ฉู่ชิงหวงมีอมยิ้มอยู่ในปาก ขณะที่มือก็แกะกล่องเครื่องมือออกอย่างชำนาญ “คราวนี้เป็นคนใหญ่คนโตซะด้วย ไม่รู้จะผ่ายังไงดี”
“ชิงหวง เธอเป็นแพทย์นิติเวชนะ ตอนชันสูตรศพช่วยวางมาดเคร่งขรึมหน่อยจะได้ไหม แล้วก็ช่วยหยุดกินก่อนได้หรือเปล่า?” เสี่ยวตงที่เป็นเพื่อนร่วมงานมองใบหน้าเปื้อนยิ้มของฉู่ชิงหวงแล้วถามขึ้นอย่างปวดเศียรเวียนเกล้า
เป็นผู้หญิงยิงเรือ ทั้งยังหน้าตาสะสวย อายุก็ตั้ง 28 แล้ว แต่กลับยังไม่มีแฟน มีคนตั้งไม่รู้เท่าไรมาตามจีบเธอเพราะใบหน้าสะสวยนั้น แต่กลับถูกความนิยมชมชอบที่มีต่อการผ่าศพจนพิลึกพิลั่นของเธอขู่จนเสียขวัญ หนีกระเกิดกระเจิงไปหมดแล้ว!
“รุ่นพี่ น้ำตาลช่วยให้สมองแล่นนะ มีประโยชน์กับงาน พี่เอาหน่อยไหม?” ฉู่ชิงหวงล้วงเอาอมยิ้มในกระเป๋าตัวเองยื่นให้กัวเสี่ยวตง
กัวเสี่ยวตงทำหน้าถมึงทึง “ไม่เอา การชันสูตรครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งที่ผ่าน ๆ มา จะสะเพร่าไม่ได้ ผู้ตายเป็นถึงนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ได้ยินว่าเกี่ยวพันกับความลับสุดยอด น่าจะถูกฆ่าปิดปาก หัวหน้าก็ไม่รู้คิดยังไง ถึงสั่งให้เราสองคนมาชันสูตร ทั้งที่รู้อยู่ว่าไม่ใช่งานที่ดีเด่อะไร...”
“อย่าเสียงดังสิ!” ฉู่ชิงหวงเอ่ยขัดกัวเสี่ยวตง ก่อนจะใช้มือช่องท้องของผู้ตายออก ไม่นึกว่าในนั้นจะมีกุญแจอยู่ดอกหนึ่งจริง ๆ ด้วย “กุญแจ”
“กุญแจอะไร?” กัวเสี่ยวตงยื่นหน้าเข้าไปถามด้วยความใคร่รู้
ฉู่ชิงหวงเอากุญแจออกมาล้างให้สะอาด แล้วเพ่งดูให้ชัด ๆ “เป็นกุญแจตู้เซฟธนาคาร ก่อนตายเขาน่าจะถูกโจมตี ก็เลยกลืนกุญแจลงท้อง”
“ได้ยินว่าตอนที่เขาตาย ที่บ้านเขาถูกรื้อค้นจนเละไปหมด หรือว่าสิ่งที่ฆาตกรต้องการก็คือกุญแจดอกนี้?” กัวเสี่ยวตงถามด้วยความสงสัย
ฉู่ชิงหวงกัดฟัน “พี่ไปแจ้งให้หัวหน้าทราบก่อน แต่ต้องแอบบอกนะ อย่าให้ใครรู้”
“ได้” กัวเสี่ยวตงรีบหันหลังเดินออกไปทันที ฉู่ชิงหวงหยิบกุญแจมาเก็บเอาไว้ ก่อนจะทำงานชันสูตรของตัวเองต่อ ราวกับเมื่อครู่ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ขณะที่ฉู่ชิงหวงกำลังจะเตรียมเย็บแผลให้ศพนั้นเอง ปืนเย็นเยียบกระบอกหนึ่งก็จ่อเข้าที่ศีรษะของฉู่ชิงหวง
“ส่งของมาให้ฉัน”
ฉู่ชิงหวงส่งเสียงจุปาก “ดูเหมือนว่าเรื่องคราวนี้ก็มีเอี่ยวกับพี่ด้วยสินะ รุ่นพี่”
“ชิงหวง ฉันไม่อยากฆ่าเธอหรอกนะ ส่งกุญแจมาให้ฉัน” มือที่ถือปืนอยู่ของกัวเสี่ยวตงกำลังสั่น “มันสำคัญกับพวกเรามาก ขอแค่เธอส่งกุญแจนั้นมาให้ฉัน แล้วฉันจะทำเหมือนว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น...”
กัวเสี่ยวตงยังพูดไม่ทันจบ ฉู่ชิงหวงก็รีบฉวยโอกาสใช้มีดผ่าตัดในมือฟันเข้าที่ข้อมือเขาเสียก่อน ปืนในมือจึงร่วงลง แต่ยังไม่ทันที่เสียงผรุสวาทจะได้หลุดออกจากปากฉู่ชิงหวง เธอก็พลันรู้สึกเจ็บที่หน้าอกขึ้นมาทันที เลือดสด ๆ ไหลทะลักออกมาย้อมเสื้อกาวน์สีขาวของเธอ
“ไหนสัญญาว่าจะไม่ฆ่าเธอไง!” กัวเสี่ยวตงตะคอกใส่เพื่อนร่วมขบวนการที่ยืนอยู่หน้าประตู เขาเอื้อมมือไปรับร่างที่ทรุดลงมาของฉู่ชิงหวงเอาไว้ ทว่าเธอกลับรู้สึกได้เพียงว่าร่างกายเธอกำลังหนาวเหน็บ กระสุนนัดนี้ตรงเข้าตัดขั้วหัวใจเธอพอดี เธอไม่มีทางรอดแน่ ฉู่ชิงหวงหลับตาลง และไม่ได้ยินสิ่งที่กัวเสี่ยวตงพูดอีก...
...
พอฉู่ชิงหวงลืมตาขึ้นอีกครั้ง สิ่งแรกที่ปรากฏสู่สายตาเธอก็คือดาบเงาวับ กับเพชฌฆาตที่ดูโหดร้ายดุดัน นี่มันฉากประหารในสมัยโบราณชัด ๆ ฉู่ชิงหวงเริ่มลนลาน ทว่าพอเริ่มดิ้นรนก็พลันรู้สึกเจ็บที่ลำคอขึ้นมาทันที ขณะที่ศีรษะก็ปวดจนแทบระเบิด ความทรงจำมากมายนับไม่ถ้วนพลันโถมทะลักเข้ามาในสมองเธอ จนทำให้เธอแทบหมดสติไป
ส่วนอีกด้านหนึ่งก็คือน้องสาวที่มาส่งเธอในวาระสุดท้ายด้วยน้ำตานองหน้า “ท่านพี่ ท่านช่างอาภัพนัก...”
ฉู่ชิงหวงหวนคิดให้ละเอียดแล้วถึงได้เข้าใจสถานการณ์ของตัวเอง เธอได้เปลี่ยนจากฉู่ชิงหวงที่เป็นแพทย์นิติเวช เป็นธิดาของภรรยาเอกแห่งสกุลฉู่ ราชวงศ์จ้าวหมิง ที่ต้องมารับเคราะห์หลังจากไปทำคลอดให้อนุภรรยาของแม่ทัพใหญ่ โดยนางถูกใส่ร้ายว่าทำให้ลูกชายที่ยังไม่ทันได้ลืมตาดูโลกของท่านแม่ทัพใหญ่ต้องตาย!
ส่วนน้องสาวของนางที่ร้องไห้ราวดอกสาลี่ต้องหยาดฝนตรงหน้านี้ ก็คือผู้สมรู้ร่วมคิด!
ท่านแม่ทัพใหญ่เดือดดาลจนถึงขีดสุด เพื่อระงับโทสะของท่านแม่ทัพใหญ่เจี่ยงซางหวู่ ฝ่าบาทจึงมีรับสั่งสั่งประหารนางเสีย ส่วนสกุลฉู่นั้นก็เกรงว่าไม่ใยดีนางไปตั้งนานแล้ว ที่ให้น้องสาวผู้นี้ของนางมาส่งนางไปปรโลก ก็เพียงเพราะอยากจะเห็นนางถูกบั่นศีรษะร่วงลงกับพื้นดินเองกับตาก็เท่านั้น!
“ยามอู่แล้ว ประหาร!” บนลานประหาร ท่านอ๋องเก้าผู้รับหน้าที่เป็นผู้คุมการประหารออกคำสั่งแล้ว เพชฌฆาตจึงชูดาบขึ้น และชั่วขณะที่ความตายอยู่ตรงหน้านั้นเอง ฉู่ชิงหวงก็ร้องตะโกนลั่น
“ข้าถูกปรักปรำ... ท่านอ๋อง อนุของแม่ทัพเจี่ยงไม่ได้ตั้งครรภ์สักหน่อย ข้าถูกปรักปรำ!”
ท่านอ๋องเก้าสวมเสื้อคลุมตัวยาวสีนิลกาฬเหลื่อมมังกร เรือนผมสีดำสนิทดั่งน้ำหมึกนั้นรวบเกล้าไว้ด้วยมาลาหยก ช่วยขับให้เจ้าตัวช่างดูสง่างามเหนือคนทั่วไป กอปรกับหน้าตาคมคายดุจคมดาบ กับนัยน์ตาดำสนิทและเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง ต่อให้เป็นท่านอ๋องที่ไร้ประโยชน์ แต่ก็ยังเป็นท่านอ๋องที่แฝงความดุร้ายไม่ต่างจากคมดาบในฝัก
เห็นเพียงว่าจวินโม่เฉินมอบรอยยิ้มตรึงใจให้กับสตรีบนลานประหารผู้นี้
เมื่อครู่นางคิดจะร้องขอความตายชัด ๆ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดพอดาบมาจ่อคอแล้ว จู่ ๆ นางถึงตะโกนว่าตนถูกปรักปรำไปเสียได้
“ฉู่ชิงหวง ฝ่าบาททรงมีพระราชโองการลงมาแล้ว มิอาจขัดพระบัญชา เจ้าบอกว่าเจ้าถูกปรักปรำ... เช่นนั้นมีใครเป็นพยานให้เจ้าได้หรือไม่?”
“แต่ข้ามีหลักฐาน! ท่านอ๋อง ข้ามีหลักฐาน!”
ฉู่ชิงหวงหันไปมองท่านอ๋องเก้าด้วยสายตาแทบจะเรียกได้ว่าวิงวอนขอร้อง “ท่านอ๋อง ข้าฉู่ชิงหวงยินดีเอาชีวิตคนทั้งตระกูลเป็นประกัน ว่าอนุของแม่ทัพเจี่ยงโป้ปดมดเท็จ แสร้งตั้งครรภ์ นางกลัวว่าข้าจะเปิดโปงความจริงก็เลยโยนความผิดให้ข้า ขอท่านอ๋องได้โปรดให้โอกาสฉู่ชิงหวงสักครั้ง ให้ข้าได้พบแม่ทัพเจี่ยงเพื่อล้างมลทินให้กับตัวเอง หากชิงหวงไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าตัวเองบริสุทธิ์ ชิงหวงน้อมรับโทษประหารเก้าชั่วโคตร”
สตรีนางนี้ คิดจะดึงคนในตระกูลตัวเองลงเหวไปด้วยให้ได้ เขาเคยได้ยินมานานแล้วว่าสกุลฉู่ตัดหางปล่อยวัดนางไปตั้งนานแล้ว คิดไม่ถึงว่านางจะมีนิสัยทำสิ่งใดแล้วก็ต้องทำให้ถึงที่สุดเช่นนี้ ช่างเด็ดขาดยิ่งนัก! ผู้อื่นเกรงว่าจะทำให้คนในตระกูลเดือดร้อนไปด้วย แต่นางกลับคิดจะให้ฝังคนทั้งตระกูลไปด้วยกันกับนาง นิสัยเฉกเช่นนี้นับว่าน่าสนใจอยู่ไม่น้อย
ยามนี้ดาบเพชฌฆาตจ่ออยู่ที่ลำคอของนางแล้ว
ชาวบ้านต่างพากันรอชมฉู่ชิงหวงถูกประหารอยู่ด้านนอกลาน เพื่อเป็นการปลอบโยนท่านแม่ทัพที่พวกเขารักและเทิดทูน
ส่วนด้านข้างนั้นเป็นน้องสาวของฉู่ชิงหวง ที่รอให้ดาบของเพชฌฆาตฟันลงมา นางจะได้เข้ามาแทนที่ฉู่ชิงหวง!
ใช่แล้ว ทุกคนกำลังรอดูนางตาย!
แม้แต่ท่านอ๋องก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงเรื่องทุกอย่างนี้ไม่ได้!
ทว่าชั่วขณะที่ฉู่ชิงหวงกำลังสิ้นหวังนั้นเอง ท่านอ๋องเก้าก็พลันเอ่ยปากรับคำขึ้น “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าก็จะให้โอกาสนี้กับเจ้า...”
“ท่านอ๋องเก้า... ฝ่าบาทมีพระราชโองการ...” ขุนนางที่ติดตามมาเอ่ยเตือนจวินโม่เฉิน
จวินโม่เฉินยกมือขึ้นปรามไม่ให้อีกฝ่ายพูดต่อ “ทางด้านฝ่าบาท ข้าจะอธิบายกับพระองค์เอง... ข้าอยากจะดูซิว่า หากฉู่ชิงหวงผู้นั้นงัดหลักฐานออกมาไม่ได้ นางจะยอมให้คนทั้งตระกูลถูกฝังไปพร้อมกับนางหรือไม่”
ฉู่ชิงหวงมองจวินโม่เฉินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง “ขอบพระทัยท่านอ๋องเพคะ!”
ทว่าจวินโม่เฉินกลับค้าน “หากเจ้าไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าเจ้าเป็นผู้บริสุทธิ์ เจ้าต้องตายสถานเดียว!”
...
แม้ฉู่ชิงหวงจะมีความหวังขึ้นมาอีกเล็กน้อย แต่ยามนี้ชีวิตนางก็ยังแขวนอยู่บนเส้นด้าย เพียงแต่น้องสาวที่อยู่ข้าง ๆ ของนางกลับอดกล่าวโทษนางขึ้นมาไม่ได้ “ท่านพี่ เหตุใดท่านต้องเอาชีวิตของพวกเราทั้งตระกูลมาเดิมพันด้วย?”
“น้องหญิง เจ้าไม่เชื่อว่าพี่บริสุทธิ์งั้นหรือ?” ฉู่ชิงหวงมองฉู่ชิงเยว่โดยน้ำตาคลอเบ้า ราวกับว่านัยน์ตานั้นกำลังเปล่งประกายระยับ ฉู่ชิงเยว่กัดฟันพยักหน้า
“น้องย่อมต้องเชื่อว่าท่านพี่ไม่ได้เจตนาทำร้ายลูกท่านแม่ทัพจนถึงแก่ความตายแน่...” ฉู่ชิงเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “แต่โทษประหารเก้าชั่วโคตรนี้ ท่านพี่ช่างใจดำอำมหิตทำได้ลงคอนัก!”
“มีอันใดให้ทำไม่ลงกันเล่า?” ฉู่ชิงหวงถามฉู่ชิงเยว่กลับเสียงแผ่ว
“เจ้า...”
ฉู่ชิงหวงไม่อยากเสียเวลาอยู่ที่นี่ นางขยับเข้าไปใกล้น้องสาวแล้วเอ่ยขึ้นเบา ๆ “ในเมื่อข้าบอกว่ามีหลักฐาน ข้าก็ย่อมเอามันออกมาได้ น้องหญิงต่างหาก เจ้าต้องระวังตัวแล้ว... หากข้าพิสูจน์ได้ว่าตัวเองบริสุทธิ์ ก็หมายความว่าเจ้าต้องขึ้นมาอยู่บนแท่นประหารนี้แทนข้าแล้วไม่ใช่หรือ?”
ฉู่ชิงเยว่หน้าถอดสี แต่นางก็ยังเชื่อมั่นว่าไม่มีใครเอาหลักฐานออกมาได้ โดยเฉพาะฉู่ชิงหวงยิ่งเป็นไปไม่ได้!
“ท่านพี่ ท่านหยุดวางมาดข่มคนเสียที...” แม้ฉู่ชิงหวงจะฝีมือการแพทย์สูงส่ง แต่นางอับจนหนทาง อีกทั้งยังไร้เส้นสายด้วย คิดจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองงั้นหรือ? ช่างฝันกลางวันเสียจริง! ยิ่งไปกว่านั้น คนที่นางล่วงเกินในตอนนี้คือแม่ทัพใหญ่ นางเองก็ถูกปลดออกจากตำแหน่งหมอหลวงแล้ว นางจะยังเหลือทางใดให้พลิกกระดานได้อีกกัน!
ฉู่ชิงหวงคร้านจะต่อปากต่อคำกับนางอีก จึงหันไปคารวะจวินโม่เฉิน “เชิญท่านอ๋องเสด็จตามหม่อมฉันไปที่จวนท่านแม่ทัพด้วยเพคะ...”
ตอนที่ท่านอ๋องเก้าพาฉู่ชิงหวงไปที่จวนแม่ทัพใหญ่นั้น แม่ทัพใหญ่เจี่ยงซางหวู่ก็กำลังปลอบขวัญอนุภรรยาของตัวเองที่เพิ่งเสียลูกไป ส่วนยู่ฮูหยินผู้เป็นอนุถูกทำร้ายอย่างสาหัสก็อยู่ในอ้อมกอดเขาไม่ยอมผละจากไปไหน
แม้เจี่ยงซางหวู่จะเป็นคนหยาบ แต่เขาก็ยังรู้เป็นห่วงเป็นใยคนด้วย เรื่องเดียวที่เขาสุดแสนจะเสียใจก็คือ เขาแต่งงานมาสิบกว่าปีแต่ยังไม่มีลูกสักคน ลำบากแสนเข็ญกว่ายู่ฮูหยินจะตั้งครรภ์ขึ้นมาได้ แต่เขายังไม่ทันดีใจ ลูกก็ต้องมาถูกคนสังหารไปเสียแล้ว เช่นนี้แล้วจะไม่ให้เขาโกรธ ไม่ให้เขาแค้นได้อย่างไร!
“ท่านแม่ทัพขอรับ ท่านอ๋องเก้าเสด็จมาขอรับ”
“มาทำอะไร?” เจี่ยงซางหวู่ถามเสียงเข้ม หลังจากที่อ๋องเก้าจวินโม่เฉินกลับมาจากสนามรบเมื่อห้าปีก่อน เขาก็ถูกฝ่าบาทริบอำนาจทางการทหาร บัดนี้ถึงแม้เขาจะเป็นแค่ท่านอ๋องไร้ประโยชน์ที่ใช้ชีวิตไปวัน ๆ อยู่ในเมืองหลวง ทว่ากลับไม่มีใครกล้าดูหมิ่นเขา
“ท่านอ๋องเก้าพาฉู่ชิงหวงมาด้วยขอรับ”
“ฉู่ชิงหวง!” ยู๋ฮูหยินได้ยินเข้าก็กรีดร้อง “ท่านแม่ทัพเจ้าคะ นางสารเลวนั่นวางแผนทำร้ายลูกเราจนตาย ท่านจะปล่อยมันไปไม่ได้เด็ดขาดนะเจ้าคะ! ท่านต้องฆ่ามันมาเซ่นไหว้วิญญาณลูกของเราที่อยู่บนสวรรค์นะเจ้าคะ!”
“ยู่เอ๋อร์ เจ้าใจเย็น ๆ ก่อน ใจเย็น ๆ ข้าไม่มีทางปล่อยนางไปแน่ เจ้าวางใจเถิด ข้าจะไปจัดการนางเดี๋ยวนี้!” เจี่ยงซางหวู่ประคองอนุภรรยาสุดที่รักให้นอนลง ก่อนจะหันหลังก้าวยาว ๆ ออกไปด้านนอกด้วยท่าทางดุดัน
จวินโม่เฉินพาฉู่ชิงหวงไปรออยู่ที่ห้องโถวงใหญ่ ทันทีที่เจี่ยงซางหวู่เดินเข้ามาก็ถลึงตามองฉู่ชิงหวงด้วยความเคียดแค้น “นี่มันเรื่องอะไรกัน ท่านอ๋องเก้า ฉู่ชิงหวงมิใช่สมควรจะต้องถูกตัดหัวไปแล้วหรือ?”
“แม่ทัพเจี่ยงโปรดระงับโทสะด้วย ฉู่ชิงหวงบอกว่าตัวเองถูกปรักปรำ ข้าผู้เป็นอ๋องเห็นแล้วเกิดสงสารเห็นใจ จึงให้โอกาสนางได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ ข้าคิดว่าท่านแม่ทัพเองก็คงไม่อยากถูกปิดหูปิดตาไม่ให้รู้ความจริงกระมัง” อ๋องเก้าหมุนแหวนหยกบนนิ้วมือเล่น พลางตอบอย่างรัดกุมไม่เหลือช่องโหว่ให้อีกฝ่ายโต้แย้งได้อีก
“ฉู่ชิงหวงคารวะท่านแม่ทัพใหญ่เจ้าค่ะ” ฉู่ชิงหวงเดินนวยนาดเข้ามาคารวะ “ท่านแม่ทัพกรำศึกอยู่ในแดนทะเลทราย สร้างผลงานการศึกให้ราชสำนักจ้าวหมิงเราอย่างองอาจเกรียงไกร นับเป็นนายทัพที่เก่งกล้าและปราดเปรื่องยิ่งนัก”
“เจ้าไม่ต้องมาสรรเสริญเยินยอข้า เจ้าฆ่าลูกข้า อย่าคิดว่าเจ้ามาพูดดีไม่กี่คำแล้วข้าก็จะปล่อยเจ้าไปนะ!” เจี่ยงซางหวู่พูดเสียงดังราวกับเสียงอัสนีบาต เสียงเขาดังลั่นเสียจนชวนให้คนปวดแก้วหู
“ชิงหวงมิกล้าเจ้าค่ะ ชิงหวงเคารพท่านแม่ทัพมาโดยตลอด เพราะมีท่านแม่ทัพกับเหล่าทหารกล้าทั้งหลายคอยสละเลือดเนื้อที่สมรภูมิรบ พวกเราถึงได้ใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุข ดังนั้นเมื่อได้ยินว่ายู่ฮูหยินคลอดยาก ข้าน้อยในฐานะที่เป็นหมอหลวงหญิงเพียงคนเดียวในสำนักหมอหลวง จึงไม่รอช้ารีบมาที่จวนท่านแม่ทัพทันที” ฉู่ชิงหวงพูดถึงตรงนี้ก็หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง “แต่เพราะปัญหาของยู่ฮูหยิน ข้าน้อยเองก็ตกใจอยู่ไม่น้อย ทว่าข้าน้อยยังไม่ทันได้รายงานความจริงกับท่านแม่ทัพก็ถูกคนตีจนสลบไปเสียก่อน”
“เจ้าฆ่าตัวตายหนีความผิดเองชัด ๆ !” ยู่ฮูหยินเดินเข้ามาโดยมีคนคอยช่วยพยุง เดิมทีนางนึกว่าฉู่ชิงหวงตายไปแล้วเสียอีก นึกไม่ถึงว่านางจะยังไม่ตาย ทั้งยังกลับมาที่จวนแม่ทัพอีก “ท่านแม่ทัพเจ้าคะ ท่านต้องทวงความยุติธรรมให้ข้ากับลูกที่น่าสงสารของเรานะ เขาเป็นลูกคนแรกของท่านนะเจ้าคะ”
“ไม่ต้องร้อง ไ่ม่ต้องร้อง” เจี่ยงซางหวู่เห็นอนุภรรยาแสนรักของตนร่ำไห้ราวกับดอกสาลี่งามต้องหยาดฝนก็ปวดใจนัก “ฉู่ชิงหวง เจ้ายังกล้าเล่นลิ้นอีกหรือ เจ้าทำให้ลูกข้าต้องตาย...”
“ท่านแม่ทัพ!” ฉู่ชิงหวงเอ่ยขัดเจี่ยงซางหวู่ขึ้น นางย้อนถามเขาอย่างมีชั้นเชิง “ยู่ฮูหยินของท่านไม่เคยตั้งครรภ์มาก่อน ชิงหวงจะทำให้ลูกของนางตายได้อย่างไร?
ทุกคนในที่นั้นได้ฟังคำพูดของฉู่ชิงหวงแล้วก็ตกตะลึงไปตาม ๆ กัน โดยเฉพาะยู่ฮูหยินที่ถึงกับหน้าถอดสี “ฉู่ชิงหวง เจ้ามันนังงูพิษ เจ้าฆ่าลูกข้าแล้วยังกล้ามาใส่ร้ายข้าว่าไม่เคยตั้งท้อง เจ้าจะบอกว่าที่ข้าอุ้มท้องมาเป็นสิบเดือนเป็นเรื่องโกหกอย่างนั้นหรือ?”
“ฉู่ชิงหวง หากเจ้ายังพูดจาเหลวไหลที่นี่อีก...”
“ข้ามีหลักฐาน!” ฉู่ชิงหวงกล่าวอย่างเยือกเย็น “ท่านแม่ทัพ ท่านเป็นคนปราดเปรื่อง เป็นผู้กล้ามีปัญญา ใจคอกว้างขวาง ท่านคงไม่ยอมให้มีชีวิตบริสุทธิ์หนึ่งชีวิตต้องถูกสังหารไปอย่างคลุมเครือเช่นนี้กระมัง?”
เจี่ยงซางหวู่มองนัยน์ตาใสเป็นประกายของฉู่ชิงหวงแล้วขมวดคิ้วจาง ๆ
“ท่านแม่ทัพ ท่านอย่าเชื่อนางนะเจ้าคะ ข้าอุ้มท้องมาตั้งสิบเดือน ท่านเองก็รู้อยู่แก่ใจมิใช่หรือเจ้าคะ?” ยู่ฮูหยินเริ่มร้อนรน ยามนี้นางชักจะเสียใจแล้ว นางไม่น่าร่วมมือกับฉู่ชิงเยว่วางแผนให้ใส่ร้ายฉู่ชิงหวงเลยจริง ๆ เดิมทีนางแค่คิดว่าอยากหาเด็กสักคนมาเป็นลูกของตัวเอง เพียงเท่านี้นางก็จะได้เสวยสุขบนทรัพย์สมบัติของลูกแล้ว อีกทั้งนางก็จะได้เป็นฮูหยินท่านแม่ทัพ แต่ฉู่ชิงเยว่บอกว่าอาศัยเด็กคนเดียวคงไม่อาจเป็นฮูหยินท่านแม่ทัพได้ อีกฝ่ายบอกว่าขอเพียงนางร่วมมือให้ร้ายฉู่ชิงหวง ก็จะช่วยให้นางได้ตำแหน่งฮูหยินท่านแม่ทัพ ทว่าตอนนี้นางชักจะเสียใจเสียแล้ว
“ท่านแม่ทัพ ชิงหวงเริ่มเรียนวิชาแพทย์กับท่านอารองตั้งแต่อายุหกขวบ จนบัดนี้ก็สิบปีแล้ว ภายหลังเป็นเพราะการแนะนำของพระนางซูเฟย ข้าถึงได้ผ่านบททดสอบยาก ๆ พวกนั้นจนกลายมาเป็นหมอหญิงเพียงคนเดียวในสำนักหมอหลวง ความสามารถของข้า ท่านแม่ทัพเองก็น่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจ มิเช่นนั้นคงไม่เชิญข้ามาที่จวนท่านกระมัง หลังจากที่ตรวจอาการให้ยู่ฮูหยินแล้ว ข้าถึงได้พบว่านางใช้สูตรยาลับเฉพาะที่ช่วยให้มีอาการเหมือนคนตั้งท้อง แต่หลังจากใช้ยาแก้อาการนั้นแล้วก็จะกลับมาเป็นปกติดังเดิม” ฉู่ชิงหวงสำลัก “แต่ข้ายังไม่ทันได้รายงานท่านแม่ทัพ ก็ถูกคนตีจนสลบไปก่อน จากนั้นก็ถูกคุมตัวไปลานประหาร ข้อหาลอบสังหารทายาทของท่านแม่ทัพ”
“เจ้าพูดเหลวไหล ข้าเปล่า ข้าไม่ได้ทำนะ!” ยู่ฮูหยินจับมือเจี่ยงซางหวู่ไว้ “ท่านแม่ทัพ ท่านต้องเชื่อข้านะเจ้าคะ ข้าไม่ได้ทำ”
“ท่านแม่ทัพ นับแต่โบราณมา ชาวบ้านล้วนใช้วิธีหยดเลือดพิสูจน์เพื่อยืนยันตัวตนที่แท้จริง” ฉู่ชิงหวงไม่รีบร้อน นางเอ่ยขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ “คิดว่าพวกท่านคงยังไม่ได้จัดการศพทารกน้อยกระมัง?”
“ยัง” เมื่อคิดถึงศพทารกที่ยามนี้นอนอยู่ในโลงแล้ว เจี่ยงซางหวู่ก็ปวดใจนัก เขาอายุสามสิบกว่าแล้วแต่เพิ่งจะมีลูกแค่คนเดียว ซ้ำยามนี้กลับต้องมาจากไปเช่นนี้ จะไม่ให้เขาเศร้าใจได้หรือ?
“แต่ตอนนี้ทารกตายไปแล้ว เลือดก็แข็งตัวหมดแล้ว คงไม่อาจใช้วิธีหยดเลือดพิสูจน์เพื่อยืนยันว่าเป็นสายเลือดเดียวกันได้” ฉู่ชิงหวงว่าพลางเหลือบไปมองยู่ฮูหยิน
ยู่ฮูหยินได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก จริงสิ เด็กก็ตายไปแล้ว จะพิสูจน์อย่างไรได้อีก?
“แต่... มีน้อยคนนักจะรู้ว่ายังสามารถใช้กระดูกพิสูจน์ความเป็นสายเลือดเดียวกันได้ด้วย!”
ยู่ฮูหยินพลันสีหน้าย่ำแย่ลงกว่าเดิม ไม่ได้ นางจะให้ฉู่ชิงหวงทำเช่นนี้ต่อไปไม่ได้เด็ดขาด
“หากท่านแม่ทัพอยากรู้ความจริง ก็ให้คนเอากระดูกสักท่อนของทารกมา เป็นลูกของท่านหรือไม่ แค่ทดสอบดูก็รู้แล้วเจ้าค่ะ”
“ฉู่ชิงหวง เจ้าฆ่าลูกชายข้ายังไม่พอ ยังจะทำให้ศพเขาไม่สมประกอบอีก เจ้ามันอำมหิตผิดมนุษย์มนาเกินไปแล้ว” ยู่ฮูหยินโผเข้าไปในอ้อมกอดเจี่ยงซางหวู่ “ท่านแม่ทัพ ลูกของเราตายอย่างอนาถเพียงนั้น ยามนี้ลูกตายไปแล้ว ท่านทนเห็นลูกอยู่อย่างไม่สงบได้หรือเจ้าคะ ยังต้องให้คนไปเลาะกระดูกลูกออกมาอีก เช่นนั้นลูกจะต้องเจ็บปวดสักแค่ไหนกันเจ้าคะ”
“ฉู่ชิงหวง เจ้ากลัวตายใช่หรือไม่ ถึงได้มาใส่ร้ายยู่ฮูหยินกับข้าเรื่องลูกของข้า เพื่อที่เจ้าเองจะหนีการลงทัณฑ์ใช่หรือไม่?” เจี่ยงซางหวู่ถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น กล่าวโดยสัตย์จริงแล้วเขาเองก็เคยสงสัยอยู่เช่นกัน เพราะภรรยาเอกที่แต่งงานกันมาหลายปีก็ไม่เคยตั้งท้อง กระทั่งอนุที่เรือนหลังคนอื่น ๆ ของเขาก็ไม่เคยตั้งท้องเลยสักคน เขาเกือบสงสัยในตัวเองแล้ว แต่พอได้ยินว่ายู่ฮูหยินตั้งท้องแล้วเขาก็ถึงได้โล่งใจ ดังนั้นเขาจึงให้ความสำคัญกับลูกคนนี้มากนัก
“หากชิงหวงไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าตัวเองบริสุทธิ์ ชิงหวงยินดีให้คนทั้งตระกูลถูกฝังไปตามลูกของท่านพร้อมกันเจ้าค่ะ!”