วันนี้เป็นวันเปิดภาคเรียนวันแรกของมหาวิทยาลัยแอล หลิว ถิงถิงได้เข้ามาพักอาศัยอยู่ที่หอพักนักศึกษาในมหาวิทยาลัย เธอมีรูมเมทอีกสองคน คนแรกคือจ้าวซือซือ เพื่อนสนิทจากโรงเรียนเดิม ส่วนอีกคนคือเฉิน เหม่ยหาน เฉินเหม่ยหานเป็นคนเมืองเค ซึ่งอยู่ห่างไปจากเมืองแอลค่อนข้างไกล เธอเป็นสาวแว่นและเป็นเด็กเรียนพอสมควร
“ถิงถิง เธอใช่ไหมที่เป็นเด็กในอุปการะของคุณชายซือ” นักศึกษาสาวคนหนึ่งเอ่ยถามหลิวถิงถิงขึ้น หลังจากที่เข้ามานั่งเรียนคาบแรก หลิว ถิงถิงพยักหน้ารับ
“เธอเคยเจอคุณชายซือตัวจริงไหมอะ ฉันได้ยินมาว่าคุณชายซือหล่อมากเลยนะ แถมอายุเพิ่งจะ30ปีนี้เอง” เพื่อนสาวในห้องเอ่ยถาม
“ไม่จ้ะ ฉันยังไม่เคยเจอเขาเลย” ถิงถิงตอบพร้อมกับส่งยิ้มเป็นมิตรไปให้
“เห้อ น่าเสียดายจัง ฉันได้ยินว่ารุ่นพี่เคยเห็นตัวจริงแล้ว หล่อมากเลยแหละ น่าเสียดายที่เธอเป็นเด็กทุนของเขาแท้ๆกลับยังไม่เคยเจอตัวจริง” สาวสวยคนนั้นบ่นออกมาก่อนที่จะเดินจากไป
“ท่าทางจะบ้า ก็แค่คนที่เขาให้ทุนปะวะ เขาจะต้องมาเจอทำไมกัน” เป็นจ้าวซือซือที่อดจะหัวเสียแทนเพื่อนรักไม่ได้
“ไม่เอาน่า ซือซือ เขาก็แค่อยากรู้เลยมาถามเราแค่นั้นเอง” ถิงถิงบอก ก่อนที่จะสนใจหนังสือเรียนในมือต่อไป เฉิน เหม่ยหาน ลอบมองใบหน้าสวยหวานของเพื่อนสาวคนใหม่อย่างรู้สึกดี เพื่อนคนนี้น่าคบ เธอจะคบหลิวถิงถิงเอาไว้
คาบแรกผ่านไปอย่างราบรื่น ชีวิตวันแรกในรั้วมหาวิทยาลัยของเด็กสาววัย18ย่าง19 มันย่อมเป็นอะไรที่แปลกใหม่ โดยเฉพาะการที่ต้องแยกจากครอบครัวออกมาอยู่หอพักกันตามลำพัง สำหรับคนอื่นถือว่าอาจจะเป็นเรื่องที่ลำบาก แต่สำหรับหลิวซือซือ เธอรู้สึกมีความสุขที่ได้ออกมาอยู่ข้างนอก เพราะบ้านที่เคยอบอุ่นนั้น มันไม่ได้มีความอบอุ่นมาเนิ่นนานแล้ว ความอบอุ่นมันได้กลายเป็นอดีตตั้งแต่ที่เธอสูญเสียมารดาไป บิดาก็มีภรรยาใหม่แทบจะทันที ราวกับว่าคนทั้งคู่นั้นแอบคบหาดูใจกันมาก่อนแล้ว ใหม่ๆหยินเยว่ภรรยาใหม่ของบิดานั้นดีกับเธอมาก จนสองปีถัดมาที่หยินเยว่มีหลิวซือเยว่ที่กลายเป็นน้องสาวต่างมารดา เธอก็หมดความสำคัญ จากแม่เลี้ยงที่แสนดีกลายเป็นแม่เลี้ยงที่เอาแต่กดขี่และโขกสับเธอ
ณ โรงอาหารของมหาวิทยาลัยแอล
สาวน้อยหน้าหวานกำลังต่อแถวเพื่อรอซื้ออาหารอยู่กับกลุ่มเพื่อนอีกสองคน หลิวถิงถิง เป็นผู้หญิงที่สวยคนหนึ่ง จึงไม่แปลกที่เธอจะตกเป็นเป้าสายตา และเป็นที่สนใจของหนุ่มๆในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ แต่เพราะหลายๆคนรู้ว่าเธอเป็นเด็กทุน มีฐานะทางบ้านไม่ดี ผู้ชายส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะเลิกสนใจในตัวเธอ ผิดกับเพื่อนรักอย่างจ้าวซือซือที่เป็นลูกคุณหนู ฐานะทางบ้านร่ำรวย เรียกว่าติดอันดับท๊อปเท็นของเมืองแอลเลยก็ว่าได้ หนุ่มๆจึงเปลี่ยนเป้าหมายมาจีบเธอแทน ถึงแม้จะชอบหลิวซือซือมากกว่าก็ตาม
“ซือซือ พี่ซื้อน้ำมาฝากครับ” เสียงทุ้มดังมาจากรุ่นพี่ปีสามรูปหล่อดาวของคณะวิศวะ แก้วน้ำส้มถูกวางลงบนโต๊ะที่สามสาวใช้นั่งทานอาหาร จ้าวซือซือเงยหน้าขึ้นมองก่อนที่จะขอบคุณด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ขอบคุณค่ะ แต่ฉันซื้อทานเองได้ วันหลังไม่ต้องลำบากนะคะ” จ้าวซือซือบอกพร้อมกับจ้องใบหน้าหล่อของรุ่นพี่
“อะ..เอ่อ ค่ะ..ครับ” หนุ่มหล่อรู้สึกหน้าเสียทันทีก่อนที่จะหันหน้าไปมองสาวสวยหน้าหวานที่กำลังนั่งทานอาหารอย่างไม่สนใจคนรอบข้างมากนัก นี่สินะหลิวถิงถิง เขาลอบมองเธอก่อนที่จะได้ยินเสียงกระแอมไอจากผู้หญิงที่เขาสนใจมาตั้งแต่ต้น
“อะแฮ่ม... ขอโทษค่ะ มีอะไรอีกไหม ถ้าไม่ขอเวลาส่วนตัวให้พวกเราด้วยค่ะ” จ้าวซือซือพูดออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย เฉินเหม่ยหานมองเพื่อนสาวอย่างทึ่งๆไม่คิดว่าจ้าวซือซือจะกล้าพูดกับรุ่นพี่แบบนี้ แถมอีกฝ่ายยังมีดีกรีเป็นถึงดาวคณะ ในขณะที่หลิวถิงถิงก็ตั้งใจทานอาหารอย่างไม่สนใจใคร เธอไม่ชอบทำให้ตัวเองเป็นที่สนใจและเธอไม่ชอบเสวนากับพวกผู้ชาย หลินเจียอีได้สติจึงดึงสายตากลับมาสนใจที่จ้าวซือซืออีกครั้ง
“ถ้างั้นพี่ขอตัวก่อนครับ” หลินเจียอีเอ่ยลา จ้าวซือซือพยักหน้ารับ หลินเจียอีเดินจากไปหลังจากที่โดนปฏิเสธ ใช่จ้าวซือซือมีสิทธ์ที่จะปฏิเสธ เพราะเธอก็จัดได้ว่าสวยและรวยมากของเมืองแอล
“เจ๋งอะ ซือซือ ฉันนี่อดทึ่งในตัวเธอไม่ได้จริงๆฮ่าๆ” เฉินเหม่ยหานเอ่ยขึ้นกลั้วหัวเราะ
“ก็คนไม่ชอบอะ มาเรียนไม่ได้มาสร้างสัมพันธไมตรีกับพวกผู้ชาย” จ้าวซือซือตอบพร้อมกับยักไหล่อย่างไม่แคร์
“แกก็ตรงเกินไปแล้วล่ะซือซือ ถ้าพี่เค้าไม่พอใจขึ้นมา ตอนรับน้องล่ะโดนแกล้งแย่เลย” หลิวถิงถิงเอ่ยขึ้นอย่างกังวล
“อย่ากังวลไปเลยนะถิงถิง ฉันไม่กลัวหรอก อีกอย่างพี่เขาอยู่วิศวะไม่ได้มาเกี่ยวอะไรกับคณะของเราหรอก” จ้าวซือซือเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ
“ฉันก็ได้แต่หวังว่าอย่างนั้นนะซือซือ” หลิวถิงถิงเอ่ยพร้อมส่ายหน้างามไปมาอย่างเหนื่อยใจกับความที่เป็นคนตรงๆของเพื่อนรัก
สามสาวนั้นไม่ได้เรียนคณะเดียวกัน หลิวถิงถิงนั้นเรียนคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จ้าวซือซือนั้นเรียนคณะนิเทศศาสตร์ และเฉินเหม่ยหานนั้นเรียนคณะจิตวิทยา เรียกได้ว่าคนละคณะแต่ก็มาสนิทกันได้อย่างง่ายดาย ด้วยทั้งสามคนพักอยู่หอพักเดียวกัน ห้องเดียวกัน เป็นรูมเมทกัน เฉินเหม่ยหานนั้นเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูง แต่ก็เข้ากับทั้งสองสาวได้เป็นอย่างดี เพราะหลิวถิงถิงกับจ้าวซือซือนั้นเป็นคนจริงใจน่าคบ ที่สำคัญเวลาที่อยู่ในหอพักทั้งสองสาวจะไม่รบกวนเวลาอ่านหนังสือของเพื่อนสาวคนใหม่คนนี้เลย จึงทำให้คบหากันได้แบบสบายใจ
ทางด้านคุณชายซือที่ตอนนี้กำลังมาตรวจงานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในตอนเหนือของเมืองแอล เขามีนัดทานอาหารกับบุตรสาวของคู่ค้าในตอนเย็น ทั้งๆที่ไม่อยากไปแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เสียทีเดียว เพราะคู่ค้าคนนี้ค่อนข้างสำคัญ แต่ถ้าผู้หญิงคนนั้นมาเจอกับเขารับรองว่าเธอจะเผ่นแทบไม่ทัน
“คุณชายซือครับ ชุดที่ให้เตรียมมาส่งแล้วครับ” ต้าฉินเข้ามารายงานผู้เป็นนาย
“อืม.... เอาเข้ามาเลย นี่เหลืออีกกี่ชั่วโมงจะถึงเวลานัด” ซือมู่อันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ขณะที่สายตายังจับจ้องมองแทปแลตราคาแพงของตนอยู่
“อีกสองชั่วโมงครับ” ต้าฉินบอกขณะเดินกลับมาจากนำชุดที่แม่บ้านนำมาส่งให้ที่หน้าประตูเข้าไปเก็บด้านในห้องแต่งตัวของโรงแรมเรียบร้อยแล้ว
“นายครับคืนนี้จัดไหมครับ” จางหลงเอ่ยถามอย่างรู้ใจ
“อืม เหมือนเดิม อย่าให้มีปัญหาตามมาทีหลังอย่างเดียว แค่จ่ายเงินแล้วก็ให้จบกัน” เสียงเย็นชาดังออกมาจากปากบางสีกุหลาบ จางหลงรับคำสั่งก่อนที่จะไปจัดการตามคำสั่งของเจ้านาย เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องปกติของหนุ่มโสดเช่นเขา ผู้ชายในวัยกลัดมันเช่นเขาถ้าไม่ได้ปลดปล่อยเลยก็คงจะแย่ เขาไม่นิยมรับเลี้ยงดูใคร แต่เขานิยมครั้งเดียวจบและไม่กลับไปกินซ้ำอีก ถึงแม้อีกฝ่ายจะสวยเด็ด ลีลาดีขนาดไหน ก็ไม่มีใครทำให้เขาเปลี่ยนใจได้สักคน
พอได้เวลานัด ซือมู่อันในชุดสูทสีดำทั้งตัว ทรงผมจัดแต่งอย่างดูดี ใบหน้าคมคายหล่อเหลา จมูกโด่งรับด้วยปากบางสีกุหลาบ ทุกท่วงท่าอิริยาบถของเขาทำให้สาวๆที่เป็นลูกค้าของร้านอาหารต่างมองมาที่เขาเป็นสายตาเดียวกัน ด้านหลังมีสองบอดี้การ์ดร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำเช่นเจ้านายยืนคุมเชิงอยู่ รอเพียงไม่นานก็มีชายสูงวัยร่างท้วมเดินเคียงคู่มากับผู้หญิงรูปร่างสูงโปร่ง เธอแต่งกายด้วยชุดเดรสสีทอง ขับกับผิวขาว ใบหน้าสวยถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางจากแบรนด์ดังจนเข้ม เธอสวมรองเท้าส้นสูงสีดำ ความสวยและเซ็กซี่ของเจ้าหล่อนไม่ได้ทำให้คุณชายซือนั้นหวั่นไหวแม้เพียงเล็กน้อยก็ไม่ ผู้หญิงแบบเธอเขาเห็นมานักต่อนัก คนแบบเขามันไม่มีหัวใจ หากใครหวังความรักจากคนเย็นชาแบบเขาก็คงต้องผิดหวังไปตามๆกัน
“สวัสดีครับคุณชายซือ” ฉินเว่ยถงคู่ค้าของซือมู่อันเอ่ยทักทายเขาขึ้นพร้อมกับยื่นมืออวบอูมไป
“สวัสดีครับคุณฉิน” ซือมู่อันยื่นมือหนาของตนออกไปจับมือเขาเช่นกัน
“นี่ฉินเวยเวย ลูกสาวคนเดียวของผมเองครับ เวยเวยสวัสดีคุณชายซือสิลูก” ฉินเว่ยถงรีบแนะนำสาวสวยที่อยู่ข้างกายของตนให้รู้จักกับชายหนุ่มรุ่นลูกตรงหน้าทันที ฉินเวยเวยมองใบหน้าหล่อของซือมู่อันอย่างถูกใจ หล่อสมคำร่ำลือ หล่อจนเธออยากจะได้เขา สักครั้งก็ยังดี สาวสวยคิดในใจก่อนที่จะยื่นมือออกไปจับ
“สวัสดีค่ะคุณชายซือ ยินดีที่ได้พบค่ะ” ฉินเวยเวยส่งยิ้มหวานให้กับชายหนุ่มที่ตนเองถูกใจ
“สวัสดีครับคุณฉิน ยินดีที่ได้พบเช่นกัน” ซือมู่อันตอบพร้อมกับยื่นมือหนาออกไปจับ เธอบีบมือเขาเล็กน้อยราวกับเป็นการทอดสะพาน หากแต่ซือมูอันนั้นรู้ร้อยเล่ห์มารยาของผู้หญิงเหล่านี้เป็นอย่างดี เขาจึงปล่อยมือและเชิญสองคนพ่อลูกให้นั่ง สองบอดี้การ์ดหันมามองหน้ากันแล้วแสยะยิ้มออกมา ผู้หญิงสวยเปรี้ยวคนนี้ต้องถูกใจเจ้านายของเขาแน่นอน แต่ดูท่าทีของเจ้านายของเขาแล้วท่าทางจะไม่ปลื้มผู้หญิงคนนี้อย่างแน่นอน
เสียงพูดคุยและหัวเราะดังมาจากสองหนุ่มต่างวัยและสาวสวยหนึ่งเดียวในโต๊ะ สาวๆรอบๆต่างมองมาที่โต๊ะของทั้งสามอย่างรู้สึกอิจฉา โดยเฉพาะผู้หญิงคนเดียวที่นั่งอยู่ใกล้ๆกับคุณชายซือ มีหรือที่ภาพของหนุ่มหล่อจะไม่ถูกกระจายออกไปให้เป็นข่าว ก็เพราะเขานั้นค่อนข้างฮิตฮอตพอสมควร มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะดึงดูดความสนใจจากสาวๆทั่วเมืองได้เป็นอย่างดี
“ผมขอตัวกลับก่อนนะครับคุณชายซือ ผมขอฝากลูกสาวคนเดียวของผมไปเปิดหูเปิดตาที่ผับของตระกูลซือด้วยสักคนนะครับ เธอไม่ได้เที่ยวกลางคืนนานแล้ว” ฉินเว่ยถงเอ่ยขอตัว ก่อนที่จะทำตามแผนเพื่อให้บุตรสาวของตนได้เชื่อมความสัมพันธ์กับคุณชายซือ ผู้ชายที่มีอิทธิพลและร่ำรวยเป็นอันดับหนึ่งของเมืองแอล ซือมู่อันมองบนอย่างเบื่อหน่าย ทำไมเขาจะไม่รู้แผนการตื้นๆแบบนี้ แต่ถ้าอยากเสนอเขาก็จะสนองให้ แต่อย่าหวังว่าจะได้ความสัมพันธ์อะไรไปจากเขา โดยเฉพาะความรัก เพราะเขาจะไม่มีวันมอบมันให้กับผู้หญิงคนไหน
“ไปกันเลยไหมคะคุณชายซือ” ฉินเวยเวยส่งสายตาหวานหยดให้กับซือมู่อัน สองบอดี้การ์ดต่างรู้กันดีว่าสาวสวยคนนี้ต้องการอะไร ไม่ใช่เธอคนแรกที่ถูกส่งมาเพื่อสานสัมพันธ์กับเจ้านายของเขา แต่คนพวกนั้นคิดผิด เพราะเจ้านายของพวกเขาไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหน และไม่มีวันที่จะมอบหัวใจให้ใครด้วย ก็เจ้านายของพวกเขาน่ะเย็นชาและไร้หัวใจซะขนาดนั้น
“ไปครับ” ซือมู่อันตามน้ำ เขาเดินเคียงข้างออกไปกับสาวสวยบุตรสาวของคู่ค้าทางตอนเหนือท่ามกลางสายตาอิจฉาของบรรดาลูกค้าสาวๆที่มองมาที่ฉินเวยเวย ส่วนเจ้าตัวนั้นคล้องแขนล่ำของคุณชายซืออย่างมั่นอกมั่นใจว่าชายหนุ่มสนใจในตัวเธอเช่นกัน
ผับแห่งหนึ่งในตอนเหนือของตระกูลซือ
สองหนุ่มสาวเดินเคียงข้างกันเข้าไปด้านในผับ ตลอดทางการ์ดต่างยืนตรงเคารพผู้เป็นนายใหญ่ของผับแห่งนี้ แต่สายตาทั้งหมดกลับจับจ้องไปยังสาวสวยเปรี้ยวที่เดินเคียงข้างมากับบอส ซึ่งใครๆต่างก็รู้ว่าคุณชายซือนั้นเย็นชาและไร้หัวใจขนาดไหน คนนี้ก็คงไม่พ้นจะเป็นคู่นอนคืนเดียวของเขาอีกแน่นอน
“สวัสดีครับคุณชายซือ” ผู้จัดการร้านเดินออกมาต้อนรับซือมู่อันอย่างยิ้มแย้ม
“สวัสดีหลงซีฮ่าว” ชายหนุ่มเอ่ยทักผู้จัดการร้านกลับ หลงซีฮ่าวทำงานให้กับตระกูลซือมาสองชั่วอายุคน ตั้งแต่รุ่นพ่อของเขายังอยู่
“คุณชายซือจะรับอะไรดีครับ” ผู้จัดการร้านเอ่ยถามอย่างนอบน้อม
“คุณฉินจะรับอะไรดีครับ” ชายหนุ่มยังมีความเป็นสุภาพบุรุษอยู่บ้างจึงไม่ลืมที่จะเอ่ยถามบุตรสาวของคู่ค้าที่มาเป็นคู่ควงของเขาในคืนนี้
“ดิฉันขอเป็นวอดก้าแล้วกันนะคะ พอดีเป็นคนที่ชอบอะไรแรงๆ” สาวสวยส่งสายตายั่วยวนให้กับชายหนุ่มที่ตนหมายปอง ซือมู่อันเหล่ตามอง ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าสาวสวยข้างกายต้องการจะสื่ออะไร เขากำลังชั่งใจว่าจะเล่นกับเธอดีไหม เพราะเขาได้สั่งบอดี้การ์ดให้จัดผู้หญิงไว้ให้เขาแล้ว
สองหนุ่มสาวนั่งดื่มกันไปเพียงไม่นาน สาวสวยข้างกายก็เริ่มออกอาการเมา จะเมาจริงหรือแกล้งเมาอันนี้ซือมู่อันมองแค่แว๊บเดียวเขาก็สามารถรู้ได้ทันที มือบางของสาวสวยเริ่มเลื้อยไปตามร่างหนาของซือมู่อันจนมือหนาของเขาต้องตะครุบเอามือบางมาจับไว้ ก่อนที่จะส่งสายตาให้กับสองบอดี้การ์ด เขามีผู้หญิงสำหรับคืนนี้แล้ว เขาจะพาเธอไปด้วยอีกทำไม พอออกไปจากผับหรูของตระกูลซือ ซือมู่อันก็สั่งให้หนึ่งในบอดี้การ์ดไปส่งสาวสวยที่หวังจะขึ้นเตียงกับเขาในคืนนี้ หากเขายังไม่มีผู้หญิง บางทีเขาอาจจะเลือกเธอสำหรับค่ำคืนนี้ก็ได้
“คุณชายซือ.......คุณชายซืออยู่หนายค๊า.............” เสียงหวานดังขึ้นข้างร่างหนาสูงใหญ่ของต้าฉิน บอดี้การ์ดมือขวาของซือมู่อัน เขาเหลือบมองใบหน้าสวยที่มีเครื่องสำอางหนาเตอะเคลือบอยู่ ก่อนที่จะส่ายใบหน้าหล่อไปมา เขาเอือมระอากับสาวๆที่หวังจะขึ้นเตียงกับเจ้านายของเขาจริงๆ เธอคนนี้ไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกที่เอาแต่ร่ำร้องเรียกชื่อเจ้านายของเขา ร่างสูงค่อยพยุงร่างบางไปยังรถยนต์คันหรูที่จอดอยู่ที่ผับแห่งนี้ก่อนที่จะพาเธอขึ้นรถและพาขับออกไปจากผับแห่งนี้อย่างรวดเร็ว หน้าที่ของเขาคือส่งหญิงสาวให้ถึงที่พักอย่างปลอดภัย
ทางด้านซือมู่อันกับจางหลงก็พากันกลับไปที่โรงแรม จางหลงโทรไปตามหญิงสาวที่เขาติดต่อไว้ให้เจ้านายของตนแล้ว เธอเป็นนางแบบหน้าใหม่ของเมืองแอล ค่าตัวของเธอไม่ถือว่าต่ำหรือสูงมากนัก แต่ถ้าหากถูกใจเจ้านายของเขาแล้ว เธอจะได้สมน้ำสมเนื้อแน่นอน ผู้หญิงที่เขาติดต่อมาให้เจ้านายนั้นล้วนแล้วแต่เต็มใจมาด้วยกันทั้งสิ้น นั่นก็เพราะความร่ำรวยและหล่อเหลาของคุณชายเย็นชาผู้นี้
ร่างสูงอาบน้ำเสร็จก็ออกมาจากห้องน้ำ ร่างหนามีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวเท่านั้นที่ห่อหุ้มร่างกายที่สวยงามของเจ้าตัวเอาไว้ ประตูห้องถูกเปิดออกโดยบอดี้การ์ดมือซ้ายของตน ก่อนที่ร่างบางสูงเพรียวเดินตามเข้ามาอย่างไม่เขินอายเพียงแต่มีความประหม่าเท่านั้น จางหลงใช้มือหนาเคาะที่ประตูห้องนอนของผู้เป็นเจ้านาย
ก๊อก... ก๊อก...ก๊อก.....
“เชิญ” น้ำเสียงเข้มดังออกมาจากด้านในของห้องนอน สาวสวยแอบตกใจเล็กน้อย เธอรับงานแบบนี้มาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว เธอยังไม่เคยเจอผู้ชายเย็นชาแบบเขาเลยสักคน ทำเอานางแบบสาวอดที่จะประหม่าไม่ได้
ประตูถูกเปิดออกโดยบอดี้การ์ดหนุ่ม เขาทำข้อตกลงและความเข้าใจกับนางแบบสาวก่อนหน้าที่จะพาเธอมาส่งให้เจ้านายของเขาเรียบร้อยแล้ว จึงไม่จำเป็นที่เจ้านายของเขาต้องคุยกับเธออีก ร่างบางอดที่จะตะลึงในความหล่อเหลาของชายหนุ่มในห้องไม่ได้ มัดกล้ามและซิกแพกทำให้นางแบบสาวใจสั่นด้วยความตื่นเต้น
“เริ่มเลยสิ” ซือมู่อันบอกด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น นางแบบสาวเริ่มที่จะถอดชุดแซ็กเซ็กซี่ที่สวมใส่มาออกจากร่างกายของตน หน้าอกที่ทำการศัลยกรรมมาได้สองปีแล้ว กำลังเปิดเผยต่อหน้าของชายหนุ่ม เขาไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรกับสิ่งที่เห็น และเขาทำได้แค่นั่งมองเท่านั้น สาวสวยถอดชุดออกจากร่างกายอย่างรวดเร็วจนเผยให้เห็นร่างกายเปลือยเปล่า
ซือมู่อันดึงผ้าเช็ดตัวออกก่อนที่จะนอนลงไปบนเตียงเพื่อให้สาวสวยนั้นเริ่มทำงาน นางแบบสาวรู้หน้าที่จึงคลานขึ้นเตียงด้วยร่างกายอันเปล่าเปลือย ดวงตาเรียวยาวตามสไตล์สาวหมวยนั้นเบิกกว้าง มือบางยื่นไปกอบกุมแท่งเอ็นร้อนของชายหนุ่มที่นอนอยู่ก่อนที่จะชัดขึ้นลงอย่างช้าๆ เพียงไม่นานแท่งเอ็นร้อนของซือมู่อันก็ตั้งตระหง่านพร้อมรบ สาวสวยแลบลิ้นเลียตั้งแต่โคนจรดปลายหัวเห็ด และเริ่มดูดดึงอย่างช้าๆและเร่งจะหวะให้เร็วขึ้นตามระดับอารมณ์ เสียงครางดังออกมาจากปากสีกุหลาบ
“อ๊า............อืม.............ดี......”
นางแบบสาวพอใจกับคำชมจึงดูดดึงและเลียแท่งเอ็นของเขาราวกับหิวโหย มือหนากุมผมสีบรอนด์ของนางแบบสาวก่อนที่จะกดขึ้นลงเป็นจังหวะ
“อ๊อกๆๆ......อือ...อ๊า...” น้ำเสียงอาเจียนดังมาจากริมฝีปากสีแดงสด เวลามีเซ็กส์เขาไม่นิยมจูบปาก เพราะเขาไม่ชอบสีลิปสติกและกลิ่นปากของคู่นอน
ร่างบางถูกผลักให้นอนลง ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปหยิบเครื่องป้องกันมาสวมใส่ นางแบบสาวมองการกระทำของเขาอย่างตื่นเต้น พอสวมเสร็จเขาก็จับขาเรียวของนางแบบสาวให้อ้าออก ก่อนที่ตนจะแทรกร่างหนาไประหว่างกลาง มือหนาจับแท่งเอ็นร้อนของตนถูขึ้นลงบริเวณช่องทางรักของนางแบบสาวที่เฉิ่มเยิ้มไปด้วยน้ำสวาทที่หลั่งออกมาจากร่างกายเธอ เขาไม่เล้าโลมให้เสียเวลา พอกดแท่งเอ็นลงไปเพียงครั้งเดียวก็เข้าไปจนสุดอย่างง่ายดาย ซึ่งบ่งบอกว่านางแบบสาวใต้ร่างนี้คงผ่านงานแบบนี้มาโชกโชน