ตอน 1

“แง ๆ”

ค่ำคืนนี้มีสายฝนโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า คล้ายกับว่าสวรรค์กำลังร่ำไห้ให้กับชะตากรรมของแม่นางผู้หนึ่งที่อุ้มลูกน้อยวัยสามเดือนไว้แนบอก เสียงร่ำไห้ของนางและลูกดังก้องแข่งกับเสียงของฝนที่กำลังตกพรำ ๆ

และแม่นางผู้นี้มีนามว่า หลิวเจียหรู ยืนอุ้มลูกน้อยอยู่หน้าประตูจวนสกุลจ้าว เนื้อตัวของนางและลูกเปียกโชกด้วยน้ำฝน ร่างกายสั่นเทาด้วยความเหน็บหนาว แต่ไม่มีสิ่งใดจะเจ็บปวดไปกว่าหัวใจของนางที่กำลังบอบช้ำ

“นางเป็นตัวซวย! หากมิใช่นาง ฮุยเผิงย่อมสอบผ่านอย่างแน่นอน!”

เสียงของ ฮูหยินเมิ่งเฟย ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมารดาของสามีเจียหรูนั้นเต็มไปด้วยโทสะ และดวงตาเต็มไปด้วยความชิงชัง เพราะนางปักใจว่าเป็นเพราะเจียหรู ที่ทำให้บุตรชายของนาง จ้าวฮุยเผิง ไม่สามารถสอบคัดเลือกขุนนางผ่านเสียที

“ใช่! นางเป็นกาฝาก ตั้งแต่แต่งนางเข้าจวนมาข้าก็มีแต่เคราะห์กรรม!”

จ้าวฮุยเผิงบุรุษผู้เป็นสามีเอ่ยเสริมด้วยสีหน้ารังเกียจพร้อมกับผลักร่างบางให้ออกไปให้ไกลอย่างไม่คิดใยดี ทั้งที่เจียหรูกำลังอุ้มเลือดเนื้อเชื้อไขแท้ ๆ ของเขาอยู่แนบอก

เจียเหม่ย แม่นางน้อยวัยสามเดือยผู้น่าสงสาร ที่ถูกท่านพ่อและท่านย่าไม่ยอมรับว่าเป็นสายเลือดของตระกูลจ้าวตั้งแต่ยังไม่ทันได้ลืมตาดูโลกเลยด้วยซ้ำ

“เจ้าและลูกออกไปจากจวนของข้า! อย่าได้มาให้ข้าเห็นหน้าอีก!”

ปัง!

เสียงประตูจวนปิดดังสะท้อนอยู่ในหูของเจียหรู นางถูกขับไล่ออกมาเหมือนหมูเหมือนหมา แม้แต่ลูกน้อยก็ไม่ได้รับความเมตตาใด ๆ ความอดสูทำให้น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

สายฝนกระหน่ำลงมาจนเสื้อผ้าของหลิวเจียหรูและเจียเหม่ยเปียกชุ่มจนแทบหลุด นางอุ้มลูกแนบอกแน่นขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้หยดฝนเย็นเฉียบกระทบผิวบางของทารกน้อยไปมากกว่านี้ ถึงแม้ว่าร่างกายของนางสั่นสะท้าน แต่ไม่อาจเทียบได้กับหัวใจที่แตกสลาย

“ได้โปรดเถิด…ข้าไม่มีที่ไป อาเหม่ยยังเล็กนัก เขาจะทนหนาวไม่ไหว ได้โปรดเมตตาพวกเราเพียงสักนิดด้วยเถิด”

เจียหรูเอื้อมมือไปเคาะประตูจวนพลางพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนสั่นเครือ แต่ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ กลับมาจากข้างในทั้งนั้น มีเพียงเสียงฟ้าร้องคำรามและเสียงหยดน้ำกระทบพื้นกับดิน

หลิวเจียหรูรู้ว่าบ่าวไพร่หลายคนยังคงยืนอยู่หลังประตู บางคนอาจกำลังฟังเสียงร้องขอของนาง แต่ก็ไม่มีผู้ใดคิดริอาจจะช่วยเหลือ

“ฮุยเผิง! ท่านเคยบอกว่าจะดูแลข้าตลอดไป ท่านจะปล่อยให้ข้ากับลูกตากฝนเช่นนี้หรือ ทำไมเจ้าใจร้ายใจดำได้ถึงเพียงนี้”

หลิวเจียหรูกัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะเคาะประตูแรงขึ้น แต่ด้านในก็ยังคงเงียบงัน เงียบจนหัวใจของนางปวดร้าวกว่าได้ยินคำด่าทอใด ๆ กลับมาเสียอีก

จนกระทั่งมีเสียงของฮูหยินเมิ่งเฟยดังขึ้นพร้อมเงาของนางที่ปรากฏบนระเบียงสูง ฮูหยินใหญ่ของจวนจ้องมองลงมา ดวงตาเต็มไปด้วยความเย็นชา

“หึ! สะใภ้ต่ำต้อยเช่นเจ้ากล้าดีอย่างไรถึงคิดอยากจะกลับเข้ามาในจวนของข้า! เจ้าเป็นตัวซวย! หากยังไม่ไปก็อย่ามาหาว่าข้าใจดำอำมหิตก็แล้วกัน!”

“ข้าไม่ใช่ตัวซวย! ข้าเป็นภรรยาของจ้าวฮุยเผิง เป็นแม่ของลูกเขา ทำไมท่านถึงใจร้ายกับข้าและลูกเช่นนี้!”

“เจ้ามันก็แค่หญิงไร้ค่าที่ข้าผิดพลาดให้เข้ามาในจวน!”

เสียงนี้มิใช่ของผู้ใดอื่น นอกจาก จ้าวฮุยเผิง บุรุษที่ครั้งหนึ่งเจียหรูเคยรักสุดหัวใจ บัดนี้เขากลับยืนกอดอกมองนางด้วยสายตารังเกียจ ท่าดอด้วยถ้อยคำที่เหยียบย่ำหัวใจดวงน้อย ๆ ของเจียหรูเป็นอย่างมาก

“เจ้าเป็นแค่ตัวถ่วง! เสียงร้องของเด็กคนนั้นทำให้ข้าสอบตก เจ้าจะชดใช้ให้ข้าได้หรือไม่!”

“แต่อาเหม่ยเป็นลูกของท่าน!”

“หึ! ลูกของข้าอย่างนั้นหรือ จำใส่หัวของเจ้าเอาไว้เลยนะ ข้าไม่ต้องการทั้งเจ้าและลูกของเจ้า!”

คำพูดนี้ราวกับฟ้าผ่าลงกลางใจของหลิวเจียหรู นางยืนนิ่ง มือเย็นเฉียบ ไม่อาจเชื่อได้ว่าบุรุษที่เคยอ่อนโยนกับนางจะพูดเช่นนี้กับเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเองได้

“ถ้าเจ้ายังไม่ไป ข้าจะให้คนมาลากเจ้าออกไป!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิวเจียหรูก็รู้ว่าตัวเองหมดสิ้นแล้วทุกอย่าง นางหมดหวังแล้วจริง ๆ ในตัวของจ้าวฮุยเผิง บุรุษที่ขึ้นชื่อว่าเป็นทั้งสามีของนางและบิดาแท้ ๆ ของเจียเหม่ย

หลิวเจียหรูก้มลงมองลูกน้อยที่ตอนนี้ได้หลับใหลไปกับความอ่อนเพลียและความเหน็บหนาวท่ามกลางสายฝน เจียเหม่ยไม่รับรู้เลยว่าชีวิตของตัวเองถูกปฏิเสธตั้งแต่ยังไม่รู้ความ

มือของเจียหรูที่เคยวอนขอความเมตตา ตอนนี้กำแน่นจนเล็บจิกลงบนฝ่ามือ นางเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยน้ำตาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชา

“ข้าจะไป…ข้าเองก็ไม่ต้องการอยู่ในจวนที่ไร้หัวใจเช่นนี้อีกต่อไปเช่นกัน ข้าจะไม่ร้องขอความเมตตาจากพวกท่านอีก”

พูดจบ หลิวเจียหรูก็กอดบุตรสาวเอาไว้แน่น ก่อนจะค่อย ๆ หันหลังให้กับประตูที่ปิดตาย และก้าวเดินออกไปในความมืดของคืนฝนตก

หลิวเจียหรูยังคงกอดเจียเหม่ยเอาไว้แนบอก ร่างกายของนางสั่นสะท้านทั้งจากความเหน็บหนาวและความหวาดหวั่น น้ำตาไหลรินปะปนไปกับสายฝนที่ยังคงตกหนักไม่หยุด ทารกน้อยในอ้อมแขนเริ่มกระสับกระส่ายอีกครั้ง ร่างเล็ก ๆ ที่ยังอ่อนแอทำให้นางรู้สึกหวาดกลัว

“อาเหม่ย…เจ้าอย่าเป็นอะไรนะ”

ตอน 2

หลิวเจียหรูกระซิบเสียงสั่นพลางก้มมองดวงหน้าของบุตรสาวตัวน้อย นางไม่สามารถอยู่ที่นี่ต่อได้อีก หากยังปล่อยให้ลูกตากฝนเช่นนี้เจียเหม่ยอาจล้มป่วย และหากไร้เงินไร้ยารักษา นางไม่อาจแม้แต่จะคิดถึงผลลัพธ์ของมันได้

“ข้าต้องหาที่พักพิงชั่วคราว”

ในที่สุดหลิวเจียหรูก็จำใจหันหลังให้จวนสกุลจ้าวที่เคยเป็นเรือนพักอาศัยของตน แล้วเดินโซเซออกไปในความมืด

เส้นทางเล็ก ๆ นอกเมืองช่างมืดมิดและลื่นแฉะจากฝนที่ตกหนัก ทุกก้าวที่เดินไปเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่เจียหรูไม่มีทางเลือก นางคิดถึงที่พักแห่งเดียวที่พอจะหลบฝนได้ นั่นก็คือศาลเจ้าร้างที่อยู่ทางตอนเหนือของเมือง

ว่ากันว่าศาลเจ้านี้เคยรุ่งเรืองเมื่อหลายปีก่อน แต่บัดนี้ถูกทิ้งร้าง ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้เพราะเชื่อว่ามีวิญญาณสิงสถิตอยู่หลายตน แต่ทว่าหลิวเจียหรูไม่มีเวลาสนใจเรื่องเล่าหรือคำสาปแช่งใด ๆ ในยามนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเจียเหม่ย

“อีกนิดเดียว...อีกนิดเดียวเท่านั้น”

เจียหรูพึมพำกับตัวเองขณะก้าวเดินฝ่าความมืด และในที่สุดนางก็มาถึงศาลเจ้าเก่าคร่ำคร่าตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางต้นไม้สูงใหญ่ หลังคาผุพังและมีเถาวัลย์เลื้อยปกคลุม รอบข้างเงียบสงัดมีเพียงเสียงสายฝนและเสียงลมพัดผ่านเบา ๆ เท่านั้น

หลิวเจียหรูฝืนความหวาดกลัว ผลักประตูไม้เก่าที่ผุพังเข้าไป กลิ่นอับและฝุ่นตลบอบอวลไปทั่ว แต่มันยังดีกว่าการต้องอยู่กลางสายฝน นางรีบเดินไปที่มุมหนึ่งของศาลเจ้า วางเจียเหม่ยลงบนอ้อมแขนของตนแล้วใช้ร่างกายอบอุ่นกอดลูกเอาไว้

“อาเหม่ย...อดทนหน่อยนะลูก”

หลิวเจียหรูเอ่ยเบา ๆ ในขณะที่ทารกน้อยขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ สงบลง หัวใจของนางคลายความกังวลไปได้เล็กน้อย

“ข้าถูกทอดทิ้งแล้วจริง ๆ”

หลิวเจียหรูพึมพำกับตัวเองด้วยดวงตาที่แดงก่ำ มือข้างหนึ่งลูบไล้แก้มของเจียเหม่ยอย่างเบามือ ส่วนอีกข้างหนึ่งก็กำชายเสื้อของตนแน่น จ้าวฮุยเผิงไม่เพียงทอดทิ้งนาง แต่เขาทอดทิ้งเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองด้วย

หลิวเจียหรูไม่เข้าใจว่าตนเองผิดพลาดอันใดจึงได้รับชะตากรรมเช่นนี้ แต่ถึงแม้นางจะอ่อนแอและเจ็บปวดเพียงใด นางจะไม่ยอมแพ้อย่างเด็ดขาด

“ข้าจะต้องรอด ข้าจะต้องเลี้ยงอาเหม่ยให้เติบโตขึ้นมาให้ได้อย่างดีที่สุด ด้วยสองมือของข้าเอง”

ภายในศาลเจ้าร้าง ความเงียบงันปกคลุมทุกสิ่ง มีเพียงเสียงสายลมพัดผ่านช่องไม้ผุพัง กับเสียงหยดน้ำที่ร่วงลงจากเพดานที่แตกร้าว

หลิวเจียหรูนั่งพิงผนัง ห่อร่างของตนและลูกน้อยไว้ในอาภรณ์เปียกชื้น แม้ความหนาวจะกัดกินร่างนาง แต่นางยังคงอดทน นางรู้ว่าหากนางล้มลงไปในยามนี้ เจียเหม่ยย่อมไม่เหลือผู้ใดปกป้อง

โครก! โครก!

เสียงท้องของหลิวเจียหรูร้องครวญเครือ ความหิวกำลังกัดกินร่างของนางอย่างช้า ๆ เจียหรูยังไม่ได้กินอะไรมาหลายชั่วยามแล้ว แต่ต่อให้เป็นเช่นนั้น นางก็ยังไม่ลืมหน้าที่ของมารดา

เพราะถ้าหากนางหิว เจียเหม่ยเองก็ต้องหิวแล้วเหมือนกัน หลิวเจียหรูค่อย ๆ ปลดเสื้อชั้นใน เปิดอกให้ลูกดูดนม แม้ร่างกายของนางจะอ่อนแรง แต่นมของนางยังคงหลั่งไหลเพื่อลูกน้อยไม่ขาดสาย

“อาเหม่ย...ถึงแม่จะหิว แต่เจ้าต้องอิ่มท้อง”

หลิวเจียหรูพึมพำขณะที่แสงจันทร์ส่องผ่านช่องไม้เข้ามาอาบไล้ร่างของนางและเจียเหม่ย ภาพของสตรีที่กำลังให้นมบุตรท่ามกลางความทุกข์ยากช่างน่าสงสารนั้น เจียหรูหารู้ไม่ว่าภาพนี้ถูกใครบางคนจ้องมองอยู่

ตรงมุมหนึ่งของศาลเจ้า มีเงาตะคุ่มซ่อนตัวอยู่ เป็นชายร่างผอมโซ เส้นผมรุงรัง ใบหน้าดำสกปรกจากคราบโคลนและฝุ่น เขาคือ ขอทานเร่ร่อนที่อาศัยศาลเจ้านี้เป็นที่หลับนอนมานานหลายเดือนแล้ว

ตอนแรกเขาเพียงคิดจะหลบฝน แต่เมื่อเห็นแม่หญิงที่นั่งอยู่ตรงมุมห้อง ใบหน้าอ่อนเยาว์ ผิวพรรณขาวสะอาดถึงแม้จะซูบซีด แต่ก็ยังงดงาม

ทรวดทรงของนางแม้จะซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เสื้อผ้าเปียกชื้น แต่ยามที่นางปลดเสื้อให้นมลูก นั่นกลับเป็นภาพที่กระตุ้นความคิดชั่วร้ายภายในใจของเขาได้เป็นอย่างดี

“สตรีผู้นั้นเป็นใครกัน เหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่ได้”

เขาไม่ได้คิดจะทำร้ายนางแต่แรก เพียงแค่คิดว่าหากสามารถขู่เข็ญนาง อาจจะได้อาหารหรือของมีค่า แต่เมื่อเห็นร่างของนางแล้ว เขากลับเริ่มคิดไปไกลกว่านั้น

“ถ้าข้าจับนางไว้ นางอาจให้ข้าได้มากกว่านั้น...”

ความคิดโสมมทำให้ชายขอทานค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากเงามืด แล้วก้าวเข้าไปหาสตรีเบื้องหน้าอย่างเงียบเชียบ

แกร๊ก!

หลิวเจียหรูสัมผัสได้ถึงบางสิ่งผิดปกติ สัญชาตญาณของนางเตือนให้เตรียมระวังตัว นางเงยหน้าขึ้นดวงตาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง พร้อมกับปิดหน้าอกของตัวเองกลับดังเดิม

“คะ ใคร!?”

ขอทานที่กำลังพยายามก้าวเดินเข้ามาอย่างเงียบ ๆ เมื่อถูกจับได้ก็ชะงักไปเพียงครู่ ก่อนจะเปิดเผยตัวตนพร้อมเหยียดยิ้มน่ากลัว

“ไม่ต้องกลัวหรอกแม่นาง ข้าแค่ผ่านมา…”

“จะ เจ้าเป็นใครกัน?”

“หึหึ ข้าเป็นใครนั้นไม่สำคัญหรอก ว่าแต่เจ้าเถิด…เป็นสตรีแต่เข้ามาอยู่ในที่เปลี่ยวลำพังเช่นนี้ ไม่กลัวว่าหากเกิดอะไรขึ้นจะไม่มีใครสามารถช่วยได้หรืออย่างไรกัน”

“!!!”

ตอน 3

คำพูดนั้นทำให้หลิวเจียหรูรู้ทันทีว่าบุรุษตรงหน้าไม่มีเจตนาดี นางรีบอุ้มเจียเหม่ยขึ้นแนบอก ก่อนจะขยับถอยหลังไปจนชิดกับกำแพง หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว

“ยะ อย่าเข้ามานะ!”

หลิวเจียหรูตวาดลั่น แต่ขอทานกลับยิ้มเย็น ยิ่งเห็นสตรีเบื้องหน้ามีท่าทีที่หวาดกลัว เขาก็ยิ่งได้ใจ ยกยิ้มร้ายกาจและเจ้าเล่ห์อยู่อย่างนั้น

“ส่งเงินของเจ้าให้ข้ามา หรือไม่เช่นนั้น...”

ขอทานพูดพร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้หลิวเจียหรูมากขึ้น มือสกปรกของเขายื่นออกมาหมายจะคว้าตัวของเจียหรู แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง…

ปัก!

เสียงของแข็งที่เดิมพิงกับกำแพงไว้นั้น เจียหรูแอบหยิบขึ้นมาแล้วตั้งใจฟาดลงบนศีรษะของชายขอทานที่เข้ามาใกล้นางกับลูกแล้วจนเกิดเสียงดังสนั่น

ทำให้ชายขอทานเบิกตากว้าง ก่อนที่ร่างของเขาจะโงนเงนไปมาแล้วทรุดลงกับพื้นไปต่อหน้าต่อตาของเจียหรู

ภาพตรงหน้าทำให้หลิวเจียหรูยืนหอบหายใจถี่รัว ในมือของนางกำท่อนไม้เก่าแน่น ตอนนี้เลือดเริ่มไหลซึมออกมาจากศีรษะของขอทาน ดวงตาของเขายังคงเบิกค้าง ก่อนที่เขาจะแน่นิ่งไปทั้งอย่างนั้น

หลิวเจียหรูยืนนิ่งด้วยร่างกายที่สั่นเทาด้วยความตกใจอยู่ครู่หนึ่ง หัวใจเต้นแรงระส่ำ นางแทบไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะต้องฆ่าคนให้ตายไปกับมือ

เคร๊ง!

มือที่สั่นเทาของหลิวเจียหรูทำให้ท่อนไม้ในมือหล่นลงกระแทกพื้น เสียงนั้นดังก้องไปทั่วศาลเจ้า นางก้มมองร่างไร้วิญญาณของขอทาน แล้วเบนสายตามองลูกน้อยในอ้อมแขนพร้อมกับพึมพำกับตัวเองเสียงสั่น ๆ ว่า...

“ข้าต้องหนี...”

หลิวเจียหรูรู้ดีว่าหากถูกพบ นางอาจถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกร สตรีที่ไร้เรือนไร้คนหนุนหลังเช่นนาง ไม่มีทางชนะความยุติธรรมของโลกใบนี้ได้

เมื่อคิดได้เช่นนั้น หลิวเจียหรูก็รีบห่อตัวบุตรสาวให้มิดชิดกว่าเดิม ก่อนจะวิ่งออกจากศาลเจ้าโดยไม่เหลียวหลัง สู่ค่ำคืนอันหนาวเหน็บและเส้นทางที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนอีกครั้ง

ยามนี้สายฝนยังคงตกหนัก ละอองฝนซัดกระหน่ำลงบนร่างของหลิวเจียหรู ขณะที่นางเร่งฝีเท้าเข้าไปในป่าทึบ นางรู้ดีว่าหากยังคงอยู่ใกล้เมือง ศพของขอทานที่นางเผลอฆ่าอาจถูกพบในไม่ช้า

และหากมีผู้ใดเห็นร่องรอยและหลักฐาน นางอาจจะกลายเป็นฆาตกรที่ถูกล่า และถูกจับตัวได้ในชั่วข้ามคืน ถ้าเป็นเช่นนั้น แล้วลูกน้อยของนางจะอยู่กับใคร

ในตอนนี้อ้อมแขนของหลิวเจียหรูยังคงกอดร่างเล็ก ๆ ของบุตรสาวเอาไว้แนบอก ผ้าห่มเก่าผืนบางที่ห่อหุ้มทารกน้อยเปียกชื้นจนแทบไม่เหลือไออุ่น นางพยายามโน้มตัวลงเล็กน้อย ใช้ร่างของตนเป็นเกราะกำบังสายลมฝน

หลิวเจียหรูรู้ดีว่าร่างกายของตัวเองก็อ่อนล้าและอ่อนแรง แข้งขาก็สั่นสะท้านไปหมด แต่นางไม่มีทางเลือก นางต้องหนี ต้องไปให้ไกลจากที่นี่

ป่าในยามค่ำคืนช่างน่าหวาดหวั่น แสงจันทร์ถูกบดบังด้วยก้อนเมฆหนา ต้นไม้สูงใหญ่โอนเอนไปมาตามแรงลม เสียงของกิ่งไม้เสียดสีกันดังระงมราวกับเสียงกระซิบของวิญญาณกลางป่าไพร

ระหว่างที่วิ่งหนีเข้าป่ามา ตลอดทางมีกิ่งไม้และใบหญ้าทิ่มแทงผิวเนื้อของหลิวเจียหรูหลายครั้ง ทำให้เจ็บแสบตามแขนและขาไปหมด

แต่หลิวเจียหรูไม่มีแม้แต่เวลาจะสนใจความเจ็บปวดของตัวเอง สิ่งเดียวที่นางนึกถึงก็คือความปลอดภัยของเจียเหม่ยเท่านั้น แต่แล้ว…

แกร๊ก!

เสียงบางอย่างดังขึ้นในพงหญ้าด้านหลัง ราวกับมีบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่ไม่ไกล หัวใจของหลิวเจียหรูเต้นระรัว นางหยุดชะงักแล้วรีบมองไปรอบตัว ดวงตาพร่าเพราะความเหนื่อยล้า แต่สัญชาตญาณของตัวเองบอกว่าให้ระวัง เพราะในป่ากว้างนี้มีสิ่งที่อันตรายอยู่มากมาย

หลิวเจียหรูกลืนน้ำลายลงคอฝืด ๆ นางพยายามสงบสติอารมณ์ ก่อนจะรีบก้าวเดินต่อไปตามทางแคบที่ปกคลุมด้วยรากไม้

อ๊าวววว!~

เสียงหอนของหมาป่าดังขึ้นจากที่ไกลออกไป หลิวเจียหรูกัดริมฝีปากแน่น หากมีหมาป่าอยู่ในป่าแห่งนี้ นางกับลูกจะปลอดภัยได้อย่างไร

มิหนำซ้ำฝนก็ยังคงตกหนักจนพื้นดินกลายเป็นโคลนลื่น แต่หลิวเจียหรูไม่มีทางเลือกจริง ๆ นางต้องหาที่หลบภัย ก่อนที่ร่างของนางจะหมดแรงไป

แต่แล้วท่ามกลางความมืดและความเหนื่อยล้า สายตาของหลิวเจียหรูพลันเหลือบไปเห็นเงาของสิ่งปลูกสร้างหลังหนึ่ง และนั่นคือ…กระท่อมร้าง ที่ตั้งอยู่กลางความรกร้างของป่าหญ้าและต้นไม้สูงใหญ่

หลิวเจียซินแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาของตนเอง แม้ว่ามันจะดูเก่าโทรม ผนังไม้ผุพังหลังคารั่วเป็นบางส่วน แต่นั่นก็ยังเป็นที่หลบภัยจากสายฝนได้ดีกว่าการนอนอยู่กลางป่าทึบ

หลิวเจียหรูรีบเดินตรงไปยังกระท่อมร้าง นางเบียดร่างของตัวเองและบุตรตัวน้อยผ่านประตูไม้ที่ปิดไม่สนิทเข้าไปข้างใน ภายในกระท่อมแห่งนี้ทั้งมืดและอับชื้น แต่ก็ยังพอมีมุมแห้งให้นางและลูกพอเอนกายพักพิงได้บ้าง

หลิวเจียหรูค่อย ๆ วางเจียเหม่ยลงบนพื้นไม้เก่า ๆ ก่อนจะถอดผ้าห่มที่เปียกชุ่มออกจากตัวของเจียเหม่ย แม้ผ้าจะแห้งไม่มาก แต่นางพยายามใช้ความอบอุ่นจากร่างกายของตนให้เจียเหม่ยได้รับความอบอุ่นมากที่สุด

“อาเหม่ยอดทนหน่อยนะลูก แม่ขอโทษนะที่ทำให้ลูกต้องลำบากเช่นนี้”

หลิวเจียหรูกระซิบเบา ๆ พลางเช็ดตัวและกอดเจียเหม่ยแนบอก ก่อนจะให้ลูกน้อยกินนมและกล่อมให้หลับใหล

หลังจากที่หลิวเจียหรูแน่ใจว่าเจียเหม่ยหลับแล้ว นางก็ตัดสินใจออกไปสำรวจรอบ ๆ กระท่อมร้างแห่งนี้โดยที่มีความหวังว่าจะเจอผลไม้ป่าพอให้ประทังชีวิตได้บ้าง

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED