ตอน 1

“ท่านแม่ทัพข้าน้อยพบจิ้งจอกวิ่งอยู่ในสวนขอรับจะให้ข้าน้อยจับไปปล่อยดีหรือไม่ขอรับ”

สายตาเหี้ยมหันมองทหารที่มารายงาน

“ไม่ต้องเปิ่นหวางจะไปจับด้วยตัวเอง”

ตวนอ๋องหลิวหยางแห่งเมืองเหอหนาน เขตปกครองตัวเองที่แยกตัวเป็นอิสระ ใบหน้าเหี้ยมเกรียมไร้ความปรานีฆ่าได้ฆ่า ไม่เคยละเว้นผู้ใดมาก่อน

ฝีเท้ากล้านั้นเดินไปยังสวนหลังบ้าน หวังจัดการเจ้าจิ้งจอกน้อยที่หาญกล้าฝ่าด้านป้องกันของจวนตวนอ๋องมาถึงหลังบ้าน คิดๆ ดูแล้วเจ้าจิ้งจอกตัวนี้คงโชคดีมาก ที่สามารถฝ่าร้อยด้านป้องกันมาได้

แต่เจ้าโชคร้ายมากกว่าที่มาเจอเขา ตอนนี้กำลังเบื่อๆ อยากกินจิ้งจอกย่างพอดี!!

สายตาเขามองไปยังสวนหลังบ้านที่เหมือนป่าไผ่ คิดว่าคงมีหน่อไม้หอมๆ ที่ยั่วใจให้เจ้าจิ้งจอกเข้ามาติดกับ แต่ขอโทษข้าอยากกินเนื้อพอดี อย่าหวังว่าวันนี้เจ้าจะหลุดรอดไปได้

ฝีเท้านั้นเดินมองหา มองเห็นขนขาวๆ กำลังวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว สองมือก็จับคันธนูขึ้นมา ยิงตรงไหนดีตรงหัวใจหรือหัว แต่คิดๆ ดูแล้วถ้าทั้งสองตำแหน่งเนื้ออาจจะไม่อร่อย

ดังนั้นแล้ว วิธีเดียวก็คือการจับด้วยมือเปล่าดูจะสนุกที่สุดแล้ว เขาจึงส่งคันธนูให้องครักษ์มือขวาด้านหลัง

องครักษ์ตวนเหยียนรับคันธนูมาสะพายเอาไว้ มองเห็นขนขาวทางด้านขวามือที่ใกล้น้ำตกจำลองจึงบอกตวนอ๋อง

“ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะทางนั้น”

ตวนอ๋องหลิวหยางหันมองตามทิศทาง ก่อนพบหางสีขาวหลบไปด้านหลังของภูเขาจำลอง เขาจึงโบกมือให้คนด้านหลังไปยังอีกฝั่ง ส่วนเขาก็ไปอีกด้านของภูเขา

จากนั้นก็ย่องฝีเท้าเบาเข้าไปด้านใน มุมปากก็ยกยิ้มคิดว่าการได้กินเนื้อครั้งนี้ต้องสำเร็จแน่นอน

ฝีเท้าเบาเดินเข้าไปถึงก็มองเห็นจิ้งจอกน้อยทั้งตัว จิ้งจอกตัวนั้นมีขนสีขาวแต่ปลายหางกับเป็นสีดำ ส่วนดวงตาแทนที่จะเป็นสีแดงกลับเป็นสีฟ้า ซึ่งแปลกกว่าจิ้งจอกที่เขาเคยพบมา

“จับเป็น!!” จากจับตายก็เกิดอยากเลี้ยงขึ้นมา ยิ่งมองเห็นแววตาราวกับมนต์สะกดนั่นก็ทำให้เขาเกิดใจอ่อนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

แทนที่จิ้งจอกน้อยนั้นจะหนี กลับเดินมาหาเขาจากนั้นก็ย่อตัวลงแล้วคำนับหนึ่งครั้ง เป็นจิ้งจอกที่ประหลาดเหลือเกินเขาจึงย่อตัวลงแล้วยกมือขึ้นลูบจิ้งจอกสีขาว

“เปิ่นหวางจะเลี้ยงเจ้าเอง”

ดวงตากลมสีฟ้านั่นเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาซาบซึ้งจากนั้นก็มีเสียงหนึ่งตะโกนออกมา

‘หากท่านไม่คิดกินข้า มีหรือที่ข้าจะยอมเป็นสัตว์เลี้ยงท่าน!!’

ข้าเป็นถึงบุตรสาวของเผ่าจิ้งจอกมิใช่จิ้งจอกป่าที่ท่านจะจับกินได้ แต่ข้าเองก็สูญเสียพลังงานจนสิ้น เพราะต่อสู้กับนักพรตจนลมปราณสูญสิ้น จะกลับไปยังเผ่าตนก็กลัวแต่จะตายกลางทาง

มองเห็นจวนท่านที่ดูเข้มงวดกวนขัน แม้แต่มดยังเข้ามาไม่ได้ดูจะปลอดภัยที่สุด แต่ใครจะคิดว่าที่ปลอดภัยนั่นก็คือที่ที่อันตรายที่สุด

มืออุ่นนั่นโอบกอดข้าจากนั้นก็พากลับไปยังห้องทำงานของเขา จากนั้นก็ยกมือลูบขนนุ่มไปมา

“ดูๆ ไปขนเจ้าก็นุ่มถ้าเอามาทำผ้าห่มก็อุ่นใช่ได้”

เจียหลิงตาโตลุกวาว จากนั้นก็ขยับหาเขาแล้วใช้ใบหน้าคลอเคลียตรงแขนเขาอย่างเอาใจ ข้าอ้อนท่านขนาดนี้ได้โปรดอย่ากินข้าเลย

คลอเคลียเสร็จก็ทำท่าเหมือนจะหมดแรงนอนราบไปกับพื้นโต๊ะกะพริบตาขึ้นลง ‘ข้าน่ารักขนาดนี้ท่านจะกินข้าลงได้ไหมมาดูกัน’

แต่ดูจากสายตาเหี้ยม แถมยังหน้านิ่งเหมือนคนไม่แสดงความรู้สึกนางก็ยิ่งหวั่นใจ จึงยกตัวขึ้นแล้วกระโดดลงบนตักเขาเอนซบหนักกว่าเดิม

‘ข้ายอมขนาดนี้แล้วท่านควรเลี้ยงดูข้าได้สักที’

ดวงตาเหี้ยมก้มลงมองจิ้งจอกน้อย ปกติเขาไม่ชอบเลี้ยงสัตว์มากกว่าชอบจับมากิน แต่มาคราวนี้ดูเหมือนเจ้าจิ้งจอกน้อยจะฉลาดกว่าที่เขาเคยเจอ

ช่วงนี้กำลังเบื่อเพราะไม่มีสงคราม ถ้าเช่นนั้นแล้ว

“เปิ่นหวางจะไม่กินเจ้าแล้วก็ได้ แต่เจ้าห้ามทำแบบนี้กับใครคนอื่นเข้าใจไหม”

เจียหลิงกะพริบตาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอนซบมากกว่าเดิม

‘ท่านไม่กินข้าดีแล้ว รอลมปราณข้าฟื้นเมื่อไรข้าจะไปทันที’

ตอน 2

เขาคิดถูกไหมที่เลี้ยงจิ้งจอกตัวนี้ ดูจากอาหารการกินของจิ้งจอกน้อยดูไม่น้อยเท่าตัวเลย หันมองชามที่หมดไปสองชามกับผลไม้อีกหนึ่งชาม

“อาเหยียน แน่ใจนะว่าข้าจับจิ้งจอกมาเลี้ยง ไม่ใช่หมู”

ตวนเหยียนหันมองจิ้งจอกน้อยที่กินอย่างเอาเป็นเอาตาย สีหน้านิ่งไม่แพ้เจ้านายก็ถามต่อ

“ท่านอ๋องจะให้มันชื่อว่าอะไร”

อ๋องหลิวหยาง “ทำไมต้องมีชื่อ”

เอ้อ ตวนเหยียนถึงกับไปไม่เป็น “คือแล้วเราจะเรียกมันว่าอะไร”

“ก็จิ้งจอก”

ตวนเหยียนไม่รู้จะสงสารใครก่อนดี หันมองจิ้งจอกตัวน้อยก็เลยนึกถึงชื่อหนึ่ง “จูหลีดีไหมพ่ะย่ะค่ะ”

จิ้งจอกกับหมูมาร่วมกัน สรุปแล้วนางก็มองเห็นคนนิ่งที่เป็นเจ้าของจวนพยักหน้า “ดี”

เอาอะไรมาเห็นด้วย ข้าไม่ชอบชื่อนี้ท่านฟังข้าด้วยสิ!!

พอไม่ถูกใจก็ทำหน้างอนหันหลังให้เขาเพราะไม่ถูกใจสิ่งนี้ แต่เขากลับพูดขึ้นว่า “ดูเหมือนมันจะชอบมากเสียด้วย”

ใบหน้าจิ้งจอกน้อยหันไปมองอย่างรวดเร็ว มองเขาที่ลุกขึ้นถอดเสื้อออกจากนั้นก็จับดาบแล้วไปฝึกอาวุธที่ลานด้านนอกท่ามกลางหิมะที่กำลังตกลงมา

เจียหลิงจึงขยับไปยังระเบียงแล้วนอนลงบนเบาะนุ่มจากนั้นก็มองเขาฝึกอาวุธอย่างเพลิดเพลินใจ นึกถึงท่านผู้เฒ่าที่เคยตักเตือนไว้ว่าชนเผ่ามนุษย์ไม่ได้มีสิ่งใดน่าสนใจสักนิด

แต่กล้ามแน่นๆ ตรงหน้าทำไมน่ามองนัก มองไปมองมาน้ำลายเหมือนจะไหล เจียหลิงรีบสะบัดหน้าหนีจากนั้นก็หันมองไปยังต้นเหมยแดงหวังชื่นชมหิมะที่กำลังเกาะบนกิ่งไม้

แต่ตาเจ้ากรรมก็ยังเหล่มองกล้ามหน้าอกแน่นอยู่ดี คืนนี้ถ้าได้นอนซบอกอุ่นๆ นั่นก็คงดีไม่น้อย คิดเพลินไปหน่อยไม่นานก็หลับพริ้มโดยไม่รู้ตัว

คนที่กินแล้วนอนไม่รู้สึกตั้งแต่เขาฝึกอาวุธจนหมดไปหนึ่งชั่วยาม เหงื่อที่ไหลออกมาเกาะอยู่บนผิวเข้มตามตัว อ๋องหลิวหยางเดินมาก็มองเห็นเจ้าจิ้งจอกขี้เกียจนอนอยู่ก็รู้สึกไม่พอใจ

จึงอุ้มมันขึ้นมาแล้วเขย่า

‘แผ่นดินถล่ม!!’ เจียหลิงตกใจนึกว่าแผ่นดินสะเทือน แต่พอลืมตามองดีๆ ก็พบต้นเหตุของแผ่นดินว่าเกิดจากอะไร เขาเป็นตัวอะไรกันแน่ ทำไมถึงได้ดูแล้วไม่น่าคบเอาเสียเลย

“ไปอาบน้ำกับเปิ่นหวาง”

หา!! เจียหลิงตาโต แล้วพยายามดิ้นรนหนีจากมือหนาที่อุ้มไม่ปล่อย แต่ดิ้นรนไปก็เท่านั้นเมื่อนางถูกพามายังห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ ตอนนี้นางกำนัลทั้งหลายกำลังจัดเตรียมน้ำในอ่าง ควันอุ่นลอยฟุ้งไปทั่วห้อง

เจียหลิงที่มีขนนุ่มป้องกันตัวอยู่แล้ว ไม่ได้สนใจความอุ่นแต่น้ำที่หอมลอยแตะจมูกต่างหาก ว่าแต่นางก็ไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันแล้ว คิดได้ก็ก้มลงดมตัวเอง พอเงยหน้ากำลังคิดว่าจะเอายังไงดีก็มองเห็นท่านตวนอ๋องหลิวหยางกำลังถอดกางเกง!!

ไม่ใช่กำลังสิ ถอดต่อหน้านางต่างหาก ถอดเสร็จนางก็ได้เห็นแท่งยาวๆ แกว่งอยู่ตรงหน้าไปมา มันคืออาวุธชนิดใดกันที่สามารถหลบซ่อนในกางเกงได้

กำลังคิดเพลินตวนอ๋องก็มาอุ้มนางขึ้นไป ทำให้หางนางแตะเข้ากับแท่งยาวๆ ด้านล่าง ตอนแรกมันนุ่มนิ่มน่าสัมผัสแต่นานไปทำไมรู้สึกมันแข็งขึ้นหันมองคนอุ้มก็ดูจะชอบที่นางเอาหางไกวเล่นเช่นนี้

สองเท้าบุรุษก้าวลงไปยังอ่างอาบน้ำอันใหญ่ จากนั้นก็นั่งลงแล้วอุ้มนางนั่งลงด้วยกัน เจียหลิงถึงรู้ว่าด้านล่างของอ่างมีขอบไว้สำหรับนั่งได้อีกหนึ่งชั้น ส่วนด้านล่างก็จะลึกไปสำหรับนอนแช่ทั้งตัว

เห็นแบบนี้แล้วอยากจะแปลงร่างเหลือเกิน แต่ในเมื่อทำไม่ได้ก็แช่ไปทั้งขนนี่แหละ เจียหลิงหันมองขอบอ่างก็วางหัวไว้ตรงหน้า ส่วนตัวก็ยังแช่อยู่ในอ่างไม่มีทีท่าว่าจะหนีแต่อย่างใด

“เจ้าแปลกไม่เหมือนจิ้งจอกสักนิด”

แน่ล่ะ ข้าเป็นถึงเซียนจิ้งจอกอายุมากท่านหมื่นปีจะเหมือนจิ้งจอกทั่วไปได้ยังไงกัน

อ๋องหลิวหยางหันมองจิ้งจอกที่นอนหลับสบายก็รู้สึกไม่พอใจจึงกวักน้ำขึ้นใส่หน้าจิ้งจอกจนมันลืมตาสะดุ้งหงายหลังตกไปยังน้ำ ท่าทางตลกนั่นทำให้เขาเผยยิ้มเล็กน้อย

มองมันกำลังใช้ขาตะเกียกตะกายขึ้นจากน้ำ “ดูเหมือนเจ้าจะว่ายน้ำไม่เป็น”

ท่านอ๋องบ้า!! ข้าจะจ่มน้ำตายอยู่แล้ว ยังจะมาบอกว่าข้าว่ายน้ำไม่เป็นอีก พาข้าขึ้นจากน้ำเดี๋ยวนี้เจียหลิงสวดเขาในใจไปหลายจบ จนกระทั่งตัวนางลอยขึ้นจากน้ำ มือเขาที่จับคอนางยกขึ้นมองสภาพของนางที่ตัวเปียกขนลีบไปทั้งตัวแต่ยังมองเห็นพุงอ้วนๆ จากการกินข้าวไปสามชามอยู่

สายตาเขามองไปยังด้านล่างของนาง “เป็นตัวเมียจริงๆ เสียด้วย”

เจียหลิงหน้าแดงจนไม่รู้จะแดงไปถึงไหนเพราะขนนางปิดหมด ส่วนเขาก็วางนางบนขอบอ่างแล้วหยิบผ้าขนหนูวางห่มนางทั้งตัวจนอุ่น

“สตรีโง่เขลาจริงๆ แม้แต่สัตว์ก็ไม่เว้น”

ข้าไม่ได้โง่เสียหน่อยแค่ข้าไม่มีพลังจัดการท่านเท่านั้น ความรู้สึกตอนแรกอยากขอบคุณเขาที่ช่วยชีวิต แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกอยากระบายความโมโหที่เขาว่านางโง่เขลา

กำลังจะเงยหน้าทำสายตาไม่พอใจ คนในอ่างก็ลุกขึ้นมาทำให้มองเห็นแท่งยาวๆ แกว่งไปมาอีกรอบ

สวรรค์อาวุธนี้มันใช่ทำอะไรกันแน่บอกข้าหน่อย

แต่ดูเหมือนข้าบ่นไปก็เท่านั้น เพราะเขาก็ยังเปลือยต่อหน้าข้าจนผ่านไปครึ่งชั่วยาม ตอนที่นางกำนัลมาแต่งตัวข้าถึงได้เห็นใบหน้าพวกนางแดงก่ำเขินอาย จากนั้นก็รีบแต่งตัวให้เขาแล้วออกไป

ก็แค่อาวุธติดกาย เหตุใดต้องทำเหมือนเป็นของดีขนาดนั้นเชียว เจียหลิงหันมองหางของตัวเอง มันก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ นางเลิกสนใจแท่งอาวุธนั่น แล้วมาสะบัดขนตัวเองให้แห้ง จากนั้นก็กระโดดขึ้นเตียงนุ่มมุดลงไปในผ้าห่ม ความเย็นก็หายไปจนสิ้น

“เปิ่นหวางควรจะเป็นฝ่ายเย็นมากกว่า เจ้ามีขนนุ่มอยู่แล้วจะหนาวอะไรกัน” พูดจบก็ดึงผ้าห่มออกจากร่างของนาง

เอ๊ะท่านนี่ทำตัวเหมือนบิดาไม่รัก!!

เจียหลิงเริ่มจะหมดความอดทนจึงลุกขึ้นพยายามรวบรวมกำลังจากนั้นก็กระโดดขึ้นหวังจะใช้ขาข่วนหน้าอกเปลือยตรงหน้า ภาพที่นางจิตนาการนั้นคืออีกฝ่ายตกใจจนล้มลงพื้นหงายหลัง ยิ่งคิดก็ยิ่งดีใจอย่างมีความสุข

แต่...ทำไมเป็นแบบนี้ มือหนาจับที่คอนางห้อยโตงเตง

นาง..นาง หายใจไม่ออก คนบ้า!!! นอกจากบิดาไม่รักแล้ว สงสัยมารดาก็ไม่สนใจแน่นอนถึงได้นิสัยเสียแบบนี้!!

เขาคงเห็นว่านางกำลังจะหมดลมหายใจตายเสียก่อนแล้วคงทำให้ไม่มีอะไรเล่นอีก จึงยอมปล่อยนางแต่โดยดี เจียหลิงได้แต่เก็บอาการแล้วหลบไปอยู่ปลายเตียง

มองเขาอย่างระแวดระวังเดินไปยังโต๊ะทำงานจากนั้นก็มองจดหมายที่วางอยู่ อ่านได้เพียงครู่แจกันแตกก็ดังขึ้น

เพล้ง!! เจียหลิงที่กำลังจะหลับก็สะดุ้งหลบเข้ามุมยิ่งกว่าเดิม นอกจากบิดามารดาไม่รัก แม้แต่คนรอบข้างก็คงกลัวเขากันหมด นางมองทหารองครักษ์ด้านนอกที่รีบเข้ามา พอมองเห็นว่าแค่แจกันแตกก็พากันคุกเข่าลงพื้น

“มีสิ่งใดที่ทำให้เคืองพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”

สองมือเขากำจดหมายในมือไว้แน่น จากนั้นก็เขวี่ยงลงพื้นให้กับตวนเหยียน อีกฝ่ายก็รีบหยิบขึ้นมาอ่าน

“กระหม่อมจะไปสืบข่าวเดียวนี้พ่ะย่ะค่ะ”

พูดจบก็รีบออกไป ส่วนนางกำนัลก็รีบก้มหน้าก้มตาเก็บแจกันแต่แตกออกไป เหลือเพียงนางกับบุรุษขี้โมโหตรงหน้า นางจะทำยังได้ก็ต้องหาทางหนีนะสิ

ขืนอยู่ต่อมีหวังได้เป็นศพหลังบ้านแน่นอน!!

ว่าแล้วก็ยกตัวขึ้นคิดหมายจะกระโดดลงจากเตียง เท้าที่ก้าวก็ก้าวทีละนิด คิดหมายจะกระโดดหนีอีกรอบ ก็ถูกคนบ้าคว้าตัวเอาไว้ เจียหลิงได้แต่กร่นด่าในใจ

อะไรของท่านอ๋องนักหนาไม่ทราบ!!

“จะไปไหนเปิ่นหวางจะนอนแล้ว”

นอนแล้วเกี่ยวอะไรกับท่าน ไม่ใช่เรื่องของข้าเสียหน่อย คิดไปก็เท่านั้นเมื่อเขาวางนางลงบนเตียงนอน จากนั้นก็เอนนอนแล้วใช้ท่อนแขนหนักทับพุงอ้วนๆ ของนาง

เดี๋ยวนางจุก อิ่มเพราะกินไปเยอะ แม้จะไปว่ายน้ำมาก็ใช่ว่ามันจะละลายพลังงานของนางไปหมดเสียเมื่อไร ตอนนี้นางกำลังอิ่มและเขากำลังทับท้องของนาง

เรียกว่าจุก กำลังจะแหกปากส่งเสียง แต่รู้ว่าพูดไม่ได้เลยเปลี่ยนเป็นยกปากจะกัดแทน เขาก็หยิบเนื้อแห้งใส่ปากนางอีก

“เจ้าหิวอีกแล้วถึงได้อ้าปากเช่นนี้ โชคดีที่เปิ่นหวางเตรียมพร้อมเสมอ”

เจียหลิงตาโตมองถุงในมือเขา ด้านในมีกลิ่นเนื้อชัดเจน นางที่รู้สึกว่าอิ่มแล้วท้องก็ยังร้องขึ้นมาจึงได้ยินเสียงเขากลั้วขำครั้งแรกในลำคอ

“นอกจากกินจุแล้วเจ้ายังตลกด้วย”

นางเป็นสตรีนะ หาใช่ตัวตลกของผู้ใด พอเขาบอกว่านางตลกนางก็เขินอายจริงๆ กับการกระทำของตัวเอง ดังนั้นแล้วนางจึงเอนนอนไม่ยอมขยับตัวอีกแล้วปิดตา

ส่วนเขาก็ดึงนางเข้ากอด “ว่าไปเจ้าก็นุ่มน่ากอดเหมือนกัน”

แน่นอนตัวข้าน่ากอด แต่ใช่ว่าท่านจะกอดได้ ข้าเป็นถึงบุตรสาวจิ้งจอกหาใช่คนทั่วไปเสียหน่อย แต่ตอนนี้นางหมดฤทธิ์แถมแผ่นอกเขาก็อุ่นใช้ได้ มองเขาที่ยังไม่หลับแต่ใช้มือลูบขนนางไปมา

สบายจัง....

“ดูเหมือนเปิ่นหวางจะต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว”

ทำอะไรของท่านข้าไม่เข้าใจ ข้าจะนอน

“หากไม่ทำคนผู้นั้นก็จะได้ใจ”

ก็ช่างเรื่องเขาสิ ตอนนี้ข้าง่วงแล้ว

“แต่เปิ่นหวางจะทำยังไงให้เขาไม่สงสัยในตัวเปิ่นหวาง”

ข้าจะไปรู้ได้ยัง ไม่เอาแล้วข้าจะนอน!!

อ๋องหลิวหยางก้มมองจิ้งจอกน้อยที่นอนหลับไปแล้ว เขาจึงลุกขึ้นจากเตียงเดินออกไปด้านนอกจากนั้นก็เรียกคนของเขามาปรึกษา

องครักษ์เงากำลังคุกเข่ารายงานสิ่งที่พบว่า

“คนผู้นั้นกำลังจะมาเมืองเหอหนานในอีกสามวันพ่ะย่ะค่ะ ให้กระหม่อมทำเช่นไร”

“ในเมื่อกล้ามาเหยียบถึงถิ่นเปิ่นหวาง ถ้าเช่นนั้นแล้วก็เตรียมต้อนรับให้ดีเถิด”

ปลายเสียงเหมือนจะไม่ได้บอกว่าเตรียมต้อนรับแบบอบอุ่นแต่คงเลือดสาดกระเซ็นไปข้างหนึ่งแน่นอน

พอจัดการเสร็จเขาก็กลับมายังเตียงนอนของตน มองเจ้าจิ้งจอกน้อยกำลังนอนยึดเตียงเขา ดูๆ ไปแล้วเหมือนเขาจะต้องเสียสละเตียงให้เจ้าจิ้งจอกน้อยดี หรือว่านอนทับไปเสียอย่างนั้น

แต่พอคิดถึงขนอุ่นๆ เขาก็เลือกที่จะกอดขนนุ่มแทน ยิ่งอากาศเย็นขนอุ่นก็ทำให้อุ่นไปทั้งกาย เขานอนหลับไปตลอดทั้งคืนจนเมื่อรู้สึกตัวก็รู้สึกว่ามือที่กอดจากขนนุ่มจะกลายเป็นผิวนุ่มลื่นมากกว่า

ตวนอ๋องตกใจลืมตาตื่นขึ้นมา เหมือนมองเห็นเป็นสตรีนอนเปลือยข้างตน แต่พอกะพริบตาขึ้นลงอีกครั้งภาพสตรีก็กลายเป็นเจ้าขนนุ่มแทน หรือเขาจะตาฝาด จิ้งจอกจะกลายเป็นคนได้ยัง...

การอยู่กับเขาไม่ใช่เรื่องแย่อะไร เพราะนอกจากนิสัยขี้โมโหแล้วอาหารการกินก็แทบจะดีกว่าเผ่าของนางด้วยซ้ำ ยิ่งนางออดอ้อนบนตักเท่าไรเขาก็เหมือนจะพอใจ

เพราะมืออุ่นก็จะลูบขนนางเหมือนเคยชินไปแล้ว แต่ไอ้แท่งอาวุธลับเขาทำไมถึงได้แข็งเช่นนี้ พอรู้สึกไม่สบายนางก็พยายามขยับหนีไปนอนที่อื่นแทน

แต่พอจะลุกขึ้นคนเอาแต่ใจก็กดนางให้นอนต่อ เสียงประตูดังขึ้นเมื่อเปิดออกมา ก็พบว่าเป็นองครักษ์ตวนเหยียนคนเดิม

“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้กำลังรอที่เรือนตะวันออกขอรับ”

ตั้งแต่เมื่อสามวันก่อนแล้ว ที่พวกเขาพูดกันแต่นางก็ไม่เข้าใจว่าหมายถึงสิ่งใด จนกระทั่งถูกอุ้มพาไปยังเรือนตะวันออกที่อยู่อีกฝั่งของจวน

นางมองเห็นในศาลามีบุรุษนั่งอีกหนึ่งคน คนผู้นั้นยิ่งไม่เข้าใจเหตุไฉนถึงได้หน้าตาเหมือน...นักพรตที่ทำร้ายนาง!!!

ตอน 3

เจียหลิงที่รำคาญคนอุ้มอยู่แล้ว พอเป็นแบบนี้ก็ยิ่งพยายามให้หลุดจากมือเขา ความดิ้นไปดิ้นมาคนอุ้มจึงเริ่มรำคาญ

“เจ้าอยากเป็นเนื้อย่างคืนนี้ใช่ไหม”

นิสัยไม่ดีแล้วมาขู่นางอีก ฝั่งโน่นก็สู้ไม่ได้ ฝั่งนี้ก็จะจับนางกินอย่างเดียว แล้วนางจะเลือกทางไหนได้บ้าง แต่ตอนนี้พลังปราณในร่างนางกำลังอ่อนแรง คิดว่าอีกฝ่ายคงจับไม่ได้ว่าเป็นนางแน่นอน

แต่นางเคยดูตัวเองไหม ว่าลักษณะนางไม่เหมือนจิ้งจอกตัวอื่น

“นักพรตเยว่เทียนมาเยือนถึงถิ่น เปิ่นหวางรู้สึกเป็นเกียรติยิ่งนัก”

เยว่เทียนบุรุษหน้าคมที่ดูดั่งเทพเซียนมาจุติ รีบลุกขึ้นแล้วคุกเข่า “กระหม่อมต่างหากที่เป็นเกียรติที่ได้มาทำงานให้กับราชสำนัก”

งานที่ว่าก็คือการปรุงยาอายุวัฒนะให้กับฮ่องเต้หลิวโจว และตัวยาที่สำคัญก็อยู่ในมือของตวนอ๋องหลิวหยางพอดี

“จิ้งจอกน้อยตัวนี้ดูน่ารักนะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมขออุ้มได้ไหม” คำว่าขออุ้มเจียหลิงที่กำลังจะกระโดดหนีก็เกาะตวนอ๋องแน่นยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

ตวนอ๋องหลิวหยางก้มมองจิ้งจอกน้อยที่ตัวสั่นเทา “ของเปิ่นหวางมิอนุญาตให้ผู้ใดจับ”

เจียหลิงหันมองคนหวงของ อยากตบมือให้เขาเสียอย่างเดียวที่มืออวบๆ นั้นตบไม่ถึง จึงทำได้เพียงเอนซบเขาแน่นกว่าเดิม

ท่านทำดีมาก...ข้าเริ่มชอบท่านแล้ว

คิดได้ก็เกาะเขายิ่งกว่าเดิมเสียอีก ส่วนเยว่เทียนก็เริ่มคิดหาวิธีที่จะจับจิ้งจอกน้อยกลับไปทำยาให้ได้

ความคิดนี้ เจียหลิงได้ยินชัดเจนดังนั้นนางจึงตั้งจิตว่าจะไม่ยอมห่างจากตวนอ๋องหลิวหยางแม้เสี้ยววินาทีแน่นอน

ท่านก็อย่าหวังว่าจะได้เอาข้าไปต้มยาเด็ดขาด!!

ขนนุ่มฟูที่แทบจะสิงร่างคนอุ้มอยู่แล้ว ยังขยับตัวไปมาบนตักเขากระทบแท่งอาวุธจนเริ่มตื่นตัวอีกครั้ง

ตวนอ๋องหลิงหยางก้มลงมองหน้า “เจ้าอยู่นิ่งๆ” คำดุนางไม่ได้สำนึกสักนิดว่านางจะเดือดร้อนตรงไหน แต่ก็ยอมทำตามสั่งเพราะกลัวจะถูกโยนไปให้นักพรตหลิวหยางต้มทำยา

ส่วนตวนอ๋องหลิวหยางเองที่ไม่ชอบหน้าอีกฝ่าย เพราะที่เขาต้องย้ายมาปกครองแคว้นชายแดนครั้งนี้ ก็มาจากคำทำนายโง่ๆ ของคนตรงหน้า ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นเมื่อนักพรตกำลังมัวเมาให้เสด็จพ่อเสาะหายาทั่วแคว้นเพื่อมาทำยาอายุวัฒนะที่ไม่มีอยู่จริง!!

“ถ้ากระหม่อมจะขอพักที่จวนตวนอ๋องเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จไม่ทราบว่าท่านอ๋องจะว่าอะไรไหม”

ตวนอ๋องหลิวหยางมองคนตรงหน้า ในราชสำนักเขาได้รับการนับถือทุกคนต้องก้มหน้า ฮ่องเต้ยังต้องเกรงใจ แต่สำหรับเขาไม่ใช่

“บังเอิญตวนอ๋องกำลังปรับปรุงซ่อมแซม ถ้าจะมีก็คงเป็นเรือนหลังเล็กที่ท้ายจวน ไม่ทราบว่าท่านจะอยู่ได้ไหม”

นักพรตเยว่เทียนรีบตอบ “กระหม่อมไม่ยึดติดสิ่งของนอกกายอยู่แล้ว ไม่ว่าตรงไหนกระหม่อมก็อยู่ได้พ่ะย่ะค่ะ”

แต่คนที่ไม่อยากให้อยู่ตอนนี้กำลังขุ่ยเขี่ยคนบนตัก ตวนอ๋องหลิวหยางก้มลงแล้วขมวดคิ้วไม่เข้าใจจิ้งจอกตัวนี้

“จูหลีทำตัวดีๆ ถ้าทำให้เปิ่นหวางรำคาญตัวเจ้าจะไปอยู่ในหม้อต้มแน่นอน”

นางอยากจะบ้าตาย คนหนึ่งก็จะจับนางต้มยา อีกคนก็จะจับนางกินสรุปแล้วไม่ว่าทางไหนก็ไม่ดีทั้งนั้น แต่ถ้าทำตัวดีเขาก็จะชอบนางดังนั้นแล้วนางจึงหยุดเท้าอวบๆ แล้วนิ่งสงบดังหินผา

“พูดง่ายๆ แบบนี้เปิ่นหวางถึงชอบ”

ท่านชอบแต่ข้าไม่ชอบ ถ้าท่านไม่มีประโยชน์ข้าก็ไม่สนท่านหรอกคนนิสัยไม่ดี!!

พอเห็นว่านักเพตเยว่เทียนยอมถอยตั้งหลักก่อน นางจึงเบาใจลงได้มองคนผู้นั้นหายไปด้านหลังของจวน ส่วนนางก็ถูกเจ้าของตักอุ้มวางบนโต๊ะแทน

“ให้คนของเราจับตาให้ดี ว่าเขามามีจุดประสงค์อื่นใดแอบแฝงหรือไม่”

ตวนเหยียนรีบรับคำสั่ง “พ่ะย่ะค่ะ”

เจียหลิงมององครักษ์หน้าหล่ออีกคน ในจวนเขาคงคัดแต่คนหน้าตาดีแต่นิสัยไม่ดีทั้งหมด เพราะนางยังไม่เคยเห็นใครยิ้มสักครั้ง

ใบหน้าขนปุยหันมองเขาที่กำลังเหมือนคิดทำอะไรอยู่ จากนั้นก็อุ้มนางขึ้น “เปิ่นหวางจะไปข้างนอกเจ้าก็อยู่ที่จวนแล้วกัน”

จูหลีส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ใช้ขาเกาะแขนเขา

‘ได้โปรดอย่าทิ้งข้า เพราะไม่แน่ตอนท่านกลับมาข้าอาจจะอยู่ในหม้อแล้ว’

ทำไมเขารู้สึกว่าเจ้าจิ้งจอกนี้รู้เรื่องทุกอย่างจริงๆ ถ้าไม่เห็นรูปร่างมันอาจจะคิดว่าเป็นคนจริงๆ “เจ้าจะไปกับเปิ่นหวางด้วย”

เขาพูดจบเจ้าจิ้งจอกน้อยก็เอาใบหน้าคลอเคลียเอาใจต่อ แบบนี้แล้วเขาก็เลยต้องหิ้วติดมือไปด้วย

ตอนที่ทหารเวรยามหน้าประตูเมือง มองเห็นจิ้งจอกน้อยที่เดินตามหลังตวนอ๋องไม่ห่าง ก็สะกิดมองใบหน้าที่เชิดเหมือนว่าตัวเองเป็นคนของเขา

เขาเดินเข้าห้องทำงานเพื่อตรวจงานด้านในห้องส่วนตัว เจียหลิงเห็นดังนั้นก็หันมองรอบห้อง ก่อนพบเตียงเล็กๆ ซ่อนอยู่อีกมุมของโต๊ะ จึงเดินไปยังฝั่งนั้น จากนั้นก็กระโดดขึ้นเตียงแล้วนอนพักงีบสักหน่อยปล่อยให้เขาทำงานของเขา

นอนได้ไม่นานตัวนางก็หลับไปจริงๆ ตั้งแต่ลมปราณหายไปเกือบหมด นางก็กินกับนอนจริงๆ ระหว่างกำลังปรับสภาพนั้นนางไม่เคยรู้เลยว่าร่างตัวเองได้เปลี่ยนไป

คนที่กำลังยุ่งกับงานอยากพักสายตาก็เงยหน้าขึ้นมามองไปยังเตียงที่เจ้าจิ้งจอกน้อยกำลังนอนอยู่ แต่ไฉนกลับมองเห็นเป็นขาคนแทน ครั้งที่สองแล้วที่เขาตาฝาด

ครั้งนี้เขาแน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาดแน่นอน จึงเดินไปยังเตียงสายตามองจากฝ่าเท้าขึ้นไปก็พบสตรีนอนเปลือยอยู่ตรงหน้าเขากำลังตะลึงกับภาพที่เห็น

“ท่านอ๋องกระหม่อมมีข่าวมารายงาน” เสียงองครักษ์ตวนเหยียนดังขึ้น

ทำให้สตรีที่นอนอยู่รู้สึกตัว สายตาที่เขามองไปยังร่างนั้นจู่ ๆ ก็กลายร่างกลายเป็นจิ้งจอกน้อยจูหลีต่อหน้าเขาในทันใด ถ้าบอกว่าเขาตาฝาดก็คงไม่ใช่แล้ว

ตวนเหยียนที่เดินเข้ามามองเห็นท่านอ๋องก็คุกเข่า แต่อีกฝ่ายไม่ได้สนใจเขาเลยกลับมองแต่เจ้าจิ้งจอกน้อยที่ลุกขึ้นมาแล้วกระโดดลงคิดหมายจะตรงมาหาเขาคงจะหิวแล้ว

แต่แล้วจู่ ๆ ก็มีมือของท่านอ๋องคว้าตัวมันเอาไว้ จากนั้นก็สั่ง

“ต่อไปห้ามใครเข้าใกล้จูหลีอีกนอกจากเปิ่นหวาง”

อะ อะไรนะ ตวนเหยียนไม่เข้าใจ ก่อนหน้าท่านอ๋องไม่มีทีท่าว่าจะสนใจมันด้วยซ้ำ อาหารการกินเขาก็เป็นคนหาให้ตลอด มาตอนนี้แม้แต่...

อาหารบนโต๊ะท่านอ๋องยังให้เจ้าจิ้งจอกนั้นกินแทนตนอีก

ส่วนจิ้งจอกที่ไม่ได้สนใจอะไรนอกจากอาหารตรงหน้าก็กินอย่างเอร็ดอร่อยต่อไป ไม่ได้สนใจสายตาตวนอ๋องที่กำลังมองนางสำรวจความแปลกที่เขาได้พบว่า

เขาว่ากันว่าทุกสรรพสัตว์ในใต้หล้าล้วนมีสิ่งที่พวกเราล้วนไม่เคยพบเจอมาก่อน แต่เขาก็ไม่เคยเชื่อว่าจะมีสิ่งประหลาดอย่างเช่นเรื่องนี้ จิ้งจอกที่กลายเป็นสตรีได้ แถม...นึกถึงเรือนร่างหญิงสาวที่งามดุจเทพธิดา เขาก็แทบไม่อยากให้ใครเห็นแล้ว

“ประกาศออกไปห้ามมิให้ผู้ใดเข้าใกล้จูหลีเด็ดขาด หากเปิ่นหวางพบเห็นก็เตรียมไปอยู่หน้ากำแพงเมืองได้เลย”

ถึงกับแขวนประจานหน้ากำแพงเมือง ตวนเหยียนถึงกับกลืนน้ำลาย ส่วนจิ้งจอกเจียหลิงก็เงยหน้ามองคนสั่งความ แม้ไม่เข้าใจความคิดเขาแต่นางก็คิดว่าเป็นความปลอดภัยสำหรับนาง เพื่อเป็นการเอาใจเขานางจึงกระโดดไปนั่งบนตัก จากนั้นก็เอาคอวางบนแขนเขาอย่างเคย

ตวนอ๋องหลิวหยางยังคงทำหน้านิ่งเหมือนเดิมหากแต่มือกลับยกขึ้นลูบขนนุ่มๆ แล้วจินตนาการถึงผิวนิ่มที่ได้สัมผัสเมื่อคืน เขาไม่ได้ตาฝาดมันคือเรื่องจริง!!

องครักษ์ตวนเหยียนที่กำลังสงสัยกับท่าทางท่านอ๋อง จนลืมเรื่องสำคัญไปเลย “กระหม่อมมีเรื่องจะรายงานพ่ะย่ะค่ะ ตอนที่ท่านอ๋องออกมาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม นักพรตเยว่เทียนก็ออกจากจวนทันที กระหม่อมให้คนติดตามไป แต่ไม่นานก็ถูกสลัดจนหลุดไม่แน่ใจว่าเขาไปที่ใด”

สีหน้าตวนอ๋องดูไม่พอใจที่ลูกน้องทำงานพลาด ตวนเหยียนเห็นสีหน้าแบบนั้นก็เหงื่อตกยิ่งกว่าเดิมอีก

“แต่กระหม่อมให้คนออกค้นหาทั่วเมืองแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

ตวนอ๋องก็ยังทำสีหน้านิ่งเหมือนเดิม คนสัมผัสไอเย็นสังหารได้ก็ขยับตัวจากนั้นก็ใช้หัวนุ่มๆ กลิ้งไปมาบนอกเขา คนโกรธหันมองจิ้งจอกน้อยก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมา

ปกติถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ องครักษ์ตวนเหยียนคิดว่าคงถูกเฆี่ยนลงโทษไม่ต่ำกว่ายี่สิบไม้แน่นอน แต่คราวนี้แทนที่จะได้ยินคำนั้นกลับกลายเป็นอีกคำ

“มีข่าวเคลื่อนไหวอะไรก็กลับมารายงานเปิ่นหวาง เปิ่นหวางจะไปพักที่เขาหลินฉางสักสองสามวัน”

จู่ ๆ ก็ขึ้นเขา แถมเขายังไม่ถูกลงโทษ ไม่รู้ว่าเพราะว่าเจ้าจิ้งจอกนำโชคหรือสวรรค์เข้าข้างเขาวันนี้แน่ แต่ที่แน่ ๆ เขามองเห็นสายตายิ้มเมื่อตวนอ๋องมองมัน!! รอยยิ้มปีศาจยากนักที่จะได้เห็น

แต่เจ้าตัวหรือจะรู้เพราะอุ้มจิ้งจอกน้อยขึ้นเขาไปพิสูจน์ความจริงคืนนี้แล้ว!!

ถ้าเป็นจิ้งจอกปีศาจหรืออะไรก็แล้วแต่ ถ้าเขาจับกินแล้วคิดว่าคงไม่มีทางหนีไปได้ไหนดี

เขาหลินฉางในสภาพอากาศที่หนาวเย็น จิ้งจอกน้อยไม่เข้าใจว่าเขาจะหาเรื่องลำบากขึ้นเขามาทำไม แต่พอนึกถึงนักพรตเยว่เทียนที่ยังอยู่ในจวน นางก็เริ่มเห็นด้วยที่เขาทำโดยไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองสักนิด

ยามฤดูเหมันต์ที่แสนหนาวเหน็บจิ้งจอกน้อยถูกหลอกให้กินจนอิ่มหมดข้าวไปสามชามในที่สุดก็หลับสักที ตวนอ๋องที่ทำทีเป็นสนใจงานตนเองก็วางตำราลง จากนั้นก็ขยับเข้าใกล้นั่งมองเจ้าจิ้งจอกบิดขี้เกียจจากนั้นขนสีขาวนุ่มก็กลายร่างเป็นหญิงสาวงดงามเช่นเคย

สายตาคมหันมองตั้งแต่ปลายเท้าจนถึงเนินอกด้านบน เลื่อนไปถึงริมฝีปากของนางดูดั่งราวกับสารทฤดูผลิใบแรกแย้ม ที่ผ่านมาสตรีมากมายล้วนไม่เคยอยู่ในสายตาเขา

แต่นางดูพิเศษกว่าใคร แบบนี้แล้วเขาจะปล่อยนางไปได้เช่นไร จับไว้ลูบๆ คล้ำ ๆ เล่นไม้เล่นมือให้หายเบื่อดูท่าแล้วจะดีไม่น้อย

“จูหลีเจ้าจะรู้ไหมว่าตัวเองไม่สามารถหนีเปิ่นหวางได้อีกแล้ว”

ถ้าคนหลับได้ยินคงสะดุ้งไม่ใช่น้อย แต่ในเมื่อไม่ได้ยินแถมดูเหมือนจะหลับลึกเสียด้วย เขาจึงใช้มือลูบสัมผัสเนื้อตัวอีกฝ่าย ก่อนจะจบลงที่ซาลาเปาลูกใหญ่ จากนั้นก็ใช้มือนวดคลึงอย่างเบามือก่อนจะก้มลงจูบปากนาง

“ถ้าเปิ่นหวางกินเจ้าตอนนี้จะผิดไหม?”

กินคนตอนหลับถามว่าผิดไหม สำหรับเขาแล้วถือว่าผิด แต่สำหรับนางแล้วเขาเห็นว่าสมควร เพราะถ้านางตื่นก็จะกลายเป็นสัตว์ขนปุยทันที แบบนี้ถ้าไม่ทำตอนนี้เขาจะทำตอนไหน!!

ใบหน้าคมก้มลงจูบนางก่อนจะเลื่อนขยับไปยังซอกคอสัมผัสกลิ่นหอมราวกับดอกกุ้ยฮวายิ่งเร่งเร้าให้เขาต้องการตัวนางมากกว่าเดิม แรงมือสัมผัสจึงค่อยๆ เพิ่มระดับจนกระทั่งเผลอบีบหน้าอกนางจนจิ้งจอกนางกลายร่างเป็นจิ้งจอกน้อยทันที

เจียหลิงลืมตาขึ้นทำตาปริบๆ มองเขาที่กำลังทำสีหน้าเหมือนจะบีบคอนาง เจียหลิงเห็นแบบนั้นก็รีบขยับหนี ส่วนตวนอ๋องก็กำลังคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

คราวก่อนนางแปลงร่างกลายเป็นมนุษย์เพียงไม่นาน แต่คราวนี้ได้เกือบหนึ่งเค่อก็แสดงว่ายิ่งนางหลับลึกเท่าไรเขาก็จะได้กินนางนานขึ้นเท่านั้น แล้วจะทำให้นางหลับลึกได้ยังไงเขาก็พอรู้วิธี

“เด็กๆ เอาอาหารให้จูหลีกินอีก”

หา!! นางกินไปสามชามหลับไปหนึ่งตื่น พอตื่นขึ้นมาเขาก็หาอาหารมาป้อนถึงปากแล้ว ถามว่านางจะกินไหม?

ไม่กินก็โง่สิ พ่อครัวจวนเขาทำอาหารอร่อยนางจะปฏิเสธให้โง่ทำไม ว่าแต่ทำไมจู่ๆ เขาก็ใจดีกับนาง

เจียหลิงที่ไม่รู้ชะตากรรมตอนหลับเงยหน้ามองเขา แต่อีกฝ่ายก็ยังทำหน้านิ่งดังหินผาเช่นเดิม ลุกขึ้นแล้วกลับไปหยิบตำราขึ้นมาอ่านต่อ นางคิดว่าตัวเองคงคิดมากไปเองจึงก้มลงกินอาหารให้อิ่ม รู้สึกว่าลมปราณในร่างกายกำลังค่อยๆ ฟื้น

เขาพานางมาเขาหลินฉางพอดี นางก็ยิ่งได้โอกาสหลบหนีได้ง่ายขึ้นแบบนี้แล้วนางจะไม่ดีใจได้ยังไง

คนหนึ่งคิดหนี ส่วนอีกคนหนึ่งก็กำลังคิดกักขังเจ้าตัวนุ่มนิ่มกินได้ทั้งกลางวันกลางคืนไว้กับตัว มาดูกันว่างานนี้ใครจะสำเร็จ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED