นว่ากางเกงตัวเองหลุดไปถึงไหนต่อไหน เธอก็หน้าแดงกว่าเดิม และรีบดึงรั้งกางเกงตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง ดูลนลานจนชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ จนเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เขาก็จูบหน้าผากเธอ และพูดต่อทั้งๆ ที่ริมฝีปากยังแนบอยู่ที่หน้าผาก

“พี่ชอบเธอนะ”

เขาเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวทันทีเมื่อแน่ใจในสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจลงไป ที่เหลือก็คืออีกฝ่ายที่จะรู้สึกยังไงกับเขา แต่ก็ขอพูดอะไรเพิ่มอีกหน่อยเหอะ

“ชอบก่อนที่อยากจะทำอะไรๆ แบบนี้นะ... อย่าเข้าใจผิดละ”

จริงๆ ไอ้ความรู้สึกชอบมันก็มาพร้อมๆ กับความรู้สึกอยากทำอะไรๆ กับเธอนั่นแหละเพียงแต่ความจริงบางอย่างก็พูดออกไปไม่ได้

“จริงเหรอคะ”

ใบหน้าแดงก่ำแลดูเย้ายวน อัครวินท์กลืนน้ำลายก่อนจะพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ชอบหนูจริงๆ เหรอคะ”

“ทำไมถึงชอบละคะ”

แน่นอนว่าเธอไม่มั่นใจสักนิดกับคำพูดของคนตรงหน้า ไม่ใช่เพราะเขาดูไม่น่านับถือ แต่เพราะเป็นผู้ชายต่างหาก เธอเองก็มีเพื่อนฝูงเยอะพอสมควร เลยมักได้ยินเรื่องราวของความรักที่ไม่สมหวังเพราะความลังเลของผู้ชาย บ้างก็ยกยอแต่คำหวานเพื่อหวังแต่ผลประโยชน์แก่ตัวเอง บ้างก็ไม่รับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น หลากหลายเรื่องราวที่ทำให้เธอเบื่อผู้ชาย ยิ่งมาเจอกับตัวในการทำงานที่เจอเจ้านายผู้ชายชีกอมาแต๊ะอั๋งด้วยก็ยิ่งทำให้เธอเกลียดผู้ชายมากขึ้น ถึงขั้นไม่ไว้ใจเลยทีเดียว

แต่พอมาเป็นผู้ชายคนนี้ เมื่อแรกได้เจอ เธอก็รู้สึกเฉยๆ ไม่ได้ชอบ ไม่ได้เกลียด ไม่อะไรทั้งนั้น มองว่าเขาเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่ไม่ได้เจอกันบ่อยอยู่แล้ว แต่ทำไปทำมากลับกลายเจอกันบ่อยกว่าเดิม แม้ว่าจะเป็นเพียงเวลาไม่นานในการเจอกันก็ตาม แต่การได้พูดคุยนิดๆ หน่อยๆ ถูกถามไถ่ในเรื่องต่างๆ ด้วยความเป็นห่วง ก็ทำให้เธอรู้สึกสบายใจที่ได้อยู่กับเขา

ทว่าความสบายใจก็ไม่ได้หมายถึงการถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้!

อีกอย่างที่น่ากังวลคือ... การชอบความรู้สึกที่วาบหวิวนี่สิ... เธอ... เป็นสาวหื่นใช่มั้ยเนี่ย

แง เธออยากร้องไห้จัง แม้จะรอคำตอบจากเขาด้วยใจที่เต้นรัวๆ ด้วยความตื่นเต้นก็ตาม แต่อีกใจก็รู้สึกแย่กับความรู้สึกหวิวไหวที่มากเกินไป และง่ายเกินไป

“น่าสนใจ คือคำจำกัดความแรกที่พี่มีต่อหนู” ในเมื่อเจ้าตัวเรียกตัวเองว่าหนู เขาเองก็รีบปรับทันที แต่ฟังแล้วเหมือนโคแก่กินหญ้าอ่อนชอบกล

“สนใจตรงที่แอบมาจัดห้องให้พี่บ่อยๆ กว่าพี่จะรู้ว่าห้องมีอะไรเปลี่ยน นิติข้างล่างก็โทรมาบอกหลังจากเราทำความสะอาดห้องไปได้เกือบเดือนละมั้ง” หญิงสาวที่นั่งฟังถึงอ้าปากค้างเลยทีเดียว ทำให้เขาต้องใช้มือดัดคางเธอให้หุบปาก

“นานไปมั้ยคะ ตั้งเดือน ขนาดฝากบอกตั้งแต่วันแรกแล้วนะคะนั่น แล้ววันต่อๆ มาก็ถามตลอดว่าเจ้าของห้องว่าอะไรมั้ย ก็ไม่เห็นนิติจะสนใจได้แต่บอกว่าไม่เป็นไรๆ”

แวววรรณว่าอย่างไม่พอใจกับนิติที่ควรจะทำหน้าที่ตัวเองให้ดีกว่านี้

“เรื่องนั้นช่างเหอะ แต่เรื่องที่เราจัดห้องให้พี่นะ ทำให้พี่สนใจจริงๆ ว่าสาวแม่บ้านคนนี้เป็นคนยังไง พอมาเจอตัวจริง นิสัยตั้งใจในทุกอย่างก็ยิ่งทำให้พี่ประทับใจมากขึ้นๆ จนมาวันนี้เราก็ผูกพันไปอีกขั้น...แล้ว”

หญิงสาวหน้าแดงก่ำกับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่เพิ่งจบไปไม่นาน เธอเบือนหน้าหนี แล้วพูดอ้อมแอ้มว่า

“ไม่เร็วไปเหรอคะ”

“ก็แนบแน่นไปแล้วนี่นา”

ชายหนุ่มสวนกลับอย่างไวให้หญิงสาวยังคงหน้าแดง แต่ก็ค้อนชายหนุ่มเล็กน้อย ให้เขาหัวเราะแผ่วเบา

“ชอบไปแล้วถึงอยากยุ่งด้วยไงละ” ไม่พูดเปล่ายังโอบไหล่บางให้มาพักพิงที่อกของเขา ก่อนจะก้มลงไปจูบที่ศีรษะเบาๆ แต่หลายทีอย่างหลงใหล “เพราะชอบถึงได้ทำ” เขาพึมพำ

“แต่ยังไงก็เร็วไปนะคะ ยังไม่ทันจะ... เป็นแฟนกันเลย ก็... ถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้”

“พี่ใจร้อน” อัครวินท์หัวเราะเบาๆ “เอาเป็นว่า เราเป็นแฟนกันแล้วนะ”

แวววรรณลังเลเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า “ค่ะ”

“งั้นต่อไปพี่ทำอะไรแบบเมื่อกี้อีก ก็ไม่ว่าพี่แล้วนะ” หญิงสาวเหล่อย่างไม่ไว้ใจ ให้ชายหนุ่มยิ้มพราว “พี่จะทำแค่นั้น ไม่มากกว่านี้แน่นอน”

“แค่นั้นก็เยอะเกินนะคะ สำหรับคนเป็นแฟน”

“ใครว่าละ น้อยไปด้วยซ้ำนะ เป็นคู่อื่นเขาไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว แต่นี่พี่เห็นเรายังอ่อนด้อยเกิน พี่เลยต้องค่อยๆ ป้อนให้เรียนรู้กันไป”

แวววรรณหน้าแดงจนไม่รู้จะแดงยังไงแล้วกับคำพูดตรงไปตรงมาแบบนี้

“รู้ได้ยังไงว่าอ่อนด้อย” แต่ก็อดจะเถียงกลับอย่างพาลๆ ไม่ได้

อัครวินท์หรี่ตาทันทีที่ได้ยิน ก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อคิดอะไรได้

“เอ พี่ดูผิดไปเหรอ แต่ปฏิกิริยาโต้ตอบบอกได้เลยนะว่าอ่อนด้อยไร้ประสบการณ์”

“ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย หมายถึงว่า ก่อนจะ...เห็นปฏิกิริยานะ รู้ได้ยังไงต่างหากละคะ” เธอฝืนพูดด้วยใบหน้าอันแดงก่ำ

“จริงๆ พี่ก็ดูผิดอยู่นะ เพราะเรานะชอบยั่วพี่”

“ชอบยั่ว” หญิงสาวเอ่ยเป็นคำถามจนเสียงนั้นสูงแหลมทีเดียวเชียว

“ใช่ ตอนคุยๆ กันก็มามุดโซฟาให้ดูก้น อย่างวันนี้เข้ามาในห้องก็เจอก้นเด้งไปเด้งมา ตบะจะแตกตั้งหลายรอบแล้ว”

“ไม่ได้ทำสักหน่อย”

“อย่าเลย เรานะชอบยั่วชัดๆ”

“เปล่านะ”

“อย่าเถียงๆ” คราวนี้หญิงสาวโมโห เลยโถมตัวมาหวังให้เขาหยุดปากเสียที

“ไม่ได้เถียงนะ หยุดพูดๆ เลย”

ชายหนุ่มหัวเราะอย่างชอบใจที่หญิงสาวมาทุบตีเขา แต่เจ้าตัวก็มือหนักใช่เล่น สงสัยจะทำงานบ้านเยอะ ร่างกายเลยแข็งแกร่งเอาการ “เอาละๆ เลิกล้อละๆ อย่าทุบตีพี่เลย พี่เจ็บนะ เรามือหนักใช่ย่อย”

“หึ”

“วันนี้วันศุกร์ พรุ่งนี้วันเสาร์... เรามีโปรแกรมจะทำอะไรมั้ยพรุ่งนี้นะ ไปเดตกันมั้ย”

แวววรรณตาวาวเมื่อได้ยิน เพราะเขายอมรับเธอเป็นแฟนจริงๆ ไม่ใช่แค่หวังร่างกายอย่างเดียว เพราะอย่างน้อย เขาก็คิดถึงเรื่องไปเที่ยวบ้างอะไรบ้าง ไม่ใช่หมกมุ่นอยู่กับราคะอย่างเดียว

แต่ใครจะไปรู้อนาคตเท่ากับคนที่เอ่ยปากชวนกันละ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED