ตอน 1

เสียงสัญญาณบอกเวลาว่าหมดคาบเรียนดังขึ้นสาวน้อยวัยยี่สิบเศษรีบลุกจากเก้าอี้แล้วเดินออกจากห้องเรียนของตนทันทีท่าทางร้อนรนเหมือนว่า บุษกร กำลังหนีอะไรสักอย่างจนเพื่อนรักที่เดินตามมาต้องร้องทัก...

“เฮ้ บูม หยุดก่อน นั่นเธอจะรีบไปไหนน่ะ รอด้วยสิ...”

น้ำผึ้ง เพื่อนสาวคนสนิทร้องเรียกพลางเดินแกมวิ่งมาขวางหน้าเพื่อนของตนไว้ด้วยอาการหอบแฮ่กๆ ร่างอวบอิ่มแทบทรุดไปเพราะความเหนื่อยหอบเลยทีเดียว

“ผึ้งมีอะไรกับบูมรึเปล่า บูมรีบ” บุษกรกล่าวร้อนรนพลางหันมองข้างหลังของตนอย่างหวั่นระแวง

“ท่าทางบูมเหมือนกำลังหนีอะไรเลยนะ ผึ้งสังเกตว่าบูมเป็นแบบนี้มาสักระยะแล้วนะโดยเฉพาะในคาบเรียนของอาจารย์ นาวี มีอะไรรึเปล่า...”

บุษกรหน้าซีดลงยิ่งกว่าเดิมดวงตากลมโตดำขลับนั้นเบิกกว้างอย่างคาดไม่ถึงว่าตนจะแสดงอาการออกมาชัดเจนขนาดนั้น

“ปละ เปล่านี่ แค่บูมรีบเพราะมีธุระด่วนเท่านั้นเอง...”

“แต่ก็รีบ และมีธุระด่วนเฉพาะวิชาเรียนของฉันสินะ...”

เสียงเข้มดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของคนที่เธอพยายามจะหลบหน้ามายืนอยู่ตรงหน้ายิ่งทำให้บุษกรรู้สึกหวิวๆ เหมือนจะเป็นลมเมื่อเจอสายตาคมกริบของเขาที่มองเมื่อไหร่ก็ทำให้ใจของเธอสั่นไหวราวถูกพายุหมุนลูกใหญ่หอบขึ้นไปบนฟ้าแล้วตกลงมายังพื้นแข็งๆ ทุกที

นาวี คิงส์ลี่ย์ อาจารย์หนุ่มวัยสามสิบเศษว่าที่ซีอีโอแห่ง คิงส์ลี่ย์ แกรนด์ คอนสตรัคชั่น ผู้มาบรรยายพิเศษในภาควิชาภาษาอังกฤษและการบริหารธุรกิจให้กับมหาวิทยาลัยชื่อดังที่เธอเรียนอยู่ในชั้นปีที่สี่ซึ่งเหลือแค่เทอมเดียวเธอก็จะเรียนจบแล้ว

นาวีเข้ามาเป็นอาจารย์บรรยายพิเศษเมื่อปีที่แล้วในรายวิชาเลือกของคณะที่เธอเรียนอยู่ ที่สำคัญเขายังเป็นอาจารย์พิเศษที่สมบูรณ์แบบเช่นที่สาวๆ ใฝ่ฝันอีกด้วย หล่อเหลา ร่ำรวย ชาติตระกูลดี และยังโสด ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์สาวๆ ในมหาวิทยาลัยหรือบรรดานักศึกษาที่ต่างหลงใหลคลั่งไคล้เขายิ่งกว่าดาราดังเสียอีก

แต่มีเพียงบุษกรเท่านั้นที่พยายามจะหลบหลีกหนีไปให้พ้นจากรัศมีดวงตาคมสีสนิมที่มองเธอราวจะทะลุให้ถึงก้นบึ้งของหัวใจ...

บุษกรหน้าซีดเผือดพลางหลบตาคมของอาจารย์หนุ่มวุ่นวายจนน้ำผึ้งนึกสงสารเพื่อนรัก ไม่รู้ว่าทำไมบุษกรต้องมีท่าทางแบบนี้ทุกครั้งเมื่อเจอหน้าอาจารย์สุดหล่อมาดเข้มขรึมด้วย

“บุษกรตามฉันมาที่ห้อง มีเอกสารที่ฉันต้องการให้เธอช่วยแปลเพื่อใช้เป็นคะแนนเก็บและเพื่อสอบซ่อม เพราะเธอสอบตกวิชานี้คงไม่ต้องให้ฉันพูดซ้ำสองนะ...”

“ฮ้า.. จริงเหรอบูมที่เธอสอบตกวิชาของอาจารย์นาวี”

น้ำผึ้งตาโตอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยินได้แต่มองร่างสูงใหญ่ของอาจารย์หนุ่มรูปหล่อเดินจากไป ด้วยอาการเหมือนคนโดนน็อกกลางอากาศก่อนจะหันมามองหน้าเพื่อนของตน แต่บัวบุษกรก็พยักหน้าช้าๆ เป็นคำตอบที่ตอกย้ำชัดเจน...

บุษกรจำต้องเดินไปตามหลังอาจารย์หนุ่มอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง เท้าเรียวก้าวช้าๆ ไปยังห้องพักส่วนตัวของอาจารย์หนุ่มผู้หล่อเหลาด้วยแข้งขาที่สั่นจนแทบจะก้าวขาไม่ออก แต่ความจริงแล้วเธอสั่นไปทั้งตัวต่างหาก...

“ไหวไหมบูม...” น้ำผึ้งซึ่งเดินมาเป็นเพื่อนถามเบาๆ

“ไหวจ้ะ ขอบใจนะที่เดินมาเป็นเพื่อน...”

“โอเค งั้นผึ้งส่งแค่นี้นะ สู้ๆ”

น้ำผึ้งยิ้มให้กำลังใจเพื่อนเต็มที่ บุษกรพยักหน้าแล้วยิ้มตอบเพื่อนรักก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ค่อยๆ เอื้อมมือที่ค่อนข้างสั่นไปเคาะประตูเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงอนุญาตจากคนที่อยู่ข้างในเธอก็เปิดประตูเข้าไปด้วยความรู้สึกเหมือนคนที่กำลังเดินเข้าสู่แดนประหารอย่างไรอย่างนั้น...

ตอนนี้เธออยากจะร้องไห้เหลือเกิน... บุษกรบอกตัวเองอย่างขมขื่น...

ตอน 2

ร่างสูงใหญ่ที่นั่งอ่านเอกสารนิ่งโดยไม่พูดจาทำให้เธอมีโอกาสลอบมองเขาเงียบๆ ด้วยใจที่สั่นไหวไม่หาย ใบหน้าหล่อเหลาที่ประดับด้วยดวงตาคมใหญ่ใต้คิ้วหนายาวจรดหางตา จมูกโด่งเป็นสันสวยงามอย่างคนเลือดผสมและริมฝีปากหยักสีเข้มรับกับคางแกร่งมีรอยบุ๋มเล็กน้อยไรเคราที่มีตอหนวดขึ้นจางๆ นั้นไม่ได้ทำให้เสน่ห์ของเขาลดลงไปแต่กลับทำให้นาวีดูหล่อเหลา เซ็กซี่น่าคลั่งไคล้อย่างที่สาวๆ ในมหาวิทยาลัยกล่าวขานกัน แต่สีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมาก็ส่งให้นาวีดูเคร่งขรึมเย็นชาจนเหมือนหุ่นขี้ผึ้งในพิพิธภัณฑ์...

บุษกรแอบถอนหายใจเบาๆ ราวกลัวว่าเขาจะได้ยินเสียงหายใจของตน ทั้งยังพยายามนั่งให้ชิดประตูรถฝั่งที่ตนนั่งมากที่สุดเพื่อไม่ให้ระยะห่างของเขากับเธอใกล้กันเกินไป แต่รถยนต์หรูกว้างใหญ่ทั้งรูปลักษณ์และยี่ห้อดังระดับโลกก็กว้างขวางจนมันทำให้เธอรู้สึกตัวเล็กลงไปมาก ยิ่งมานั่งอยู่กับคนร่างกายใหญ่โตอย่างนาวีด้วยแล้ว เธอก็ยิ่งเหมือนมดตัวเล็กๆ ที่หลงเข้ามาในปราสาทของอสูรร่างยักษ์ผู้ดุดันเหี้ยมโหด... บุษกรหันมองถนนที่คลาคล่ำด้วยรถราขวักไขว่อย่างเหม่อลอยด้วยความอึดอัดและสับสน...

“นั่งมากับฉันมันทำให้คิดหนักมากรึไง ถึงทำหน้าตาเหมือนกำลังจะตายแบบนั้น...”

จู่ๆ เสียงเข้มดุดันของเขาก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันมากว่าสามสิบนาทีที่นั่งรถมาด้วยกันทำให้บุษกรสะดุ้งโหยงหันขวับมามองเขาหน้าตื่น

“ปละ เปล่า นะคะ บูมแค่ เอ่อ...”

บุษกรพูดตะกุกตะกักรู้สึกคอแห้งปากแห้งจนแสบร้าวไปทั้งลำคอ เธอจึงตวัดลิ้นเล็กๆ นั้นเลียริมฝีปากสีเรื่อที่ของตนเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้มันแล้วก้มหลบตาเขาอย่างขลาดกลัว...

สายตาของเขาน่ากลัวเหลือเกิน มันวาววับราวกับว่ามีเปลวเพลิงอยู่ในหน่วยตาคมคู่นั้น นี่เธอทำอะไรผิดนักหนาเขาจึงต้องทำหน้ายักษ์ใส่ทุกทีที่เจอหน้ากัน ทั้งที่อยู่ในรั้วบ้านเดียวกันแต่เธอกับเขาก็เหมือนคนแปลกหน้า...

ทั้งที่เคย... ไม่นะ เธอจะต้องไม่คิดถึงเรื่องนั้น... บุษกรหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อคิดถึง อดีต ที่ไม่น่าจดจำ...

“เวลาพูดกับผู้ใหญ่ทำไมไม่มองหน้า...”

คนที่อาวุโสกว่าเสียงดังเหมือนตะคอกยิ่งทำให้เธอน้ำตารื้นขึ้นมาอย่างง่ายดาย ความรู้สึกที่ถูกอัดแน่นบีบคั้นอยู่ในอกก็ยิ่งเพิ่มความกดดันให้เธอจนปวดร้าวไปทั้งช่องท้องกระบอกตาร้อนผ่าว...

“บูม...” สาวน้อยเงยหน้ามองเขาด้วยดวงตาที่ฉ่ำพราวด้วยหยาดน้ำใส พอดีกับที่รถยนต์คันใหญ่เคลื่อนมาจอดยังประตูด้านหลังของคฤหาสน์หลังงาม บุษกรจึงฉวยโอกาสนั้นเปิดประตูลงไปแล้ววิ่งตื๋อไปไขกุญแจแล้วเข้าบ้านไปท่ามกลางสายตาฉุนเฉียวของคนที่มองตามแผ่นหลังเล็กไปอย่างไม่ชอบใจ ก่อนที่คนขับรถจะเคลื่อนรถออกไปเมื่อเห็นว่า คนในปกครอง ของเจ้านายหนุ่มเข้าบ้านแล้วเรียบร้อย...

เมื่อวิ่งเข้ามาหลบภัยในห้องนอนเล็กของตนแล้วบุษกรก็ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาจจะเก็บกักน้ำตาได้อีกต่อไป น้ำตามากมายหลั่งไหลพรั่งพรูเหมือนว่าเขื่อนพัง ร่างเล็กนั่งอย่างหมดแรงลงบนเตียงนุ่มเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก มือน้อยยกขึ้นเช็ดน้ำตาป้อยๆ เหมือนเด็กน้อยหลงทาง

“คุณพ่อ คุณแม่ขา น้องบูมคิดถึงคุณพ่อคุณแม่... ฮือออ... พี่วีใจร้ายกับบูมเหลือเกิน...” สาวน้อยกล่าวเจือสะอื้นกับรูปของบิดามารดาบนหัวเตียงที่ส่งยิ้มมาให้เธอเสมอไม่ว่ายามใด...

หากพวกท่านยังมีชีวิตอยู่ท่านก็คงโอบกอดเธอและจูบเบาๆ ที่หน้าผาก กล่อมเธอให้หลับด้วยนิทานสักเรื่อง หรือเพลงเพราะๆ จากมารดาสักเพลง แต่ตอนนี้เธอไม่มีใครสักคนที่จะโอบกอดหรือปลอบประโลมยามทุกข์ทนท้อแท้... แม้แต่คนที่รับปากกับพวกท่านก่อนสิ้นใจว่าจะดูแลเธออย่างดีก็ไม่ได้ทำเหมือนที่สัญญาไว้แม้แต่น้อย...

บุษกรล้มตัวลงนอนอย่างอ่อนล้าแล้วค่อยๆ หลับตาลงด้วยความรันทดเมื่อนึกถึงชะตากรรมของตนเอง...

เมื่อสามปีที่แล้วเธอยังเป็นคุณหนูแสนสวยร่ำรวยไฮโซมีบิดามารดาอยู่กันพร้อมหน้า ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตงดงามดั่งเจ้าหญิง อยากได้อะไรไม่มีที่จะไม่ได้เพราะบิดามารดารักเธอมาก เนื่องจากเป็นลูกสาวคนเดียวของนักธุรกิจใหญ่ไฟแรงที่อนาคตกำลังไปได้สวย

แต่แล้วก็เหมือนฟ้าเล่นตลกเมื่อจู่ๆ ธุรกิจส่งออกสินค้าอาหารแช่แข็งของบิดาประสบปัญหาขาดทุนอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่เธอกำลังจะเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยชั้นปีที่หนึ่ง และในวันที่จะเข้ามอบตัวเป็นนักศึกษานั้นเอง เป็นวันที่บิดามารดาของเธอเสียชีวิต...

“บูมไปมหาวิทยาลัยก่อนนะลูก เดี๋ยวพ่อกับแม่จะตามไปฉลองด้วยกันทีหลัง... แม่กับพ่อรักลูกนะจ๊ะ”

นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายที่ได้ยินจากปากของมารดาที่มาส่งเธอขึ้นรถไปมหาวิทยาลัย ใบหน้าของมารดาดูเศร้าสร้อยแต่ก็มีรอยยิ้มอ่อนโยนเช่นทุกวันทำให้เธอไม่ได้เฉลียวใจเลยว่ามันจะเป็นรอยยิ้มสุดท้ายของมารดาที่จะได้เห็น...

ระหว่างที่รอบิดามารดาเข้ามาจัดการเรื่องเรียนที่มหาวิทยาลัยเธอรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูก ซ้ำสร้อยคอทองคำขาวเส้นงามที่มีจี้รูปหัวใจซึ่งข้างในมันเป็นรูปครอบครัวของเธอนั้นก็ขาดอย่างไม่มีสาเหตุทำให้เธอโทรศัพท์กลับมาหามารดา แต่ปลายสายไม่มีใครรับ เธอพยายามโทรศัพท์หาใครสักคนในบ้าน แต่แล้วก็ไม่มีใครรับจนเมื่อนาวีมารับเธอให้ไปโรงพยาบาลด้วยกัน ทำให้เธอได้รู้ว่ามีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้นกับพวกท่าน...

บิดาของเธอฆ่าตัวตายพร้อมด้วยมารดา...

ตอน 3

บิดานั้นยิงมารดาของเธอก่อนที่ท่านจะจ่อยิงตนเองจนเสียชีวิตแต่มารดาของเธอยังมีลมหายใจอยู่ ท่านถูกนำส่งโรงพยาบาลและพยายามยื้อลมหายใจสุดท้ายเพื่อจะได้พบเธอพร้อมทั้งได้สั่งเสียบางอย่าง มารดาฝากฝังเธอไว้กับครอบครัวของนาวี ซึ่งคุณ ป้าเคียร่า มารดาของนาวีนั้นมีศักดิ์เป็นป้าสะใภ้ของเธอเพราะ ลุงบดินทร์ บิดาของนาวีนั้นเป็นเครือญาติทางฝ่ายบิดาของเธอนั่นเอง ซึ่งท่านทั้งสองสนิทสนมกันมาก ก่อนที่มารดาจะสิ้นใจนางได้สั่งเสียให้นาวีดูแลเธอเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง ซึ่งในวันนั้นบุษกรก็ได้ยินเขารับปากหนักแน่นว่าจะทำตามที่มารดาร้องขอ ซึ่งป้าเคียร่าเองก็รับปากว่าจะดูแลเธออย่างดีเพราะท่านรักและเอ็นดูเธออยู่มากเพราะนางไม่มีลูกสาว มารดาของเธอจึงจากไปอย่างสงบท่ามกลางความเสียใจของทุกคน...

หลังจากที่บิดามารดาเสียชีวิตลงครอบครัวของนาวีได้จัดการงานศพและเคลียร์ปัญหาทุกอย่างของครอบครัวเธออย่างรวดเร็ว และเรียบร้อยโดยที่บุษกรได้แต่มองอย่างไม่รู้จะทำอะไรได้มากกว่านั้น อีกทั้งยังตกอยู่ในความเศร้าโศกเสียใจ ตลอดเวลาที่บำเพ็ญกุศลศพของบิดามารดาเธอก็เอาแต่ร้องไห้จนไม่เป็นอันทำอะไร และเมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางจึงได้รู้ว่าตนไม่เหลืออะไรเลยแม้แต่บ้านที่จะซุกหัวนอน

ทุกอย่างถูกขายทอดตลาดเพื่อใช้หนี้ และเธอจำต้องมาอาศัยอยู่กับครอบครัวนาวีในฐานะหลานสาวของคุณบดินทร์กับคุณเคียร่าแต่เนื่องจากบุษกรไม่อยากเป็นขี้ปากของใคร แล้วยังมีเหตุผลส่วนตัวที่เธอไม่อาจจะปริปากบอกใครได้ เธอจึงขออนุญาตอยู่เรือนเล็กซึ่งเป็นบ้านพักของ ป้าพริ้ง แม่บ้านเก่าแก่ซึ่งอยู่กับลูกจ้างสาวอีกสองคน แม้คุณเคียร่าจะไม่เห็นด้วย แต่เมื่อได้ฟังเหตุผลและท่าทางเย็นชาไม่ชอบหน้าเธอของบุตรชายตนแล้วป้าเคียร่าจึงอนุญาต แต่ก็ให้ขึ้นมารับประทานอาหารและมาอยู่เป็นเพื่อนนางทุกวันแล้วค่อยกลับเรือนเล็ก

ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมทั้งเสียงเรียกอยู่หน้าห้องทำให้บุษกรรีบเช็ดน้ำตาจากแก้มแล้วเดินไปเปิดประตูก็เห็น พี่ส้ม ยืนยิ้มแฉ่งอยู่หน้าห้องก่อนจะเปลี่ยนเป็นตกใจเมื่อเห็นใบหน้าและตาแดงก่ำของเจ้าของห้อง

“อุ๊ย คุณหนูบูมของพี่ส้มเป็นอะไรไปคะเนี่ย... ใครรังแกบอกพี่ส้มมาเลยค่ะ พี่ส้มจะไปจัดการมันเอง”

พี่ส้มสาวใหญ่วัยสี่สิบที่หวงแหนชีวิตโสดของตนมากกว่าสิ่งใดพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังทำท่าขึงขังอีกด้วย

“ไม่มีหรอกค่ะ น้องบูมแค่คิดถึงคุณพ่อคุณแม่เท่านั้นเอง”

“โถๆ คุณหนูของพี่ส้ม ไม่เป็นไรนะคะคุณพ่อคุณแม่ท่านไปสบายแล้ว ตอนนี้คุณหนูมีพี่ส้มที่พร้อมจะดูแลคุณหนูนะคะ อย่าเศร้าไปเลยค่ะ”

พี่ส้มโอบกอดร่างเล็กๆ ของเธอไว้แน่นทั้งลูบหลังลูบไหล่ด้วยความรักและเวทนา

“ขอบคุณนะคะ พี่ส้มกับป้าพริ้งดีกับน้องบูมมาตลอดเลย จนน้องบูมเกรงใจพี่ส้มกับป้าพริ้งเหลือเกิน”

“คุณหนูอย่าคิดมากสิคะ คุณหนูเป็นลูกสาวของคุณบารมีซึ่งท่านก็มีบุญคุณกับพวกเรามาตลอด หากไม่ได้คุณพ่อของคุณหนูที่ช่วยเหลือ พี่ส้มกับป้าพริ้ง ก็คงไม่มีชีวิตที่ดีและสุขสบายเหมือนทุกวันนี้หรอกค่ะ พี่ส้มรักคุณหนูนะคะ” พี่ส้มลูบแก้มนวลที่เปรอะเปื้อนด้วยคราบน้ำตานั้นแผ่วเบา

“น้องบูมก็รักพี่ส้มค่ะ” บุษกรยิ้มบางๆ ให้พี่ส้มอย่างขอบคุณ

คุณพ่อของเธอเคยเล่าเรื่องของพี่ส้มให้ฟังว่าขณะที่กำลังขับรถกลับบ้านระหว่างทางบิดาของเธอเจอกับทั้งสองป้าหลานนี้กำลังวิ่งหนีอะไรสักอย่างอยู่ข้างถนน โดยมีชายฉกรรจ์ห้าคนวิ่งติดตามมาแล้วเข้าไปฉุดกระชากพี่ส้มเข้าไปพงหญ้าข้างทางที่เปลี่ยวสงัด และพยายามจะฉุดพี่ส้มไปขืนใจเพื่อชดใช้หนี้สิน ที่ป้าพริ้งผู้ซึ่งเลี้ยงดูพี่ส้มมาตั้งแต่เล็กๆ หยิบยืมมาใช้จ่ายช่วงที่ยากลำบาก บิดาของเธอเข้าไปช่วยเหลือโดยไม่ลังเลและพาสองป้าหลานออกมาจากที่นั่นอย่างปลอดภัย

มารสังคมพวกนั้นก็ถูกจับดำเนินคดีตามกฎหมายเพราะทำชั่วกับคนอื่นมามากมาย บิดาของเธอพาทั้งสองป้าหลานมาหาป้าเคียร่าและฝากฝังให้ทำงานด้วยก่อนจะเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศพร้อมเธอกับมารดา ตอนนั้นเธอยังเป็นเพียงเด็กหญิงตัวเล็กๆ และทุกครั้งที่มาบ้านป้าเคียร่าทั้งป้าพริ้งและพี่ส้มก็จะดูแลเธออย่างดี เอาอกเอาใจราวเจ้าหญิงเลยทีเดียว ซึ่งเธอก็ชอบมากตามประสาเด็ก จนเมื่อเรียนจบประดับไฮสคูลบิดามารดาก็กลับมาอยู่ที่เมืองไทยจนกระทั่งเกิดเรื่องน่าเศร้าในครอบครัวของเธอ...

“คุณหนูไปล้างหน้าล้างตาเถอะค่ะ คุณป้าเคียร่าเรียกหาแน่ะ”

“ค่ะ” ว่าแล้วสาวน้อยก็รีบเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาอย่างรวดเร็วก่อนจะเดินอย่างเร่งรีบไปยังเรือนใหญ่

เมื่อเท้าเรียวเหยียบย่างเข้ามาในห้องรับประทานอาหารอันโอ่โถงใจดวงน้อยก็เต้นระรัวเมื่อเห็นสายตาวาววับของคนตัวโตที่มองมายังตนนั้นเหมือนว่าโกรธกันมาสักร้อยชาติพันชาติ

“อ้าวหนูบูมมานั่งข้างๆ ป้านี่เร็ว วันนี้ไม่สบายรึเปล่าลูกทำไมขึ้นมาช้าล่ะ”

คุณป้าเคียร่าถามด้วยน้ำเสียงอาทรพลางลูบหลังลูบไหล่สาวน้อยตัวบางที่นั่งลงข้างๆ ด้วยความอ่อนน้อม บุษกรยิ้มบางๆ ให้นางแล้วอ้อมแอ้มตอบ

“น้องบูมเผลอหลับไปน่ะค่ะคุณป้า น้องบูมขอโทษนะคะที่ให้รอ”

“ผมว่าต่อไปนี้เราก็ทานเฉพาะพวกเราก็พอมั้งครับคุณแม่ คนที่ไม่มีความรับผิดชอบไม่ตรงเวลาปล่อยให้ผู้ใหญ่รอแบบนี้ไม่ควรจะมาร่วมโต๊ะกับเรานะครับ”

“วี ทำไมพูดแบบนี้กับน้องล่ะ เรานี่ใช้ไม่ได้เลยนะ”

คุณบดินทร์ดุลูกชายคนเก่งอย่างไม่ชอบใจ ยิ่งเห็นหน้านวลซีดลงทันตาของหลานสาวผู้น่าสงสารแล้วคุณบดินทร์ยิ่งอยากจะตบกบาลลูกชายนัก

“คุณพ่อคุณแม่ก็เอาใจเธอเกินไป จนจะเสียคน” นาวีหน้าตึงเมื่อถูกบิดาตำหนิตรงๆ

“เอาล่ะๆ ทานข้าวกันได้แล้ว น้องบูมจ๊ะนี่ต้มข่าไก่ใส่เห็ดนางฟ้าเยอะๆ ของโปรดหนูจ้ะป้าพริ้งนี่ทำสุดฝีมือเพื่อน้องบูมเลยนะ”

“ขอบคุณค่ะคุณป้า”

บุษกรยิ้มน่ารักให้ผู้สูงวัยเมื่อคุณป้าเคียร่าตักกับข้าวที่เธอโปรดปรานใส่จานให้อย่างเอาใจ สาวน้อยก้มหน้ารับประทานอาหารของตนไปอย่างกล้ำกลืน รู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตจากคนที่นั่งตรงข้าม น้ำร้อนๆ เอ่อคลอดวงตาด้วยความน้อยใจ เธอพยายามฝืนมันไว้ไม่ให้มันไหลออกมาประจานความอ่อนแอของตนไม่เช่นนั้นเธอก็คงถูกนาวีต่อว่าต่างๆ นานาอีกแน่นอน

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED