ตอน 1

งานแต่งงานมักจะเป็นงานที่สาวๆ หลายคนนั้นใฝ่ฝันอยากที่จะให้เกิดขึ้นกับตนสักครั้งหนี่งในชีวิต แต่ไม่ใช่กับหวงลี่หลิน นักเขียนนิยายรักโรแมนติกวัยยี่สิบหกปีผู้ที่ไม่เคยผ่านการมีแฟนมาเลยสักคนแต่กลับเขียนนิยายออกมาได้ดีราวกับมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องรักมากมาย หวงลี่หลินนั้นเป็นผู้หญิงสวยที่มีหนุ่มๆ หมายตามาโดยตลอด แต่เธอก็ไม่เคยตกลงปลงใจคบหากับใครเลยสักคน ดีที่ทางบ้านเข้าใจและไม่บังคับให้บุตรสาวไปนัดบอร์ดเพื่อหาคู่

“วันนี้เฉินเยว่หลินสวยมากเลยพวกเธอดูสิ” เพื่อนในกลุ่มชี้ไปทางเจ้าสาวที่กำลังเดินเข้ามาในงานพร้อมกับบิดา

“ฉันอยากแต่งงานบ้างจัง แต่ยังหาแฟนไม่ได้เลย” เพื่อนอีกคนพูดขึ้น

“ฉันไม่เห็นจะอยากแต่งงานเลย อยู่คนเดียวทุกวันนี้สบายจะตาย ไม่ต้องทะเลาะกับใคร ไม่ต้องเป็นห่วงใคร ไม่ต้องตามหึงหวงใคร และไม่ต้องมานั่งรอใคร” สาวสวยรูปร่างสูงเพรียวหุ่นทรงนาฬิกาทรายในชุดเดรสสีแดงเพลิงปาดไหล่ขวานั่งขาไคว่ฮ่างอวดเรียวขาขาวเนียนจิบไวน์อยู่อย่างอารมณ์ดี เธอมักจะได้เป็นแขกรับเชิญทุกครั้งเวลาที่เพื่อนๆ แต่งงาน และทุกงานก็จะมีหนุ่มๆ มาสนใจเธอทุกครั้ง แต่คนสวยเลือกมากอย่างเธอน่ะเหรอจะมองใครสักคน เพราะต่อให้หล่อ รวย และชาติตระกูลดีแค่ไหน ก็ไม่เคยเข้าตาของนักเขียนสาวเลย

“แหม....แม่คนสวยเลือกได้ เมื่อไหร่เธอจะมีแฟนสักทีล่ะ ตั้งแต่ฉันเรียนกับเธอจนจบมาทำงานแล้วฉันยังไม่เคยเห็นแฟนของเธอเลย” ถงถงเอ่ยขัดคอขึ้นทันทีด้วยความหมั่นไส้

“สวยและรวยมากก็พอย่ะ แฟนไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดในชีวิต” สาวสวยพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจจนเพื่อนๆ ที่คิดต่างแอบเบ้ปาก ในชีวิตของผู้หญิงใครบ้างที่จะไม่อยากมีแฟนดีๆ จนได้แต่งงานกัน หวงลี่หลินคนนี้ช่างมีความคิดที่แตกแยกนัก

“ใช่ จะรีบมีแฟนไปทำไม อยู่สวยๆ โสดๆ ให้ผู้ชายเสียดายเล่นดีกว่า” อ้ายฉิงเพื่อนสนิทของนักเขียนสาวเอ่ยขึ้น จะมีเพียงเพื่อนสองคนเท่านั้นที่รู้ฐานะที่แท้จริงของนักเขียนสาวคนนี้ เธอไม่ใช่แค่นักเขียนธรรมดาๆ อย่างที่ทุกคนเห็นและเข้าใจ แต่เธอเป็นทายาทลำดับที่สองของตระกูลหวงต่างหาก

“ฉันก็เป็นอีกคนนะที่ยังไม่คิดจะมีแฟน มีแล้วเปลี่ยนบ่อยๆ เหมือนพวกเธอก็ไม่ไหวคิกๆๆๆๆ” เยว่หรูเพื่อนสนิทของลี่หลินอีกคนเดินเข้ามาสมทบกับสองสาว ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นพร้อมกับกลั้วหัวเราะเบาๆ จนอีกสองสาวพลอยที่จะหัวเราะขำไปด้วยไม่ได้ ถงถงรีบเดินหนีไปอยู่กับเพื่อนอีกกลุ่มทันที กลุ่มของสามสาวกับกลุ่มของพวกเธอไม่ค่อยจะกินเส้นกันอยู่แล้ว เจอกันทีไรถ้าไม่ได้แขวะหรือฟาดฟันกันก็ออกจะแปลกทีเดียว

พิธีการผ่านไปจนถึงช่วงเวลารับช่อดอกไม้จากเจ้าสาว ซึ่งเพื่อนๆ เจ้าสาวที่ยังโสดมักจะไปรอคอยรับช่อดอกไม้กันเพื่อหวังจะได้กลายเป็นเจ้าสาวคนต่อไป ผิดก็แต่กลุ่มของสามสาวที่มีบุคลิกต่างกันหากแต่ยังคบหากันได้แบบลงตัว

ลี่หลินนั้นเป็นผู้หญิงที่สวยเซ็กซี่ และมีความมั่นใจในตนเอง เวลาทำงานอยู่ที่หน้าโน๊ตบุ๊คจะไม่ค่อยสนใจตัวเองเท่าไหร่นัก หากแต่พอออกงานเธอจัดหนักจัดเต็มเซ็กซี่จนหนุ่มๆ หันมามองตามเธอคอแทบเคล็ด ส่วนอ้ายฉิงนั้นเป็นหญิงสาวที่สนใจและดูแลบุคลิกภาพของตนตลอดเวลา เสื้อผ้าหน้าผมของเธอมักจะดูเรียบร้อยทุกสถานการณ์อาจจะเพราะอาชีพการงานของเธอคือนักพัฒนาบุคลิกภาพ และคนสุดท้ายเยว่หรู เธอเป็นคนปากจัดหากแต่จริงใจ การแต่งกายก็จะออกแนวสาวเท่ เพราะเธอนั้นเป็นนักแข่งรถที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งของเมืองเอ

“ว๊ายยย!!!!!” เสียงหวานอุทานออกมาขณะที่ช่อดอกไม้ลอยตกลงมายังตักของคนที่ไม่คิดว่าจะมีแฟนหรือคิดที่จะแต่งงาน สองเพื่อนสนิทสาวมองเพื่อนซี้ด้วยสายตาตกตะลึงเช่นกันก่อนที่จะพากันขำออกมา

“โอ๊ย!!! อะไรกันเนี่ย คนที่เขาอยากมีแฟนอยากแต่งงานไม่หล่นไปหา หล่นมาหาฉันทำไมกันเนี่ย” เสียงหวานอุทานขึ้นจนสองเพื่อนสนิทสาวหัวเราะออกมาอย่างหยุดไม่ได้

“ฮ่าๆๆๆๆ ยัยลี่หลิน ปีนี้ฉันว่าความโสดที่เธอหวงมาหลายปีต้องสิ้นสุดแล้วล่ะคิกๆๆ” เสียงห้าวหวานดังมาจากริมฝีปากบางสีส้มอ่อนของเยว่หรู หากไม่ใช่เพื่อนสนิทแล้วมาพูดแบบนี้ลี่หลินคงจะฟาดฟันกลับไปอย่างแน่นอน หากแต่เพราะคนที่แซวเธอนั้นเป็นเพื่อนสนิทหนึ่งในสองของเธอจึงทำได้แค่ส่งค้อนน้อยๆ ไปให้เพื่อนเพียงเท่านั้น

“เอาน่า คนอื่นเค้าอยากได้จะตายไป” อ้ายฉิงเอ่ยขึ้นบ้าง

“แต่ไม่ใช่ฉันไหม” ดวงตากลมหวานแข็งกร้าวขึ้นทันทีจนเพื่อนๆ หุบขำแทบจะไม่ทัน

“อะ!! ถ้าอย่างนั้นเธอเอาไปก่อนก็แล้วกันอ้ายฉิง เธอดูอ่อนหวานที่สุดในกลุ่ม น่าจะสละโสดก่อนพวกฉันแน่ๆ” มือบางจับช่อดอกไม้สีขาวที่เพิ่งลอยตกลงมาที่ตักส่งให้กับเพื่อนสนิท

“ว๊าย!!!ฉันยังไม่อยากมีแฟนเหมือนกัน ชีวิตโสดของฉันกำลังสนุกเลย เธอรับไปก็แล้วกันเยว่หรู ไหนๆ เธอก็ทำงานที่มีแต่พวกผู้ชายรุมล้อมอยู่แล้ว เธอดูจะเป็นคนเดียวที่ได้พบกับเพศตรงข้ามได้มากที่สุดนะ” อ้ายฉิงรีบโยนช่อดอกไม้ไปให้กับสาวสุดมั่นอย่างเยว่หรูทันที มือเรียวรีบจับมาแทบไม่ทัน

“โอ๊ย!! อะไรกันเนี่ยพวกเธอ จะเกี่ยงไปทำไม ในเมื่อสักวันพวกเธอก็ต้องเจอใครสักคนอยู่ดี หรือจะบอกว่ามันไม่จริง” สาวมั่นเอ่ยขึ้นก่อนที่จะถือดอกไม้ชูขึ้น

“ใครอยากแต่งงานต่อเยว่หลินมาเอาช่อดอกไม้ไปเลย เพราะสาวๆ กลุ่มนี้ยังไม่อยากมีแฟน” เสียงห้าวหวานจริงจังเอ่ยดังขึ้น สองสาวเพื่อนต่างกลุ่มจึงเดินเข้ามาพร้อมกับหยิบดอกไม้ไปทันที

“ขอบใจ อย่างว่าแหละ พวกเธอจะแต่งงานได้ยังไงในเมื่อแฟนสักคนก็ไม่เคยมีคิกๆๆๆๆ” ถงถงไม่หอบช่อดอกไม้มาเปล่า หากแต่ยังกล่าวปรามาสทั้งสามสาวเอาไว้จนเยว่หรูฟังแล้วยอมไม่ได้

“หึๆ ก็ไม่แน่หรอกนะ สวยๆ เก่งๆ แบบพวกฉันน่ะ แค่กระดิกนิ้วผู้ชายทั้งเมืองก็พร้อมจะดาหน้าเข้ามาให้เลือกแล้วย่ะ” เสียงห้าวหวานเอ่ยขึ้นจนอีกสองสาวต้องหันไปมองหน้าเพื่อนสนิทเป็นตาเดียวกัน

“ดีเลย ต้นปีหน้าฉันจะแต่งงานกับพี่โจวหมิ่นหาน พวกเธอก็พาผู้ชายที่พวกเธอบอกว่าแค่กระดิกนิ้วก็ดาหน้ากันเข้ามาให้เลือกแล้วมาแนะนำให้พวกฉันรู้จักหน่อยสิ เพราะถ้าเธอทำไม่ได้พวกฉันจะถือว่าพวกเธอมันไม่แน่จริง” โหรวโหรวเอ่ยขึ้นอย่างท้าทาย มีหรือคนไม่ยอมคนอย่างเยว่หรูจะปล่อยผ่าน

“ได้ เธอคอยดูก็แล้วกัน งานแต่งของเธอพวกฉันสามคนจะควงหนุ่มหล่อ รวย โปรไฟล์ดีไปให้พวกเธอได้อิจฉาเล่น” สิ้นคำพูดของเพื่อนรัก อีกสองสาวที่เพื่อนไม่ได้ขอคำปรึกษาเลยสักนิดก็อ้าปากค้างอย่างพร้อมเพรียงกัน

“หรือเธอสองคนไม่กล้า ลี่หลิน อ้ายฉิง” ถิงถิงหันไปเล่นงานแม่สาวสวยกับแม่สาวเรียบร้อยทันที

“ค่ะ..ค่ะ....ใครบอก” อ้ายฉิงตอบอย่างตะกุกตะกักก่อนที่จะหันไปมองหน้าสวยเข้มของเยว่หรูอย่างคาดโทษ

“แล้วเธอล่ะลี่หลิน อย่าบอกนะว่าคนสวยๆ แบบเธอจะหาแฟนไม่ได้ ฉันว่าดีๆ หาได้ก่อนเพื่อนสองคนของเธออีก” โหรวโหรวหันไปถามหญิงสาวอีกคนที่ยังไม่ได้พูดอะไรออกมา

“เอาสิ... ก็อย่างที่เยว่หรูกับอ้ายฉิงบอกนั่นแหละ และก็คงอย่างที่เธอบอกเรื่องแค่นี้ไม่ยากเกินความสามารถของฉันหรอก” ในเมื่อเพื่อนๆ ทั้งสองตกลงปลงใจกันแล้วจะให้เพื่อนแท้อย่างเธอแปลกแยกได้อย่างไร ถึงแม้เธอจะไม่แน่ใจก็ตามว่าจะหาแฟนมาอวดเพื่อนๆ ได้ไหม เพราะตอนนี้เธอยังไม่คิดจะมีใครและลงเอยกับใครจริงๆ

“ดี!!! แล้วฉันสองคนจะรอดู ว่าพวกเธอจะหาแฟนได้ตามที่ต้องการหรือเปล่า” ถงถงเอ่ยส่งท้ายก่อนที่จะถือช่อดอกไม้เดินไปทางอื่นพร้อมกับโหรวโหรวเพื่อนสนิท

ทันทีที่เพื่อนแค้นเดินจากไปสองเพื่อนรักก็มองไปที่เยว่หรูเป็นตาเดียว สาวสวยที่มีใบหน้าสวยคมรีบหลบสายตาก่อนที่จะโดนเพื่อนรุมอย่างรู้ความผิด ลำแขนเรียวเสลาจากทั้งสองสาวคล้องไปที่ลำคอระหงทั้งซ้ายขวา ก่อนที่ลี่หลินจะกระซิบบอกบางอย่างที่ทำให้เยว่หรูยกมือขึ้นมาปิดหูแทบไม่ทัน

“ไม่ๆๆๆ ฉันไม่มีทางมีแฟนก่อนพวกเธอแน่ๆ” เยว่หรูไม่ยอมรับข้อตกลงถึงตนเองจะเป็นคนเริ่มก่อเรื่องก่อนก็ตาม

“ได้ไง ก็ในเมื่อเธอเป็นคนตอบรับยัยนั่นไปก่อน เธอนี่น้า...เยว่หรู ทำอะไรไม่ปรึกษากันก่อนเลย” ลี่หลินเอ่ยขึ้นเสียงลอดไรฟันเพื่อไม่ให้เพื่อนคนอื่นได้ยิน

“เอาน่ามีมันพร้อมๆ กันนี่ล่ะ สวยๆ แบบเธอสองคนหาไม่ยากหรอก ถ้าไม่อยากมีแบบเป็นตัวเป็นตนเราก็หาจ้างคนมาเล่นบทนี้ซะสิ จะได้ไม่มีปัญหาเวลาที่งานจบ หลังจากยัยนั่นแต่งงานเราก็ทำเรื่องจบสัญญากับหนุ่มๆ พวกนั้นซะ รับรองมีสัญญาไม่มีใครกล้าตุกติกแน่นอน” เยว่หรูหาทางออกให้กับเพื่อนๆ ซึ่งดูสองสาวก็เริ่มที่จะคล้อยตาม เพราะหาจ้างคนที่มารับบทแฟนกำมะลอได้ พวกเธอก็จะไม่สูญสิ้นความโสด

พอสามสาวตกลงกันได้ก็พากันออกจากงานแต่งของเพื่อนในรุ่นที่สละโสดไปอีกคน ทั้งสามสาวไม่ชอบที่จะมางานแบบนี้เลยสักนิดหากไม่ใช่เพราะถ้าไม่มายัยคู่ปรับสองคนนั้นก็จะหาเรื่องพูดจาถากถางและนินทาให้เพื่อนๆ คนอื่นมองทั้งสามสาวไม่ดี ยิ่งคนไม่ยอมคนอย่างเยว่หรู ไม่มีทางซะหรอกที่เธอจะยอมให้ใครมาว่าสองเพื่อนสนิทและตัวเธอแบบนั้น

ตอน 2

หวงลี่หลิน นักเขียนสาววัย 26ปี เกิดมาในตระกูลร่ำรวยจากการมีธุรกิจผลิตและส่งออกเสื้อผ้าที่มียอดขายเป็นอันดับหนึ่งของเมืองเอ มีบิดาชื่อนายหวงลี่หยางอายุ 53 ปี มีมารดาชื่อนางหวงเฟยเจิน อายุ 50 ปี มีพี่สาวแท้ๆ ที่รักกันมากหนึ่งคนชื่อหวงลี่จิน อายุ30ปี ด้วยความที่เป็นบุตรสาวคนเล็กของตระกูล บิดา มารดาและพี่สาวจึงตามใจให้ลี่หลินได้ทำในสิ่งที่รัก โดยเธอนั้นขออนุญาตครอบครัวออกไปใช้ชีวิตด้วยตนเองตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยเลยทำให้เพื่อนๆ ที่เพิ่งคบกันไม่รู้ว่าหวงลี่หลินนั้นเป็นทายาทลำดับสองของนักธุรกิจพันล้าน ลี่หลินยึดอาชีพการเป็นนักเขียนนิยายหาเลี้ยงตัวเอง หากแต่ยังมีเงินปันผลของบริษัทที่ยังได้รับอยู่ทุกเดือนเช่นกัน

หวงลี่จิน พี่สาวแสนสวยนั้นมีตำแหน่งเป็นรองประธานกรรมการพ่วงอีกตำแหน่งก็คือดีไซเนอร์ประจำบริษัท เธอสวยและเก่งมีหนุ่มๆ มาหมายปองเธอมากมายแต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะหวงลี่จินนั้นมีคู่หมั้นอยู่แล้วและกำลังจะแต่งงานกันภายในปีนี้ชื่อเฉินเจียงข่าน เขาเป็นบุตรชายคนโตของตระกูลเฉินที่ทำธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ขนาดใหญ่ในเมืองเอ ดูแล้วสองอาชีพที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันแม้แต่น้อย หากแต่บุตรสาวกับบุตรชายต่างมาชอบพอกัน ซึ่งบิดามารดาของทั้งสองตระกูลก็แสนจะยินดีปรีดา

“ลี่หลิน กลับมาเยี่ยมป๊ากับม๊าหน่อย ท่านบ่นคิดถึงน้องน่ะ” หวงลี่จินโทรหาน้องสาวสุดที่รักหลังจากที่ไม่ได้ติดต่อกันมานานเกือบสองสัปดาห์เพราะเธอนั้นเพิ่งบินกลับจากฝรั่งเศสเพราะไปหาแรงบันดาลใจในการออกแบบคอลเลคชั่นใหม่กับคู่หมั้นหนุ่ม

“อย่ามาพูด ตัวเองคิดถึงเค้าล่ะไม่ว่า เอาป๊ากับม๊ามาอ้างตลอด” หวงลี่หลินรู้ทันพี่สาวคนโตเสมอ เพราะถ้าโทรมาเองแบบนี้ต้องเป็นพี่สาวของเธอที่อยากเจอเธออย่างแน่นอน

“แหม...รู้ทันอีกละ พี่เพิ่งกลับจากหาแรงบันดาลใจที่ฝรั่งเศสมาเมื่อวาน นี่พี่ซื้อของมาฝากเราด้วยนะ กลับบ้านหน่อยสิ พี่คิดถึงเธอมากๆ เลย พอเห็นของฝากนี่ปุ๊บใบหน้าน้องสาวสุดที่รักลอยมาเลยนะ” หวงลี่จินพยายามหว่านล้อมน้องสาวให้กลับบ้าน อันที่จริงบิดามารดาก็บ่นถึงน้องสาวตัวแสบอยู่เหมือนกัน แต่ที่ไม่โทรหาเพราะรู้ว่าหวงลี่หลินนั้นรักอิสระ และไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าตนเองเป็นทายาทลำดับที่สองของตระกูลเพื่อป้องกันไม่ให้หนุ่มๆ มาหมายปองเธอ

“ว่าแต่ไปฝรั่งเศสกับว่าที่พี่เขยมาหรอ” เสียงหวานจากปลายสายทำเอาคนเป็นพี่หน้าแดงเมื่อนึกถึงคู่หมั้นหนุ่มรุ่นพี่ที่สุดแสนจะเป็นสุภาพบุรุษและให้เกียรติเธอเป็นอย่างดี ถึงแม้จะคบกันมาถึงสองปีแล้วก็ตาม เขาก็ไม่เคยล่วงเกินเธอมากไปกว่าการกอดและจูบเพียงเท่านั้น

“อืม..... มาหาพี่หน่อยนะ พี่คิดถึงเราจริงๆ” เสียงหวานของพี่สาวตอบน้องสาวสุดที่รัก

“ได้ๆ เห็นแก่ของฝากนะเนี่ย แต่ไปได้แค่คืนเดียวนะ อยากกลับมาปั่นงานให้เสร็จเดี๋ยวบก.จะตามงานอีก” หวงลี่หลินบอกกับพี่สาวก่อนที่ทั้งคู่จะวางสายไป

“เฮ้อ...ปั่นงานสักหน่อยดีกว่า คืนนี้ต้องเสียเวลาไปหาลี่จินอีกละ หู้วๆๆๆ” สาวสวยบ่นออกมาลำพังก่อนที่จะเด้งตัวลุกขึ้นจากที่นอนนุ่มภายในคอนโดสุดหรูที่ซื้อมาจากเงินเก็บตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมต้นของเธอ

ร่างบางเดินนวยนาดเข้าห้องน้ำไปก่อนที่จะได้ยินเสียงน้ำกระทบกับพื้นและเสียงฮัมเพลงเบาๆ ดังออกมา ผ่านไปนานร่างระหงที่อยู่ในผ้าขนหนูสีขาวสะอาดก็เดินออกมาจากห้องน้ำทั้งๆ ที่ผมยังเปียกอยู่ สองเท้าเล็กย่างก้าวเข้าไปในห้องแต่งตัวที่มีเสื้อผ้าหลากหลายชนิดเรียงรายอยู่ หวงลี่หลินเลือกชุดที่เหมาะกับการใส่กลับบ้านที่สุด เมื่อใส่เสร็จแล้วสาวสวยก็เดินไปเป่าผมจนแห้งแล้วหมุนตัวกลับไปที่โต๊ะทำงานมุมเดิมของเธอ

มือบางหยิบโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่งมาเปิดพิมพ์นิยายที่แต่งค้างเอาไว้ นิ้วเรียวยาวกดลงไปบนแป้นคีย์บอร์ดอย่างชำนาญ ดวงตากลมโตที่มีแว่นสีใสช่วงปกป้องสายตาจากแสงก็จดจ้องไปที่หน้าจอโดยที่ไม่มองแป้นพิมพ์เลยสักนิด นิยายเรื่องนี้ของเธอแต่งเกี่ยวกับสัญญารักแฟนกำมะลอแต่ผลสุดท้ายกลับตกหลุมรักกันจริง โดยไม่ได้คาดคิดเลยว่านิยายเรื่องนี้กำลังจะเกิดขึ้นกับชีวิตจริงของเธอเองในอีกไม่ช้า

ร่างระหงในชุดเดรสรัดรูปสีชมพูโอรสขับรถเบนซ์คันเล็กเข้ามาจอดที่หน้าคฤหาสน์ตระกูลหวงซึ่งมีเพียงบิดามารดา พี่สาวและคนรับใช้อีกสิบชีวิตอาศัยอยู่เพียงเท่านั้น พอเห็นรถคันเล็กของคุณหนูเล็กของบ้านขับเข้ามาจอด ถิงหลันคนรับใช้คนสนิทของลี่หลินก่อนที่เธอจะขอออกไปใช้ชีวิตข้างนอกเพียงลำพังก็รีบวิ่งเข้ามาหาคุณหนูเล็กด้วยความคิดถึง

ร่างระหงเปิดประตูรถก่อนที่จะก้าวออกมายืนอย่างสง่างามแล้วเดินเข้าไปในบ้าน สายตาคู่สวยสบเข้ากับเด็กรับใช้คนสนิทแขนเรียวเสลาทั้งสองข้างก็กางออกพร้อมกับฉีกยิ้มหวานให้

“คุณหนูเล็ก......ฮือ...ถิงหลันคิดถึงคุณหนูเล็กที่สุดเลยค่ะ” คนสนิทวัยเพียง24ปีกอดเจ้านายสาวผู้เป็นที่รัก ด้วยวัยไล่เลี่ยกันเลยทำให้ถิงหลันรู้สึกสนิทและรักคุณหนูเล็กราวกับเป็นพี่สาวแท้ๆ หากแต่เธอก็ไม่อาจเอื้อมด้วยรู้ว่าเธอเป็นเพียงเด็กรับใช้ในบ้านเพียงเท่านั้น

“โอ๋ๆๆ ร้องไห้เป็นเด็กห้าขวบไปได้ ฉันก็กลับบ้านออกจะบ่อย ตอนฉันไม่อยู่ไม่มีใครรังแกเธอใช่ไหม” หวงลี่หลินเอ่ยแซวเด็กรับใช้คนสนิทที่เล่นเป็นเพื่อนเธอและพี่สาวมาตั้งแต่เด็ก แต่ถิงหลันนั้นจะสนิทกับเธอมากกว่า เพราะหวงลี่จินนั้นแก่กว่าถิงหลันถึง6ปี ช่องว่างระหว่างวัยจึงมีให้เว้นระยะห่าง

“คุณท่านทั้งสองกับคุณหนูใหญ่รอคุณหนูเล็กอยู่ในบ้านค่ะ” เสียงหวานหยุดร้องไห้ก่อนที่จะคลายกอดออกอย่างรู้ตัว ร่างเล็กถอยออกไปอย่างเจียมตัวก่อนที่จะรายงานให้คุณหนูเล็กของตระกูลหวงทราบ

“จ้าๆ ไปล่ะ” หวงลี่หลินตอบพร้อมกับยิ้มให้เด็กสาวอย่างเอ็นดู

ร่างระหงเดินเข้าไปภายในห้องรับแขกที่มีร่างสูงใหญ่ของผู้เป็นบิดาและร่างอวบอิ่มของผู้มารดานั่งรอเธออยู่ ด้านขวามือมีพี่สาวคนสวย หวงลี่จินนั่งคุยกับท่านทั้งสองด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“สวัสดีค่ะป๊าม๊า คิดถึงจังเลย” บุตรสาวคนเล็กรีบตรงเข้าไปกอดและหอมแก้มพร้อมทั้งเอ่ยออดอ้อนบุพการีทั้งสองอย่างน่าเอ็นดู หวงลี่จินมองน้องด้วยสายตารักใคร่และคิดถึง แม้เธอจะยินยอมให้น้องออกไปใช้ชีวิตเพียงลำพังแต่เธอก็ยังคงเป็นห่วงน้องสาวอยู่ดี

“แน่ะๆๆ มาถึงก็อ้อนป๊ากับม๊าเลย” เสียงหวานของผู้เป็นพี่สาวเอ่ยขึ้นก่อนที่น้องสาวคนเล็กจะเปลี่ยนทิศทางกลายมาเป็นร่างบางและแก้มนุ่มของเธอ

“ฟอด.......หืม แก้มพี่สาวใครน๊าหอมที่สุดเลย” เสียงหวานเอ่ยชมอย่างออดอ้อนจนคนเป็นพี่มองอย่างเอ็นดู ส่วนบิดามารดาก็มองบุตรสาวทั้งสองด้วยแววตาที่มีความสุข ตระกูลอื่นพี่น้องอาจจะไม่ค่อยรักกันเพราะเหตุผลเกี่ยวกับมรดก หากแต่เป็นบุตรสาวทั้งสองของตนเขาไม่นึกเป็นห่วงเลย เพราะหวงลี่จินนั้นรักน้องสาวคนนี้มากและหวงลี่หลินนั้นก็ไม่มีความโลภอยากได้กิจการหรืองานในบริษัทเลย ทั้งๆ ที่เขาเคยเอ่ยชวนให้บุตรสาวเข้าไปช่วยกันบริหารงานหากแต่เธอก็บอกว่า ‘หนูชอบอิสระมากกว่าป๊า หนูอยากทำงานที่หนูรัก’ คำตอบของบุตรสาวทำให้เขาอดที่จะรู้สึกภูมิใจไม่ได้ เพราะหวงลี่หลินนั้นสามารถทำเงินจากการเขียนนิยายจนซื้อคอนโดสุดหรูใจกลางเมืองเอได้อย่างสบาย

“แหม...ออดอ้อนพี่แบบนี้เพราะของฝากใช่ไหมคิกๆๆ” หวงลี่จินยกมือบางขึ้นมาวางบนศีรษะทุยของน้องสาวก่อนที่จะโยกเบาๆ พร้อมทั้งหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดู

“ม๊าก็ว่าอย่างนั้นแหละลูก ดูเอาเถอะ โตเป็นสาวจนยี่สิบหกแล้วยังทำตัวเป็นเด็กสิบขวบอ้อนป๊าอ้อนม๊า อ้อนพี่สาวอยู่อีก” คุณนายหวงอดที่จะแขวะบุตรสาวคนเล็กไม่ได้ อันที่จริงเธออยากให้ลูกๆ อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้ หากแต่บุตรสาวคนเล็กของเธอนั้นกลับชอบใช้ชีวิตที่เป็นอิสระ ตอนแรกที่เธอยอมให้ออกไป ก็แค่อยากจะให้บุตรสาวได้ลองใช้ชีวิตลำพังดู กลับกลายเป็นว่าหวงลี่หลินอยู่คนเดียวได้แบบสบายๆ

“โถ่!! ม๊าอะ จะยี่สิบหกหรือสามสิบ หวงลี่หลินคนนี้ก็ยังเป็นเด็กในสายตาของป๊าม๊าและพี่ลี่จินอยู่ดี ใช่ไหมคะพี่สาวสุดที่รักของน้อง” หวงลี่หลินเอ่ยออกมาจนทั้งสามคนอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ หวงลี่จินโอบร่างบางของน้องเข้ามากอดอย่างคิดถึงก่อนที่จะหยิบของฝากมาให้กับเธอ

“ว๊าว.....สวยที่สุด เจเจ้รู้ใจน้องที่สุดเลย” ชุดแซกสีแดงเพลิงสุดเซ็กซี่คอลเลคชั่นใหม่ของแบรนด์ดังถูกดึงออกมาชูขึ้นตรงหน้าของสาวสวย คนเป็นบิดามารดามองอย่างไม่ชอบใจนัก แม้จะรู้ถึงรสนิยมของบุตรสาวคนเล็กว่าชอบแต่งเนื้อแต่งตัวแต่ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี เพราะบุตรสาวนั้นสวยแถมหุ่นยังล่อตาชายอีกต่างหาก หากใส่ชุดนี้ผู้ชายได้น้ำลายหกฝันค้างกันอย่าแน่นอน

“โอ๊ย ลี่จินลูก หนูซื้อชุดอะไรมาให้น้องเนี่ย” คุณนายหวงอดที่จะบ่นออกมาไม่ได้ ร่างสูงโปร่งระหงของลี่จินลุกขึ้นจากที่นั่งข้างน้องสาวที่กำลังชื่นชมชุดแซกสีแดงสุดเซ็กซี่อยู่เดินเข้าไปนั่งข้างๆ มารดาก่อนที่จะกระซิบบอกบางอย่างที่ข้างหู

“แต่งแบบนี้น้องของลี่จินจะได้มีแฟนสักทียังไงคะม๊า หรือม๊าอยากให้น้องเป็นสาวขึ้นคาน” คุณนายหวงพยักหน้าเห็นด้วยขึ้นมาทันที หวงลี่หลินไม่ทันสังเกตเพราะมัวแต่สนใจชุดที่พี่สาวมาฝากอยู่ คนเป็นพี่สาวและมารดาพากันยิ้มออกมาอย่างรู้ทันกันจนคนเป็นบิดาแอบที่จะเสียวสันหลังไม่ได้ พวกผู้หญิงเวลาคิดอะไรชอบคิดทำเรื่องแปลกๆ เขาคนหนึ่งนี่แหละที่จะไม่ขอแลกมีเรื่องกับสาวๆ ของตระกูลหวง

ตอน 3

หลังจากใช้เวลาร่วมกับครอบครัวไปหนึ่งคืน นักเขียนสาวสวยก็ขอตัวกลับไปสร้างสรรค์ผลงานของตนต่อทันที โดยที่พี่สาวขอร้องให้เธอนอนค้างด้วยกันอีกหนึ่งคืน น้องสาวจอมแสบก็ไม่ยอมโดยอ้างว่ามีงานต้องส่งบก. แม้จะไม่ค่อยเข้าใจงานนักเขียนของน้องสาวนัก แต่หวงลี่จินก็ไม่ได้รั้งน้องเอาไว้แต่อย่างใด เพียงกำชับแค่ว่าให้กลับมาเยี่ยมครอบครัวสัปดาห์ละครั้ง

“ฮัลโหล...ว่าไงแม่นักบิดคนเก่ง วันนี้ไม่ลงสนามหรอยะถึงโทรมาหาฉันได้” เสียงหวานกรอกใส่หูฟังไร้สายแบบบลูทูธหลังจากกดรับสายที่โทรเข้ามาแล้ว

“ฉันโทรมาเตือนย่ะ พรุ่งนี้เรานัดกันว่าจะไปหาเหยื่อที่ไนต์คลับนะ” เสียงห้าวดังออกมาจากปลายสาย

“อาราย.... แต่ฉันมีงานต้องทำ เดี๋ยวพี่บก.คนสวยของฉันเค้าจะหงุดหงิดเอา นี่ก็ตามงานมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว” เสียงหวานลากยาวก่อนที่จะสาธยายออกมาจนอีกฝ่ายรู้สึกรำคาญ

“ไม่ได้ ไม่ได้ เวลามันเดินเร็วจะตาย ถ้าพวกฉันมีคู่ไปแล้วเธอไม่มีรับรองโดนยังถิงถิงเหยียบจมงานแต่งยัยโหรวโหรวแน่” นักบิดคนสวยรีบเอ่ยเหตุผลออกมาจนคนที่กำลังขับรถอยู่ทำหน้าเซ็ง

“เออๆๆ น่าเบื่อจริง เธอก็ไม่น่าไปรับคำท้ายัยบ้าขี้อิจฉาสองคนนั่นเลย ชีวิตตัวเองยังจะเอาไม่รอด ยังอยากจะมายุ่งวุ่นวายกับชีวิตของคนอื่นอีก” เสียงหวานเอ่ยออกไปห้วนๆ ก่อนที่จะบ่นออกมาอย่างห้ามไม่ได้

“แค่นี้แหละ คืนนี้พรุ่งนี้แต่งตัวสวยๆ นะ เอาแบบผู้ชายคอเคล็ดตั้งแต่หน้าคลับยันในคลับเลยนะ คลับนี้รับรองปลอดภัยและมีแต่พวกหน้าที่การงานดีๆ ไปเที่ยวกันเพราะเป็นของพี่ชายเพื่อนสมัยเรียนประถมของฉันเอง” นักบิดสาวคนสวยบอกลาเพื่อนสนิท ส่วนสาวสวยที่กำลังขับรถอยู่พอฟังแล้วก็ได้แต่เออออไปอย่างนั้นทั้งๆ ที่ใจไม่ได้อยากไปเลยสักนิด

ชายหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลาคมคาย จมูกโด่ง คิ้วเข้ม ริมฝีปากอมชมพูธรรมชาติ ทรงผมนั้นยาวจนมัดรวบเอาไว้ทางด้านหลัง รูปร่างสูงโปร่งด้วยความสูงเกือบ187เซนติเมตรกำลังก้าวขายาวๆ เดินออกมาจากประตูทางออกของผู้โดยสารขาเข้า สายตาคมมองไปรอบๆ เพื่อมองหาคนที่มารับ ก่อนที่จะเห็นป้ายชื่อและใบหน้าหล่อเหลาของพี่ชายคนโต

“เฮ้!! เจียวจ้าน” เสียงเรียกพร้อมรอยยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มทั้งสองข้างดังมาจากคนที่ถือป้ายชื่อยืนรอเขาอยู่

“สวัสดีครับพี่เจียงข่าน สบายดีนะครับพี่” เสียงทุ้มเอ่ยทักทายพี่ชายก่อนที่สองพี่น้องจะกอดกัน มือหนาตบลงบนไหล่หนั่นแน่นของน้องชายที่มีอายุห่างกันเพียงสองปี

“อืม...พี่สบายดี ยินดีต้อนรับกลับบ้านไอ้น้องรัก ป๊ากับม๊าให้พี่มารับนาย รีบไปกันเถอะท่านทั้งสองรอนายอยู่” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นหลังจากที่ทั้งคู่ผละกอดออกจากกันแล้ว

เฉิน เจียวจ้าน หนุ่มหล่อวัย 30 ปี ทายาทอันดับสองของตระกูลเฉิน ซึ่งเป็นตระกูลที่เป็นผู้นำด้านสื่อและสิ่งพิมพ์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเอ เขาไปเรียนต่อด้านสื่อจากต่างประเทศเพื่อนำความรู้กลับมาช่วยพี่ชายบริหารงาน เฉิน เจียวจ้านเป็นผู้ชายที่มีนิสัยเคร่งขรึม บุคลิกไม่ใช่ผู้ชายเล่น แต่นี่ก็เป็นเสน่ห์ที่ทำให้สาวๆ หลายคนมาตกหลุมรักภาพลักษณ์ติสๆ ของเขา แต่เขาก็ยังไม่เจอผู้หญิงที่รู้สึกว่าถูกใจเลยสักคน

คฤหาสน์ตระกูลเฉิน

รถเก๋งเมอร์ซิเดส E คลาสสีดำที่มีผู้โดยสารเป็นทายาทของตระกูลเฉินทั้งสองคนจอดที่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ ก่อนที่ร่างสูงโปร่งของสองหนุ่มทายาทอันดับหนึ่งและทายาทอันดับสองจะลงมาจากรถพร้อมกับเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกัน บอดี้การ์ดและคนรับใช้ต่างหยุดยืนก่อนที่จะโค้งคำนับคุณชายทั้งสอง

“อ้าว มาถึงกันแล้วหรอลูก” เสียงแหบหวานของนางเฉินซูฉีเอ่ยทักทายบุตรชายก่อนที่จะเดินตรงเข้าไปสวมกอดบุตรชายคนเล็กด้วยความคิดถึง เขาไปใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศถึงสี่ปี และไม่ค่อยกลับมาเยี่ยมบ้านเลยทำให้เธอคิดถึงเขามาก

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านเรานะลูก เจียวจ้าน” คุณนายเฉินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความสุขที่เธอได้รับวันนี้ มารดาผละออกจากอ้อมกอดก่อนที่บุตรชายจะโค้งคำนับทั้งบิดาและมารดา

“สวัสดีครับป๊า ม๊า สบายดีกันนะครับ” เสียงทุ้มเอ่ยทักทายก่อนที่จะเอ่ยถามถึงสุขภาพของบิดามารดา

“สวัสดีลูก ป๊ากับม๊าก็สบายดี ว่าแต่ลูกนั่นแหละ ทำไมไม่ตัดผมให้มันสั้นดูดีหน่อย ดูสิใครไม่รู้ว่าลูกเป็นลูกพ่อ เค้าคงจะคิดว่าลูกเป็นมาเฟียอยู่ที่แก๊งไหน” นายเฉินซือเยว่ทักทายบุตรชายคนเล็กกลับก่อนที่จะสำรวจทรงผมและหน้าตาของบุตรชายที่ไม่ได้พบหน้ากันนานถึงสี่ปีแล้วเอ่ยออกมาติดตลก

“โถ่ป๊า ร้านตัดผมที่เมืองนอกเค้าทำไม่ถูกใจผมนี่นา เลยต้องไว้กลับมาตัดที่เมืองเอของเราแทน” เฉินเจียวจ้านแก้ตัวไปแบบนั้น อันที่จริงเขาชอบทรงนี้มาก

“พ่อมีเรื่องอยากจะถามลูกสักหน่อย” น้ำเสียงจริงจังของบิดาทำเอาสีหน้าของชายหนุ่มผู้มาใหม่ถึงกับซีด

“มีอะไรอยากจะถามผมหรอครับ” เสียงทุ้มพยายามเอ่ยถามออกมาอย่างใจดีสู้เสือ

“ปีนี้ลูกก็อายุ30แล้วใช่ไหม”

“ใช่ครับ ทำไมหรอครับ” เจียวจ้านเอ่ยถามบิดากลับไป

“ลูกมีแฟนหรือยัง” คำถามตรงๆ ออกจากปากของบิดาทำเอาเฉิน เจียวจ้านตั้งรับไม่ทัน เขาเคยให้สัญญากับบิดามารดาก่อนที่จะไปเมืองนอกว่าเขาจะมีแฟนตอนอายุ30 และนี่ก็ถึงเวลาที่เขาขอผลัดบิดามาแล้ว อันที่จริงตอนอายุ26 บิดาของเขาพยายามจะนัดบอดให้กับเขา หากแต่ผู้หญิงที่เขาไปพบแต่ละคนมักจะมองที่รูปร่างหน้าตาและฐานะ ยิ่งฐานะยิ่งสำคัญกับผู้หญิงพวกนั้น เขาจึงทำงานนัดบอร์ดพังแทบทุกครั้ง ไม่มีผู้หญิงคนไหนเลยที่เขารู้สึกถูกตาต้องใจ

“เอ่อ... ป๊าถามทำไมหรอครับ” เจียวจ้านพยายามไม่คิดถึงอดีตหากแต่คำตอบของบิดาทำเอาเขาหน้าชา

“ก็ลูกสัญญากับป๊ากับม๊าไว้เองไม่ใช่หรอว่าจะพาแฟนมาแนะนำให้ป๊ากับม๊าได้รู้จักในวันที่ลูกอายุครบสามสิบปีเต็ม นี่ก็เหลืออีกเดือนเดียวแล้ว สรุปลูกมีแฟนหรือยัง” เฉิน ซือเยว่ไม่ได้ต้องการที่จะบังคับจิตใจของลูกแต่เขาเห็นแก่เวลาอันสมควรของบุตรชายแล้ว เพราะถ้าอายุเกินสามสิบไปแล้วมีทายาท อายุของบิดากับบุตรก็จะห่างกันออกไปอีก ซึ่งไม่เป็นผลดีเท่าไหร่นัก

“ครับ อีกเดือนเดียว รับรองผมจะพาแฟนมาเจอป๊ากับม๊าให้ได้ หน้าตากับฐานะไม่เกี่ยวใช่ไหมครับ” เจียวจ้านตอบอย่างเสียไม่ได้ ลูกผู้ชายรับปากแล้วก็ต้องทำให้ได้ ก่อนที่จะถามถึงคุณสมบัติของแฟนสาว

“อืม ขอแค่ทำงานสุจริตและเป็นคนดีก็พอ เรื่องฐานะหน้าตาป๊าไม่ว่าหรอก อ้อ! อีกอย่าง ป๊าอยากให้ลูกกับเธอนั้นรักกันจริงๆ นะไม่ใช่เอามาเป็นตัวหลอกกับป๊า เพราะอายุ32แบบพี่ชายลูกก็ต้องแต่งงานกับเธอ” คำตอบแรกของบิดาทำให้ชายหนุ่มถินหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นเครียดในตอนหลังกับประโยคท้าย ‘แต่งงานตอน32อย่างนั้นหรอ’ แค่คิดก็น่าปวดหัวเสียแล้ว

“ปีนี้พี่ชายของลูกก็จะแต่งงานกับหนูลี่จินแล้วนะ ลูกยังไม่รู้จักว่าที่สะใภ้เลยนิ เจียงข่าน วันหลังพาน้องไปแนะนำให้ตระกูลหวงรู้จักบ้างนะลูก คนกันเองทั้งนั้น” นางซูฉีเอ่ยขึ้นบ้างหลังจากฟังสองพ่อลูกคุยกันมานาน

“ครับม๊า เดี๋ยวผมจะพาไอ้น้องชายไปเจอว่าที่ภรรยาแสนสวยของผมเอง” เจียงข่านตอบออกมาพร้อมรอยยิ้มเมื่อนึกถึงว่าที่ภรรยาที่เขาเฝ้าทะนุถนอมเธอมานานถึงสองปี เขาให้เกียรติและไม่ล่วงเกินเธอเพราะครอบครัวสั่งสอนเขาและน้องชายมาเป็นอย่างดี ว่าถ้าเรารักใครสักคนก็ต้องรู้จักอดทนอดกลั้น เมื่อถึงวันสำคัญวันนั้นทั้งเธอและเขาจะได้ภูมิใจที่ได้เป็นของกันและกันครั้งแรก

“ยิ้มหวานขนาดนี้ว่าที่พี่สะใภ้ของผมต้องสวยมากแน่ๆ ใช่ไหมครับพี่ชาย” เจียวจ้านพอเห็นใบหน้าหล่อเหลาฉีกยิ้มจนเห็นลักยิ้มที่ข้างแก้มเขาก็อดที่จะแซวพี่ชายคนโตออกมาๆ ไม่ได้

“สวยไม่สวยรอนายเห็นก่อนแล้วค่อยตัดสินใจบอกพี่ก็แล้วกัน แต่เรื่องที่เธอเก่งและเป็นผู้หญิงที่ดีพี่ให้คะแนนเธอเต็มร้อยเลย” ฟังจากคำพูดพี่ชายเขาก็เดาได้ว่าพี่สะใภ้คนนี้คงจะไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ถึงขนาดทำเอาคนที่ไม่เคยบอกว่าใครสวยชมได้ขนาดนี้

“แต่เห็นว่าเธอมีน้องสาวด้วยนะ แต่ผมก็ยังไม่เคยเจอเลยครับป๊า ม๊า ลูกสาวคนเล็กของตระกูลหวงเธอชอบไปใช้ชีวิตอิสระ เห็นน้องลี่จินบ่นอยู่บ่อยๆ ว่าอยากให้กลับมาอยู่บ้านแต่น้องสาวของเธอก็เลือกที่จะออกไปใช้ชีวิตเอง แถมใช้ชีวิตอย่างดีด้วยนะครับป๊าม๊า” เจียงข่านนึกขึ้นได้ว่าคู่หมั้นของเขานั้นเคยเล่าเรื่องของน้องสาวคนเล็กให้ฟัง

“บ้านนั้นเค้าสอนลูกมาได้ดีจริงๆ ถ้าให้เจียวจ้านได้เจอกับน้องของลี่จินคงจะดีไม่น้อย ว่าแต่เด็กนั่นอายุเท่าไหร่แล้วล่ะ” นางซูฉีเอ่ยขึ้น ก่อนที่จะถามบุตรชายคนโตอย่างสนใจ ถ้าได้ดองกับตระกูลหวงทั้งพี่ทั้งน้องคงจะดีไม่น้อย

“อายุ26ครับ เห็นว่าอ่อนกว่าน้องลี่จินไปสี่ปี แต่เธอเล่าว่าน้องสาวของเธอสวยมาก สวยแบบหาตัวจับยากไปเป็นดารานางแบบได้สบายเลยครับ ผมก็ว่าน้องลี่จินสวยมากๆ แล้ว นี่น้องลี่จินยังบอกว่าน้องสาวของเธอสวยกว่าอีก ผมว่าคงจะสวยมากอย่างที่เธอบอกจริงๆ แหละครับ เพราะลี่จินเล่าว่าน้องของเธอถึงขั้นปลอมตัวไม่ยอมเป็นคุณหนูเล็กของตระกูลหวงเพราะกลัวหนุ่มๆ ที่มาจีบจะมองเธอที่ฐานะ ดีที่คุณน้าทั้งสองไม่บังคับลูกสาวเพราะเห็นยังเด็กอยู่” เฉิน เจียงข่านเล่าออกมาตามที่ตนรับรู้มาจากคู่หมั้นสาว

“อืม...เป็นไงเจียวจ้านสนใจน้องสาวของว่าที่พี่สะใภ้ไหมลูก” นายซือเยว่เอ่ยถามบุตรชายคนเล็กที่กำลังนั่งฟังอย่างสนใจขึ้นมาทันที

“ก็....ฟังดูลึกลับดีครับ แต่เราจะรู้ได้ไงว่าน้องสาวของว่าที่พี่สะใภ้หน้าตาเป็นแบบไหน พี่เจียงข่านไม่มีรูปเธอหรอครับ” คำตอบของบุตรคนเล็กทำเอาบิดามารดาและพี่ชายอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้

“ไม่มีหรอก นายสนใจหรอถ้าสนพี่จะไปขอจากน้องลี่จินมาให้” เจียงข่านเอ่ยถามน้องชายออกมาน้ำเสียงเรียบๆ หากแต่ภายในใจนั้นอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้

“ก็...ลองดูก็ได้นี่ครับ ผมกับเธออาจจะคุยกันได้ใครจะไปรู้” อันที่จริงที่เขาสนใจเธอก็เพราะได้ยินพี่ชายบอกว่าเธอชอบอิสระ คงจะไม่มีทางที่จะยอมแต่งงานแน่ และนั่นก็เข้าทางเขาเลย หนุ่มผมยาวคิดอยู่ในใจก่อนที่จะแสยะยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED