ตอน 2

ณ โรงพยาบาล

“… คนไข้ยังไม่ฟื้น ญาติเข้าไปไม่ได้นะคะ!”

“ไปให้พ้น อย่ามาห้ามฉัน ฉันรู้นะว่าเจียงซุ่ยอยู่ในนั้น!”

เจียงซุ่ยได้ยินเสียงโวยวายจึงพยายามลืมตาขึ้นมามอง

เมื่อหันไปมอง เธอก็เห็นยู่โหลผลักพยาบาลตัวเล็กออกให้พ้นทาง ก่อนจะเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่ประตูห้องพักด้วยความเกรี้ยวโกรธ แล้วจ้องมาที่เธอด้วยนัยน์ตาที่พร้อมจะกินหัวคน

“เจียงซุ่ยเธอนี่มันร้ายกาจจริง ๆ! เธอถึงขนาดจงใจฆ่าพี่เมิ่งหนิง ตอนนี้ไตของพี่เมิ่งหนิงได้รับบาดเจ็บสาหัส เธอรอเข้าคุกได้เลย!”

“ฉันไม่ได้ทำ!” เจียงซุ่ยยันตัวขึ้นนั่งด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิด

ยู่โหลกระแทกเสียงใส่คำพูดของอีกฝ่าย “เธอยังจะแก้ตัวอีกเหรอ? มีแค่เธอกับพี่เมิ่งหนิงที่อยู่ในครัวกันสองคนไม่ใช่หรือไง เธอจะบอกว่าพี่เมิ่งหนิงแทงตัวเองอย่างนั้นเหรอ? เธออิจฉาพี่เมิ่งหนิงที่ได้เป็นคนที่พี่ชายฉันชอบล่ะสิ เธอถึงได้อยากจะฆ่าพี่เขา จากนั้นเธอก็จะได้กอดตำแหน่งคุณนายยู่ต่อไป ฝันไปเถอะ!”

เจียงซุ่ยกำลังจะอ้าปากโต้ตอบ แต่ในขณะเดียวกัน ยู่จินเฉินก็เดินเข้ามา

ชายหนุ่มรูปร่างสูง คิ้วคมเข้ม ดวงตาเงาวับ ร่างกายแข็งแกร่งกำยำและหล่อเหลาราวกับเทพแห่งดวงอาทิตย์ที่หลุดออกมาจากภาพวาดสีน้ำมันในยุคกรีกโบราณ

เจียงซุ่ยมองหน้าเขาด้วยสายตาราวกับว่าเธอกำลังจับฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้อยู่

“จินเฉิน ฉันไม่ได้ทำร้ายเสิ่นเมิ่งหนิงจริง ๆ นะคะ คุณเชื่อฉันไหม?”

ยู่จินเฉินก้มมองตอบเจียงซุ่ยด้วยแววตา ท่าทาง และน้ำเสียงเยือกเย็น

“เจียงซุ่ย ฉันไม่อยากได้ยินข้อแก้ตัว ถ้าเธอทำผิดจริง ๆ เธอก็ต้องยอมรับผิด เธอต้องไปขอโทษเมิ่งหนิง”

“แค่คำขอโทษจะไปพอได้ยังไง!” ยู่โหลตะคอกต่อ “พี่เมิ่งหนิงได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ไต ก็ต้องให้เจียงซุ่ยบริจาคไตทดแทนสิ!”

ยู่โหลพูดด้วยท่าทางที่เตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ จากนั้นก็หันไปสั่งบอดี้การ์ดที่ยืนอยู่ด้านหลังยู่จินเฉิน “จับตัวเธอเข้าห้องผ่าตัด!”

บอดี้การ์ดตรงเข้ามาล้อมตัวเจียงซุ่ยทันที พร้อมกับล็อกข้อมือและเท้าของเธอเอาไว้

เจียงซุ่ยไร้เรี่ยวแรงขัดขืน หญิงสาวมองสามีของตนเองนิ่ง “จินเฉิน คุณเชื่อฉันไหม?”

เจียงซุ่ยหวังว่าสามีจะทำอะไรสักอย่าง แต่ยู่จินเฉินกลับยืนเฉย ๆ อยู่ที่เดิม ราวกับว่าเขายอมรับในคำตัดสินของยู่โหล

ตอนนี้หัวใจของเจียงซุ่ยแตกสลายอย่างสมบูรณ์แบบ

ความรักที่เธอมีให้ผู้ชายคนนี้หมดสิ้นลงแล้ว ไม่เหลือแม้แต่นิด

เธอพอแล้ว การแต่งงานในครั้งนี้ก็เหมือนเป็นงานแต่งของเธอคนเดียวมาตั้งแต่ต้น เธอไม่ได้อยู่ในใจของผู้ชายคนนี้แม้แต่นิดเดียว ไม่มีทางที่เขาจะเชื่อใจเธอเลย

ความเหนื่อยล้าอย่างที่ไม่เคยได้รับจากที่ไหนมาก่อนเข้าถาโถมซัดโจมตีเจียงซุ่ย

เธอทนจมอยู่กับชีวิตแต่งงานที่น่าเศร้าและน่าสมเพชนี่ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว

เธอยิ้มอย่างทุกข์ตรม “ยู่จินเฉิน พวกเราหย่ากันเถอะ”

เมื่อได้ยินคำว่า “หย่า” ยู่จินเฉินก็ขมวดคิ้วแน่นพร้อมกับมองหน้าเจียงซุ่ยด้วยสายตาราวกับมองดูเด็กที่พูดจาไม่มีเหตุผล

ยู่โหลแสยะเย้ยหยัน “ถึงหย่าไปแล้วเธอก็หนีคดีไม่ได้หรอก!”

แววตาของเจียงซุ่ยเรียบนิ่งทันที “ทำไมฉันต้องหนีด้วย ในเมื่อฉันไม่ได้ทำอะไรผิด? ให้ฉันชดใช้ไต ฉันอยากจะรู้นักว่าเสิ่นเมิ่งหนิงบาดเจ็บสาหัสแค่ไหน!”

เจียงซุ่ยได้กำลังหนึ่งจากอารมณ์โกรธเกรี้ยวที่อยู่ภายในตัว เธอดิ้นจนหลุดจากการจับกุมของพวกบอดี้การ์ด ก่อนจะรีบวิ่งออกไปด้านนอก

จนเธอเจอห้องพักของเสิ่นเมิ่งหนิง

แต่ก่อนที่เธอจะได้ทำอะไร ยู่จินเฉินก็ไล่หลังตามเธอได้ทัน เขาเข้ารวบตัวเธอเอาไว้ได้ในตอนที่เธอเข้าไปถึงข้างเตียงของเสิ่นเมิ่งหนิง

“เจียงซุ่ย เธอจะเล่นเล่ห์เหลี่ยมอะไรอีก?”

เสิ่นเมิ่งหนิงขดตัวกอดตัวเอง “จินเฉิง ฉันกลัวจังเลย…”

สีหน้าของยู่จินเฉินดำมืด ความโกรธภายในตัวของเขาก็กำลังพุ่งสูง เขาพูดกับเจียงซุ่ยด้วน้ำเสียงหยาบกระด้าง “คุกเข่าลงแล้วขอโทษซะ!”

เจียงซุ่ยกระตุกยิ้มมุมปากบาง ๆ เธอก้มหน้าลง แล้วเดินเข้าไปที่เตียง

ความเสแสร้งฉายชัดในดวงตาของเสิ่นเมิ่งหนิง เธอโน้มตัวไปข้างหน้า แล้วรอให้เจียงซุ่ยคุกเข่าลงขอโทษตัวเอง

แต่ในวินาทีต่อมา เจียงซุ่ยก็ยกมือขึ้นตบหน้าคนตรงหน้าอย่างรุนแรง

“เพี้ยะ!”

เสียงตบดังชัดก้องไปทั้งห้องพัก

เจียงซุ่ยไม่ได้รอให้ใครโต้ตอบ เธอดึงผ้าห่มออก ตามด้วยผ้าก๊อซที่แปะอยู่บนท้องของเสิ่นเมิ่งหนิง

ใต้ผ้าก๊อซมีเพียงบาดแผลเล็ก ๆ ไม่มีเลือดไหล และตกสะเก็ดไปแล้ว

ใบหน้าของยู่จินเฉินตึงขึ้นมาทันที

“บาดเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ เองนี่ แล้วแบบนี้ฉันถึงกับต้องชดใช้ไตให้เลยเหรอ คุณเสิ่น คุณคำนวณเกินราคาไปมั้งคะ!”

เจียงซุ่ยเดาเอาไว้แล้วว่าต่อให้เสิ่นเมิ่งหนิงจะใช้วิธีที่ต้องเจ็บตัวแบบนี้ เธอก็คงแทงตัวเองไม่ได้ลึกเท่าไหร่

เป็นไปตามที่คาดไว้ ตอนที่เธอมองแวบแรกเธอก็รู้แล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติกับแผลนั่น มองยังไงก็ไม่มีทางที่ไตจะได้รับบาดเจ็บสาหัสแน่นอน

เสิ่นเมิ่งหนิงรีบกุมท้องของตนเองด้วยความตื่นตระหนก

“เป็นอะไรไป?”

ยู่จินเฉินถามด้วยสีหน้าเย็นชา

เสิ่นเมิ่งหนิงหน้าซีดเผือด พร้อมกับอธิบายอย่างร้อนรน “ฉัน… ฉันไม่รู้ ฉันสลบไปตั้งแต่ตอนที่ถูกเจียงซุ่ยแทงแล้ว ฉันเพิ่งจะฟื้นขึ้นมาเอง ชดใช้ไตอะไรกัน หมอคงจะวินิจฉัยผิดพลาดไปเอง”

“บังเอิญดีจังเลยนะคะ นี่ถ้าฉันไม่มาเปิดโปงกลอุบายของคุณ ฉันคงต้องเข้าห้องผ่าตัดและถูกตัดไตทิ้งแบบงง ๆ ไปแล้ว”

เจียงซุ่ยยิ้มอย่างประชดประชัน

“อีกอย่างที่คุณต้องรู้เอาไว้ ถ้าอยากจะเสแสร้งทำเป็นได้รับบาดเจ็บที่ไตนัก แทงจากด้านหลังจะสมจริงกว่านะคะ แต่เสียดายที่คุณลงมือเองก็ทำได้แต่แทงจากด้านหน้าไปเท่านั้น”

“พูดจาไร้สาระ!” เสิ่นเมิ่งหนิงมองยู่จินเฉินด้วยความตื่นตระหนก “จินเฉิน เชื่อฉันนะคะ! เจียงซุ่ยเป็นคนแทงฉันจริง ๆ!”

ยู่จินเฉินชายตามองเธอด้วยท่าทางว่างเปล่าจนเสิ่นเมิ่งหนิงตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว จากนั้นชายหนุ่มก็ลากสายตาไปมองเจียงซุ่ย

“ฉันจะหาหลักฐานมาช่วยเธออธิบายเอง และจะตอบแทนเธอทุกอย่างตามที่เธอต้องการ”

เจียงซุ่ยมองหน้าผู้ชายที่เธอรักอย่างสุดหัวใจ ซึ่งตอนนี้ไม่มีผลอะไรกับใจเธอแล้ว

เธอคาดหวังบางสิ่งบางอย่าง แต่ผู้ชายคนนี้กลับไม่เคยให้เธอได้เลยแม้แต่นิดเดียว และตอนนี้สิ่งที่เขาเรียกว่า การตอบแทน ก็มีค่าไม่ต่างอะไรไปจากขยะในสายตาของเธอ

เจียงซุ่ยแสยะยิ้มเย้ยหยัน “ไม่จำเป็น ฉันเพียงแค่อยากจะหย่ากับคุณตอนนี้เลย!”

ยู่จินเฉินมองหน้าเธอด้วยความประหลาดใจ

นี่เป็นครั้งแรกในรอบสามปีที่เขาเห็นภรรยาอยู่ในสายตา

แต่เจียงซุ่ยไม่สนใจ เธอหันหลังแล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก

ทันทีที่เดินออกจากโรงพยาบาล ร่างกายของเจียงซุ่ยก็สั่นสะท้าน

การโต้กลับในเมื่อกี้เป็นเพียงอารมณ์ฉุนเฉียวที่พลุ่งพล่านอยู่ในร่างกาย แต่ตอนนี้เธอหมดเรี่ยวแรงแล้ว

เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดโทรออก

หลังจากนั้นไม่นาน รถลินคอล์นสีดำก็มาจอดอยู่ตรงหน้าเจียงซุย พร้อมกับชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีในชุดสูทเข้าคู่กับรองเท้าหนังก้าวลงมาจากรถ

ทันทีที่เจียงซุ่ยเห็นเขา เธอก็ทรงตัวยืนต่อไปไม่ไหว ในที่สุดหญิงสาวก็ล้มตัวไปด้านหลัง

ชายคนนั้นพุ่งเข้าไปรวบเอวของเธอไว้ได้อย่างรวดเร็ว

เจียงซุ่ยก็เอ่ยเรียกเขา “อารอง…” จากนั้นหญิงสาวก็หมดสติในอ้อมแขนของชายคนนั้น

ตอน 3

บรรยากาศภายในโรงพยาบาลเยือกเย็นจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง

เนื่องจากเรื่องตลกร้ายที่เกิดขึ้น ทุกคนจึงต้องมารองรับอารมณ์โมโหของยู่จินเฉิน

นั่นทำให้หมอเจ้าของไข้ของเสิ่นเมิ่งหนิงสั่นสะท้านยิ่งขึ้น

“ไตได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างนั้นเหรอ? ต้องผ่าตัดปลูกถ่ายไตด้วย? ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

หมอเหงื่อแตกพลั่ก เขาอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อยู่นาน แต่ก็ไม่ได้อธิบายอะไร

ยู่จินเฉินจึงยื่นคำขาด

“แม้แต่อาการบาดเจ็บเล็กน้อยแบบนั้นยังวินิจฉัยพลาด งั้นก็ไม่ต้องเป็นหมอแล้ว!”

หมอตัวสั่นเทาด้วยความตกใจ เขารู้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น คำพูดของยู่จินเฉินสามารถทำให้เขาหางานในโรงพยาบาลอื่นไม่ได้อีก

เขาตัวสั่นจึงตัดสินใจบอกความจริง

“คุณยู่ครับ คุณหนูเสิ่นสั่งให้ผมทำแบบนี้ ต่อไปผมจะไม่ทำอีกแล้ว…”

“ออกไป!”

ยู่จินเฉินออกคำสั่ง เหล่าบอดี้การ์ดจึงพาตัวหมอออกไปทันที

ยู่จินเฉินหันไปมองเสิ่นเมิ่งหนิงที่หน้าตาซีดเผือดด้วยแววตาผิดหวัง “คุณเป็นคนทำจริง ๆ ด้วย”

เสิ่นเมิ่งหนิงสั่นงันงกไปทั้งตัวพร้อมกับพูดด้วยความตื่นตระหนก “จินเฉิน ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ เจียงซุ่ยไม่ชอบที่คุณมาเอาใจฉัน ฉัน… ฉันแค่อยากจะสั่งสอนบทเรียนให้กับเธอ…”

“พอได้แล้ว!” ยู่จินเฉินไม่อยากจะฟังอะไรอีกต่อไป “ก็เลยใช้การผ่าตัดปลูกถ่ายไตเป็นบทเรียนอย่างนั้นเหรอ? เสิ่นเมิ่งหนิง ผมคงจะตามใจคุณมากเกินไปแล้ว!”

เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่ดี เสิ่นเมิ่งหนิงก็ร้องไห้พร้อมกับขอร้องเขา

“จินเฉิน ฉันผิดไปแล้ว! ฉันแค่กลัวจนเกินไป ตอนนี้ต้วนเฉินก็ตายแล้ว ฉันไม่เหลือที่พึ่งพิงอีกต่อไป แถมร่างกายของฉันก็ยังไม่ได้รับการรักษาให้หายดีสักที ฉันก็เลยกลัวว่าคุณจะทิ้งฉันไป ให้ฉันต้องอยู่คนเดียว… ครั้งนี้คุณพอจะยกโทษให้ฉันได้ไหม? ”

ต้วนเฉินเป็นเพื่อนรักของยู่จินเฉิน แถมยังยอมตายเพื่อยู่จินเฉิน ก่อนที่จะเสียชีวิต เขาได้สั่งเสียและฝากฝังเสิ่นเมิ่งหนิงที่เป็นคู่หมั้นของตัวเองไว้กับยู่จินเฉิน เพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตลอดชีวิตที่เหลือ

เมื่อนึกถึงต้วนเฉิน หัวใจของยู่จินเฉินก็บีบรัดแน่น น้ำเสียงของเขาจึงนุ่มนวลขึ้น

“ผมสัญญากับต้วนเฉินไว้ว่าจะดูแลคุณ ผมก็ต้องทำตามสัญญา”

เสิ่นเมิ่งหนิงถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อได้ยินสิ่งที่ยู่จินเฉินพูด

“แต่เจียงซุ่ยเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผม อย่าได้เล่นสกปรกกับเธออีก ผมหวังว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย”

เสิ่นเมิ่งหนิงตัวแข็งในทันที

“จินเฉิน ผู้หญิงฐานะอย่างเจียงซุ่ยคู่ควรกับการเป็นภรรยาของคุณตรงไหน สามปีที่ผ่านมาเธอยังทำให้คุณอับอายขายหน้าไม่พออีกเหรอ คุณอยากจะใช้ชีวิตคู่กับเธอไปตลอดจริง ๆ น่ะเหรอ? อีกอย่าง เธอยังไม่รู้จักพอ แถมยังบอกอีกว่าอยากจะหย่ากับคุณ…”

“คุณไม่ต้องมาเป็นห่วงเรื่องชีวิตคู่ของผม”

ดวงตาของยู่จินเฉินเยือกเย็นจนทำให้เสิ่นเมิ่งหนิงรู้สึกหวาดกลัว ไม่กล้าพูดอะไรต่อ

เขาเดินออกจากห้องพักด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง แต่ภายในใจก็อดนึกถึงความเด็ดขาดในน้ำเสียงของเจียงซุ่ยตอนที่หันหลังเดินจากไปไม่ได้ ตอนนี้ตัวเขาเองจึงรู้สึกกระสับกระส่าย

ยู่จินเฉินไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นฝ่ายขอหย่า

เขาไม่เคยคิดที่จะหย่ากับเจียงซุ่ย

เขาแต่งงานกับเจียงซุ่ยเพียงเพราะว่าตระกูลของเขาต้องการคุณนาย

เด็กกำพร้าที่เติบโตมาในชนบทอย่างเจียงซุ่ย ไร้ที่พึ่ง ไร้ซึ่งเงินทองและอำนาจ เป็นคนที่ควบคุมได้ง่ายที่สุดแล้ว

ในช่วงสามปีที่ผ่านมาของชีวิตการแต่งงาน เจียงซุ่ยปฏิบัติตัวดีและเชื่อฟังมาโดยตลอด ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่ยู่จินเฉินต้องการให้มีในตัวของคุณนายยู่

เขาคิดว่าการรักษาสถานภาพสมรสครั้งนี้เอาไว้ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร

เจียงซุ่ยต้องการหย่าเพราะเสิ่นเมิ่งหนิง เขาก็แค่ต้องอธิบายและพูดคุยกับเธอให้ชัดเจน แล้วค่อยชดเชยให้เธอ

เมื่อนึกได้ดังนั้น ยู่จินเฉินก็โบกมือเรียกลูกน้องพร้อมกับออกคำสั่ง “ไปพาตัวภรรยาของฉันมา อย่าทำให้เธอได้รับบาดเจ็บใด ๆ และเติมวงเงินในบัตรเครดิตให้เธออีกยี่สิบห้าล้าน”

ลูกน้องไม่ได้ขานรับคำสั่งของเขาในทันที แต่กลับแสดงสีหน้าลำบากใจ

ยู่จินเฉินจึงขมวดคิ้ว “มีอะไรจะพูดก็พูดมา!”

ลูกน้องก็รายงานด้วยความตื่นตระหนก “หลังจากที่คุณนายออกจากโรงพยาบาล ก็มีผู้ชายขับรถหรูมารับตัวเธอ…”

“ว่าไงนะ?”

ยู่จินเฉินขมวดคิ้วพร้อมกับกำมือแน่น

ความรู้สึกที่ควบคุมตนเองไม่ได้เกิดขึ้นอยู่ภายในร่างกายของเขา

ยู่จินเฉินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้ม “ไปสืบเช็ค ต้องพาตัวเธอกลับมาให้ได้!”

เจียงซุ่ยลืมตาขึ้นอีกครั้ง

แต่คราวนี้เธอไม่ได้ฟื้นขึ้นในห้องพักเพียงคนเดียว สิ่งที่เธอเห็นในตอนนี้คือห้องนอนที่อบอุ่นและหรูหรา

“ยังรู้จักกลับทางบ้านอยู่เหรอ? ยอมทำแบบนั้นเพื่อผู้ชายคนเดียว นี่แกยังเป็นคนของตระกูลเจียงอยู่หรือเปล่า?”

เมื่อมีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น เจียงซุ่ยก็หันศีรษะที่ยังวิงเวียนอยู่ไปตามเสียง ภาพที่เธอเห็นคือชายชราที่แม้จะผมหงอกแล้วแต่ก็ยังคงมีท่าทางที่สง่าผ่าเผยนั่งอยู่ข้างเตียง

เมื่อเห็นคนในครอบครัวตัวเอง เจียงซุ่ยจึงอดกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลไม่ได้

“คุณปู่ หนูผิดไปแล้ว หนูไม่น่าหนีออกจากบ้านเลย หนูทำร้ายจิตใจของคุณปู่เพราะผู้ชายเลว ๆ ที่ไม่คู่ควร หนูขอโทษ…”

เจียงเจียนกั๋ว ผู้นำแห่งหยูโจว กรุ๊ปที่แค่ขยับตัวนิดเดียวก็สามารถทำให้ผู้คนทั้งเมืองจันท์สั่นสะท้านกันถ้วนทั่ว เมื่อเห็นหลานสาวคนโปรดของตัวเองร้องไห้หนักขนาดนี้ เขาก็ไม่กล้าดุอะไรอีก ได้แต่รีบร้อนเข้าไปกอดปลอบเธอ

“เอาล่ะ อย่าร้องไห้เลยนะ ซุ่ยซุ่ย หนูเป็นเจ้าหญิงตัวน้อยของตระกูลเจียงของพวกเราเสมอ ทรัพย์สินและสมบัติทั้งหมดของหยูโจว กรุ๊ปก็เป็นของหนู ไม่มีใครที่จะมารังแกหนูได้!”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED