ท้องฟ้าในเมืองใหญ่คืนนี้แม้นจะโปร่งสวยงามเต็มไปด้วยแสงของดวงดาวระยิบระยับ ช่างเป็นภาพที่ตรงข้ามกับหัวใจของคุณหนูดารารินทร์หรือคุณหนูดาวจรัสฟ้าอย่างที่เหล่าเพื่อนไฮโซให้ฉายา หัวใจของคุณหนูไฮโซหน้าสวยกำลังมืดมน เพราะชีวิตที่สุขสบายอยากได้อะไรก็ได้กำลังจะพังลง ตอนนี้ธุรกิจสายการบินของพ่อเธอกำลังจะล้มละลาย หลังจากพิษเศรษฐกิจที่เป็นผลพวงมาจากโรคระบาดที่ทำให้ผู้คนต่างต้องใส่หน้ากากป้องกันบดบังใบหน้าทั่วบ้านทั่วเมือง
“ฮึก ฮือๆๆ ทำไมเรื่องนี้ต้องมาเกิดกับฉันด้วย”
ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยน้ำตา มือน้อยหยิบทิชชู่ราคาแพงยกปาดน้ำตาที่หล่นลงมาหยดแล้วหยดเล่าไม่เว้นว่าง พลางหันหลังเข้าไปมองยังเหล่าของแบรนด์เนมราคาแพงอันเป็นที่รักที่เรียงรายกันอยู่ในตู้กระจกในห้องใหญ่หน้าละห้อย เธอได้คำแนะนำจากคนในบ้านว่าให้ขายของพวกนี้เอาเงินมาใช้แต่ก็ตัดใจขายไม่ลง เพราะหากเพื่อนๆในวงสังคมไฮโซรู้ว่าเธอกำลังจะเป็นคุณหนูตกอับจนต้องเอาของรักมาปล่อยขายไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเลย
“เทวดาบนสวรรค์มีอยู่จริงหรือเปล่าคะ ถ้ามีจริงช่วยอย่าให้คุณหนูคนนี้ตกอับหน่อยค่ะ ฉันไม่เคยคิดทำร้ายใคร ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องมาเกิดกับฉันด้วยมันไม่ยุติธรรมเลยค่ะ”
คนที่ไม่รู้จะหาทางออกทางไหนที่จะไม่ต้องกลายเป็นคนขัดสน เธอปาดน้ำตาลวกๆก่อนจะเงยหน้ามองฟ้า เอ่ยเสียงสั่นปนสะอื้นอย่างคนหมดหนทาง เมื่อก่อนไม่เคยเชื่อเรื่งเทพเทวดาหรือผีสางอะไรทั้งนั้นเพราะเป็นนักเรียนนอก แต่วันนี้ขอลองขอพรกับสิ่งที่มองไม่เห็นดูสักตั้งเพราะมันไม่มีอะไรจะเสียแล้ว
“แต่งค่ะ”
และแล้วก็เหมือนเทพเทวดาจะรับรู้คำขอของดารารินทร์ หลังจากขอพรกับเทวดาเมื่อคืน เช้ามาเธอก็ได้รับการทาบทามมาจากกะรัตเพชรเพื่อนของย่า กะรัตเพชรต้องการให้เธอแต่งงานกับหลานชายที่อยู่ต่างจังหวัดมีค่าสินสอด500ล้าน วินาทีนี้มีหรือดารารินทร์จะต้องคิดอะไรอีก แม้นจะไม่เคยเห็นหน้าค่าตาของคนที่จะแต่งงานด้วย แต่ก็รู้ได้เลยว่าเขารวยและฐานะทัดเทียมกับเธอแน่นอน เพราะครอบครัวของกะรัตเพชรเป็นผู้ดีเก่าแถมยังเป็นเจ้าของห้างสรรพสินคาชั้นนำอีกหลายแห่งด้วย
“ไม่คิดสักหน่อยเลยเหรอลูก”
อดิเทพจ้องมองลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนด้วยสีหน้าท่าทีเป็นกังวล ถึงธุรกิจของเขาจะมีปัญหาแต่ก็ไม่ได้คิดจะขายลูกสาวกินให้ใครเค้ามาประณาม ถึงจะรู้จักกับว่าที่ลูกเขยอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้รู้ว่านิสัยจริงๆจะดีหรือไม่
“ไม่ค่ะคุณพ่อ สินสอดตั้ง500ล้านใครจะไม่เอาล่ะคะ แล้วคุณพ่อก็เอาเงินนี้ไปพยุงธุรกิจให้ฟื้นเร็วๆนะคะ ดาวไม่อยากให้ใครมาดูถูกบ้านเรา”
ดารารินทร์เอ่ยตัดจบได้ก็เดินดุ่มขึ้นบันไดไปที่ห้องนอน ตอนนี้เธอได้ตัดสินใจแล้วและจะไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงความคิดของเธอได้ทั้งนั้น เธอจะเสียฉายาคุณหนูดาวจรัสฟ้าไฮโซทายาทเจ้าของสายการบินไปไม่ได้ เพราะรู้ได้เลยว่าหากธุรกิจของพ่อเธอต้องจบลง เธอต้องเดินเอาปี๊ปคลุมหัวไม่กล้าสู้หน้าเหล่าเพื่อนฝูงและคนในวงสังคมได้แน่ ถ้าต้องเป็นแบบนั้นให้เธอถูกรถชนสมองเสื่อมหรือตายไปเสียยังดีกว่าที่ต้องพบเจอกับสายตาดูถูกดูแคลน
“เราเลี้ยงลูกผิดไปหรือเปล่าคุณรัตน์”
อดิเทพมองจ้องตามหลังลูกสาวหัวสูงด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย ก่อนจะหันมาพูดหน้าภรรยาและก้มกุมขมับหนึบ เครียดกับเรื่องกิจการตอนนี้ยังไม่พอ ยังต้องมาเครียดกับความคิดของลูกสาวคนเดียวอีก หากนิสัยจมไม่ลงของลูกตนแก้ไม่ได้อนาคตลูกของเขาคงหาความสุขไม่ได้แน่ เพราะรู้ว่าตอนนี้ลูกของเขามีความสุขกับการเป็นคนมีเงินอย่างเดียวเท่านั้น
“รัตน์ผิดเองค่ะ ลูกอยากได้อะไรก็ตามใจไปเสียหมด”
ดารารัตน์น้ำตาตกใน ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอรู้ว่าดารารินทร์รักภาพพจน์ของตัวเองมาก แต่ไม่คิดว่าจะมากจนยอมรับความจริงในสถานะของตนเองตอนนี้ไม่ได้ คำพูดคำจาที่ดารารินทร์พูดออกมาเมื่อครู่ทำเธอตกใจกับความคิดของลูกเหมือนกัน มันเป็นเพราะความที่เธอมีลูกยาก เมื่อลูกเธอเกิดขึ้นมาก็ตามอกตามใจตั้งแต่เด็ก จนตอนนี้มองย้อนกลับไปก็ได้แต่โทษตัวเองที่ลูกเป็นแบบนี้ก็เพราะเธอคนเดียวไม่โทษใครเลยจริงๆ
ดารารินทร์ เวหากรการณ์ หญิงสาวไฮโซวัย21ย่าง22 หญิงสาวเป็นคนรูปร่างหน้าตาสะสวย ผิวขาวอมชมพูหุ่นนาฬิกาทราย เรือนผมยาวสสวยดำเงางามยาวตรงถึงกลางหลัง ใบหน้ารูปไข่ คิ้วเรียวบางได้รูป ดวงตากลมโตเป็นไข่ห่าน จมูกโด่งเรียว ริมฝีปากหนาได้รูปสวยเวลายิ้มจึงเป็นคนที่ดูมีเสน่ห์มาก
เธอได้ฉายาว่าคุณหนูไฮโซดาวจรัสฟ้า เพราะเป็นสาวสวยทายาทคนเดียวของเจ้าของสายการบิน สาวเจ้าค่อนข้างรักสบายหัวสูง และเป็นคุณหนูไฮโซที่ต้องการความโดดเด่นตลอดเวลา จึงติดการใช้ชีวิตปรนเปรอไปด้วยวัตถุนิยม และการที่เธอเป็นคนจมไม่ลง จึงเป็นต้นเหตุของการรับปากที่จะแต่งงานโดยไม่สนใจจะทำความรู้จักกับว่าที่เจ้าบ่าวก่อนตัดสินใจ แค่รู้ว่าเจ้าบ่าวของเธอรวยและเงินสินสอดที่จะได้ทำให้ธุรกิจของพ่อเธออยู่รอดต่อไปได้แค่นี้ก็พอแล้ว
หลังจากตัดสินใจได้เมื่อเดือนก่อน คืนนี้ก็เป็นคืนเข้าหอของดารารินทร์และแดนไทย จิตติวัฒน์สกุล หญิงสาวในชุดนอนวิคตอเรียซาตินสีชมพูหวานนอนตะแคงอยู่บนเตียงใหญ่ เธอจ้องมองหน้าแดนไทยสามีหุ่นหมีที่กำลังหลับอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ติดผนังห้องอย่างไม่ยอมหลับตา ถึงจะรู้ว่าเขาไม่ได้เต็มใจแต่งกับเธอ แต่แดนไทยก็เป็นผู้ชาย ไม่รู้ว่าเขาจะนึกคึกลุกขึ้นมาทำอะไรเธอหรือเปล่า เพราะตอนนี้เธอยังไม่พร้อมจะเป็นภรรยาตามพฤตินัยของเขา
ยอมรับว่าสามีหมาดๆของเธอไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร แถมหน้าตาดูหล่อเหลาและหุ่นดีกว่าดารานายแบบบางคนด้วย แต่เขาก็เป็นเพียงไฮโซที่ชอบการทำไร่ ไม่ใช่ผู้ชายในอุดมคติแบบที่เนี้ยบดูดีตลอดเวลา บริหารงานในบริษัทใหญ่โตเวลาเธอควงออกงานก็จะมีแต่คนอิจฉา หากจะต้องนอนกับเขาและทำกิจกรรมบนเตียงอย่างสามีภรรยาทั่วไปทำ เธอคงต้องขอทำใจสักพัก
อีกทั้งตอนนี้เธอยังรู้สึกช้ำใจที่ได้สามีเป็นถึงทายาทมหาเศรษฐีแท้ๆ นึกว่าจะได้อยู่เรือนหอหลังโตใช้ชีวิตสุขสบายอวดเพื่อนๆได้ แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อที่อยู่ของเธอจริงๆตอนนี้คือบ้านหลังเล็กชั้นเดียวหลังคาปั้นหยาท้ายไร่กลิ่นฝนต้นฟ้า ในอำเภอหนึ่งของจังหวัดสระบุรี ยังดีที่มีเตียงนุ่มๆให้เธอได้นอน มีของอำนวยความสะดวกในบ้านครบครัน แม้พื้นที่จะเล็กไปมากถึงมากที่สุดสำหรับเธอก็เถอะ
ดารารินทร์พูดกับตัวเองในหัวแทบจะทุกวินาทีว่ายังไงก็ต้องอดทน เพราะอย่างน้อยสามีของเธอก็ได้ชื่อว่าเป็นทายาทมหาเศรษฐี ใครรู้ว่าเธอได้เขามาครอบครองก็ต้องอิจฉาอยู่บ้าง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้คิดจะอยู่กับเขาไปตลอด เมื่อถึงวันที่กิจการของพ่อเธอฟื้นได้ วันนั้นเธอจะไปจากเขาทันทีโดยไม่คิดหันหลังกลับ
“เฮอะ!”
แดนไทยสะดุ้งเฮือกรีบยกมือกอบกุมอกข้างซ้าย ดวงตาคมกริบเบิกกว้างตกใจ ใจหายวาบแทบจะตกไปอยู่ตาตุ่ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงจ้องมองมายังเขาตาเขม็ง
“ตกใจอะไร”
ดารารินทร์ขมวดคิ้วถลึงตาใส่ชายหนุ่ม เพราะหน้าตาของเขาที่มองมายังเธอทำท่าอย่างกับคนกำลังเห็นผี มั่นใจว่าหน้าตาผิวพรรณของเธอออกจะดูดีกว่าสาวๆคนไหนหลายเท่า จึงไม่พอใจเมื่อเห็นสายตาของชายหนุ่มมองมายังเธอเช่นที่เป็นเมื่อครู่นี้
“ทำไมยังไม่นอน จ้องผมอยู่ได้ คิดไม่ดีกับผมหรือไง”
คนตัวโตหายตกใจได้ก็เอ่ยกวนประสาทดารารินทร์เสียงห้วน เมื่อครู่เขาตกใจจริงๆไม่ได้คิดแกล้งหญิงสาว เพราะปกตินอนอยู่ในห้องนี้คนเดียว พอตื่นมาเห็นคนคิดว่านางไม้ที่ไหนมานอนจ้องตาหลอกให้เขากลัว
“ใครคิดไม่ดีกับคุณ ฉันยังไม่นอนเพราะไม่ไว้ใจคุณต่างหาก ฉันสวยเพอร์เฟคขนาดนี้ก็ต้องรักษาเนื้อรักษาตัวเป็นธรรมดา”
ใบหน้าสวยหงิกงอต่อว่าคนที่ลุกขึ้นมาจ้องหน้าจีบปากจีบคอ ว่าจบก็หันหลังหนีด้วยท่าทีกระฟัดกระเฟียด เคืองใจเหลือเกินกับสายตาของเขาที่มองเธอเมื่อครู่ เพราะไม่เคยมีผู้ชายคนไหนมองเห็นเธอแล้วทำท่าตกใจอย่างสามีหมาดๆมาก่อน แดนไทยเห็นกิริยาท่าทางคำพูดคำจาหญิงสาวก็ส่ายหัวช้าๆมีสายตาอ่อนใจ นึกถึงความอ่อนหวานเรียบร้อยของรสสุคนย่าของหญิงสาวก็นึกเสียดายที่นิสัยนั้นไม่ได้มีติดตัวดารารินทร์เสียบ้างเลย
“คุณย่าจะมาบังคับผมแบบนี้ไม่ได้นะครับ”
แดนไทยไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่าย่าตนจะใช้วิธีคลุมถุงชนเขากับผู้หญิงที่ไม่เคยเจอเคยเห็นกันมาก่อน
“ถ้าแกไม่แต่งย่าก็จะขายไร่นี้ให้เสี่ยบรรเจิด แล้วก็ไปนั่งกินนอนกินสุขสบายที่ต่างประเทศ”
แดนไทยขมวดคิ้วหน้าเสียที่ย่าตนยื่นคำขาดมาเช่นนี้ ไม่คิดว่าย่าที่สร้างไร่นี้มาด้วยกันกับปู่จะมีความคิดแตกต่างจากปู่เขาสิ้นเชิง ก่อนที่ปู่ของเขาจะเสียได้สั่งเสียกับลูกหลานว่าต้องรักษาไร่นี้เอาไว้ให้ได้ เพราะเป็นที่พึ่งพิงของคนงานในไร่หลายครอบครัว และเขาก็เลือกที่จะสานเจตนารมณ์ของปู่ เลือกที่จะมาบริหารไร่เต็มตัว แต่ย่าของเขากลับพูดขู่ว่าจะขายโดยง่ายเพียงเพราะเขาไม่ยอมทำตามใจ
“ไม่ห่วงคนงานตาดำๆบ้างหรือไงครับคุณย่า”
“อยู่ที่การตัดสินใจของแก อ่อ ถ้าแต่งแล้วมีลูกภายในหนึ่งปีฉันจะยกไร่นี้ให้เป็นชื่อแก เพราะฉะนั้นรับปากว่าจะแต่งงานมาดีๆดีกว่า”
หากไม่ติดว่ารักและหวงแหนไร่แห่งนี้มาก แดนไทยไม่ยอมทำตามคำที่ย่าตนบังคับแน่ การสนทนาไม่กี่คำกับคนเป็นย่าเมื่อเดือนที่แล้ว ทำให้แดนไทยต้องกลายเป็นเจ้าบ่าวในวันนี้ เพียงแค่เจอกับเจ้าสาวของตัวเองไม่กี่วันก่อนแต่ง พฤติกรรมของดารารินทร์ก็ทำให้เขาขมวดคิ้วหลายครั้งแล้ว นึกถาพไม่ออกเลยว่าถ้าจะต้องอยู่กับคุณหนูไฮโซจอมหยิ่งยโสคนนี้ทุกวันประสาทจะกินเขาหรือเปล่า ทั้งเมื่อนึกไปถึงวันหน้าหากเขาต้องมามีลูกกับเธอแล้วปล่อยให้หญิงสาวเลี้ยงลูก มีหวังลูกเขาได้เสียคนแน่ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกท้อแท้ในการใช้ชีวิตในวันข้างหน้าเสียเหลือเกิน
เอก อี เอ้ก เอ้ก
ไก่หลายตัวที่อยู่ในเล้าหลังบ้านของแดนไทย เริ่มส่งเสียงขันเมื่อเข้ารุ่งสางของเช้าวันใหม่ ดารารินทร์ที่ได้ยินเสียงอันน่ารำคาญก็เริ่มขมวดคิ้วหงุดหงิดหัวใจ เธอค่อยๆพลิกตัวควานหาทั้งมอนทั้งผ้าห่มปิดหูแต่ก็ไม่สามารถที่จะต้านทานเสียงไก่พวกนั้นให้มาถึงหูของเธอได้ เมื่อทำอะไรกับเสียงพวกนั้นไม่ได้ก็เริ่มเปิดปากอาละวาด
“อืม มาขันอะไรตอนนี้ จะน้อนน”
สาวเจ้าไม่ชอบเอาเสียเลยในเวลาที่กำลังนอนสบายๆแล้วมีอะไรมารบกวน
“หึ่”
แดนไทยที่กำลังจะลุกไปอาบน้ำแต่งตัวรู้สึกขบขันคนบนเตียงพอสมควร เขาลุกยืนบิดขี้เกียจและเดินตรงไปหาหญิงสาวที่ควานผ้าห่มรวมถึงหมอนเอามาปิดหูเอาไว้ พอถึงตัวภรรยาตีทะเบียนได้ก็ยื่นมือไปจับหัวไหล่มนเขย่าเบาๆ
“นี่คุณ ตื่นไปทำกับข้าวให้ผมได้แล้ว”
“โอ้ย อะไรนักหนาฉันจะนอน ทั้งไก่ทั้งคนเลย หุ้ยย”
สาวเจ้าดีดตัวผึงลุกนั่งหัวฟู มือน้อยรีบปัดผมออกจากใบหน้าและเงยขึ้นมามองค้อนสามีหุ่นหมีที่ยืนเท้าเอวข้างเตียง เธอหงุดหงิดมากถึงมากที่สุด เพราะตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยมีใครมารบกวนเวลานอนของเธอแบบนี้ หากเจ้าไก่พวกนั้นอยู่ใกล้ไม้ใกล้มือเป็นได้คว้าหมับจับหักคอไปแล้ว
“ไปทำกับข้าวให้ผม”
แดนไทยไม่ได้สนใจเสียงบ่นและท่าทีหงุดหงิดของดารารินทร์ เขายังคงยืนเท้าเอวจ้องเธอไม่วางตา รู้ว่าย่าตนเสียค่าสินสอดให้สาวเจ้าหลายร้อยล้าน จึงอยากจะรู้นักว่าเธอจะเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระอะไรเขาได้บ้าง
“นี่ตีห้าครึ่ง คุณจะกินอะไรก็ไปทำกินเองฉันทำไม่เป็น”
มือเรียววาดไปหยิบมือถือมาดูเวลาได้ก็ตวัดสายตามองค้อนชายหนุ่มอีกรอบ พร้อมตอบกลับปฏิเสธเสียงแข็ง เอ่ยจบก็ฟุบนอนขดกับผ้าห่มผืนหนาต่อ ใครหิวก็ไปทำกินเองเธอไม่ใช่แม่ครัวและไม่คิดจะเป็นด้วย
“ทำหน้าที่ให้มันคุ้มกับค่าสินสอดหน่อยสิครับ”
แดนไทยเปลี่ยนจากการยืนเท้าเอวเป็นยืนกอดอก จ้องมองหญิงสาวด้วยสายตาเย้ยหยัน นึกในใจถึงคนเป็นย่าที่จะหาเมียให้เขาทั้งทีก็หาให้มาช่วยแบ่งเบาภาราะของเขาหน่อยก็ไม่ได้
คนที่ถูกสบประมาทอย่างคุณหนูดาวหรือจะยอมอยู่เฉย สิ้นคำพูดของชายหนุ่มตากลมก็สว่างโล่หลับต่อไม่ลง ดีดผึงลุกขึ้นจากเตียงเท้าเอวจ้องหน้าคนตัวโตเขม็ง
“นี่ จะบอกอะไรให้นะ ฉันเสียสละมาเป็นเมียและแม่ให้ลูกคุณก็ดีเท่าไรแล้ว และบอกไว้เลยว่าฉันจะไม่ทำงานหนักเพราะต้องเตรียมตัวเป็นแม่คนเข้าจั๊ย”
“ถ้าคุณย่ารู้ว่าหลานสะใภ้ขยันขนาดนี้ยังจะปลื้มอีกหรือเปล่านะ”
แดนไทยเปรยสายตามองข้ามหัวหญิงสาวโดยที่ไม่ได้ใส่ใจคำพูดของเธอ เข้าใจว่าที่หญิงสาวพูดมาเพื่อที่จะหาข้ออ้างขี้เกียจมากกว่า ทำอย่างกับเขาไม่รู้ว่าคนท้องทำอะไรได้หรือทำอะไรไม่ได้ ไม่รู้ว่าเธอจะเตรียมตัวเป็นแม่คนหรือเตรียมตัวในการเป็นอมพาตมากกว่า
“หื่ยย.. อยากกินอาหารฝีมือฉันมากใช่ไหม ได้”
ร่างบางระหงส์ในชุดนอนราคาแพงเดินสะบัดก้นออกมาจากห้องนอน เดินกระฟัดกระเฟียดมายังครัว เมื่อมาถึงก็ยืนพ่นลมหายใจระบายโทสะครู่ใหญ่ กวาดสายตามองกวาดรอบๆห้องครัวเล็กก็เริ่มบุ้ยปาก นึกไม่ออกว่าจะหยิบจับอะไรก่อนดีเพราะเธอไม่เคยทำกับข้าวมาก่อน แม้แต่เข้าครัวต้มบะหมี่เองเธอก็ไม่เคยทำ แต่ที่ออกมาเพราะความโมโหในคำสบประมาทของแดนไทยล้วนๆ
“ทำไม่เป็นล่ะสิ”
ชายหนุ่มล้างหน้าล้างตาเสร็จก็เดินเข้ามาชะโงกหน้าดูหญิงสาวในห้องครัว เห็นว่าเธอยืนเก้ๆกังๆก็เดาออกว่าคงจะไม่เคยหยิบจับอะไรในครัวแน่นอน
“รู้แล้วก็ยังจะใช้”
คิ้วเรียวสวยขมวดผูกกันเป็นโบว์ บ่นอู้อี้ไม่คิดจะมองหน้าชายหนุ่ม เพราะยังเคืองใจที่เขารบกวนการนอนของเธอจนต้องมายืนหงุดหงิดอยู่ในครัวตอนนี้
“เดี๋ยวสอน วันหลังคุณจะได้ทำเป็น”
แดนไทยเปิดตู้เย็นหยิบไข่สองใบกับไส้กรอกสี่ชิ้นวางไว้ในจานที่เคาเตอร์ครัวและหยิบขนมปังในตู้ออกมาใส่เครื่องปิ้ง
“เห็นแล้วใช่ไหมว่าปิ้งขนมปังยังไง”
“อืม”
สายตาของสาวเจ้าเปรยมองไปยังเครื่องปิ้งขนมปังอย่างเต็มตาเท่าไรนัก เพราะไม่ได้ใส่ใจจะทำ สองหนุ่มสาวง่วนอยู่ในครัวร่วมครึ่งชั่วโมงอาหารเช้าก็เรียบร้อย ดารารินทร์ไปล้างหน้าล้างตาและกลับมานั่งทานอาหารเช้าพร้อมหน้ากับแดนไทย เธอมองคนที่นั่งตรงข้ามหั่นไส้กรอกเข้าปากอย่างชำนาญในการใช้มีดกับส้อมด้วยสายตาฉงน แปลกใจที่คนอยู่ไร่อยู่สวนจะทานอาหารเช้าแบบต่างชาติด้วย
“มองอะไร ทำไมไม่กิน”
แดนไทยจับสังเกตได้ว่าตัวเองกำลังถูกจับจ้องมาครู่หนึ่งแล้ว จึงเริ่มวางมีดกับส้อมเงยหน้าจ้องมองหญิงสาว
“เปล่า แค่ไม่คิดว่าคุณจะกินอาหารเช้าแบบนี้”
“ผมก็กินแบบนี้ตั้งแต่ตอนเรียนแล้ว ทำไมคนบ้านไร่อย่างผมกินของแบบนี้ไม่ได้เหรอ”
“ป๊าวว ก็ไม่ได้ว่าอะไร”
ดารารินทร์เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะก้มหน้าหั่นไส้กรอก ชายหนุ่มเห็นเช่นนั้นจึงเริ่มทานต่อได้ โต๊ะอาหารหลังจากนี้มีแต่ความเงียบเพราะไม่มีใครใส่ใจที่จะหาเรื่องสนทนากันนัก หลังจากแดนไทยทานอาหารเช้าเรียบร้อยก็เตรียมตัวออกไปที่ไร่ทันที
“แล้วคุณจะกลับตอนไหน”
“ทำไม คิดถึงผมเหรอ”
“ทะลึ่ง ถามเฉยๆ”
ดารารินทร์ถลึงตาให้คนที่ชอบกวนประสาท ที่เธอถามเพราะอยากจะรู้เวลาที่ชายหนุ่มไม่อยู่ในบ้านแน่นอน จะได้ทำสิ่งที่คิดอยากจะทำสะดวกๆ
“คงเย็นๆ วันนี้ผมให้คุณพักผ่อนให้เต็มที่เลย พรุ่งนี้ค่อยเข้าไร่กับผม”
คนตัวโตเอ่ยขณะยกหมวกคาวบอยขึ้นมาสวม ดารารินทร์ที่รู้ตัวว่าจะได้เข้าไร่ก็เริ่มมีสีหน้าไม่พอใจ วินาทีนี้แดนไทยเริ่มถอยหลังออกจากหญิงสาวสองสามก้าว เข้าใจว่าตัวเองจะต้องแสบแก้วหูเพราะเสียงของเธอแน่นอน
“ใครจะไปทำไร่ ฉันไม่ทำหรอกนะ”
แล้วก็เป็นเช่นนั้น สาวเจ้ายืนเท้าเอวทำหน้ายักษ์ยืนกรานว่ายังไงเธอก็ไม่ยอมเข้าไร่เข้ากงเด็ดขาด คนอย่างดารารินทร์เกิดมาก็ได้ชื่อว่าเป็นคุณหนูไฮโซมีพี่เลี้ยงรายล้อมคอยทำโน่นทำนี่ให้ทุกอย่างอยู่แล้ว แถมตอนนี้ยังเลือกที่จะมาแต่งงานกับคนรวยมีหรือเธอจะยอมทำสวนทำไร่ให้เหนื่อยเสี่ยงกับผิวพรรณที่จะเสีย ที่มากไปกว่านั้นหากคนรู้จักรู้ว่าเธอต้องมาเป็นชาวไร่ได้ถูกหัวเราะเยาะแน่
“อ้าว เป็นเมียผมก็ต้องทำไร่สิครับ จะมานั่งงอมืองอเท้าได้ยังไง”
แดนไทยยังคงหยอกคนที่กำลังโมโหเล่นไม่เลิก
“ก็บอกแล้วไงว่าเตรียมตัวเป็นแม่ฉันไม่คุยด้วยแล้ว”
ดารารินทร์ยืนกรานก่อนจะหันหลังสะบัดก้นเข้าไปในบ้าน ท่าทีหงุดหงิดของเธอทำแดนไทยยืนสบถขำ ท่าทีไม่สบอารมณ์ของดารารินทร์แดนไทยเห็นหลายครั้งเข้าเขาก็มองภาพนั้นเป็นภาพที่น่าขบขันไปโดยปริยาย ที่จริงเขาได้รับคำสั่งมาจากย่าตนแต่แรกแล้วว่า เมื่อดารารินทร์แต่งเข้ามาต้องดูแลเธอให้ดีที่สุด หากจะให้หญิงสาวช่วยอะไรก็ขอให้เป็นแค่งานบ้านเท่านั้น แต่งงานไร่ไม่ให้เข้าไปช่วยเด็ดขาดนอกเสียอยากหญิงสาวขอไปเอง เพราะไม่อยากให้ทางบ้านของหลานสะใภ้เห็นว่าเธอพาหญิงสาวมาลำบาก