ตอน 1

ตอนที่ 1.

พิธีแต่งงานแบบเรียบง่ายระหว่างโจนาธานและมิเชลถูกจัดขึ้นที่บริเวณลานกว้างหน้าบ้านของผู้เฒ่าการ์ซูซึ่งเป็นตาของเจ้าบ่าว มีแขกมาร่วมงานมากมายทั้งคนบนเกาะล้อมรัก ญาติและเพื่อนฝูงของบ่าวสาว ญาติของเจ้าสาวพร้อมเพื่อนสนิทเดินทางมาร่วมงานด้วยเครื่องบินเจทส่วนตัวก่อนงานเริ่มสองวัน งานแต่งงานครั้งนี้ฝ่ายเจ้าบ่าวซึ่งเป็นเจ้าของเกาะล้อมรัก เกาะสวยติดอันดับสิบของเกาะที่เหมาะแก่การฮันนีมูนได้เตรียมการต้อนรับญาติและเพื่อนสนิทของเจ้าสาวเป็นอย่างดี โดยจัดที่พักเป็นวิลล่าส่วนตัวให้ครอบครัวกอนซาเลสและครอบครัวเมดิสันได้พักแยกต่างหากจากกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไป

ช่วงเช้าบรรยากาศก่อนพิธีแต่งงานดูชื่นมื่นทุกฝ่าย แต่คนเดียวในกลุ่มที่ยิ้มไม่ออกก็คือโดมินิก กอนซาเลส พี่ชายของเจ้าสาว เมื่อการเดินทางมาร่วมงานแต่งของน้องสาวครั้งนี้ มีคู่หมายที่มารดาขอร้องแกมบังคับให้เขาหมั้นหมายตามมาด้วย หลังจากเสร็จงานแต่งของมิเชล รายต่อไปที่ต้องถูกจับคลุมถุงชนคือตัวเขานั่นเอง ชายหนุ่มอยากหัวเราะขำตัวเองที่เป็นคนสมัยใหม่ แต่หนีไม่พ้นการถูกคลุมถุงชน แต่สถานการณ์แบบนี้เขาคงขำไม่ออก

ชายหนุ่มปรายตามองสาวน้อยวัย 19 ปี 9 เดือน นามว่านภัสรดา หรือน้องฟ้า คู่หมายที่มารดาจับคู่ให้โดยเขาไม่เต็มใจ เจ้าหล่อนอ่อนวัยกว่าเขานับ 15 ปี แทบจะเป็นลูกสาวของเขาได้ โดมินิกถอนหายใจแรงเมื่อนึกถึงอนาคตอันมืดมนของตัวเองขึ้นมา เขาอายุ 35 แล้วแต่ถูกจับแต่งงานกับเด็กอายุไม่ถึง 20 คนนี้ ท่าทางของน้องนางฟ้าคนสวยดูนุ่มนิ่มหัวอ่อน อาจจะแถมปัญญาอ่อนมาด้วย เมื่อเจ้าตัวยอมหมั้นหมายกับผู้ชายแก่กว่าเกินหนึ่งรอบอย่างเขาโดยไม่ได้รักใคร่กันมาก่อน

ตั้งแต่เจอกันตอนขึ้นเครื่อง เขากับเธอก็ไม่ได้พูดจากันสักคำ สาวน้อยไม่ยอมสบตาเขาแถมทำหน้าตาบ้องแบ๊วชวนขนลุก โดมินิกนึกภาพตัวเองเป็นเจ้าบ่าวและสาวน้อยจอมแบ๊วเป็นเจ้าสาวไม่ออก ไม่รู้มารดาคิดอะไรอยู่ถึงได้หาผู้หญิงแบบนี้มาให้เขา

“ตาโดมแกก็อายุมากแล้ว ไม่กี่ปีจะปาไปสี่สิบ รีบผลิตหลานมาให้แม่อุ้มสักคนสองคนเถอะ ดูอย่างตาเอริกกับตาโอลิเวอร์เพื่อนแกสิ มีลูกกันโตจนวิ่งได้แล้ว แกจะครองโสดไปจนแก่ตายไม่ยอมมีหลานให้แม่อุ้มหรือไง” มารดาสุดที่รักบ่นกรอกหูเขาทุกครั้งที่เห็นหน้า

“คุณแม่ครับ ชาตินี้ผมจะไม่ยุ่งกับผู้หญิงคนไหนอีก ผมไม่อยากกลายเป็นไอ้โง่ให้ผู้หญิงที่ไหนปั่นหัวอีกแล้ว แม่อยากอุ้มหลานก็รอลูกยายมิเชลเถอะครับ สเปิร์มของผมมันคงฝ่อไปหมดตั้งแต่เมื่อหกปีก่อน เลิกหวังอะไรกับผมเถอะครับ ”

เขาตอบท่านแบบนี้ทุกครั้ง โดมินิกเลิกสนใจผู้หญิงทุกคนบนโลกหลังจากถูกคนรักหักหลังอย่างเจ็บแสบเมื่อหกปีก่อน ผู้หญิงคนนั้นทำให้เขากลายเป็นคนโง่เง่า เธอหลอกลวงจนเขาแทบเสียผู้เสียคน และเกือบทำให้เขาหมดลมหายใจจากอุบัติเหตุที่เธอร่วมกับชู้รักเลสเบี้ยนตัดสายเบรกรถของเขาจนทำให้รถคว่ำบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะหนีหายไปพร้อมข้อมูลและแบบร่างรถบิ๊กไบค์คันพิเศษ ซึ่งเขาได้ทุ่มเทมันสมองออกแบบและคิดค้นระบบประหยัดน้ำมันออกมาอย่างยากเย็น และนำข้อมูลของเขาไปขายให้บริษัทคู่แข่ง โชคดีมีสองพี่น้องตระกูลเมดิสันมาช่วยเหลือไว้ ทำให้สามารถฟ้องร้องบริษัทที่รับซื้อข้อมูลของบริษัทเขาไป อีกฝ่ายยุติการสร้างและขอให้เขาถอนฟ้องพร้อมชดใช้ค่าเสียหายให้ หลังเหตุการณ์เลวร้ายโดมินิกซึ่งได้รับบาดเจ็บจนเกือบสูญเสียการมองเห็นได้ตั้งใจฟื้นฟูบริษัท จนสามารถกลับมายืนหยัดในแถวหน้าของวงการรถบิ๊กไบค์ได้สำเร็จ หกปีที่ผ่านมาโดมินิกไม่เคยคบหากับผู้หญิงคนไหนจริงจัง เขากลายเป็นคนเย็นชา ทำแต่งาน ไม่เคยให้ความสนใจผู้หญิงจนบิดามารดาเป็นห่วง ว่าลูกชายจะทำให้ตระกูลกอนซาเลสไร้ทายาทสืบทอดนำมาสู่การจับคู่ให้เขา โดมินิกไม่แยแสผู้หญิงที่มารดานำมาแนะนำให้จนอีกฝ่ายล่าถอยไปหมด รายล่าสุดถึงกับตั้งฉายาให้เขาว่าอสูรน้ำแข็ง ตามพฤติกรรมเฉยชาไร้หัวใจกับเพศตรงข้าม และกลายเป็นฉายาที่สาวๆ พากันขยาดจนไม่กล้าเข้าใกล้ ทว่ามารดาของเขาไม่เคยย่อท้อในการสรรหาว่าที่ลูกสะใภ้ แม้ว่าลูกชายจะไม่ให้ความร่วมมือเท่าไหร่ก็ตาม

“พี่โดมพิธีแต่งงานจะเริ่มขึ้นแล้วนะคะ มายืนทำอะไรตรงนี้ ขยับมารวมกลุ่มกับพวกเราสิคะ นู่นพี่เอริกกับพี่โอลิเวอร์เขายืนรออยู่ตรงโน้น”

ไอรีนน้องสาวแสนสวยของสองหนุ่มเมดิสัน เดินมาเรียกชายหนุ่มให้ไปรวมกลุ่มกับบรรดาครอบครัวของเขาและเธอ ที่พากันมาร่วมงานแต่งงานของมิเชล ไอรีนแต่งงานมีลูกชายหนึ่งคนแต่ยังสวยสะดุดตาไม่เปลี่ยนเหมือนตอนยังโสด น่าเสียดายที่ตอนนั้นโดมินิกไม่คิดจีบเธอ ปล่อยให้เธอหมั้นหมายกับฟิลลิปเพื่อนในกลุ่มอีกคน แต่ทั้งสองไม่ใช่เนื้อคู่กันสุดท้ายสามีตัวจริงของหญิงสาวก็เป็นคนที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน เขาลอบยิ้มเมื่อหันไปสบตาดุแกมหวงของสามีไอรีนที่ยืนรออยู่พร้อมลูกชาย อยากแกล้งกระตุกต่อมหึงอีกฝ่ายเล่น แต่ก็หยุดความคิดแผลงๆ นั้นไว้ เพราะมันไม่เกิดประโยชน์อะไร นอกจากสร้างความบาดหมางใจให้กัน

“ถ้าไม่ให้ไอรีนไปตาม แกคงยืนทำมิวสิคอยู่ตรงนั้นไม่มาสักทีสินะตาโดม”

มารดาจอมเฮี้ยบของเขาดุลูกชายทันทีที่เดินเข้าไปถึง ดุเสร็จก็ดึงแขนพามายืนข้างๆ ว่าที่คู่หมั้นสาวน้อยวัยใส

“มายืนตรงนี้เป็นเพื่อนน้องสิ อะไรกันตั้งแต่มาถึงหลบหน้าหลบตาน้อง ไม่ทำหน้าที่สุภาพบุรุษเลย อย่าให้แม่เห็นอีกนะว่าแกแอบหลบไปไหนอีก”

มารดาคาดโทษก่อนจะขยับไปรวมกลุ่มกับบิดามารดาของเจ้าบ่าว พากันพูดคุยถึงพิธีแต่งงานที่กำลังจะเริ่มขึ้นอย่างเบิกบานใจ ทิ้งลูกชายให้ยืนเป็นเสาหินอยู่กับสาวน้อยหน้าใส โดมินิกจำใจยอมยืนอยู่ตรงนั้น มองพิธีแต่งงานที่กำลังเริ่มขึ้นอย่างเซ็งจัด

พิธีแต่งงานเริ่มขึ้นโดยมีผู้เฒ่าการ์ซูตาของเจ้าบ่าวประกอบพิธีให้เหมือนคู่แต่งงานคู่อื่นๆ ในเกาะล้อมรัก เจ้าบ่าวเจ้าสาวใส่ชุดสีขาวยืนอยู่ในวงกลมของตน เมื่อทำการปฏิญาณกันด้วยเลือดแล้ว เจ้าบ่าวก็อุ้มเจ้าสาวมายืนในวงกลมตรงหน้าผู้ทำพิธี เพื่อรับขนมผูกรักมาป้อนให้เจ้าสาว และโอกาสนี้เจ้าบ่าวจอมหื่นไม่พลาดที่จะป้อนขนมผสมจูบให้เจ้าสาวจนตัวอ่อนระทวย เรียกเสียงโห่ฮาจากผู้ร่วมงานดังลั่นลานพิธี โดมินิกหัวเราะขำน้องสาวที่หน้าแดงก่ำอย่างเอ็นดู มิเชลถึงจะเป็นสาวมั่นใจสูง แต่ในนาทีนี้เธอก็ไม่ต่างจากสาวขี้อาย คนเป็นพี่ชายมองน้องสาวที่กำลังเป็นเจ้าสาวด้วยสายตาอาทร จนพิธีแต่งงานผ่านไปครู่หนึ่งเขาก็หันมามองสาวน้อยว่าที่คู่หมั้น คิ้วดกเข้มยกขึ้นสูงเมื่อไม่เห็นร่างเล็กๆ ของเธอยืนอยู่ตรงที่เดิม พอกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็เห็นร่างบางแอบเดินหลบออกจากงานไปตามทางเดินกลับที่พักจึงปลีกตัวเดินตามออกไป จนเดินมาทันที่หน้าวิลล่าของอีกฝ่าย เจ้าตัวคงเห็นว่าเขาเดินตามมาเลยหมุนตัวเดินไปยืนกอดอกที่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าวิลล่า แทนที่จะเข้าไปด้านในห้องพัก

“ชื่อฟ้าใช่ไหมเรา”

โดมินิกเดินไปยืนใกล้ๆ ก้มลงไปมองสาวน้อยไซส์มินิซึ่งตัวสูงแค่อก เขาทักทายเจ้าหล่อนตามมารยาท ไม่ให้รู้สึกว่าเขาหมางเมินเกินไป

ใบหน้าอ่อนใสใต้เงาแว่นอันโตเหมือนเด็กเนิร์สคงแก่เรียนเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาสีนิลของเธอเปล่งประกายวาวจ้าสดใสน่ามอง เธอจ้องหน้าว่าที่คู่หมั้นต่างวัยอยู่ครู่หนึ่ง

“ลุง ชื่อโดมใช่ไหมคะ หรือจะให้หนูเรียกว่าลุงโดมินิก” น้ำเสียงใสๆ เอ่ยตอบมาด้วยคำพูดที่ทำเอาคนได้ยิน ถึงกับนิ่งงันไปชั่วครู่

ตอน 2

ตอนที่ 2.

ลุง... ลุง... ลุง!!!

โดมินิกยืนเซ่ออ้าปากค้างกับสรรพนามเรียกขานจากสาวน้อยตรงหน้า เจ้าหล่อนเรียกเขาว่า ลุง !

“เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ!”

เขาถามซ้ำ หวังว่าตัวเองจะหูฝาดหรือหูอื้อจนฟังผิด และคำตอบของสาวน้อยทำให้คนมองโลกในแง่ดี แทบชักกระตุกน้ำลายฟูมปาก

“แก่ไม่พอ หูยังตึงอีกหรือคะ หนูเรียกว่าลุงค่ะ ไม่ได้เรียกพี่” เธอตอบหน้าตาย ดวงตากลมใสใต้แว่นจ้องหน้าเขาแป๋วยืนยันว่าตัวเองพูดอะไรออกไป

โดมินิกตาลุกวาบ เกิดมาไม่เคยมีใครเรียกเขาว่าลุงมาก่อน ชายหนุ่มรีบเถียงทันควัน

“ฉันไม่ได้แก่ แค่อายุมากกว่าเธอ แค่เอ่อ...”

“สิบห้าปี...”

เจ้าหล่อนพูดต่อประโยค ตอกย้ำความห่างวัยให้ชัดเจน พลางถอนหายใจแรงๆ

“เฮ้อ... แก่แล้วก็ยอมรับเถอะค่ะลุง อย่าพยายามแถเลย หนูว่าลุงน่าจะรู้ตัวนะว่าแก่ ”

“ยายตัวแสบ บังอาจเรียกฉันว่าลุงเหรอ!” โดมินิกคำรามในคอ

ใบหน้าหล่อเหลาของชายวัย 35 แดงก่ำราวกับถูกมือเปื้อนพริกลูบหน้าด้วยแรงโทสะ มันทั้งโมโหทั้งยอกอกแสลงใจกับคำเรียกขานนั้น

“ก็แก่แล้ว จะให้หนูเรียกว่าพี่หรือไงคะ”

ปากอิ่มสีแดงราวผลเชอร์รี่สุกเบะออกเล็กน้อย เหยียดสายตาเข้าใส่หนุ่มมากวัยกว่า ไม่เหลือคราบสาวน้อยแสนหวานนุ่มนิ่มก่อนหน้า หรือทุกสิ่งที่เห็นก่อนหน้าคือมายาลวง!

โดมินิกกำหมัดแน่น นี่มารดาของเขาโดนฝ่ายผู้หญิงย้อมแมวหลอกขายลูกสาวให้หรือไร เด็กคนนี้เหรอที่ท่านหมายตาอยากได้มาเป็นลูกสะใภ้

“เห็นฉันแก่ แล้วมาเสนอตัวอยากแต่งงานกับฉันทำไม” เขาย้อนถาม

ใบหน้ารูปไข่สวมแว่นตากลมโตสะบัดเมินหนี “ใครว่าเต็มใจล่ะ หนูโดนบังคับต่างหาก ลุงอย่าหลงตัวเองมากไปเลย ใครเขาจะอยากแต่งกับคนแก่อย่างลุง ชิ” เธอสะบัดเสียงใส่ แสบไปถึงขั้วหัวใจคนฟัง

นภัสรดาปรายตามองหน้าแดงก่ำของคู่หมายต่างวัย แล้วลอบยิ้มขำ ขี้โมโหไม่ใช่เล่น แบบนี้ต้องยั่วให้หัวปั่น ดวงตากลมสวยเปล่งประกายวาววับเมื่อหาเรื่องจี้จุดเจ็บคนตัวโตได้ถูกจุด เขามองเมินไม่สนใจเธอตั้งแต่เห็นหน้า ทำตัวเป็นผู้ชายเย็นชาสมฉายาอสูรน้ำแข็ง จากประวัติที่ได้รู้มา พบว่าสาวๆ ที่คุณมาเรียมารดาของชายหนุ่มนำมาแนะนำให้ลูกชาย ต่างถูกเขาปฏิเสธไม่ไว้หน้า โดมินิกไม่สนใจผู้หญิงคนไหนเลย ตั้งแต่อกหักรักคุดเมื่อหกปีก่อน หลังจากหายจากอาการบาดเจ็บ เขาก็ถูกนำตัวไปบำบัดและเลิกสนใจผู้หญิงมาตั้งแต่บัดนั้น

“คิดเหรอว่าฉันอยากแต่งกับเด็กอย่างเธอ” โดมินิกโต้กลับ เขาโกรธจนแทบอยากบีบคอคนตัวเล็กให้หักคามือ

นภัสรดาหันมามองคนพูด ซ่อนรอยยิ้มขบขันไว้ภายใต้ใบหน้าใสซื่อ

“ไม่อยากแต่งก็ดีแล้วนี่คะ หนูเองก็ไม่อยากแต่งกับคนแก่อย่างลุงหรอก แต่มันมีความจำเป็นต้องฝืนใจทำ ลุงต้องหมั้นกับหนูให้ครบสามเดือนก่อน แล้วค่อยถอนหมั้น” เธอมีข้อต่อรอง

“ทำไมฉันต้องทำแบบนั้นด้วย” เขาจ้องหน้าคนพูดเขม็ง ไม่เข้าใจว่าสาวน้อยมาต่อรองอะไรแบบนี้ ทั้งๆ ที่แสดงออกว่าไม่ต้องการแต่งงานกับเขา

“ก็แม่ของลุงเขายื่นข้อเสนอให้พ่อกับแม่หนูแบบนี้นี่ ถ้าไม่ยอมทำตามเขาจะไม่ช่วยเรื่องหนี้สินของบริษัทพ่อหนู” ใบหน้าอ่อนใสมีรอยหม่นเมื่อพูดถึงความจำเป็นของตัวเอง

“แต่งนิยายหลอกคนแก่ เอ๊ย หลอกผู้ใหญ่อย่างฉันหรือไง ใครจะเชื่อ” โดมินิกส่ายหน้า ไม่ยอมเชื่อสิ่งที่ได้ยิน

พล็อตนางเอกยอมแต่งงานกับพระเอกเพื่อตอบแทนบุญคุณที่ฝ่ายพ่อแม่พระเอกช่วยเหลือครอบครัว มันเป็นพล็อตคลาสสิกในนิยายน้ำเน่าที่มิเชลน้องสาวของเขาชอบอ่าน ไม่นึกว่าสาวน้อยจะเอามาอ้างให้เขาฟัง ใครจะเชื่อลง

“อยากให้มันเป็นนิยายอยู่หรอก แต่มันเป็นเรื่องจริงนี่” เจ้าตัวเบะปาก สีหน้าระทมใจ “หนูไม่ได้อยากทำหรอกนะ ลุงก็แก่กว่าแบบนี้ ใครอยากจะแต่งด้วย”

เจ้าหล่อนตอกย้ำเป็นรอบที่สอง ทำเอาคนฟังความอดทนขาดผึง

“ฉันยังไม่แก่ หยุดเรียกฉันว่าแก่ได้ไหมยายเด็กบ้า!”

นภัสรดาหัวเราะเสียงใส “นี่ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ อ้อ หนูลืมบอกนะว่า แม่ลุงเขาบอกพ่อแม่หนูด้วย ว่าลุงเสื่อมสมรรถภาพทางเพศด้วย” เธอบอกข้อมูลใหม่ให้เขาฟัง

โดมินิกเบิกตากว้าง สะดุ้งตกใจกับสิ่งที่สาวน้อยพูด

“อะไรนะ ฉันเนี่ยนะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ” เขาชี้หน้าตัวเอง มึนงงกับสิ่งที่ได้ยิน

ศีรษะได้รูปของคนสวมแว่นพยักรับ “จริงแท้แน่นอน ก็หนูแอบ ได้ยินผู้ใหญ่เขาคุยกันแบบนี้จริงๆ” เธอยืนยัน

“เฮ้ย! หูเพี้ยนหรือเปล่า ไปแอบฟังอะไรมาผิดๆ ถูกๆ มากล่าวหากันแบบนี้ฉันเสียหายนะ”

ใครได้ยินเข้า เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ผู้ชายวัยฉกรรจ์อายุแค่สามสิบห้าอย่างเขาเนี่ยนะ เป็นโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ แม่เขาไปให้ข้อมูลอะไรแบบนั้นได้ยังไง มันใส่ร้ายลูกชายชัดๆ ถึงเขาจะเลิกสนใจผู้หญิงเพราะถูกหักอกจนไม่มีความเชื่อใจให้หญิงใด แต่กิจกรรมทางเพศเขาไม่เคยละเลิกมัน แต่หากินแบบชั่วครั้งคราวจากสาวไซด์ไลน์พอหายอยากไม่ผูกพัน เจ้าน้องชายของเขายังคงใช้งานได้ดีไม่มีเสื่อมถอย จนสาวๆ ครางระงมทุกครั้งที่ปฏิบัติการ

“ก็แม่ลุงบอกว่า ลูกชายของท่านไม่สนใจผู้หญิงมาหกปีแล้ว ไร้อารมณ์กับเพศตรงข้ามโดยสิ้นเชิง ซึ่งอาการแบบนี้มันบ่งชี้ว่าเป็นอาการของผู้ชายวัยทอง เสื่อมสมรรถภาพทางเพศชัดๆ”

มือน้อยขยับแว่นสายตาให้กระชับ ปั้นหน้าเป็นนักวิชาการ วิเคราะห์สาเหตุของอาการผิดปกติของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างจริงจัง พร้อมกับส่ายหน้าไปมา ส่งสายตาสมเพชเวทนามาให้ เล่นเอาโดมินิกตา ลุกวาบด้วยความโกรธ

“ฉันไม่ได้เป็นวัยทอง แล้วก็ไม่ได้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ โว้ย!”

เขาตวาดเสียงดังด้วยแรงโทสะ ร่างหนาปราดเข้ามาหมายจับร่างบางเขย่าให้หายแค้น แต่สาวน้อยกระโดดหลบฉากทัน

“ไม่ได้เป็นวัยทอง แต่เป็นโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศใช่ป่ะ” นภัสรดายังตอกย้ำไม่เลิก

“ยายเด็กบ้า พูดแบบนี้อยากลองดีใช่ไหม”

โดมินิกหมดสิ้นความอดทน เขาไล่ตามตะครุบยายเด็กปากเสียหมายจะจับมาหักคอจิ้มน้ำพริกเสียให้เข็ด อีกฝ่ายก็ไวเหลือใจวิ่งหนีเขารอบต้นไม้ใหญ่ ต้องวิ่งไล่ตามกันรอบต้นไม้อยู่หลายรอบ แต่ฟ้าไม่เข้าข้างคนปากไว ดลให้เจ้าตัวสะดุดขาตัวเองล้มลง เปิดโอกาสให้คนตามจับรวบตัวได้โดยง่าย

“ยายเด็กตัวร้าย ขอโทษฉันเดี๋ยวนี้นะ”

เขาจับไหล่มน ยกร่างเล็กจนตัวลอยจากพื้นไปกดไว้ที่โคนต้นไม้ ยื่นหน้าไปจนชิด จ้องหน้าพร้อมกับขู่เสียงเข้ม

“ขอโทษอะไร หนูพูดความจริงนี่”

นภัสรดาส่ายหน้าไม่ยอมขอโทษ ดวงตาใต้แว่นหนามองสบตาคมดุไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แม้จะถูกเขาจับล็อกไว้จนดิ้นไม่หลุดแบบนี้ก็ตาม

“มันไม่ใช่ความจริง เข้าใจเสียใหม่ว่าฉันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอกล่าวหา” เขาตะคอกใส่หน้า

“โอเคๆ หนูไม่ว่าลุงเป็นโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศแล้ว ปล่อยหนูเถอะ”

เสียงเล็กๆ เว้าวอนยอมจำนน แต่ไม่ทำให้คนได้ยินพอใจสักนิด เมื่อสรรพนามเรียกขานยังคงเป็นคำว่า ‘ลุง’

“ฉันไม่ได้เป็นลุงเธอ” ร่างหนาสั่นไปทั้งตัวด้วยความโมโห

ยายเด็กบ้านี่ มาเรียกเขาว่าลุงได้ยังไง เขาแก่กว่าพ่อของเธอตรงไหน

“ไม่ ไม่เรียกแล้วค่ะคุณพี่ คุณพี่ขา... ปล่อยหนูเถอะค่ะ หนูเจ็บ”

นภัสรดาปั้นเสียงหวาน อ้อนวอนคนขี้โมโหเปลี่ยนสรรพนามจากลุงเป็นคุณพี่ ชวนให้คนได้ยินขนลุกชัน

“ตอแหลไม่เนียนเลยนะยายเด็กบ้า”

โดมินิกกดเสียงต่ำข่มโทสะไม่ให้พุ่งแรงกว่าเดิม ยายเด็กนี่โกหกไม่เนียนเลย เรียกเขาว่าคุณพี่ น้ำเสียงจริงใจมาก... เขาคงมีเขางอกบนหัวหากเชื่อว่าเธอเรียกเขาจากใจจริง

ตอน 3

ตอนที่ 3.

“ก็ไม่ให้เรียกลุง หนูก็เรียกพี่แล้วไง จะเอาอะไรอีก” ริมฝีปากอิ่มขยับโต้เถียง ร่างบางบิดตัวดิ้นหนี

“ถ้าเรียกเพราะกลัวฉันหักคอก็อย่าเรียกเลย มันตอแหลเกินไป ฉันไม่ชอบ”

“เหอะ คนวัยทองเขาว่าฮอร์โมนส์เปลี่ยนแปลง อารมณ์เลยขึ้นๆ ลงๆ สงสัยจะจริง” เธอยังหาเรื่องแขวะเขาไม่เลิกรา

“ปากดีนักนะ ยายตัวแสบ” โดมินิกแยกเขี้ยวใส่ ยายเด็กปากเสีย

ดวงตาคมหรี่มองใบหน้าสวยหวานของคนตรงหน้า ดวงตากลมสวยแม้จะมีแว่นตาอันโตบดบังใบหน้า ก็ไม่ทำให้ลดความสะดุดตาลง จมูกโด่งเชิดนิดบ่งบอกว่าเป็นคนดื้อรั้นพอตัว ริมฝีปากอิ่มสีแดงสดเผยอนิดๆ ชวนให้คนมองรู้สึกร้อนวูบวาบ จนต้องลดสายตาลงไปมองลำคอเรียวระหงมองเลยไปยังทรวงอวบอิ่มซึ่งเขาเพิ่งสังเกตเห็นว่ามันไม่เล็กสมตัวเลย แต่อวบใหญ่เกินตัวด้วยซ้ำ ยิ่งยามนี้อยู่แนบชิดจนอกนุ่มเบียดแนบแผงอกหนาของเขา ทำให้รู้ว่าขนาดของมันไม่ธรรมดาเลย โดมินิกกลืนน้ำลายฝืดคอเมื่อสายตาซอกแซกของตัวเองดันมองลอดผ่านช่องว่างของชุดเดรสแบบเกาะอกไปเห็นความขาวผุดผ่องของเนินเนื้อสล้างที่ล้นทะลักออกมา ยิ่งเจ้าของบิดตัวส่ายไปมาแบบนี้ก็ยิ่งเสียดสีกับร่างหนาจนรู้สึกร้อนผ่าววูบวาบขึ้นมา อาการแบบนี้มันเป็นอาการของหนุ่มวัยทองหรือไง

คนที่จ้องมองกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เมื่อรู้สึกว่ายิ่งมองยายเด็กนี่ก็ยิ่งน่ากิน โทสะเมื่อครู่เลือนหายไปแต่มีอารมณ์อื่นแทรกแซมเข้ามาแทนที่ เขาละมือออกจากไหล่ข้างหนึ่ง หยิบแว่นหนาออกจากดวงหน้าสวย

“ไม่ใส่แว่นมองเห็นหรือเปล่า”

เขาถามเสียงเบา ดวงตาคมมองใบหน้าอ่อนใสอย่างพินิจ ปลายนิ้วคลึงลงบนรอยกดบนสันจมูกโด่งเล็กนั้นเบาๆ

“มองเห็นค่ะ...”

นภัสรดากะพริบตาปริบๆ งุนงงว่าเขามาไม้ไหน เมื่อกี้ทำท่าอย่างกับจะหักคอเธอทิ้ง ตอนนี้มาพูดเสียงอ่อนเสียงเย็น

“แล้วใส่ทำไม”

เขาถามต่อ มือหนาหย่อนแว่นตาลงในกระเป๋าเสื้อสูท แล้วทาบฝ่ามือประคองแก้มนวลให้หันมามองสบตา ยามไร้สิ่งบดบังใบหน้าของ สาวน้อยดูน่ารักน่าเอ็นดูกว่าเดิมหลายเท่า คนมองลดประกายแข็งกร้าวในดวงตาลงอย่างไม่รู้ตัว

“คุณแม่บอกให้ใส่ จะได้ไม่มีคนมาจีบเพราะมันทำให้ขี้เหร่ค่ะ” นภัสรดาตอบคำถามเสียงแผ่ว รู้สึกแก้มร้อนผ่าวเมื่ออยู่ในอุ้งมือหนา

“ขี้เหร่จริงๆ นั่นแหละ”

ริมฝีปากหยักแย้มกว้าง ราวกับขบขันคำตอบนั้น ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าสาวน้อยนิ่ง แบบที่ไม่เคยมองผู้หญิงคนไหนมาก่อนในรอบหกปี คิ้วดกหนายกขึ้นเล็กน้อยเมื่อภาพบางอย่างวาบผ่านเข้ามาในหัว ก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็วจนจำไม่ได้ มีเพียงความรู้สึกบางอย่างผุดขึ้นมาในใจ เหมือนคล้ายว่าเขาเคยสัมผัสใบหน้างามนี้มาก่อน แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไรเมื่อเขาเพิ่งเคยพบเธอครั้งแรก โดมินิกเขม้นมองใบหน้าของ นภัสรดา หกปีแล้วที่เขาไม่เคยโกรธใครมากเท่านี้ นภัสรดาทำให้เขาตบะแตกหลุดมาดอสูรน้ำแข็ง กลายเป็นยักษ์ขี้โมโหไล่จับสาวน้อยปากเสียอย่างบ้าคลั่ง ครั้นพอได้ตัวเธอแล้วกลับไม่อยากปล่อยเธอไปง่ายๆ มีแรงดึงดูดบางอย่างทำให้เขายอมก้าวออกจากกำแพงในใจที่ปิดกั้นตัวเองมาตลอด ดวงตาคมอ่อนแสงลงขณะค่อยๆ ก้มลงไปแตะริมฝีปากบนเรียวปากอิ่มสีแดงระเรื่อนั้นอย่างเผลอไผล

“อ๊ะ ยะ อย่า...” เสียงร้องหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวประทับลงมา

“แกทำอะไรน้อง ตาโดม!”

เสียงตวาดดังขึ้น ทำเอาคนที่กำลังเพลินกับริมฝีปากนุ่มหวานสะดุ้งโหยง

“คุณแม่...” โดมินิกครางเสียงแผ่ว

เมื่อผละริมฝีปากออกจากเรียวปากอิ่มแสนหวานนั้น แล้วหันมาเจอใบหน้าคุ้นตาของมารดาที่ตอนนี้กำลังตีหน้ายักษ์เท้าเอวจ้องเขาอยู่ ใจก็หล่นไปกองอยู่ตาตุ่มเมื่อรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ เขาหันมามองสาวน้อยในอ้อมกอด ใบหน้าอ่อนใสแดงเรื่อ ร่างบางสะบัดตัวจนหลุดจากอ้อมแขน วิ่งเข้าไปกอดมารดาของเขาไว้พร้อมกับร้องไห้โฮน่าสงสารนัก แต่... ใบหน้างามไม่มีน้ำตาสักหยด มีแต่เสียงร้องครางฮือๆ เท่านั้น

“ฉันให้แกดูแลน้อง ไม่ใช่ให้มารังแกน้อง อะไรกันไหนบอกว่าไม่อยากแต่งงาน ไม่สนใจเด็ก แต่ที่แกทำมันตรงข้ามกับที่พูดทุกอย่าง” คุณมาเรียกอดสาวน้อยไว้ ลูบหลังปลอบโยน

โชคดีที่เธอตามมาทัน ไม่อย่างนั้นเจ้าลูกชายตัวร้ายคงลาก สาวน้อยคนนี้ไปทำมิดีมิร้ายไปมากกว่านี้แล้ว ดูเถิด... ปล่อยให้ดูแลครู่เดียวก็มาปล้ำจูบเขาแล้ว ถ้าปล่อยให้อยู่ด้วยกันจะทำอะไรยิ่งกว่านี้ไหม พอคิดถึงตอนนี้คนแก่เริ่มหายโกรธ เมื่อนึกได้ว่าตนเองอยากให้สองหนุ่มสาวลงเอยกัน มาขัดขวางเขามันดูไม่เข้าที แต่ก็ดีที่เห็นคาตาจับได้จะจะแบบนี้ เจ้าตัวร้ายจะได้ไม่มีข้ออ้างเบี้ยวการหมั้นหมาย

“ผม...” โดมินิกอ้าปากจะแก้ตัว แต่ถูกมารดายกมือห้ามไว้ก่อน

“ไม่ต้องมาแก้ตัว แกทำแบบนี้แกต้องรับผิดชอบน้อง พรุ่งนี้แกต้องหมั้นกับหนูฟ้า ฉันจะโทรเรียกพ่อแม่หนูฟ้ามาที่นี่ ไหนๆ ก็ต้องรอยายมิเชลฮันนีมูนตั้งเจ็ดวัน ระหว่างนี้แกกับหนูฟ้าก็เรียนรู้กันไป อีกสามเดือนต่อจากนี้ให้หนูฟ้าอายุครบยี่สิบก็แต่งกันเลย”

คุณมาเรียกะเกณฑ์เสร็จสรรพ ไม่ถามความเห็นลูกชายสักคำ โดมินิกได้แต่อ้าปากเหวอโต้แย้งมารดาไม่ทัน เขาหันไปมองนภัสรดาหวังว่าสาวน้อยจะปฏิเสธ แต่คิ้วหนาต้องขมวดนิ่วดวงตาลุกวาบ เมื่อเขาเห็นเธอยิ้มเยาะแลบลิ้นเย้ย ไอ้อาการฟูมฟายน่าเวทนาเมื่อครู่มันอะไรกัน !

ร้ายนักนะ ยายเด็กแสบ หนอย... หลอกให้เขาจูบเธอ เพื่อหวังจับเขาให้อยู่หมัด แม่ของเขาก็เหมือนจะมาถูกจังหวะราวกับวางแผนการนี้ร่วมกัน คนที่ซวยก็คือตัวเขาถูกจับมัดดิ้นไม่หลุด

“หนูฟ้า ป้าขอโทษแทนลูกชายป้าด้วยนะลูก พี่เขามีอาการทางสมองเล็กน้อย ตั้งแต่หลังเกิดอุบัติเหตุนั่นแหละ บางทีความควบคุมของเขาอาจจะต่ำไปนิด หนูก็ให้อภัยพี่เขาหน่อยนะลูก เดี๋ยวอยู่ด้วยกันไปนานๆ ก็จะชินเอง” ว่าที่แม่สามีแสนประเสริฐ ปลอบโยนว่าที่สะใภ้ในดวงใจ

ว่าที่สามีกุมขมับ มองเห็นความหายนะลอยมาแวบๆ ในสมอง ไอ้ที่เคยได้ยินเรื่องแม่ผัวลูกสะใภ้มักไม่ถูกกัน มันใช้ไม่ได้กับกรณีมารดาของเขากับยายเด็กแสบเลย ดูเถอะท่าทางสนิทสนมกลมเกลียวกันแบบนี้ มันช่างทำให้ลูกในไส้อย่างเขาขยาดกลัวอนาคตที่มาไม่ถึง ขืนแต่งงานไป เขามีสิทธิ์อยู่ในโอวาทของเมียและแม่แน่นอน มีเมียเด็กไม่เท่าไหร่แต่มากลัวเมียตัวน้อยนี่สิ จะเอาหน้าไปไว้ไหน

ไม่ ไม่ ไม่ เขาต้องหาทางกำจัดยายเด็กบ้านี่ ไปให้พ้นทาง !

โดมินิกจำต้องอดกลั้นความโมโหไว้ เขาเดินหนีกลับมายังห้องพักของตัวเอง คิดหาทางจัดการยายตัวแสบก่อนที่จะถูกจับมัดมือมัดเท้าโยนให้เป็นสามีเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม

“ยายเด็กปากแดง ฉันไม่มีทางหมั้นกับเธอหรอก” เขาพึมพำอย่างฉุนเฉียว

พูดถึงปาก ภาพปากสีแดงระเรื่อก็ลอยวาบเข้ามาในหัว เมื่อกี้หากมารดาไม่มาขัด เขาคงเตลิดไปไกลแล้ว แค่ได้แตะริมฝีปากนุ่มนิดเดียวหัวใจก็สะท้านไหว อยากจะกลืนกินเธอจนหมดตัว หากเขาจูบเธอนานกว่านี้เขาคง...

“เฮ้ย ! แกเป็นบ้าอะไรไอ้โดม”

โดมินิกสะดุ้งวาบ สบถออกมาเรียกสติของตัวเองให้กลับคืน เมื่อเผลอคิดถึงรสหวานของริมฝีปากอิ่มจนลืมตัวเคลิ้มไปตกภวังค์ราวกับเด็กหนุ่มเริ่มริรัก เขาไม่ได้รักยายเด็กแสบนั่นสักนิด แค่... ติดใจละน่า ชายหนุ่มแก้ตัวให้ความรู้สึกวูบวาบแปลกๆ ของตัวเอง

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED