ตอน 1

ตอนที่ 1 รับปาก

@จังหวัดเชียงราย

บ้านหลังใหญ่บนเนินเขา ที่ใครๆต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี นั่นก็คือบ้านแม่พร ทุกคนในจังหวัดนี้ไม่มีใครไม่รู้จักท่าน คนงานส่วนมากมักจะเรียกท่านติดปากว่าแม่พร ส่วนคนอื่นๆ ก็เรียกป้าเรียกน้าแล้วแต่สะดวก

ท่านเป็นผู้ใหญ่ใจดี มีลูกชายหนึ่งคน ลูกสาวหนึ่งคน ลูกชายเป็นคนโตยังไม่มีเมีย ส่วนลูกสาวมีสามีแล้ว ท่านเป็นเจ้าของสวนอ้อย สวนยาง และยังเป็นเจ้าของแผงตลาดสดขนาดใหญ่ในตัวเมืองอีกด้วย

“ตาภูมิ...” ภูวดลลูกชายคนโตของบ้านก้าวขาเดินเข้ามาในบ้านแม่ยังไม่ทันไร เสียงแม่ก็เรียกดังมาแต่ไกล

“ครับ” ภูวดลมีบ้านอยู่ต่างหาก เขาปลูกบ้านอยู่ในสวนองุ่น ซึ่งก็อยู่ไม่ได้ไกลจากบ้านแม่พรมากนัก ระยะทางประมาณสามกิโลขับรถแป๊บเดียวก็ถึง

“อายุก็ไม่น้อยแล้ว เมื่อไหร่จะมีเมียสักทีล่ะ” เป็นคำถามยอดฮิตไปไหนมาไหนคนก็ชอบถามคำถามนี้กับเขา...น่ารำคาญสิ้นดี!

“ยังไม่สะดวกครับ” ตอบแบบขอไปที แล้วเลือกที่จะเดินหนี

“ดูมันตอบเข้า...นี่แม่นะ! คิดว่าเป็นเพื่อนเล่นหรือยังไง” โดนดุจนได้!

“โธ่แม่ครับ ถ้าแม่อยากให้ผมมีเมียมากนัก แม่ไปหามาเลยครับ ขอตัวก่อนนะพอดีผมมีธุระ” ที่จริงก็ไม่ได้มีธุระที่ไหน แต่เลือกที่จะเดินออกไปทั้งๆที่เพิ่งมาถึง

“ดูมันๆ เป็นคนแบบนี้ถึงไม่มีใครเอา” เสียงแม่พรด่าไล่หลังตามไปเสียงดัง มีหรือเขาจะไม่ได้ยิน

“เอาน่าแม่...อย่างหงุดหงิดน่า เดี๋ยวความดันขึ้นนะจ๊ะ” กลิ่นลูกสาวคนเล็ก อยู่บ้านหลังเดียวกับแม่ ช่วยพูดให้แม่ใจเย็นๆ

“เมื่อกี้พี่แกบอกว่าให้แม่หาเมียให้มันได้ใช่มั้ย” แววตาของแม่พรเริ่มมีความหวัง

“ขนาดแม่ยังไม่รู้เลยใช่มั้ย ว่าจะไปหาผู้หญิงที่ไหนมาให้พี่ภูมิ” ซึ่งกลิ่นเองก็ยังมองไม่ออกเหมือนกัน ว่าผู้หญิงที่ไหนจะมาชอบคนบ้างานอย่างพี่ภูมิได้ ไม่ได้บ้างานอย่างเดียว ผู้หญิงสักคนก็ไม่เคยมอง

“ใครบอก...ถ้าหาได้แล้วมันไม่ยอมแต่งล่ะน่าดู” แม่พรเป็นผู้หญิงเก่งที่ค่อนข้างกว้างขวาง ท่านรู้จักคนเยอะ ทั้งจังหวัดนี้จะไม่มีผู้หญิงสักคนที่เหมาะสมกับลูกชายของท่านเลยก็ให้มันรู้ไป!

“อ้าว...แล้วแม่จะไปไหนจ๊ะนั่น”

“จะไปเก็บค่าเช่าแผงที่ตลาดสักหน่อย”

“ให้พี่เปลวขับรถไปให้เอามั้ยจ๊ะ” เปลวคือสามีของกลิ่น ลูกเขยของแม่พรนั่นเอง

“ไม่ต้องๆ แม่ไปเองได้ อยากได้อะไรหรือเปล่าล่ะ” บ้านของท่านอยู่ในหมู่บ้านชนบทที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาต้นไม้ มีความอุดมสมบูรณ์เป็นธรรมชาติสุดๆ ส่วนแผงตลาดอยู่ในเมืองโน่น ใช้เวลาเดินทางนานพอสมควร ระยะทางประมาณสามสิบกิโลเห็นจะได้

“ไม่จ่ะ”

“เย็นๆโน่นแหละแม่ถึงจะกลับ” เก็บค่าเช่าแผงที่ตลาดเสร็จ ก็ว่าจะไปดูต้นอ้อยในสวนสักหน่อย น่าจะใกล้ตัดได้แล้ว

@ตลาดสด

#รัตติกาล หรือ เจ้าขา

ฉันชื่อเจ้าขาบ้านอยู่ในตัวจังหวัด ที่บ้านเปิดร้านขายอาหารตามสั่ง มีพ่อกับแม่พี่ชายและพี่สะใภ้ช่วยกันทำ เป็นธุรกิจครอบครัว ส่วนฉันเพิ่งจะเรียนจบ เอาจริงๆก็จบมาเกือบปีแล้วแหละ มีแฟนเป็นลูกเจ้าของร้านขายหมูในตลาด แต่ตอนนี้เลิกกันแล้ว

เหตุผลที่ฉันตัดสินใจเลิกก็คือ ความเจ้าชู้และมักมากของมัน เราคบกันมาสองปี มันพยายามจะขอฉันมีอะไรด้วยมาตลอด แต่ฉันไม่ให้ ฉันบอกกับมันว่าถ้าอยากได้ก็ให้แม่มาขอ แต่งงานกันเมื่อไหร่ฉันจะยอมเป็นของมันทันที แต่มันก็ไม่เห็นมาสักที สุดท้ายมันก็แอบไปกินกับลูกแม่ค้าขายผักในตลาด ฉันก็เลยเลิกแต่ก็เพิ่งจะเลิกกัน ตอนนี้ยังรู้สึกเซ็งๆอยู่เลย

วันนี้แม่ชวนฉันออกมาซื้อของที่ตลาดหวังว่าจะไม่เจอพวกมันสองคนนะ ฉันยังทำใจไม่ค่อยได้ ปกติร้านขายอาหารของเราจะสั่งของไปลงที่ร้านเลย แต่ก็มีบางอย่างที่แม่อยากมาเลือกด้วยตัวเอง โดยเฉพาะของสด แม่ฉันชื่อแม่บัว ส่วนพ่อชื่อพ่อยอดค่ะ

ในขณะที่ฉันกับแม่เดินเลือกซื้อของสดในตลาดกันอยู่นั้น อยู่ๆก็มีผู้หญิงคนหนึ่งแต่งตัวดีท่าทางมีฐานะเดินเข้ามาทักแม่บัวของฉัน

“บัว...”

“อ้าวพี่พร...ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ”

“บัวสบายดีมั้ย นั่นลูกสาวเธอเหรอ”

“เจ้าขา สวัสดีป้าพรสิลูก ป้าพรเป็นเจ้าของตลาดที่นี่จ่ะ” ทำไมฉันถึงไม่เคยเจอ...อ่อคงเป็นเพราะฉันไม่ค่อยได้มาเดินตลาดสดแบบนี้สักเท่าไหร่

“สวัสดีค่ะป้าพร”

“สวัสดีจ่ะลูก”

“ป้าพรเป็นเจ้าของไร่อ้อยกับไร่องุ่นด้วยนะ”

“พอๆไร่องุ่นน่ะของลูกชาย ของพี่ซะที่ไหนกัน ว่าแต่...มีลูกสาวน่ารักนะเนี่ย หนูเจ้าขามีแฟนหรือยังลูก”

“มีแล้ว...แล้วก็เลิกไปแล้วค่ะป้า”

“อ้าวทำไมล่ะ”

“ผู้ชายห่วยค่ะป้า” ชีวิตฉันคบกับผู้ชายมาก็หลายคน ทุกคนล้วนแล้วแต่เจ้าชู้ไม่รู้จักพอ ฉันเกลียดผู้ชายแบบนี้ที่สุด!

“มาเป็นลูกสะใภ้ป้าเอามั้ย รับรองลูกชายป้านิสัยดีทำมาหากินเก่ง” ห๊า...

“ลูกชายพี่พร ยังไม่มีเมียอีกเหรอคะ อายุน่าจะมากกว่ายัยเจ้าขาเยอะเลย” เสียงแม่บัวของฉันเองค่ะ

“แหม...พูดเรื่องนี้แล้วมันยาว มาๆหาที่นั่งก่อนรีบกลับหรือเปล่า”

“แม่...กลับช้าเดี๋ยวพ่อก็บ่นอีก” ฉันหันไปสะกิดแม่ แม่ฉันชอบติดคุยรู้จักคนไปทั่ว จะว่าไปแล้วก็เป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งของแม่ค้าแหละ

“เถอะน่า นานๆเจอกันที นั่งคุยก่อนแป๊บนึงไม่เป็นไรหรอก” นี่แหละแม่บัวของฉัน

“มาๆหนูเจ้าขา นั่งลงก่อน” ป้าพรพาแม่บัวมานั่งลงที่โต๊ะไม้หินอ่อน ใกล้ๆจากที่ยืนคุยกันอยู่เมื่อสักครู่นี้

“เจ้าขาไปเดินซื้อของที่เหลือให้แม่ดีกว่าค่ะ”

“เออ...ก็ดีลูกจะได้เสร็จเร็วๆ” ฉันเดินออกไปจากตรงนี้ ปล่อยให้คนแก่เขาคุยกันไป ฉันเป็นเด็กไม่อยากฟัง...

“บัวว่าไง...”

“ว่าอะไรคะ”

“ก็ลูกสาวเธอไง ยกให้พี่นะ เดี๋ยวจะดูแลให้เป็นอย่างดีเลย เรียนจบแล้วไม่ใช่เหรอ”

“เพิ่งจบพี่ แต่เรื่องแต่งงานฉันคงต้องถามลูกก่อน พักนี้แกซึมๆคงเป็นเพราะเพิ่งเลิกกับแฟนนั่นแหละ นี่ก็เพิ่งจะยอมออกจากห้องมา”

“ลูกชายพี่เป็นถึงเจ้าของสวนองุ่น แถมยังมีโรงไวน์ใหญ่โต ไม่สนใจอยากได้ไปเป็นลูกเขยเหรอ”

“โฆษณาขนาดนี้ พี่พรมีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ”

“คืออย่างนี้...ไอ้ภูมิมันทำแต่งาน ไอ้พี่น่ะก็อยากมีหลาน อยากเห็นลูกชายมีเมียอยู่กันเป็นครอบครัว แต่มันไม่ยอมหา แฟนก็ไม่เคยมี พี่ก็เลยว่าจะหาให้มันน่ะ” อ๋อ...เป็นแบบนี้นี่เอง

“แล้วลูกชายพี่พรจะชอบจะรักลูกสาวฉันเหรอ”

“อยู่ๆกันไปเดี๋ยวก็ชอบกันเองนั่นแหละ หนูเจ้าขาน่ารักขนาดนี้ ผู้ชายที่ไหนจะอดใจไหน เธอว่ามั้ย”

ฉันซื้อของที่เหลือเสร็จจึงเดินกลับมา เห็นแม่บัวกับป้าพรยังคุยกันไม่เสร็จอีก

“โน่น...เจ้าตัวเดินหน้าเป็นตูดมาโน่นแล้วถามเลย ลูกว่ายังไง ฉันก็ว่าอย่างนั้น” ระหว่างที่ฉันเดินผ่านร้านขายหมูของแม่ภพ ภพคือแฟนเก่าของฉันเอง เจอมันกำลังหยอกเย้าจับแก้มยิ้มหวานอยู่กับลูกสาวร้านขายผักพอดี เห็นแล้วอารมณ์ขึ้นเลย เจ็บจี๊ด! ที่จริงฉันไม่ควรจะรู้สึกอะไรแต่มันอดไม่ได้จริงๆ

“หนูเจ้าขาจ๊ะ ป้าอยากได้หนูมาเป็นลูกสะใภ้ หนูสนใจจะแต่งงานกับลูกชายป้ามั้ย สินสอดไม่อั้น อยากได้เท่าไหร่เรียกมาได้เลย”

“เอ่อ...” ฉันหันไปมองหน้าแม่

“ว่ายังไงล่ะ ป้าเขาถาม” ฉันหันกลับไปมองหน้าป้าพรที่กำลังส่งยิ้มมาให้ฉันอีกครั้ง

“ลูกชายป้าพรเจ้าชู้หรือเปล่าคะ”

“ไม่เลยจ่ะ ข้อนี้ป้ารับประกันได้ มันไม่เคยมีแฟนเลยด้วยซ้ำ”

“ตกลงค่ะ”

“ห๊ะ!! หนูพูดจริงเหรอลูก” ป้าพรถามย้ำ

“ค่ะ”

“เจ้าขา...หนูคิดดีแล้วเหรอลูก พูดกับผู้ใหญ่พูดเล่นไม่ได้นะ” แม่บัวสะกิดแขนฉันยิกๆ

“ค่ะ ถ้าไม่เจ้าชู้เจ้าขาโอเค เจ้าขาเกลียดผู้ชายเจ้าชู้!” ภาพเมื่อสักครู่ยังคงติดตาติดใจอยู่เลย ทุเรศสิ้นดี!

“ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้เช้าพี่จะไปหาเธอที่บ้าน ไปคุยเรื่องนี้กันให้เรียบร้อย”

“เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ”

“พี่กลับก่อนนะ” และแล้วป้าพรก็เดินออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“เจ้าขา! รู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกไป”

“รู้ค่ะ ผู้ชายสมัยนี้ หาไม่เจ้าชู้ได้จากที่ไหนคะ ถ้าผู้ชายคนนั้นไม่เจ้าชู้ เจ้าขายินดีใช้ชีวิตร่วมกับเขาค่ะ”

“แล้วรู้หรือเปล่าว่ากลับคำไม่ได้แล้วนะ”

“เจ้าขาคิดน้อยไปเหรอคะ” ช่างเถอะ...

“รู้ตัวหรือเปล่าว่าหนูกำลังประชดตัวเองอยู่ เคยเห็นหน้าพี่เขาแล้วเหรอ เคยศึกษานิสัยใจคอกันแล้วหรือไง ถึงได้พูดกับผู้ใหญ่ออกไปแบบนั้น” ฉันกำลังโดนแม่บัวตำหนิ

“ขอให้ไม่เจ้าชู้อย่างเดียวก็พอแล้วค่ะ”

“แล้วแต่หนูแล้วกัน”

“ป้าพร...เป็นคนยังไงคะ”

“ป้าพรก็เป็นผู้ใหญ่ที่ดีคนหนึ่งนั่นแหละ แต่ชีวิตคู่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ สามีมีเมียน้อยตลอด”

“นั่นไงเห็นมั้ย ผู้ชายเจ้าชู้โคตรเยอะ แล้วตอนนี้คุณลุงไปไหนแล้วล่ะคะ” ฉันหมายถึงสามีของป้าพร

“เสียไปนานแล้วลูก เราอย่าไปพูดถึงครอบครัวเขาเลย กลับบ้านกันดีกว่า ซื้อของครบแล้วใช่มั้ย”

“ค่ะ”

ตอน 2

ตอนที่ 2 สู่ขอ

ช่วงเย็นแม่พรขับรถเข้ามาจอดที่หน้าบ้านของลูกชายในสวนองุ่น ท่านบีบแตรรถอยู่สองสามที แล้วจึงเปิดประตูรถก้าวขาลงมา ภูวดลเดินออกไปดูที่หน้าบ้าน เมื่อรู้สึกว่าเสียงรถที่ขับเข้ามาจอดเสียงมันคุ้นๆ

“ตาภูมิ...” แม่พรเรียกลูกชายเสียงดังมาแต่ไกล ท่าทางอารมณ์ดีซะด้วย

“อ้าวแม่...มีธุระอะไร ทำไมไม่โทรมา”

“แม่ได้ลูกสะใภ้แล้วนะ”

“ห๊ะ! ลูกสะใภ้อะไรของแม่ ไม่สวยผมไม่เอานะ”

“สวยหวาน แกเห็นแล้วจะตะลึง”

“แล้วแม่ไปทำอีท่าไหน ผู้หญิงคนนั้นถึงยอม”

“เห็นว่าเพิ่งเลิกกับแฟน น้องบอกกับแม่ว่าถ้าแกไม่เจ้าชู้ น้องพร้อมแต่งเลย”

“น้อง...”

“เรียนเพิ่งจบ”

“โอ๊ยแม่...เด็กแบบนั้น พูดเล่นมั้ง”

“พูดจริงย่ะ พรุ่งนี้แกเตรียมตัวให้พร้อมแม่จะไปคุยเรื่องแต่งงานแต่เช้า”

“ทางโน้นเขารีบขนาดนี้เลยเหรอ มีอะไรหรือเปล่า..."

“ฉับรีบเอง…มีอะไรมั้ย! แม่กลัวทางโน้นเขาเกิดเปลี่ยนใจไม่เอาแกขึ้นมาจะทำยังไง” ภูวดลยกมือขึ้นเกาหัว...แล้วแต่แม่เลยแล้วกัน

“ครับ...แม่กินข้าวหรือยัง ผมกำลังกิน กินด้วยกันมั้ยครับ”

“ไม่ล่ะ พรุ่งนี้เช้าแกแต่งตัวหล่อๆด้วยล่ะ แม่กลับก่อนนะ เดี๋ยวยัยกลิ่นบ่น” ภูวดลส่ายหน้าให้แม่ตัวเอง ก่อนที่จะเดินกลับเข้าบ้านมานั่งกินข้าวต่อในแบบชิวๆไม่ได้คิดอะไร

“แม่พรมาทำอะไรหรือครับพี่ภูมิ” ในบ้านจะมีลูกน้องอยู่สองคนคอยช่วยทำงานบ้าน ทำกับข้าว ฉัตรกับหาญ สองคนนี้เป็นสามีภรรยากัน จะอยู่ประจำที่บ้านหลังนี้

“มาบอกว่าได้ลูกสะใภ้แล้ว”

“ลูกสะใภ้...เมียพี่ภูมิหรือครับ” หาญถามต่อ...เนื่องจากแม่พรมีลูกชายคนเดียวนั่นก็คือภูวดล

“คงงั้นมั้ง”

“สวยหรือเปล่าครับ”

“ไม่รู้สิ ไม่เคยเห็น” ตอบแบบขอไปที ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก

“แล้วถ้าไม่สวยล่ะครับ”

“หลับหูหลับตาเอาๆไปเถอะ” จะได้จบๆไป!

“คิดได้อย่างนี้ก็ดีครับ”

“มีหลานให้ฉัตรเลี้ยงสักคนก็ดีนะคะ” ฉัตรภรรยาของหาญนั่งฟังอยู่นานขอพูดขึ้นมาบ้าง รู้สึกดีใจแทนเจ้านายหนุ่มด้วย

“คิดไกลพอๆกับแม่เลย...ผมอิ่มแล้วเก็บให้ด้วยนะ จะไปนั่งดูบิลวันนี้สักหน่อย”

“ค่ะ”

เช้าวันรุ่งขึ้น

เสียงมือถือดังขึ้นใกล้ๆปลุกให้ภูวดลตื่นแต่เช้า เพื่อลุกขึ้นมาแต่งตัวไปสู่ขอว่าที่ลูกสะใภ้กันในเช้าวันนี้

“แม่...เราจะหน้าแตกกลับไปหรือเปล่าเนี่ย ทำไมบ้านเงียบจัง” สองคนแม่ลูกเดินทางมาถึงหน้าบ้านของเจ้าขาแต่เช้าตรู่

“เถอะน่า...เดินตามมา ก่อนออกจากบ้านแม่โทรมานัดแล้ว คงอยู่กันในบ้านนั่นแหละ อ้าว...นั่นไงมีคนออกมาแล้ว” เป็นจังหวะที่แม่บัวเดินออกมาต้อนรับพอดี

“นึกว่ายังไม่ตื่นกัน บ้านเงียบเชียว” แม่พรทักทายแม่บัวในแบบเป็นกันเอง เนื่องจากพวกท่านรู้จักกันมานาน

“เชิญเข้าบ้านก่อนค่ะพี่พร”

“สวัสดีครับ” ภูวดลยกมือไหว้ว่าที่แม่ยาย

“สวัสดีลูก ตาภูมิเหรอเนี่ย เคยเห็นตอนเป็นเด็กๆไม่คิดว่าโตมาจะหล่อขนาดนี้ มาๆเข้าบ้านก่อน” บ้านของเจ้าขาเป็นบ้านสองชั้นหลังใหญ่แบบปิด ด้านบนเป็นห้องนอน ส่วนด้างล่างเป็นที่นั่งเล่นพักผ่อน ด้านหน้าบ้านติดถนนทำเป็นร้านอาหารอยู่ติดกับบ้าน

วันนี้ฉันถูกแม่บัวปลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวแต่เช้า รอว่าที่เจ้าบ่าวมาสู่ขอ ในใจรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อยแอบลุ้นหน้าตาพี่เขาแหละ หวังเอาไว้ในใจว่าคงจะไม่ขี้เหร่จนเกินไป ขอแบบไปวัดไปวาได้ก็พอ ไม่อยากมีแฟนหล่อหรอก ผู้ชายหน้าตาดีส่วนมากชอบเจ้าชู้ ฉันเบื่อผู้ชายแบบนั้นแล้ว

“สวัสดีครับพี่พร” เสียงพ่อยอดเอ่ยทักทายป้าพร

“สวัสดีค่ะ ตาภูมิสวัสดีพ่อตาสิลูก”

“สวัสดีครับ”

“เจ้าขา...สวัสดีป้าพรกับพี่ภูมิสิลูก” เสียงแม่บัวเอ่ยบอกฉันเบาๆ เนื่องจากตอนนี้ฉันกำลังรู้สึกว่า...ว่าที่เจ้าบ่าวของฉันหล่อเกินไป เกินมาตรฐานที่คิดเอาไว้เยอะเลย

“ป้าพรสวัสดีค่ะ พี่ภูมิสวัสดีค่ะ”

“เรียกแม่เถอะลูก ไม่ต้องเรียกป้าแล้ว จะได้ดูสนิทกัน แต่งแล้วไปอยู่ที่โน่นจะได้ไม่เขิน” แม่พร...

“ค่ะแม่” ฉันแอบมองไปที่ใบหน้าพี่เขานิดหน่อย ซึ่งฉันก็กำลังเห็นเขามองมาที่ฉันเช่นกัน...รู้สึกแปลกๆยังไงก็ไม่รู้ จะยิ้มให้กันสักนิดก็ไม่มี!

“พี่ขอเข้าเรื่องเลยแล้วกันนะ พี่น่ะอยากได้หนูเจ้าขามาเป็นลูกสะใภ้ ถือโอกาสสู่ขอเลยแล้วกัน”

“พี่พรครับ ลูกสาวผมน่ะ ข้อเสียมันเยอะมากเลยนะครับ”

“โอ๊ย…ไม่เป็นไรเลยค่ะ ใช่ว่าตาภูมิจะไม่มี วันนี้พี่มีสินสอดมาให้ไว้เลย นี่ค่ะทองคำแท่งเก้าบาท เงินสดอีกห้าแสน แหวนเพชรหนึ่งวง สร้อยข้อมือหนึ่งเส้น สร้อยคอทองคำอีกหนึ่งเส้น เป็นไงคะ ถ้าไม่พอเรียกเพิ่มได้ไม่อั้นเลยนะคะ” ฉันกำลังอึ้งกับค่าตัวของฉัน ไม่คิดว่าแม่พรจะให้เยอะขนาดนี้

“พอค่ะพอแล้ว! ยังไม่ต้องเอามาให้ตอนนี้หรอกค่ะ เอากลับไปก่อนเถอะ ถึงวันแต่งแล้วค่อยเอามาให้ก็ได้” แม่บัว...

“ไม่ได้ๆ เอาไว้ที่นี่แหละ จะได้รู้ว่าพี่จริงใจ หรือจะคิดว่าหมั้นกันเอาไว้ก่อนก็ได้” แม่พร...

“แต่ที่ให้มานี่มันเยอะเกินไป พวกเราไม่ได้จะขายลูกสาวกินนะครับ” ฉันกำลังนั่งฟังผู้ใหญ่คุยกัน แอบมองหน้าพี่เขาเป็นบางที สิ่งที่ฉันเห็นคือ หน้าพี่เขาเฉยมากค่ะ คนหรือหุ่นยนต์เนี่ย

“อย่าปฏิเสธน่าเสียน้ำใจพี่หมด” พ่อยอดกับแม่บัวมองหน้ากันแล้วก็...อือๆก็ได้

ผู้ใหญ่คุยกันเสร็จแม่พรก็ขอตัวกลับ ส่วนคนที่กำลังจะได้ใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน ยังไม่ได้พูดอะไรกันสักคำ ได้แต่มองหน้ากันนิ่งๆเท่านั้น

“แม่...พี่เขาเป็นใบ้หรือเปล่า ไม่พูดกับเจ้าขาสักคำ แถมยังประเคนสินสอดมาให้อย่างกับกลัวว่าลูกชายตัวเองจะไม่มีคนเอา”

“เปลี่ยนใจไม่ทันแล้วมั้ง” พ่อยอดมองสินสอดตรงหน้าแล้วพูดกับฉัน

“ไม่ได้เป็นใบ้ ตอนเข้ามาเขายังสวัสดีครับแม่กับพ่ออยู่เลย” แม่บัว...

“เออ...ก็จริง” ฉันทำท่านึก รอยยิ้มสักนิดยังไม่มีเลย งงมาก!

“หรือว่าพี่เขาถูกแม่พรบังคับให้มา”

“แม่จะไปรู้ได้ยังไง”

“แล้วแม่ว่าพี่เขาหน้าตาเป็นไง” ฉันถาม...

“ก็หน้าตาดีนะ”

“พ่อล่ะ พ่อว่าหน้าตาพี่เขาเป็นไง” ฉันหันไปถามพ่อยอดบ้าง

“หล่อเลยแหละ” ตอบคำถามเสร็จ ท่านก็หัวเราะเบาๆ

“พี่ขุน พี่ฟ้า ว่ายังไง” ฉันหันไปถามพี่ชายกับพี่สะใภ้ ที่เพิ่งจะเดินเข้ามาสมทบ

“เขาคงเขินมั้ง พี่รู้จักพี่ภูมิแต่ไม่สนิท” พี่ขุนพี่ชายฉันเองค่ะ

“พี่ขุนรู้จักเขาด้วยเหรอ”

“แค่รู้จักเฉยๆ เขาเป็นคนดังประจำจังหวัดนะ จะไม่รู้จักได้ยังไง”

“เขาเป็นคนยังไง พี่ขุนรู้มั้ย”

“เป็นคนปกตินี่แหละ ไม่มีอะไรหรอก อย่าคิดมาก”

“แล้วที่บอกว่า...พี่เขาไม่เคยมีแฟนจริงหรือเปล่า”

“คงจริงมั้ง พี่ไม่เคยได้ข่าวว่าเขามีแฟนนะ”

“แล้วทำไมไม่มีใครเอา หรือว่า...” ฉันกำลังเดาไปเรื่อย...

“พอๆๆ เลิกคิดได้แล้ว ครั้งหน้าเจอกันก็ถามเขาซะสิ”

ตอน 3

ตอนที่ 3 งานแต่ง

1 เดือนผ่านไป

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง งานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โต โดยมีแม่พรเป็นคนช่วยจัดการทุกอย่างให้ นอกจากสินสอดที่ท่านให้มาแล้ว งานแต่งในวันนี้ท่านยังขอออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ซึ่งปกติแล้วจะต้องเป็นฝ่ายเจ้าสาว ซึ่งทางฉันก็น้อมรับด้วยความเกรงใจ

กว่าจะมาถึงวันนี้ ฉันกับพี่ภูมิเจอหน้ากันอยู่สองสามครั้ง แต่ก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันมาก เขาเอาองุ่นมาให้ เอาจริงๆฉันเองก็เขินมากอยู่เหมือนกันทำตัวไม่ค่อยถูก ไม่เคยเจอผู้ชายนิสัยนิ่งๆแบบนี้มาก่อน

เสียงแห่ขันหมากดังเข้ามาเรื่อยๆ ฉันตื่นเต้นมากอย่างกับรักกันมานาน แต่เปล่าเลยที่ตื่นเต้นเป็นเพราะกำลังถามตัวเองอยู่ว่าต่อจากนี้ไปจะทำตัวยังไงดี

ในระหว่างที่พิธีต่างๆในงานได้เริ่มขึ้น ฉันกับพี่ภูมิมองหน้ากันอยู่หลายครั้ง มีพูดคุยกันบ้างแล้วแต่สถานการณ์ วันนี้เขายิ้มให้ฉันด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยเลย วันนี้เขาดูหล่อกว่าวันแรกที่ฉันเจอเขาซะอีก

พิธีต่างๆจบลง เหลือพิธีสุดท้ายก็คือส่งตัวเข้าห้องหอ ซึ่งห้องหอก็คือห้องนอนของฉันเองค่ะ เสียงแซวของญาติๆก็เริ่มดังขึ้น

“เจ้าบ่าว...ทำเป็นหรือเปล่า”

“............” เขาแค่ยิ้มค่ะไม่ได้ตอบ แต่ฉันกลับเขินจนทำตัวไม่ถูก

“อย่าแซวลูกพี่ผมครับ” น่าจะเป็นเสียงพี่หาญคนงานที่บ้านพี่ภูมิค่ะ

"เจ้าขา...ฉันอิจฉาแกจัง" เสียงชะมดเพื่อนของฉันเองค่ะ

"ฉันด้วย อยู่ๆก็มีผู้ชายหล่อขนาดนี้หล่นลงมาจากฟ้าให้แกกิน" นี่ว่าน เพื่อนของฉันอีกคน

"ไอ้บ้า...พูดเยอะไปแล้ว" เสียงฉันเองค่ะ แซวอยู่ได้เขินนะเว้ย

“ฝากดูแลน้องด้วยนะภูมิ” บางคนก็พูดดี

“ครับ”

ส่วนเพื่อนๆของฉัน มีชะมด น้ำตาล พลอย และว่าน มาช่วยงานตั้งแต่เช้าตอนนี้ก็ยังอยู่

“พี่ภูมิคะ ถ้าเจ้าขามันย้ายไปอยู่บ้านพี่แล้ว พวกเราขอไปหามันที่นั่นบ้างได้มั้ยคะ” เสียงยัยพลอยค่ะ

“ได้ครับ”

“ขอบคุณนะคะ...” ท่าทางของเพื่อนๆฉันดีใจกันใหญ่ พวกมันบอกว่าอยากจะไปชมไร่องุ่น ส่วนที่พูดว่าอยากไปหาฉันนั้น มันก็แค่ข้ออ้าง แต่พวกเราก็เป็นเพื่อนรักกันค่ะ

พูดคุยกันเสร็จผู้ใหญ่ก็เริ่มให้พร สอนหลายอย่างเลย กว่าจะเสร็จพิธีตรงช่วงนี้ก็ใช้เวลาอยู่พอสมควร สุดท้ายทุกคนก็เดินออกจากห้องนี้ไปค่ะ เหลือแค่ฉันกับพี่ภูมิสองคน

เรานั่งอยู่ใกล้กัน หันมองหน้ากัน ฉันเม้มปากแน่นไม่รู้จะพูดอะไร อยู่ๆใบ้ก็กินซะอย่างนั้น รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเลย หัวใจเริ่มสั่นด้วยความตื่นเต้น เหงื่อเริ่มแตกทั้งๆที่ภายในห้องก็เปิดแอร์เย็นฉ่ำ

“ไปอาบน้ำสิ”

“พี่ภูมิไปอาบก่อนเถอะค่ะ”

“อือ...” ว่าแล้วเขาก็ลุกขึ้นแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป ที่จริงเขาควรจะพูดอะไรกับฉันหน่อยมั้ย

แบบประมาณว่า...ให้พี่ช่วยถอดกิ๊บออกให้มั้ยครับ อะไรประมาณนี้ แต่เขาไม่พูดค่ะ แกะออกเองก็ได้! ช่างทำผมก็ติดไว้ซะเยอะเชียว...

พอพี่ภูมิเดินออกมาจากห้องน้ำ ฉันก็เดินสวนเข้าไปอาบน้ำบ้าง กว่าจะอาบน้ำสระผมเสร็จก็ผ่านไปเกือบชั่วโมง ออกมาฉันก็ต้องมานั่งเป่าผมให้แห้งอีกกว่าจะได้นอน ซึ่งตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว

“ดึกมากแล้วนอนกันเถอะ” เขาชวนฉันนอน แม่เจ้า!!

“ค่ะ” ฉันค่อยๆเดินเข้าไปที่เตียงทีละนิดแล้วขึ้นมานอนบนเตียง พี่ภูมิลุกขึ้นไปปิดไฟจังหวะที่เขาลุก ทำให้ฉันรู้สึกสะดุ้งนิดหน่อย

จากนั้นภายในห้องก็มืดสนิท เขาเอนตัวนอนลงมาบนเตียง ที่นอนสปริงนุ่มๆยุบลงไปทำให้ฉันรู้ได้ทันทีว่าเขาลงมานอนอยู่ด้วยข้างๆแล้ว

จากนั้นไม่นานฉันก็ได้ยินเสียงลมหายใจของพี่ภูมิดังสม่ำเสมอ อ้าว...หลับแล้วเหรอ นี่ฉันกำลังรออะไรอยู่เนี่ย...ด้วยความเหนื่อยล้าที่ยืนและเดินมาทั้งวัน ทำให้ฉันหลับตามพี่ภูมิไป...

เช้าวันรุ่งขึ้น

“พี่ภูมิคะ...แม่เรียกกินข้าวค่ะ”

“ครับ...” เขาเดินตามฉันมานั่งลงกินข้าวเช้าด้วยกัน

“อาหารถูกปากมั้ยลูก” แม่บัวถามพี่ภูมิ คล้ายกับชวนคุย พี่ภูมิเป็นคนพูดน้อยมาก แต่ท่าทางของเขาก็ยิ้มแย้มแจ่มใสดี ไม่ได้เหมือนกับคนที่ถูกแม่บังคับให้แต่งงานแต่อย่างใด สายตาของเขามองฉันดีขึ้นกว่าครั้งแรกที่เราเจอกัน แต่เขาแค่ไม่ค่อยพูด

“อร่อยทุกอย่างเลยครับ”

“ยัยเจ้าขาตื่นขึ้นมาปรุงเองเลยนะ ลูกสาวแม่ทำกับข้าวอร่อย แต่มันขี้เกียจ ตื่นก็สาย...” ฉันอยู่กับร้านอาหารมาตั้งแต่เด็กทำอาหารไม่เป็นคงขายหน้าแย่

“แม่...” เสียงฉันเองค่ะ กำลังจะดีอยู่แล้วเชียวดูแม่พูดเข้า

“ไม่เป็นไรครับ ที่บ้านผมมีแม่บ้านคอยทำกับข้าวกับทำความสะอาดให้ เจ้าขาไม่ต้องเหนื่อยหรอกครับ” ข้อเสียฉันเยอะก็จริง แต่ไม่ต้องบอกเขาหมดตอนนี้ก็ได้มั้ง

“ถ้าอย่างนั้นแม่ก็สบายใจหน่อย...เจ้าขาไปอยู่บ้านพี่เขา อะไรช่วยพี่เขาทำได้ก็ช่วยไปนะลูก เราเป็นผู้หญิง”

“ค่า...”

“กินข้าวเช้าอิ่มแล้ว ยังไงผมขออนุญาตพาน้องกลับเช้านี้เลยนะครับ งานที่สวนค่อนข้างเยอะน่ะครับ”

“ได้สิลูก ยังไงแม่ฝากน้องด้วยนะ”

“พ่อฝากน้องด้วยนะภูมิ”

“ครับ ผมจะดูแลให้เป็นอย่างดีเลยครับ”

“ภูมิพูดแบบนี้พ่อกับแม่ก็สบายใจ”

ก่อนกลับพ่อกับแม่เรียกฉันกับพี่ภูมิให้เข้าไปหา พวกท่านยกสินสอดทั้งหมดคืนให้ไม่ขอเก็บไว้สักบาท ค่าจัดงานแม่พรก็ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด พ่อยอดกับแม่บัวคงเกรงใจ

“พ่อกับแม่เก็บเอาไว้เถอะครับ” นั่นสิ

“ภูมิ...เอาอย่างนี้นะลูก คิดซะว่าพ่อกับแม่รับไหว้ด้วยของมีค่าทั้งหมดนี้ เก็บเอาไว้ให้หลานของพ่อก็ได้” พ่อยอดจับมือฉันกับพี่ภูมิให้รับเอาสินสอดพวกนี้เก็บเอาไว้ พี่ภูมิหันมามองหน้าฉัน ฉันจริงพยักหน้าให้

“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ครับ ถ้าผมว่างผมจะพาน้องมาเยี่ยมพ่อกับแม่บ่อยๆนะครับ” เราอยู่จังหวัดเดียวกันค่ะ แต่คนละอำเภอระยะทางค่อนข้างไกลกันพอสมควร

“ขอบใจมากลูก ฝากดูแลน้องด้วย”

“ไม่ต้องเป็นห่วงครับ” จากนั้นกระเป๋าเสื้อผ้าของฉันก็ถูกขนขึ้นรถด้วยฝีมือพี่ภูมิ รถที่พี่ภูมิขับได้แล่นออกไปตามท้องถนน โดยมีฉันนั่งอยู่ด้านข้าง

"รู้ตัวหรือยังว่าได้ไปอยู่บ้านหลังไหน"

"ทำไมคะ บ้านแม่พรไง"

"บ้านพี่..."

"อ้าว...พี่กับแม่พรไม่ได้อยู่บ้านหลังเดียวกันเหรอคะ"

"เดี๋ยวไปถึงก็จะรู้เอง" จากนั้นเราสองคนก็นั่งเงียบกันไปตลอดทาง ไม่มีการพูดคุยใดๆกันทั้งสิ้น ฉันเองก็เริ่มรู้สึกอึดอัด

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED