ตอน 1

ณ แผนกต้อนรับของบริษัท อีสท์เดย์ เดคคอร์เรชั่น เมืองจิ่วเจียง ประเทศอเมริกา

“นี่คือกาแฟที่คุณฟางจืออางสั่งไว้ค่ะ จะให้ไปส่งไว้ที่ไหนดีครับ?”

หลินเทียนถือถุงกระดาษในมืออย่างระมัดระวัง เพราะกลัวว่าจะทำกาแฟหกอยู่ด้านใน

ผู้ช่วยหญิงที่แผนกต้อนรับมองพิจารณาหลินเทียนตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วก็พูดด้วยสีหน้าดูถูกเหยียดหยามว่า “ตามฉันมา”

หลินเทียนเดิมเป็นคนขับอูเบอร์ แต่วันนี้เขาได้รับคำสั่งซื้อเดลิเวอรี่โดยไม่คาดคิดพร้อมเงินพิเศษ แล้วก็ยังได้ค่าส่งแบบเร่งด่วนเพิ่มมาอีกสองร้อยดอลลาร์ เขาถึงได้มาที่นี่

หลังจากนั้นไม่นาน หลินเทียนก็เดินตามผู้ช่วยหญิงคนนั้นไปที่ประตูสำนักงาน

ตอนที่หลินเทียนเพิ่งจะวางมือลงบนลูกบิดประตูสำนักงาน เสียงอ่อนเสียงหวานที่ชวนปลุกอารมณ์ของผู้หญิงก็ดังมาจากข้างใน

เสียงนี้ หลินเทียนคุ้นเคยเป็นอย่างมาก มันเหมือนกับเสียงของเจียงเชียนหนิงที่เป็นภรรยาของตัวเองเลย

ไม่หรอก เขาต้องฟังผิดแน่ ๆ

แต่หลินเทียนก็ยังทนไม่ไหวจึงต้องขยับเข้าไปฟังใกล้ ๆ

“อ่าส์...คุณฟาง อย่าทำแบบนี้สิคะ...”

“ให้ผมจูบหน่อยเถอะนะ สามีที่ไม่เอาไหนคนนั้นของคุณคงไม่เคยจูบคุณมาก่อนสิท่า”

เมื่อหลินเทียนได้ยินบทสนทนานี้ เขาก็ตัวแข็งอยู่กับที่ ราวกับถูกฟ้าผ่าลงมาอย่างจัง

หลังจากนั้น เขาก็ต่อยประตูอย่างรุนแรง ก่อนตะโกนขึ้นมาเสียงดังว่า “เปิดประตู! เปิดประตูให้ผมเดี๋ยวนี้!”

ผู้ช่วยของแผนกต้อนรับจึงรีบเข้ามาถามว่า “นี่คุณทำบ้าอะไร?”

ปั้ง

ประตูเปิดออกอย่างแรง แล้วชายแปลกหน้าคนหนึ่งก็ปรากฏตัวต่อหน้าหลินเทียน

สิ่งที่ดึงดูดสายตาก็คือ รอยลิปสติกบนแก้มขวาของเขา

หลินเทียนโยนกาแฟทิ้ง แล้วก็ผลักฟางจืออางออก จากนั้นมองเข้าไปในห้อง

เขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มีผิวขาว รูปร่างโค้งเว้าเป็นสัดส่วน สวมถุงน่องสีดำ กำลังติดกระดุมที่หน้าอกให้เรียบร้อยด้วยความตื่นตระหนก

“เจียงเชียนหนิง!” หลินเทียนตะโกนขึ้นมาด้วยความโมโห!

ผู้หญิงที่ลุกลี้ลุกลนตรงหน้าเขา ก็คือภรรยาของเขานั่นเอง

หลินเทียนรู้สึกเหมือนถูกหินก้อนใหญ่กดทับลงมาที่หน้าอกของเขาอย่างแรง จนเขาแทบจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว

เขามองไปที่เจียงเชียนหนิงอย่างโกรธเคือง “เจียงเชียนหนิง ผมแต่งงานกับคุณมาสามปีแล้วนะ ผมออกไปทำงานเป็นคนขับอูเบอร์ในตอนกลางวัน แล้วก็ต้องคอยรับใช้ดูแลครอบครัวของคุณเมื่อกลับถึงบ้านในตอนกลางคืน ไม่ขอให้คุณเห็นว่าผมทุ่มเทไปมาก แต่ผมก็ทำดีกับคุณมากพอแล้ว!”

“สามปีที่ผ่านมา คุณไม่ยอมให้ผมแตะเนื้อต้องตัวแม้แต่นิดเลยด้วยซ้ำ! ผมเคยคิดนะว่าคุณเป็นผู้หญิงที่มีหลักการที่ยึดถือ แต่มาวันนี้ คุณกลับไปมีอะไรกับคนอื่นในออฟฟิศ! ทำไมคุณถึงได้ทำแบบนี้ล่ะ! ! ”

“ที่รัก! คุณ...คุณเข้ามาที่นี่ได้ยังไง!”

ในที่สุด เจียงเชียนหนิงก็ติดกระดุมเพื่อปกปิดเนินหน้าอกของเธอที่เผยออกมาจนเสร็จ

ฟางจืออางยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย แล้วก็พูดอย่างได้ใจว่า “ผมได้ยินคุณเอาแต่บ่นว่าสามีของคุณเป็นคนไร้ค่าทุกวัน ผมก็เลยอยากจะเรียกเขามา แล้วดูสิว่า เขาจะไร้ค่าขนาดไหนไง”

หลังจากพูดจบ ฟางจืออางก็มองพิจารณาไปที่หลินเทียนอย่างดูถูกเหยียดหยาม

เจียงเชียนหนิงที่ตื่นตระหนกเล็กน้อยในตอนแรก เวลานี้เธอตั้งสติได้ แล้วก็กลับมาเป็นปกติเหมือนในทุกวันแล้ว

เธอคิดในใจว่า หลินเทียนก็เป็นแค่ลูกเขยที่แต่งเข้ามาในบ้านเธอ ขนาดค่าเช่ารถเธอก็ยังต้องเป็นคนออกให้ แล้วหลินเทียนมีสิทธิ์อะไรมาต่อว่าเธอด้วย?

เธอเดินยืนอยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสองคน ก่อนเชิดหน้าขึ้น แล้วก็พูดอย่างหยิ่งผยองว่า “หลินเทียน ช่วยระวังปากระวังคำพูดของคุณหน่อยนะ คุณพูดเรื่องบ้าบออะไร คุณฟางกับฉันแค่คุยเรื่องธุรกิจกันแค่นั้นเอง!”

หลินเทียนกัดฟันแน่น แล้วเย้ยหยัน “คุยเรื่องธุรกิจ จำเป็นต้องแตะเนื้อต้องตัวกันด้วยเหรอ แล้วต้องมีรอยลิปสติกทั่วใบหน้าด้วยรึไง?”

ผู้ช่วยแผนกต้อนรับยืนอยู่ที่หน้าประตู พอเห็นหลินเทียนตัวสั่นไปทั้งตัว เธอก็พูดเย้ยหยันขึ้นมาว่า “คุณเคยส่องกระจกดูตัวเองบ้างไหมเนี่ย คุณเป็นแค่คนขับรถอูเบอร์ที่กระจอก ๆ คนหนึ่ง แต่บริษัท อีสท์เดย์ เดคคอร์เรชั่นของตระกูลท่านประธานฟางมีมูลค่าในท้องตลาดถึงหนึ่งพันล้าน! ต่อให้คุณขับอูเบอร์มาเป็นร้อยปี ก็เทียบไม่ได้กับเศษเสี้ยวหนึ่งของท่านประธานฟางเลยด้วยซ้ำ!”

หลังจากที่ฟางจืออางฟังจนจบแล้ว เขาก็ยิ่งหยิ่งยโสมากขึ้น เขาโอบไหล่ของเจียงเชียนหนิงเอาไว้ ก่อนหยิบแก้วไวน์แดงบนโต๊ะขึ้นมา จากนั้นก็ยื่นให้เจียงเชียนหนิง

เจียงเชียนหนิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ชนแก้วกับเขา แล้วทั้งสองก็ดื่มมันรวดเดียวจนหมด

สายตาหลินเทียนจ้องเขม็งไปที่ชายโฉดหญิงชั่วที่สมคบคิดกันตรงหน้าของเขา!

เขากำหมัดแน่น จนเล็บฝังเข้าไปในเนื้อ ใจเขารู้สึกโมโหเดือดดาลมาก

เมื่อผู้ช่วยเห็นเช่นนั้น เธอก็เลิกคิ้วขึ้น “ทำไม คุณอยากใช้กำลังเหรอ? รปภ.อยู่ไหน!”

เจียงเชียนหนิงเงยหน้าขึ้นมองหลินเทียน แล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “หลินเทียน คุณจะไปดี ๆ ไหม? หรือว่าอยากจะโดนทำร้าย?”

หลินเทียนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ แล้วก็เห็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยถือกระบองยืนอยู่รอบตัวเขา

เขาจึงค่อย ๆ คลายกำปั้นออก แล้วก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกถึงกระดูก “เจียงเชียนหนิง ผมหวังว่าสักวันหนึ่งในอนาคตข้างหน้า คุณจะไม่เสียใจนะ!”

หลังจากพูดจบ เขาก็หันหลังและเดินออกจากประตูบริษัทไป

เจียงเชียนหนิงขมวดคิ้วพลางมองไปที่แผ่นหลังของหลินเทียนที่เดินจากไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

...

พอขึ้นไปนั่งบนรถแล้ว หลินเทียนก็ครุ่นคิดอย่างหนักว่าจะแก้แค้นพวกเขาสองคนอย่างไรดี

ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือของหลินเทียนก็ดังขึ้น

เสียงที่มีอายุของพ่อบ้านหลี่ดังขึ้นมาจากในสาย

“คุณชายครับ ภารกิจการฝึกจิตใจในการเป็นลูกเขยตระกูลเจียงช่วงสามปีนี้ของคุณได้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการในวันนี้แล้ว ซึ่งรางวัลที่จะได้รับคือบ้านวิลล่าที่คลาวด์ไฮ รีสอร์ทหนึ่งหลัง นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ความสามารถของคุณที่ถูกห้ามเอาไว้ จะสามารถใช้งานได้แล้ว”

“ภารกิจที่คุณต้องฝึกต่อไปคือ การฝึกอบรมด้านธุรกิจ คุณท่านได้ซื้อเอ็มแกรนด์ กรุ๊ปเอาไว้แล้ว แล้วก็จะแต่งตั้งให้คุณดำรงตำแหน่งประธานครับ”

“เคร” น้ำเสียงของหลินเทียนแหบแห้ง เขาไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบกลับอะไรมาก

ปลายสายยังคงถามต่ออีกว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับคุณนายเจียงเป็นยังไงบ้างครับ? ต้องการจัดพิธีแต่งงานให้เธออย่างจริงจัง แล้วก็ให้ตำแหน่งอย่างเป็นทางการแก่เธอหรือไม่ครับ?”

สีหน้าของหลินเทียนเย็นชาขึ้นมาทันที “ไม่จำเป็นแล้วล่ะ เธอไม่คู่ควร!”

ตอน 2

หลังจากที่หลินเทียนพูดจบ เขาก็เหยียบคันเร่ง รถก็เหมือนลูกกระสุนปืนที่ถูกยิงออกไปอย่างรวดเร็ว

เขาขับรถไปตามถนนของเมืองจิ่วเจียงเรื่อย ๆ ราวกับว่าต้องการจะปลดปล่อยความคับข้องใจในช่วงสามปีที่ผ่านมาออกไปให้หมด

ในฐานะนายน้อยคนที่สองของตระกูลหลิน เขาได้รับการฝึกฝนที่หลากหลายจากครอบครัวตั้งแต่เขายังเด็ก

เขาฝึกฝนด้านศิลปะการต่อสู้ตั้งแต่อายุแปดปี เข้าเรียนสถาบันดนตรีเมื่ออายุสิบสามปี และจบหลักสูตรโรงเรียนธุรกิจครบสี่ปีเมื่ออายุสิบแปดปี

แม้แต่ในสนามรบ เขาก็ได้เรียนรู้ทักษะทางการแพทย์ระดับเทพ จากการช่วยชีวิตและรักษาผู้บาดเจ็บ

เมื่อสามปีก่อน หลินเทียนยอมรับการฝึกฝนจิตใจของครอบครัว โดยได้รับความช่วยเหลือจากนายท่านเจียง เขาจึงแต่งงานเข้าไปอยู่ในตระกูลเจียงเป็นเวลาสามปี

ในช่วงสามปีที่ผ่านมา เขาไม่สามารถใช้ทรัพย์สมบัติของครอบครัวและความรู้ความสามารถที่เขาเรียนรู้มาจากครอบครัวได้เลย ทำได้เพียงใช้ชีวิตได้แบบคนธรรมดาเท่านั้น

เดิมทีเขาคิดว่าหลังจากการทดสอบสิ้นสุดลง เขาจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของตัวเองให้ตระกูลเจียงได้รู้ แต่ตอนนี้...

หลินเทียนพูดด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันว่า “เจียงเชียนหนิง ตอนที่คุณได้รู้ว่าคนที่เป็นเศรษฐีในสายตาของคุณ เป็นเพียงแค่คนกระจอก ๆ คนหนึ่งในสายตาของผมเท่านั้น คุณจะมีสีหน้ายังไงนะ?”

ที่วิลล่าตระกูลเจียง เมืองจิ่วเจียง

ตอนหกโมงเย็น หลังจากหลินเทียนปลดปล่อยความโกรธไปหมดแล้ว ก็กลับไปที่บ้าน

เขากำลังจะเอาสิ่งของของตัวเองกลับ แล้วก็จะออกจากบ้านตระกูลเจียงไปแบบไม่หวนกลับมาอีกเลย

“คุณกลับมาแล้วเหรอ? ฉันทำกับข้าวเอาไว้แล้ว รีบมากินสิ”

ในห้องครัว เสียงที่ไพเราะของเจียงเชียนหนิงดังออกมา

ราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนอย่างไรอย่างนั้น เธอกลับมาก่อนเวลา เพื่อตั้งใจมาทำอาหารเย็นมื้อพิเศษให้กับหลินเทียน

ก่อนหน้านี้ หลินเทียนจะเป็นคนทำอาหารทุกมื้อ

หลินเทียนไม่ได้พูดอะไรสักคำ เขาเดินกลับไปที่ห้องของตัวเองเงียบ ๆ แล้วก็เก็บข้าวของทั้งหมดของเขา

ตอนอยู่ที่บ้านของตระกูลเจียง เขาได้นอนแค่เตียงเล็ก ๆ ในห้องรับแขกเท่านั้น ส่วนของใช้ของเขาก็ต้องยัดเอาไว้ในห้องเก็บของ

พวกเขาสองคนอยู่ด้วยกันในนามของสามีภรรยา แต่ในช่วงสามปีที่ผ่านมา หลินเทียนเป็นเพียงพี่เลี้ยงเด็กและคนขับรถของตระกูลเจียงเท่านั้น

เมื่อหลินเทียนเก็บข้าวของเสร็จ เขาก็เตรียมจะออกไปทันที

แต่เจียงเชียนหนิงกลับยืนกอดอก ขวางหน้าประตูใหญ่เอาไว้ แล้วก็พูดอย่างไม่พอใจว่า “คุณเป็นเด็กรึไง? ฉันแค่เจรจาธุรกิจกับฟางจืออางเฉย ๆ คุณถึงขั้นจะออกจากบ้านเลยเหรอ?”

“ที่ฉันต้องทำอะไรมากมายแบบนี้ ก็เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับฟางจืออางนะ!”

“เพียงแค่ฉันสามารถเซ็นคำสั่งซื้อออเดอร์ใหญ่ของบริษัท อีสท์เดย์ เดคคอร์เรชั่นมาได้ ฉันก็จะได้รับการยอมรับจากคุณย่า แล้วฉันก็จะได้เลื่อนตำแหน่งภายในบริษัท ถึงเวลานั้น ฉันก็จะได้เงินเดือนเพิ่มมากขึ้น คุณจะได้ไม่ต้องออกไปขับอูเบอร์แล้วไง ไม่ดีเหรอ?”

หลินเทียนพูดอย่างเย้ยหยันว่า “ผมไม่ได้ต้องการ!”

“ผมจะไม่มีทางผิดศีลธรรมเพื่อเงินและตำแหน่งเด็ดขาด!”

หลังจากพูดจบ จู่ ๆ เขาก็เข้าใจจุดประสงค์ของการฝึกฝนจิตใจของครอบครัวขึ้นมาทันที

“เจียงเชียนหนิง เราหย่ากันเถอะ!”

เมื่อได้ยินหลินเทียนขอหย่า เจียงเชียนหนิงก็ตกใจมาก

เธอจึงตะคอกกลับไปเสียงดังว่า “ไม่ได้ ยังหย่าตอนนี้ไม่ได้! อย่างน้อย...ก็ต้องรอจนกว่าคุณกับฉันจะได้ไปร่วมงานแต่งงานของเจียงหนานหนานด้วยกันก่อน!”

“รองประธานของเอ็มแกรนด์ กรุ๊ปก็จะไปร่วมงานนั้นด้วย ถ้าฉันสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเธอได้ล่ะก็ ฉันก็จะมีอนาคตที่สดใสอย่างสมบูรณ์แบบ”

“ตอนนี้ ฉันจะไม่ยอมให้ข่าวเสีย ๆ หาย ๆ เกี่ยวกับตระกูลเจียงถูกเผยแพร่ออกไปแม้แต่นิดเดียว!”

“เอ็มแกรนด์ กรุ๊ปงั้นเหรอ? รองประธาน?” เมื่อได้ยินว่าบุคคลที่เจียงเชียนหนิงต้องการจะตีสนิทคือคนของเอ็มแกรนด์ เขาก็ยิ้มออกมาอย่างดูถูกเหยียดหยาม

เขาผลักเจียงเชียนหนิงออก แล้วก็เดินออกจากบ้านไป “เรื่องของตระกูลเจียง ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับผมแล้ว เรื่องหย่า เดี๋ยวผมจะหาทนายความมาจัดการก็แล้วกันนะ”

“คุณมันเลว! คนไร้ค่า! คุณจะต้องเสียใจอย่างแน่นอน! ถ้าฉันทำความร่วมมือกับเอ็มแกรนด์ กรุ๊ปสำเร็จเมื่อไหร่ คุณก็ไม่มีอะไรที่คู่ควรกับฉันอีก!”

เมื่อเห็นหลินเทียนเด็ดขาดขนาดนี้ และดูไม่มีความอาลัยอาวรณ์เช่นนี้ เจียงเชียนหนิงก็เป็นเดือดเป็นร้อนใจขึ้นมาทันที เธอจึงตะโกนด่าไล่ส่งหลินเทียน จนกระทั่งเขาหายไปจากทางเข้าลิฟต์

ในลิฟต์ หลินเทียนยิ้มอย่างเย็นชา

“เจียงเชียนหนิง ประธานของเอ็มแกรนด์ กรุ๊ปกำลังยืนอยู่ตรงหน้าคุณแล้ว แต่คุณกลับไม่รู้อะไรเลย แล้วยังคิดที่จะทำความร่วมมือกับเอ็มแกรนด์อีกเหรอ? เกรงว่าคงทำได้แค่เพ้อฝันล่ะสิ!”

ตอน 3

วันต่อมา เวลาห้าโมงเย็น ที่ทางเข้าโรงแรมเชอราตัน

งานแต่งงานของเจียงหนานหนาน คุณหนูผู้สูงส่งของตระกูลเจียงถูกจัดขึ้นตามกำหนด

รถยนต์หรูหรามารวมตัวกันอยู่ในงานแต่งงานแห่งนี้ แขกผู้มีเกียรติทุกคนแต่งกายด้วยชุดพิธีการ ชุดราตรีที่สวยงดงาม

เนื่องจากตระกูลเจียงเป็นตระกูลระดับพันล้านในเมืองจิ่วเจียง ผู้ที่มีหน้ามีตาทุกคนในเมืองจิ่วเจียงจึงได้รับคำเชิญให้มาร่วมงานครั้งนี้ด้วย

เจียงเชียนหนิงจอดรถไว้ที่ลานจอดรถ แล้วก็เดินเข้าไปในล็อบบี้ของโรงแรมเพียงลำพัง

ที่ห้องโถงชั้นหนึ่ง เวลานี้สมาชิกของตระกูลเจียงได้มารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก

เธอมองไปที่คุณนายเจียง แล้วก็เรียกขึ้นว่าคุณย่า จากนั้นก็เรียกเจียงเจียนกั๋วว่าคุณพ่อและเสิ่นถิงว่าคุณแม่

คุณนายเจียงมีลูกชายสองคน คนโตคือเจียงเจียนจวิน ส่วนคนที่สองคือเจียงเจียนกั๋ว

ตระกูลเจียงนับว่าเป็นตระกูลที่มีลูกหลานค่อนข้างเยอะ เจียงเจียนกั๋วให้กำเนิดลูกสาวออกมาคนหนึ่ง ชื่อว่าเจียงเชียนหนิง

ส่วนเจียงเจียนจวินให้กำเนิดลูกออกมาสองคน ซึ่งก็คือเจียงหนานหนานที่เป็นลูกสาวคนเล็ก และเจียงเทียนจงที่เป็นลูกชายคนโต

วันนี้เป็นงานแต่งงานของลูกสาวเจียงหนานหนาน ซึ่งก็คือเจียงเจียนจวินนั่นเอง

เมื่อเห็นเจียงเชียนหนิงเข้ามาคนเดียว ลุงเจียงเจียนจวินจึงตะโกนถามขึ้นมาทันทีว่า “แล้วหลินเทียนล่ะ? ให้เขาจอดรถให้พวกแขกรับเชิญด้วยนะ หลังจากจอดรถเสร็จแล้วก็ให้เขารีบเข้าไปในห้องโถงใหญ่ จะได้ไปจัดโต๊ะกับพวกบริกร! ถ้าทำงานแต่งงานของลูกสาวฉันล่าช้า ฉันจะฆ่ามันทิ้งซะ!”

หน้าตาของเจียงเชียนหนิงบูดบึ้งขึ้นมาทันที เธออ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อยู่สักพักก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “วันนี้หลินเทียนไม่ได้มาหรอกค่ะ”

ทันทีที่เธอพูดออกมาแบบนี้ ใบหน้าของคุณนายเจียงที่กำลังยิ้มแย้มแจ่มใสก็หม่องหม่นลงทันที ถามด้วยความโมโหว่า

“ถ้าเขาไม่มา แล้วใครจะทำงานที่ทั้งเหนื่อยแล้วก็สกปรกเหล่านี้ล่ะ? เขาเป็นลูกเขยที่แต่งเข้าบ้านนะ อยู่ฟรีกินฟรีในตระกูลของพวกเรามาตั้งสามปี แล้วเขามีสิทธิ์อะไรที่จะไม่มาฮะ! เชียนหนิง เธอโทรไปหาไอ้เศษสวะนั่นเลยนะ บอกให้เขาถ่อมาเดี๋ยวนี้เลย!”

เจียงเชียนหนิงจนใจ เธอจึงจำต้องหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วก็เริ่มกดหมายเลขของหลินเทียนโทรออกไป

หลังจากนั้นไม่นาน เสียงอันเย็นชาของหลินเทียนก็ดังขึ้นมา “มีธุระอะไร?”

“คุณรีบมาที่โรงแรมตอนนี้เลยนะ คุณย่าอยากให้คุณมาช่วยโรงแรมจัดจาน!”

“จัดจานงั้นเหรอ? เหอะ ๆ เจียงเชียนหนิง ผมได้มอบหมายให้ทนายความยื่นฟ้องหย่ากับคุณไปแล้ว คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะมาสั่งอะไรผมได้อีก!” หลังจากพูดจบ หลินเทียนก็ตัดสายทันที

สีหน้าของเจียงเชียนหนิงดูน้อยใจมาก เธอพูดขึ้นว่า “คุณย่าคะ หลินเทียนไม่มาค่ะ”

หลังจากได้ยินเช่นนั้น คุณนายเจียงก็ยกไม้เท้าขึ้นมา ด่าทอสาปแช่งยกใหญ่ “กล้าดียังไง มันกล้าดียังไงฮะ!”

“หลินเทียนเป็นเพียงลูกเขยที่แต่งเข้ามา มันต่ำต้อยอย่างกับหมา นี่มันกล้าดียังไงถึงไม่เชื่อฟังคำสั่งของฉันฮะ!”

เสียงของคุณนายเจียงดังก้องไปทั่วทั้งห้องโถง

ฟางจืออางที่เพิ่งเข้ามา พอได้ยินก็รีบเดินเข้าไปใกล้

เขาถามด้วยความประหลาดใจว่า “คุณนายเจียง ใครกันที่ทำให้คุณโกรธมากถึงขนาดนี้?”

เจียงเชียนหนิงจึงเอ่ยปากเล่าเรื่องทั้งหมดออกมา แต่เธอกลับเล่าในมุมที่ตัวเองบริสุทธิ์ผุดผ่อง แล้วก็โยนความผิดทั้งหมดไปที่หลินเทียน

เมื่อฟางจืออางได้ยินเช่นนั้น มุมปากของเขาก็ยกขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มที่ชั่วร้าย

เขากำลังปวดหัวอยู่ว่าจะไม่สามารถหาวิธีทำให้สองคนนี้เลิกกันได้

แล้วฟางจืออางก็พูดมาว่า “คุณนายเจียง ผมสงสัยว่าหลินเทียนอาจจะนอกใจ!”

“ตอนที่ผมพักอยู่ในโรงแรมเมื่อวานนี้ ผมเห็นเขาเดินโอบไหล่ผู้หญิงคนหนึ่งออกมาจากห้องพักในโรงแรม”

“หลินเทียนกับผู้หญิงคนนั้นไม่เพียงแค่พูดคุยและหัวเราะต่อกระซิกกันเท่านั้นนะ แต่ยังจูบกันอีกด้วย”

“อะไรนะ? !” คุณนายเจียงวางไม้เท้าในมือลงกับพื้นอย่างแรง แล้วก็พูดขึ้นมาอย่างโกรธเคืองว่า “ก็แค่ลูกเขยแต่งเข้าที่ไร้ค่าคนหนึ่ง มันมีสิทธิ์อะไรมานอกใจ ไอ้สารเลว! น่าขายหน้าตระกูลเจียงจริง ๆ!”

คุณนายเจียงไม่ได้รู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเจียงเชียนหนิงและฟางจืออางเลย บวกกับพฤติกรรมที่ผิดปกติไปของหลินเทียน

จึงทำให้เธอเชื่อคำพูดของฟางจืออางไปโดยปริยาย

สีหน้าของคุณนายเจียงดูมืดครึ้มมาก แล้วก็โมโหเดือดดาลว่า “เจียงเทียนจง นายต้องไปลากตัวคนสารเลวอย่างหลินเทียนกลับมาหาให้ฉันเดี๋ยวนี้ ฉันจะใช้กฏในครอบครัวจัดการกับมัน!”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED