บทที่ 1. ตอน ฉุดเจ้าสาวจากเกี้ยว
อำเภอต้าโจว แคว้นเป่ยฉี
เจ้าบ่าวสวมชุดแดงนั่งบนหลังอาชาสีขาวตัวพ่วงพี นำขบวนเกี้ยวเจ้าสาวออกจากหน้าประตูบ้านตระกูลหลิว ผู้คนต่างมามุงดูอยู่สองข้างทาง
เจ้าบ่าวมีนามว่า หยวนจงเหลียง เป็นเจ้าของบ่อนพนันใหญ่ของเมืองนี้ มีอิทธิพลและเลี้ยงอันธพาลเป็นลูกน้องอยู่หลายสิบคน หยวนจงเหลียง อาศัยว่ามีพี่สาวเป็นภรรยานายอำเภอ จึงไม่เกรงใจใคร ให้เงินพี่เขยวิ่งเต้นจนได้ตำแหน่งนายอำเภอนี้มา อีกฝ่ายจึงปิดตาข้างหนึ่ง ไม่รู้ไม่เห็นการกระทำเลวร้ายของน้องภรรยา
ผู้ใดหลงผิดเล่นในบ่อนจนติดหนี้ ก็ถูกบังคับยึดทรัพย์สิน พอใจหญิงงามคนใดก็ฉุดคร่าไม่สนศีลธรรม หลิวจื่อเซิ่งพลาดพลั้งหลงผิดจนติดหนี้พนันในบ่อนของหยวนจงเหลียง ถูกบังคับให้ยกบุตรีแต่งเป็นอนุเข้าเรือน มิอาจหลีกเลี่ยงจำต้องส่งบุตรีขึ้นเกี้ยวไป
เมื่อขบวนแต่งงานพ้นบ้าน ประตูถูกปิดลง นางหวังจูภรรยาหลิวจื่อเซิ่ง สั่งคนเก็บข้าวของขึ้นรถม้า นางผลักหลิวจื่อเซิ่งให้ขึ้นไป
"ท่านพี่รีบขึ้นไป ชักช้าจะไม่ทันการ"
"อาจู ทำเช่นนี้หากหยวนจงเหลียงจับได้ เราจะมิต้องตายยกบ้านหรือ"
หลิวจื่อเซิ่งรู้สึกหวาดกลัว หยวนจงเหลียงหมายตาหลิวชิงหลินบุตรีของเขา จึงวางแผนหลอกให้เขาเล่นพนันจนติดหนี้ บังคับให้ยกบุตรีแต่งเป็นอนุเข้าเรือน
"กว่าหยวนจงเหลียงจะรู้ พวกเราก็หนีไปไกลแล้ว ข้าจะให้คนวางเพลิงเผาบ้านนี้ทิ้ง ให้เข้าใจว่าเราตายในกองเพลิง"
"แล้วซืออินเล่า นางยอมขึ้นเกี้ยวแต่งงานแทนพี่สาว หากหยวนจงเหลียงรู้ความจริง นางมิถูกตีตายหรือ"
ที่แท้แล้ว เจ้าสาวในเกี้ยวมิใช่หลิวชิงหลิน แต่เป็นหลิวซืออิน หลานสาวกำพร้าของหลิวจื่อเซิ่ง ลูกของพี่ชายที่ตายจากไป ถูกเขาเลี้ยงไว้ในบ้าน ความเป็นอยู่ดีกว่าสาวใช้เพียงเล็กน้อย
"หยวนจงเหลียงขึ้นชื่อว่ารักหยกถนอมบุปผา ซืออินหน้าตางดงาม คงถูกใจเขาไม่น้อย เจ้าอย่าห่วงนางเลย รีบไปเถอะ จะได้ตามไปสมทบกับหลินเอ๋อและท่านแม่ที่ล่วงหน้าไปก่อน"
หวังจูคิดแผน 'ต้นหลี่ตายแทนต้นท้อ' บังคับหลานสาวให้ขึ้นเกี้ยวแทน นางรักเพียงลูกตัวเอง หลานสาวของสามีเลี้ยงดูให้ข้าวน้ำมา ถึงเวลาควรตอบแทนบุญคุณ จะเป็นจะตายนางมิได้สนใจ
รถม้าเคลื่อนออกจากประตูด้านหลังบ้านตระกูลหลิว บ่าวรับใช้โยนคบเพลิงใส่หลังคาที่ราดน้ำมันถงจนชุ่ม น้ำมันถงนั้นติดไฟง่ายแต่ดับยาก ไม่ช้าเปลวเพลิงก็ลุกท่วม เผาบ้านตระกูลหลิวทั้งหลัง เพียงคืนเดียวก็เหลือเพียงเศษขี้เถ้า
///
หลิวซืออินนั่งนิ่งบนเกี้ยวเจ้าสาว ในหัวกำลังนึกถึงก่อนหน้าที่นางจะถูกส่งขึ้นเกี้ยว อาสะใภ้เรียกนางมาช่วยแต่งตัวให้พี่สาว พอเข้าไปในห้องกลับถูกบังคับให้สวมชุดเจ้าสาว
"ซืออิน พี่ชิงหลินของเจ้ามิได้เต็มใจแต่งงานกับหยวนจงเหลียง ตอนนี้ได้หลบหนีไปแล้ว หากขบวนเจ้าบ่าวมาถึงแล้วไม่พบตัวเจ้าสาว พวกเขาคงฆ่าพวกเราแน่ เจ้ารู้ใช่ไหมว่าหยวนจงเหลียงโหดเหี้ยมเพียงใด"
นางหวังจู ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตากล่อมหลิวซืออินให้ยอมทำตาม
"หากพวกเราตายไป ท่านย่าของเจ้าจะมีผู้ใดดูแล ทุกวันต้องป้อนยา ป้อนข้าว เจ้าคิดดูเถิด"
แม่เฒ่าหลิวป่วยหนักเป็นอัมพาตมาหลายปี นางรู้ข่าวบุตรชายคนโตกับสะใภ้ถูกโจรฆ่าตาย ระหว่างเดินทางไปค้าขายยังต่างแดน ก็เป็นลมล้มฟาดพื้น นับแต่นั้นก็ทำได้เพียงนอนบนเตียงไม่ต่างจากผัก หลิวซืออินรอดชีวิตมาเพียงคนเดียว นางดูแลท่านย่าเช็ดตัวป้อนข้าวป้อนยามาหลายปี ย่อมมีความผูกพัน หวังจูใช้จุดนี้มาต่อรองกับหลิวซืออิน
"เพียงท่านอาสะใภ้รับปากดูแลท่านย่า ข้าจะขึ้นเกี้ยวแทนพี่ชิงหลิน"
"ซืออินเจ้าช่างกตัญญู ท่านอารับปากเจ้า จะดูแลท่านย่าของเจ้าเป็นอย่างดี"
หลิวซืออินเข้าไปบอกลาท่านย่า ร่างชราเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก มิอาจขยับตัวเมื่อได้ยินหลานสาวยอมทำตามคำสั่งของลูกสะใภ้ก็ได้แต่หลั่งน้ำตา
"อินเอ๋อ เจ้าเป็นคนดีสวรรค์ย่อมคุ้มครอง จำไว้คนดีเงยหน้าไม่อายฟ้า ก้มหน้าไม่อายดิน ความดีของเจ้าจะตอบแทนเจ้าในสักวัน"
หวังจูให้คนพาแม่เฒ่าหลิวขึ้นรถม้าจากไป หลิวซืออินจึงวางใจ ยอมเป็นตัวแทนพี่สาวขึ้นเกี้ยว นางเห็นเจ้าบ่าวมารับเจ้าสาว บุรุษผู้นั้นท่าทางน่ากลัว หากเขาเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว แล้วพบว่าคนที่ต้องการถูกสลับตัว จะโมโหเพียงใด คิดแล้วก็รู้สึกหวาดกลัวจนตัวสั่นขึ้นมา
ทันใดนั่นเอง ! คนแบกเกี้ยวก็หยุดเดิน พร้อมกับมีเสียงหนึ่งดังขึ้น
ปัง ปัง ปัง !
เสียงนั้นดังสนั่นติดต่อกัน ควันสีขาวลอยเข้าปกคลุมขบวน เสียงคนแตกตื่นและเสียงต่อสู้ดังขึ้น
เคร๊ง อ๊าก เคร๊ง อ๊าก !
เสียงดาบพร้อมกับเสียงคนร้องอย่างเจ็บปวดดังวุ่นวาย หลิวซืออินตกใจจนไม่กล้าขยับตัว ควันสีขาวลอยฟุ้งตลบมองไม่เห็นอะไร นางสำลักควันแต่ไม่กล้าไปไหน
ทันใดนั้นเอง !
มือของใครบางคนก็แหวกม่านกั้นประตูเกี้ยว ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวทำให้มองเห็นอีกฝ่ายไม่ชัด
"อย่าขัดขืน ถ้าไม่อยากตายก็ตามข้ามาดีๆ"
ข้อมือถูกมือหนาแข็งแรงราวคีมเหล็ก จับไว้แล้วกระชากตัวหลิวซืออินลงจากเกี้ยว
"นายท่าน เจ้าสาวโดนฉุดไปแล้ว !"
เสียงตะโกนของใครคนหนึ่งในขบวนดังขึ้น หยวนจงเหลียงรีบขี่ม้าไปขัดขวางโจรชั่วไว้ แต่เขากลับถูกอีกฝ่ายซัดมีดสั้นเข้าใส่จนร่วงตกจากม้า ดาบในมือคนร้ายจ่อที่คอ ขณะกระชากตัวเจ้าสาวมา แล้วดึงผ้าคลุมหน้าของนางออก
"หยวนจงเหลียง เจ้าเคยแย่งชิงเจ้าสาวของพี่ชายข้า ทำลายเฉียนเอ๋อจนนางคิดสั้น วันนี้ข้าจะล้างแค้นแทนนางเอง"
ฟึบ อ๊าก !
ตวัดดาบทีเดียว คอของหยวนจงเหลียงก็ขาดกระเด็น เลือดพุ่งกระจาย สิ้นใจในทันที
หลิวซืออินตกใจจนเข่าทรุด เลือดของหยวนจงเหลียงกระเซ็นเปื้อนชุดเจ้าสาวของนาง
"เจ้าบ่าวของเจ้าตายแล้ว จะตายตามมันไป หรือตามข้ามา"
เสียงของโจรชั่วดังขึ้น หลิวซืออินหันไปมองเห็นชายร่างสูงใหญ่ใบหน้าพันทับด้วยผ้าสีดำ เห็นเพียงดวงตาคมกริบกำลังจ้องมองนาง
"อย่านะ กรี้ดดด !"
หลิวซืออินกรีดร้องด้วยความตกใจ ก่อนที่ทุกอย่างรอบกายจะดำมืด พร้อมกับอนุสติสุดท้ายของนางได้ดับลงไป
///
บทที่2. ตอน คนชั่วเช่นข้ากำลังจะเป็นสามีเจ้า
หลิวซืออินรู้สึกตัวขึ้นมาท่ามกลางความมืด พยายามขยับลุกขึ้นแต่มือถูกมัดไว้แน่น ปากกับดวงตาก็มีผ้ามัดไว้เช่นกัน นางนอนอยู่บนพื้นรู้สึกถึงการโครงเครงไปมา พยายามออกแรงดันตัวเองให้ลุกขึ้น แต่ช่างยากเย็นเหลือเกิน ร่างกายขยับได้เล็กน้อยเพราะถูกพันธนาการไว้จนดิ้นไม่หลุด ยิ่งออกแรงยิ่งถูกเชือกที่มัดไว้บาดข้อมือจนแสบไปหมด
นางจึงนอนนิ่งๆ สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ พยายามตั้งสติตัวเอง นึกถึงเรื่องราวก่อนหน้านั้น
ภาพในความทรงจำเสี้ยวนาทีสุดท้ายก่อนสิ้นสติค่อยๆ วาบผ่านมาในหัว
"เจ้าบ่าวของเจ้าตายแล้ว จะตายตามมันไป หรือตามข้ามา"
ประโยคนี้ของเจ้าโจร ทำให้ความกลัวพุ่งวาบเข้ามา ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความหวาดหวั่น
นางถูกโจร ฉุดจากเกี้ยวเจ้าสาว!
หลิวซืออินพยายามสงบอารมณ์ ข่มความหวาดกลัวลงทีละน้อย ท่านย่าเคยสอนว่า อย่าให้ความหวาดกลัวมาทำให้ตัวเองขลาดเขลา
หลิวซืออินสูดลมหายใจแรงๆ นิ่งเงียบเงี่ยหูฟังเสียงรอบๆ กาย
เสียงน้ำไหล... เสียงลม... พื้นโครงเครง...
นางคงถูกพาขึ้นมาบนเรือและเรือกำลังไปที่ไหนสักแห่ง...
แกร๊ก...
เสียงเปิดประตูดังแว่วมา หลิวซืออินนอนตัวแข็งทื่อ หายใจเข้าออกแผ่วเบา ความหวาดกลัวถาโถมเข้ามาอีกระรอก นางพยายามตั้งสติแม้ว่าจะกลัวมาก แต่จะหนีอย่างไร เมื่อถูกมัดมือไว้แบบนี้ ได้แต่นอนรอชะตากรรม ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
แกร๊ก...
เสียงประตูปิดลง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ เดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เสียงฝีเท้าหยุดลงเมื่ออีกฝ่ายเดินมาหยุดใกล้ๆ เขายอบตัวลงพร้อมกับยื่นปลายนิ้วสากหนาไล้ไปมาบนแก้มนุ่ม
หลิวซืออินกลั้นหายใจ ขนลุกเกรียวด้วยความกลัวปนขยะแขยง พยายามไม่ขยับ กลัวอีกฝ่ายรู้ว่านางรู้สึกตัวแล้ว ภาพของโจรชั่วใช้ดาบฟันคอหยวนจงเหลียงยังอยู่ในหัว
ปลายนิ้วแตะไล้ไปมาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนไปปลดผ้าที่คาดปากนางออก
“ท่าทางเจ้า ดูเหมือนจะหายใจไม่ค่อยออก ใช่หรือไม่”
คนพูดดึงผ้าออกจากปากของนาง ขณะมองร่างงามในชุดเจ้าสาวสีแดงด้วยสายตาเรียบนิ่ง นางคงกลัวมากนอนตัวแข็ง อีกทั้งยังกลั้นหายใจ แกล้งเป็นสลบไม่ฟื้นอย่างนั้นหรือ...
“เจ้า...”
หลิวซืออินเลิกแกล้งนอนนิ่ง เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายรู้ว่านางฟื้นแล้ว
“เป็นอย่างไรบ้าง เจ้าสาวคนงาม...”
คำพูดดูเหมือนเย้าหยอก แต่เสียงเขาแข็งกร้าว ทำเอาคนฟังห่อไหล่ ตัวสั่นเทาไปหมด
“เจ้าฆ่าหยวนจงเหลียงไปแล้ว เหตุใดถึงไม่ยอมปล่อยข้า”
อีกฝ่ายยังเงียบไม่ยอมตอบ ได้ยินเสียงถอนหายใจแรง พร้อมกับมือหนาที่เอื้อมมาบีบไหล่แล้วดึงตัวนางให้ลุกขึ้นนั่ง
หลิวซืออินขยับถอยหนีตามสัญชาตญาณ แต่เขาไม่ยอมให้นางออกห่างบีบไหล่ไว้แน่น แรงบีบทำให้นางนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“โอ๊ย... ข้าเจ็บนะ”
เสียงร้องทำให้เขาคลายมือออกเล็กน้อยแต่ไม่ยอมปล่อย ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนรู้สึกถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่รินรดใกล้แก้มนวล
"อย่ามาใกล้ข้า"
หลิวซืออินเบี่ยงหน้าหนีอย่างรังเกียจ นั่นดูเหมือนทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ มือหนาละจากไหล่มาบีบปลายคางของนางไว้แน่น ราวกับคีมเหล็ก
“อย่าอวดดีกับข้า”
เขาเอ่ย ด้วยน้ำเสียงชวนขนลุก กลิ่นลมหายใจบ่งบอกว่าเขาดื่มสุรามา และคงเมามายมิใช่น้อย
“ข้าไม่เคยทำผิดอันใดต่อเจ้า อย่าทำอะไรข้าเลย ไว้ชีวิตข้าเถอะ”
หลิวซืออินอ้อนวอนเสียงสั่น หวังให้เขาเห็นใจ แต่ความหวังของนางก็หมดสิ้นลง เมื่ออีกฝ่ายยื่นหน้าเข้ามาหา แล้วปิดริมฝีปากนางด้วยริมฝีปากร้อนผ่าวอย่างดุดัน
หลิวซืออินตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจ ก่อนจะเบี่ยงหน้าหนี พยายามขัดขืนดิ้นรนต่อต้าน การกระทำอันป่าเถื่อนนั้น
ยิ่งดิ้นยิ่งนางก็ถูกเขาบดขยี้ริมฝีปากหนักหน่วงขึ้น หลิวซืออินหมดแรงจวนเจียนจะขาดใจตายกับจุมพิตดุดันนั้น เขาก็ผละออกห่างให้นางได้หายใจ ไม่ทันจะโล่งอกเขาก็ประทับริมฝีปากลงมาอีกครั้ง ครั้งนี้อ่อนโยนลง ค่อยๆ บดเคล้าอย่างนุ่มนวล คล้ายจะปลุกปั่นให้นางหัวหมุน ความรู้สึกแปลกๆ ผุดขึ้นในท้อง
นางพยายามส่ายหน้าหนี แต่ถูกเขาจับปลายคางไว้แน่น ลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดรัดเรียวลิ้นนุ่ม สอดประสาน ยั่วหยอก หลอกล่อ ให้นางสิ้นแรงขัดขืน
“อืม มาเป็นเจ้าสาวของข้าเถอะนะ...”
เขาผละริมฝีปากออกกระซิบข้างใบหูนาง หลิวซืออินหอบหายใจแรง จูบของเขาทำให้นางอ่อนระทวยสิ้นฤทธิ์ หน้าร้อนผ่าว รู้สึกอับอายขึ้นมา น้ำตาไหลพราก
“คนเลว เจ้ามันคนเลว ข้าเกลียดเจ้า”
นางด่าทออย่างลืมกลัว มือถูกมัดไว้ทำอะไรไม่ถนัด สิ่งที่ทำได้คือยื่นหน้าไปกัดคนที่อยู่ใกล้เต็มแรง
“โอ๊ย ! เจ้าเป็นหมารึ”
อีกฝ่ายไม่ยอมให้นางกัดเขาอีก บีบคางนางจนเจ็บ ทำให้หลิวซือต้องปล่อยฟันออกจากท่อนแขนที่กัดไว้ รสเค็มผสมคาวในปาก ทำให้รู้ว่ากัดจนเขาเลือดออก รีบบ้วนคาบเลือดทิ้งอย่างขยะแขยง
“ฤทธิ์มากใช่ไหม ถ้าเช่นนั้น ข้าก็จะไม่ถนอมเจ้าแล้ว”
เขาตวาดด้วยน้ำเสียงโมโหจัด ก่อนจะผลักนางล้มลงไปนอนกับพื้นอีกครั้ง แล้วโถมตัวเข้าหา มือหนาฉีกทึ้งชุดเจ้าสาวสีแดงจนขาดวิ่น
แคว่ก แคว่ก แคว่ก !
“อย่านะ ปล่อยข้านะ ไอ้คนชั่ว !”
หลิวซืออินดิ้นรนขัดขืนด้วยความกลัว นึกเสียใจนางไม่น่าไปกัดไอ้โจรร้ายเลย ทำให้มันโมโหแบบนี้ มันคงไม่ละเว้นนางแน่
“คนชั่วรึ คนชั่วเช่นข้ากำลังจะเป็นสามีเจ้า”
เขายื่นหน้ามากระซิบใกล้หู คนได้ยินน้ำตาไหล ตัวสั่นด้วยความกลัว นางพยายามดิ้นหนี แต่ถูกมัดไว้แน่น ตาถูกปิด ตกอยู่ในความมืด เสื้อผ้าถูกกระชากออกจากตัว ความกลัวยิ่งทวีขึ้นเรื่อยๆ
“อย่านะ... อย่าทำข้าเลย ได้โปรดละเว้นข้าด้วย...”
นางอ้อนวอน น้ำตาไหลออกมาจนชุ่มผ้าที่ปิดตาไว้ แต่ความหวังก็ดับลง เมื่อร่างหนาเข้ามาแนบชิด สัมผัสที่นาบลงมา ทำให้หลิวซืออินรู้ว่าอีกฝ่ายไร้อาภรณ์ติดกาย เขาขยับเข้ามาคร่อมทับร่างของนางเอาไว้ ดวงตามองเห็นเพียงความมืด เช่นเดียวกับหัวใจที่กำลังถูกความหวาดกลัว ครอบคลุมจนมืดหม่น
///
บทที่3. ตอน ดั่งบุปผาถูกขยี้
“ฮือ... ไม่นะ อย่า...”
หลิวซืออินเบือนหน้าหนี พยายามดิ้นรนสู้ แต่ถูกเขาใช้มือข้างหนึ่งกดตรึงข้อมือทั้งสองไว้เหนือศีรษะ ใช้เข่ากดต้นขานางไว้จนดิ้นหนีไม่ได้ ใบหน้างามส่ายไปมา น้ำตาไหลจนเปื้อนผ้าที่ปิดไว้มองเห็นคราบชื้น เขาใจอ่อนลงวูบหนึ่งคล้ายจะยุติสิ่งที่ทำอยู่
ทว่า... ภาพของนางหลี่เจียน กำลังร้องไห้เหมือนคนจะขาดใจ ร่ำร้องให้เขาทวงความยุติธรรมให้กับจางเฉียนวาบเข้ามาในหัว
“เสี่ยวเหวิน เจ้าต้องล้างแค้นให้เสี่ยวเฉียน ป้าขอร้องเจ้า”
สภาพร่างไร้วิญญาณของจางเฉียน ทำให้คนเห็นแทบสติแตก เจ็บปวดรวดร้าว หัวใจเจียนแหลกสลาย จางเฉียนคือสตรีที่เขารักสุดหัวใจ
“ท่านป้าบอกข้าว่า โตขึ้นจะให้ข้าแต่งงานกับพี่ตง ข้าต้องรักพี่ตงให้มากๆ ”
จางเฉียนเป็นเด็กกำพร้า นางหลี่เจียนรับมาเลี้ยงไว้ สั่งสอนให้รักและเชื่อว่าต้องโตขึ้นมาเพื่อเป็นเจ้าสาวของหลินตงลูกชายของนาง จางเฉียนและเขาโตมาด้วยกัน ความผูกพันก่อเกิดเป็นความรักขึ้น หลินตงรับรู้ว่าเขารักจางเฉียน จึงชะลอการแต่งงานไว้ พยายามพูดให้มารดาเปลี่ยนใจ แต่นางหลี่เจียนยังยืนกรานให้จางเฉียนแต่งงานกับลูกชายของนาง
“หลินตงเป็นลูกชายคนเดียว ต้องมีทายาทสืบสกุล เสี่ยวเจียนคือคนที่ข้ากับท่านลุงของเจ้า เลี้ยงไว้ให้แต่งงานกับเขา เสี่ยวเหวินเจ้าอย่าคิดอกตัญญู แย่งชิงสตรีของพี่ชาย”
เขาถูกผู้เป็นป้าสะใภ้ขัดขวาง ไม่ให้แย่งชิงจางเฉียนมาจากหลินตง เขาจำยอมตัดใจพาตัวเองไปทำงานกับสำนักคุ้มภัย ออกเดินทางไปยังที่ต่างๆ เมื่อรู้ว่าหลินตงกับจางเฉียนกำลังจะแต่งงาน เขาจึงกลับมาร่วมอวยพรวันวิวาห์ ให้พี่ชายและสตรีที่เขารัก แต่นั่นกลับเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาได้เห็นทั้งคู่
หัวใจที่อ่อนลง พลันแข็งกร้าวขึ้นมาด้วยไฟแค้น หยวนจงเหลียงฉุดจางเฉียนไป ข่มเหงนางจนนางคิดสั้นกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย หลินตงเองก็ถูกทำร้ายจนขาหัก ร่างกายบอบช้ำ ท่านลุงเองก็เสียใจจนล้มป่วยติดเตียง ครอบครัวผู้มีพระคุณถูกรังแก สตรีที่เขารักต้องตายจาก
"หยวนจงเหลียนมันทำร้ายหลินตง และยังขืนใจเสี่ยวเฉียนจนนางคิดสั้นฆ่าตัวตาย
ดวงตาลุกวาบด้วยความแค้น ความเห็นใจถูกปัดทิ้ง สุราที่ดื่มทำให้เขายิ่งขาดสติ ร่างกายร้อนวูยวาบ ภายในกายเกิดความกำหนัดขึ้นมาจนมิอาจยั้งใจตัวเองไหว เยี่ยเหวินจ้าวเพิ่งรู้ตัวว่าสุราที่เขาดื่ม ผสมยากระตุ้นกำหนัดไว้ สติของเขาดับวูบเหลือเพียงความต้องการของร่างกายที่มิอาจควบคุม หญิงงามใต้ร่างจึงกลายเป็นที่ระบายความปรารถนา
“อย่านะ ปล่อยข้า ได้โปรด...”
หลิวซืออินพยายามดิ้นรนปกป้องตัวเองสุดชีวิต ทว่านางไม่อาจจะต้านทานความป่าเถื่อนของเขาได้ น้ำตาไหลรินอาบแก้ม พร้อมกับเสียงร้องอ้อนวอน
“ปล่อยข้าเถอะ ฮือ อย่าทำข้าเลย ฮือ...”
เรือนร่างอันงดงาม ทรวงคู่งามอวบใหญ่พอดีตัว ปลายยอดสีชมพูกะจิดริดคล้ายไข่มุก เอวคอด หน้าท้องแบนเรียบ ผิวขาวผ่องไร้รอยไฝฝ้านุ่มเนียนละมุนไปทั้งตัว
สายตาของเยี่ยเหวินจ้าว กวาดมองไปบนร่างงดงามอย่างตะลึงลาน สตรีนางนี้เรียกว่างามล่มเมือง ไม่แปลกใจเลยที่หยวนจงเหลียงแต่งนางเข้าเรือน ไอ้สารเลวนั่นหมดโอกาสได้มีคืนวิวาห์กับเจ้าสาว ตอนนี้เขาเท่านั้นที่ได้ครอบครองนาง
“กรี๊ดดด อย่านะ...”
เสียงกรีดร้องดังขึ้น ร่างงดงามบริสุทธิ์ของเจ้าสาวในคืนวิวาห์ ถูกชายที่เจ้าตัวไม่เคยรู้จักสัมผัสไปทั้งตัว
“ฮือ ปล่อยข้า ฮือ ปล่อยข้าเถอะ...”
คำอ้อนวอนนั้นไร้ผล คนฟังไม่สนใจ อีกทั้งยังปิดปากของนางไว้ ด้วยริมฝีปากของเขา จูบจนนางไร้เสียงร้อง ทรวงอวบถูกมือของเขาเคล้นคลึงลูบไล้ ไม่มีพื้นที่ใดหลุดรอดรอยมือไปได้ ริมฝีปากถูกบดขยี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนบวมเจ่อ
ริมฝีปากร้อนผ่าว เคลื่อนไปบนลำคอขาวผ่อง ขบเม้มจนเกิดรอยจ้ำแดงเป็นจุด ดั่งต้องการประทับตราเป็นเจ้าของเรือนกายนี้
หลิวซืออินน้ำตาไหลริน ยิ่งดิ้นรนมากเพียงใด เขายิ่งแกล้งรังแกนางรุนแรงขึ้น เขาครอบครองทรวงอวบ ใช้ปลายลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดยอดทรวง ดูดเม้มจนเกิดเสียงดัง น่าอับอาย
ริมฝีปากของเขาเคลื่อนไปทั่วทรวงทั้งสองข้าง สลับไปมาไม่ยอมหยุด ลูบไล้ โลมเล้า คลึงเคล้า ทุกสัมผัสเต็มไปด้วยความหื่นกระหาย หลิวซืออินบิดกายหนีแต่ไม่อาจหลุดพ้น ร่างกายของนางไม่อาจต้านทานเขาไหว ความหวาดกลัวครอบคลุมหัวใจ แรงต่อต้านลดน้อยลง เรี่ยวแรงหมดลงไปทุกที
“กรี๊ดดด”
เสียงกรีดร้องดังขึ้น เมื่อบางสิ่งรุกล้ำแทรกผ่านเข้ามาทำลายพรหมจรรย์ สร้างรอยราคีที่มิอาจลบล้างได้ เขากำลังขยับกายบดขยี้ตีตราบาปบนร่างกายของนาง
เวลาราวกับผ่านไปอย่างเชื่องช้า สภาพของสตรีบนเตียง มิต่างจากบุปผาที่ถูกบดขยี้จนชอกช้ำ
หลิวซืออินนอนนิ่ง น้ำตาไหลรินเจ็บร้าวทั้งกายใจ นางไม่เคยก่อกรรมทำเข็ญ เหตุใดต้องพบเจอกับเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ อยากจะกลั้นใจตายให้หลุดพ้นไปจากความอดสูนี้ แต่ภาพของท่านย่าวาบเข้ามาในหัว
หากนางตายไป คงไม่ได้กลับไปพบท่านย่าอีก หลิวซืออินข่มความเจ็บช้ำไว้ในอก ปลอบประโลมตัวเองให้เข้มแข็งขึ้น นางถูกข่มเหงไม่อาจเรียกคืนความสาว แต่ชีวิตและลมหายใจของนางยังมีอยู่ นางยังมีความหวังจะรอดกลับไป
"ข้าทำผิดอันใด เหตุใดเจ้าถึงทำกับข้าเช่นนี้"
หลิวซืออินเอ่ยถาม ด้วยน้ำเสียงขมขื่น นางไม่เคยรู้จักเขา ไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้า เหตุใดเขาจึงทำร้ายนางอย่างไร้ความปรานี
"ผิดสิ ผิดที่เจ้าเป็นเจ้าสาวของหยวนจงเหลียง ถ้าเจ้าไม่แต่งกับมัน ข้าคงไม่เอาตัวเจ้ามา"
“ข้าไม่รู้ว่าเจ้ากับหยวนจงเหลียง มีความแค้นอันใดกัน เจ้าได้ฆ่าเขาตายไปแล้ว เหตุใดถึงฉุดข้ามา”
นางเอ่ยเสียงเจือสะอื้นน่าเวทนา ชุดเจ้าสาวสีแดงขาดวิ่น ถูกใช้ปิดบังความเปลือยเปล่าที่ถูกเขาสร้างรอยราคีจนเป็นรอยช้ำไปทั้งกาย
เยี่ยเหวินเจ้าละสายตาจากภาพนั้น ในใจรู้สึกผิดขึ้นมา สตรีนางนี้มิได้มีความผิดอันใด เขาบุกเข้าไปในขบวนแต่งงาน เพียงเพื่อต้องการสังหารหยวนจงเหลียง โดยมีสหายจากสำนักคุ้มภัยคอยช่วยเหลือ คนในขบวนถูกฆ่าปิดปากจนหมด เหลือนางเพียงคนเดียวที่เขาขอชีวิตไว้
"สหายทุกท่าน สตรีนางนี้ข้าจะนำตัวไปเป็นภรรยาของข้า"
เหล่าสหายจึงปล่อยให้เขาพาตัวนางขึ้นเรือมาด้วย หากปล่อยนางไว้อาจถูกสหายของเขาข่มเหง นางงดงามเพียงนี้คงไม่อาจรอดพ้นจากชายกลัดมันกลุ่มนั้นได้ ก่อนแยกย้ายเหล่าสหายมอบสุรามงคลให้เขาไว้ดื่ม เยี่ยเหวินจ้าวไม่ทันคิดว่าสหายคิดส่งเสริม ใส่ยาปลุกกำหนัดในสุราให้เขา เมื่อนำมาดื่มฤทธิ์ยาทำให้ขาดสติ พลั้งเผลอข่มเหงนาง
เขาคงปล่อยนางไปไม่ได้แล้ว !
///