เมื่อเกิดเรื่องใหญ่เช่นนี้ขึ้น แม่เล้าของเรือนอี๋หงจึงพาคนออกค้นหาด้วยตนเอง
ในขณะที่กำลังตื่นตระหนก นางก็หันหลังกลับและวิ่งขึ้นไปชั้นบนอีกครั้ง จนกระทั่งวิ่งไปถึงชั้นสามที่ถูกทิ้งรกร้างเอาไว้ นางก็เปิดประตูห้องใดห้องหนึ่งเข้าไปทันที
ห้องนี้แตกต่างไปจากที่อื่นโดยสิ้นเชิง ไม่มีกลิ่นของเครื่องสำอางที่คละคลุ้ง การออกแบบดูเรียบง่าย แต่กลับมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของสมุนไพรยาอยู่
ขณะที่นางกำลังสงสัย จู่ ๆ เงามืดของใครคนหนึ่งก็โผล่มาด้านข้าง แล้วก็จับนางทุ้มไปกับพื้น
เส้าหยวนหยวนตื่นตกใจมาก เมื่อนางเงยหน้าขึ้นมองก็ไปสบตาเข้ากับดวงตาสีแดงฉานของชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนหมาป่าเดียวดาย นอกจากนี้ยังดูกระหายเลือดจนน่ากลัวอีกด้วย
ชายคนนี้มีหน้าตาที่ดีมาก ลักษณะใบหน้าของเขาดูเหมือนจะได้รับการแกะสลักมาอย่างประณีต ดูมีความหล่อเหลาเป็นพิเศษ แต่ด้วยความที่ตอนนี้ใบหน้าของเขาซีดเซียวอย่างมาก ที่หน้าผากก็ยังมีเส้นเลือดสีเขียวนูนขึ้นมา ดวงตาที่แดงฉานนั้น ทำให้นางรู้สึกหวาดกลัวมากเลยทีเดียว
นางพยายามดิ้นโดยสัญชาตญาณ แต่ผู้ชายคนนั้นกลับเอาร่างกายที่ผอมแต่มีแรงของเขามากดทับตัวของนางไว้แน่น นอกจากนี้ยังเอาฝ่ามืออันทรงพลังทั้งสองข้างของเขามากดที่มือของนางไว้ด้วย
“คุณชาย... ข้าไม่ได้ตั้งใจจะมาบุกรุกในพื้นที่ของเจ้าแต่อย่างใด ข้าเพียงแค่จะมาซ่อนตัวชั่วคราวก็เท่านั้น…..”
ทว่า ดวงตาสีแดงฉานของอีกฝ่ายราวกับมีหมอกปกคลุมเอาไว้ เขาดูเหมือนจะไม่มีจิตสำนึกเลยด้วยซ้ำ
ทันใดนั้นเขาก็ก้มหน้าลงมา แล้วก็กัดเข้าที่ไหล่ของนาง ทำให้เส้าหยวนหยวนเจ็บจนร้องคร่ำครวญออกมา
กลิ่นคาวเลือดอันแรงกล้าโชยขึ้นมาทันที
มาถึงตอนนี้ ในที่สุดเส้าหยวนหยวนก็เข้าใจแล้วว่า
ผู้ชายคนนี้ไม่ปกติ!
นางกัดฟันและสบถในใจว่านางโชคร้ายเสียจริง ทันใดนั้นนางก็บังเอิญคลำไปเจอเข็มปักผ้าเล่มหนึ่งที่หัวเตียง นางจึงฉวยโอกาสตอนที่ชายคนนั้นกำลังบ้าคลั่ง แทงเข้าไปที่จุดฝังเข็มหลัก ๆ หลายจุดของเขาในทันที
ชายคนนั้นที่กำลังบ้าคลั่งอยู่ จู่ ๆ ก็กลอกตามองบนและเป็นลมไป
เวลานี้เส้าหยวนหยวนถึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก หลังจับชีพจรของชายคนนั้นแล้ว นางก็ขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย
นางพบว่าเขาถูกวางยาพิษด้วยยาพิษที่มีฤิทธิ์ควบคุมจิตใจบางชนิด อีกทั้งยังโดนวางยาพิษมาเป็นเวลาเจ็ดถึงแปดปีแล้วด้วย
สีหน้าของนางดูขึงขังจริงจึงขึ้น ด้วยความที่เงื่อนไขในตอนนี้มีจำกัด นางจึงไม่สามารถล้างพิษให้ได้ แต่นางสามารถใช้การฝังเข็มเพื่อระงับพิษเอาไว้ชั่วคราวได้
ครึ่งชั่วยามต่อมา
เส้าหยวนหยวนทำการถอนเข็มออก ในที่สุดสีหน้าที่สีเขียวเทาเกิดจากอาการไร้ชีวิตชีวาของชายคนนั้นก็จางหายไป แล้วก็กลับกลายมาเป็นปกติ แค่ยังคงดูซีดอยู่บ้างเล็กน้อย
นางครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็หยิบปากกาขึ้นมาเขียนใบจ่ายยาและเอาวางไว้ข้างชายคนนั้น ถือเป็นค่าตอบแทนจากการที่นางมายืมสถานที่ของเขาซ่อนตัวในยามลำบาก
เส้าหยวนหยวนออกไปสังเกตการณ์ข้างนอก ผลปรากฏว่ายังมีคนคอยเฝ้าที่ชั้นหนึ่งและชั้นสองอยู่ อีกทั้งยังเสียงดังอึกทึกมาด้วย
แต่กลับไม่มีใครกล้ามาค้นหาบนชั้นสามเลยสักคนเดียว
ดูเหมือนว่าตัวตนของผู้ชายคนนี้จะไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ
นางทำการปิดประตูลง จากนั้นก็หันหลังกลับเข้าไปในห้อง แล้วก็เปิดหน้าต่างมองออกไปข้างนอก
โชคดีที่ห้องนี้หันหน้าไปทางถนน ด้านหลังเป็นซอยเล็ก ๆ ที่เงียบสงบและดูเปลี่ยว
เส้าหยวนหยวนดึงผ้าปูที่นอนมาผูกไว้ที่ตัว แล้วก็เอาปลายอีกด้านหนึ่งไปผูกไว้กับเตียง นางทำการกระโดดอยู่กหลายรอบกว่าจะลงไปได้
เวลานี้นางรู้สึกขอบคุณตัวเองมากที่ชาติที่แล้วมีความสนใจในหลาย ๆ เรื่อง ทั้งการชกมวย ปีนหน้าผา ยูโด...… นางได้เรียนรู้ในหลายเรื่องมากเลยทีเดียว
ในที่สุดหลังจากหนีออกจากถ้ำเสือและหมาป่าได้แล้ว เส้าหยวนหยวนก็แอบเข้าไปในร้านขายยาร้านหนึ่ง
ตอนนี้เนื้อตัวนางมีแต่บาดแผลเต็มไปหมด ไหล่ที่ถูกผู้ชายคนนั้นกัดจนมีเลือดไหลออกมา นางจึงต้องรีบทำความสะอาดและทำแผล แล้วก็กินยาแก้อักเสบก่อน
นางไม่กล้าไปร้านขายยาใหญ่ ๆ จึงมองหาร้านขายยาเล็ก ๆ ริมถนน แล้วก็ซื้อยาที่นางต้องการมา
แต่นางกลับไม่คาดคิดเลยว่า ทันทีที่ออกมาจากร้าน นางกลับถูกคนเอากระสอบมาคลุมหัวไว้ ทำให้นางมองอะไรไม่เห็น!
หลังจากที่กระสอบถูกดึงออกแล้ว เส้าหยวนหยวนก็หรี่ตาลงเล็กน้อย พอเห็นภาพตรงหน้าอย่างชัดเจนแล้ว นางก็โกรธมากจนด่าทอออกมาอย่างหยาบคาบอีกครั้ง
นางกลับมาอยู่ที่เรือนหลังของซ่องอีกแล้ว ตามหลอกหลอนนางไม่ปล่อยจริง ๆ!
“ไปเถอะ นายท่านรอเจ้าอยู่ชั้นบนแล้ว!” น้ำเสียงที่เย็นชานี้ บ่งบอกว่านางไม่สามารถต่อรองอะไรได้ทั้งนั้น
“ข้าขอแนะนำว่าพวกเจ้าปล่อยข้าไปจะดีกว่านะ ข้าเป็นถึงลูกสาวจากจวนรองเสนาบดี ถ้าท่านพ่อของข้ามาหาถึงที่ล่ะก็ อย่าว่าแต่ซ่องของพวกเจ้าจะเปิดกิจการต่อไปไม่ได้เลย เกรงว่าแม้แต่ชีวิตก็คงไม่สามารถรักษาเอาไว้ได้ด้วย!”
เส้าหยวนหยวนไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว นางจึงต้องใช้ตัวตนมาเป็นข้ออ้าง ทำใจดีสู้เสือ พยายามเล่นลิ้นให้มากที่สุด
ท่วา ชายที่สวมชุดดูทะมัดทะแมงสีดำสองคนนั้นที่จับนางมา กลับไม่ได้สะทกสะท้านอะไรเลย
มือที่กำลังจับแขนของนางเอาไว้ ราวกับเป็นคีมเหล็กคู่หนึ่งที่จับเธอไว้จนไม่สามารถหลุดพ้นออกมาได้ และไม่ปล่อยให้นางมีโอกาสต่อต้านได้เลยด้วยซ้ำ
เส้าหยวนหยวนเหมือนมีอะไรจุกอก ถูกจับตัวทั้งอย่างนั้นขึ้นไปชั้นบน
ยิ่งเดินมากเท่าไร นางก็ยิ่งรู้สึกผิดปกติมากขึ้นเท่านั้น
เมื่อนางไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องที่คุ้นเคย นางก็ถึงกับตกตะลึงไปทันที
เอ๊ะ?
นี่มันห้องของชายตัวประหลาดคนนั้นไม่ใช่หรอกหรือ?
ขณะที่นางกำลังครุ่นคิดอยู่ ประตูก็ถูกคนเปิดออก เส้าหยวนหยวนแทบจะจำชายชุดดำที่หน้าตาหล่อเหลาจนน่าทึ่งและกำลังนั่งอยู่ข้างโต๊ะแปดเซียนได้ตั้งแต่แรกเห็นเลยด้วยซ้ำ
“เจ้า? !”
ซ่งเยว่ชิงช้อนตาขึ้นมา ลูกตาสีดำขลับที่ดูเยือกเย็นราวกับหินสีดำคู่นั้น จ้องมองมาที่เส้าหยวนหยวนอย่างเย็นชา
เขาหยิบใบสั่งยาใบนั้นออกมาทันที จากนั้นก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจนและน่าดึงดูดว่า
“เจ้าเขียนเอาไว้อย่างนั้นรึ?”
เส้าหยวนหยวนแอบรู้สึกโล่งใจ แค่ไม่ใช่แม่เล้าของซ่องที่มาจับนางกลับไปปรนนิบัติผู้ชายก็พอ
นางยอมรับอย่างมั่นใจว่า “ใช่ ข้าเป็นคนเขียนเองแหละ!”
“เจ้าไม่รู้หรอกว่าอาการของเจ้าเมื่อกี้นี้มันอันตรายแค่ไหน หากไม่ใช่เพราะข้ามาได้ทันเวลาพอดี แล้วก็ทำการฝังเข็มเพื่อระงับพิษในร่างกายของเจ้าเอาไว้ได้ เกรงว่าเจ้าคงจะตบหน้าตัวเองตายด้วยฝ่ามือเดียวไปแล้ว”
ซ่งเยว่ชิงหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาของเขามีแสงสีเข้มแวบขึ้นมา “พิษงั้นหรือ?”
ตั้งแต่ออกรบเมื่อห้าปีที่แล้วจนทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากที่ฟื้นขึ้นมา บางครั้งเขาก็เกิดอาการบ้าคลั่งทำร้ายคนอื่นและตัวเขาเอง หมอบอกว่าที่เขาเป็นแบบนี้เพราะสมองของเขาได้รับการกระทบกระเทือน
ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา เขาคอยตามหาหมอที่มีชื่อเสียงมาโดยตลอด แต่ก็ยังหาไม่พบสักที คำตอบที่เขาได้รับก็เหมือนเดิมทุกประการ
บอกว่าสมองเขาได้รับการกระทบกระเทือน ทำได้แค่ค่อย ๆ รักษาไปเท่านั้น ถึงขนาดที่ว่าจะหายเป็นปกติได้เมื่อไหร่ก็ยังไม่มีใครรู้ได้
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่มีคนบอกเขาว่า จริง ๆ แล้วเขาถูกวางยาพิษ
ตอนที่เส้าหยวนหยวนเห็นท่าทางของเขา นางก็รู้สึกงุนงงขึ้นมาเล็กน้อย “นี่เจ้าไม่รู้ตัวเลยหรือว่าตัวเองถูกวางยาพิษน่ะ?”
หลังจากคิด ๆ ดูแล้ว ทันใดนั้นนางก็เข้าใจทุกอย่างได้ “ก็จริง มันเป็นยาพิษที่จะส่งผลต่อระบบประสาทที่ทำจากเมล็ดดอกไม้สังหารจิตวิญญาณ ซึ่งหาพบได้ยากในรอบหลายพันปี คนที่กินยานี้เข้าไปเริ่มแรกในทุก ๆ สามเดือนจะเกิดอาการคลุ้มคลั่งขึ้นมา หรือไม่ก็อาจจะร้ายแรงถึงขั้นที่สามารถทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่นได้
ต่อมาเมื่อพิษเข้าสู่อวัยวะหลักภายในทั้งห้าแล้ว ความถี่ของการเกิดอาการก็จะมากขึ้นเรื่อย ๆ จนไปถึงขั้นที่ในหนึ่งเดือนจะเกิดขึ้นสองถึงสามครั้งเลยก็เป็นได้ แล้วอารมณ์ของผู้ที่ถูกวางยาพิษก็จะเปลี่ยนไปอย่างมาก จะกลายเป็นคนที่มีอารมณ์หงุดหงิดมากขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายก็จะสูญเสียการควบคุมไปอย่างสิ้นเชิง หลังจากที่จิตวิญญาณระเบิดแล้วก็สามารถที่จะตายได้ทุกเมื่อ”
ซ่งเยว่ชิงตกใจอย่างมาก
มันเหมือนกับอาการในตอนนี้ของเขาทุกประการเลย!
หากไม่ได้เห็นด้วยตาของตนเอง เขาคงไม่เชื่อแน่ว่าผู้หญิงคนนี้ก็มีความสามารถจริง ๆ
เสวียนหมิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขาก็สีหน้าเปลี่ยนไปมากเช่นกัน เขารีบถามออกมาทันทีว่า “ยาพิษชนิดนี้มีทางแก้หรือไม่?”
เส้าหยวนหยวนหันไปมอง นางคิดในใจว่าผู้ชายคนนี้จะต้องมีสถานะสูงส่งอยู่พอสมควรแน่ ๆ ในตอนนี้นางเพิ่งจะข้ามภพมา แถมยังมีแม่เลี้ยงที่เป็นนางสนมและน้องสาวต่างแม่กำลังจ้องตาเป็นมันอยู่ การที่นางจะหลบหนีไปอย่างง่ายดายคงจะเป็นไปไม่ได้แน่
สู้นางใช้ผู้ชายคนนี้ในการหลบหนีน่าจะดีกว่า.....
นางไอออกมาเบา ๆ แล้วก็พูดอย่างใจเย็นว่า “แก้น่ะแก้ได้อยู่แล้ว แต่ข้าก็มีเงื่อนไขเช่นกัน”
ซ่งเยว่ชิงขมวดคิ้ว แล้วก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “เจ้าเป็นคนแรกเลยนะ ที่กล้าเจรจาเงื่อนไขกับข้า”
เส้าหยวนหยวนยิ้มและพูดว่า “ข้ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งเลยล่ะ”
ซ่งเยว่ชิงไม่คาดคิดเลยว่า ผู้หญิงที่ตัวเล็ก ๆ คนนี้จะกล้าหาญได้ขนาดนี้ นางไม่กลัวเขาเลยด้วยซ้ำ
“เจ้ารู้ความลับของข้าแล้ว เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะฆ่าเจ้าหรือ?”
เส้าหยวนหยวนยักไหล่และพูดว่า “หากฆ่าข้าแล้ว ต่อไปก็จะไม่มีใครแก้พิษให้เจ้าได้ เจ้าก็จะต้องตาย ธุรกิจที่ขาดทุนเช่นนี้ ข้าเชื่อว่าเจ้าไม่มีทางทำอย่างแน่นอน”
ซ่งเยว่ชิงทำเสียงหึออกมา จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงเฉยชาว่า “ในโลกนี้มีคนมากความสามารถอยู่มากมาย เจ้าไม่ใช่คนเดียวที่รู้ทักษะทางการแพทย์เสียหน่อย”