ตอน 2

ตอนที่ 2

@หลายวันต่อมา

“คุณภพจะไปไหนแต่เช้าครับเนี่ย” จอมกับผาคนงานในสวน ขี่มอเตอร์ไซค์คันเก่งผ่านมาที่หน้าบ้านของไตรภพพอดี เห็นเจ้านายกำลังสตาร์ทรถ ผาจึงเอ่ยถามขึ้น เพราะปกติแล้ว จะไม่ค่อยเห็นไตรภพออกไปไหนแต่เช้าวันอาทิตย์แบบนี้

“อยากรู้ก็ขึ้นมาสิ” เมื่อเจ้านายชวนมีหรือทั้งสองคนจะไม่ไป ทั้งสองกระโดดขึ้นรถตามไปด้วย อยากรู้เหมือนกันว่าเจ้านายของพวกเขาจะไปไหนแต่เช้า และเมื่อรถแล่นไปตามท้องถนนเรื่อยๆ

“นี่คุณภพพาพวกผมมาเที่ยวกรุงเทพเหรอครับนี่” จอมเอ่ยถามขึ้น เพราะเห็นว่า เจ้านายกำลังขับรถมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพ แต่ไตรภพไม่ได้จะพาจอมกับผามาเที่ยวหรอก

“เปล่า...พามาช่วยขนของ” ไตรภพหันไปตอบลูกน้องอย่างอารมณ์ดี แถมยังมีรอยยิ้มอีกด้วย ผิดกับวันปกติที่ชอบทำหน้าเข้มอยู่ตลอดเวลา ไม่รู้ว่าหงุดหงิดหรือเป็นเพราะว่าอากาศเมืองไทยมันร้อน

“โถ่ไอ้พวกผมก็คิดว่าพามาเที่ยวซะอีก” ผาตอบอย่างเซ็งๆ แต่ก็พอจะรู้แล้วว่าเจ้านายของพวกเขา จะพาไปขนของที่ไหน

“ถึงแล้ว...ลง” รถยนต์สี่ประตูคันใหญ่แล่นเข้ามาจอดที่บ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านกลางใจเมืองกรุงเทพ

ทั้งสองหนุ่มผากับจอมลงจากรถแล้วมองไปรอบๆ บ้านหลังนี้ไม่ได้ใหญ่แต่ก็ไม่ได้เล็ก มีพื้นที่ไม่ได้กว้างมาก พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นตัวบ้าน ส่วนรอบๆก็จะมีแค่ทางเดินเล็กๆเท่านั้น ผิดกับบ้านสวนของไตรภพ ที่มีพื้นที่กว้างขวางแถมร่มรื่นอีกด้วย มองไปทางไหนก็มีแต่ต้นไม้ใบหญ้า ดูแล้วสดชื่นไปหมด ไม่เหมือนกับที่บ้านหลังนี้ที่มีแต่ปูน แต่ก็สะอาดสะอ้านดี

“บ้านหลังนี้เหรอครับ”

“อือ เดี๋ยวช่วยขนของกันหน่อยนะ”

ทันใดนั้นพิเชษฐ์ก็ออกมาต้อนรับ เมื่อเห็นว่าน้องชายขับรถมาจอดอยู่ที่หน้าบ้านแล้ว

“สวัสดีครับพี่เชษฐ์” ไตรภพเดินเข้าไปหาคนเป็นพี่ ที่ยืนรออยู่ที่หน้าบ้าน พร้อมกับลูกน้องอีกสองคน ที่เดินตามมาด้วย จอมกับผายกมือไหว้พิเชษฐ์เช่นกัน ถึงพิเชษฐ์จะมีศักดิ์เป็นพี่ชายของไตรภพก็จริง แต่อายุของทั้งสองคนก็ห่างกันมาก

“สวัสดี มาเร็วเหมือนกันนะนี่” ไตรภพอาศัยอยู่จังหวัดที่ไม่ได้ไกลจากกรุงเทพมากนัก ขับรถแค่ชั่วโมงกว่าๆก็ถึงแล้ว สมัยนี้ถนนดี เหยียบแป๊บเดียวก็ถึง

“พี่รบกวนด้วยนะ ฝากยัยแก้วยังไม่พอ แถมยังต้องให้มารับอีก” พิเชษฐ์พูดถึงตัวเอง ก็ตอนแรกว่าจะไปส่งลูกสาวด้วยตัวเอง แต่ติดธุระกะทันหันขึ้น พรุ่งนี้ก็ต้องออกเดินทางแล้ว พิเชษฐ์จึงโทรไหว้วานให้ไตรภพมารับแก้วขวัญ ซึ่งไตรภพเองก็ไม่ได้ว่าอะไร

“ไม่เป็นไรเลยครับพี่ มีอะไรก็บอกผมได้ ผมยินดี” ทั้งหมดพากันเดินเข้าไปนั่งในบ้าน โดยมีพิเชษฐ์เป็นคนบริการหาน้ำมาให้ทั้งสามคนดื่ม

“แก้ว…แก้วเอ้ย เสร็จหรือยังลูก คุณอามารับแล้วนะ” พิเชษฐ์ตะโกนขึ้นไปชั้นบนของบ้านเรียกลูกสาว ที่ยังไม่ยอมลงมาสักที

“มาแล้วค่า…” แก้วขวัญวิ่งลงมาจากชั้นบนของบ้าน เธอส่งเสียงมาแต่ไกล เพราะได้ยินเสียงคุณพ่อร้องบอกว่าคุณอามาแล้ว แก้วขวัญมีอาการตื่นเต้นเหมือนเด็กที่กำลังจะได้ไปเที่ยว

“คุณอาภพสวัสดีค่ะ” เสียงใสๆของแก้วขวัญเอ่ยสวัสดีพร้อมกับพนมมือเรียวสวยของเธอไหว้คุณอาไตรภพ และพี่ๆทั้งสองคนที่มากับคุณอาด้วย

“สวัสดี...ไงสาวน้อย พร้อมที่จะไปอยู่ในป่ากับอาหรือยัง” ไตรภพเอ่ยทักทายหลานสาวด้วยรอยยิ้ม

“พร้อมค่ะ แก้วจะไปลักกินผลไม้ของคุณอาให้หมดสวนเลย” แก้วขวัญโต้ตอบคุณอาของเธออย่างตื่นเต้น เธอกำลังคิดถึงภาพผลไม้ที่ดกเต็มต้น ที่คุณพ่อของเธอเคยเล่าให้ฟัง

“ตัวเล็กกะเปี๊ยกแค่นี้จะกินยังไงหมดฮึ” มือใหญ่จับศีรษะหลานสาวโยกไปโยกมาอย่างขี่เล่น จนเด็กสาวถึงกับต้องปัดมือใหญ่นั้นทิ้ง แล้วทำหน้าบูดๆใส่

“คอยดูแล้วกัน ว่าแต่...คุณอาขา...ไปถึงแก้วขอชิมทุเรียนลูกนึ่งได้ไหมคะ”

“ได้สิ จะกินจนอ้วนให้พี่เชษฐ์กลับมาแล้วจำลูกสาวไม่ได้เลยก็ได้นะ” ไตรภพเย้าหลานสาวเล่น เพราะดูจากหุ่นแล้วขุนยังไงก็ไม่น่าจะอ้วนได้

“แก้วไม่ได้ตะกละขนาดนั้นสักหน่อย”

“เอาล่ะ เดี๋ยวพี่ต้องออกไปทำธุระหน่อย ภพจะพักก่อนอีกสักพักก็ได้นะ เดินทางมาเหนื่อยๆ”

“ไม่เป็นไรครับพี่ ว่าแต่หลานสาวผม พร้อมหรือยังจะได้ให้ไอ้สองคนนี้มันช่วยขนของให้”

“พร้อมแล้วค่ะ ยกของพวกนี้ใส่รถคุณอาเสร็จ ก็ไปกันได้เลยค่ะ” แก้วขวัญบุ้ยหน้าไปทางกระเป๋ากับสัมภาระของตัวเอง ที่ถูกกองรวมกันไว้ใกล้ๆหน้าประตูทางเข้า

“หมดนี่เลยเหรอ” ไตรภพเลิกคิ้วสูงถามหลานสาว เพราะสัมภาระที่ถูกกองรวมกันไว้มันเยอะมาก ตอนแรกคิดว่าเป็นของพิเชษฐ์ที่จะไปดูงานที่เมืองนอกซะอีก

“ค่ะ หมดนี่เลย ทำไมเหรอคะ” แก้วขวัญไม่เข้าใจ ก็เธอไปตั้งสามเดือน แค่นี้ถือว่าน้อย แต่สำหรับผู้ชาย ของที่กองอยู่ตอนนี้มันเยอะมาก มากถึงขนาดต้องหันไปมองดูรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน

“เอาอะไรไปบ้างนี่ ทำไมเยอะอย่างนี้”

“ก็เสื้อผ้าแล้วก็ของใช้อีกนิดหน่อยค่ะ” เธอใช้คำว่านิดหน่อย แต่ดูจากสิ่งที่กองอยู่มันไม่น่าจะใช้คำว่านิดหน่อยได้นะ แต่คุณอาหนุ่มก็เลือกที่จะไม่ขัดใจ อยากเอาไปหมดนี่เขาก็ยินดีช่วยขน

“ไอ้สองคน ไปสิขนของขึ้นรถ” ไตรภพหันไปสั่งลูกน้องทั้งสองของเขาที่เอาสอยห้อยตามมาด้วย

“ครับ” ผากับจอมเริ่มช่วยกันขนของที่กองไว้ขึ้นรถ โดยมีแก้วขวัญช่วยขนด้วย

“พ่อไปไม่นาน อยู่ทางนี้ดูแลตัวเองด้วยนะลูก” พิเชษฐ์เอ่ยบอกลูกสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนปนเป็นห่วง

“ค่ะคุณพ่อ คุณพ่อไม่ต้องห่วงแก้วนะคะ คุณพ่อไปทำงานให้สบายใจเลย แก้วโตแล้ว แก้วอยู่ได้” แก้วขวัญเป็นคนไม่ได้ยุ่งยากหรือซับซ้อนอะไรมากนัก แล้วเธอก็ไม่อยากให้คุณพ่อของเธอเป็นห่วงด้วย เธอพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น จนคนเป็นพ่อรู้สึกสบายใจขึ้น

“ภพ พี่ฝากหลานด้วยนะ” พิเชษฐ์หันไปฝากฝังลูกสาวกับน้องชาย ที่นับถือกันเหมือนพี่น้องแท้ๆ

“ครับ ไม่ต้องเป็นห่วงครับ ผมจะดูแลให้อย่างดี” สำหรับไตรภพเด็กสาวตัวเล็กแค่นี้ เขาคิดว่าเขาช่วยดูแลให้ได้สบายอยู่แล้ว และแก้วขวัญเอง เธอก็เป็นเด็กน่ารัก แต่ถึงจะแอบดื้ออยู่บ้างตามนิสัยเด็กๆ แต่ไตรภพก็คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร

“ขอบใจมาก ถ้าอย่างนั้นขับรถดีๆนะ ได้เวลาแล้ว พี่ต้องเข้าบริษัทไปเอาเอกสารอีกนิดหน่อย พรุ่งนี้จะเดินทางแล้ว” พิเชษฐ์ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู แล้วก็เห็นว่าถึงเวลาที่เขาจะต้องไปทำธุระแล้วจึงได้เอ่ยขึ้น

“ดูแลตัวเองด้วยนะครับพี่”

“คุณพ่อ...มาให้แก้วกอดหน่อย หอมแก้มด้วย ฟอด! ฟอด!” แก้วขวัญกอดคุณพ่อของเธอ พร้อมกับหอมแก้มซ้าย แก้มขวา อย่างออดอ้อน เหมือนกับปกติที่เธอชอบทำเป็นประจำ

“เจ้าลูกคนนี้มันขี้อ้อนจริงๆ เมื่อไหร่จะโตสักทีหึ” คนเป็นพ่อก็มักจะมองว่าลูกเป็นเด็กเสมอในสายตาของท่าน แต่แก้วขวัญกลับไม่ชอบให้ใครมาพูดว่าเธอเป็นเด็ก

“แก้วไปนะคะ” ทั้งหมดร่ำลากันเสร็จ ก็ออกเดินทางทันที

ตอน 3

ตอนที่ 3

ทั้งหมดเข้ามานั่งในรถ โดยคนขับก็คือไตรภพเหมือนเดิม เพราะเขาไม่ไว้ใจให้ลูกน้องขับรถให้ อีกอย่างจอมกับผาก็ไม่ชินเส้นทางด้วย เพราะพวกมันไม่ค่อยได้เข้ากรุงเทพสักเท่าไหร่ ส่วนไตรภพเอง เขาเข้ากรุงเทพบ่อยเพราะต้องเข้ามาติดต่อเรื่องผลไม้กับลูกค้าอยู่เป็นประจำ

“คุณแก้วครับ” ผากำลังชวนเด็กสาวที่ขึ้นรถมาใหม่คุย

“เรียกแก้วเฉยๆก็ได้ค่ะ พวกพี่น่าจะอายุมากกว่าแก้วหลายปี”

“ไม่ได้หรอกครับ พวกผมเป็นแค่คนงาน เรียกคุณแก้วนั่นแหละดีแล้วครับ” ผากับจอมเกรงใจคุณภพ ในเมื่อพวกเขาเรียกไตรภพว่าคุณภพ จอมกับผาที่เป็นลูกน้องก็ควรจะเรียกหลานสาวของคุณภพว่าคุณแก้วเหมือนกัน

“ถ้างั้นก็แล้วแต่นะคะ แก้วยังไงก็ได้” แก้วขวัญนั่งด้านหน้าข้างๆคุณอาของเธอ ส่วนผากับจอมนั่งอยู่ด้านหลัง

“ผมชื่อผานะครับ ส่วนไอ้นี่ชื่อจอมครับ”

“ยินดีที่ได้รู้จักพี่ๆ ทั้งสองคนนะคะ”

“คุณแก้วอายุเท่าไหร่ครับนี่”

“สิบแปดค่ะ” ทั้งสองหนุ่มผลัดกันคุยกับเด็กสาวที่มีใบหน้าหวานสวย ใครเห็นใครก็อยากชวนคุยด้วยเป็นธรรมดา ไตรภพรู้สึกว่าแก้วขวัญเข้ากับคนง่าย ก็ดีเหมือนกันเธอจะได้ไม่เหงา

“จ้าแม่คนโต เป็นผู้ใหญ่แล้ว” เป็นเสียงของไตรภพที่กำลังทำหน้าที่ขับรถอยู่หันมาแซวหลานสาวคนสวยของเขา

“คุณแก้วเคยไปที่บ้านสวนไหมครับ ทำไมพวกผมถึงไม่เคยเห็นหน้าคุณแก้วเลย เคยเห็นแต่คุณเชษฐ์”

“เคยค่ะ แต่นานมากแล้ว มากขนาดที่ว่า แก้วยังจำเกือบไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยไป”

“ถ้าจะขนาดนั้น มาบ้านอาครั้งนี้อยู่ให้มันเบื่อกันไปข้างนึงเลยดีไหม” ไตรภพหันมาพูดบ้าง เพราะเห็นว่าหลานสาวพูดเว่อไปหน่อย ถ้าเขาจำไม่ผิดน่าจะห้าปีแล้วมั้ง ที่แก้วขวัญไปเที่ยวที่บ้านสวนครั้งสุดท้าย ตอนนั้นเธอยังไม่ได้โตเหมือนตอนนี้

“เบื่อแน่ค่ะ ตั้งสามเดือน”

“ระวังจะหลงคารมไอ้สองคน จนไม่อยากจะไปจากที่นั่นล่ะ” ไตรภพพาดพิง จนผากับจอมถึงกับร้อนตัว

“โอ้โหคุณภพก็พูดเกินไป คุณแก้วครับพวกผมสองคนต้องขอประทานโทษด้วยนะครับ พอดีพวกผมสองคนไม่โสดแล้วครับ จะโสดก็เหลือแต่คุณภพนั่นแหละ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะเจอคนที่ถูกใจสักที” เป็นผาที่พูดขึ้นมาอย่างร้อนตัว ทั้งสองคนที่นั่งอยู่ด้านหลัง ยังไม่มีใครแต่งงานมีครอบครัวหรอก เพียงแต่ว่ามีแฟนแล้วก็เท่านั้น

“วันๆกูก็อยู่แต่กับพวกมึง แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปมองสาววะ ดูสิขนาดจะไปไหน มาไหน พวกมึงสองคนยังตามตูดกูไปทุกทีเลย”

ที่จริงสาวที่ว่า ก็พอมีมาทอดสะพานให้ไตรภพอยู่บ่อยๆไป ไม่ว่าจะเป็นลูกสาวเจ้าของสวนข้างๆ หรือจะเป็นเจ้ร้านเสริมสวยประจำหมู่บ้านที่ผัวตาย หรือแม้นแต่แม่ม่ายลูกติด ก็พอมีมาชวนเขาคุยอยู่บ้าง แต่นั่นดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ทางของไตรภพ เพราะเขาจะคุยกับพวกหล่อนแค่เป็นมารยาทเท่านั้น ยังไม่เคยสนใจใครเป็นพิเศษ

“แฮ่ๆ ก็ผมอยากนั่งรถชมวิวบ้างนี่ครับ”

“อยากนั่งรถชมวิวหรือว่าขี้เกียจทำงาน” ถึงวันนี้จะเป็นวันอาทิตย์ ซึ่งวันนี้อาจจะเป็นวันหยุดของหลายๆคน แต่สำหรับงานสวนแล้ว ถ้ามีงานก็ต้องทำ คงหยุดไม่ได้ เพราะถ้าไม่อย่างนั้นผลไม้อาจจะเสียหายได้

“คุณภพครับ ได้โปรดอย่ามองพวกผมแบบนั้นสิครับ พวกผมใจบาง...” จอมหมายความว่า อย่าเอาความจริงมาพูดมันรู้สึกไม่ดี

“ฮ่าๆๆ พวกพี่ๆนี่ตลกดีนะคะ แก้วชอบ”

ระหว่างการเดินทางจากกรุงเทพมาถึงบ้านสวน ทั้งสี่คนบนรถ ก็นั่งคุยกันมาตลอดทาง แก้วขวัญเป็นคนคุยเก่ง เธอมักจะน่ารักกับทุกคนเสมอ จนในที่สุดรถก็ได้แล่นเข้ามาจอดสนิทที่หน้าบ้านของไตรภพ

“เดี๋ยวพวกมึงสองคนช่วยขนของบนท้ายรถ เอาไปไว้ในบ้านให้ด้วยนะ” ไตรภพรีบสั่งลูกน้องทั้งสองคนทันที เพราะตอนนี้ไตรภพรู้สึกหิวข้าวแล้ว

“รับทราบครับลูกพี่”

“มาค่ะแก้วช่วย”

“ไม่ต้องหรอก ให้พวกมันขนไปให้นั่นแหละ แก้วไปทานข้าวกับอาดีกว่า อาสั่งทำกับข้าวไว้รอแก้วเยอะเลยนะ แต่ไม่รู้ว่าจะถูกใจหรือเปล่า” ไตรภพไม่เคยรู้ว่าแก้วขวัญชอบหรือไม่ชอบทานอะไร เขาจึงสั่งให้แม่ครัวทำมาหลายๆอย่างเผื่อๆไว้

“จริงเหรอคะ แก้วกำลังหิวพอดีเลยค่ะ ลำบากพี่สองคนแล้ว ฝากด้วยนะคะ” เมื่อพูดถึงเรื่องกิน น้ำย่อยในกระเพาะของแก้วขวัญก็เริ่มทำงานทันที

“ไม่เป็นไรครับ เชิญคุณแก้วตามสบายเลยครับ” ส่วนจอมกับผาพอขนของเสร็จ ก็คงเข้าไปกินในสวน เพราะไตรภพสั่งแม่ครัวให้ทำอาหารเลี้ยงลูกน้องในสวนอยู่แล้ว

“คุณอารอแก้วด้วยค่ะ” ขายาวๆของไตรภพเดินเร็วๆเข้าไปในบ้าน จนแก้วขวัญที่หันมาคุยกับพี่ๆทั้งสองคน พอหันกลับไปอีกที คุณอาของเธอก็เดินเข้าบ้านไปไกลแล้ว แก้วขวัญจึงรีบวิ่งตามคุณอาเข้าไปในบ้านด้วยความรู้สึกตื่นเต้นนิดๆ

“โอ้โห...น่าทานทั้งนั้นเลยค่ะ” แก้วขวัญเห็นอาหารบนโต๊ะ ที่เรียงรายกันอยู่หลายอย่าง น้ำลายของเธอก็เริ่มทำงานแข่งกับน้ำย่อยอีกครั้ง

“นั่งสิ” ไตรภพนั่งลงก่อนแล้ว เอ่ยบอกให้แก้วขวัญนั่งลงที่เก้าอี้ตรงกันข้ามกับเขา

“ใครเป็นคนทำคะนี่ น่าทานจังเลย” แก้วขวัญหันไปถามกิ่งกับฟ้าที่ยืนอยู่ใกล้ๆโต๊ะอาหาร รอยยิ้มใสๆของเด็กสาวทำให้กิ่งกับฟ้ายิ้มให้แก้วขวัญเช่นกัน

“พวกพี่ทำกันเองค่ะ คุณทานเยอะๆนะคะ” กิ่งรีบพูดขึ้นอย่างเอาใจเด็กสาวที่มาอยู่ใหม่อย่างเอาหน้าทันที

“หนูชื่อแก้วขวัญ เรียกว่าแก้วเฉยๆก็ได้ค่ะ” แก้วขวัญยิ้มหวานเอ่ยแนะนำตัวเองอย่างง่ายๆ แล้วหันมาสนใจอาหารตรงหน้าต่อ

“พี่ชื่อกิ่ง ส่วนพี่คนนี้ชื่อฟ้าค่ะ คุณแก้วทานเยอะๆนะคะ วันนี้พวกพี่ทำสุดฝีมือเลยค่ะ” กิ่งแนะนำตัวเองและเพื่อนของหล่อนที่ยืนอยู่ด้วยกันให้เด็กสาวรู้จักด้วย

“ถ้าอย่างนั้นแก้วไม่เกรงใจแล้วนะคะ ขอทานเลยแล้วกัน” แก้วขวัญหยิบช้อนแล้วตักอาหารเข้าปาก แบบว่าชิมถ้วยโน้นที ชิมถ้วนนี้ที แล้วก็ทำหน้าอร่อย จนไตรภพที่นั่งมองอยู่ อดที่จะยิ้มให้กับหลานสาวที่กำลังชื่นชมอาหารตรงหน้าไม่ได้

แก้วขวัญชอบทานอาหารรสจัด แต่อาหารที่ซื้อแม่ค้าส่วนมากจะทำรสชาติกลางๆ ทำให้เธอชอบทำอาหารทานเองอยู่บ่อยๆ

“พวกเธอสองคนไปทำงานอื่นเถอะ ขอบใจมาก” ไตรภพไล่ทั้งสองคนทางอ้อม เพราะเขาไม่ชอบให้ใครมายืนมองเวลาเขาทานอาหาร

“ให้กิ่งอยู่นะคะ เผื่อว่าคุณภพกับคุณแก้วอยากได้อะไร กิ่งจะได้บริการให้ไงคะ” กิ่งรีบเสนอตัวรับใช่ เพราะอยากทำความรู้จักกับหลานสาวของคนที่หล่อนแอบชอบ จะได้ทำคะแนนด้วย แต่ก็ต้องสิ้นหวังเพราะประโยคต่อมาของเจ้าของบ้าน ที่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักขึ้น

“ไปเถอะ ไม่ต้องหรอก” นั่นจึงทำให้กิ่งกับฟ้าเดินออกมา แล้วไปทำงานของตัวเองต่อ โดยที่กิ่งรู้สึกหงุดหงิดและไม่พอใจอยู่พอสมควร

“ข้าต้องทำขนาดไหนวะ คุณภพถึงจะหันมามองข้าบ้าง” กิ่งพูดกับฟ้า เพราะหล่อนพยายามทำทุกอย่างให้กับไตรภพมาโดยตลอด แต่ไตรภพก็ไม่เคยเห็นในความดีของกิ่งเลยสักครั้ง

“เพ้อเจ้ออยู่ได้ แกน่ะเป็นแค่คนงานในสวนของเขา เขาคงไม่หันมามองแกหรอกเลิกฝันลมๆแล้งๆสักทีเถอะ” ฟ้าพูดอย่างเบื่อๆ ปนรำคาญ

“ไม่มีทาง ข้าไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆหรอก ตราบใดที่คุณภพยังไม่มีใคร ข้าก็ยังมีสิทธิ์หวัง” กิ่งพยายามบอกกับตัวเองว่าหล่อนยังสามารถหวังได้อยู่ ถึงจะหลอกตัวเองไปวันๆก็ตาม

“แล้วแต่เลยแล้วกัน ถ้างั้นข้าไปทำงานก่อนนะ” ฟ้าไม่เห็นด้วยเลยที่เพื่อนของเธอหวังอะไรที่ไม่เข้าท่า แต่พูดเท่าไหร่กิ่งก็ไม่ยอมฟัง

“รอด้วย...” กิ่งรีบเดินตามเพื่อนเข้าไปในไร่ เพราะคนงานที่นี่พอเสร็จจากงานของตัวเองที่ได้รับมอบหมายแล้ว ทุกคนจะต้องมาช่วยกันในสวน แล้วแต่ว่าใครจะชำนาญเรื่องอะไร ก็ไปทำหน้าที่ตรงส่วนนั้น เพราะว่าไตรภพคงไม่ได้จ้างคนมานั่งกินเงินเดือนอย่างเดียว เขาค่อยข้างดุ เพราะคนงานที่นี่ทุกคนก็มักจะกลัวและไม่เคยอู้ที่จะทำงานให้

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED