“หากเจ้ากล้าแลกทุกอย่างตามที่ท่านจิ้งจอกต้องการ เจ้าจะได้สมปรารถนา แต่ข้าขอเตือนไว้ก่อนนะ เจ้าต้องเลือกให้ดีๆ ว่าต้องการอะไร พรจากจิ้งจอกมันมาพร้อมกับคำสาป หากเจ้าเลือกผิดชีวิตก็จะพบกับความวิบัติ ข้าเตือนเจ้าได้เท่านี้”
จงเหลียงบอกกับหม่าจิ้งหยวน ก่อนจะนำทางสหายรักมายังถ้ำแห่งความลับซึ่งอยู่ด้านหลังศาลเทพธิดาจิ้งจอก ที่แห่งนี้เป็นที่กราบไหว้บูชาตั้งขึ้นโดยผู้ศรัทธาในเทพธิดาจิ้งจอก และผู้ที่ได้รับคัดเลือกจะทำหน้าที่สื่อสารกับเทพธิดาจิ้งจอก
จงเหลียงเป็นผู้ที่ได้รับคัดเลือก เขาได้รับโอกาสขอพรจากเทพธิดาจิ้งจอก และได้รับพรนั้นจนทำให้ชีวิตพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากคนยากไร้เขาได้กลายมาเป็นคหบดีของเมือง ในที่สุดได้เป็นผู้ดูแลศาลเทพธิดาจิ้งจอก มีชีวิตที่สุขสบายและยังคงเก็บรักษาความลับเรื่องการขอพรจากเทพธิดาจิ้งจอกเอาไว้ หม่าจิ้งหยวนเคยมีบุญเจ้าช่วยจงเหลียงไว้ครั้งหนึ่งในตอนที่อีกฝ่ายยากจน ดังนั้นเพื่อตอบแทนบุญเจ้าจงเหลียงจึงบอกความลับเรื่องเทพธิดาจิ้งจอกให้หม่าจิ้งหยวนรับรู้ จงเหลียงปล่อยให้สหายเข้ามาภายในถ้ำแห่งนี้ เพื่อขอพรจากเทพธิดาจิ้งจอกด้วยตนเอง
“ข้าต้องได้ในสิ่งที่อยากได้ ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม ข้าจะแลกทุกอย่าง”
หม่าจิ้งหยวนบอกกับตัวเอง เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กลับคืน ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาพาตัวเองเข้าไปด้านในลึกขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่รออยู่จะน่ากลัวแค่ไหน ขอเพียงมันสามารถทำให้เขาสมปรารถนา เขายินดีเผชิญหน้ากับมัน
เขาดั้นด้นมาที่นี่เพราะความปรารถนาส่วนตัวที่ไม่อาจไขว่คว้ามาได้ง่ายๆ หวังเพียงปาฏิหาริย์บางอย่างจากสิ่งที่อยู่ภายในถ้ำ จะช่วยให้เขาสมหวัง และเขาเคยเห็นคนที่สมหวังเพราะมันมาแล้ว นั่นก็คือจงเหลียงสหายของเขา
บรรยากาศภายในถ้ำจิ้งจอกแห่งนี้ ช่างวังเวงชวนขนลุกไม่น้อย หากจิตไม่แข็งก็ยากจะพาตัวเองก้าวเข้ามาด้านในไหว เมื่อเขาตัดสินใจแล้วว่าต้องขอพรจากเทพธิดาจิ้งจอก เขาต้องไม่กลัวอะไร หม่าจิ้งหยวนสูดลมหายใจเข้าปอดแรงๆ ก้าวขาเดินต่อไปอย่างมุ่งมั่น
ในที่สุดเขาก็เดินมาถึงโถงถ้ำด้านใน ซึ่งกว้างขวางแตกต่างจากทางเข้ามากนัก ผนังถ้ำมีคบไฟติดไว้จนทั่ว ทำให้โถงถ้ำสว่างจนมองเห็นบริเวณนั้นชัดเจน ตรงมุมด้านในสุดมีม่านสีดำโปร่งบางกางกั้นไว้หลายชั้น แต่สายตาของเขาก็สามารถมองเห็นด้านในได้สลัวลาง หลังม่านกั้นมีเตียงวางไว้ บนเตียงมีร่างระหงของสตรีคนหนึ่งนั่งทอดกายเอนอิงหมอนใบใหญ่ นางสวมเสื้อผ้าโปร่งบางสีดำไม่ต่างกับผ้าม่าน ชุดของนางกรุยกรายยาวระพื้น ทว่าเจ้าตัวกับแหวกช่วงกระโปรงให้ผ่ากว้างอวดเรียวขาสวย จากที่เห็นลางๆ รูปร่างของคนที่นั่งอยู่บนเตียงงดงามไม่น้อย ขาขาวเรียวยาวเอวคอดกิ่ว ข้ายาวสลวยสีดำสนิทเงางามราวกับขนกายาวระแผ่นหลังบอบบาง หม่าจิ้งหยวนเขม้นมองลอดผ่านผ้าม่านโปร่งเข้าไป แต่ไม่อาจมองเห็นใบหน้าของสตรีผู้นั้นชัดเจนเพราะอีกฝ่ายใช้ผ้าคลุมหน้าไว้ครึ่งหน้า เขาดับคบไฟเมื่อเห็นว่าที่นี่สว่างมากพอ ร่างกำยำทรุดกายนั่งลงคุกเข่าด้านหน้าม่าน
“ท่านคือ ท่านเทพธิดาจิ้งจอกใช่หรือไม่ ข้าชื่อหม่าจิ้งหยวน เป็นเพื่อนของจงเหลียง ที่เคยมาขอพรจากท่านเทพธิดาจิ้งจอกเมื่อ สี่ปีก่อน จงเหลียงแนะนำให้ข้ามาขอพรจากท่านเทพธิดาจิ้งจอกขอรับ”
หม่าจิ้งหยวนค้อมศีรษะทำความเคารพเทพธิดาจิ้งจอกสาว ที่นั่งอยู่หลังม่าน เขาเงยหน้าขึ้นมองเมื่อได้ยินเสียงกะพรวนดังกรุ๋งกริ๋งแว่วมา ร่างอรชรขยับตัวเปลี่ยนท่านั่งจากนั่งเหยียดเท้า มาเป็นนั่งชันเข่าข้างหนึ่ง กระโปรงผ่าคลุมเรียวขายาวขาวผ่องแทบไม่มิด คนเห็นลอบกลืนน้ำลายอย่างลืมตัว ความหวั่นเกรงในตอนแรกเลือนหายไป เหลือเพียงความตื่นเต้นที่ได้พบกับเทพธิดาจิ้งจอกสาวตัวเป็นๆ ดวงตาคมจดจ้องเรือนร่างงามล่มเมืองนั้นแทบไม่วางตา
แม้ไม่ได้เห็นหน้าชัดๆ ไม่ได้มองเรือนร่างเต็มตาเพราะมีม่านกั้น เขาก็รู้สึกแข็งชันจนปวดร้าวไปหมด
แค่นางขยับตัวนิดเดียว คนเห็นแทบคุมตัวเองไว้ไม่ไหว ถ้าเห็นชัดๆ ได้จับตัวเป็นๆ สวรรค์คงลอยมาหาเขาแล้ว หม่าจิ้งหยวนกลืนน้ำลายหลายอึก สายตาจ้องมองเรือนร่างงดงามแทบไม่กะพริบตา
“เจ้าชื่อหม่าจิ้งหยวนหรือ”
เสียงหวานใส ดั่งระฆังแก้วเอ่ยถาม คนฟังขนลุกซู่ จินตนาการไปถึงริมฝีปากจิ้มลิ้มของคนพูด นึกถึงรสหวานของมันทั้งที่ยังไม่ได้เห็นของจริง
“ขอรับ ท่านเทพธิดาจิ้งจอก” หม่าจิ้งหยวนพยักหน้ารับ
“ถ้าอย่างนั้น ข้าจะเรียกเจ้าว่าจิ้งหยวน ข้าชื่อหูหลินหลินเจ้าก็เรียกข้าว่าแม่นางหู ห้ามเรียกท่านเทพธิดาจิ้งจอกอีก ข้าเพิ่งได้รับตำแหน่งได้เพียงเดือนเดียว และเจ้าคือคนแรกที่มาขอพรกับข้า”
จิ้งจอกสาวหัวเราะเสียงใส เมื่อนึกถึงท่านเทพธิดาจิ้งจอกคนก่อน ซึ่งถูกปลดจากการเป็นเทพธิดาจิ้งจอกเมื่อสองเดือนก่อนตามพันธสัญญา ซึ่งผู้ที่ได้รับคัดเลือกมาเป็นเทพธิดาจิ้งจอกต้องทำหน้าที่นี้ครบหนึ่งร้อยปีถึงจะปลดระวาง จิ้งจอกสาวที่ได้รับตำแหน่งเทพธิดาจิ้งจอก สามารถให้พรมนุษย์ที่มาขอพรได้เพียงเก้าคนเท่านั้น ผู้ที่ได้รับพรก็จะได้สมปรารถนาในสิ่งที่ขอเป็นเวลาสี่ปี พรจะเสื่อมไปเมื่อมีคนใหม่มาขอพร ซึ่งจงเหลียงคือคนที่เก้าที่มาขอพรเทพธิดาจิ้งจอกคนก่อน เขาส่งหม่าจิ้งหยวนมาเป็นคนแรกที่จะได้รับพรจากนาง เขาจะได้รับสิ่งที่เขาปรารถนาสองข้อเป็นเวลาสี่ปี
“นับเป็นเกียรติกับข้าขอรับ แม่นางหู”
หม่าจิ้งหยวนเรียกชื่อจิ้งจอกสาวตามที่นางบอกให้เรียก เขาไม่กล้าขัดใจนางเพราะยังไม่ได้ขอพร
“เจ้าอยากขอสิ่งใด ข้าจะได้บอกวิธีขอพรให้เจ้ารู้ว่า ต้องแลกกับสิ่งใดเพื่อพรข้อนั้น”
หูหลินหลินเอ่ยถาม พลางจ้องมองบุรุษหนุ่มผ่านม่านบาง พินิจพิจารณาเขาอย่างสนใจ หม่าจิ้งหยวนรูปร่างสูงใหญ่กำยำราวกับนักรบ จิ้งจอกสาวเขม้นมองใบหน้าของเขาอย่างพอใจ เขารูปงามทีเดียวหล่อเหลากว่าพวกจิ้งจอกหนุ่มในดินแดนของนางเสียอีก
มนุษย์หล่อแบบนี้ทุกคนหรือเปล่าหนอ ข้าชักอยากเห็นมนุษย์คนอื่นๆ บ้างแล้ว
มนุษย์จะมีความสามารถบางอย่างเทียบเท่าจิ้งจอกหนุ่มหรือเปล่า หรือว่ามีมากกว่าน้อยกว่า ชักอยากลองเสียแล้วสิ
หูหลินหลินรู้สึกเสียววูบในช่องท้อง กายสาวเต้นตุบกระหายบางสิ่งที่ร้างรามานับเดือน ตั้งแต่ถูกส่งตัวมาที่ที่ดินแดนของมนุษย์แห่งนี้
หนึ่งเดือนที่ผ่านมานางต้องนั่งๆนอนๆ อยู่ในถ้ำรอคอยคนมาขอพร ช่างน่าเบื่ออะไรเช่นนี้ จะหนีกลับหุบเขาหูเทียนก็ทำไม่ได้ หากให้พรคนขอคนแรกสำเร็จ นางจะมีโอกาสได้หลอกล่อให้เขา กลายเป็นเหยื่อของนาง
“ข้าอยากขอ ให้ข้าลงทุนทำค้าขายหรือการงานสิ่งใดไปแล้ว ขอให้ผลกำไรกลับคืนมาสิบเท่าทุกครั้ง”
หม่าจิ้งหยวนขอพรข้อแรก เขาคิดมาล่วงหน้าแล้วว่าอยากร่ำรวย และสี่ปีนี้เขาจะทำให้ตัวเองร่ำรวยได้อย่างไรไปตลอดชีวิต เมื่อพรเสื่อมเขาก็จะร่ำรวยอยู่
“ได้สิ แต่ขอสิ่งแลกเปลี่ยนก่อนถึงจะให้พรได้”
หูหลินหลินโบกมือไปมาเตรียมร่ายเวทย์ นางซ่อนสีหน้าสมใจไว้ เมื่อกำลังได้เหยื่อคนแรก
“ข้าขอแลกพรข้อนี้ กับอายุขัยสิบปีของข้า”
แค่ตายเร็วหน่อยสักสิบปี คงไม่เป็นอะไร เขาเชื่อว่าเขาน่าจะอายุยืนถึงเจ็ดสิบปี
“ได้ ข้าจะให้พรข้อนี้กับเจ้า มานี่สิ มาใกล้ๆ ข้าจะขอเก็บพลังวิญญาณของเจ้าสิบปี” จิ้งจอกสาวกวักมือเรียก
หม่าจิ้งหยวนขยับลุกขึ้นยืน เขาสูดลมหายใจแรงๆ ขณะใช้มือแหวกม่านกั้นร่วมสิบชั้นนั้นแล้วเดินผ่านเข้าไปด้านใน ดวงตาของชายหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นเรือนร่างอรชรของจิ้งจอกสาววัยกำดัด
สวรรค์ประทานพร ทำไมนมนางใหญ่เช่นนี้ !
สายตาเพ่งเป้าไปยังโนมเนื้อขนาดน้องส้มโออย่างตื่นตะลึง มองไกลๆ ก็ว่านางอวบอิ่มแต่พอเห็นชัดๆ มันอวบเกินอิ่มเสียแล้ว เสื้อผ้าที่นางนุ่งห่มแทบปกปิดเรือนกายขาวผุดผ่องราวกับไข่มุกเนื้อดีไม่มิด
หม่าจิ้งหยวนกลืนน้ำลายฝืดคอเมื่อเห็นตุ่มนูนเล็กบนปลายยอดเต่งตูมของนาง ยามนี้เจ้าของยืดตัวนั่งตัวตรง ก้อนกลมสองก้อนไหวกระเพื่อมไปตามแรงขยับ เมื่อนางจิ้งจอกสาวโบกมือของตัวเองวนไปมาในอากาศ ขณะหลับตาพริ้มท่องคาถาฮึมฮัมในคอฟังไม่ได้ศัพท์ มืออีกข้างถือขวดใบเล็กทรงกลมไว้
“เข้ามาใกล้ๆ ข้าสิ”
หูหลินหลินสั่งเสียงหวาน ดวงตาของนางพราวระยับน่าหลงใหล
หม่าจิ้งหยวนขยับเข้าไปหาอย่างว่าง่าย กลิ่นหอมๆ ราวกับกลิ่นของบุปผาสักอย่างหนึ่งโชยชายออกมาจากร่างงาม ทำให้คนได้กลิ่นเผลอสูดลมหายใจเข้าปอดแรงๆ
“หลับตา อย่าลืมตาขึ้นมาจนกว่าข้าจะสั่ง”
นางบอกเขา ขณะเคลื่อนกายยั่วยวนใจชายเข้ามาใกล้อีกนิด
หม่าจิ้งหยวนหลับตาลง เขารู้สึกร้อนวาบที่โพรงจมูกหากลืมตาจ้องส้มโอสองลูกนี้ต่อ บางทีอาจมีเสียเลือดได้
“หม่าจิ้งหยวน ยินดีมอบพลังชีวิตสิบปีของเขาเพื่อแลกกับพรวิเศษ เขาจะได้รับพรนั้นสมดังใจเป็นเวลาสี่ปี”
หูหลินหลินส่งเสียงหวานประกาศก้อง ราวกับบอกกล่าวให้ใครสักคนรับรู้
คนขอพรซึ่งกำลังหลับตา ไม่อาจมองเห็นร่างโปร่งแสงของเซียนจิ้งจอก ซึ่งกำลังร่ายเวทย์โบกไม้เท้าวิเศษอยู่เหนือศีรษะของเขา ทันใดนั้นเองก็เกิดประกายแวบวาบของลำแสงสีรุ้งพุ่งลงมาที่กลางกระหม่อมของหม่าจิ้งหยวน เขาตัวร้อนวูบกระตุกเกร็งไปทั่วร่าง แต่อดทนฝืนไว้ไม่ยอมลืมตาขึ้นมองด้วยเกรงพิธีจะเสีย
เพียงครู่เดียวหม่าจิ้งหยวน ก็รู้สึกเย็นไปทั้งตัวราวกับแช่อยู่ในห้องเย็น เขาสั่นสะท้านไปทั้งตัว โดยไม่รู้ว่าพลังชีวิตของตัวเองถูกไม้เท้าวิเศษในมือของหูหลินหลินดูดออกมาจากกระหม่อม และนำมันไปใส่ไว้ในขวดแก้วกลมในมืออีกข้าง นางปิดฝามันไว้แล้วส่งมอบให้เซียนจิ้งจอก ก่อนที่ร่างโปร่งแสงนั้นจะเลือนหายไป
“ลืมตาได้แล้ว เจ้าได้รับพรนั้นแล้ว” เสียงหวานใสของนางจิ้งจอกสาว ปลุกเรียกคนที่หลับตาอยู่
หม่าจิ้งหยวนค่อยลืมตาขึ้น เขารู้สึกหนาวเย็นไปทั้งตัว ราวกับมีเกล็ดหิมะเกาะอยู่ทั่วร่าง
“ข้าหนาว... เกิดอะไรขึ้นกับข้า” เขาถามเสียงสั่น ริมฝีปากสั่นกึกๆ กระทบกันไปมา
หูหลินหลินยิ้มกว้าง เข้าใจอาการของคนสูญเสียพลังชีวิต
“เจ้าแค่อ่อนแรงเพราะสูญเสียพลังวิญญาณ พรุ่งนี้อาการจะดีขึ้น ไม่เป็นไรหรอกอย่ากลัวไปเลย”
นางเดินไปหยิบขวดแก้วบรรจุน้ำสีอำพันมารินใส่แก้วส่งให้เขาดื่ม
“กินน้ำอัคคีนี่ ก็จะหายหนาว”
หม่าจิ้งหยวนรับมาดื่มอย่างไม่เกี่ยงงอน
“รสชาติเยี่ยมมาก เหมือนสุรานารีแดง ขออีกได้หรือไม่”
เขาบอกแล้วแย่งขวดน้ำมาเทจนเต็มแก้ม ยกขึ้นดื่มอักๆ จนเกลี้ยง โดยที่นางจิ้งจอกสาวร้องห้ามไม่ทัน
“ว๊าย อย่ากินเยอะ โอย เจ้ารู้หรือไม่ว่าน้ำอัคคีนั่น มันมีฤทธ์แรงมาก เจ้าจะร้อน จะทุรนทุราย ไม่ได้หลับไม่ได้นอนทั้งคืน” หูหลินหลินแย่งขวดคืนมาได้รีบเอาไปวางไว้ห่างๆ
ไม่ทันขาดคำน้ำอัคคีก็ออกฤทธิ์ หม่าจิ้งหยวนร้อนวูบวาบไปทั้งตัวอาการหนาวสั่นเมื่อครู่เลือนหายไปกลายมาเป็นร้อนราวกับมีเพลิงสุมอยู่ข้างใน มันไม่ได้ร้อนแบบอากาศร้อน แต่มันร้อนวูบวาบอยู่ภายใน บางอย่างในกายลุกชันความรู้สึกอย่างหนึ่งตื่นโพลงขึ้นมา ชายหนุ่มจ้องมองจิ้งจอกสาวด้วยแววตาวาววาม
“อยู่เฉยๆ เดี๋ยวข้าหาวิธีแก้ไขก่อน”
หูหลินหลินขยับถอยห่างเมื่อรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย จิ้งจอกสาวรีบวิ่งไปเปิดลิ้นชักในโต๊ะเล็กข้างเตียง หยิบตำราจิ้งจอกออกมาอ่าน หาวิธีแก้ไขฤทธิ์น้ำอัคคี
“คนที่ดื่มน้ำอัคคีเข้าไปเกินขนาด จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต เห้อ ค่อยโล่งอกหน่อย”
นางถอนหายใจเมื่ออ่านถึงตอนนี้ แต่ใบหน้างามต้องเหยเก เมื่ออ่านเจออย่างอื่น
“แต่ฤทธิ์ของน้ำอัคคี จะทำให้ร้อนรุ่มไปทั้งกาย เกิดกำหนัดจนทนไม่ไหว ต้องการปลดปล่อยจนกว่าความร้อนในกายจะทุเลาลง หากไม่ได้ปลดปล่อยจะคลุ้มคลั่งอาละวาด บางทีอาจจะถึงขั้นทำร้ายผู้อื่นได้ ตายแล้วอันตราย”
นางจิ้งจอกสาวหันไปมองคนต้องฤทธิ์น้ำอัคคี แต่จิ้งจอกสาวต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อหันไปเจอใบหน้าหล่อเหลาพอดี เขาเข้ามายืนข้างหลังนางตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดแผ่วหลังใบหูขาวสะอาด ใบหน้าของเขาแดงก่ำทีเดียว
“ถอยออกไปก่อน เดี๋ยวข้าจะหาวิธีแก้ให้”
นางผลักร่างของเขาออกห่าง รีบกวาดตาอ่านวิธีแก้ไข ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อวิธีแก้ไขคือ
“วิธีทำให้ผู้ที่ดื่มน้ำอัคคีสงบลง คือ หากเป็นชายให้หาสตรีให้เขาร่วมรักด้วย หากเป็นหญิงให้หาชายหนุ่มให้เขาร่วมรักกับนาง เมื่อบรรลุจุดสุดยอดจึงจะหาย ตายแล้ว อ๊ะ เจ้าทำอะไรน่ะ”
หูหลินหลินหันขวับไปมองหน้าคนที่กำลังลูบไล้เนื้อตัวนางอยู่ จิ้งจอกสาวหวีดร้องเมื่อร่างอรชรของนาง ถูกเขาช้อนอุ้มจนตัวลอยจากพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว บุรุษผู้ตกอยู่ในฤทธิ์น้ำอัคคีไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เขาร้อนไปทั้งตัวความปรารถนาครอบงำความคิด บวกกับพึงพอใจร่างงามของจิ้งจอกสาวอยู่ก่อนหน้า จึงไม่รั้งจิตใจตัวเองให้ทนต่อได้
เขาวางนางลงบนเตียง มือหนาของเขากระชากดึงทึ้งเสื้อผ้านางออก ผ้าโปร่งบางง่ายต่อการฉีกขาด เสียงดังแคว่ก แคว่ก ดังเจ้าโถงถ้ำ ดวงตาของเขาฉายแววหื่นกระหาย เมื่อเห็นร่างเปลือยเปล่าของจิ้งจอกสาวเต็มตา แก่นกายปวดหนึบตั้งชัน เขาปลดเสื้อผ้าออกจากตัวแทบจะฉีกให้ขาดคามือด้วยความใจร้อน โหยหิวอยากกลืนกินร่างอวบอัดของสาวงามสะพรั่งตรงหน้า
หูหลินหลินเมื่อหายตกใจ ก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร จิ้งจอกสาวเมื่อบำเพ็ญตบะจนมีอายุห้าร้อยปี ก็จะสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ เมื่อกลายร่างเป็นมนุษย์แล้วจิ้งจอกสาวทุกตนจะต้องใช้พรหมจรรย์ของตัวเองเซ่นสังเวยให้เซียนจิ้งจอก เพื่อให้มีร่างเป็นมนุษย์และบำเพ็ญตบะจนกลายเป็นเซียนจิ้งจอกได้อย่างราบรื่น
เมื่อเซ่นพรหมจรรย์ของตัวเองแก่เซียนจิ้งจอกแล้ว จิ้งจอกสาวในดินแดนนั้น ก็มีสิทธิ์ร่วมรักกับจิ้งจอกหนุ่มตนอื่นได้อย่างเสรี หากพอใจกันก็จะแต่งงานครองคู่กันไปจนหมดอายุไข ไม่สามารถมีคู่ใหม่ได้ แม้คู่ของตนจะตายไปก่อน การแต่งงานในกลุ่มจิ้งจอกหนุ่มจิ้งจอกสาวจึงเกิดขึ้นได้ยากมาก จิ้งจอกสาวกับจิ้งจอกหนุ่มส่วนใหญ่เลือกใช้ชีวิตอิสระเสรี
“แม่นางหูขอเจ้ากินนมข้าได้หรือไม่ ข้าหิวนม”
หม่าจิ้งหยวนครางเสียงกระเส่า โถมกายเข้าหาร่างอวบอิ่มของจิ้งจอกสาวที่นอนเปลือยกายยั่วยวนบนเตียงนุ่ม
เขาคร่อมตัวเหนือร่างอวบขาว สองมือรวบโนมเนื้ออวบหยุ่นเต็มกำมือ อ้าปากครอบลงไปบนยอดทรวงสีหวานดูดกลืนปลายยอดแดงสดราวเม็ดทับทิมเข้าไปในโพรงปากแบบไม่ออมคำ รสชาติของจิ้งจอกสาวนี่ช่างหวานหอมนัก หม่าจิ้งหยวนดูดดึงยอดทรวงเข้าไปเต็มปากเต็มคำอย่างติดอกติดใจ เกิดมาไม่เคยลิ้มชิมรสเต้าทรวงของสตรีนางใดแล้ว รู้สึกหวานจับใจเช่นนี้มาก่อน
เสียงดูดดังจ๊อบแจ๊บราวกับเด็กน้อยหิวนมของคนตะกละตะกลามดังไม่ขาดสาย มือหนาก็ขยำขยี้รวบดึงความนุ่มหยุ่นเข้าสู่ปากให้มากที่สุด ออกแรงดูดดึงจนกระพุ้งแก้มตอบ ปลายลิ้นตวัดเกี่ยวเม็ดหัวนมขบเม้มสลับกับไล้เลียอย่างหิวกระหาย ยิ่งดูดยิ่งมัน ยิ่งดูดยิ่งอยากกลืนกินเข้าไปในปากให้มากที่สุด หม่าจิ้งหยวนขย้ำมือเค้นขยำจนกทรวงอวบปลิ้นออกมาตามง่ามมือ เขาเอาปากอมหัวนมดูดสลับไปมาทั้งซ้ายและขวาไม่ให้น้อยหน้ากัน
“ซี๊ดดด โอ้ว เสียว ข้าเสียวมาก ซี๊ด โอ๊ย อย่ากัดแรงหัวนมจะหลุด ซี๊ดดด อร๊าย เสียว เสียวมาก...”
เสียงสูดปากครางซี๊ดซ้าดราวกับกินของเผ็ดดังออกมาจากริมฝีปากอิ่ม จิ้งจอกสาวครางเสียงดังไม่ออมเสียงด้วยรู้ว่าโถงถ้ำแห่งนี้มีเพียงนางกับมนุษย์ผู้นี้สองคน เซียนจิ้งจอกเมื่อให้พรแล้วก็กลับไป ไม่อยู่ดูนางเริงสวาทกับมนุษย์หรอก แม้นางจะเคยมอบร่างกายของตัวเองให้ท่านร่วมรัก ก็ใช่ว่าท่านจะติดใจนางมากไปกว่าเซียนจิ้งจอกสาวผู้สคราญโฉม ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องเชี่ยวชาญด้านโลกีย์มากที่สุดในหมู่จิ้งจอกสาวทั้งหลาย หากไม่แน่จริงคงไม่เอาเซียนจิ้งจอกอยู่หมัด
หูหลินหลินหยุดนึกถึงเซียนจิ้งจอกชายคนแรกของนาง จิ้งจอกสาวหันมาสนใจมนุษย์หนุ่มร่างกำยำหล่อเหลา ที่กำลังเมามันกับการฟัดส้มโอลูกยักษ์ของนาง มันเป็นสิ่งที่นางขอพรก่อนจะมาเป็นเทพธิดาจิ้งจอก นางขอให้หน้าอกของนางใหญ่อวบโตไม่หย่อนคล้อย ขอให้ร่างกายของนางมีกลิ่นหอม และขอให้นางไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า แม้ต้องใช้พละกำลังทำสิ่งใด และยังมีอีกข้อซึ่งเทพธิดาจิ้งจอกได้รับพรวิเศษมา...
“แม่นางหู หวานมาก หวานเหลือเกิน”
หม่าจิ้งหยวนครางด้วยความเสียวซ่าน เขาเลื่อนใบหน้าลงมายังหน้าท้องแบนราบ ลากไล้ปลายลิ้นละเลงไปทั่วหน้าท้องแบนราบจนเปียกลื่นไปหมด ก่อนจะห่อปลายลิ้นจุ่มจ้วงหลุมสะดือเล็กน่ารักของนางกระดกปลายลิ้นหยอกเย้าเรียกเสียงคราง สยิวของเจ้าของให้ดังน่าฟัง กระตุ้นราคะ ในตัวให้พุ่งขึ้นราวกับกองเพลิง
เขายกศีรษะขึ้นเล็กน้อยเมื่อเลื่อนใบหน้ามาถึงเนินอวบซึ่งไร้เส้นขนปรกคลุม มันอวบอูมเท่าหลังมือเขา วางฝ่ามือประกบลงไปแทบปิดไม่มิด เกิดมาร่วมสวาทกับสตรีมาก็ไม่น้อย ไม่เคยเจอเนินเนื้ออวบสมบูรณ์งดงามเท่านี้มาก่อน มันอวบอูมนูนเป็นเนินเขาขนาดย่อม แต่เป็นเขาหัวโล้นไร้ต้นไม้ใบหญ้าเกะกะสายตาผิวเนื้อสีชมพูเปล่งปลั่ง กลีบบุปผาปิดโพรงสวาทสนิทไม่เห็นเนื้อใน หม่าจิ้งหยวนกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ เมื่อรู้สึกกระหายขึ้นมาอีกครั้ง เขามองตุ่มนูนของเกสรหวานด้วยแววตาพราวระยับ กลีบบุปผาสีชมพูสดจะหวานปานใด หญิงคนอื่นแม้หน้าตาสะสวยแต่ตรงนี้กลับมิได้งดงามเท่า
เขาไม่เคยปรารถนาจะสัมผัสส่วนนี้ของสตรีคนใดมาก่อน เมื่อมีอารมณ์ก็ไปเที่ยวปลดปล่อยตามหอนางโลม เวลาร่วมรักกับนางคณิกาเหล่านั้น เล้าโลมเนื้อตัวอย่างมากก็ใช้นิ้วลูบคลึ้งขยี้ให้พร้อมออกรบ จากนั้นก็ปล่อยแท่งหยกเข้าไปไปสอดเสียบในโพรงสวาท บางคนคับแน่นหน่อยเพราะผ่านการใช้งานมาไม่มาก เขาก็จะแวะเวียนไปกินหลายหน บางคนหลวมโพกแรงกระชับไม่ตรึงใจ ก็หนเดียวเลิก แต่จากสายตาเนินโหนกเนื้ออวบอูมของจิ้งจอกสาว ดูเหมือนจะสดใหม่ราวกับไม่เคยต้องมือชายใดมาก่อน
ลองเอากับคนมาก็เยอะ ลองเอาจิ้งจอกสาวดูสักหนจะมันเสียวเท่ากันไหม
หม่าจิ้งหยวนคิดอย่างหื่นกระหาย
“เจ้าเลียเป็นหรือไม่ เลียให้หน่อยสิ”
เสียงหวานๆ ร้องบอก พร้อมกับอ้าขาเปิดทางให้คนตัวโตเข้ามาอยู่ตรงหว่างขา อำนวยความสะดวกให้เขาด้วยการยกขาพาดไหล่หนายกสะโพกลอย แทบจะชิดใบหน้าหล่อเหลา
จิ้งจอกสาวกระสันต์สวาทจนเก็บกักอารมณ์ไว้ไม่อยู่ เขาดูดนมขยี้ขยำจนเต้านางแทบเละคามือ มันรุนแรงสะใจนัก นางไม่ห่วงว่าเต้าทรวงจะหย่อนคล้อย เพราะมั่นใจว่าอำนาจพรวิเศษช่วยได้พรุ่งนี้เช้านางจะกลับมาเต่งตึงเหมือนเดิม หูหลินหลินร่อนสะโพกรอคอยปลายลิ้นฉ่ำร้อนที่นางโปรดปราน หม่าจิ้งหยวนไม่ทำให้ผิดหวัง ใบหน้าหล่อเหลาเกินกว่าจิ้งจอกหนุ่มคนไหนก้มวูบลงไปหาเนินสวาท ปลายลิ้นกระดกรัวใส่เม็ดตูมของบุปผางาม เรียกเสียงกรีดร้องจากเจ้าของได้ในทันที
“ซี๊ดดดด อร๊าย เสียว แบบนั้นแหละ เลียแรงๆ กระดกลิ้นรัวๆ ซี๊ดดด อู้ว... เยี่ยมมาก!”
หูหลินหลินกรีดร้องบิดตัวเร่าๆ เสียวจนแทบขาดใจตาย
หม่าจิ้งหยวนมุดหน้าใช้จมูกโด่งของตัวเองเสียดสีกับไข่มุกสีชมพูของนางไปมา ปลายลิ้นก็ฉกวูบเข้าไปในโพรงถ้ำสวาท กระดกลิ้นรัว จนได้ยินเสียงกรี๊ดอีกหลายครั้ง น้ำหวานหลั่งไหลออกมาราวกับโถน้ำผึ้งแตก มันหวานชุ่มลิ้น ชุ่มคอกว่าอะไรทั้งหมด หม่าจิ้งหยวนดูดกลืนอย่างตะกละตะกราม แทบไม่ให้หยดลงพื้น
“เลียตรงนั้นแหละสอดลิ้นเข้าไปลึกๆ กรี๊ดดด ... เสียว อ๊า เสียวที่สุด เอานิ้วด้วย สอดเข้ามา สอดลึกๆ ซี๊ด เสียวมาก เสียวที่สุดเลย!”
หม่าจิ้งหยวนทำตามคำขอ ปลายนิ้วกลางสอดเข้าไปในโพรงสวาทจนลึกคว้านเอาน้ำหวานให้ไหลกระฉอกออกมา ขยับแหย่เข้า แหย่ออก เสียงน้ำหวานกระฉอก ดัง ฉัวะ เฉะ น้ำหวานกระซ่านกระเซ็นเลอะเต็มฝ่ามือ