ในจักรวาลนี้ นอกจากโลกมนุษย์แล้ว โลกคู่ขนาน ดินแดนลี้ลับ มิติพิศวง มนุษย์ต่างดาว ทุกอย่างที่มนุษย์โลกพูดถึงล้วนมีอยู่จริงในแต่ละห้วงเวลา และสามารถเชื่อมโยงถึงกันได้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง แต่จะเป็นวิธีไหนนั้นใครเล่าจะหยั่งรู้
‘มายา’ คือดินแดนหนึ่งในจักรวาลนี้ที่ชาวจีนตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงยุคสมัยนี้เชื่อว่ามีอยู่จริง โดยมีเรื่องเล่าว่าชาวมายาคือลูกผสมระหว่างเทพกับปีศาจ พวกเขาจึงมีฐานะต่ำกว่าชาวเทพสวรรค์แต่เหนือกว่าชาวปีศาจ ดังนั้นพวกเขาจึงเปรียบเสมือนมิตรก็ไม่ใช่ ศัตรูก็ไม่เชิงของสองดินแดนนี้
และผู้ที่แหกกฎรักอันลือลั่นนี้ขึ้นก็คือมหาเทพผู้ปกครองแดนสวรรค์นั่นเอง แต่ด้วยกฎของสองดินแดนที่เป็นปรปักษ์ต่อกันมาตลอดระยะเวลายาวนาน ทำให้บุตรที่เกิดจากคนรักซึ่งเป็นธิดาของราชาปีศาจ ถูกสองดินแดนแย่งชิงกันเลี้ยงดู
ไม่ใช่เพราะความรักแต่เพราะอยากเป็นผู้ครอบครองพลังเวทจากเด็กที่เกิดมาต่างหาก เพราะต่างก็มั่นใจว่าเด็กจะได้รับพลังจากสองเผ่าพันธุ์มาเต็มๆ และจะกลายเป็นขุมพลังหยินหยางที่ยิ่งใหญ่ต่อดินแดนที่ได้ครอบครองเด็กเอาไว้
มหาเทพผู้เป็นบิดาและธิดาราชาปีศาจผู้เป็นมารดา เห็นความขัดแย้งเริ่มบานปลายมากขึ้น จึงตัดสินใจผนึกพลังของพวกเขาสร้างดินแดนมายาให้บุตรอันเป็นที่รักได้อาศัยอยู่อย่างสงบสุข และต่างก็ส่งคนสนิทของตนให้ช่วยดูแล
หลังจากสร้างดินแดนมายาพวกเขาก็ตัดขาดกับลูกน้อย ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องใดๆ อีกเพื่อยุติปัญหา ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนสนิทคอยดูแลรับใช้กันเอง
บุรุษสตรีเมื่อมาเจอกัน ต่อให้ต่างเผ่าพันธุ์ดอกรักก็ยังผลิบาน ผ่านไปไม่กี่ปีทารกชาวมายาก็เริ่มมีจำนวนมากขึ้น เดือดร้อนถึงผู้นำทั้งสองดินแดนอีกครั้ง เพราะเกรงว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ตามมา ต่างก็หายใจไม่ทั่วท้องอยู่หลายปี ได้แต่เฝ้าระวังอย่างแน่นหนา
กระทั่งชาวมายาคนแรกอายุครบยี่สิบปี อยู่ๆ ก็เกิดเหตุประหลาดขึ้นในกลางดึกยามจื่อ เขากรีดร้องด้วยความเจ็บปวด บิดกายไม่เป็นท่าด้วยความทรมาน เหงื่อกาฬแตกพลั่กพร้อมน้ำตาที่ไหลนอง ร้องโหยหวนไม่ขาดปาก เส้นเลือดทั่วร่างปูดโปนแทบจะปริแตก เป็นอยู่อย่างนั้นนานจนฟ้าสางและหมดสติไป
เมื่อฟื้นขึ้นมาเขาก็รู้ตัวว่าพลังที่วิ่งพล่านอยู่ในร่างกายอย่างยากจะควบคุมขึ้นเรื่อยๆ ตามวัยลดหายไปส่วนหนึ่ง ไม่กี่วันผ่านไปก็รู้ว่าพลังที่เหลืออยู่ในร่างกายนั้นคือพลังจากแดนสวรรค์.. เรื่องนี้ทำให้ผู้นำแดนสวรรค์พึงพอใจเป็นอย่างมาก แต่ผู้นำแดนปีศาจกลับกังวลจนผมหลุดร่วง
แต่หลังจากนั้นไม่กี่ปี ผู้นำทั้งสองดินแดนก็เริ่มส่งเสียงหัวเราะต่อกันได้ นั่งเล่นหมากล้อมกับนางสนมคนโปรด จิบชาอย่างดี คลี่พัดขนหงสาสะบัดรับลมอย่างสบายใจ เพราะรู้แล้วว่าเมื่ออายุครบยี่สิบปีเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ชาวมายาจะมีพลังอำนาจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเหลืออยู่ในตัวเท่านั้น
ผ่านไปอีกสองร้อยกว่าปี ก็สรุปได้ว่าชาวมายานั้นมีอายุขัยสั้นกว่าชาวเทพและปีศาจ แต่ยืนยาวกว่ามนุษย์อยู่เล็กน้อย
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ จึงทำให้ผู้นำสองดินแดนเมตตาต่อชาวมายามากขึ้น ลงนามร่วมกันขึงเวทมนตร์ปกป้องดินแดนแห่งนี้อย่างดีที่สุด ให้ชาวมายามีอิสระในการใช้ชีวิตร่วมกับมนุษย์ได้ แต่พลังของพวกเขาจะอ่อนลงแปดในสิบส่วนทันทีเมื่อออกนอกเขตแดนมายา เพื่อปกปิดตัวตนจากมนุษย์ และเพื่อปกป้องมนุษย์จากชาวมายาด้วยเช่นกัน
หนึ่งพันปีผ่านไป..
ความสงบสุข ความสบายใจของผู้นำสองดินแดน ที่ช่วยกันปกป้องดินแดนมายาก็มาถึงจุดจบ
ผู้นำของสองดินแดนที่ไม่เคยคิดจะเป็นมิตรกัน แต่ก็ไม่เคยคิดจะห้ำหั่นจนกลายเป็นศัตรูต้องสุมหัวปรึกษากันอีกครั้ง
เนื่องจากตอนนี้ในดินแดนมายามีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ในหนึ่งพันปีมานี้มีเพียงเขาเท่านั้นที่แตกต่าง เพราะเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วร่างกายยังสามารถรับพลังของทั้งสองฝ่ายเอาไว้ได้ พลังของเขาทำให้สวรรค์และปีศาจต่างก็หวั่นเกรง กลัวว่าสักวันหนึ่งจะเกิดความไม่สงบสุขขึ้นมา
วิธีเดียวที่จะลดทอนพลังเหล่านั้นลงได้บ้าง ก็คือการหาฟูเหรินให้เขาผู้นั้นหลายๆ คน โดยเฉพาะสตรีที่เป็นเพียงมนุษย์เดินดินธรรมดาๆ เพราะมนุษย์ไม่สามารถอยู่ในดินแดนสีเทานี้ได้นานเกินสามวัน ยกเว้นเสียแต่ว่าจะได้รับการถ่ายพลังด้วยการร่วมเสพสมกับชาวมายา
ร้านยาจีน จังหวัดนครสวรรค์
“เหม่ยลี่ ถึงเวลาไปฝึกมวยไทยแล้วนะ ทำไมยังไม่ไปอีก”
“จะไปเดี๋ยวนี้แหละเตีย” หญิงสาวที่กำลังเดินลงบันได ตอบบิดาที่อยู่ตรงหน้าตู้เก็บยาสมุนไพร
“เรียนเสร็จแล้วรีบกลับบ้านล่ะ อย่าไปก่อเรื่องที่ไหนอีก” หมอตี๋ที่ชาวบ้านพากันเรียกจนติดปาก มีชื่อจริง ๆ ว่าหยวนตง บอกกับลูกสาวที่พาข้ามประเทศมาจากอู่ฮั่นตั้งแต่อายุแค่ห้าขวบ
“เตียลืมหรือเปล่า วันนี้หนูต้องไปว่ายน้ำ”
“ว่ายน้ำเสร็จแล้วก็รีบกลับล่ะ ถ้าเตียรู้ว่าไปยิงนกตกปลาอีกนะ โดนแน่” บิดาคุยกับลูกสาวด้วยภาษาจีนทุกคำ ส่วนลูกจะตอบกลับเป็นไทยบ้างจีนบ้างตามแต่สมองคิดออกในตอนนั้น
“จริง ๆ หนูก็มีนัดกับเพื่อนต่อนะเตีย แต่ไม่ได้นัดไปซนที่ไหนหรอก”
“แล้วจะไปไหนกัน ดูหนังเหรอ”
“เปล่า จะไปคลินิก”
“ไปทำไม เพื่อนป่วยเหรอ บอกอาการมาสิ เดี๋ยวเตียจัดสมุนไพรให้”
“ไม่ได้ป่วย แต่นัดจะไปทำนมกันน่ะ” เธอไม่พูดเปล่าแต่ใช้สองมือประคองเต้าที่อวบอิ่มส่ายตัวไปมา
“เหม่ยลี่!”
เสียงตวาดของบิดาทำให้หญิงสาววัยสิบเก้าปีหัวเราะเสียงดังลั่น
“หนูล้อเล่นเฉย ๆ น่ะเตีย อย่าคิดมากสิ เดี๋ยวความดันก็ขึ้นหรอก ไปก่อนนะคะอาเตียขา” ส่งจูบให้บิดาด้วยท่าทางทะเล้นแล้ววิ่งออกจากร้าน ขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจและสวมหมวกกันน็อก
หยวนตงเดินตามไปส่งลูกสาวถึงที่รถ “ชุดว่ายน้ำ ผ้าเช็ดตัว เตรียมไปแล้วใช่ไหมเหม่ยลี่”
“เจ้าค่ะคุณเตีย” ตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม โบกมือให้บิดาก่อนจะบิดคันเร่งจากไป
“ค่อย ๆ ขี่นะเหม่ยลี่” บุรุษวัยห้าสิบกลาง ๆ แต่หน้าตาและรูปร่างดูเหมือนหนุ่มใหญ่วัยแค่สามสิบนิด ๆ ตะโกนไล่หลังด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ส่งสายตามองลูกสาวจนลับตาจึงเดินกลับเข้าไปในร้าน..
และหยุดชะงักด้วยความตกใจ เมื่อเห็นบุรุษที่ยืนคอยอยู่ด้านใน
“ท่านมหาเทพ!.. คารวะท่านมหาเทพ” ได้สติก็รีบโน้มกายทำความเคารพ
“ท่านเทพรักษา ตกใจมากนักเหรอที่เห็นข้า”
“ใช่ เกิดอะไรขึ้นครับ..ขอรับ” เทพรักษาที่มีอายุจริงเกือบ ๆ จะหนึ่งพันปีถามมหาเทพผู้เป็นนายใหญ่
มหาเทพคลี่ยิ้มละมุน “พูดตามสบายเถอะท่านเทพรักษา เราเข้าใจดีว่าท่านมาอยู่ที่โลกมนุษย์นาน อาจจะลืมภาษาเทพไปแล้ว”
“ไม่ลืมหรอกท่านมหาเทพ แล้วท่านลงมาพบข้าถึงที่นี่ มีเรื่องสำคัญอันใดขอรับ”
กริ๊ง...
เสียงโมบายที่ติดไว้ตรงประตูส่งเสียงดังขึ้น บอกให้รู้ว่ามีคนเปิดประตูเข้ามาในร้าน หยวนตงหันไปมอง.. ส่งยิ้มทักทายให้ลูกค้าเจ้าประจำ
“สวัสดีครับอาม่า”
“สวัสดี ๆ วันนี้ลื้ออยู่คนเดียวเหรอหมอตี๋”
“ครับ ทำไมเหรอครับอาม่า”
“ก็เมื่อกี้อั๊วมองเข้ามา อั๊วเห็นเหมือนลื้อกำลังคุยกับใครอยู่”
“..อั๊ว..อั๊วร้องเพลงแก้เหงาน่ะอาม่า วันนี้อาม่าจะรับอะไรดี” แก้ตัวแล้วเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของนาง
“อาเหม่ยลี่ไปไหนล่ะ อั๊วไม่เห็นอีมาสักพักแล้ว”
“อีไปฝึกมวยไทยน่ะอาม่า”
“เป็นสาวเป็นนางไปฝึกมวยไทยเนี่ยนะ! ลื้อคิดอะไรของลื้ออยู่หมอตี๋” อาม่าทำสีหน้าไม่เห็นด้วย
“เอาไว้ป้องกันตัวไงอาม่า อาม่าจะเอายาตัวไหนครับ”
“ลื้อนี่นะ พออั๊วถามถึงอาเหม่ยลี่ทีไรก็บ่ายเบี่ยงตลอด” อาม่าตำหนิอย่างขัดใจ “ลื้อรังเกียจหลานชายอั๊วเหรอ”
ได้ยินเสียงหัวเราะของคนที่นั่งฟังอยู่บนเก้าอี้ไม้ แต่เหมือนเป็นแค่ธาตุอากาศอยู่ในห้องนี้ หยวนตงก็หันไปมองด้วยสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย.. ‘ท่านมหาเทพอย่าหัวเราะสิขอรับ ข้ากำลังปกป้องนางเพื่อท่านนะขอรับ’ สื่อสารกับอีกฝ่ายผ่านทางจิตและมุ่งความสนใจไปที่อาม่าต่อ
“ผมจะรังเกียจได้อย่างไร ในเมื่อหลานชายของอาม่าแต่ละคนเก่ง ๆ กันทั้งนั้น”
ได้ยินดังนั้นอาม่าก็คลี่ยิ้มกว้างพึงพอใจ เขย่าแขนหมอตี๋เบา ๆ พร้อมสีหน้ากรุ้มกริ่ม
“แล้วทำไมลื้อถึงไม่ยอมยกอาเหม่ยลี่ให้เป็นหลานสะใภ้คนเล็กของอั๊วล่ะ”
“โธ่..ลูกสาวผมเพิ่งจะสิบเก้าเองนะอาม่า ปีนี้อีต้องไปเรียนที่จีนด้วย ครอบครัวผมก็จะย้ายกลับไปเหมือนกัน”
“ก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่ หมั้นเอาไว้ก่อน เรียนจบค่อยกลับมาแต่งงานกันก็ได้ ลื้อจะอยู่ที่จีนก็ไม่เป็นไร อั๊วสัญญาว่าจะดูแลหลานสะใภ้อย่างดี” อาม่ารวบรัดตัดตอนเบ็ดเสร็จ
“อาม่าครับ ลูกสาวผมแก่นเซี้ยวอย่างกับทอมบอย เธอไม่เหมาะกับหลานชายที่แสนสุภาพของอาม่าหรอก”
“เหมาะสมจะตาย ลูกลื้อเหมือนทอมบอย ส่วนอารันหลานอาม่าก็เรียบร้อยเหมือนผู้หญิง คู่สร้างคู่สมชัด ๆ”
“อาม่า” หยวนตงถอนหายใจเบา ๆ ริมฝีปากยังเปื้อนยิ้ม “ผมขอบอกกับอาม่าตรง ๆ เลยก็แล้วกันนะ เรื่องนี้ผมเคยถามเหม่ยลี่ไปแล้ว แต่เขาบอกผมว่า..” โน้มตัวที่สูงใหญ่ลงไปอีกนิด แล้วยกมือป้องปากที่ข้างหูของผู้ที่อาวุโสกว่าในเมืองมนุษย์ “เธอชอบผู้หญิง”
“หา!” อาม่าตบอกไล่ลมหายใจที่ตีตื้นขึ้นมาจนเกือบจะทำให้เป็นลม
“อาม่า! นั่งก่อน ๆ” หยวนตงรีบพยุงอาม่าไปนั่งที่เก้าอี้ที่วางเรียงไว้ให้ลูกค้านั่งรอด้วยความเป็นห่วง รู้สึกผิดเล็กน้อยที่คำพูดบอกปัดของตนทำให้คนแก่ลมขึ้น
“ทำไมลื้อถึงปล่อยให้อีเป็นแบบนั้นล่ะหมอตี๋”
“ผมเลี้ยงลูกอย่างให้อิสระน่ะอาม่า ไม่อยากบังคับใจอี” เขาอยากบอกอาม่าเหลือเกินว่าอารันหลานของอาม่านั่นน่ะ ใคร ๆ ก็มองออกว่าเป็นพวกแอบ มีแต่อาม่าคนเดียวกระมังที่มองว่าสุภาพเรียบร้อยเพราะถูกอบรมสั่งสอนมาดี
แต่ก็ช่างเถอะ ให้จบ ๆ ไปแบบนี้แหละดีแล้ว เพราะเขายังมีเป้าหมายที่สำคัญกว่ารออยู่
“เอาเป็นว่าอาม่าเปลี่ยนใจเถอะนะ ลูกสาวผมคงกู่ไม่กลับแล้ว”
“รู้แบบนี้แล้วอั๊วก็คงต้องล้มเลิกความคิด แต่อั้วก็ยังชอบอีนะ ก็อีนิสัยดี น่ารัก ถูกใจอั๊วมาก ไม่น่าเลยอาเหม่ยลี่ของอั๊ว”
“วันนี้อาม่าจะรับยาบำรุงตัวไหนดี” หยวนตงยิ้มรับ ได้โอกาสตอนที่นางทอดถอนใจก็รีบเปลี่ยนเรื่อง
“เอายาบำรุงมาให้ลูกสะใภ้คนเล็กอั๊วหน่อย เอาแบบเดิมเลยนะ อีบอกว่าดื่มแล้วดี”
“ได้ครับอาม่า รอสักครู่นะ”
“เมื่อกี้ลื้อบอกว่าจะย้ายกลับไปอยู่ที่จีนเหรอ” อาม่าถามชายวัยเดียวกับลูกชายคนเล็ก ที่เห็นกันมาตั้งแต่มาเปิดร้านใหม่ ๆ แต่หน้าตายังดูหนุ่มไม่เปลี่ยนไปจากเดิม ผิดกันคนละเรื่องกับลูกชายของนาง ที่ดูแก่และมีผมหงอกเต็มศีรษะที่ล้านไปครึ่งหัว
“ครับ”
“แบบนี้อั๊วก็แย่สิ ถ้ายาหมดแล้วอั๊วจะไปหาซื้อที่ไหนได้ล่ะ”
“เดี๋ยวผมเขียนเทียบยาไว้ให้ก็ได้ อาม่าไปซื้อที่ร้านหมอตึ๋งน่าจะมีครบทุกตัว ถ้าไม่ครบก็ลองไปดูที่ร้านตรงหัวถนน ใกล้ ๆ กับอำเภออีกที่นะ”
“ดี ๆ แบบนี้อั๊วค่อยสบายใจหน่อย.. เสร็จแล้วเหรอ เท่าไหร่ สามพันบาทเหมือนเดิมใช่ไหม”
“ครับ ขอบคุณครับอาม่า”
“อือ อั๊วไปก่อนนะหมอตี๋ ขอให้แข็งแรง ๆ นะ”
“ครับ อาม่าก็เหมือนกันนะ.. ค่อย ๆ เดินนะครับ” บอกลาและตามไปส่งถึงหน้าประตู รอจนอีกฝ่ายเดินผ่านร้านไปแล้วจึงดึงประตูม้วนปิดร้านเสียเลย
“มนุษย์ในมิตินี้มีอารมณ์ขันดีนะเทพรักษา”
“ครับ เป็นโลกมนุษย์ที่ศิวิไลซ์กว่ามิติอื่นที่เคยไปอยู่มาด้วย”
รอยยิ้มของมหาเทพค่อย ๆ เหือดหายไปจากใบหน้าที่เปี่ยมเมตตา
“เราส่งเจ้ากับฟูเหรินข้ามมิติครั้งแล้วครั้งเล่า ถอดพลังเทพของเจ้า ให้เหลือเพียงจิตสายเดียวที่สื่อกับเราได้ในยามจำเป็น เจ้าเคยโกรธเราบ้างไหมเทพรักษา”
“ข้ากับฟูเหรินต้องขอบคุณท่านด้วยซ้ำที่เปิดโอกาสให้พวกเราได้ท่องเที่ยวไปยังมิติต่าง ๆ ได้มีประสบการณ์และรู้จักสมุนไพรใหม่ ๆ การที่ถูกส่งมาดินแดนนี้ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ตื่นตามาก ท่านต่างหากที่ต้องลำบากโกหกแทนพวกเรา คอยปกป้องพวกเรา”
“ข้าไม่ลำบากอะไรเลย แค่บอกว่าเจ้ากับฟูเหรินเดินทางไปยังดินแดนอื่น เพื่อเสาะหาสมุนไพรใหม่ ๆ แค่นั้น แต่พวกเจ้ากลับต้องสูญเสียความเป็นส่วนตัวเพื่อทำงานให้ข้า”
“ต่อให้ลำบากเพียงใดพวกเราก็ยินดีทำเพื่อท่านมหาเทพ ถ้ามีเรื่องไหนที่อยากให้พวกเราช่วย บอกพวกเราได้ทุกเรื่อง”
“นอกจากเรื่องนี้ก็ไม่มีเรื่องอื่นอีกแล้วเทพรักษา.. ที่เราลงมาพบท่านวันนี้ก็เพื่อจะถามถึงเด็กสาวฝาแฝดคู่นั้น พวกนางเป็นอย่างไรบ้าง” มหาเทพตกใจเมื่อคนสนิทคุกเข่าลงพร้อมกับสีหน้าที่เศร้าหมอง “เกิดอะไรขึ้นหรือเทพรักษา!”
“มหาเทพมาหาข้าเองแบบนี้ ข้าก็คิดเอาไว้แล้วว่าคงเป็นเพราะเหตุนี้แน่ ข้ารู้สึกผิดต่อท่านนักที่ปิดบังเรื่องนี้เอาไว้” เทพรักษาแห่งดินแดนเทพสวรรค์ ที่เปรียบเสมือนหมอในโรงพยาบาลของโลกมนุษย์ มีสีหน้าเคร่งเครียด ความรู้สึกผิดอัดแน่นเต็มอก
“ลุกขึ้นมานั่งตรงนี้ แล้วคุยกันให้รู้เรื่องเถิดเทพรักษา”
“ขอบคุณมหาเทพ” หยวนตงหรือเทพแห่งการรักษาทำตามอย่างว่าง่าย “ความจริงแล้วเด็กฝาแฝดคู่นั้น ตอนนี้มีชีวิตเหลือเพียงคนเดียวขอรับ”
“..เกิดอะไรขึ้นกับอีกคนหนึ่งเล่า ทำไมนางถึงจากไป”
“นางอยู่เหนือการควบคุมของเราขอรับ.. เพราะนางเป็นเด็กที่เรียบร้อยต่างกับแฝดน้องมาก ๆ เราจึงไม่ระแคะระคายสักนิดว่านางแอบมีคนรัก..รู้อีกทีก็ตอนที่นางพาลูกชายที่เพิ่งคลอดกลับมาที่บ้าน.. นางถูกคนรักทิ้งไปก่อนจะคลอดลูกแค่ไม่กี่วัน กลับมาพร้อมหัวใจที่บอบช้ำ แล้วนาง..นางก็ฆ่าตัวตาย” หยวนตงเอ่ยประโยคที่บีบคั้นหัวใจออกไป “ข้าขอโทษที่ทำหน้าที่ได้ไม่ดีแล้วยังปกปิดเรื่องนี้มาตลอด”
“ไม่ต้องขอโทษหรอก เทียบกับเจ้าที่ต้องลงมาหาทารกหญิงฝาแฝดที่มีหกธาตุ ที่เกิดในวันที่แปดเดือนแปด และต้องเลี้ยงดูพวกนางอย่างดี ก็ถือว่าทำหน้าที่ได้ดีมากแล้ว”
เท้าความกลับไปเมื่อหนึ่งร้อยปีก่อนในแดนสวรรค์ คู่รักเทพรักษาอย่างเขาถูกมหาเทพนัดพบในสถานที่ส่วนตัว การนัดพบครั้งนั้นเป็นความลับที่ไม่มีใครรู้ใครเห็น มีเพียงสามคนเท่านั้นที่รู้กัน
ในค่ำคืนแห่งความลับนั้น เขาได้รู้ว่าระหว่างที่มหาเทพได้ผนึกพลังสร้างดินแดนมายาขึ้นมานั้น ดวงจิตที่เต็มไปด้วยความอาลัยรักในลูกเมีย มีความโกรธแค้นที่ไม่สามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้แฝงอยู่ จึงร่ายมนตร์แฝงลงไปในพลังเวทที่กำลังแผ่ออกไป
ว่าในอีกหนึ่งพันปีผ่านไป ถ้ามีเด็กผู้ชายที่เกิดในวันที่แปดเดือนแปดที่สืบสายเลือดสายตรงจากบุตรชายของท่าน ขอให้ทารกนั้นมีพลังทำลายล้างที่แข็งแกร่งเหนือกว่าผู้ใด ถ้ามีพลังของเทพสวรรค์ก็จะกลายเป็นมหาเทพที่ยิ่งใหญ่เหนือตน แต่ถ้าได้รับพลังปีศาจมากกว่าก็จะกลายเป็นเทพปีศาจที่ไม่สามารถมีใครโค่นล้มได้