ตอน 1

ตอนที่ถังเฟิงเยว่ออกมาจากสำนักกิจการพลเรือนนั้น ในมือมี ‘ใบหย่า’ เพิ่มมาอีกสองใบ แต่ภายในใจนั้นกลับสงบนิ่งเป็นอย่างมาก

จบชีวิตแต่งงานสามปีไปแบบนี้จะบอกว่าไม่อาลัยอาวรงั้นเหรอ

ก็ต้องมีบ้าง แต่ส่วนใหญ่นั้นเป็นการปล่อยวางเสียมากกว่า

คนที่ลี่จิ่งถิงรักนั้นไม่ใช่เธอ แม้แต่เมื่อคืนนี้เขาเมาแล้วพวกเขามีความสัมพันธ์กันครั้งแรก ตอนที่เขากอดเธอนั้นกลับเรียกชื่อผู้หญิงอีกคนขึ้นมาแทน

ถังเฟิงเยว่ระงับความหดหู่ในใจของเธอและยืนอยู่ข้างถนนเพื่อเรียกรถ จากนั้นรถโรลส์รอยซ์สีดำก็ค่อย ๆ หยุดจอดตรงหน้าเธอ

กระจกรถเปิดไว้ครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นสีหน้าเย็นชาของผู้ชายที่กำลังนั่งอยู่ที่นั่งคนขับอยู่

ลี่จิ่งถิงนั้นทั้งรวยและรูปหล่อ

“โรงพยาบาลออกประกาศการเจ็บป่วยขั้นวิกฤติสำหรับกู้รั่วเวยอีกแล้ว เธอไปโรงพยาบาลกับฉัน” เขาแค่เหลือบมองเธอและพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

‘รั่วเวย’ ‘รั่วเวย’ ชื่อนี้อีกแล้ว!

ในเมื่อหย่ากันไปแล้วชื่อนี้ก็ยังตามหลอกหลอนไม่จบไม่สิ้นสักที!

“ถ้าฉันไม่ไปหล่ะ? คุณลี่...” เสียงของเธอเบามาก แต่ท่าทางนั้นเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนตามปกติ

ลี่จิ่งถิงขมวดคิ้วขึ้นมาทันที ผู้หญิงที่อยู่ต่อหน้านั้นเชื่อฟังเขามาตลอดระยะเวลาที่แต่งงานกัน พอหย่ากันวันแรกก็ขัดคำสั่งเขาซะแล้ว

แววตาที่ไม่แยแสและเย็นชาของผู้ชายคนนั้นค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น และถามเธอกลับว่า “เธอลืมสถานการณ์ของตระกูลถังในตอนนี้ไปแล้วรึไงกัน หรือว่าลืมไปแล้วว่าตอนที่กู้รั่วเวยเกิดอุบัติเหตุนั้นเป็นเพราะใคร?”

ใจของถังเฟิงเยว่ค่อย ๆ เย็นชาลงทีละนิด

เธอไม่สนใจเรื่องที่ตระกูลถังกำลังจะล้มละลายเลยแม้แต่นิดเดียว แต่อุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อนนั้นเธอไม่มีทางลืมแน่นอน

ตอนนั้น ถังหราน น้องชายของเธอกับกู้รั่วเวยไม่รู้ว่าไปนั่งรถคันเดียวกันได้ยังไง พอเกิดอุบัติเหตุ กู้รั่วเวยบาดเจ็บสาหัส ถังหรานนั้นไม่ยอมอธิบายอะไรเลยแม้แต่คำเดียวและก็โดนกล่าวหาว่าฆ่าคนโดยเจตนา จนถึงตอนนี้ก็ยังอยู่ในคุก

ยังเหลืออีกหนึ่งเดือนเขาก็จะพ้นโทษแล้ว

“ถ้าเธอไม่อยากให้ถังหรานออกมาจากคุกหล่ะก็...” ความลึกล้ำในแววตาของลี่จิ่งถิงเริ่มน่ากลัวมากขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนกับว่าจะเอาจริงอย่างไรอย่างนั้น

พอเขาพูดมาไม่กี่คำ ก็ทำให้ถังเฟิงเยว่ยอมจำนนให้กับเขา

“โอเค ฉันไปก็ได้”

เธอกำหมัดแน่น สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เปิดประตูหลังนิ่ง ๆ และเข้าไปนั่ง

ระหว่างทางไปโรงพยาบาลนั้น ลี่จิ่งถิงขับรถเร็วมาก นั่นก็พิสูจน์ได้แล้วว่าเขานั้นเป็นห่วงผู้หญิงที่นอนอยู่ที่โรงพยาบาลมากแค่ไหน

ถังเฟิงเยว่จิกฝ่ามือของเธอแน่นจนเป็นห้อเลือดขึ้นมา

จนกระทั่งรถหยุดที่ประตูโรงพยาบาล เธอก็กระแทกปิดประตูรถและลงมาจากรถ ทันทีที่เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับลี่จิ่งถิงนั้น เธอพูดสองสามคำที่อดกลั้นมานานแล้วออกมา “แต่นี่เป็นครั้งสุดท้าย”

แววตาสีเข้มของลี่จิ่งถิงเย็นชาและมืดมนเป็นอย่างมาก เขาจ้องแผ่นหลังเล็ก ๆ ที่ดูราวกับจะหนีไปของเธอ เหมือนกับไม่คิดว่าลูกแมวเชื่อง ๆ นั้นจู่ ๆ ก็กางเล็บออกมา เขานั้นก็ค่อนข้างประหลาดใจ

หลังจากเจาะเลือดแล้ว ถังเฟิงเยว่ที่ใบหน้าซีดเซียวก็กุมแขนตัวเองไว้

เธอเป็นโรคเลือดจางและกลัวเลือด แต่เธอไม่เคยบอกใครมาก่อน

ตอนนั้นถังเจิ้นเทียนกับหลิวฟางชิงคุกเข่าเพื่อขอร้องให้เธอช่วยถังหราน บอกว่าเธอกับกู้รั่วเวยนั้นมีเลือดอาร์เอชลบเหมือนกัน ถ้าเธอยอมบริจาคเลือดให้กู้รั่วเวยจะต้องสามารถช่วยถังหรานได้แน่ ๆ

ถังเฟิงเยว่นั้นไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับพ่อแม่ที่รักลูกชายมากกว่าคู่นี้เลย แต่ถังหรานนั้นไม่เหมือนกัน เวลาที่เธอโดนรังแกที่โรงเรียนนั้น เขาจะมาปกป้องเธอเหมือนผู้ใหญ่และตะโกนว่า “พี่ รีบไปก่อน ฉันไม่กลัวพวกมันหรอก!”

ตอนหลังพอเธอเรียกคนมานั้น เขาก็นอนจมกองเลือดอยู่ในตรอกนั้นแล้ว

เพราะเรื่องนี้ เธอเลยโดนหลิวฟางชิงเฆี่ยนด้วยแส้หนังจนหนังชั้นนอกแทบจะหลุด

เพราะงั้นเธอเลยรับปากว่าจะเป็นคลังเลือดให้กู้รั่วเวย แต่เธอมีเงื่อนไขเพิ่มเติมคือ เธอต้องแต่งงานกับลี่จิ่งถิง

เหตุผลนั้นง่ายมาก เพราะเธอรักเขา เป็นรักลึก ๆ ที่เก็บเอาไว้ในใจมาโดยตลอด

ชื่อของผู้ป่วยเขียนไว้ที่หน้าห้องสี่ศูนย์สองว่า “กู้รั่วเวย”

ถังเฟิงเยว่หยุดไปชั่วคราว ก่อนจะหมุนลูกบิดประตูเป็นครั้งแรก

“เธอมาได้ยังไงกัน?” แม้ว่าผู้หญิงบนเตียงในโรงพยาบาลนั้นจะให้น้ำเกลืออยู่ดูไม่เหมือนคนป่วยที่ออกประกาศการเจ็บป่วยขั้นวิกฤติแม้แต่นิดเลย น้ำเสียงของเธอก็ไม่ดีเอาซะเลย “จิ่งถิงหล่ะ?”

“จิ่งถิงของเธอรักเธอมากขนาดนี้ เธอยังจะกลัวเขาหนีไปอีกเหรอ?”

ถังเฟิงเยว่เดินเข้าไปใกล้อีกสองสามก้าว ก่อนจะหยิบ‘ใบหย่า’ ออกมาจากกระเป๋าของเธอแล้วสะบัดไปมา “กู้รั่วเวย ฉันกับเขาหย่ากันแล้ว นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะบริจาคเลือดให้เธอ นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ไม่ว่าเธอจะเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่เกี่ยวกับฉันและถังหรานอีกต่อไปแล้ว”

ตอน 2

“พวกเธอหย่ากันแล้วเหรอ?”

น้ำเสียงของกู้รั่วเวยร่าเริงอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วก็พูดขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน “ที่บอกว่าไม่เกี่ยวอะไรกับพวกแกนี่มันหมายความว่าไง ถังเฟิงเยว่ ที่ฉันต้องมาอยู่ในสภาพนี้ก็เป็นเพราะน้องชายแสนดีของแก! ตอนนั้นแกถือโอกาสบีบให้ลี่จิ่งถิงแต่งงานกับแก แกถึงจะยอมบริจาคเลือดให้ฉัน ทำไมตอนนี้เสียใจแล้วเหรอ?”

“ไม่ช้าก็เร็วฉันก็จะสามารถสืบหาความจริงเกี่ยวกับอุบัติเหตุรถยนต์ในตอนนั้นว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่เธอพูดถูกอยู่อย่างหนึ่งนะ”

ถังเฟิงเยว่พูดขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจว่า “สิ่งที่ฉันเสียใจที่สุดในชีวิตนั้นคือการแต่งงานกับลี่จิ่งถิง”

“แก...” กู้รั่วเวยถึงกับพูดไม่ออกทันที

พอได้ยินถังเฟิงเยว่บอกว่าจะตรวจสอบความจริงเกี่ยวกับอุบัติเหตุทางรถยนต์นั้น ใจของเธอก็รู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

จนกระทั่งเธอเห็นคน ๆ นั้นปรากฏตัวขึ้นที่ประตูห้อง “จิ่งถิง!”

ลี่จิ่งถิงสวมชุดสูทและยืนตัวตรงอยู่นอกประตู เขาจอดรถไว้ที่ลานรถใต้ดิน ทันทีที่เขาเดินมาที่ประตูห้อง เขาก็ได้ยินถังเฟิงเยว่พูดประโยคนั้นออกมาพอดี มันเหมือนกับโดนตบหน้าไม่มีผิด มันทั้งดังและเจ็บ

สีหน้าของเขานั้นไม่สู้ดีนักและก็ค่อย ๆ เคร่งขรึมขึ้นมา

ถังเฟิงเยว่นั้นรู้ว่าลี่จิ่งถิงมาแล้ว แต่เธอนั้นไม่คิดแม้แต่จะหันกลับไป “ฉันพูดจบแล้ว คุณกู้ ยังไงคุณก็รีบหาคนใจดีที่ยอมบริจาคเลือดให้คุณเถอะด้วยแล้วกันนะคะ เพราะอย่างไรนั้นมันจะกระทบกับเวลาการรักษา และก็อาจจะต้องออกประกาศการเจ็บป่วยขั้นวิกฤติขึ้นมาจริง ๆ ก็ได้”

ใบหน้าของกู้รั่วเวยซีดเผือด จนถึงตอนนี้ถึงได้ตระหนักถึงอะไรบางอย่างขึ้นมา

ถังเฟิงเยว่หันหลังและเดินออกไปอย่างสง่างาม ตอนที่เดินมาถึงตรงหน้าลี่จิ่งถิงนั้น เธอสบเข้ากับสายเย็นชาของเขาโดยตรงอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่นิดเดียว และสามารถสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา

ถ้าไม่ได้อยู่ในห้องผู้ป่วยหล่ะก็ เกรงว่าเขาต้องอาละวาดแล้วแน่ ๆ

เธอกระตุกมุมปาก “ไม่ต้องพบเจอกันอีกนะ”

พอพูดจบ เธอก็เดินผ่านเขาและออกจากห้องผู้ป่วยไป

ลี่จิ่งถิงที่ร่ายกายกำยำนั้นยังคงยืนอยู่นอกห้องผู้ป่วย ใบหน้าอันหล่อเหลาขมวดคิ้วแน่นและหันหน้ากลับไปมองเธอ

แผ่นหลังของเธอผอมมาก และกระดูกผีเสื้อทั้งสองยื่นออกมาอย่างเห็นได้ชัด แต่เธอก็ยังยืดเอวของเธอให้ตรงอย่างดื้อรั้นและหายไปจากสายตาของเขา

...

หลังจากออกมาจากโรงพยาบาล ถังเฟิงเยว่ ก็นั่งแท็กซี่กลับไปที่วิลล่าของตระกูลลี่ ก่อนจะเก็บข้าวของและย้ายออกไป

ถังเจิ้นเทียนกับหลิวฟางชิงนั้นปลูกฝังความคิดของเธอมาตั้งแต่เด็กว่า ‘ลูกชายเท่านั้นที่สามารถสืบทอดธุรกิจของพ่อได้’ ดังนั้นเธอเลยทำงานพาร์ทไทม์ตั้งแต่ยังเรียนมหาวิทยาลัยและเก็บเงินก้อนเล็ก ๆ ไว้และไม่ได้ขอเงินจากครอบครัวอีก

สองสามปีก่อนนั้นเธอได้ซื้ออพาร์ทเมนต์ในใจกลางเมืองไว้ห้องหนึ่ง ตอนนี้ในที่สุดก็ได้ใช้สักที

หลังจากทำความสะอาดเสร็จแล้ว ถังเฟิงเยว่ก็มองตัวเองในกระจก เธอนั้นดูซีดเซียวและเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก

แต่ก่อนนั้นเธอเป็นคนมีชีวิตชีวามาก แต่มันกลับกลายเป็นว่าเธอต้องมาตกอยู่ในสภาพตกต่ำแบบนี้เพราะการแต่งงานครั้งนี้

โชคดีที่ทุกอย่างจบลงแล้ว

โทรศัพท์มือถือวางอยู่บนอ่างล้างจาน เธอหยิบมันขึ้นมาเปิดวีแชทและรายชื่อผู้ติดต่อและบล็อกคำว่า ‘ลี่จิ่งถิง’ โดยไม่ลังเล จากนั้นก็โยนมันไปข้าง ๆ ทันที

สามวันต่อมา พาดหัวข่าว “หุ้นของถังชื่อ กรุ๊ปดิ่งลงอย่างหนัก ผู้ถือหุ้นจำนวนมากรวมตัวกันเพื่อโวยวายอยู่ที่ประตูของถังชื่อ กรุ๊ป” นั้นก็ขึ้นหน้าหนึ่งทันที

ตอนเช้าตรู่ ถังเฟิงเยว่นั้นตื่นขึ้นมาเพราะโทรศัพท์ของเธอสั่นไม่หยุด

พอเปิดขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นข้อความจากเสี่ยวไป๋ปิน รีบกลับมาดูที่ถังชื่อ กรุ๊ปหน่อย น่าจะเกิดเรื่องแล้ว

ถังเฟิงเยว่กำโทรศัพท์แน่นโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะยกผ้านวมขึ้นและลงมาจากเตียงทันที

แม้ว่าจะมีความแค้นและความโกรธในใจของเธอ แต่เธอยังมีสายเลือดของตระกูลถังอยู่

ทันทีที่รถหยุดที่ทางเข้าของถังชื่อ กรุ๊ปนั้น พวกนักข่าวที่ได้ข่าวต่างก็พากันมารุมประตูรถไว้อย่างแน่นหนาทันที

“คุณถัง เรื่องที่ถังเจิ้นเทียนเป็นหนี้หนึ่งหมื่นห้าพันล้านและการยักยอกเงินกองทุนสาธารณะนั้นเกี่ยวข้องกับการทุจริต เรื่องนี้คุณมีอะไรจะอธิบายไหมครับ?” ไมโครโฟนยื่นมาที่ปากของเธอ

ถังเฟิงเยว่ถูกฝูงชนผลักไปมา แต่เธอยังคงเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่เกรงกลัวว่า “ที่คุณถังจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือไม่นั้น เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจะเป็นคนตรวจสอบเอง ส่วนเรื่องที่เป็นหนี้หนึ่งหมื่นห้าพันล้านนั้น...”

เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย ก็จริงบัญชีของถังชื่อ กรุ๊ปนั้นขาดแคลนเงิน แต่อย่างมากนั้นก็แค่สิบห้าล้าน ทำไมจู่ ๆ ถึงมีหนี้มากมายถึงหนึ่งหมื่นห้าพันล้านได้กันนะ

นี่มันเป็นการผลักให้ถังชื่อ กรุ๊ปลงนรกชัด ๆ !

“คุณถัง เป็นอะไรไปครับ ทำไมไม่พูดแล้วหล่ะครับ หรือคุณเองก็รู้ดีว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิดใช่ไหมครับ?”

ตรงนั้นไม่ได้มีแค่นักข่าวเท่านั้น แต่ยังมีผู้ถือหุ้นจำนวนมากที่ถือป้ายอยู่ด้วย ตอนนี้พอเห็นคนของตระกูลถังนั้นต่างก็พากันเบียดเข้ามาทันที

“วันนี้คุณต้องให้เหตุผลที่สมเหตุสมผลกับเรา!”

ในขณะเดียวกัน รถมายบัคคันหนึ่งก็แล่นมาจอดที่ประตูถังชื่อ กรุ๊ป

ตอน 3

ผู้ชายที่นั่งอยู่เบาะหลังนั้นหลับตาลง มือที่ถือโทรศัพท์อยู่นั้นมีเสียงดังออกมาจากลำโพงอยู่เรื่อย ๆ ว่า “เลขหมายเลขที่ท่านเรียกกำลังใช้งานอยู่ขณะนี้...”

ในบทสนทนาในวีแชทนั้น เขาส่งไปแค่ข้อความเดียวคือ “อยู่ไหม?” แล้วข้อก็เด้งขึ้นมาให้เขาเพิ่มเพื่อนใหม่อีกครั้งทันที

ผู้หญิงคนนี้บล็อกและลบเขาทิ้งไปแล้ว!

พอลืมตาขึ้น สายตาที่เคร่งขรึมก็มองออกไปนอกหน้าต่างและหยุดอยู่ที่ที่ผู้หญิงที่ถูกฝูงชนรายล้อมอยู่ คำว่า ‘ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี’ นั้นก็หลุดออกมาจากลำคอทันที

“ทุกท่าน! ทุกท่านครับ!”

ถังเฟิงเยว่มองตามเสียงขึ้นไปและเห็นว่าถังเจิ้นเทียนนั้นยืนอยู่ในพื้นที่เปิดโล่งบนชั้นสี่ของอาคารโดยถือไมโครโฟนไว้ “ผมยอมรับว่าเนื่องจากการตัดสินใจที่ไม่ดูตาม้าตาเรือของผม ทำให้ถังชื่อ กรุ๊ปต้องเผชิญกับหนี้ก้อนโต แต่ทุกคนสบายใจได้ ถังเฟิงเยว่ลูกสาวคนเดียวของผม นั้นเป็นภรรยาของคุณลี่แห่งจวี้ติ่ง กรุ๊ป ทุกคนต่างก็เห็นศักยภาพของจวี้ติ่ง กรุ๊ปกันอยู่แล้ว แค่จุด ๆ นี้ ทุกคนก็คงจะเชื่อมั่นว่าเงินที่ขาดหายไปนั้น ถังชื่อ กรุ๊ปยังมีความสามารถที่จะเอามาโปะได้!”

การแต่งงานของถังชื่อ กรุ๊ปกับลี่ชื่อ กรุ๊ปนั้น ทุกคนในปิงเฉิงต่างก็รู้ดี พอได้ยินคำพูดนี้ก็สามารถทำให้ฝูงชนที่กำลังโวยวายนั้นสงบลงได้ทันที

แต่ถังเฟิงเยว่นั้นใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที

ข่าวที่เธอกับลี่จิ่งถิงหย่ากันนั้นยังไม่ได้ประกาศออกไป ดังนั้นที่ถังเจิ้นเทียนเลยนำเอาเรื่องนี้มาปิดปากทุกคนก็ถือว่ามีเหตุผล

แต่ถ้าเธอยอมรับมันนั่นก็เท่ากับว่าเป็นการโกหก

“ฉัน...” แต่ถ้าข่าวการหย่าร้างของพวกเขาถูกประกาศขึ้นมาตอนนี้หล่ะก็ เกรงว่ามันจะกลายเป็นหายนะ

เธอมองไปที่ถังเจิ้นเทียนอย่างสับสนวุ่นวาย จากนั้นก็กัดฟันพูดขึ้นมาว่า “ใช่ ตระกูลถังนั้นมีปัญหาด้านการเงิน ลี่ชื่อ กรุ๊ปไม่มีทางไม่ช่วยแน่นอน ทุกคนสบายใจได้ค่ะ พวกเราถังชื่อ กรุ๊ปไม่มีทางทำให้ผู้ถือหุ้นต้องเสียผลประโยชน์อย่างแน่นอน”

“ใครไม่รู้บ้างว่าคุณนายลี่นั้นเป็นแค่ในนาม ความสัมพันธ์ของพวกเขาสองสามีภรรยานั้นไม่ดีมาตั้งแต่แรกแล้ว คุณลี่จะยอมเอาเงินหนึ่งหมื่นห้าพันล้านมาให้ตระกูลถังงั้นเหรอ ใครจะเชื่อกันเล่า! เกรงว่าท่านประธานถังนั้นคงจะพยายามถ่วงเวลาหล่ะสิท่า !” ผู้ชายสวมหมวกแก๊ปในฝูงชนลดเสียงลงพูดขึ้นมาอย่างยั่วยุ

ในรถนั้น ผู้ช่วยมองชายที่นั่งอยู่เบาะหลังผ่านกระจกมองหลัง ไม่แน่ใจว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่

แต่แค่รู้สึกว่าสีหน้าของลี่จิ่งถิงนั้นดูค่อนข้างแย่

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พูดว่า “คุณลี่ งานที่มอบหมายวันนี้นั้นเกรงว่าคงจะทำไม่เสร็จแล้ว เรากลับกันก่อนดีไหมครับ...”

เขาไม่ทันที่จะพูดจบ ประตูรถก็ถูกเปิดออก ร่างสูงสีดำก็เดินลงมาจากรถทันที

“คะ... คุณลี่...”

ซวยแล้วไง ทำไมในใจลึก ๆ ของเขานั้นรู้สึกเหมือนกับว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้วล่ะ!

ลี่จิ่งถิงก้าวขายาวไปข้างหน้าและเดินไปที่ส่วนที่ลึกที่สุดของฝูงชน แต่เขาก้าวไปได้แค่สองก้าวก็ได้ยินเสียงผู้ชายดังขึ้นมาว่า

“แล้วฉันก็มีหลักฐานแน่ชัดเพื่อพิสูจน์ว่าคุณถังกับคุณลี่นั้นหย่ากันไปเมื่อสองสามวันก่อนแล้วด้วย! ถังชื่อ กรุ๊ปเจอวิกฤติในครั้งนี้ คุณลี่จะช่วยจริง ๆ หน่ะเหรอ? !”

ผู้ชายที่สวมหมวกแก๊ปหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและซูมไปที่ชื่อ ‘ถังเฟิงเยว่’ กับ ‘ลี่จิ่งถิง’ ให้ทุกคนดูทันที “เห็นชัดเจนรึยังว่านี่คือใบหย่าหน่ะ!”

ฝีเท้าของลี่จิ่งถิงชะงักไปทันที

ถังเฟิงเยว่หันไปมองคนที่พูด เรื่องที่เธอกับลี่จิ่งถิงนั้นยังไม่ได้ประกาศออกมาเลย คนผู้นี้รู้เรื่องนี้ได้ยังไงกัน !

คำ ๆ นี้เหมือนไปกระตุ้นคลื่นยักษ์ ดูเหมือนว่าฝูงชนนั้นต่างก็พากันพุ่งตัวเข้ามาทันที!

“หย่างั้นเหรอ? !” มีเสียงถามขึ้นมาไปทั่วทุกสารทิศ

ทีแรกถังเจิ้นเทียนนั้นคิดว่าจะรอดแล้ว ไม่คิดว่าจะเกิดอะไรแบบนี้ขึ้น เธอจึงหน้าแดงขึ้นมาทันที “คุณ อย่าพูดไร้สาระนะ! พวกเขายังดี ๆ กันอยู่เลยจะหย่ากันได้ยังไง!”

เขามองคนที่กำลังพูดยั่วยุอยู่นั้นด้วยความโกรธพลางมองไปที่ถังเฟิงเยว่เพื่อขอความช่วยเหลือ เพื่อให้เธอรีบอธิบาย

แต่มาถึงตอนนี้แล้ว การปิดบังต่อไปนั้นมีแต่จะทำให้เรื่องแย่ลง

ถังเฟิงเยว่เลยยอมรับเรื่องนี้ไปว่า “ใช่ ถูกต้อง ฉันกับคุณลี่นั้นหย่ากันแล้วจริง แต่ไม่ได้หมายความว่าวิกฤติของถังชื่อ กรุ๊ปนั้นจะแก้ไม่ได้ เงินหนึ่งหมื่นห้าพันล้านนี้ ฉันจะหาทาง...”

“ซี๊ด...” ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ ก็มีคนมาจับแขนเธออย่างแรงแล้วผลักเธอออกไป

“แม่งเอํย ไอ้แก่ถังนี่กล้าดียังไงมาร่วมมือกับลูกสาวเพื่อหลอกเรากัน! สองพ่อลูกนี่ไม่เห็นใจคนอื่นบ้างเลย!”

ถังเฟิงเยว่รู้สึกว่าผมของเธอนั้นโดนกระชากอย่างแรง มีคนคว้ากล้องของนักข่าวและทุบเข้าที่หัวของเธอ

เธอเอามือขึ้นมาบังไว้ทันที แต่กลับมีมือ ๆ หนึ่งมากระชากเอวเธอไว้อย่างแรงทำให้เธอกระแทกเข้ากับอกอันแข็งแกร่งของผู้ชายคนหนึ่งเข้า

พอเธอเงยหน้าขึ้นนั้น สิ่งที่เห็นก็คือใบหน้าที่เธอคิดว่าจะไม่มีทางได้เห็นอีกแล้วในชีวิตนี้

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED