ตอน 1

บทนำ

“เนยว่าตัวนี้สวยไหม?” เสียงทุ้มถามพลางลอบมองแก้มสีซับเลือด เมื่อสองสายตาสบประสานกันโดยบังเอิญ คนหนึ่งนิ่งอึ้งไปเพราะมัวแต่ให้ความสนใจขนตาเป็นแพสวยเหนือดวงตาคู่คม มากกว่าเสื้อผ้าชุดสวยในมือถือของชายหนุ่มในฝั่งตรงข้ามกันจนเขาต้องย้ำถาม

“ว่าไงครับ... เนยชอบไหม?”

“เนยก็ชอบ... เอ้อ... เนยว่าระบายลูกไม้ดีเหมือนกันค่ะ”

“พี่ว่าระบายลูกไม้ชายยาวลากพื้น สม็อกเอวรัดช่วงกลางตัวทำให้ดูผอมขึ้นเนอะ เนยว่ามันควรมีถุงมือด้วยมั้ยอะ?”

“เนยว่ามีถุงมือด้วยคงหรูหราไปอีกแบบเหมือนนางเอกเรื่อง... อะไรนะ? ที่เนยไปดูกับพี่”

“แวมไพร์...”

“ใช่ ๆ นั่นแหละ แต่ว่าชุดนั้นเปิดหลังเดินบนพรมแดงเข้าโบสถ์ เนยว่าเก๋ดีนะคะแต่เอ...” คิ้วเรียวสวยเหนือดวงตาคู่กลมโตชนชิดติดกันเกือบจะเป็นเส้นตรง “พี่ปัดอารมณ์ไหนคะ มาชวนเนยดูชุดแต่งงานเนี่ยนะ?”

“ไม่แต่งงานดูไม่ได้รึไงครับ? พี่แค่ดูเพราะอยากดูเฉย ๆ พี่ว่าเนยน่าจะชอบชุดเดียวกับที่พี่ชอบ...” คนพูดเลิกคิ้วเลียนแบบกิริยาของหญิงสาวที่มีสีหน้างุนงงสงสัยแม้รู้ดีว่าเขาคงหยอกล้อเธอเล่นเหมือนทุกครั้ง

“หรือว่าเนยคิดอะไร?”

“เปล่านี่คะ ใครบอกว่าเนยคิด...”

ใบหน้าแดงซ่านเลื่อนมองผ่านกระจกบานสูงจรดเพดานออกไปด้านนอกซึ่งถนนเต็มไปด้วยรถยนต์ในช่วงเวลาเร่งด่วน เพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่าอาย ค่อยหันกลับมาพูดกับเขาใหม่

“เนยว่า... แปลก วันนี้พี่ปัดทำตัวแปลกมากเลยค่ะ โทรมาปลุกตั้งแต่เช้าเอาดอกไม้มาใส่แจกันในร้านให้ สงสัยต้องแอบถามยัยวิละว่าพี่ชายมีลับลมคมในอะไร”

“ถามไปก็ไม่รู้ครับ ยัยวิน่ะวัน ๆ ทำแต่งาน กลับมาจากออฟฟิศก็สี่ห้าทุ่มแล้วพี่เคยเจอหน้าน้องสาวที่ไหน ขนาดคนในบ้านยังเห็นนางนับวันได้”

“แต่เนยแช็ตคุยกับนางทุกวันนะจะบอกให้ วันก่อนยัยวิยังมานอนห้องเนยเลยค่ะ”

พูดถึง ‘ปวิมล’ เพื่อนสาวป่านนี้ได้ดิบได้ดี ทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่ นาน ๆ ครั้งถึงว่างมาหา แต่เณศราก็โทรหาเพื่อนตลอดไม่เคยขาดการติดต่อ

คนเป็นพี่ชายถึงกับหน้าเจื่อน เก็บมือถือลงกระเป๋าหนังสะพายใบโปรดที่เธอซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด ประสานมือทั้งสองไว้บนโต๊ะพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม

“พี่ปัดก็น่ารักเหมือนทุกวันอะ... จะไปมีเรื่องอะไรล่ะครับ?” แล้วเลื่อนมือไปหยิกแก้มนุ่มอย่างมันเขี้ยว จนคนทำแก้มป่องต้องยกมือลูบตามรอยแดงที่ค่อย ๆ จางหายไป มันคงไม่เจ็บแต่ให้ความรู้สึกแสนซาบซ่านหวั่นไหว

ยากจะจำได้ว่าเจอหน้ากันบ่อยเท่าไร ปัถฐพลขยันมาหาเธอเป็นกิจวัตร เช้าถึงเย็นถึงด้วยเหตุผลว่าเขาต้องไปรับไปส่งน้องสาวและบ้านของเธอก็อยู่ละแวกเดียวกัน ทางผ่านไปมหาวิทยาลัย ถึงมันจะเป็นข้ออ้างเพียงฝ่ายเดียวเพราะจนกระทั่งเรียนจบแล้ว ทั้งเธอและปวิมลมีรถยนต์เป็นของตัวเอง เขาก็ยังมาช่วยยกขนมปังขึ้นรถตอนเช้า มาขับรถให้บ้างถ้าหากว่าวันไหนเธอทำงานเหนื่อยจนหมดเรี่ยวหมดแรง

ใช่เท่านั้น หากว่ามีหนุ่ม ๆ มาจีบหยอดทอดสะพานเมื่อไร พี่ชายเพื่อนคนนี้แหละ! ออกตัวเป็นไม้กันหมาไล่เตลิดเปิดเปิงเสียทุกราย เณศราจึงต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากกับการทำความเข้าใจในความสัมพันธ์ที่ไม่มีใครพูดกล่าว... ว่าควรเป็นแฟนหรือเปล่า

เธอแค่วางตัวดีในแบบของเธอที่ไม่ได้เหมาะสมกับเขานัก

“แล้ววันนี้จะรับอะไรดีคะ?”

“พี่ปัดคนแปลกขอสตรอว์เบอร์รีชีสเค้กเหมือนเดิมครับ”

“ค่ะ... รอสักครู่นะคะคุณลูกค้า” พูดพลันเลื่อนมือลงลูบกระโปรงบานฟูฟ่องสีชมพูให้เรียบลงค่อยลุกขึ้นอย่างระวัง ด้วยท่าทางเรียบร้อยสมเป็นกุลสตรี

Bakery By Ne’Sara ตัวหนังสือใหญ่โตบนป้ายสีชมพูบอกถึงความเป็นสาวสายละมุน โลโก้สัญลักษณ์ลายตุ๊กตาผมหยิกหยอย ดวงตากลมโตเหมือนตุ๊กตาบลายธ์มากกว่าที่จะเหมือนเจ้าของร้านซึ่งนั่นทำให้เธอหัวเราะกับมันอยู่บ่อย ๆ กระโปรงฟูฟ่องบนสติ๊กเกอร์ที่แปะหน้าสินค้าทุกชิ้นหน้าตาน่ารักเหมาะสำหรับเป็นของฝาก เหมาะสมกับเณศรา

ด้วยสไตล์การแต่งตัวสุดมุ้งมิ้งตามเทรนด์แฟชั่น เสื้อยืดเอวลอยออกแนวสวยซ่อนแซ่บไม่น่าเกลียดจนเกินไปธีมเดียวกับร้านเบเกอรี่ กระเป๋าสะพายพาดบ่าหนังสีขาว รองเท้าส้นสูงสองนิ้วก็มักจะประดับประดาด้วยงานแฮนด์เมดที่เต็มไปด้วยดอกไม้

เป็นอันรู้กันว่านอกเหนือจากเรื่องเจ้าของร้านสวยน่ารัก! เบเกอรี่ร้านนี้ยังสดใหม่ อบร้อนจากเตาทุกวัน

“สตรอว์เบอร์รีชีสเค้กหนึ่งที่ค่ะน้องพลอย อย่าลืมลูกค้าโต๊ะนู้นด้วยนะคะ คิดเงินออเดอร์นี้แล้วเราจะกลับไปอ่านหนังสือกลับได้เลยนะ พี่ปิดร้านเองค่ะ”

“ค่ะพี่เนย”

พอนักศึกษาตอบรับพยักหน้า หญิงสาวดันสังเกตเห็นบางคนยกปลายนิ้วชี้ปากอ้ากว้างทำหน้าทะเล้น เขานั่งคอยอยู่บริเวณโต๊ะแรกใกล้เคาน์เตอร์คิดเงิน เธอยิ้มอ่อนมองอย่างนึกขัน อมแก้มกลมตุ่ยขณะก้มตัวลงกวาดสายตามองขนมในตู้กระจกใสเพื่อดูสินค้าที่เหลือ

ครึ่งก้อนเป็นสตรอว์เบอร์รี สองก้อนที่เหลือเป็นวานิลลากับพายอีกไม่กี่ชิ้น...

“เค้กหน้าช็อกกะสตรอว์เบอร์รีขายดีค่ะพี่ มีอาจารย์เหมาไปสามก้อนเลยค่ะ”

“จ้ะ งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าพี่ทำเพิ่มเนอะ เราว่างมาช่วยก็มานะ... มาทำเค้กอร่อย ๆ ให้ลูกค้าทานกัน”

“พวกหนูจะมาแต่เช้าเลยค่ะพี่เนย!”

นักศึกษาสาวร่างท้วมยิ้มหน้าระรื่นหากว่าจะได้เป็นลูกมือเรียนการทำเค้กโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย คนสอนเองก็น่ารักใจเย็นไม่หวงวิชา ไม่เคยดุว่าน้อง ๆ คนไหน

เมื่อลูกค้าเดินมาสั่งซื้ออาหารว่างไปทานทั้งสองคนรีบช่วยกันคิดเงิน ยกถาดขนมเค้กและกาแฟไปบริการให้ถึงโต๊ะ สำหรับคนพิเศษอย่างปัถฐพล เธอใช้ที่คีบตักเค้กทีละชิ้นวางลงบนจานใบเล็กแซมขอบสีทองอย่างเอาใจใส่ เสิร์ฟอาหารให้เขาด้วยตัวเอง

“ครีมคัสตาร์ดหนึ่ง เค้กสตรอว์เบอร์รีหนึ่ง หนึ่งแถมหนึ่งเพราะว่าก้อนนี้เนยทำ ทานให้อร่อยนะคะคุณลูกค้า”

จานสีขาวน่ารักตกแต่งด้วยตุ๊กตาไอซิ่งรูปหญิงสาวในกระโปรงพองสีขาว รู้เลยว่าหน้าเหมือนใคร

เณศราหย่อนก้นนั่งลงที่เดิม ขณะใบหน้าหล่อเหลาเผยรอยยิ้มเศร้าหมอง

“เป็นวันสุดท้ายหรือเปล่า? จะได้กินเค้กอร่อย ๆ ของเนย...”

“คะ?” เธอเลิกคิ้วขึ้นมองสงสัย ชายหนุ่มจึงฉีกยิ้มกลบเกลื่อน

“เอ่อ... ไม่มีอะไร พี่กินเสร็จพี่ไปเลยนะ ไม่อยู่ช่วยเก็บร้านนะครับ”

“ค่ะไม่เป็นไร เนยเก็บร้านคนเดียวได้ พี่ปัดมีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”

“ไม่มี...” เขาตอบก่อนเลื่อนสายตาลงมองเค้กครีมหนาฟูแต่งแต้มด้วยผลไม้ ใช้ซ้อมตักทานมันอย่างช้า ๆ ซึมซับรสชาติกลมกล่อมพอดี ไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป

ตลอดระยะเวลาหลายปีที่หญิงสาวสร้างเนื้อสร้างตัวเปิดร้านเบเกอรี่ สร้างแบรนด์เป็นของตัวเองสำเร็จ ปัถฐพลรู้ดีว่าเขาไม่ต่างจากเพื่อนร่วมเดินทางฝัน

“พี่ภูมิใจในตัวเนยนะ... ถึงพ่อแม่พี่จะไม่ชอบเนยเพราะว่าเนยไม่รวย พี่ขอให้เนยมีความสุขกับการทำเค้กอร่อยแบบนี้ไปเรื่อย ๆ”

“เนยมีความสุขกับการทำอาหารทุกอย่างค่ะ เนยชอบเบเกอรี่เป็นพิเศษ มันฟูฟ่อง นุ่มนิ่ม เด้งดึ๋ง ๆ เวลาเห็นมันออกจากเตาแล้วคนกินยิ้มเพราะว่าเค้กอร่อย เนยหายเหนื่อย เนยรู้สึกภูมิใจค่ะ”

คำพูดนั้นทำคนฟังใจชื้นไม่น้อย ปัถฐพลก้มหน้าทานขนมในจานจนเกลี้ยง ในสายตาของเจ้าของร้านที่นั่งยิ้มอย่างเอ็นดู น้องนักศึกษาเดินผ่านมาแซวสองสามคำ จนกลับบ้านกันไปหมดเหลืออยู่แค่สองโต๊ะคือกลุ่มอาจารย์ นักศึกษาและโต๊ะของเจ้าของร้าน

“อิ่มละพี่ไปก่อนนะ ตังค์จ่ายแล้วนะครับ” คนพูดหัวเราะอย่างไม่ลืมว่าไม่ทอนด้วย! สำหรับฐานะระดับเขาคงมาทิปน้อง ๆ ได้ทุกวัน ช่วยอุดหนุนกันไป มือหนาวางส้อมเล็กลงบนจานเบา ๆ เลื่อนมือไปกุมมือของเธอเอาไว้

“พี่... ชอบ... เค้กเนยมากนะ อร่อยมาก ๆ อร่อยสุดยอด”

“ขอบคุณค่ะ ไว้ค่อยคุยกันนะคะ ขับรถดี ๆ”

หญิงสาวพยักหน้ารับคำชมที่ได้ยินอยู่บ่อยครั้งด้วยใจเป็นสุข ขณะที่เขาค่อย ๆ ปล่อยมือของเธอ

มันให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนกับว่าเขายังคงกุมมือของเธอเอาไว้ คอยให้กำลังใจเหมือนทุกครั้ง ทว่าพอร่างสูงลุกขึ้นยืนและเดินจากไป หัวใจดวงน้อยกลับสั่นไหวประหลาด

เณศราแน่ใจว่าเขาทำตัวแปลก ๆ และด้วยความไม่แน่ใจว่าอีกคนมีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าถึงได้พูดจาไม่เป็นตัวของตัวเอง เธอพลอยเป็นกังวลขนาดว่านำจานไปล้างทางด้านหลังร้าน ยังเผลอพึมพำหน้าอ่างล้างมือคนเดียว กระทั่งเสียงโทรศัพท์สั่นดังจากกระเป๋าสะพายใบน่ารักลายตุ๊กตาหมี และเป็นเพราะว่าห้อยพวงกุญแจรถยนต์ไว้ด้วยกันมันเลยสั่นไปทั้งกระเป๋า

บางคนไม่ยอมขึ้นรถกลับบ้านไปสักที โทรมาทำอึก ๆ อัก ๆ ผิดวิสัยของปัถฐพลที่ไม่ใช่คนทำตัวมีความลับมากมาย เธอคุยกับเขาไม่กี่คำก็จำเป็นต้องวางสายเพราะปวิมลโทรสวนเข้ามาพอดี

[เนย... พี่ชายฉันไปร้านแกปะ?]

“มานั่งเล่นอยู่สักพักแล้วล่ะ นี่พี่เขาเพิ่งออกไปเอง... โทรมาจะพูดอะไรก็ไม่พูด มีอะไรเปล่าแก?”

ความเป็นคนซื่อไร้พิษภัยมาแต่ไหนแต่ไร เณศราคงนึกไม่ออกจริง ๆ คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นมองกำแพงสีขาวครีมในร้านเงียบเชียบ ซึ่งเธอต้องตกใจอีกครั้งเพียงได้ยิน...

[คือ... งี้นะเนย... พี่ปัดจะแต่งงานอาทิตย์หน้านี้แล้ว ฉันสงสัยว่าเขายังไม่เอาการ์ดแต่งงานไปให้แกอีกเหรอ?]

ตอน 2

1

เดรสเกาะอกระบายลูกไม้บนเรือนร่างงามสง่า ชายลากยาวไปตามพื้นพรมแดง ในถุงมือเข้าคู่กันกับชุดสวย เจ้าสาวกำดอกกุหลาบสีขาวช่อโตก้าวผ่านกลีบดอกไม้หลากสีด้วยรองเท้าแก้วราคาแพง ควงคล้องแขนเจ้าบ่าวด้วยหน้าตาหวานชื่น

ห้องบอลลูมของโรงแรมห้าดาวถูกเนรมิตให้เป็นสรวงสวรรค์ของดอกไม้นานาพรรณ สถานที่ในฝันสมฐานะของคนทั้งคู่ ด้วยฝีมือของเจ้าภาพงานแต่ง ทางฝ่ายชายนั้นประกอบธุรกิจโรงงานผลิตอาหารแห้งส่งออกบริษัทใหญ่อันดับต้น ๆ ของประเทศ ฝ่ายหญิงเป็นลูกสาวเจ้าสัวบูรพากรณ์ เจ้าของธุรกิจสินค้าอาหารแปรรูป

เณศรามาร่วมยินดีทั้งงานแต่งเช้าและเย็น ด้วยความที่เธอต้องจัดอาหารว่าง นำขนมปังเบเกอรี่มาส่ง ช่วงหัวค่ำยังต้องจัดเค้กงานแต่งสูงเจ็ดชั้น ด้านบนเป็นซุ้มดอกไม้รูปหัวใจทำจากน้ำตาลไอซิ่ง มีสองหนุ่มสาวกอดคอเต้นรำเหมือนเจ้าชายเจ้าหญิงในนิทาน ตามคำขอของเจ้าสาวที่บอกผ่านทางแม่เจ้าบ่าว

เจ็บ! แต่ต้องทำตัวเหมือนกับว่าไม่รู้สึกอะไร กระทั่งสิ้นสุดงานแล้วเธอยังไม่ได้ยินคำขอโทษหรือคำแก้ตัวดี ๆ จากปากเขาเลย

ร่างบางในเดรสสีขาวแขนยาวเผยผิวขาวเนียนละเอียดทั่วแผ่นหลัง กระโปรงเอวสูงฟูฟ่องความยาวประเข่า หนุ่มบางคนเคยบอกกับเธอว่าแต่งตัวได้น่ารัก เณศราไม่รู้สึกชื่นชมชื่นใจมันอย่างเคย แววตาคู่คมปลาบเอ่อคลอบอกว่าเขารู้สึกผิดยามสบประสานสายตาเธอในฐานะคนอื่น ไม่ใช่คนรู้ใจ เธอทำได้แค่ฝืนทนอดกลั้นความขมขื่น ทั้งที่อยากยืนจิกทึ้งหัวตัวเอง ส่งเสียงกรี๊ดยืนดิ้นพล่านเป็นนางร้ายในละครหลังข่าว เธอไม่อยากแม้แต่จะอวยพรบ่าวสาวป้ายแดงแต่อยากใส่ชุดดำมาล่มงานวิวาห์

ในความเป็นจริงแล้วสาวเรียบร้อยอ่อนหวานอย่างเธอกลับเอาแต่ยิ้ม... ยืนกินเค้กหน้าระรื่นยังกับว่ามันผสมกัญชา!

จะให้ทำยังไงในเมื่อรับปากเขาไปแล้ว วันนี้เธอเป็นแค่ลูกจ้างที่พ่อแม่เขาจ้างวานมาในราคาพิเศษ

ถูก... พิเศษ! ราคาคนกันเอง!

หญิงสาวคงได้แค่คิดแค้นในใจ คอยนับเลขถอยหลัง ยกนาฬิกาข้อมือเรือนเล็กกะทัดรัดหน้าปัดสีชมพูขึ้นมาดูบ่อยครั้ง

เสียงปรบมือสนั่นดังในอีกไม่นานหลังจบการนำเสนอเรื่องราวผ่านจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ว่าคนทั้งคู่มาเจอกันในงานรวมรุ่นแล้วรักกันแต่แรกเห็น

ภาพเคลื่อนไหวแสนหวานของคู่รักเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ! ใครก็รู้ว่าสองครอบครัวแต่งงานกันด้วยเรื่องหุ้นและธุรกิจ สองบ้านนี้ยังเก่งเรื่องงานสร้างภาพ

เณศราพยายามทำตัวเป็นปกติจนจบงานแต่งอลังการงานสร้าง คล้ายกับว่าเป็นการโชว์หน้าตาทรัพย์สินความร่ำรวยของบ่าวสาว การหลอกลวงคนหมู่มากซะกว่าเป็นงานมงคล

และเมื่อเค้กก้อนโตถึงเจ็ดชั้นถูกหั่นด้วยปลายมีดแหลมที่ผูกไว้ด้วยริบบิ้นสีแดง สองบ่าวสาวคงไม่รู้ตัวว่าเพิ่งจะหั่นหัวใจคนทำเค้กเป็นชิ้น ๆ ซึ่งพวกเขาคงจบแค่มีดเดียว ค่อยควงแขนกันมาเยาะเย้ยพร้อมพ่อแม่พี่น้องที่รู้ว่าลูกชายของพวกเขามีความสัมพันธ์อย่างไรกับเณศรามาตลอดสามปี

“ขอบคุณที่มาร่วมงานแต่งพี่นะเนย ขอบคุณเรื่องเค้ก... ขนมด้วยครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ เนยชอบทำเค้กอยู่แล้ว งานสำคัญขนาดนี้ เนยยินดีกับพี่ปัดด้วยนะคะ ยังไงเนยขอกลับไวสักหน่อย ขออนุญาตนะคะคุณลุงคุณป้า...”

เผ่นไว... สายฟ้าแลบ! ใต้รอยยิ้มสดใสบนดวงหน้างามที่แต่งแต้มเครื่องสำอางอ่อนพอดียังไม่เปิดเผยความรู้สึกแม้สักนิด

มาร่วมแสดงความยินดี! ท่องไว้ว่าควรยินดีกับความรักของคนทั้งคู่

“สำเหนียกตัวเองดี... สมเป็นลูกสาวข้าราชการ มารยาทงามเสมอต้นเสมอปลายเนอะเพื่อนยัยวิเนี่ย”

เสียงหัวเราะเยาะเป็นเสียงของคุณแม่เจ้าบ่าว เณศราจำได้ดีเพราะไม่ว่าเธอจะทำดีแค่ไหน ทุ่มเทความจริงใจไปสักเท่าไรกลับไม่เคยถูกใจคนบ้านนี้ กระนั้นเธอยังคงยิ้มรับคำชมยกมือไหว้งามช้อยก่อนหมุนกายเดินจากไป มือเรียวบีบกระเป๋าหนังแบรนด์เนมแน่น เม้มริมฝีปากเหยียดตรงก้าวเดินอย่างว่องไว โดยมีเพื่อนสาวตามมาติด ๆ

“เฮ้ย... เนย รอก่อน!”

ปวิมลรีบตามเพื่อนให้ทัน ปลายส้นสูงแหลมย่ำออกมาจากงานที่เต็มไปด้วยผู้คน คว้าแขนเรียวเอาไว้ทันเจ้าตัวก็แค่ยิ้มแล้วถามมีอะไรจ๊ะ? นั่นทำให้คนเป็นเพื่อนยิ่งใจคอไม่ดี จนมาลานจอดรถโล่งกว้าง

“ฉันขอโทษนะแก... ขอโทษจริง ๆ ว่ะ” น้ำเสียงสำนึกผิดมาพร้อมการปลอบประโลม มือเรียวโอบบ่าอย่างสนิทสนมด้วยความที่คบกันมาตั้งแต่มัธยม

“นี่แม่งความผิดฉันล้วน ๆ ฉันไม่น่าแนะนำพี่ชายให้แกรู้จักเลย แกไม่ควรต้องมาเสียใจขนาดนี้อะ”

“คิดมากไปนะแก ฉันไม่เป็นไรสักหน่อย”

เณศรายิ้มกลบเกลื่อน หน้าฮอนด้าแจ๊ซคันโปรดที่เธอหยิบรีโมตออกมากดปุ่มเปิดประตู โอบเอวบางของเพื่อนที่อยู่ในชุดสวยเหมือนกันคงโกรธไม่ลง

“แกอย่าทำหน้าตายเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราวดิ ฉันรู้สึกแย่มาก ๆ เลยนะ อกอีวิจะแตกตายอยู่แล้วนังเนยเอ๊ย!”

“มันไม่อะไรเลยเรื่องแค่นี้ พี่ปัดเขาแค่ไม่กล้าบอกฉันเท่านั้นเอง ฉันเข้าใจพี่เขานะ เป็นฉันฉันก็คงไม่กล้าบอก”

เขาก็แค่โกหกเธอ... ทรยศหักหลังกันหน้าด้าน ๆ!

อันที่จริงเธอยังไม่เคยเจอผู้ชายประเภทนี้ด้วยซ้ำแต่นึกถึงคำของแม่ว่าให้มองโลกบวกเสมอ ไม่มีใครเป็นเจ้าของใคร ทุกคนมีสิทธิ์ในชีวิตที่จะทำอะไรก็ได้

“พี่ปัดไม่ได้อยากแต่งกับนาง เขาชอบแกมากนะเว้ยไม่งั้นไม่ตามจีบมาตั้งสามปี... สงสารสองคนเลย ทำไงดี? ช่วยไรไม่ได้...”

“ไม่เป็นไรจริง ๆ นะวิ… คนเขามีความสุข พี่ชายเพื่อนมีความสุขฉันก็ดีใจด้วยจ้ะ”

รอยยิ้มหวานของคนที่ไม่ขึ้นรถสักที แต่ยืนคุยกับเพื่อนอย่างน่ารักใจเย็นทำเอาปวิมลเบิกตากว้าง

“อั๊ยย่ะ… ทำไมแกไม่บวชไปเลยวะ วัดแถว ๆ บ้านก็ได้นะ พ่อแม่แกได้ไปหาได้ด้วย”

“เป็นความคิดที่ดี เอาไว้ฉันจะลองเก็บเรื่องนี้ไปคิดดูนะ เผื่อธรรมะจะช่วยเยียวยาใจ ช่วยธุรกิจเบเกอรี่ของฉันให้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า”

“แกก็ขายดีอยู่แล้วนี่นา... เอ้อ มีอะไรคุยกับฉันได้นะ วันนี้ฉันนอนเป็นเพื่อนแก”

“ยินดีต้อนรับเสมอจ้ะ แต่ว่าไม่ต้องห่วงเพื่อนมากนะ ฉันโอเคไม่ทำให้ใครไม่สบายใจเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง เรื่องประหลาดขนาดนี้ วันหนึ่งมันต้องกลายเป็นตลกกับฉันแน่ ๆ แหละแก”

สมกับเป็นเณศรา... คนเป็นเพื่อนต้องรู้แน่แล้วว่านั่นเป็นการประชดประชันเล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะขึ้นรถมาด้วยกันแล้วก็ยังไม่ได้ยินเรื่องที่ควรพูดเช่นว่าทำไมเขาทำแบบนี้ ทำไมเขาทิ้งฉันไป หรือผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร

สองมือเรียวจับพวงมาลัยมั่นคงในสีหน้าปกติสุข คนขับยังเปิดเพลงสนุก ๆ ในรถ พูดคุยกันเรื่องเพื่อนเก่าที่ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ตอนนี้ต่างคนคงกำลังร่วมสนุกกับงานอาฟเตอร์ปาร์ตี้ หลังเสร็จสิ้นพิธีแต่งงาน

ในเมื่อตัดสินใจที่จะไม่พูดถึงแล้วเธอก็จะไม่สนใจ เธอจะไม่ติดต่อเขาอีก จะไม่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งสติ๊กเกอร์ไลน์น่ารัก ๆ ถามว่าเขาถึงบ้านหรือยัง

เธอไม่มีสิทธิ์... เจอหน้าเขาทุกวันเหมือนเดิม พรุ่งนี้ไปจะไม่มีคนมาขับรถให้เธออีกแล้ว ไม่มีคนมาช่วยขนขนมปังนั่งกินเค้กส่งยิ้มหวาน หลังจากที่สาวแปลกหน้าเพิ่งมาตีทะเบียนสลักคำสำคัญว่า ‘สามี’ หล่อน

สายตาริษยาอาฆาตจงใจมองหน้าอย่างรังเกียจราวกับว่าเป็นเสนียดในงาน ไม่ทักทายกันสักคำต่อให้เธอจะเป็นแขกคนหนึ่งที่มีน้ำใจใส่ซองให้บ่าวสาว ใคร ๆ ก็เห็น

เธอไม่ได้ถือสา... แต่ปล่อยวางทุกอย่างลงพร้อมน้ำตามากมายที่รินไหลอยู่ภายใน สงบมันไว้ให้หยุด สุดก้นบึ้งของหัวใจในเมื่อผู้ชายคนนั้นไม่ควรค่า...

ใช่... เขาไม่ควรค่ากับความรักบริสุทธิ์ของเธอสักนิด!

ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ดีเท่ากับเพื่อนรัก หลังอาบน้ำแต่งตัว แล้วนั่งคุยกันเล็กน้อยประสาเพื่อนสนิทที่มาค้างอ้างแรมบ่อย ๆ ปวิมลคิดว่าคนสดใสใจดีมองโลกบวกเสมอคงไม่เป็นไร แต่พอปิดไฟเท่านั้น กลับต้องคอยยกมือลูบศีรษะสั่นเทาไปถึงหัวไหล่ในเดรสนอนตัวการ์ตูนน่ารักจนเจ้าตัวหมดแรง ผล็อยหลับไปในความเงียบ ไม่มีเสียงสักแอะ นั่นทำให้เธอไม่สบายใจจนถึงกับโทรไปต่อว่าพี่ชาย

“ทำแบบนี้กับเพื่อนวิได้ไง? ไม่ชอบกันทำไมต้องมาให้ความหวัง พี่เห็นผู้หญิงเป็นของเล่นเหรอ?”

[พี่จำเป็นต้องแต่งให้พ่อแม่... เพื่อครอบครัวเรานะวิ... วิรู้ว่าพี่ชอบเนย]

การแต่งงานของสองครอบครัวเพื่อการปรองดองกันทางธุรกิจ... ไม่ได้เกิดจากความรัก ปวิมลรู้เรื่องนี้มาก่อน แค่ไม่คิดว่าพี่ชายจะบ้าจี้แต่งตามใจผู้ใหญ่ ในเมื่อบ้านของเธอไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน พี่ชายเธอเองก็เป็นหนุ่มหงิม ๆ ไร้พิษภัย คบกับเพื่อนมาตั้งหลายปีไม่รุกบุกไม่อะไร มากสุดที่ใครเห็นก็แค่จับมือ กอด หอมแก้ม

เท่านั้นจริง ๆ

ขนาดว่าโดนลูกยุจากน้องสาว พี่ชายผู้แสนเรียบร้อยอ่อนโยนไม่มีเก็บไปคิดเรื่องใต้สะดือ ปวิมลแทบไม่อยากเชื่อว่าจะมีผู้ชายแบบนี้บนโลกแต่ก็มี! อีพี่เธอนี่ไง!

ในขณะที่มันไม่ควรมีใครต้องมาเดือดเนื้อร้อนใจกับเรื่องนี้โดยเฉพาะผู้หญิงแสนดีคนหนึ่งที่แค่โชคร้าย...

เจ้าสาวของพี่... พี่สะใภ้หมาด ๆ ยังเอาเรื่องใช่ย่อย รวิตามีนิสัยตรงกันข้ามกับเณศราทุกอย่าง

“วิว่านางเหมือนคนบ้า เหมือนลูกคนรวยที่โดนตามใจจนเสียนิสัย วิไม่ชอบ บอกว่าเลยวิจะไม่กลับบ้านไปเจออีวินั่น วิจะเก็บของออกไปอยู่เอง ฝากบอกป๊าม๊าด้วยแล้วกัน”

[ทำแบบนั้นเพื่อนเราจะยิ่งเดือดร้อน เดี๋ยวป๊าม๊าไปโวยวายใส่เนยอีก แค่ไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ ก็พอพี่ว่า]

“ไม่ค่ะ... ตรงนี้ใกล้ที่ทำงานกว่าด้วย ใกล้รถไฟฟ้าไปทำงานสะดวก นาน ๆ กลับบ้านทีดีกว่า”

ปวิมลเชิดหน้าชูคอระหว่างถกเถียงกับพี่ชาย ก่อนที่เธอจะไปหลบคุยตรงระเบียงของคอนโดมิเนียมด้วยกลัวว่าเสียงโทรศัพท์จะทำให้เจ้าของห้องตื่น

ตอน 3

2

ขอบตาบวมช้ำหนา! แดง! เหมือนโดนผึ้งต่อยมายกรังทำให้หญิงสาวใช้เวลาแต่งหน้านานพอสมควร กว่าจะกรีดตาสองชั้นที่กลายเป็นชั้นเดียวอย่างอาหมวยเยาวราชให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ก็เล่นเอาเหนื่อย เธอหยิบชุดสวยกระโปรงพองเสื้อลายแมวน่ารัก ดัดผมสีน้ำตาลให้เป็นลอนบริเวณปลายผมเหมือนตุ๊กตา จัดเสื้อผ้าหน้าผมเป๊ะเหมือนทุกวันด้วยความเป็นคนรักสวยรักงาม ทำสภาพตัวเองให้กลับมาสวยสดใส

เสียใจเท่าไร... ต้องเก็บไว้ในใจ เพื่อที่จะรีบบึ่งรถไปอบขนมปังแข่งกับเวลา เป็นโชคดีที่น้อง ๆ มาเปิดประตูเหล็กซึ่งเป็นแบบดึงขึ้นชักรอกซ่อนเชือกไว้ ช่วยกันนำขนมปังที่ปั้นแล้วเข้าตู้อบแต่เช้ามืด

หน้าร้านคาเฟ่แสนน่ารักมีประตูรั้วสีขาวติดริมถนนใหญ่ เว้นช่วงเล็กน้อยเป็นหญ้าเทียมและตุ๊กตาเพื่อป้องกันมลพิษจากภายนอกที่มีรถสัญจรไปมาตลอด ในทุก ๆ เช้าจะมีลูกค้ามายืนรอต่อคิวซื้อแซนด์วิชกล่อง ขนมนมกาแฟ ฝากท้องของพวกเขาไว้กับเณศราเบเกอรี่ก่อนไปทำงานและไปเรียน

ไม่ขยันเลยไม่ใช่แค่อดตาย มันหมายถึงความเดือดร้อนของผู้คนที่จะต้องไปหาซื้ออาหารร้านอื่น เป็นเหตุให้เจ้าของร้านให้ความสำคัญกับการเปิด-ปิดร้านและวันหยุดเอามาก ๆ

แต่เช้านี้เธอพลาด!

เณศรารู้สึกผิดจนต้องเอ่ยขอโทษน้องนักศึกษาและพนักงาน บอกเหตุผลว่าทำไมมาสายนั่นก็คือเธอไปงานแต่งผู้ชายคนนั้นมา คนที่ทุกคนเข้าใจว่าเป็นแฟนหนุ่ม ออ... ก็ไม่ใช่สินะเพราะว่าเขาไม่เคยบอกว่าเป็นแฟน เธอทำเป็นเรื่องตลกโปกฮาแม้ว่าคนอื่นจะหัวเราะไม่ออก

เมื่อข่าวสารรวดเร็วในยุค 3G หลายคนคงแปลกใจ เณศราได้รับคำปลอบใจจากทุกคนรอบกาย ขนาดคุณพ่อคุณแม่ยังเดินทางมาหา คุณพ่อไม่ลืมดอกไม้สำหรับตกแต่งแจกันในร้าน คุณแม่มาช่วยต้อนรับลูกค้าที่มาต่อคิวซื้อกาแฟจนคนเริ่มน้อยลงค่อยเข้าไปกอดลูกสาว

“ไม่เป็นไรนะลูก... เนยยังมีพ่อแม่เสมอ ไว้วันหยุดนี้ไปทานข้าวกัน แม่เลี้ยงเองจ้ะ”

“ลูกสาวพ่อเก่งอยู่แล้ว พ่อว่าผู้ชายเยอะแยะ สวยเลือกได้ซะอย่าง”

“ขอบคุณนะพ่อแม่... ลูกจ้างสองคนเนี้ยน่ารัก ไม่ต้องจ่ายเงินเดือนด้วยอีก”

เสียงหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดีจากชายร่างสูงใหญ่และสาววัยสี่สิบห้าปี

เนตราปลอบสารพัดจะปลอบแม้ว่าลูกสาวไม่เคยแสดงความอ่อนแอออกมาให้ใครเห็น ด้วยความที่ถูกเลี้ยงมาให้ช่วยเหลือตัวเอง ตัดสินใจทำอะไรอย่างมั่นใจโดยมีครอบครัวคอยให้การสนับสนุน

เณ-ศรา และ เน-ตรา ตัวอักษรขนาดใหญ่ ‘Ne’ ลูกสาวเป็นคนต้นคิด ตั้งใจเปิดร้านให้คุณแม่ผู้ชื่นชอบเบเกอรี่ หลงใหลในการทำขนมเป็นชีวิตจิตใจ

บรรยากาศอันแสนอบอุ่นหน้าเคาน์เตอร์คิดเงิน หลายคนในร้านคงอดอมยิ้มไม่ได้ มันเป็นภาพที่เห็นอยู่บ่อยครั้งคราวสองหนุ่มสาวรุ่นใหญ่ในเชิ้ตสุภาพเรียบร้อยสะอาดตาแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนลูกสาว

ต่างคนพากันไปด้านหลังร้านอาหาร มีมุมน้ำพุเล็ก ๆ เป็นม้านั่งหินมองผ่านไปเป็นรั้วมหาวิทยาลัยเอกชน นักศึกษาเดินกันขวักไขว่ถือแท็บเล็ตหิ้วกระเป๋าสะพายพาดบ่าเตรียมตัวเข้าห้องเรียน

คุณพ่อเห็นสีหน้าของลูกสาวไม่ค่อยดีนัก แต่จำเป็นต้องตักเตือนสั่งสอน

“หวังว่านี่จะเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ในชีวิตนะลูกนะ ผู้ชายบางคนเลิกรากันไปอาจเป็นเพื่อนกันได้...หรือว่าไม่ได้... ลูกลองคิดดูอย่าให้พลาดอีก เดี๋ยวภรรยาเขาจะมาว่าเอา ลูกต้องวางตัวดี ๆ นะเนย”

แววตาคู่สวยสลดเศร้าเกิดประกายแน่วแน่ยามสบมองสีหน้าเป็นกังวลของคนทั้งสอง

“แม่เองก็เอาใจช่วยนะลูก ตราบใดที่ลูกคิดดีทำดีลูกจะเจอคนศีลเสมอ ธุรกิจลูกก็จะเจริญรุ่งเรืองไปด้วย เรื่องแต่งงานเป็นการตัดสินใจของเขาส่วนตัวเราต้องดำรงในศีลธรรม ห้ามเด็ดขาดนะ... ห้ามไปยุ่งกับผัวใคร”

“ค่ะพ่อ แม่... เนยไม่ทำให้พ่อแม่เสียชื่อเสียงแน่นอน ถึงเนยจะหัวอ่อนไปหน่อย เนยว่าเนยมีจุดยืนในชีวิตอยู่ค่ะ” เธอฉีกยิ้มกว้างหวานให้คุณแม่สบายใจ ก่อนจะทอดสายตามองสนามหญ้าเขียวขจี ลานกีฬาของมหา’ลัยไฮโซด้วยท่าทางสบาย ๆ

จากตรงนี้กั้นกลางไว้ด้วยรั้วระแนงเหล็กเป็นซี่สีดำ สำหรับป้องกันความปลอดภัยของทรัพย์สินเวลาปิดร้าน ซึ่งมหา’ลัยเปิดกว้างพื้นที่หลายไร่คงไม่มีใครมาคอยเฝ้าตลอดทุกตารางนิ้วนอกเสียจากพนักงานรักษาความปลอดภัยทางประตูหน้าในอีกฟากหนึ่ง กับกล้อง CCTV นับร้อยตัว

ที่ได้ทำเลดีขนาดนี้ก็ฝีมือข้าราชการมีเส้นสาย แจกลายเซ็นเบิ้ลสองเป็นคนค้ำให้เธอกู้ธนาคารทีเดียวผ่าน เณศราได้ทำตามฝันของตัวเองที่จะเปิดร้านขนมปัง...

“อดคิดถึงคนเคยดูแลกันไม่ได้นะ พ่อว่าเขาก็ออกจะนิสัยดี แต่ว่าช่างเถอะ... คนจะไปเขาตัดสินใจแล้ว เราก็ปล่อยเขาไป” คุณพ่อให้กำลังใจลูกสาวแม้ว่ายังไม่เข้าใจในเหตุผลของชายหนุ่มนัก ก่อนถึงเวลาต้องบอกลากัน

“เอ้า... พ่อพาแม่ไปเข้างานก่อนนะครับ ขายดี ๆ นะลูก”

“บ๊ายบายค่ะ ไว้เจอกันวันหยุดนี้”

เด็กรุ่นใหม่น้อยคนจะยกมือไหว้สวัสดีพ่อแม่แต่เณศราทำ... เธอยกมือประนมแนบอกอย่างงามช้อยสมกุลสตรี แจกหอมฟอดใหญ่อย่างเท่าเทียม โบกมือลาจนทั้งสองขึ้นรถยนต์ที่จอดไว้ด้านข้างร้าน

ใบหน้าสดสวยคลายความเศร้าหมองหลังทั้งสองคนจากไป เธอยิ้มดีใจแล้วก็เศร้าอีกพอกลับเข้าไปในร้าน มองไปที่โต๊ะตัวเดิมเหมือนว่าเขายังนั่งรอเธออยู่ตรงนั้น

อย่าโง่ค่ะ! จะไปคิดถึงเขาทำไม?

บอกตัวเองด้วยใจเจ็บ หญิงสาวกัดริมฝีปากตัวเองจนแทบจะเป็นห้อเลือด ลืมไปว่าไม่ได้อยู่คนเดียว

“พี่เนยคะ ฝากเสิร์ฟหน่อยโต๊ะแปด”

เสียงเรียกสั่งพาหลุดจากภวังค์ฟุ้งซ่าน น้องนักศึกษาวางของไว้แล้วเดินหายไปดูขนมปังในครัว เณศราส่ายหน้าไปมา

“มาสายหน่อยเดียว ไม่รู้ใครเป็นเจ้านายลูกน้องแล้วล่ะวันนี้” ไม่วายบ่นพลางผ่อนลมหายใจหนัก เธอหยิบจานเค้กใบเล็กใส่ถาดบนเคาน์เตอร์แล้วเดินไป ทันใดนั้นเอง เพราะไม่ทันสังเกตเห็นพื้นเปียกนองน้ำยังใส่ส้นสูงประมาณสองนิ้วมาด้วย

“ว๊าย!” เสียงดังทันทีที่เจ้าของร้านคนสวยเกือบเทกระจาดลงพื้นพร้อมกับเค้กในจาน ซึ่งเธอคว้ามันได้ทันแม้ว่าครีมสีขาวจะละเลงเละเทะบนเสื้อยืด

ขณะดวงตาคู่สวยเบิกกว้างมองตามใบหน้าหล่อเหลา หนุ่มแปลกหน้ารวบเอวของเธอเอาไว้กระชับจับไม่ให้ล้มลงฟาดกับพื้นเย็นเฉียบ มือใหญ่วางทาบบนแผ่นหลังดันล้วงเข้าไปในเสื้อในสภาพที่เธอเอนตัวลงเป็นนักเต้นเท้าไฟในงานลีลาศ

เนื้อแนบเนื้อสำหรับงานเอวลอย...

นึกอยากเอาเสื้อลอยเต่อตัวนี้ยัดเข้าไปในกระโปรงแต่เขาจับไปแล้วจะไปมีประโยชน์อะไร

“ระวังนะครับมันลื่น...”

ทั้งน้ำเสียงและสีหน้าราบเรียบไร้อารมณ์มีเสน่ห์ในแบบหนุ่มหล่อขาว... ตี๋ตาโตใต้แว่นกรอบหนา... นี่มันหนุ่มฮอตเนิร์ดชัด ๆ!

เณศราสติหลุดไปหลายนาน แม้รู้สึกได้ถึงความร้อนแรงจากฝ่ามือหนาใหญ่ นุ่ม! เหมือนมือผู้หญิง จนเสียงทุ้มนุ่มละมุนหูเรียกดัง

“คุณครับ?”

เธอรีบผละออกจากอ้อมแขนแข็งแรง ทรงตัวอย่างมั่นคง ละล่ำละลักพูด

“ขอโทษค่ะ!”

“ไม่ใช่คุณ... ผมต้องเป็นฝ่ายขอโทษครับ เด็กพวกนั้นเป็นนักศึกษาผม... ทำน้ำหก... ตั้งใจ” ปลายนิ้วชี้ออกไปทางนอกหน้าต่างบานใส เณศราถึงได้มองตามหนุ่มสาวประมาณสี่คนด้านนอกร้านยืนฉีกยิ้มแฉ่ง โบกมือไปมา แต่ละคนดูแล้วหน้าตาท่าทางเอาเรื่อง ทว่าเธอคงจะโกรธเด็ก ๆ ไม่ลง

“ไม่เป็นไรค่ะเชิญนั่งก่อนนะคะ คุณนั่งก่อนเลยค่ะนั่งตรงนี้เลย เอ่อ... อาจารย์นะคะ?”

ความเก้อเขินทำให้เธอเพิ่งฉุกใจนึกขึ้นได้ถึงคำว่า ‘นักศึกษาผม’ ยังไม่เคยมีหนุ่มคนไหนมาลูบหลังด้วยมือสด ๆ! เธอพาเขาไปนั่งลงบนโซฟาสีเขียวหน้าเคาน์เตอร์ อาจารย์หนุ่มก็เอาแต่มองเค้กในมือเหมือนเสียดายทั้งคนทั้งเค้กที่จำเป็นต้องปล่อยให้เป็นอิสระ

“ฉันขอโทษและขอบคุณมากเลยนะคะ ถ้าอาจารย์ไม่รับไว้ฉันคงได้หน้าแหกปากแตกหมอไม่รับเย็บ... ทานกาแฟหรือน้ำอะไรไหมคะ? ทานฟรีได้เลยค่ะ...”

“ไม่เป็นไร ๆ ครับ ผมจ่ายได้ครับ ขอเป็นคาปูชิโน่เย็นแล้วกัน... แต่...” เสียงเข้มเงียบไป นัยน์ตาคู่คมใต้แว่นกรอบหนาขยับมองไปทางของที่เธอประคองมันไว้ราวกับว่าเป็นทองคำล้ำค่า ไม่ใช่เค้กเพียงเสี้ยวเดียว

“ผมขับรถมาจากพระประแดงเพื่อมากินสตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก เหมือนว่ามันจะเป็นชิ้นสุดท้ายในตู้นะครับ...”

“พระประแดง!” อุทานตาโต เพราะนั่นคือห่างจากร้านเธอเกือบสี่สิบกิโลฯ ได้ เท่ากับขับรถข้ามจังหวัด เณศราก้มศีรษะให้เขาไม่รู้รอบที่เท่าไร

“ขอโทษจริง ๆ นะคะ เดี๋ยวฉันจะทำให้ใหม่ แต่วันนี้คงไม่ทัน ยังไงวันหลังมาทานฟรีได้เลยค่ะอาจารย์...”

“ครับ... ไม่เป็นไร”

โกหกล้วน ๆ! เมื่อดวงตาคู่คมไม่ละวางจากก้อนครีมบนเสื้อยืดบริเวณหน้าอกกับก้อนเละเทะในมือบอกว่าเขาอยากกิน...

“หรืออาจารย์จะทานเค้กบนเสื้อฉันล่ะคะ? ส่วนอันนี้... เละ...” เธอยิ้มเจื่อนก่อนจะปล่อยเค้กสีเนื้อนวลลงบนจานอย่างเดิม ใส่ถาดขนาดพอดีมือเรียบร้อยดีแล้วจึงโน้มตัวลงวางมันบนโต๊ะ โดยมีอาจารย์หนุ่มเอื้อมไปหยิบมันเข้าปากทันที! เณศราถึงกับอ้าปากค้าง

“ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาท... กับคุณนะ”

“เอ้อ... รู้สึกเขินจัง แต่ดีใจนะคะที่เค้กอร่อย ดีใจมาก ๆ เลย”

แล้ว... อาจารย์เพิ่งกินเค้กขี้มือเธอแหละ...

คิดพลางอมยิ้มแก้มกลมตุ่ย พอเขาหยิบทิชชูส่งให้เธอรับมาเช็ดมือเช็ดเสื้อ เณศรายังเห็นด้วยอีกว่ามีคนแอบเหลือบตามองตามทิชชูเคลือบครีมสตรอว์เบอร์รีเหมือนอยากกินเข้าไปอีก

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED