ครื่นน... ซ่าาาา....
ค่ำคืนที่พายุโหมกระหน่ำซัดสาดกับหลังคาบ้านริมรักหลังเล็กจนเกิดเสียงดังลมห่าใหญ่ก็พัดแรงไม่ยอมหยุดจนพราวพิ้งค์หญิงสาวในชุดนอนสีหวานนั้นนอนไม่หลับด้วยห่วงกลัวว่าต้นไม้ใหญ่หน้าบ้านจะโค่นลงมาทับบ้านหลังเล็กของเธอ
"ทำไมลมแรงแบบนี้นะ"
มือเรียวแหวกม่านสีครีมมองลอดผ่านหน้าต่างบานกระจกออกไปยังข้างนอกบ้านด้วยสีหน้ากังวล
เปรี้ยงง..
"ว้ายย.."
สาวเจ้าสะดุ้งโหยงกรีดร้องเสียงดังเมื่อจู่ๆอัสนีบนฟากฟ้าก็ฟาดลงมาเสียงดังกระหึ่มจนบ้านสั่นไปทั้งหลัง
"แอะ...แอ้..."
เสียงของยัยหนูตัวน้อยที่นอนอยู่ในเปลส่งเสียงงอแงเพราะความตกใจเสียงฟ้าจนตื่นคนเป็นแม่จึงรีบเดินห่างออกจากบานหน้าต่างปรี่เข้ามาอุ้มลูกสาวมากอดไว้ในอ้อมอก
"ชู่ว...ไม่เป็นอะไรนะคะ..แม่อยู่นี่แล้วน้าคนเก่ง"
"แอ้..แง่..แง่.."
ยัยหนูแก้มย้วยวัยสองขวบยังคงร้องให้ไม่คิดผ่อนจนคนเป็นแม่ต้องรีบเปิดฝาขวดนมให้คนที่กำลังงอแงได้กินนมเสียงร้องจึงสงบลงได้มือเรียวขยับตบก้นลูกสาวเบาๆขณะที่เจ้าแก้มย้วยกำลังง่วนอยู่กับการกินนมเพื่อเป็นการกล่อมให้หลับ
พราวพิ้งค์เปรยสายตามองลูกสาวที่อยู่ในอ้อมอกพรางนึกถึงคนที่เป็นพ่อของลูกด้วยใบหน้าของลูกสาวไม่มีส่วนไหนเลยที่เหมือนกับเธอ
"ถ้าพ่อเค้ารู้ว่าแม่มีหนูเค้าจะว่ายังไงนะ"
เสียงหวานเปรยอ่อนดวงตากลมโตหลุบลงต่ำนัยห์ตาฉายแววเศร้าพราวพิ้งค์เชื่อว่าคนๆนั้นคงไม่สบอารมณ์แน่หากรู้ว่าเธอปล่อยให้ตัวเองท้องแต่ถึงอย่างไรเธอก็ไม่คิดจะกลับไปเจอเขาหรือบอกกับเขาเรื่องลูกอยู่ดี
พราวพิ้งค์คุณแม่เลี้ยงเดี่ยววัย24ปีเธอเป็นหญิงสาวตัวเล็กหุ่นนาฬิกาทรายอกเป็นอกเอวเป็นเอวสูง158หน้าตาน่ารักน่าชังใบหน้าของเธอรูปไข่ผมยาวดกดำสลวยคิ้วเรียวบางได้รูปดวงตากลมโตดั่งลูกแมวขนตางอนยาวปากนิดจมูกหน่อยผิวพรรณผุดผ่องขาวอมชมพู
หญิงสาวค่อนข้างเป็นคนที่เข้มแข็ง มองโลกในแง่ดี แอบมีนิสัยติดลูกดื้อเล็กน้อยแต่จะทำนิสัยเช่นนี้กับบางคนเท่านั้น
ก่อนหน้านี้เมื่อเรียนอยู่มหาลัยปี2จากที่เป็นลูกคุณหนูอยู่สบายกับคนเป็นพ่อทางบ้านของเธอก็ถูกฟ้องล้มละลายพ่อของเธอก็เครียดจนหัวใจวายเสียชีวิต
หลังจากนั้นชีวิตของเธอก็เคว้งคว้างเงินที่จะใช้เรียนก็ไม่มีเธอจึงต้องทำงานกลางคืนที่ผับแห่งหนึ่งเพื่อหาเงินเรียนให้จบเพราะการศึกษาคือทางเดียวที่จะทำให้เธอมีชีวิตที่ดีในอนาคต
แต่เงินพนักงานเสริฟก็ไม่ได้เยอะจนทำให้พอจ่ายค่าเทอมที่แสนจะแพงได้เธอจึงตัดสินใจที่จะเป็นผู้หญิงของชายหนุ่มเงินหนาคนที่เสนอให้เธอเป็นคู่นอนให้เขาแลกกับเงินก้อนโตที่จะทำให้เธอใช้ชีวิตได้อย่างสบายแต่ห้ามทำตัวเป็นเจ้าของเขาเท่านั้น
ระยะเวลาที่พราวพิ้งค์อยู่ในชีวิตของชายหนุ่มร่วมสองปีคำสั่งที่ห้ามทำตัวเป็นเจ้าของชายหนุ่มพราวพิ้งค์ก็เริ่มทำไม่ได้เพราะหลงรักเขาไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ตัวบางวันยิ่งเห็นเขาคนอื่นเข้าบ้านเธอก็เจ็บปวดทรมานไม่อยากจะรับรู้ว่าเขาต้องใกล้ชิดผู้หญิงคนไหนจนทำให้เธอตัดสินใจหนีไปจากเขาหลังเรียนจบ
หญิงสาวหนีมาอยู่ที่เชียงใหม่มาอยู่ที่บ้านเก่าของยายไม่นานนักเธอก็ได้รู้ตัวว่าตั้งท้องลูกของชายหนุ่มเธอไม่ได้เสียใจเพราะตั้งใจที่จะไม่กินยาคุมก่อนจะหนีมาอยู่แล้วแม้นเธอไม่มีเขาอยู่ในชีวิตแต่ยังมีลูกที่เป็นตัวแทนของเขามาเติมเต็มชีวิตของเธอให้ได้มีเป้าหมายชีวิตว่าต่อไปนี้จะอยู่และทำเพื่อใคร
พราวพิ้งค์ทำงานเป็นบัญชีให้กับไร่เหมวัตไร่ของพ่อเลี้ยงแดนไทยตั้งแต่เธอเริ่มตั้งท้องอ่อนๆจนถึงตอนนี้ คนในไร่ดูแลเธอดั่งลูกหลานการเป็นอยู่ที่นี่จึงทำให้เธอค่อนข้างมีความสุขจนลืมความทุกข์ในอดีตไปได้พอสมควร
กรุงเทพมหานคร
โรงพยาบาล
คนที่กำลังนอนเจ็บจากการถูกยิงที่หัวไหล่อย่างภคพลนอนมองเพดานห้องพักฟื้นด้วยความเบื่อหน่ายเป็นวันที่สองแล้วที่เขาต้องนอนเป็นผักอยู่เช่นนี้เพราะเพื่อนตัวดีที่รักษาไข้เขายังไม่ยอมให้กลับบ้านง่ายๆ
ภคพลหนุ่มวัย36รูปร่างหล่อเหลาเปรียบนายแบบใบหน้าลูกครึ่งคมเข้มด้วยมีแม่เป็นคนอังกฤษสูง190ร่างกายกำยำบึกบึนผิวขาวผมสีน้ำตาลไถเปิดข้างวินเทจคิ้วดกตาคมนัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลจมูกโด่งเป็นสันปากหนาเป็นกระจับ
นิสัยค่อนข้างเป็นคนโผงผางเอาแต่ใจ เจ้าชู้ ไม่ชอบผูกมัด เป็นลูกชายคนเล็กของตระกูลซึ่งมีพี่ชายต่างมารดาถึงสองคน
แม้นไม่เรียกตัวเองว่ามาเฟียแต่อิทธิพลของเขาก็เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ธุรกิจทั้งขาวและเทามีศัตรูประปรายเพราะเป็นคนโผงผางครั้งนี้ที่เจ็บตัวก็มาจากศัตรูที่ไม่รู้ว่าเป็นพวกไหนอีกเช่นกัน
"ไง.. คนของนายบอกว่านายไม่ยอมกินอะไรเลย"
ณดลหมอหนุ่มไฮโซเพื่อนรักที่สนิทของภคพลพ่วงตำแหน่งหมอประจำตัวของชายหนุ่มที่นอนเป็นผักอยู่ตอนนี้เขาต้องรีบเข้ามาดูคนไข้เมื่อคนสนิทที่ดูแลภคพลแจ้งว่าเพื่อนของเขาไม่ยอมทานอาหาร
"ฉันอยากกลับบ้าน...นายจะให้ฉันอยู่ที่นี่เพื่ออะไรฉันไม่ได้เป็นอะไรแล้วแผลแค่นี้ฉันรักษาเองได้"
ภคพลเปรยสายตามองณดลด้วยความระอารู้ได้เลยว่าเพื่อนตนต้องมาบังคับให้ทานอาหารอีกแน่ที่เขาไม่มีกะใจทำอะไรตอนนี้ก็เป็นเพราะไม่อยากจะนอนอยู่ที่โรงพยาบาล
"ฉันรู้ว่านายเก่ง..แต่ฉันก็รู้อีกว่าถ้านายกลับไปนายจะไม่ยอมทำแผลไม่ยอมทานยาตามที่ฉันสั่งแล้วแผลนายก็จะติดเชื้ออาจจะทำให้นายป่วยตายได้เข้าใจใช่มั้ย..อยู่โรงพยาบาลอีกสักวันสองวันจะเป็นไร"
ณดลสาวเท้าเข้ามาข้างเตียงภคพลมือทั้งสองล้วงกระเป๋าก่อนจะสาธยายหยั่งรู้ถึงนิสัยของเพื่อนหากเขายอมปล่อยกลับบ้านจะเป็นเช่นไร
"เฮ่อ.."
คนที่ถูกบ่นได้แต่หลับตาถอนหายใจ
"แล้วก็กินอาหารให้ตรงเวลาไม่เช่นนั้นฉันจะให้นายอยู่ที่นี่นานขึ้น...แล้วอย่าคิดหนีคนของฉันมีอยู่ทุกที่เข้าใจใช่หรือเปล่า"
ณดลยกมือชี้หน้าภคพลเขาไม่ได้ขู่รู้ว่าเพื่อนตนรู้ดี
"เฮ่อ.."
คนป่วยถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกรอบพรางมองเพื่อนรักที่เจ้ากี้เจ้าการด้วยสายตาไม่สบอารมณ์เขาเคยหนีออกจากโรงพยาบาลมาหลายครั้งแล้วแต่ก็ถูกคนของณดลลากกลับมาได้ทุกครั้งหมอหนุ่มเพื่อนของเขาคนนี้ก็ไม่ยอมรักษาใครที่อื่นนอกจากที่โรงพยาบาลของตัวเองด้วย
"เลิกถอนหายใจแล้วกินข้าวซะ"
ว่าจบก็เดินดุ่มออกไปจากห้องท้องให้ภคพลนอนป่วยกายป่วยใจต่อไป
สามวันต่อมา
ณ บ้านหลังใหญ่สุดหรูใจกลางเมืองกรุงเทพมหานครบ้านที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกครบครันรวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ของใช้หรูหราบวกกับรถยนต์สปอร์ตหลายคันจอดเรียงรายอยู่ที่ลานหน้าบ้านทั้งหมดนี้เป็นอาณาจักรของภคพลที่สร้างมาด้วยมือของตัวเอง
ชายหนุ่มที่พึ่งออกจากโรงพยาบาลได้ข้ามวันตอนนี้เขาก็นอนเปลือยเปล่าท่อนบนอยู่ที่ริมสระน้ำใหญ่หน้าบ้านมีเพียงผ้าพันแผลปกปิดรอยแผลเอาไว้
ข้างตัวมีถังไวน์ใหญ่วางตั้งด้านในถังมีไวน์ราคาแพงสองสามขวดในมือของเขาก็ถือกระดกอีกขวดด้วยท่าทีสบายอารมณ์ที่ไม่ต้องอุดอู้อยู่ที่โรงพยาบาลอีกต่อไป
“คุณพอลจะไปงานของคุณแดนหรือเปล่าครับผมจะได้จัดกระเป๋าให้เลย”
ก้องภพมือขวาคนสนิทของภคพลเดินดุ่มเข้ามาถามเจ้านายเรื่องที่ยังไม่หายเจ็บดี
“อืม..ไปสิ..พี่ๆฉันจะไปด้วยหรือเปล่า”
ใบหน้าคมหันมาพยักหน้าเบาๆให้คนของตน
“คุณแอลบินมาถึงไทยคืนนี้จะเดินทางไปที่ไร่พรุ่งนี้เช้าครับส่วนคุณดีลพึ่งมาบอกว่าติดธุระด่วนมาไม่ได้ครับ..”
“อืม..นายไปจัดกระเป๋าฉันจะเดินทางพรุ่งนี้...แล้วเรื่องคนที่ทำร้ายฉันไปถึงไหนแล้ว”
“ตำรวจรู้ตัวแล้วครับเป็นพวกของอิกอร์ที่คุณพอลเคยมีเรื่องด้วยที่ผับไม่กี่วันก่อน”
“เอาคืนกันแรงขนาดนี้เลยหรือไง”
น้ำเสียงแข็งลอดรายฟันที่กำลังขบกันกรอดภคพลคิดว่าการมีเรื่องกับอิกอร์เพราะผู้หญิงกันครั้งนั้นจะจบที่ตรงนั้นอย่างลูกผู้ชายแล้วเสียอีกไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะลอบกัดเขาจนเจ็บขนาดนี้
“ให้ฉันเดามันคงใช้เงินประกันตัวออกไปแล้ว..ส่งคนไปจัดการมันไม่ต้องถึงตายแต่เอาให้เจ็บยิ่งกว่าที่ฉันเจ็บ”
“แต่เลฟพี่ของอิกอร์เป็นคู่ค้ากับคุณภูนะครับผมเกรงว่าเรื่องนี้จะบานปลายถ้าคุณพอลยังต่อกลอนกับพวกมัน”
ก้องภพเอ่ยเตือนภคพลเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคู่ค้าคนสำคัญของภูริชพ่อเจ้านายตนและถ้าพ่อของเจ้านายรู้คงได้ทะเลาะกันอีกแน่
“จะบานปลายแค่ไหนก็ช่างแต่ฉันจะเอาคืน..พวกนายก็รีบไปจัดการให้เรียบร้อยด้วยหวังว่าหลังจากงานแต่งของอาแดนฉันจะได้ยินว่าอิกอร์นอนเป็นผักอยู่ที่โรงพยาบาล”
ชายหนุ่มหันมาจ้องหน้าคนสนิทเขม็งเพราะคนอย่างเขาไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้นหากเขาไม่ใช่ฝ่ายผิด
“ครับ”
ก้องภพหันหลังกลับด้วยสีหน้ากังวลแม้นจะไม่เห็นด้วยกับความคิดของเจ้านายแต่เมื่อเป็นคำสั่งเขาก็ต้องทำ
มือขวาคนสนิทเดินให้หลังไปได้ร่างสูงก็ลุกขึ้นถือขวดไวน์เดินเล่นริมสระน้ำหากไม่ติดว่าแผลห้ามถูกน้ำเขาจะกระโดดว่ายให้ชื่นใจเวลานี้เขาค่อนข้างอารมณ์ดีเมื่อรู้ว่าคนที่ทำเขาเจ็บจะได้เจ็บบ้าง
เชียงใหม่
บ้านริมรัก
วันนี้ท้องฟ้าปลอดโปร่งพราวพิ้งค์จึงพาลูกน้อยออกมาเดินเล่นที่สวนหน้าบ้านยามเย็นบรรยากาศรอบๆบ้านสีขาวหลังเล็กค่อนข้างร่มรื่นเต็มไปด้วยหมู่มวลไม้ดอกและพืชพรรณที่ทานได้เต็มรอบรั้วบ้านด้วยฝีมือของพราวพิ้งค์
“ปี๋..เจื้อ..”
เด็กหญิงตัวกลมวัยสองขวบผมสีน้ำตาลมัดรวบสองจุกเป็นก้อนโดนัทดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลจ้องมองไปยังเหล่าผีเสื้อตัวน้อยที่มาตอมดอกไม้ทั้งสับขาปล้องๆวิ่งไล่จับเหล่าผีเสื้อสีสวยด้วยความสนุกส่งเสียงกรี้ดกร้าดชอบใจขณะวิ่งเล่นไม่ขาดโดยมีคนเป็นแม่นั่งมองอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล
พราวพิ้งค์นั่งยิ้มไม่หุบเมื่อได้ยินเสียงอารมณ์ดีของลูกสาวอยู่เนืองๆเธอหันไปมองบ้านหลังเล็กด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสุขเพราะจำได้ว่าเมื่อตอนเด็กๆเธอก็จะนั่งเล่นอยู่หน้าบ้านทุกเย็นกับยายของเธอเช่นกันจนพอโตถึงได้ไปอยู่กับพ่อและแม่ที่กรุงเทพบรรยากาศเหล่านั้นก็ได้หายไปจากความทรงจำและหวนกลับมาอีกครั้งเมื่อเธอกลับมาอยู่ที่นี่
“ยด..”
เด็กหญิงตัวกลมก้าวขาป้อมรีบเดินเข้ามาหาคนเป็นแม่เมื่อเห็นว่ามีรถเก๋งคันสีขาวขับเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพราวพิ้งค์ยิ้มต้อนรับคนที่มาใหม่หน้าระรื่นไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นปลายฝันว่าที่เจ้าสาวของพ่อเลี้ยงแดนไทยเพื่อนรักของเธอเอง
“ไงจ้ะ..เจ้าหมูอ้วนของน้าปลายมาให้น้าฟัดหน่อยเร็ว” ฟอดด ฟอดด
ปลายฝันหญิงสาวที่กำลังท้องโตหน้าตาจิ้มลิ้มเดินถือถุงกระดาษปรี่ตรงมาอุ้มหนูน้อยกอดหอมฟอดใหญ่คิดถึงไม่ได้เจอหน้าหลานสาวหลายวันเพราะต้องกลับไปเอาชุดแต่งงานที่กรุงเทพและอยู่กับครอบครัวต่อเป็นอาทิตย์
“ที่ไร่ไม่ยุ่งแล้วหรือถึงปลีกตัวมาที่นี่ได้”
“ไม่มีอะไรยุ่งแล้วล่ะที่จะวุ่นก็เห็นจะเป็นพรุ่งนี้เพราะต้องเตรียมตัวรับแขกที่บ้านฉันกับบ้านคุณแดน..เออ..วันนี้พ่อเลี้ยงคีรินฝากชุดมาให้”
ปลายฝันชี้ไปที่ถุงกระดาษข้างตัวที่ถือมาตั้งแต่ลงจากรถ
“ถ้าฉันไม่ใส่จะดูเสียมารยาทหรือเปล่า”
พราวพิ้งค์ว่าด้วยท่าทีลำบากใจ
“แน่นอน”
ปลายฝันรีบพยักหน้าสายตาของเธอบ่งบอกว่าอยากให้เพื่อนเธอนั้นรับรักพ่อเลี้ยงคีรินเสียที
“ทำยังไงพ่อเลี้ยงถึงจะเข้าใจว่าฉันไม่ได้คิดอะไรเกินไปกว่าพี่น้อง”
“พ่อเลี้ยงเค้าตามจีบเธอมาตั้งแต่เธอท้องยังไม่ยอมใจอ่อนกับเค้าอีกหรอ..ทั้งหล่อทั้งรวยทั้งแสนดีไม่มีตรงไหนเข้าตาบ้างเลยหรอพิ้งค์”
“เกินเลยไม่ได้จริงๆ..ฉันบอกเธอไปเป็นร้อยรอบแล้วหยุดเชียพ่อเลี้ยงให้ฉันได้แล้วไม่อย่างนั้นจะไม่คุยด้วยจริงๆด้วย”
พราวพิ้งค์มองค้อนปลายฝันตาเขียวเพราะดูท่าเพื่อนเธอจะทำลำบากใจอีกคน
“ก็ได้.ก็ได้..แค่นี้แม่เราก็ต้องดุน่าด้วยเนอะ”
“จ่ะ”
ปลายฝันยิ้มกริ่มเมื่อหลานตัวกลมหันมาพยักหน้าทำท่าเข้าใจในสิ่งที่ผู้ใหญ่เค้าพูดกัน
ตกดึกหลังจากยัยหนูพลอยขวัญหลับลงได้คนเป็นแม่ก็นั่งเขียนไดอารี่ประจำวันเหมือนเดิมเช่นที่เคยทำการเขียนเรื่องราวในชีวิตประจำวันเช่นนี้เธอทำมาตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เพราะมันทำให้เธอเหมือนได้มีเพื่อนคุยระบายไม่ว่าเรื่องราวทุกข์สุขที่ผ่านมาแต่ละวันจะเป็นเช่นไรเธอก็จะจดบันทึกไว้ทั้งหมด
มือเรียวจับปากกาเขียนได้ประมาณครึ่งหน้าเธอก็พับเก็บสมุดเล่มหนาลงดวงตากลมโตมองลอดผ่านบานหน้าต่างกระจกไปมองยังดวงจันทร์ที่สว่างไสวเต็มดวงนับว่าปลายฝันโชคดีเหลือเกินเพราะแม้นฤดูกาลนี้จะเป็นช่วงฝนลงหนักแต่สองสามวันมานี้ฟ้าเปิดตลอดไม่มีแม้ลมฟ้าลมฝนให้เห็นทำให้งานแต่งที่กำลังจะเริ่มไม่มีปัญหาอะไร
วันต่อมา
พ่อและแม่ของปลายฝันมาถึงที่บ้านของพราวพิ้งค์ในช่วงบ่ายทั้งสองและปลายฝันต้องมาอยู่ที่นี่เพื่อที่พรุ่งนี้เช้าจะมีพิธีแห่ขันหมากมารับตัวเจ้าสาวไปที่งานแต่งที่ไร่เหมวัต
“บ้านพิ้งค์ค่อนข้างเล็กคุณพ่อกับคุณแม่อาจจะไม่ค่อยสะดวกหน่อยนะคะ”
“พ่อกับแม่อยู่ได้สบายอยู่แล้วลูก”
เปรมสุดาและปกรณ์ไม่ได้มีปัญหากับพื้นที่แม้แต่น้อยกลับชอบบ้านหลังเล็กของพราวพิ้งค์มากเสียด้วยซ้ำเพราะทั้งร่มรื่นสะอาดสะอ้านดูสบายตาไปเสียทุกส่วนเพราะตัวบ้านเป็นสีขาวเฟอร์นิเจอร์เป็นสีน้ำตาลอ่อนผ้าม่านก็จัดตกแต่งโทนขาวครีมทั้งหมดคนที่มาที่นี่จึงชอบบ้านของพราวพิ้งค์กันทุกคน
“เมื่อตอนปลายฝันเล็กๆพ่อกับแม่ก็อยู่กันแบบนี้..”
ปกรณ์ชายวัยกลางคนร่างผอมสูงหันมาพูดกับพราวพิ้งค์ก่อนจะวาดแขนโอบกอดภรรยาตัวเล็ก
”ได้อยู่ที่นี่แล้วก็นึกถึงเมื่อตอนที่เราช่วยกันสร้างตัวนะคุณ”
“นั่นสิคะ..ตอนนั้นลูกเรายังเล็กๆอยู่เลยตอนนี้จะแต่งงานมีครอบครัวแล้วสิเวลาผ่านไปเร็วจริงๆ”
เปรมสุดานึกถึงวันเก่าๆก็ใจหายเพราะจูๆก็มารู้เมื่อไม่นานมานี้ว่าลูกสาวตัวเองตั้งท้องและกำลังจะแต่งงาน
พราวพิ้งค์เห็นสองสามีภรรยากำลังนึกหวนคำนึงถึงความหลังเธอก็ได้แต่ยืนอมยิ้มอ่อนก่อนจะค่อยๆปลีกตัวจากทั้งสองออกมาหายัยหนูที่วิ่งเล่นอยู่ที่หน้าบ้านกับปลายฝัน
เกือบที่จะเย็นหลังจากฝากลูกสาวกับปลายฝันได้พราวพิ้งค์ก็รีบขับรถเก๋งสีขาวคันเก่งของเธอออกจากบ้านเพื่อไปหาซื้ออาหารที่ตลาดสดในตัวอำเภอเพื่อมาทำอาหารเย็นต้อนรับครอบครัวของปลายฝัน
หญิงสาวเดินเลือกซื้อของอยู่พักใหญ่จนได้ทุกอย่างครบแล้วจึงรีบกลับด้วยกลัวว่าจะทำอาหารไม่ทันมื้อเย็นรถเก๋งคันเก่งวิ่งกลับจากตลาดสดจนมาใกล้ปากทางเข้าซอยบ้านจู่ๆเครื่องยนต์ก็เกิดดับโดยที่ไม่มีสาเหตุทำคนที่ยิ่งรีบร้อนรนใจพอสมควร
“มาเสียอะไรตอนนี้เนี่ย..ยัยคนเก่งของฉัน”
พราวพิ้งค์ในชุดเดรสสั้นชมพูหวานเดินลงมาเปิดฝากระโปรงรถได้ควันก็พวยพุ่งออกมาจนเธอต้องรีบก้าวถอยหลังยกมือเรียวโบกปัดไปมาด้วยสีหน้าเหยเก
“คุณพิ้งค์...รถเป็นอะไรหรอครับ”
รถกระบะสี่ประตูสีดำเข้ามาจอดด้านหน้ารถของพราวพิ้งค์เป็นคีรินพ่อเลี้ยงหนุ่มแห่งไร่เพียงกมลหนุ่มหล่อที่สาวๆต่างก็หมายปองแต่เขาเลือกที่จะสนใจพราวพิ้งค์เพียงคนเดียวแม่นจะมีลูกติดมาแล้วเขาก็ไม่สนเพราะเอ็นดูยัยหนูพลอยขวัญมากด้วยเห็นมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก