Black Dragon คือกลุ่มธุรกิจโรงแรม และการเงินที่รุ่งเรืองสุดขีดของประเทศกรีซในขณะนี้ ห้าสิบปีกับการถ่ายอำนาจจากรุ่นสู่อีกรุ่นกับห้าทศวรรษที่ไม่เคยมีใครวัดรอยเท้าได้ ยิ่งนานวันตระกูลซาเวลลาสก็ยิ่งแผ่ขยายอำนาจผงาดขึ้นควบรวมทุกธุรกิจเอาไว้ในกำมือ ความร่ำรวยทรงอำนาจทำให้ทายาทมังกรดำทั้งสี่ยิ่งเหี้ยมเกรียมและดุร้าย ศัตรูไม่เคยทันได้เงื้อดาบก็ต้องศิโรราบยอมคุกเข่า กล่าวกันว่าหากต้องการมีชีวิตรอดในเกมธุรกิจก็ต้องยอมเป็นพันธมิตรกับ Black Dragon และแน่นอนว่ามันคือเรื่องจริง
ซาเวลลาส ตระกูลมังกรดำผู้ยิ่งใหญ่ ทายาททั้งสี่คือนักธุรกิจฝีมือฉกาจและแสนจะอันตรายต่อคู่แข่ง พวกเขาสามารถคว่ำศัตรูได้เพียงแค่สบตาครั้งเดียวเท่านั้น คำกล่าวขานถึงความเหี้ยมโหดของหนุ่มหล่อทั้งสี่ดังไกลข้ามไปถึงต่างแดน นับครั้งไม่ถ้วนที่ถูกลองดี แต่พวกเขาก็ชนะได้อย่างง่ายดาย และไม่ใช่แค่สงครามในสนามรบเท่านั้นที่พวกหนุ่มหล่อซาเวลลาสชื่นชอบ แต่สงครามสวาทบนเตียงก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่หนุ่มๆ มังกรดำขาดไม่ได้ สาวสวยมากมายต่างพากันเสนอตัวเพื่อต่อแถวขึ้นเตียงกับหนุ่มมังกรดำ แม้จะรู้ว่าเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่จะถูกเรียกมาใช้บริการ แต่พวกเธอก็ยินดีเพราะคำล่ำลือถึงความเก่งฉกาจในเชิงรักของหนุ่มมังกรดำนั้นช่างยั่วยวนใจนัก แล้วไหนจะค่าตอบแทนที่จะได้รับหลังจากกิจกรรมหวามเสร็จสิ้นอีก ดังนั้นจึงไม่แปลกที่หนุ่มมังกรดำทั้งสี่จะมีสาวๆ มานอนรอบนเตียงทุกค่ำคืน
‘Dragon Castello’ สถานที่พักอาศัยของมังกรดำทั้งสี่ ปราสาทหรูหลังมหึมาถูกสร้างขึ้นด้วยเม็ดเงินมูลค่ากว่าห้าสิบล้านยูโรหรือประมาณหนึ่งพันแปดร้อยล้านบาท ทั้งหลังสร้างขึ้นด้วยวัสดุที่ดีที่สุดจากทุกมุมโลก ที่นี่ดุจดั่งสรวงสวรรค์ที่มีแต่แขกชั้นสูงเท่านั้นที่จะมีโอกาสได้เข้าเยี่ยมชม และเขา เพเรอคลิส ซาเวลลาสคือพี่ใหญ่ของ Black Dragon
ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของใบหน้าสมบูรณ์แบบดุจเทพเจ้าสรรค์สร้างความหล่อเหลาราวกับไม่ใช่มนุษย์เดินดิน ดวงตาสีน้ำเงินเข้มที่อยู่ใต้ปื้นคิ้วหนาดกคมกริบประดุจคมดาบ ริมฝีปากหยักสวยสีแดงระเรื่อรับกับจมูกที่โด่งเป็นสันงดงาม คางเหลี่ยมมองดูแกร่งกระด้างมีไรหนวดสีเข้มขึ้นอยู่ประปราย
และไม่ใช่แค่ใบหน้าของเพเรอคลิสเท่านั้นที่น่าดึงดูด แต่เรือนร่างสูงสง่าของเขาก็ทำให้ใจสาวๆ ละลายได้เช่นกัน ด้วยความสูงถึงหกฟุตสามนิ้ว ผิวกายสีแทนเนียนไปทั้งร่าง ช่วงบ่าบึกบึนผึ่งผาย สองขาเพรียวทรงพลัง แผ่นหลังที่กว้างมากรับกับสะโพกสอบได้อย่างลงตัว เพเรอคลิสคือนักล่าตัวจริง เขาดุดัน ป่าเถื่อน และไม่เคยปรานีศัตรูแต่กระนั้นก็ยังมีมนุษย์ไม่รักชีวิตกล้าลองดีกับเขาไม่เลิก
“ออกไปได้แล้ว”
น้ำเสียงทุ้มแข็งกระด้างดังออกมาจากลำคอแกร่ง ดวงตาคมกริบจ้องหน้าคู่สนทนาจนอีกฝ่ายตัวสั่น
“ค่ะ คุณชายใหญ่”
คนรับคำสั่งกุมมือที่เปียกชื้นไปด้วยเม็ดเหงื่อเข้าหากันแน่นเพื่อบรรเทาอาการหวาดหวั่น
“เรียกแม่บ้านใหญ่เข้ามาหาฉันด้วย”
“ค่ะ ได้ค่ะ ดิฉันขอตัวนะคะ”
ไม่มีเสียงดังออกมาจากลำคอของเพเรอคลิสอีก นอกจากศีรษะทระนงที่ผงกขึ้นลงหนึ่งครั้งเท่านั้น สาวใช้รีบโค้งคำนับและวิ่งออกไปจากห้องทำงานของมังกรดำลำดับที่หนึ่งที่ขึ้นชื่อลือชามากกับความเหี้ยมเกรียมอย่างไม่คิดชีวิต พอพ้นออกมาได้ก็ยืนหอบหายใจระรัว
“นึกว่าจะไม่รอดเสียแล้ว”
“เป็นอะไรไปเหรอเดลล่า หน้าตาตื่นเชียว”
เสียงสดใสคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง เดลล่ารีบหันขวับไปมอง ก่อนจะทำย่นจมูกใส่เพื่อนสนิทที่ทำงานรับใช้คุณชายมังกรดำทั้งสี่ด้วยกันมานาน
“ยังจะมีหน้ามาถามอีก ก็คุณชายใหญ่น่ะสิ แซนดี้”
แซนดี้ หรือ แสนดี อริยาวัฒน์ หญิงสาววัยยี่สิบปีผู้มีใบหน้างดงามราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย รูปร่างของหล่อนอ้อนแอ้นอรชร ด้วยหุ่นที่ไม่สูงมากนักเพราะเชื้อชาติแท้จริงแล้วเป็นคนเอเชียทำให้แสนดียิ่งดูบอบบางน่าทะนุถนอม ดวงตากลมโตสีดำสุกใสตลอดเวลา แม้ว่าชีวิตของหล่อนจะถูกข่มเหงด้วยฝีมือของแม่แท้ๆ อยู่บ่อยครั้งก็ตาม
เดลล่ามองเพื่อนรักด้วยความชื่นชมในความสมบูรณ์แบบของแสนดี ตั้งแต่ใบหน้ารูปไข่ขาวเนียนสะอาดตา ริมฝีปากที่อิ่มเต็มสีระเรื่อราวกับสีของลูกพีชสุก แก้มสาวก็เนียนใสไร้ฝ้ากะ และแม้จะซ่อนตัวอยู่ในชุดฟอร์มของสาวใช้ตลอดเวลา แต่ก็ไม่อาจจะซ่อนสัดส่วนเย้ายวนตาของแสนดีเอาไว้ได้ เอวคอด สะโพกผายกลมกลึง ซึ่งเป็นที่ปรารถนาของสาวทุกคน ต่างอยู่ในการครอบครองของแสนดีทั้งหมด เพื่อนๆ สาวใช้ด้วยกันใน ดาร์กอน คาสเทลโลต่างพากันอิจฉาในความงดงามของแสนดี แต่หล่อนกลับไม่เคยคิดจะอิจฉาเพื่อนเลย เพราะแสนดีนั้นอ่อนหวานและบริสุทธิ์เกินกว่าจะทำใจให้เกลียดชังได้ลง
“คุณเพนน์เหรอ”
แก้มนวลของแสนดีเป็นระเรื่อเมื่อพูดถึงผู้ชายที่ตัวเองแอบหลงรัก ซึ่งแน่นอนว่าเดลล่ารู้ทัน
“ใช่ยะ ก็พ่อยอดขมองอิ่มของเธอนั่นแหละ”
“ชูว์”
แสนดีรีบก้าวเข้ามาประชิดตัวของเดลล่า และรีบยกมือขึ้นส่งสัญญาณด้วยความเป็นกังวล
“อย่าพูดแบบนี้สิเดลล่า เดี๋ยวใครมาได้ยินเข้า”
“ใครจะมาได้ยินล่ะ เรายืนอยู่กันแค่สองคนเอง”
แต่กระนั้นแสนดีก็ยังไม่สบายใจ หญิงสาวหันไปมองรอบตัวด้วยตลอดเวลา
“แต่ฉันก็ยังกังวลอยู่ดี เดลล่า อย่าพูดอีกนะ ฉันกลัว”
เดลล่าถอนใจเบาๆ และพยักหน้าน้อยๆ
“ฉันจะไม่พูดอีกก็ได้ เลิกทำหน้าจะร้องไห้ได้แล้วแม่แซนดี้คนงาม”
แสนดีฝืนยิ้มแต่ก็ยังมีความวิตกกังวลติดมาอยู่ดี “ขอบใจเธอมากนะเดลล่า”
เดลล่ามองเพื่อนรักอย่างเห็นใจ ก่อนจะคว้ามือนุ่มขึ้นมาบีบแผ่วเบา
“ถ้าเธอทำได้ ควรหยุดความรู้สึกที่มีต่อคุณชายใหญ่ได้แล้ว”
“ฉัน...”
“ใครๆ ก็ชอบคุณชายใหญ่ทั้งนั้น แต่เธอควรจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร คุณชายใหญ่อยู่สูง ในขณะที่คนใช้อย่างพวกเราต่ำต้อย ไม่มีทางที่แผ่นฟ้าจะโน้มลงมาหาก้อนกรวดบนแผ่นดินอย่างพวกเราหรอก เธอควรจะตัดใจได้แล้วนะแซนดี้ ยิ่งรักก็ยิ่งทรมาน”
แสนดีก้มหน้าซ่อนน้ำตาเอาไว้สุดความสามารถ
“และที่สำคัญที่สุดก็คือ... คุณชายใหญ่ไม่ได้ชอบผู้หญิงอ่อนหวานแบบเธอด้วย”
แสนดีเงยหน้าขึ้นสบตากับเดลล่า ก่อนจะนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อสองวันก่อน วันที่หล่อนถูกผู้หญิงของเพเรอคลิสตบหน้าเพราะบังอาจทำน้ำหกใส่ หล่อนเจ็บตัวยังไม่เสียใจเท่ากับการที่ถูกเพเรอคลิสไล่ตะเพิดออกมาอย่างป่าเถื่อน
“ฉันรู้... ฉันกำลังพยายาม...”
“เอาน่า เดี๋ยวฉันจะแนะนำญาติห่างๆ ให้รู้จักนะ บางทีเธออาจจะชอบก็ได้”
เดลล่าตบบ่าบอบบางของเพื่อนเพื่อให้กำลังใจ แต่สีหน้าของแสนดีก็ยังคงเศร้าหมองอยู่เช่นเดิม
“อย่าทำหน้าแบบนี้สิ เดี๋ยวใครก็รู้กันหมดพอดีว่าเธออกหักจากคุณชายใหญ่น่ะ”
“เดลล่า อย่าพูดสิ ฉันขอร้อง”
“งั้นก็ยิ้ม ยิ้มให้กว้างๆ ฉันจะได้หยุดพูด”
แสนดีรู้ดีว่าเดลล่ากำลังพยายามจะทำให้หล่อนลืมความทุกข์ใจ หญิงสาวจึงฝืนยิ้ม
“ฉันยิ้มแล้วนี่ไงเดลล่า”
“ดีมาก งั้นเราไปทำงานชั้นล่างกันเถอะ อยู่ตรงนี้เดี๋ยวแจ็คพ็อตแตกถูกคุณชายใหญ่เรียกใช้อีกแล้วจะยุ่ง”
ข้อมือของแสนดีถูกเดลล่ารั้งให้เดินตาม แต่กระนั้นหญิงสาวก็อดที่จะเอี้ยวตัวมองด้านหลังไม่ได้ เพเรอคลิสอยู่หลังบานประตูไม้แกะสลักรูปมังกรนั้น
“เลิกมองได้แล้ว แซนดี้”
“ฉัน... ฉันไม่ได้มองแล้วเดลล่า”
“ดีแล้ว มองมากก็ตัดใจไม่ได้สักที มานี่ ตามฉันมา”
ในที่สุดแสนดีก็ก้าวพ้นบันไดลงไป และไม่อาจจะมองเห็นห้องทำงานของเพเรอคลิสได้อีก
วันนี้หล่อนยังไม่มีโอกาสได้แอบมองเพเรอคลิสเหมือนกับที่ทำในทุกๆ วันเลย หล่อนคิดถึงเขาใจจะขาดอยู่แล้ว
“เข้ามา”
ประตูห้องทำงานถูกเปิดกว้างออก ก่อนจะปิดสนิทลงเมื่อบุคคลหนึ่งก้าวเข้ามาภายในห้องกว้าง
เพเรอคลิสเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มงานบนโต๊ะ จ้องมองสตรีวัยกลางคนด้วยสายตาแข็งกระด้าง
“คุณชายใหญ่ให้เดลล่าไปตามดิฉันมา มีธุระอะไรกับดิฉันหรือคะ”
โซเฟีย หรือ โสภา อริยาวัฒน์ มารดาบังเกิดเกล้าของแสนดี หล่อนเป็นคนไทยเต็มตัว แต่หลังจากที่สามีคนแรกซึ่งก็คือบิดาของแสนดีเสียชีวิตลง หล่อนก็ได้พบรักและแต่งงานใหม่กับ แองเจอรอส อดัมม์ ซึ่งเป็นคนขับรถประจำดาร์กอน คาสเทลโล หล่อนกับแสนดีจึงอพยพตาม แองเจอรอสมาอยู่บนแผ่นดินกรีซตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาแต่เพียงแค่ห้าปีผ่านไปเท่านั้นแองเจอรอสก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตขณะขับรถไปส่ง อเมเซีย ซาเวลลาส ที่สนามบิน ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นก็ทำให้ คุณนายหญิงของซาเวลลาสจบชีวิตลงด้วยเช่นกัน
ท่ามกลางความโศกเศร้าของ อเบนดอน ซาเวลลาส สามี ของอเมเซีย หล่อนก็ใช้โอกาสทองนี้เข้าหามหาเศรษฐีผู้ร่ำรวย และก็ได้ เสพสมกับอเบนดอนได้อย่างที่หวังเอาไว้ แต่การลงทุนในครั้งนี้กลับไม่ได้ทำให้หล่อนขึ้นแท่นเป็นคุณนายหญิงของซาเวลลาสอย่างที่ใจต้องการ เพราะบรรดาลูกชายทั้งสี่ของอเบนดอนขัดขวางเอาไว้ สุดท้ายหล่อนจึงได้เป็นแค่เพียงแม่บ้านใหญ่ของดาร์กอน คาสเทลโล ซึ่งหล่อนก็ยังคงฝังใจเจ็บมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าอเบนดอนจะเสียชีวิตลงแล้วก็ตาม
“เรื่องเดิมครับ”
กระดาษแผ่นเล็กถูกเลื่อนมาไว้ที่ขอบโต๊ะตรงหน้าของโสภา
“ผมได้เพิ่มจำนวนเงินขึ้นจากครั้งก่อนอีกหนึ่งเท่า รับไปซะสิครับ”
โสภาหยิบเช็คเงินสดจำนวนยี่สิบล้านยูโรขึ้นมาจ้องมอง ความเงียบครอบงำภายในห้องทำงานโอ่อ่า หญิงวัยกลางคนขบคิดด้วยใบหน้าเรียบเฉยก่อนจะยิ้มบางๆ
“ดิฉันไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะว่าคุณชายใหญ่จะยอมสละเงินมากมายขนาดนี้เพื่อขับไล่ดิฉันและลูกสาวให้ออกไปจากที่นี่”
ริมฝีปากหยักสวยยกสูง ดวงตาสีน้ำเงินเข้มคมกริบจ้องมองคู่สนทนา
“จำนวนเงินแค่นี้มันไม่มากมายสำหรับผมหรอกครับ และถ้าเงินมันจะทำให้ผมสามารถขจัดสิ่งที่ผมไม่ต้องการเห็นให้พ้นไปจากดาร์กอน คาสเทลโลได้ ผมก็ยินดีจ่าย”
มือของโสภากำแน่น แต่ใบหน้ายังคงยิ้ม “คุณชายใหญ่คงลืมไปแล้วใช่ไหมคะว่าดิฉันก็เป็นเมียคนหนึ่งของคุณพ่อของคุณ”
กรามแกร่งที่มีไรหนวดขึ้นงดงามกระตุก นัยน์ตาคมกริบลุกเป็นไฟยามได้ยินคำที่ระคายหู
“เซ็กซ์ที่เกิดจากการลืมตัว เรียกร้องอะไรไม่ได้หรอกครับ”
“คุณชายใหญ่!”
“รับเงินและออกไปจากดาร์กอน คาสเทลโลซะเถอะครับ ก่อนที่ผมจะไม่ให้อะไรคุณติดตัวออกไปเลย”
คราวนี้สีหน้าของโสภาไม่อาจจะซ่อนความเกรี้ยวกราดเอาไว้ได้อีกแล้ว
“ดิฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ที่นี่คือบ้านของดิฉันกับแซนดี้ คุณชายใหญ่ไม่มีสิทธิ์มาขับไล่ จำเอาไว้ด้วยค่ะ”
เพเรอคลิสลุกขึ้นจากเก้าอี้ สองมือเท้ากับโต๊ะทำงานไม้ ขณะโน้มตัวเข้าใกล้คู่สนทนา ดวงตาที่ลุกเป็นไฟของชายหนุ่มทำให้โสภาต้องก้าวคอยหลังโดยไม่รู้สึกตัว
“รับเงินแล้วไปซะ อย่าให้ผมต้องใช้วิธีป่าเถื่อนกับคุณ และลูกสาวของคุณเลย ผมขอร้องล่ะ”
“คุณชายใหญ่จะทำอะไรพวกเราคะ จะฆ่าผู้หญิงไร้ทางสู้อย่างพวกเราสองแม่ลูกเหรอคะ”
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบ เขาดึงตัวกลับไปยืนตรง มือใหญ่เปิดลิ้นชักและหยิบปืนพกสีดำออกมา
“คุณชายใหญ่!” โสภาตกใจหน้าตาซีดเผือด “คุณชายใหญ่จะฆ่าดิฉันกับแซนดี้จริงๆ เหรอคะ”
เพเรอคลิสไม่ตอบ แต่เล็งปากกระบอกปืนไปที่โสภา
คนถูกเล็งปืนใส่สั่นเทาไปทั้งตัว หน้าตาซีดเผือด เพราะไม่คิดว่า เพเรอคลิสจะเลือกวิธีนี้มาข่มขู่
“อย่านะคะ อย่า...” โสภาร้องลั่นเมื่อนิ้วแกร่งสีแทนของเพเรอคลิสกำลังจะเหนี่ยวไก
“อย่า!”
แป๊ก...
ไม่มีอาการเจ็บเกิดขึ้น และหล่อนก็ยังหายใจอยู่ โสภาที่ล้มลงเพราะตกใจค่อยๆ ลืมตาขึ้น และก็ได้เห็นเพเรอคลิสที่วางปืนลงบนโต๊ะทำงานแล้วระบายยิ้มเหี้ยมเกรียม
“ครั้งหน้าผมจะไม่มีวันลืมใส่ลูกอีก”
“คนโหดร้าย”
โสภาต่อว่าทิ้งท้ายก่อนจะรีบกระวีกระวาดเผ่นหายออกไปจากห้องทำงานของเพเรอคลิสอย่างไม่คิดชีวิต
“พวกหน้าเงิน”
ชายหนุ่มคำรามเหยียดหยามในลำคอ เก็บปืนใส่ลิ้นชัก และก้มหน้าทำงานต่อไปราวกับเมื่อกี้ไม่ได้เกิดอะไรขึ้น
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
“แม่... แม่เป็นอะไรคะ”
แสนดีรีบเข้ามาประคองโสภาที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องด้วยความเป็นห่วง
“ใคร... ใครทำอะไรแม่คะ แม่...”
โสภาพยายามตั้งสติ ก่อนจะหันไปจ้องหน้าลูกสาว “แซนดี้ แกต้องช่วยแม่นะ แกต้องช่วยแม่นะ”
“ช่วยอะไรเหรอคะแม่”
โสภาลุกขึ้นรีบไปล็อกประตูห้อง จากนั้นก็เดินกลับมานั่งตรงหน้าบุตรสาว และพูดเสียงจริงจัง
“จับคุณชายใหญ่”
“จับ...จับคุณชายใหญ่?” แสนดีไม่เข้าใจในสิ่งที่มารดาพูด “จับคุณชายใหญ่ทำไมคะ”
“จับมันทำผัวน่ะเข้าใจหรือยัง”
เครื่องหมายคำถามกระเด็นหายไปจากดวงหน้างามทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่มารดาสั่งให้ทำ หญิงสาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะส่ายหน้าดิก
“แม่... แม่พูดอะไรน่ะ มันไม่ตลกเลยนะคะ”
“มันไม่ใช่เรื่องตลก เพราะมันคือเรื่องจริง”
แสนดีหน้าตาซีดเผือด รีบลุกหนีมารดา แต่โสภาคว้าแขน และกระชากให้ลูกสาวกลับมานั่งที่เดิม
“อย่าทำมาสะดีดสะดิ้ง ข้ารู้ว่าแกแอบชอบมันอยู่”
“แม่...” แสนดีตกใจสุดขีด ไม่คิดว่ามารดาจะรู้ หล่อนรีบส่ายหน้าปฏิเสธ
“ไม่...ไม่ใช่นะแม่ ฉันไม่ได้...”
“อย่ามาริอ่านโกหก สายตาแกคอยแต่จะมองไอ้คุณชายใหญ่ทุกครั้งที่มีโอกาสน่ะ ใครๆ ก็มองออกทั้งนั้นแหละ”
“แม่... คือว่าฉัน...”
“ทำตามที่ข้าบอก จับไอ้คุณชายใหญ่ทำผัวซะ แล้วเราสองคนจะสบายมากขึ้นกว่านี้”
“ไม่นะแม่ ฉัน... ฉันทำไม่ได้หรอก”
“ทำไมจะทำไม่ได้ มีข้าคอยสนับสนุนอยู่ทั้งคน”
ไม่... ยังไงหล่อนก็ทำอย่างที่แม่สั่งไม่ได้ หล่อนจะทำได้ยังไง ในเมื่อแค่สบตากับเพเรอคลิสหล่อนยังไม่กล้าเลย แล้วจะให้... ให้ทำแบบนั้น หล่อนคงเป็นลมตายไปเสียก่อนแน่นอน
“ฉันทำไม่ได้แม่ อย่าบังคับฉันเลย”
“ถ้าแกไม่ทำ เราสองคนก็ต้องระเห็จออกไปจากดาร์กอน คาสเทลโล แกยอมได้หรือ”
“ยอมได้สิคะแม่ เราสองคนไปตั้งต้นชีวิตกันใหม่ข้างนอก ฉันสัญญา... ฉันจะเลี้ยงดูแม่ให้สุขสบาย”
“อีลูกโง่”
นิ้วชี้ของโสภาจิ้มที่หน้าผากมนของลูกสาวแรงๆ จนอีกฝ่ายแทบหงายหลัง
“มึงคิดเหรอว่าไอ้เงินเดือนต๊อกต๋อยจะทำให้ข้าสุขสบายได้”
“ฉัน... ฉันจะทำงานให้หนัก จะทำงานทุกอย่างที่สามารถหาเงินมาให้แม่ได้ นะแม่นะ เราออกไปจากที่นี่กันเถอะ ไปอยู่กันตามลำพังแม่ลูก ฉันอยากอยู่กับแม่แค่สองคนนะคะ”
โสภามองหน้าแสนดีอย่างหมั่นไส้ “แกอย่ามาทำเป็นนางเอกแสนดีหน่อยเลย ไม่มีเงินแล้วข้าจะสุขสบายได้ยังไง คนอย่างข้าต้องอยู่บ้านหลังใหญ่ๆ อย่างดาร์กอน คาสเทลโลเท่านั้นจำเอาไว้ อีลูกโง่”
“แม่...” แสนดีน้ำตาไหลพราก พยายามวิงวอน “แม่จ๋า ถ้าเขารังเกียจเรา เราก็ไปเถอะ ฉันจะพยายาม...”
“แกอย่ามาพูดว่าจะพยายาม เพราะต่อให้แกพยายามสักล้านเท่า แกก็ไม่มีปัญญาหาบ้านหลังใหญ่แบบดาร์กอน คาสเทลโลให้ข้าอยู่ได้หรอก ทางเดียวที่คนโง่ๆ อย่างแกจะทำได้ก็คือจับไอ้คุณชายใหญ่ทำผัวซะ”
“ฉันทำไม่ได้”
“แต่แกต้องทำให้ได้ ไม่อย่างนั้นข้าจะฆ่าแกให้ตาย จำเอาไว้ด้วย”
แสนดีร้องไห้สะอึกสะอื้น ไม่เคยคิดเลยว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นในชีวิตของตัวเอง แค่แอบรักเพเรอคลิสก็อัปยศพออยู่แล้ว แต่นี้แม่ยังบังคับให้จับเขาอีก หล่อนทำไม่ได้หรอก ยังไงก็ทำไม่ได้
“ต่อให้แม่ตีฉันจนตาย... ฉันก็คงทำอย่างที่แม่ต้องการไม่ได้...”
“อีแซนดี้”
โสภาโมโหตบหน้าลูกสาวสองครั้งติด แก้มนวลใสเกิดปื้นแดงจากรอยนิ้วมือของมารดาแท้ๆ ชัดเจน
“มึงกล้าขัดคำสั่งกูเหรอ อีแซนดี้”สรรพนามที่ใช้เรียกลูกสาวเปลี่ยนแปลงเป็นหยาบคายยิ่งขึ้น
“แม่จ๋า ให้ฉันทำอย่างอื่นเถอะนะแม่ อย่าให้ฉันทำเรื่องน่าอดสูแบบนั้นเลย ฉัน... ฉันทำไม่ได้จริงๆ”
ไม่มีเสียงร้องใดๆ ออกมาจากปากของแสนดีอีก แม้ว่าจะถูกโสภาทุบตีรุนแรงแค่ไหนก็ตาม มีแค่หยาดน้ำตาเท่านั้นที่หลั่งรินออกมาท่วมท้นร่างกายและหัวใจ
ต่อให้หล่อนต้องตาย หล่อนก็ไม่อาจใช้วิธีชั่วร้ายแบบนี้กับผู้ชายที่ตัวเองรักอย่างเพเรอคลิส ซาเวลลาสได้หรอก ไม่มีทางทำได้จริงๆ
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
ห้องอาหารขนาดใหญ่ของดาร์กอน คาสเทลโลถูกตกแต่งหรูหราอลังการ จนบางครั้งคนมองอย่างหล่อนอดคิดไม่ได้ว่าที่นี่เหมาะที่จะเป็นสวรรค์มากกว่าพื้นดิน
“มัวใจลอยอะไรน่ะแซนดี้ ยกอาหารเข้าไปข้างในสิ”
เดลล่าที่เดินตามมาที่หลังกระตุ้นเพื่อนเสียงดัง และนั่นก็ทำให้ แสนดีได้สติ
“อ๋อ จ้ะ ฉันรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ”
เดลล่าเห็นท่าทางของเพื่อนรักแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างเวทนา และก็ไม่รู้จะช่วยให้สมหวังยังไง
“นี่ถ้าคนสวยอย่างเธอไปรักผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่หนุ่มๆ มังกรดำ ฉันคงไม่รู้สึกเป็นห่วงเธอขนาดนี้หรอก แซนดี้”
คนเป็นห่วงเพื่อนบ่นพึมพำ ก่อนจะยกอาหารเดินตามเข้าไป และก็ทันได้เห็นแสนดีก่อเรื่องเข้าพอดี
“แซนดี้...!”
เดลล่าตกใจรีบวางอาหารบนโต๊ะ และกระวีกระวาดไปช่วยเพื่อนรักจัดการกับเศษจานที่แตกกระจายอยู่เต็มพื้น ท่ามกลางสายตาแข็งกระด้างของเพเรอคลิสที่จ้องมองมา
“ดิฉัน... ดิฉันขอโทษค่ะคุณชายใหญ่... ดิฉัน...” แสนดีเงยหน้าขึ้น มองเพเรอคลิสอย่างสำนึกผิด หล่อนยกมือขึ้นไหว้ขอความเมตตา “ดิฉันจะรีบทำความสะอาดเดี๋ยวนี้ค่ะ”
เพเรอคลิสไม่ได้พูดคำใดออกมาเลย นอกจากจ้องใบหน้าของแสนดีเขม็ง หญิงสาวตัวสั่นเทา รีบควานหยิบเศษจานที่แตกหักเพราะหล่อนทำหลุดมือด้วยความเร่งรีบ แต่แล้ว...
“โอ๊ะ...”
“เป็นอะไรน่ะแซนดี้” เดลล่าตกใจ เมื่อเห็นเลือดไหลออกจากนิ้วเรียวของแสนดี
“นั่นไง เศษจานบาดจนได้ รีบไปทำแผลก่อนเลยไป เดี๋ยวตรงนี้ฉันจัดการเอง”
“ไม่เป็นไรเดลล่า ฉันทำได้ เลือดไหลแค่นี้เอง”
“แซนดี้อย่าดื้อสิ ไปเร็วๆ เข้า” เดลล่าพยายามบอก แต่แสนดียังคงทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปทั้งน้ำตา
สักพักเศษอาหารและเศษจานที่แตกก็ถูกทำความสะอาดจนเรียบร้อย แสนดีลุกขึ้นเอ่ยขอตัวไปทำแผล แต่เพเรอคลิสที่นั่งเงียบราวกับไม่ได้อยู่ภายในห้องอาหารก็พูดขึ้นเสียก่อน
“มื้อต่อไปเธอไม่ต้องเข้ามาวุ่นวายในห้องอาหารอีกแล้วนะ แซนดี้”
“ทะ ทำไมล่ะคะ หรือว่าคุณชายใหญ่ไม่พอใจที่ดิฉันทำอาหารตกหล่นเมื่อสักครู่นี้คะ”
ดวงตาคมกริบของเพเรอคลิสแข็งกระด้างยามจ้องมาที่หล่อน แสนดีรีบก้มหน้าหลบสายตาด้วยความหวั่นเกรง
“ถ้าใช่ ดิฉัน... ดิฉันกราบขออภัยนะคะคุณชายใหญ่”
“ต่อให้เธอกราบฉันซักร้อยรอบฉันก็ไม่อนุญาตให้เธอเข้ามาที่นี่อีก ออกไปซะ”
“คุณชายใหญ่...”
“ไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้เลย ไปสิ”
แม้จะพยายามซ่อนน้ำตาเอาไว้มากมายแค่ไหน แต่มันก็ไหลออกมาก่อนที่หล่อนจะทันหันหน้าหนี หยาดน้ำตาไหลออกมาประจานความเสียใจของหล่อนมากมาย
“แซนดี้ ไปทำแผลเถอะ แซนดี้”