ตอน 2

งานเลี้ยงที่เซียนเลส พาเลซ โฮเทล

“ขอเสียงปรบมือต้อนรับคุณมู่แห่งมู่ซื่อครับ!”

มู่จื่อเจว๋พาเจียงอีโหรวผู้เป็นเลขาเข้ามาในงานท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังกระหึ่ม

ในฐานะที่เป็นโรงแรมอันดับหนึ่งของเมืองเจียง แล้วก็เป็นงานเลี้ยงที่จัดขึ้นโดยมู่ซื่อซึ่งบริษัทอันดับหนึ่งของเมืองเจียง จึงมีผู้ทรงอำนาจและมีอิทธิพลในแวดวงธุรกิจจำนวนมากในเมืองเจียงมารวมตัวกันที่นี่

รวมถึงเหล่าพันธมิตรร่วมงานของมู่ซื่อด้วยเช่นกัน

ส่วนงานเลี้ยงที่ใหญ่โตขนาดนี้ จุดประสงค์ก็เพียงเพื่อประกาศแต่งตั้งซีอีโอคนใหม่ของมู่ซื่อเท่านั้น

“ว้าว! คุณมู่หล่อจังเลย!”

“ไม่ใช่แค่หล่อนะ ที่สำคัญคือเป็นผู้ชายที่ดีมาก ๆ ด้วย ทั้ง ๆ ที่ดีเลิศขนาดนี้ แต่กลับคอยดูแลภรรยาที่นอนเป็นเจ้าหญิงนิทราป่วยติดเตียงมานานสามปีอย่างซื่อสัตย์ ไม่แต่งงานใหม่ และยังได้ยินมาว่าภรรยาของเขาถูกคนในครอบครัวทอดทิ้งมาด้วยนะ!”

“คุณพระ ผู้หญิงคนนี้โชคดีเกินไปไหม”

“นั่นน่ะสิ เมื่อสามปีก่อนแม้แต่ศาสตราจารย์เผิง หมอที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศก็ยังบอกว่าไม่สามารถรักษาได้ ถ้าไม่ได้คุณมู่ ผู้หญิงคนนั้นก็คงจะตายไปนานแล้ว...”

ตอนนี้บรรดาสาว ๆ ต่างพากันพูดคุยซุบซิบด้วยความอิจฉา

มู่จื่อเจว๋ได้ยินแบบนั้นก็อกผายไหล่ผึ่งขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่

ในเวลานี้เฉินเจิน ตัวแทนของคณะกรรมการก็เดินมาอยู่ตรงหน้าของมู่จื่อเจว๋ ก่อนจะประกาศออกมาต่อหน้าผู้คนว่า:

“ผมเชื่อว่าทุกท่านต่างก็ทราบกันดีว่าคุณเซี่ย ซีอีโอคนก่อนของมู่ซื่อล้มป่วยหนักเป็นเวลาสามปี ดังนั้นหลังจากที่คณะกรรมการได้ร่วมกันหารือแล้ว จึงตัดสินใจที่จะเลือกซีอีโอคนใหม่มารับหน้าที่แทนคุณเซี่ย”

“ส่วนซีอีโอคนใหม่คนนี้ก็คือ...

ขณะที่พูดถึงตรงนี้

เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ที่ดังขึ้นมาอย่างกะทันหันก็ขัดจังหวะทำให้การประกาศหยุดชะงัก

มู่จื่อเจว๋หยิบโทรศัพท์ออกมา หลังจากเห็นว่าคนที่โทรมาคือบุคลากรของโรงพยาบาล เขาก็อึ้งตะลึงไปทันที สุดท้ายก็รับสาย

เสียงของนางพยาบาลดังมาจากปลายสายอย่างรวดเร็ว :

“คุณมู่ คุณเซี่ยหลิง ภรรยาของคุณเพิ่งจะฟื้นขึ้นมา ไม่ทราบว่าคุณสามารถมาที่โรงพยาบาลได้ตอนไหนคะ”

“อะไรนะ!” มู่จื่อเจว๋ตกใจจนแทบจะปาโทรศัพท์ทิ้งไป

เซี่ยหลิงฟื้นขึ้นมาแล้วเหรอ

จะเป็นไปได้ยังไง!

แต่เพื่อไม่ให้ทุกคนเกิดความสงสัย มู่จื่อเจว๋จึงรีบวางสายไปด้วยความลนลาน ก่อนจะพูดกับเฉินเจิน “ไม่ใช่ธุระสำคัญอะไรครับ คุณเฉิน เชิญต่อได้เลย”

ขอแค่เขาได้รับหุ้นอย่างราบรื่น ต่อให้เซี่ยหลิงจะฟื้นขึ้นมาตอนนี้มันก็สายไปแล้ว

เฉินเจินพยักหน้า ก่อนจะประกาศต่อ “ในนามของคณะกรรมการบริษัท ผมขอแต่งตั้งคุณมู่ มู่จื่อเจว๋เป็นซีอีโอของมู่ซื่ออย่างเป็นทางการ!”

“เยี่ยม!”

ทุกคนพากันปรบมือ

“คุณเฉิน หลังจากนี้พวกเราจะลงนามโอนกรรมสิทธิ์หุ้นกันที่ไหนดี?” มู่จื่อเจว๋ที่รู้ว่าเซี่ยหลิงฟื้นขึ้นมาแล้วก็รีบเร่งเร้าด้วยความรีบร้อนทันที

แต่เฉินเจินกลับส่ายหน้า “คุณมู่ ไม่ได้เซ็นสัญญากันวันนี้ครับ”

“ไม่ใช่วันนี้เหรอ แล้วเมื่อไร?” สีหน้าของมู่จื่อเจว๋แข็งชะงักทันที

“ช่วงเวลาเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ จะมีการแถลงข่าวในอีกสามวันข้างหน้า ถึงตอนนั้นก็จะมีการประกาศให้ทั้งอินเทอร์เน็ตได้ทราบ ส่วนงานเลี้ยงในวันนี้ก็เป็นเพียงแค่การแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเท่านั้น”

คำตอบในงานเลี้ยงของเฉินเจินดังก้องอยู่ในหัวของมู่จื่อเจว๋อย่างต่อเนื่อง

มู่จื่อเจว๋ออกมาจากงานเลี้ยง เข้ามานั่งอยู่บนที่นั่งคนขับในรถหรู รู้สึกเหมือนกับถูกหลอก

“บ้าเอ๊ย!”

มู่จื่อเจว๋ทุบพวงมาลัยด้วยความโมโหเกรี้ยวกราด

“พี่จื่อเจว๋ เป็นอะไรไปเหรอคะ?” เจียงอีโหรวถามขึ้นด้วยความสับสนไม่เข้าใจ

“หุ้นยังไม่ถูกโอนมา เซี่ยหลิงฟื้นขึ้นมาก่อน” มู่จื่อเจวสตาร์ทเครื่องด้วยใบหน้าที่หมองหม่น “พวกไปโรงพยาบาล ไปจัดการเรื่องของเซี่ยหลิงให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยว่ากัน”

...

ภายในห้องผู้ป่วยของโรงพยาบาล

“เสี่ยวหลิง คุณเพิ่งฟื้นขึ้นมา ต้องพักฟื้นตามคำสั่งของหมอนะ มา หิวแล้วใช่ไหม กินอะไรก่อน เรื่องของบริษัท มีผมอยู่ด้วย คุณพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอย่างสงบจิตสงบใจได้เลยนะ”

เซี่ยหลิงนอนมองชายโฉดหญิงชั่วที่อยู่ตรงหน้าคู่นี้กำลังวุ่นไปวุ่นมาอยู่บนเตียงอย่างเงียบ ๆ

ถ้าไม่ใช่เพราะเธอยังมีสติสัมปชัญญะ เธอก็ไม่มีทางเชื่อแน่นอนว่าเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ทั้งสองคนนี้จะแอบมีอะไรกันอยู่ริมเตียงของเธอ

“จริงสิ เสี่ยวหลิง เมื่อตะกี้นี้ผมถามหมอแล้ว หมอบอกว่าตอนนี้ร่างกายของคุณอ่อนแอมาก ไม่สามารถสัมผัสอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ปล่อยรังสีได้ ไม่อย่างนั้นมันจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นฟูร่างกายของคุณ”

มู่จื่อเจว๋เดินตรงไปปิดโทรทัศน์ ก่อนจะสะกิดจมูกของเธอ เก็บโทรศัพท์ของเซี่ยหลิงไปอย่างเอาใจใส่ ก่อนจะแสร้งทำเป็นพูดขึ้นอย่างเอ็นดู “โทรศัพท์ก็เล่นไม่ได้เหมือนกัน มันไม่ดีต่อร่างกาย คุณทนอีกสักสองสามวันนะ”

ก่อนที่เขาจะลงนามเซ็นข้อตกลงการโอนหุ้น กลายเป็นซีอีโอคนปัจจุบันของบริษัทอย่างเป็นทางการ จะปล่อยให้เซี่ยหลิงติดต่อกับโลกภายนอกไม่ได้เด็ดขาด

แล้วก็จะให้คนพวกนั้นของบริษัทรู้ว่าเซี่ยหลิงฟื้นขึ้นมาแล้วไม่ได้เหมือนกัน

ไม่อย่างนั้นความพยายามตลอดหลายปีที่ผ่านมาของเขาก็จะสูญเปล่า

“ใช่ ๆ เสี่ยวหลิง คุณมู่พูดถูก สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือสุขภาพร่างกายของเธอ ส่วนเรื่องในบริษัท มีคุณมู่อยู่ เธอไม่ต้องเป็นห่วง”

เจียงอีโหรวเองก็แสร้งทำเป็นพูดปลอบขึ้นมา

พูดจบ เธอก็ยังเช็ดน้ำตาที่แทบไม่มีเลยด้วยซ้ำ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยสีหน้าเป็นห่วง “เสี่ยวหลิง ตลอดระยะเวลาสามปีที่เธอนอนหมดสติ เธอไม่รู้ว่าฉันเป็นห่วงเธอมากขนาดไหน แล้วคุณมู่ด้วย พวกเรากลัวว่าเธอจะไม่ตื่นขึ้นมาอีก เพราะงั้นพวกเราจึงเรียกชื่อของเธออยู่ที่ริมเตียงตลอดทุกวัน...”

ถ้าหากเป็นเมื่อก่อนตัวเองได้ยินคำพูดแบบนี้ ก็คงจะรู้สึกซาบซึ้งใจไม่น้อย แต่เซี่ยหลิงในตอนนี้รู้สึกอยากจะอาเจียนเท่านั้น

“งั้นเหรอ?” เธอหัวเราะเบา ๆ

“ตลอดสามปีที่นอนหมดสติ ฉันก็เหมือนจะได้ยินเสียงของพวกเธอจริง ๆ นั่นแหละ...”

ตอน 3

คำพูดประโยคเดียว ทำเอามู่จื่อเจว๋กับเจียงอีโหรวตกใจจนหน้าซีดเผือด

หรือว่าหลังจากที่เซี่ยหลิงกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราไปแล้ว เธอจะไม่ได้หมดสติไปจริง ๆ แต่ว่าเธอมีสติสัมปชัญญะมาโดยตลอดงั้นเหรอ!

แสดงว่าเรื่องที่พวกเขาสองคนแอบมีอะไรกันข้างเตียงของเธอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เธอก็รู้หมดแล้วน่ะสิ

สีหน้าท่าทางตกใจของทั้งสองคนทำให้เซี่ยหลิงยิ่งยิ้มเย้ยหยันมากขึ้นไปอีก

“แต่ฉันไม่แน่ใจว่าฉันกำลังฝันไป หรือว่าได้ยินเสียงของพวกเธอจริง ๆ กันแน่ เพราะว่าตั้งแต่ที่ฉันกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา สติของฉันก็ว่างเปล่าไปหมด...”

เซี่ยหลิงส่งเสียงพูดขึ้นมาอีกครั้ง ทำลายความสงสัยของทั้งสองคน

เธอไม่อยากจะเปิดโปงทั้งสองคนในตอนนี้ เพราะว่าถ้าเปิดโปงพวกเขาในตอนนี้ มันก็จะใจดีกับพวกเขาเกินไป!

เธอสามารถทำให้มู่จื่อเจว๋โบยบินขึ้นสูงได้ เธอก็สามารถเหยียบเขาให้จมดินได้เหมือนกัน!

ตอนนี้มู่จื่อเจว๋กับเจียงอีโหรวถึงได้ถอนหายใจออกมา ที่แท้เขาก็คิดมากเกินไป

“ไม่เป็นไรหรอก เสี่ยวหลิง สิ่งนี้มันไม่สำคัญ ในเมื่อคุณนึกไม่ออกก็ไม่ต้องนึก สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือคุณปลอดภัยก็พอแล้ว” มู่จื่อเจว๋พูดขึ้น

“ใช่ ใช่ ใช่! คุณมู่ ฉันว่าพวกเราให้เสี่ยวหลิงพักผ่อนกันก่อนดีกว่าค่ะ ถึงยังไงเสี่ยวหลิงก็เพิ่งจะฟื้นขึ้นมา ร่างกายยังอ่อนแอ” เจียงอีโหรวพูดเสนอขึ้นมา

ทั้งสองคนราวกับกลัวว่าถ้าพูดคุยกันต่ออีกจะปลุกความทรงจำของเซี่ยหลิงขึ้นมา จึงรีบหาเหตุผลปลีกตัวออกไปทันที

“พวกโง่!!”

เมื่อเห็นทั้งสองคนหนีออกไปจากห้องผู้ป่วยแล้ว เซี่ยหลิงก็หัวเราะออกมาอย่างเย็นชา

“คิดว่าเอาโทรศัพท์ของฉันไปแล้ว ฉันจะไม่สามารถติดต่อกับคนภายนอกได้งั้นเหรอ?” น่าขำสิ้นดี!

ถ้าตอนนี้เจียงอีโหรวยังคงอยู่ที่นี่ ก็จะจำได้ทันทีว่าโทรศัพท์ในมือของเซี่ยหลิงก็คือโทรศัพท์ของเธอ

เซี่ยหลิงปลดล็อกรหัสโทรศัพท์ของเจียงอีโหรวได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะโทรออกไปหาหมายเลขหนึ่งที่ไม่ได้โทรมาหลายปีแล้ว

ถ้าคำนวณอย่างละเอียด ครั้งสุดท้ายที่โทรไปหาหมายเลขนี้ก็คือเมื่อเจ็ดปีก่อน เธอในตอนนั้นยังไม่ได้ออกจากแก๊ง

“ตู๊ด...”

“ใคร”

หนึ่งวินาทีต่อมา ก็มีคนรับสาย

“หลัวมือฆ่า ยังจำฉันได้ไหม?” ตอนที่ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยนี้ มุมปากของเซี่ยหลิงก็ยกขึ้นมาเล็กน้อย

“คุณหนู! !”

หลัวมือฆ่าที่อยู่ปลายสายตื่นตัวจนแทบจะทำโทรศัพท์ร่วงตกพื้น

เพียงแค่คำพูดเดียว!

เพียงแค่คำเรียกที่สูงส่งทะนงตัวคำเดียวเท่านั้น ก็ทำให้หลัวมือฆ่าจำตัวตนของเซี่ยหลิงได้ทันที เพราะนอกจากคุณหนูที่เคยมีอำนาจควบคุมโลกใต้ดินได้ด้วยตัวคนเดียวแล้ว

ก็ไม่มีใครที่มีความกล้าหาญขนาดนี้อีก!

“คุณหนู เจ็ดปีแล้ว! ตั้งแต่เจ็ดปีก่อนที่คุณหนูแอบปกปิดความเป็นอยู่ พวกเราก็หาคุณหนูไม่เจออีกเลย ตลอดหลายปีมานี้แก๊งมือสมิงไม่มีคุณหนู แทบจะโกลาหลวุ่นวายไปหมด ตอนนี้แม้แต่แก๊งเล็ก ๆ อย่างเสือขาวก็มารังแกพวกเราได้แล้ว......”

เซี่ยหลิงหรี่ตา น้ำเสียงเย็นชา

“ประกาศออกไปให้ทั่ว ว่าเซี่ยหลิงผู้นี้ จะกลับคืนสู่แก๊งมือสมิงอย่างเป็นทางการ!”

...

ปกปิดความเป็นอยู่ของตนเอง หายไปเจ็ดปีเต็ม ๆ ในที่สุดก็ได้ข่าวว่าคุณหนูใหญ่ของแก๊งมือสมิงจะกลับมา วันนั้นเรื่องนี้ได้กลายเป็นข่าวใหญ่แพร่สะพัดไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

ยุโรป ในช่วงเวลาค่ำคืน

ในฐานะที่เป็นตระกูลค้าอาวุธที่เก่าแก่และลึกลับที่สุดในยุโรป ปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นผู้ค้าอาวุธอันดับหนึ่งของโลก ตระกูลเฟิงจึงมีตำแหน่งที่สูงส่งมากในระดับนานาขาติ

ไม่ได้ด้อยไปกว่าแก๊งมือสมิงเลยสักนิด

หากมีเหตุการณ์ระดับโลกใด ๆ เกิดขึ้น หรือแม้แต่ปัญหาเล็กน้อย ก็ไม่สามารถรอดพ้นสายตาของพวกเขาไปได้

ภายในห้อทำงานของหัวหน้าตระกูลเฟิง

ชายรูปร่างกำยำสูงประมาณหนึ่งร้อยเก้าสิบกว่า ๆ ในเครื่องแบบทหารคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ท่าทางเย่อหยิ่งเย็นชา

ใบหน้าที่หล่อเหลา ราวกับเทพเจ้าโบราณที่โดดเด่นที่สุดจากในภาพเขียนฝาผนังของช่วงยุคกลาง

ทำให้คนไม่อาจละสายตาไปได้

ในเวลานี้เอง เฟิงเส้าถิงก็กำลังจัดการกับงานในชีวิตประจำวันตามปกติ

“ท่านหัวหน้า! ข่าวดีครับ ข่าวดีมาก ๆ เลยครับ!” ในเวลานี้ ก็มีเสียงเคาะประตูดังมาจากข้างนอก ขัดจังหวะความคิดของเฟิงเส้าถิง

“เข้ามา”

ชายคนนั้นพูดน้อยมาก

หลังจากลูกน้องเข้ามา ก็รายงานข่าวดีทันที “ท่านหัวหน้า มีข่าวดีครับ ตรวจสอบเจอเบาะแสของคุณหนูเซี่ยหลิงได้แล้วครับ!”

มือที่จับปากกาอยู่ของเฟิงเส้าถิงกำแน่นขึ้นมาทันที

เขากดอารมณ์เอาไว้ภายในใจ แต่เบ้าตากลับแดงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ กัดริมฝีปากพูดออกมาหนึ่งประโยค “อยู่ไหน?”

“เมืองเจียง ประเทศอัลแลนด์ครับ”

หลังจากที่ได้รับคำตอบแล้ว ชายคนนั้นก็หยิบรูปถ่ายของหญิงสาวที่พกติดตัวตลอดเวลาออกมาจากในกระเป๋าเสื้อของตัวเอง

มองลงไปในรูปถ่าย เด็กสาวยิ้มแย้มสดใสราวกับดอกทานตะวัน ในแววตาของเฟิงเส้าถิงปรากฏให้เห็นความดุดันที่ไม่อาจระงับเอาไว้ได้อีกต่อไป!

“เจ็ดปีแล้ว”

“เสี่ยวหลิง ในที่สุดฉันก็หาเธอเจอ”

“ครั้งนี้ ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอไปจากฉันอีก”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED