จางหวังเดินตามหลังร่างงาม ที่มีกลิ่นกายหอมบริสุทธิ์ ทำให้คนแก่อย่างเขาหัวใจกระชุ่มกระชวยนัก
เกาเหมียวหรงเดินทอดน่องพาเขามาที่สวนดอกท้อท้ายจวน เสี่ยวหงสาวใช้ไม่ยอมห่างเจ้านาย จางหวังเห็นเสี่ยวหงมองเป็นก้างขวางคอชิ้นใหญ่เชียวล่ะ
ถ้าไม่มีสาวใช้นางนี้จะดีไม่น้อยเลย
"งามนัก ดอกท้อจวนนายอำเภอ" เพียงเสียงแก่หงำเหงือกเปล่งออกมา เกาเหมียวหรงนึกชังขึ้นมา อายุก็เยอะ ยังอยากได้เมียเด็ก
วาสนานี้ เกาเหมียวหรงจะไม่รับเป็นอันขาด
"เจ้าค่ะ" นางยิ้มรับ
รอยยิ้มของนางเกือบทำให้คนแก่หัวใจวายตายเเล้ว
"นึกว่าผู้ใด ที่แท้ พี่ใหญ่กับพี่เขยในอนาคตนั่นเอง" เกาเหมยหรงเดินมาอย่างเฉิดฉายพร้อมกับสาวใช้ของนางอย่างอาซิว
จางหวังมองสองสตรีสลับกับ พวกนางต่างดงามนัก คนพี่งามประดุจดวงจันทราเฉยฉายอยู่บนท้องนภายามค่ำคืน แต่ทว่าคนน้องนั้น งามราวกับเเสงอาทิตย์ยามบ่าย ทำให้ผู้คนโดนรังสีร้อนเเรงของนางแผดเผา ปากเรียวงาม ดวงตาเมล็ดซิ่ง คางแหลมเล็กน้อย
เขาชักเป็นคนโลภเเล้ว อยากได้พวกนางทั้งสองคนมาครอบครอง
เกาเหมยหรงมองคนแก่คราวบิดา เหตุใดเขาจึงนิ่งเงียบราวกับตอไม้
เสียงอึ้ม ของเกาเหมียวหรง ทำให้จางหวังได้สติ
"อือ"
"พวกท่าน เดินตามข้าไปที่ศาลาพักร้อนดีกว่าเจ้าค่ะ"
เกาเหมียวหรงคิดว่า น้องสาวตัวดี คงมีแผนทำร้ายนางแน่นอน
ทั้งสองจึงเดินตามร่างงาม ไปที่ศาลาพักร้อนที่ติดกับสระบัว ขนาดใหญ่ พูดได้ว่า ในจวนนายอำเภอ บรรยากาศช่างดีนัก
จางหวังยิ้มให้สตรีทั้งสอง ถ้าได้พวกนางทั้งสองคนมาครองคงดีไม่น้อย
เกาเหมยหรงมีความคิดดี ๆ ขึ้นมาจึงชวนทั้งสองยั่งเรือ ชมดอกบัวที่บานสะพรั่งอย่างงดงาม
"ดีเหมือนกัน แต่จะให้ท่านจาง นั่งกับพวกเราทั้งสอง คงมิได้" เพราะน่ำหนักจางหวัง น่าจะมากพอสมควร
เกาเหมยหรงลืมไปเลย แต่ไม่เป็นไร นั่งคนละลำก็ดีเหมือนกัน
กระนั้นเกาเหมยหรงกับเกาเหมียวหรง นั่งเรือด้วยกัน ให้สาวใช้เป็นแจวเรือ
ส่วนท่านจางหวังตีเรือควบคู่ไปกับโฉมงามทั้งสองคน พวกนางเมืออยู่ท่างกลางแสงสว่าง ช่างงดงามนัก
สองสตรีต่างเก็บดอกบัว เกาเหมียวหรงทำไมจะไม่รู้จุดประสงค์ เกาเหมยหรง
เรือของพวกนางทั้งสองคว่ำลงต่อหน้า จางหวัง คนอย่างจางหวัง ต้องเป็นวีระบุรุษช่วยสาวงามทั้งสองคนขึ้นมา
จางหวังกระโดดลงไปช่วยพวกนาง คนที่จางหวังช่วยขึ้นมาได้คือ เกาเหมยหรง พอมาถึงศาลาพักร้อน ทุกคนต่างมองหาคึณหนูใหญ่ คุณหนูใหญ่เดินมาพร้อมกับสาวใช้ นางคลุมตัวด้วยเสื้อคลุมขนาดใหญ่
"น้องรอง ขอบคุณท่านจางที่ช่วยนางไว้" ในตอนนั้น ฮูหยินรองรีบสาวเท้าเข้ามาดูบุตรสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของ จางหวัง
นี่มันอะไรกันนี่
"ท่านแม่" เกาเหมยหรงลืมตาขึ้น รีบกอดมารดาทันที นางจำได้ว่า นางกำลังจะว่ายน้ำไปอีกทางหนึ่งจู่ ๆ ก็หมดเเรงลงไปดื้อ ๆ
"ข้าเป็นคนช่วยนางเองขอรับ ฮูหยินรอง" สาวใช้รีบนำผ้ามาห่อตัวคุณหนูรองทันที
เรื่องนี้หากแพร่งพรายออกไป มีแต่เสียหาย บุรุษใดรู้เข้าว่า เกาเหมยหรงถูกคนเห็นร่างกายมาก่อน นางก็มิสามารถออกเรือนได้อีก
ในห้องโถงรับรองในยามนี้
หลังจากที่ทั้งสองสตรีเปลี่ยนอาภรณ์เรียบร้อย พวกนางทั้งสองคุกเข่าลง
"เรื่องนี้ ข้าจะรับผิดชอบคุณหนูรองเอง" จางหวังเอ่ยอย่างไม่อายปาก
"ได้อย่างไร มันแค่อุบัติเหตุ นายท่านจาง อย่าได้คิดมาก" เกาเซิงมิอยากให้บุตรสาวคนรองแต่งออกไปด้วย เพราะคนเยี่ยงนี้ไม่คู่ควรกับเหมยหรงของเขา
เกาเหมยหรงสบายใจที่บิดาออกหน้าให้
เกาเหมียวหรวไม่คิดว่าตาแก่นี้รักบุตรสาวไมาเท่ากัน
"เอาอย่างนี้ ดีรึไม่ เลื่อนงานแต่งงาน เข้ามาก่อนปีใหม่เเล้วกันเพื่อตอบแทนท่าน" ฮูหยินรองเสนอขึ้นมา
ความคิดฮูหยินรองตรงกับเกาเซิงนัก ในห้องรับรองทุกคนต่างเห็นด้วย กระนั้นเกาเหมียวหรงจึงขอตัวไปพักผ่อน เรื่องนี้สร้างความยินดีกับเกาเหมยหรงนัก
เกาเหมยหรงกลับมาที่เรือนพำนัก นางคงจะหลีกเลี่ยงชะตากรรมนี้ ไม่ได้จริง ๆ ในตอนที่ตกน้ำ นางใช้เข็มจิ้มข้อมือเกาเหมยหรง ให้นางสลบไป จากนั้นตัวนางเองก็รีบว่ายขึ้นฝั่ง
เรื่องนี้กับทำให้นางได้ออกเรือนกับตาแก่นั้นเร็วกว่าเดิม
ไม่ได้นางจะต้องหาทางออกให้ตัวเอง
ยามราตรีมืดมิดมาเยือน สองนายบ่าวแต่งกายเป็นบุรุษ หยุดตรงหน้าหอร้อยบุปผาของเมืองโจว
"คุณหนูจะดีรึเจ้าคะ เยี่ยงนี้" เป็นสตรี หาต้องเข้ามาในที่แห่งนี้ไม่งามเอาเสียเลย ความคิดของเสี่ยวหง
เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ ทำให้เกาเหมียวหรงคิดเเล้วคิดอีก ว่ายอมเสียความบริสุทธิ์ ให้บุรุษสักคน ดีกว่าเสียตัวให้ตาแกจางหวัง
"คุณหนูจะไปจริงรึ" เสี่ยวหงถามเจ้านาย
เกาเหมียวหรงไม่ใส่ใจสาวใช้รีบก้าวเข้าไปในหอร้อยบุปผา
เสียงดนตรีบรรเลง เหล่าสาวงามร่ายรำบนเวทีอย่างเฉิดฉาย
เเม่เล้าเหนียง เจ้าของหอร้อยบุปผาต่างต้อนรับหนุ่มน้อยรูปงามทั้งสอง
ทั้งสองถูกจัดให้นั่งตรงกลางจะได้เห็นสาวงามอย่างชัด เกาเหมียวหรงโยนก้อนเงิน ให้เเม่เล้า ไม่นานนัก อาหารรสเลิศก็เต็มโต๊ะ พร้อมทั้งสาวงามแนบซ้ายเเละขวา
"ได้ยินมาว่า วันพรุ่งนี้ ท่านเเม่ทัพเทพสงครามหน้าหยก จะเดินทางมาที่เมืองโจว ยังหาสาวงามปรนนิบัติมิได้เลย"
เกาเหมียวหรงได้ยินคำพูดนี้ผ่านฉากกั้น หลังนางไล่สาวงามไปหมดเเล้ว เหลือเพียวเสี่ยวหง
เทพสงครามหน้าหยกจะมารึ
"ข้าได้ยินว่า เขาเป็นบุรุษที่หล่อเหลาเเละ หื่นราคะยิ่งนัก
เช้าวันต่อมาหลังจากเมื่อคืนนี้ นางกลับจากหอร้อยบุปผา เกาเหมียวหรงก็คิดเเล้วคิดอีก นางจะต้องใช้ท่านแม่ทัพเป็นเกราะกำบัง หลีกหนีจากชะตากรรมที่โหดร้ายนี้ให้ได้
กองทัพทหารม้าของท่านแม่ทัพผู้เกรียงไกร ย่างเข้ามาในเมืองโจว
บุรุษผู้อยู่บนหลังม้า ใบหน้าหล่อเหลา คมคาย ดวงตามีเสน่ห์ยิ่งนัก ทำให้เหล่าสตรีตกอยู่ในภวังค์ เมื่อสบตาคู่นั้น
อวี้เยว่แม่ทัพใหญ่แห่งเเคว้นได้รับมอบหมายให้มาปราบโจรภูเขาที่ออกดักปล้นชาวบ้าน ในอำเภอเมืองโจว ค่ำคืนนี้ เขาจึงได้พักที่หอร้อยบุปผา หรือหอคณิกาอันดับหนึ่ง ของเมืองโจว
สาวงามใบหน้าหยดย้อย แต่ละคนออกมาร่ายรำ ทำให้ชายหนุ่มพอใจนัก
เขาในวัยยี่สิบห้าปี ตอนนี้ มีอนุสามคน ขาดแต่ภรรยาเอก เขามีคู่หมั้นแต่เขาไม่อยากหมั้นหรือ แต่ง คิดแต่จะรับอนุไปเรื่อย ๆ
สกุลอวี้ได้ก่อตั้งราชวงศ์จินมาหลายรุ่น ได้รับพระราชทานยศ ข้าวของเงินทอง อวี้เยว่ ได้รับการแต่งตั้งเป็นท่านหนานอ๋อง สมญานามเทพสงครามหน้าหยก
"คืนนี้ หาสาวงามมาปรนนิบัติข้า ของามที่สุดในใต้หล้า" เสียงกึกก้องประกาศออกไป ทำให้เเม่เล้าเหนียง รีบจัดหาสาวงามที่สุดให้เขา
แต่ชายหนุ่มปฏิเสธ เพราะพวกนางงามไม่พอ เเม่เล้าเหนียงร้อนรนใจยิ่ง
หญิงงามผู้หญิงเดินเข้ามาในหอร้อยบุปผา แม่เล้าเหนียงรอดตายเเล้ว
บรรยากาศภายในห้องอึมครึมนัก เนื่องจากสาวงามไม่ถูกใจหนานอ๋อง
"ท่านเเม่ทัพ มาเเล้วเจ้าค่ะ สาวงาม" เเม่เล้าเหนียงเดินเข้ามาก่อน พร้อมสาวงามเดินตามหลัง
สตรีนางนั้นรูปร่างบอบบาง ไม่สิ ทรวงอกของนางทลักออกมา ภายใต้ผ้าคลุมสีแดง ใบหน้างามนั้นปกปิดไปด้วยผ้าขาวบางครึ่งหนึ่ง เห็นเพียงดวงตากลมโตราวกลับดวงจันทราบนฟากฟ้า กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเรือนกายของนาง ทำให้หนานอ๋องมีสีหน้าที่พอใจ
"พวกเจ้าออกไปให้หมด"
เพียงไม่นาน ในห้องเหลือเพียงสาวงามกับหนานอ๋อง
เกาเหมียวหรงในยามนี้ ตื่นเต้นยิ่งนัก นางเลือดหนีออกจากจวนนายอำเภอทิ้งให้เสี่ยวหงกับเเม่นมหยงเฝ้าเรือน
ขอเพียงนางทำเรื่องนี้สำเร็จ ท่านพ่อก็มิสามารถบังคับนางออกเรือนได้
มือหนาคว้าเอวบางมากอด บดขยี้ริมฝีปากอย่างร้อนแรง กลิ่นกายของนางช่างกระตุ้นให้เขามีอารมณ์เหลือเกิน
เกาเหมียวหรงมิใช่ไม่รู้เรื่องอย่างว่า นางในโลกปัจจุบัน เคยมีแฟนมาบ้าง รู้เพียงว่า ครั้งแรกจะตั้งเจ็บ นางหลับตา เขาจูบทั่วใบหน้า มือหนาถอดอาภรณ์ออกอย่างช้า ๆ คนงามไม่รู้สึกตัวเลยเเม้แต่น้อย เครื่องห่มตัวล่วงลงข้างล่าง เหลือเพียงร่างงามประดุจหยก
เขายอมรับว่าคณิกานางนี้ร่างกายงดงามนัก ร่างหนาประกบร่างบาง นิ้วมือสิบนิ้วสอดประสานกันไปทั่วทั้งคืน
แก่นกายความเป็นบุรุษสอดแทรกกระแทกเข้าไปอย่างรุนแรง สาวงามหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ใหญ่และยาวมาก
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม ชายหนุ่มพลิกร่างงามเป็นอีกท่าหนึ่ง
"อ้า ท่าน"
"ข้าชอบร่องตรงนี้"
คนบ้าอะไรแหย่เข้าไปด้านหลังจนปวดเเสบไปหมด เกาเหมียวหรงพยายามกลั้นน้ำตาไว้
เสียงตบกั้นงอนงามดั้งขึ้น สาวงามร้องอย่างเจ็บปวด แม่ทัพที่พ่วงตำแหน่งอ๋อง ช่างป่าเถื่อนเหลือเกิน
ยามเช้าเกาเหมียวหรงรีบจากไปทันที
อวี้เยว่พลันตื่นขึ้นมากวาดสายตามองไปโดยรอบพบว่าร่างบางได้หายไปแล้ว อีกทั้งหยกพกเขาก็หายไปด้วย เขาจึงสั่งคนไปนำตัวเเม่เล้าเหนียงขึ้นมาพบว่า สตรีคนนั้น จู่ ๆก็เข้ามาของานทำเเล้ววันนี้ก็มาจากไป
อวี้เยว่ตบโต๊ะดังสะนั่น
เขาสั่งให้คนไปสืบความหาสตรีนางนั้น เวลาผ่านไปหนึ่งวันจึงทราบว่า นางคือบุตรธิดาคนโตของนายอำเภอเกาเซิง
บุตรสาวนายอำเภอกล้ามาก
จวนนายอำเภอยามนี้ เกาเหมียวหรงสารภาพความจริง นางได้เสียกับท่านแม่ทัพเทพสงคราม
ฝ่ามือเกาเซิงตวัดลงไปใบหน้าบุตรสาวคนโต
"สารเลวนัก เจ้าทำเยี่ยงนี้ได้อย่างไร"
สายตาคนเป็นบิดา มองจี้หยกพกที่เขียนคำว่า เยว่
"นี่มันอะไรกัน พี่ใหญ่ไปได้เสียกับท่านแม่ทัพตอนไหน" เกาเหมยหรงได้ยินข่าวรีบเข้ามาในห้องโถงเรือนหลักทันที นางรับมิได้ นังสารเลวจะแต่งกับพ่อค้าจางหวัง อยู่เเล้วอีกไม่กี่วัน
มาวันนี้ นังสารเลวได้จี้หยกพกของท่านเเม่ทัพมาได้อย่างไร