ความรู้สึกปวดหนึบแล่นขึ้นมาทันทีที่รู้สึกตัว เธอฝืนลืมตาอย่างยากลำบากแล้วก็พบแสงไฟสว่างจ้าที่ติดอยู่บนเพดานด้านบน เสียงพูดคุยดังระงมทันทีที่เธอตื่น แต่เยี่ยนถิงจับใจความไม่ได้สักประโยค ตอนนี้เธอปวดหัวอย่างรุนแรงจนสามารถหมดสติลงไปได้ทุกเมื่อ
นี่เธออยู่ที่ไหนกัน
"รู้สึกตัวแล้วเหรอ ช้ากว่าที่คิดนะ โจวคงหนักมือกับเธอไปหน่อย แต่ให้อภัยเขาเถอะ งานใช้แรงแบบนี้ไม่ใช่ของถนัดนี่นา"
"พูดอะไร" เธอเอ่ยถามเสียงแหบแห้ง รู้สึกลำคอแห้งผากเหมือนมีแต่ทราย
"ไม่มีอะไรที่เธอจำเป็นต้องรู้หรอก" ชายในชุดกาวน์ที่เธอเห็นหน้าเพียงเงาที่ทาบผ่านเดินสำรวจเธออย่างช้าๆ
กลิ่นยาฉุนกึกจนเธอไม่ได้กลิ่นอย่างอื่นอย่างใดในห้องนี้ เยี่ยนถิงรู้สึกเหมือนตัวเองโดนรมยาอยู่ตลอดเวลาผ่านสายระโยงระยางที่เจาะเข้ามาในเส้นเลือด องค์กรต้องทำอะไรบางอย่างกับเธอแน่นอน และหญิงสาวมั่นใจว่าไม่ใช่เรื่องดี
งุนงงอยู่ไม่นานประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออก ทุกคนในห้องโค้งหัวให้ชายคนนั้น เห็นเพียงท่าทางที่ชอบล้วงมือในกระเป๋าเวลาเดินก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือบอสขององค์กรมืดที่เธอสังกัด
"เยี่ยนถิงหนอเยี่ยนถิง ทำงานให้องค์กรอย่างซื่อสัตย์มาตลอดหลายปี นี่คงเป็นสิ่งเดียวที่เราจะตอบแทนเธอได้"
"คุณตั้งใจจะทำ…อะไร" พูดแต่ละคำช่างยากลำบาก หญิงสาวรู้สึกเหมือนมีใครเอามีดมากรีดคอที่จังหวะเปล่งเสียง
"ระหว่างโดนเราทำให้ตาย กับโดนพวกนั้นตามล่าแล้วฆ่าให้ตาย เธอคงยินดีกับอย่างแรกมากกว่าอยู่แล้ว หึๆ"
"คิดเอง…เออเอง" เธอโกรธ แต่ก็แปลกใจที่ตัวเองสงบนิ่งได้ขนาดนี้ หรือเพราะทำใจไว้แล้วกันนะว่าจุดจบคงไม่สวยงาม
หัวหน้ามาเฟียกลุ่มนั้นมีอิทธิพลไม่น้อย แถมยังเป็นคนสำคัญต่อหลาย ๆ อิทธิพลที่กำลังเติบโตในช่วงนี้ด้วย ดูจากอุปกรณ์ทั้งหมดนี่แล้ว คงเตรียมการไว้ตั้งแต่ตอนเธอตกลงรับงานนี้ ตั้งใจปิดปากเธอตั้งแต่แรกไม่ใช่หรือนั่น
อา เยี่ยนถิงหนอเยี่ยนถิง ขนาดวาระสุดท้ายก็ยังต้องตายในองค์กรด้วยน้ำมือขององค์กร น่าสมเพชจริง ๆ
เธอไม่ได้ใส่ใจนักว่าพวกเขาจะทำอะไรกับร่างกายนี้ต่อ ทว่าพอเห็นเครื่องมือที่หมอเถื่อนคนหนึ่งถือมาก็เกิดผวาอย่างช่วยไม่ได้
ละ เลื่อยเนี่ยนะ! บ้าไปแล้วเหรอ!?
ขณะที่นักฆ่ายอดฝีมือกำลังกรีดร้องในใจ มุมหนึ่งของห้องผ่าตัดก็กำลังวุ่นวายอยู่กับเครื่องล้างสมอง
"เคยทดลองมาก่อนไหมหมออี้"
"ครั้งแรกครับ"
"แล้วเยี่ยนถิงจะตายรึเปล่า ไอ้เครื่องมือนี้มันปลอดภัยจริง ๆ ใช่ไหม ฉันยังต้องการความสามารถเธออยู่นะ"
"ก็ทดลองครั้งแรกนี่ครับ"
"..."
ชายหนุ่มรู้สึกปวดหัวกับการพูดคุยครั้งนี้เหลือเกิน ไม่สิ เขาปวดหัวทุกครั้งที่ต้องคุยงานกับเจ้าหมอเถื่อนนี่ตลอดนั่นล่ะ ถ้าไม่ใช่ว่าฝีมือนั่นเป็นของจริงล่ะก็ เขาคงสั่งเก็บเจ้าหมอนี่ไปนานแล้ว
"เอาเถอะ จะทำอะไรก็รีบ ๆ ทำ" เขาบอกปัดด้วยความระอาใจแล้วออกไปเฝ้าดูการทดลองอยู่นอกห้องกระจก
เสียงเครื่องยนต์ขนาดจิ๋วทำงานดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท ใบเลื่อยเล็กที่มองด้วยตาเปล่าจากระยะห่างไม่ถึงเมตรเหมือนเป็นใบมีดธรรมดา
ทว่าหากตั้งใจเพ่งดูใกล้ๆ จะเห็นว่ามันมีฟันแหลมๆ วิ่งวนไปตามฟันเฟือง เยี่ยนถิงหน้าซีดเผือดแต่ทำอะไรมากไปกว่าขยับลูกตาไปมา เหมือนร่างกายของเธออาบยาชามาเป็นอ่าง
ทันทีที่เนื้อส่วนศีรษะถูกบาดด้วยคมโลหะ หญิงสาวก็สลบไปด้วยอาการช็อกทันที เสียงสัญญาณเตือนจากเครื่องวัดอัตราการเต้นหัวใจและชีพจรดังก้องสะท้อนออกมาถึงด้านนอก ไฟสีแดงหน้าห้องผ่าตัดสว่างวาบ บ่งบอกว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงขณะนี้อยู่ในภาวะวิกฤต
"หมออี้! รีบทำอะไรสักอย่างสิ เธอจะตายเอานะ ฉันยังต้องการฝีมือแม่นั่นอยู่!"
"แต่บอสเป็นคนอนุมัติให้ทดลองผลงานชิ้นนี้กับเธอเองนี่ครับ"
"หมออี้! ถ้ายังเถียงไม่เลิกผมจะฆ่าคุณเป็นคนต่อไป หยุดมันเดี๋ยวนี้"
ขณะที่ทั้งในทั้งนอกห้องกำลังวุ่นวาย เยี่ยนถิงก็ไม่รับรู้สิ่งใดอีกแล้ว มีแต่กลิ่นยาฉุนกึกที่ยังคงค้างอยู่ในโพรงจมูก และจางหายไปอย่างช้า ๆ
แว่วเสียงพร่ำเรียกหา แต่เธอนึกไม่ออกว่าเสียงใคร มันดังมาจากที่ไกล ๆ คล้ายอยู่บนสะพานอีกฟากหนึ่ง แต่ฟังไปฟังมาก็ดูคล้ายเสียงของเธอเองอยู่เหมือนกัน
นี่ฉันฝันอยู่หรือเปล่า?
เยี่ยนถิงพบว่าตัวเองตื่นขึ้นมาบนทุ่งหญ้าสักแห่งหนึ่ง มีดอกไม้หลากสีรายล้อม ทว่าทิวทัศน์นี้ก็อยู่ไม่นาน พวกมันเหี่ยวเฉาลงราวกับโดนน้ำกรดสาด กลายเป็นธุลีเน่าเปื่อยและทิ้งให้เธอยืนโดดเดี่ยวท่ามกลางผืนดิน ที่บางแห่งก็แห้งแตก บางแห่งก็กลายเป็นโคลนตมอย่างไม่สมประกอบ
จะบอกว่านักฆ่าอย่างเธอไม่ควรตายบนทุ่งดอกไม้หรือยังไงกัน… ถ้าเป็นอย่างนั้นเยี่ยนถิงก็อยากเรียกร้องเช่นกัน คืนชีวิตธรรมดาให้เธอสิ คืนความเป็นเด็กสาวสามัญให้เธอ คืนครอบครัวและบ้านเกิดให้เธอ คืนชีวิตธรรมดาที่ไม่ต้องหวาดระแวงทุกวินาทีมาให้เธอสิ
เอาสิ่งที่เรียกว่าโอกาสของเธอคืนมา ถ้าจะตัดสินกันด้วยสิ่งที่เรียกว่าโชคชะตา เช่นนั้นก็จงคืนทางเลือกที่ว่านั่นมาให้เธอ!
เยี่ยนถิงสะลึมสะลือ รู้สึกเหมือนตัวเองกึ่งหลับกึ่งตื่น แผ่นหลังสัมผัสกับที่นอนแข็ง ๆ ที่ดูน่าจะไม่ใช่เตียงของโรงพยาบาล ฉับพลันก็ปวดหัวจี๊ดขึ้นมาจนเธอสลบไปอีกครั้ง
"สามีเป็นใครก็ไม่รู้งั้นหรือ!? น่าขายหน้าจริง นี่เจ้าทำตัวเป็นนางโลมเมืองหรืออย่างไร!"
น้ำเหลือจากการซักผ้าถูกสาดใส่หญิงสาวผู้หนึ่งโครมใหญ่จนเปียกและเหม็นไปทั้งตัว
"ท่านพ่อเจ้าคะ ลูกตั้งครรภ์อยู่ อย่าใจร้ายกับหลานเลยนะเจ้าคะ ได้โปรดเมตตาลูกด้วยเจ้าค่ะ"
"อย่ามาแตะต้องตัวข้า! ช่างไม่สำนึกเลย ยังกล้าเรียกร้องอะไรอีกหรือ อยู่เป็นท่านหญิงดี ๆ ไม่ชอบ ออกไปสมสู่กับชายใดก็ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ แบบนี้จะให้ข้าเอาหน้าไปไว้ที่ไหน! ลากตัวนางออกไป ส่งไปหัวเมืองชั้นนอก เจ้าไปสำนึกผิดที่นั่นเสีย อย่ากลับมาให้ข้าเห็นหน้าอีก"
"ท่านพ่อ!"
สตรีผู้นั้นฟูมฟาย ร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหลพราก ในใจรู้ดีว่าบิดาต้องโกรธ และคงไม่หายโกรธเร็ว ๆ นี้ นางคงต้องฝืนใจพาลูกไปอยู่ที่อื่น ไม่รู้ว่าหลังได้เห็นหน้าหลานจะยอมใจอ่อนบ้างหรือ แต่หม่าเยี่ยนถิงก็ไม่มีอะไรแก้ตัวได้เช่นกัน
นางยอมพลีกายให้คนผู้นั้นเอง แต่จะบอกออกไปตอนนี้ก็ไม่ได้หม่าเยี่ยนถิงถูกส่งตัวขึ้นรถม้าโทรม ๆ อย่างไม่เหลือศักดิ์ศรี
สิ่งที่เห็นอยู่นี้เยี่ยนถิงคิดว่าตนฝัน และเป็นปกติที่เราจะควบคุมไม่ได้ทั้งหมด ต่อให้รู้สึกตัวแล้วว่านี่เป็นความฝันก็ตาม ถ้าเป็นเยี่ยนถิงจริง ๆ ถูกน้ำซักผ้าสาดขนาดนั้นนางคงต้องถีบสาวใช้คนนั้นคืนสักทีแล้ว ต่อให้ทำตามสั่งบิดา แต่มีหรือนางจะยอมโดนสาวใช้กระทำราวกับเป็นลูกบ่าวเหมือนกัน
ที่นั่งสั่นงก ๆ อยู่บนรถม้าเพราะหนาวนี่ก็ไม่ใช่ตัวเธออีก น้ำตาที่ไหลอยู่ก็ไม่ใช่ของเธอ แต่เป็นของหม่าเยี่ยนถิง
หญิงสาวนักฆ่าเริ่มสับสน หากจิตสุดท้ายตอนหลับยึดติดกับเรื่องใดจนนำไปสู่ฝันนั้น ก็ไม่น่าใช่ซีรี่ส์ย้อนยุคสักเรื่องแน่ ๆ แต่เรื่องที่ฝันมันไม่เกี่ยวกับสิ่งที่คิดเลยก็มีให้ได้ยินออกบ่อยไป
อยู่ ๆ ความฝันของเธอก็เปลี่ยนฉากเป็นบ้านไม้หลังเก่าที่พออยู่ได้ในแถบชนบท แล้วตัวเธอก็ร้อนจัดเพราะพิษไข้
เยี่ยนถิงถูกกระชากออกจากความฝันกะทันหัน เพราะเสียงร้องหรืออะไรสักอย่างที่มารบกวน พริบตาแรกที่ลืมตาตื่นขึ้นมาเธอสัมผัสได้ว่าตัวเองตัวร้อนมากจนเหมือนจะเป็นไข้สูง
หรือนี่เป็นสาเหตุของการฝันร้ายติดต่อกันถึงสองเรื่อง เรื่องแรกคือเธอถูกองค์กรหักหลัง เรื่องที่สองคือหญิงสาวที่ถูกทางบ้านทอดทิ้งเพราะท้องไร้สามี
เยี่ยนถิงปวดหัวตุบ ๆ จนแทบระเบิด เธอหายใจหอบและไม่มีแรงส่งเสียง จับคอตัวเองดูทั้งที่แทบไม่มีเรี่ยวแรงก็พบว่าตัวเธอร้อนมากอย่างที่คาด แทบเหมือนเอาตัวเองไปอยู่ในกองไฟมาอย่างไรอย่างนั้น
ภาพตรงหน้าพร่าเลือน แต่ก็ยังพอมองออกมาเป็นห้องห้องหนึ่งที่ทำจากไม้ทั้งหมด มีตะเกียงส่องแสงริบหรี่ หรือว่าเธอพลัดตกน้ำตอนขึ้นเรือกันแน่ถึงได้อยู่ ๆ ไม่สบายหนักอย่างนี้
เยี่ยนถิงพยายามประคองตัวเองขึ้นจากความปวดเมื่อยทั่วทั้งร่าง เธอต้องหาวิธีลดไข้ก่อนไม่อย่างนั้นคงได้ช็อกตายแน่ นักฆ่าสาวคลำทางไปทั้งสภาพไม่สู้ดี เธอไม่มีสติพิจารณาอะไรนอกจากหาน้ำมาดื่มให้ได้ก่อน มือปัดป่ายไปข้างเตียงที่นอนก็ไม่พบสิ่งที่ต้องการ จึงฝืนลุกขึ้นมาทั้งที่เสี่ยงจะล้มได้ทุกย่างก้าว
ใกล้ประตูหรือหน้าต่างเธอก็ไม่แน่ใจ เพราะตอนนี้ตาลายไปหมด
"อึก!" เพราะสภาพร่างกายกำลังย่ำแย่ เยี่ยนถิงจึงรู้สึกเจ็บที่อกขึ้นมา เธอยกกาน้ำขึ้นดื่มทั้งอย่างนั้น เพราะกระหายจนทนไม่ไหว ก่อนพาร่างที่ซวนเซกลับไปนอนที่เดิม
ใครจะคิดว่า เธอยังฝันต่อเรื่องเดิมได้อีก...
หม่าเยี่ยนถิงเป็นคุณหนูจวนขุนนางผู้หนึ่ง จึงได้รับการสั่งสอนจากอาจารย์มากวิชาหลายแขนง ทำให้นางมีความรู้รอบตัวมากกว่าเด็กวัยเดียวกันหลาย ๆ คน แต่ด้วยเป็นสตรีแคว้นเซี่ย การทำงานบางอย่างยังนิยมให้บุรุษรับผิดชอบ นางจึงทำได้เพียงเรียนรู้ไว้ประดับสมอง
หลังถูกบิดาขับไล่มาที่ชนบทของหัวเมืองชั้นนอก ชีวิตจากที่เคยมีบ่าวติดตามก็ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ท้องของนางก็โตขึ้นเรื่อย ๆ จนเดินเหินไม่สะดวก เห็นนางเป็นหญิงหม้ายตัวคนเดียวในเมืองใหญ่ เพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียงก็มาช่วยดูแลนางเป็นครั้งคราวไปจนถึงตอนคลอดบุตรฝาแฝดออกมา
เยี่ยนถิงมองภาพทุกอย่างที่เกิดขึ้นในฝัน ในมุมมองของหม่าเยี่ยนถิง แม้จะขัดใจที่ต้องมาน้ำหูน้ำตาไหลพร่ำเพรื่อด้วยความซาบซึ้งของนาง แต่เธอก็ขัดขืนการสวมบทบาทนี้ไม่ได้ และเธอก็ไม่ได้เกลียดเด็ก บุตรชายหญิงของหม่าเยี่ยนถิงจึงทำให้เธอรู้สึกเอ็นดูอยู่ไม่น้อย
ฝันเป็นเรื่องเป็นราวได้ขนาดนี้ ฉันคงป่วยหนักจริง ๆ
หญิงสาวมือสังหารได้แต่ถอนหายใจในความคิด
น่าแปลกที่ความฝันนี้ย้อนความไปถึงนางตอนยังเยาว์ได้ แต่ไม่ยักรู้ว่าใครคือคนที่ทำให้นางตั้งครรภ์ แต่เธอจะสนใจทำไมล่ะ อย่างไรถ้าตื่นความฝันนี่ก็จะหายไปเองเหมือนภาพตัดอยู่แล้ว แถมตอนตื่นก็จำไม่ได้ด้วยว่าตัวเองฝันอะไรไปบ้าง
ทว่าชีวิตที่ไร้สามีของหม่าเยี่ยนถิงไม่ได้สงบสุขอย่างที่นางแสดงออก สตรีตกยากผู้นี้ร้องไห้ทุกค่ำคืน ตัดพ้อกับสวรรค์ที่ไม่ให้เธอสมหวัง เพียงอยากพบใครคนนั้นและใช้ชีวิตครอบครัวด้วยกัน