เปรี้ยง!
เปรี้ยง!
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่าฟ้าร้องดังอยู่ด้านนอก แต่คนข้างในห้องไม่ได้สนใจเลยว่าตอนนี้ฝนฟ้าพายุข้างนอกจะน่ากลัวแค่ไหน เพราะตัณหาราคะกำลังครอบงำพวกเขาทั้งสองอยู่ ร่างเปลือยเปล่าของทั้งสองเคลื่อนไหวบิดพลิ้วไปตามจังหวะโยกเร่าของร่างกายที่สอดประสานแทรกกลืนบดเบียดเสียดสีเร่าร้อนเข้าออกเป็นจังหวะ
“อ่า...อืม...ไม่ไหวแล้วติณณ์” เสียงครางกระเส่าหวานพร่าเปล่งออกมาแข่งกับเสียงฟ้าร้องข้างนอกพร้อมแอ่นเร่าร่างเปลือยของตัวเองขึ้นหาคนตัวโตเหนือร่าง
“อือ...ใจเย็นๆ จูลี่ อือ...” ไม่ใช่แค่หล่อนที่ร้อนรุ่มทรมานเสียวกลางร่าง เขาเองก็เสียวร้อนไม่แพ้หล่อน เคลื่อนไหวเข้าออกจังหวะเร่าร้อนหนักหน่วง เพื่อส่งตัวเองให้ถึงสวรรค์พร้อมกับเสียงฝนที่กระหน่ำตกอยู่ข้างนอกบ้าน
เปรี้ยง!
เปรี้ยง!
เปรี้ยง!
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังระเริงสวาทกันในขณะฝนตกอยู่นั้น หน้าห้องของติณณ์ก็มีใครบางคนเดินผ่านมาพอดี และเผอิญได้ยินเสียงครางพร่าของทั้งสองที่ประตูห้องปิดแนบไม่สนิท เท้าเล็กหยุดเดินมาแนบเอียงหูฟังเสียงของเจ้าของห้องอย่างไร้มารยาท โดยไม่สนใจร่างที่เปียกปอนของตัวเองแม้แต่น้อย แนบหูไปกับประตูห้องพร้อมกับแง้มประตูออกดู แล้วเธอก็ต้องปิดปากตัวเองไว้ทันทีเมื่อเห็นภาพเปลือยของทั้งสองแล้วรีบสาวเท้าเดินเร็วๆ ออกจากตรงนี้ เพราะว่าภาพของติณณ์กับคู่ควงคนล่าสุดของเขากำลังฟัดกันนัวบนเตียง
เปรี้ยง!
เปรี้ยง!
เปรี้ยง!
สาวน้อยปิดประตูห้องของตัวเองด้วยหัวใจที่สั่นรัวและเสียใจ หล่อนแอบรักชายหนุ่มเจ้าของห้องตั้งแต่ยังเด็ก ตอนนั้นอายุ 7 ขวบ ที่คุณท่านไปรับเธอมาจากบ้านเด็กกำพร้า ร้อยรัก เรียนคำ หรือรัก วัย 20 ปี เธอรู้แต่ว่าตอนเด็กแม่เอาเธอไปทิ้งหน้าบ้านเด็กกำพร้าและในเวลาต่อมาคุณท่านก็รับหล่อนมาเลี้ยงดูเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง แต่หล่อนก็เจียมตัวรู้สถานะของตัวเองดีว่าตัวเองเป็นแค่กาฝากที่ท่านนำมาเลี้ยงดู และหล่อนก็รู้ดีว่าลูกชายของท่านนั้นไม่ชอบหน้าเธอตั้งแต่เด็ก จนทุกวันนี้เขาก็ยังเกลียดเธอ ไม่ชอบหน้าเธอ ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร ทำไมเขาถึงเกลียดเธอ
“เธอน่าจะชินได้แล้วยัยรัก”
หล่อนบอกตัวเองแล้วปลดเปลื้องชุดนักศึกษาที่เปียกของตัวเองออกและอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่ ก่อนจะนำเสื้อผ้าที่เปียกใส่ตะกร้าเพื่อจะนำลงไปซักข้างล่างของตึก แม้อยู่บ้านหลังนี้จะได้รับการดูแลแบบคุณหนู แต่เธอก็เป็นแค่กาฝาก เธอจึงเลือกทำทุกอย่างเอง เช่น ซักผ้า รีดผ้า ช่วยแม่บ้านทำความสะอาดบ้านและทำอาหาร เวลาที่เธอว่างจะช่วยทุกคนในบ้านเสมอ
“กลับมาแล้วเหรอลูก ฝนตกหนักขนาดนี้หนูนั่งรถอะไรมาลูก” ปรางทิพย์กำลังจะเดินขึ้นไปชั้นบนเห็นร้อยรักเดินถือตะกร้าผ้าลงมาสุดทางบันไดพอดีจึงถาม เพราะตอนนี้ฝนยังคงตกแรงไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ เสียด้วย
“เพื่อนมาส่งค่ะคุณท่าน” เธอบอกผู้มีพระคุณ
“เพื่อนคนไหนลูก แล้วนั่นชุดเปียกเหรอลูก”
“อาร์มค่ะคุณท่าน พอดีเปียกตอนวิ่งเข้ามาในบ้านเลยจะเอาไปซักค่ะ”
“คนที่จีบลูกใช่ไหม ที่มาบ่อยๆ แล้วทำไมไม่ให้เขาเข้ามาส่งในบ้านเราล่ะลูก” นางถามเพราะว่าร้อยรักให้เพื่อนส่งแค่หน้าบ้านตลอด แม้ว่านางจะเห็นไกลๆ ว่าเป็นผู้ชายมาส่ง แต่ก็อยากให้หญิงสาวเชิญชวนอีกฝ่ายเข้ามาในบ้าน
“หนู...”
“ครั้งหน้าชวนเพื่อนมาดื่มน้ำที่บ้านด้วยนะถ้ามาส่งอีก เราเป็นเจ้าบ้านต้องมีมารยาท ไปซักผ้าเถอะหนูรัก เดี๋ยวฉันจะขึ้นไปบนห้องสักหน่อย”
“ค่ะคุณท่าน” แล้วทั้งสองก็เดินแยกกันไปทางที่ต่างฝ่ายต่างตั้งใจแต่แรก
พอมาถึงห้องซักผ้า ร้อยรักก็แยกเสื้อผ้าของตัวเอง เสื้อสีขาวและตัวไหนสีตกเธอจะซักมือเอง เมื่อจัดการแยกเรียบร้อยก็นำเสื้อผ้าที่สีไม่ตกและเป็นผ้าสีนำปั่นในเครื่องซักผ้า ส่วนที่ซักมือก็จัดการซักเหมือนที่เคยทำ แต่ขณะกำลังนั่งซักขยี้ผ้าอยู่นั้นก็มีเสื้อลอยมาจากไหนไม่รู้กระแทกกับหน้าของเธอ
ตุ้บ!
“ซักให้ฉันด้วย” โยนเสื้อใส่หน้าคนที่นั่งซักผ้าพร้อมกับสั่ง
“ค่ะ” ร้อยรักตอบรับคำสั่งเพียงสั้นๆ ถึงจะไม่เข้าใจและงงที่เขามาห้องซักผ้าได้ยังไง และมาตอนไหน อีกอย่างเสื้อผ้าของเขาจะมีคนไปนำมาซักอยู่แล้ว เขาไม่น่าต้องลงมาเอง
“ซักให้สะอาดล่ะ เสื้อตัวนี้ตัวโปรดฉัน มันเปื้อนลิปสติกของจูลี่ ฉันกลัวมันซักไม่ออกเลยว่าจะมาซักเอง แต่ลงมาเห็นเธอกำลังซักอยู่เลยให้เธอซักให้ดีกว่า เพราะมันคงสะอาดกว่าฉันซักเอง”
น้ำเสียงห้วนๆ เปล่งลอดออกมาจากปากของติณณ์ กรอบการ หรือติณณ์ วัย 34 ปี เจ้าของโชว์รูมนำเข้ารถสปอร์ตรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทยในตอนนี้ ชายหนุ่มรับธุรกิจนี้มาจากผู้เป็นพ่อเมื่อ 5 ปีก่อน และเมื่อ 2 ปีที่แล้ว พ่อของเขาก็เพิ่งมาจากไปโดยโรคหัวใจ และนั่นทำให้เขาเข้ามาบริหารงานอย่างเต็มตัว ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนช่วยพ่อดูแลบริหารลับๆ เท่านั้น
“ค่ะ”
“ดี ถ้าไม่สะอาดเป็นเรื่องแน่” พูดจบก็เดินจากไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมาในห้องซักผ้าอีก ส่วนร้อยรักได้แต่มองเสื้อที่กำแน่นในมือและมองรอยลิปสติกรูปปากที่คอเสื้อและตามแขนเสื้อของเขาแล้วน้ำตาคลอ
หลังจากฝนหยุดตก จูลี่คู่ขาของติณณ์ก็กลับไปพร้อมกับมื้อเย็นที่ตั้งโต๊ะเสร็จพอดี ปรางทิพย์นั่งหัวโต๊ะมองเด็กสาวในอุปการะของตัวเองกำลังช่วยเด็กรับใช้ในบ้านจัดเตรียมอาหารบนโต๊ะ เพราะร้อยรักเป็นเด็กดีแบบนี้ไง นางถึงรักและเอ็นดูและรู้สึกดีใจที่ในอดีตตัวเองรับเด็กสาวมาดูแล
“มานั่งเถอะหนูรัก ให้เด็กๆ ทำต่อก็ได้”
“ไม่เป็นไรค่ะคุณท่าน หนูอยากช่วย”
“ปล่อยยัยเฉิ่มเถอะครับแม่ปราง เขาอยากทำ อย่าไปห้ามเขาเลย” ติณณ์เดินล้วงกระเป๋ากางเกงขาสั้นสามส่วนเดินเข้ามาในห้องรับประทานอาหารด้วยท่าทางสบาย
“ถ้าพูดดีๆ ไม่ได้ก็ไม่ต้องพูดตาติณณ์” ปรางทิพย์เอ็ดลูกชาย
“ครับ ผมแตะไม่ได้เลยเด็กของคุณแม่เนี่ย ตักข้าวได้แล้วฉันหิว” แล้วก็หันไปตะคอกสั่งเด็กดีของคุณแม่ตัวเอง
“ค่ะ” ร้อยรักรีบตักข้าวให้เขาทันทีเมื่อเขาสั่งเสียงดัง
“นึกว่ากินแม่จูลี่นั่นอิ่มจนกินข้าวเย็นไม่ลงแล้วซะอีก” ปรางทิพย์อดเอ่ยเหน็บแนมลูกไม่รักดีของตัวเองไม่ได้
“อิ่มน่ะอิ่มกายครับแม่ปราง แต่อิ่มท้องต้องข้าว” แล้วก็ตักอาหารตรงหน้ามาใส่จานข้าวตัวเองที่ร้อยรักตักให้เสร็จ ทานโดยไม่สนใจจะพูดอะไรต่อ ส่วนร้อยรักก็ตักข้าวให้ผู้มีพระคุณของตัวเอง ก่อนจะตักให้ตัวเองแล้วไปนั่งที่ประจำของตนและเริ่มลงมือทานเช่นกันพร้อมกับตักอาหารให้กับผู้มีพระคุณ
“ขอบคุณจ้ะหนูรัก” ปรางทิพย์ตักอาหารให้เด็กสาวกลับบ้าง
หึ!
ภาพของแม่ของเขากับร้อยรักทำให้เขาอดขำในลำคอไม่ได้ แล้วคว้าแก้วน้ำมาดื่มจนหมดแก้วพร้อมกับลุกขึ้น
“อิ่มแล้วเหรอพ่อติณณ์” ปรางทิพย์เห็นลูกชายลุกขึ้น
“จะว่าอิ่มก็ไม่เชิง เพราะผมกินไม่ลงแล้วตอนนี้” พูดจบก็เดินออกไปจากตรงนี้ทันที
“อย่าใส่ใจพี่เขาเลยนะลูก” ปรางทิพย์ปลอบเด็กสาวที่ก้มหน้าเศร้า เพราะรู้ดีว่าสาเหตุมาจากตนที่ทำให้เขาทานข้าวไม่ลง
“หนูไม่เป็นไรค่ะคุณท่าน หนูชินแล้ว” ใช่...ชินแล้ว เพราะเขาเป็นแบบนี้ตั้งแต่เด็กจนตอนนี้เธอเรียนมหาวิทยาลัยปีสองแล้ว
“ทานต่อเถอะลูก อย่าไปสนใจคนนิสัยไม่ดีเลย สนใจก็มีแต่จะเสียสุขภาพจิตเปล่าๆ” นางบอกเด็กสาวพร้อมกับยื่นมือไปลูบหัวทุยเล็กของเด็กสาวเบาๆ
“ค่ะคุณท่าน”
เธอตักกับข้าวให้ท่านพร้อมกับตักให้ตัวเอง แม้จะบอกไม่คิด แต่ใจเธอก็คิดอยู่ดี เธออยากให้เขาสนใจ ใส่ใจ พูดเพราะๆ ด้วยเหมือนกับผู้หญิงที่เขาชอบควงและชอบพามาค้างที่บ้าน การที่เขาพาผู้หญิงคนอื่นเข้ามานอนค้างอ้างแรมที่บ้านด้วย ใช่ว่าคุณท่านจะเห็นด้วย ท่านก็เคยบอกห้ามแล้ว แต่ติณณ์ไม่ยอมฟังก็ยังพามาค้างด้วยตลอด จนตอนนี้ท่านปลงแล้ว ไม่สนใจแล้ว อยากทำอะไรก็เชิญเลย
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา ร้อยรักติดงานที่มหาวิทยาลัยต้องกลับดึก และช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน อานนท์ก็อาสาขับรถมาส่งเธอเหมือนทุกครั้ง เมื่อลงจากรถเดินเข้ามาในบ้านก็เห็นติณณ์กำลังเดินเซขึ้นบันไดบ้าน ซึ่งรู้ทันทีว่าเขาเมา เพราะวันนี้เป็นวันศุกร์ พรุ่งนี้เขาไม่ได้ไปทำงาน ทุกเย็นวันศุกร์ชายหนุ่มจะดื่มจนเมากลับมาบ้านทุกครั้ง
ร้อยรักรีบสาวเท้าเดินกึ่งวิ่งไปช่วยประคองร่างใหญ่ที่กำลังจะเซล้มและก็รับได้ทันเวลาพอดี แต่ตัวเขาใหญ่และหนักจึงทำให้เธอรับน้ำหนักของชายหนุ่มไม่ได้จนเธอล้มก้นกระแทกพื้นโดยมีร่างของเขาล้มทับอยู่เหนือร่าง
โอ๊ย!
ตุ้บ!
“อะไรวะ เพราะเธอเลยฉันถึงล้ม” ติณณ์โวยวายใส่คนที่วิ่งเข้ามารับตนโดยไม่สำนึกเลยว่าหญิงสาวมารับตัวเองเพื่อไม่ให้ล้มก้นกระแทกพื้นแล้วเขายังจะมาต่อว่าเธออีก
“ขอโทษค่ะ” เธอขอโทษเขาพร้อมกับดันเขาที่นั่งทับเธอให้ลุกขึ้น เพราะเธอรับน้ำหนักเขาไม่ไหว
“รู้ก็ดีแล้ว” ติณณ์ประคองร่างตัวเองลุกขึ้นพร้อมกับคว้าจับราวบันไดยึดร่างตัวเองไว้
“ให้รักช่วยไหมคะ” ด้วยกลัวว่าเขาจะตกบันไดเลยขันอาสา
“ก็ดีเหมือนกัน เธอเพิ่งกลับ” หันมาเห็นชุดของอีกฝ่ายยังเป็นชุดนักศึกษา
“ค่ะ พอดี...”
“ฉันไม่อยากรู้เหตุผล พาฉันไปส่งบนห้องเดี๋ยวนี้ ฉันอยากอาบน้ำนอนแล้ว” เขารีบเอ่ยแทรกตัดคำพูดของหล่อนทันทีพร้อมกับความรู้สึกแปลกๆ ที่กำลังก่อตัวขึ้นในหัว กลิ่นตัวของร้อยรักเมื่อกี้นี้มันแปลกและก็หอมไม่เหมือนใคร ทำไมเขาไม่เคยได้กลิ่นนี้มาก่อน หรือเพราะว่าตัวเธอเปียก เขาถึงได้กลิ่นแบบนี้
“ค่ะ” แล้วเธอก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินประคองเขาขึ้นบันไดบ้าน เพราะตอนนี้ก็ดึกมากแล้วจะเที่ยงคืนแล้ว เขาคงง่วงมากจริงๆ แถมยังเมาด้วย
“หนูส่งคุณติณณ์ที่หน้าห้องนะคะ” เธอบอกเขาเมื่อประคองเขาขึ้นมาหยุดที่หน้าห้องนอนของเขาแล้ว
“ทำไมไม่เข้าไปส่งข้างในให้จบงานล่ะ อาสาพามาแล้ว” เขาบอกหญิงสาว แม้ไม่รู้เลยว่าตอนนี้ตัวเองต้องการอะไรกันแน่ เพราะตลอดที่ก้าวเดินขึ้นบันไดมา กลิ่นกายของเด็กสาวมันช่างเย้ายั่วเหลือเกิน จนเขาอยากสัมผัสแม่คนตัวเล็กที่ตนเกลียดแสนเกลียดคนนี้ดูสักครั้ง
“หนูเปียก เดี๋ยวห้องคุณติณณ์จะสกปรกค่ะ” เธอบอกเขา
“เธอก็ทำความสะอาดสิ ไปส่งฉันในห้อง” พูดจบก็บิดผลักประตูดันเปิดเข้าไป
“ค่ะ” แล้วเธอก็ต้องพาเขาเข้าไปในห้องอย่างเลี่ยงไม่ได้ พอก้าวพ้นประตูห้องมาแล้วก็ได้ยินเสียงประตูกระแทกปิด และคนที่ปิดก็คือเจ้าของห้อง เขาใช้เท้ายันปิดประตู ตอนนี้แหละที่ร้อยรักรู้สึกว่าเขาน่ากลัวกว่าปกติที่เจอทุกวันและก็มีลางสังหรณ์บอกว่าไม่ปลอดภัย
“หนูส่งแค่นี้นะคะ” เธอผละถอยห่างจากร่างใหญ่ที่ประคองอยู่ทันที เมื่อรู้ถึงอันตราย แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อมือใหญ่ของเขาคว้าจับเอวเล็กของเธอกระตุกรั้งเข้าไปหาจนเสียหลักปะทะกับหน้าอกของเขา
ว้าย!
“จะไปไหน ยังไม่ถึงเตียงเลยยัยเฉิ่ม”
“หนูจะกลับห้องค่ะ คุณติณณ์ปล่อยนะคะ”
หึหึ
“เธอคิดว่าเมาแค่นี้ ฉันจะพาตัวเองขึ้นมาบนห้องไม่ได้เหรอยัยเด็กกาฝาก ฉันเมาประจำก็ขึ้นมาห้องเองตลอดไม่เห็นต้องขอให้ใครพาขึ้นห้องเลย มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่อาสาพาฉันขึ้นห้อง” เขาเพิ่มแรงไปที่มือหนาที่คว้าจับเอวเล็กแน่นขึ้น
“หนู...”
“ปากเธอเนี่ยมันพูดเป็นคำแค่นี้วนไปวนมาเท่านั้นเหรอยัยเด็กเฉิ่ม”
ว่าอย่างรำคาญแล้วใช้มือใหญ่อีกข้างผละออกจากที่รัดเอวเล็กมาเชยคางมนให้แหงนเงยขึ้นหาตนเอง แล้วก็โน้มหน้าลงมากระแทกปากหนาบดจูบอย่างรวดเร็ว แล้วอาศัยจังหวะนี้ขบเม้มริมฝีปากอวบอิ่มของสาวน้อยแล้วสอดแทรกเรียวลิ้นสากเข้าไปควานชิมรสของโพรงปากน้อย
“อ่ะ...อื้อ...”
เสียงครางอู้อี้ดังลอดออกมาจากริมฝีปากที่บดขยี้กระแทกกันโดยมีลิ้นสากของติณณ์สอดแทรกควานกลืนความหวานในโพรงปากน้อยพร้อมกับไล่ต้อนเรียวลิ้นเล็กของสาวน้อยไร้เดียงสา ที่ตอนนี้อ่อนระทวยจะร่วงทรุดกับพื้น เขาอุ้มเอวเล็กไว้แล้วก็ปล้ำจูบเอาแต่ใจ เพียงแค่จูบยังหวานหอมขนาดนี้ แล้วถ้าเป็นตัวเธอล่ะ จะหวานขนาดไหน กลิ่นก็หอมแปลกๆ
“อ่า...อื้อ...” พอคนตัวโตถอนจูบร้อนหยาบโลนออกมา หล่อนก็ตัวอ่อนซบไปกับหน้าอกกว้างของคนตัวโตด้วยความอ่อนแรงและหอบหายใจแรงด้วยความตื่นเต้นและหวาดกลัวในสัมผัสของติณณ์
“ทำเป็นจูบไม่เป็น” เขาแสยะยิ้มเย้ยคนในอ้อมกอดพร้อมคลายกอดที่รัดเอวเล็กออกแล้วดันร้อยรักออกห่างเล็กน้อย
“คุณทำแบบนี้กับหนูทำไม อือ...” ยังคงเหนื่อยหอบจากจูบ ตอนนี้ขาของเธอแทบจะทรงตัวเองไม่อยู่ เป็นเพราะเขาคนเดียวที่ปล้นลมหายใจของหล่อนไปเมื่อกี้
“ฉันก็แค่อยากรู้ว่าปากของคนเฉิ่มๆ อย่างเธอ มันจะมีรสยังไง ก็ใช้ได้นี่”
ปากพูดอย่าง แต่ในใจบอกว่ายิ่งกว่าใช้ได้ทีเดียว มันทั้งหวานและหอมมาก และตอนนี้เขาก็อยากจูบหล่อนอีก เท้าใหญ่ก้าวไปหาคนตัวเล็กกว่าที่ถอยก้าวไปชิดประตูห้อง แต่ยังไม่ทันถึงตัวสาวเจ้าก็เอ่ยขึ้นมา
“คะ...คุณติณณ์เมาแล้ว หนูกลับก่อนนะคะ” เธอบอกเขาแล้วก็อาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังชะล่าใจและไม่ทันระวังตัวรีบหมุนตัวบิดลูกบิดห้องเปิดออกไปอย่างรวดเร็วโดยที่ติณณ์คว้าร่างเล็กไว้ไม่ทัน
ปัง!
เสียงประตูห้องกระแทกปิดรุนแรงพร้อมกับร่างเล็กในชุดนักศึกษาหายไปต่อหน้าต่อตา มือใหญ่ได้แต่ทุบประตูห้องด้วยความหงุดหงิดแล้วปลดเปลื้องชุดสูทสากลของตัวเองออกทิ้งเหลือแต่กายเปลือยเปล่า แล้วก็ก้มมองความเป็นบุรุษที่ตอนนี้มันแข็งตัวขึ้นเพราะร้อยรักก็ได้แต่กัดกรามแน่น
กรอด!
“ยัยเด็กบ้า คอยดูนะ ฉันจะไม่ปล่อยไปแค่นี้แน่”
หมายมาดกับตัวเองแล้วเดินตัวเปลือยไปยังห้องน้ำโดยไม่สนใจเสื้อผ้าที่ถอดทิ้งกองไว้ที่หน้าประตู ตอนนี้เขาต้องการน้ำเย็นๆ เพื่อดับความร้อนรุ่มของกายเนื้อที่หว่างขาของตัวเอง จะโทรหาจูลี่มันก็ดึกแล้ว จึงได้แต่กัดฟันแน่นให้น้ำเย็นๆ ของฝักบัวบรรเทาความร้อนรุ่มในครั้งนี้
“อ่า...เจอฉันแน่ยัยเด็กบ้า อือ...”
เช้าวันเสาร์ร้อยรักไม่มีเรียน เธอจึงตื่นแต่เช้าเหมือนปกติที่ตื่นเป็นประจำมาช่วยงานแม่บ้านในบ้านทำความสะอาดแต่เช้า และก็ช่วยทำมื้อเช้าให้กับผู้มีพระคุณพร้อมกับลูกชายของท่าน เมื่อทำมื้อเช้าเสร็จเธอจึงกลับขึ้นไปบนห้อง เพราะเช้านี้เธอไม่พร้อมจะเจอหน้าของติณณ์ ด้วยภาพเมื่อคืนยังคงติดตรึงใจและความรู้สึก เขาเป็นจูบแรกของหล่อนด้วย เขาทำแบบนั้นทำไม ทั้งๆ ที่เขาเกลียดเธอ
ด้านปรางทิพย์ลงมาทานมื้อเช้าเห็นเด็กตักข้าวต้มปลามาให้ตัวเองจึงถามหาร้อยรักก็ได้ความว่าเช้านี้หญิงสาวไม่หิว นางก็ได้แต่พยักหน้ารับรู้แล้วมองไปยังทางหน้าห้องรับประทานอาหาร ที่ตอนนี้ลูกชายคนดีน้อยของนางเดินเข้ามา นางจึงสั่งให้เด็กตักข้าวต้มปลาให้ลูกชายตัวเองบ้าง
ติณณ์ไม่เห็นร้อยรักร่วมรับประทานอาหารด้วยจึงได้แต่กระตุกยิ้มมุมปากทานอาหารเช้าด้วยความอร่อยกว่าทุกวัน พร้อมกับชวนผู้เป็นแม่พูดคุยและชวนท่านไปเที่ยวพักผ่อน หรือว่าท่านอยากไปเที่ยวไหนกับเพื่อนๆ หรือเปล่าในช่วงนี้ เขาจะเป็นสปอนเซอร์ออกค่าใช้จ่ายให้แม่และเพื่อนๆ ของแม่เอง
“ทำไมลูกชายแม่ดูใจดีแปลกๆ” ปรางทิพย์เอ่ยถามลูกชายพร้อมกับตักข้าวต้มเข้าปาก
“ก็เห็นว่าช่วงนี้แม่ปรางอยู่บ้านเฉยๆ ผมกลัวแม่ปรางจะเบื่อเลยอยากให้แม่ได้เที่ยวครับ” เขาบอกเสียงเรียบและตักข้าวต้มเข้าปากเคี้ยวบ้าง
“อือ...ก็ดีนะ แม่อยากไปยุโรปช่วงนี้ อยากไปเยี่ยมน้าป้อมของลูกเหมือนกัน”
“งั้นก็ไปเลยครับแม่ปราง ผมจัดการให้เองเรื่องตั๋วเดินทาง ผมอยากให้แม่ปรางมีความสุขที่สุด อะไรที่เป็นความสุขและความต้องการของแม่ ผมยินดีจะหามาให้และทำเพื่อแม่ปรางครับ” เขาบอกแม่พร้อมกับหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม เมื่อตอนนี้ท้องของเขามันเริ่มแน่นแล้ว
“ทำตัวน่ารักแปลกๆ นะเนี่ยลูกคนนี้” นางยังคงสงสัยในความใส่ใจของลูกชายที่มีต่อตนเอง
“ก็ติณณ์รักแม่ปรางยังไงครับ สรุปจะไปเยี่ยมน้าป้อมนะครับ เดี๋ยวผมให้เลขาจัดการตั๋วให้ครับ”
“แม่อยากชวนหนูรักไปด้วย แต่หนูรักยังไม่ปิดเรียนเลย”
“เด็กนั่นอีกแล้ว แม่จะเอาเด็กนั่นไปทำไม เปลือง!” เขาพูดอย่างหงุดหงิด เพราะเขาจะจัดการกับเด็กนั่นแหละถึงอยากให้ผู้เป็นแม่ไปเที่ยวสักพัก เพราะเมื่อคืนเขาคิดทั้งคืนว่าจะทำยังไงกับร้อยรักดีและถ้ามีแม่ของเขาอยู่ในบ้าน เขาคงทำอะไรได้ไม่สะดวก ฉะนั้นเช้านี้จึงอยากให้แม่ไปเที่ยวพักผ่อนสักพักยังไงล่ะ
“ดูพูดเข้าลูกคนนี้ ปากร้าย”
“ก็จริงครับ เปลือง แค่ผมหาเงินมาให้ยัยนั่นใช้จ่ายทุกวันก็มากพอแล้ว อีกอย่าง...เธอเป็นแค่กาฝากนะแม่ปราง” เขาเริ่มหงุดหงิดเมื่อแม่ของเขามักใส่ใจเด็กในอุปการะ
“ลูกไม่สงสารน้องเหรอลูก หนูรักน่ะน่าสงสาร แล้วมาอยู่กับเรา ลูกก็ควรจะให้ความอบอุ่น ตาติณณ์น่ะเกลียดน้องมากเกินไปแล้ว สงสารน้องบ้างเถอะ”
“ผมจำเป็นต้องสงสารเด็กที่เข้ามาแย่งพื้นที่ความรักของผมด้วยเหรอครับ”
“แม่กับพ่อรักติณณ์กว่าใครทั้งนั้น ความรักของพ่อกับแม่ที่มีให้ติณณ์ มันต่างจากความรักที่แม่และพ่อมีให้หนูรักนะลูก ยังไงลูกก็เป็นที่หนึ่งเสมอ”
หึ...
“ที่หนึ่งเสมอ ไม่อยากพูดเรื่องเด็กกาฝากให้เสียอารมณ์ สรุปแม่ปรางจะไปหาน้าป้อมไหมครับ ถ้าไป ผมจะให้เลขาจัดการให้ แต่ถ้าจะรอเด็กนั่นก็ตามใจครับ ตอนนั้นผมอาจจะไม่ได้ใจดีเป็นสปอนเซอร์ออกเงินให้เหมือนครั้งนี้นะครับ”
“เงินแม่ก็มีเยอะ ไม่เห็นต้องแคร์เงินลูกเลยตาติณณ์ แม่เหนื่อยจะพูดกับลูกแล้ว แม่ขึ้นไปหาหนูรักดีกว่า” นางคว้าแก้วน้ำข้างๆ มือขึ้นมาดื่มด้วยความหงุดหงิดลูกชายตัวดี ไม่รู้ปากจะร้ายไปไหน และก็คิดอะไรไม่เข้าท่า คิดได้ยังไงว่าร้อยรักเข้ามาแบ่งความรักจากนางและพ่อของตนไปจากตนเอง โตแต่ตัวจริงๆ ลูกนาง
“ครับ ผมแตะต้องไม่ได้เลยยัยกาฝากของแม่ปราง ผมจะออกไปข้างนอกแล้ว”
“ไปเลย วันหยุดลูกก็ไม่เคยอยู่บ้านเหมือนคนอื่นเขาหรอก ไปหาแม่จูลี่ของลูกเลยไป”
“ครับ ก็ผมมันเป็นลูกไม่ดีของแม่นี่ครับ”
เฮ้อ!
ปรางทิพย์ได้แต่ถอนหายใจลุกขึ้นเดินจากโต๊ะอาหารไปโดยไม่สนใจลูกชาย คำพูดของติณณ์แต่ละคำช่างทำให้นางหงุดหงิดและอารมณ์เสียจริงๆ อารมณ์เสียแต่เช้าเลย ถึงแม้จะปากร้าย นิสัยไม่ดี แต่ติณณ์ก็ทำงานดีมาตลอด เพราะผลกำไรของโชว์รูมนั้นเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี และยังได้รับรางวัลนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงอีกต่างหาก แถมกับผู้หญิงคนอื่น ลูกเขาทำตัวน่ารัก เทคแคร์ใส่ใจดีเสมอ แต่กับร้อยรักทั้งๆ ที่อยู่บ้านเดียวกัน ลูกชายกลับชังน้ำหน้า ชังชนิดที่ไม่อยากร่วมโต๊ะทานข้าวกันเลย เพราะเหตุผลนี้แหละ นางจึงไม่อยากทิ้งให้ร้อยรักอยู่บ้านกับลูกชายของตนเอง กลัวว่าร้อยรักจะโดนรังแก ยิ่งอ่อนแอและไม่สู้คนอยู่ด้วย
ติณณ์บอกแม่ว่าจะออกไปข้างนอกแต่แล้วก็ไม่ไป เขากลับขึ้นมานอนอ่านหนังสือเศรษฐกิจบนห้องนอนของตัวเองพร้อมกับอ่านรายงานการขายของพนักงานขายที่ส่งเข้ามาในเมล์ให้ตนเอง โดยไม่สนใจว่าตอนนี้จะเป็นเวลาเท่าไหร่แล้ว และฝนก็ตกหนักด้วยข้างนอก เขาจึงหยุดทำงานแล้วนอนพักผ่อนให้สมกับเป็นวันหยุดพักผ่อนของตัวเอง พอเอนตัวนอนได้ไม่นานกำลังจะหลับก็มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“ประตูไม่ได้ล็อกเข้ามาสิ” น้ำเสียงทุ้มอนุญาตผู้รบกวนหน้าห้องพร้อมกับมองไปยังบานประตูที่ถูกผลักเปิดเข้ามา และก็เห็นร่างเล็กของร้อยรักเดินแทรกเข้ามาในห้องของตนเอง
“คือหนูมาเก็บผ้าไปให้...”
“ฝนตกยังคิดจะซักผ้าอีกเหรอ ซักตอนนี้ก็เหม็นอับสิ” หญิงสาวยังพูดไม่จบความ เขาก็โต้สวนตอบกลับพร้อมกับดีดตัวลุกขึ้นเดินก้าวลงจากเตียงนอนไปหาคนที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องของตนเองที่เพิ่งปิดสนิท
“ที่บ้านมีซักแห้งค่ะ ไม่ต้องตาก” เธอบอกเขาแล้วเดินผ่านหน้าเขาเข้าไปในห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้าของชายหนุ่ม หากว่าทุกคนว่าง เธอคงไม่ต้องขึ้นมาเก็บเสื้อผ้าที่ห้องเขาแทนหรอก เพราะเธอยังไม่อยากเจอเขา แต่ก็ต้องมาเพราะพี่ส้มขอร้องให้ขึ้นมาช่วย เนื่องจากพี่ส้มติดเก็บของอยู่ข้างล่างหนีฝนอยู่
ว้าย!
แล้วก็ต้องตกใจเมื่อถูกคว้าเอวเล็กไว้
“ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว มาต่อเมื่อคืนให้เสร็จดีกว่าว่าไหม” เขาเคลื่อนโน้มหน้ามากระซิบข้างหูของคนตัวเตี้ยกว่าพร้อมกับรัดเอวเล็กกระชับเข้าหาตัวเอง
“ปล่อยหนูเถอะค่ะ” เธอขืนตัวเองในอ้อมแขนแข็งแรงพร้อมกับพยายามแกะมือใหญ่ที่รัดเอวตัวเองออก
หึหึ
“ปล่อย...ปล่อยแบบไหน ปล่อยบนเตียงดีไหม” พูดจบก็อุ้มร่างเล็กขึ้นทันที
ว้าย!
ด้วยความตกใจ เมื่อถูกอุ้มจึงตวัดเรียวแขนทั้งสองเกี่ยวลำคอหนาของอีกฝ่ายไว้ด้วยกลัวว่าตัวเองจะตกลงไป
ตุ้บ!
ร่างเล็กถูกเหวี่ยงโยนไปบนเตียงนุ่มอย่างรวดเร็วเมื่อก้าวเดินมาถึงเตียง ติณณ์มองร่างเล็กวันนี้ที่สวมใส่เพียงเสื้อยืดแขนสั้นตัวเก่าๆ และกางเกงขาสั้นอวดเรียวขาขาวเนียนให้เห็น เขาเพิ่งได้มองร่างเด็กเฉิ่มก็วันนี้เองว่ามันไม่ได้เฉิ่มอย่างการแต่งตัวของหล่อน แต่มันกลับเย้ายั่วน่าสัมผัสเมื่ออยู่ในชุดนี้ ยิ่งตอนนี้อยู่บนเตียงของเขาด้วย
ร้อยรักตั้งตัวได้ก็ถีบเท้าถอยหนีลงจากเตียงใหญ่ แต่ก็ถูกมือหนาคว้าดึงข้อเท้ากระตุกดึงรั้งกลับไป
ว้าย!
“คุณติณณ์อย่าทำอะไรหนูเลยนะคะ”
“ฝนตกแบบนี้ เราควรหาอะไรทำกันดีกว่าไหม...หึหึ”
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าข้างนอกก็ร้องดังน่ากลัวจนเธอสะดุ้งกอดตัวเองแน่น
หึหึ
เขาขันในท่าทางของเด็กสาวตรงหน้า แล้วก็ลูบมือหนาหยาบกร้านของตัวเองไล้จากข้อเท้าเล็กที่จับขึ้นไปยังต้นขานวลเนียนพร้อมกับตัวเขาเคลื่อนไปคร่อมทับกักร่างน้อยไว้ใต้ร่าง แม้ว่าเธอจะดิ้นขัดขืนและพยายามผลักดันตัวเขาออกห่าง แต่แรงแค่นี้มีหรือจะสู้แรงผู้ชายอกสามศอกอย่างเขาได้
“คุณติณณ์อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ คุณเกลียดหนูไม่ใช่เหรอ” เธอพยายามดันร่างใหญ่โตเหนือร่างออกห่าง แต่ก็ยากเหลือเกิน
“เกลียดกับอยากเอา มันต่างกันนะเด็กน้อย เมื่อคืนเธอทำฉันแสบมากยัยเฉิ่ม”
กัดฟันเอ่ยเสียงลอดไรฟันออกมาด้วยความปวดร้าวกลางกายแข็งแรงที่หว่างขา เพียงแค่ขึ้นคร่อมทับได้กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ของร้อยรัก เขาก็ปวดร้าวและอยากกระแทกกายเคลื่อนไหวเร่าร้อนในร่างเล็กคับแน่นของหล่อนแล้ว และยิ่งเธอฉ่ำเพราะเขา เขายิ่งเสียวร้อนในช่องท้อง
“อ่า...ให้ตายสิ ยัยเด็กบ้า ฉันต้องการเธอ” เขาบอกออกมาอย่างไม่ปิดบัง ตอนนี้เขารู้สึกร้อนรุ่มไปทั่วสรรพางค์กาย อยากจ้วงลึกไหวโยกแอ่นกระแทกเข้าหาร่างน้อยใต้ร่างให้ครวญครางไม่ได้ศัพท์
“มะ...ไม่นะคะคุณติณณ์ หนูไม่ต้องการแบบนี้ ยะ...อย่าทำอะไรหนูเลยนะคะ อ่ะ...อื้อ...”
แล้วเสียงพูดก็ถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอระหงเมื่อปากหนาอุ่นร้อนของชายร่างใหญ่เหนือร่างประกบปิดบดขยี้ลงมาพร้อมกับเรียวลิ้นสากของเขาสอดแทรกเข้ามาในโพรงปากของเธอ หล่อนพยายามเบี่ยงลิ้นน้อยตัวเองหลบหนีปลายลิ้นของเขา แต่แล้วก็พ่ายแพ้เมื่อถูกต้อนจนมุมยอมให้เขาดูดดึงรั้งลิ้นตัวเองเล่น
“อ่า...อื้อ...”
เสียงครางดังลอดออกมาจากปากทั้งสองที่บดจูบกันอยู่ มือใหญ่ของติณณ์เคลื่อนไหวสัมผัสมายังไหล่มนแล้วเคลื่อนมายังเรียวแขนเล็กที่อ่อนระทวยของสาวเจ้า ก่อนจะเคลื่อนมาบีบเคล้นขยำสองเต้าที่แอ่นยกเร่าดิ้นรนขัดขืนตามเจ้าของร่าง แต่ยิ่งเธอบิดกายดิ้นหนีก็ยิ่งเป็นการปลุกเร้าอารมณ์ของเขา
“อ่า...หวานเหลือเกินยัยกาฝาก อ่า...ฉันมองข้ามเธอไปได้ยังไง อืม...” ผละออกมาไล้ปลายลิ้นเลียแก้มนวลอมชมพูของร้อยรักแล้วก็กัดเม้มด้วยความมันเขี้ยว
“อ่ะ...เจ็บ!”
“อ่า...แค่กัดเอง อ่า...” ครางพร่าเมื่อมือใหญ่ที่วางนาบบีบเคล้นทรวงที่อยู่ใต้เสื้อยืดตัวเก่านั้นช่างเต็มไม้เต็มมือจนติณณ์ไม่อยากอดทนอีกต่อไป เขาอยากสัมผัสเนื้ออวบหยุ่นนุ่มแน่นของเจ้าหล่อน
“ปล่อยหนูไปเถอะคุณติณณ์ อ่ะ...อื้อ...” หล่อนห้ามเสียงตัวเองไม่ได้ เมื่อมือใหญ่ของเขาบีบขยำทรวงทั้งสองข้างของเธอ หล่อนพยายามถีบเท้าดิ้นหนี แต่ยิ่งดิ้นเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเพิ่มแรงบีบของมือหนาที่สองเต้ามากขึ้น
“อ่า...บรรยากาศมันได้ขนาดนี้ยังคิดว่าฉันจะปล่อยเธออีกเหรอยัยกาฝาก ถึงเวลาตอบแทนเงินที่ฉันหามาให้ใช้แล้ว เธอควรจะตอบแทนฉันนะ” เขาพูดเสียงนุ่มทุ้มลึกพร้อมกับเคลื่อนกายผละลุกขึ้นไปถลกดึงเสื้อยืดตัวเก่าๆ ของเจ้าหล่อนออกทางหัว เมื่อเสื้อถูกถลกดึงทิ้งแล้ว เขาก็มองสองเต้าที่เบียดอัดอยู่ในยกทรงสีชมพูหวานของหล่อนแล้วก็เผลอตวัดปลายลิ้นแตะริมฝีปากตัวเองอย่างไม่รู้ตัว
ภาพของคนที่นั่งคร่อมทับเธอมันทำให้เธอสั่นกลัว เธอไม่เคยรู้เลยว่าการได้เห็นอีกมุมนี้ของเขามันน่ากลัวแค่ไหน สายตาของเขามันน่ากลัว ติณณ์จ้องมองเธอราวกับโจรหื่นห้าร้อย ให้ตายเถอะ เขาด่าว่าเธอยังไม่กลัวเท่ากับตอนที่สายตาหื่นกระหายของเขาจ้องมองเธอตอนนี้เลย